ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมหิญาบ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมหิญาบ
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เกี่ยวกับมุสลิมะห์
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ซัลมา
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 07, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: sumanan_sakuldee@hotmail.com

ตอบตอบ: Sun Feb 15, 2004 10:44 pm    ชื่อกระทู้: เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมหิญาบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

วันนี้ซัลมาขอเชิญชวนให้มุสลิมะห์ทุกคนคลุมหิญาบ ตามแบบที่พระองค์อัลลอฮสั่งอย่างชัดเจนที่สุด
ข้อกำหนดเรื่องการแต่งกายของมุสลิมะห์จาก อัลกุรอาน และหะดีษ.-
1. ต้องปกปิดส่วนที่พึงสงวน ตามศาสนบัญญัติ ส่วนที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปกปิดคือ
ใบหน้า และฝ่ามือ
2. เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องหลวม ไม่บางและรัดรูป
3. ต้องไม่ลอกเลียนแบบเพศตรงข้าม หรือลอกเลียนแบบต่างศาสนิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
ประเพณีศาสนา
4. การแต่งกายต้องอยู่บนพื้นฐานของความสะอาดและไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ตกแต่งประดับประดา
มากเกินไปจนแสดงถึงความโอ้อวด

เมื่อก่อนซัลมาไม่เคยคลุมหิญาบเพราะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญต้องปฏิบัติให้ถูกตามหลักการของศาสนาอิสลาม หลังจากที่ซัลมาได้เรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ จึงได้หันกลับมาทำให้ถูกต้อง แรก ๆ ซัลมากลัวนายจะว่าทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ไม่อายหรือ เพราะหน้าที่การงานของซัลมาจะต้องเข้าร่วมประชุมกับลูกค้าเกือบตลอด แล้วเลขานุการแต่งตัวไม่เปรี้ยวจะไม่สมกับตำแหน่งงานที่ทำ
ซัลมาคิดอีกทีว่าทำไมเราต้องกลัวมนุษย์ด้วยกัน น่าจะกลัวพระองค์อัลลอฮผู้สร้างเรามากกว่า
ดังนั้น ทุกครั้งหลังละหมาดเสร็จ ซัลมาจะขอดุอาจากพระองค์อัลลอฮ ให้เปิดใจนายเห็นความสามารถในการทำงานมากกว่าการแต่งตัว เปิดใจตนเองให้เข้มแข็งมั่นคงอย่าได้หวั่นไหว ต่อคำพูด หรือสายตาที่อาจจะนำมาซึ่งการดูถูกจากเพื่อนต่างศาสนิก อัลฮัมดุลิลลาพระองค์ทรงให้ในสิ่งที่เราตั้งใจ บุคคลแรกที่เจอและพูดให้เรามีกำลังใจ คือพ่อ
อย่างไรก็ตามวันเวลาผ่านไปใจเราเริ่มสงบขึ้น และกลับมีความสุขปลื้มใจและมีความอิ่มเอิบใจมาแทนที่ นับเป็นเรื่องที่ประทับใจเรื่องหนึ่งในชีวิต ที่พระองค์อัลลอฮทรงให้เราสามารถเอาชนะตัวเองได้ และให้ริสกีมากมายในการทำงาน ซัลมารักพระองค์อัลลอฮมากที่สุด
ซัลมาตั้งใจ (เหนียต) ต่อไป ขอให้สามารถทำความดีได้ทั้งตัวและหัวใจ และยังไม่สายเกินไป สำหรับมุสลิมะห์บางคนที่ยังไม่ได้คลุมหิญาบ
อีมานที่ควบคุมให้ประพฤติดีก็จะนำพาไปสู่ความสุขที่แท้จริงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

วัสสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ศ่อบะฮ์โต๊ะซัม
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/03/2004
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Sat Mar 06, 2004 4:02 pm    ชื่อกระทู้: ้เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมหิญาบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามมุอะลัยกุ้ม

สนับสนุนด้วย ที่มีคนอย่างพี่ซัลมา เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมหิญาบ หนูจึงพอใจในตัวพี่ซัลมามาก อยากให้มีมุสลิมะห์แบบนี้ทั่วประเทศ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
PinOnlines.com
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Jan 15, 2004
ตอบ: 11


ตอบตอบ: Sun Mar 07, 2004 2:21 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รายงานพิเศษ : ฮิญาบสั้น เสื้อรัดรูป กระโปรงผ่าสูง



หากจะกล่าวถึงเรื่องราวความอื่อฉาวในเรื่องฮิญาบในช่วงที่ผ่านมาคงไม่พ้น กฎหมายจำกัดสิทธิมนุษย์ชนของประเทศฝรั่งเศสที่อ้างตัวว่าเป็นผู้นำของชาติประชาธิปไตยอื่นๆ ด้วยการออกกฎหมายห้ามมุสลิมมะคลุมฮิญาบ(สตรีมุสลิมสวมผ้าคลุมศรีษะ) ซึ่งเป็นบทบัญญัตของศาสนาอิสลาม โดยกลับไปเหมารวมว่าการสวมผ้าคลุมฮิญาบของมุสลิมะนั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์ทางศาสนาเท่านั้น จนทำให้มีการออกมาเดินขบวนประท้วงของเหล่าบรรดามุสลิมะจากท่วงโลกในเรื่องดังกล่าว แต่ก็ไม่เป็นผลรัฐบาลฝรั่งเศสยังคงดื้อดึงที่จะออกกฎหมายดังกล่าวให้ได้

แต่หากจะกล่าวถึงการคลุมฮิญาบของมุสลิมะในประเทศไทย ก็ต้องยอมรับว่า(อัลฮัมดุลิ้ลลา)มีมุสลิมะคลุมฮิญาบกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้รู้ทางศาสนาออกมารณรงค์ในเรื่องนี้อย่างจริงจังในช่วงที่ผ่านมา และก็ขาดไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่ยุวชนมุสลิมะจากภาคใต้ที่ขึ้นมาศึกษาในกรุงเทพมหานคร เมืองที่คนส่วนใหญ่ดูเหมือนไร้ศาสนา เหลวแหลกทางวัฒนะธรรม มากขึ้น อันเป็นผลมาจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในยุคของท่านบรรหาร ศิลปอาชาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเยาวชนมุสลิมะเหล่านี้เกิดมาท่ามกลางกลิ่นไอของความยึดมั่นในหลักการของศาสนา ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใหนมุสลิมะเหล่านี้ก็จาสวมผ้าคลุมฮิญาบปกปิดเรือนร่านของตนเองตามหลักการของศาสนาตลอดเวลา

และเมื่อเวลาผ่านไปบางส่วนของยุวชนเหล่านี้ก็ซึมซัมเอาแฟชั่นไร้วัฒนะธรรมของเมืองหลวงแห่งนี้ จนเสื้อที่สวมใส่อย่างหลวมๆ ตามหลักการของศาสนาก็เริ่มรัดรูปมากขึ้นจนบางครั้งถึงขึ้นใส่สายเดี่ยว เกาะอกเลย กระโปรงที่เคยยาวจนคลุมมิดชิดจนถึงปลายเท้า ก็เริ่มฉีกขาดผ่าสูงจนบางครั้งดูหน้าหวาดเสี้ยวหากนั่งไม่ระวัง และยิ่งกว่านั้นก็คือนุ่งกระโปรสั่นเดินโชว์อย่างมั่นใจ แต่สิ่งที่น่าสลดใจก็คือผ้าคลุมฮิญาบที่สั้นขึ้นจนเป็นการโชว์เสื้อที่รัดรูปอย่างตั้งใจ จนดูแล้วเหมือนว่าการคลุมฮิญาบเป็นเพียงแฟชั่นทางศาสนาเท่านั้นซึ่งน่ากลัวมากหากใครที่คิดเช่นนี้ แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าผู้ที่กระทำเช่นนี้มีเพียงจำนวนไม่มากนัก แต่มันกำลังแพร่ขยายแฟชั่นเหล่านี้อย่างต่อเนื่องทั้งที่รู้ว่าการแต่งกายแบบนี้เป็นสิ่งผิดตามหลักการของศาสนาอิสลาม



โดยจะดูได้จากผลของกระทู้ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาในหัวข้อที่ว่า "คุณคิดอย่างไรกับแฟชั่นปัจจุบัน มุสลิมะคลุมฮิญาบสั้น ใส่เสื้อรัดรูป กระโปรงผ่าสูง" ที่ออกมาอย่างชัดเจนจากผู้ส่งความคิดเห็นส่วนใหญ่ 95.99% ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการแต่งการเช่นนี้ โดยมีเพียง 4.01% เท่านั้นที่เห็นด้วย กลับจำนวนผู้ส่งความคิดเห็นทั้งหมด 3491 ท่าน

แต่หากจะไประบุว่าเป็นความผิดของผู้ที่แต่งกายด้วยแฟชั่นเหล่านี้ก็คงไม่ถูกต้องนัก คงจะต้องร่วมกันรับความผิดด้วยกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นำแฟชั่นเหล่านั้นออกมาจำหน่าย ผู้รู้ทางศาสนาที่ยังเข้าไม่ถึงในการสอนมุสลิมะที่แต่งกายทำนองนี้ การขาดการตักเตือนจากครอบครัวของมุสลิมะเหล่านั้น รวมถึงการขาดการตักเตือนของพี่น้องมุสลิมทั่วไปที่พบเห็น

ซึ่งหากเราไคร่ควรตรองดูจากสถานะการณ์ปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ช่วยตักเตือนเราได้เป็นอย่างดี จากการต่อสู้ของพี่น้องมุสลิมะในฝรั่งเศสที่ต้องการชี้แจ้งให้รัฐบาลเข้าใจว่าการคลุมฮิญาบเป็นบทบัญญัติทางศาสนา จำเป็นต้องปฏิบัติเหนือผู้ที่นำถือศาสนาอิสลามโดยจะละเว้นไม่ได้ เพื่อให้รัฐบาลฝรั่งเศษยกเลิกกฎหมายห้ามคลุมฮิญาบเสีย แต่พวกเรามุสลิมในประเทศไทยยังคงได้รับสิทธิในการนับถือ และแต่งกายในแบบอย่างของศาสนาอย่างอิสระแต่เรากลับยังไม่ทำให้ถูกต้องตามบทบัญญัติให้ถูกต้องตามหลักการของศาสนา คงไม่ต้องรอให้ถูกจำกัดสิทธิในเรื่องการนับถือศาสนาเหมือนในฝรั่งเศสแล้วจึงค่อยตื่นตัวในเรื่องศาสนา ถึงเวลานั้นมันอาจจะช้าเกินไป!!!

โดย : ประชาชาติมุสลิมออนไลน์

http://www.thaiislamic.com/pinonlines/news/view.php?newsno=3687
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
u
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 114


ตอบตอบ: Mon Mar 08, 2004 7:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามมุอลัยกุม
กระทู้นี้สร้างสรรมากครับ ญะซากัลลอฮุคอยรอน
.......................................................................................

นอกจากการแต่งกายแล้ว "บุคลิกภาพแบบอิสลาม" ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ
เมื่อมุสลิมเดินผ่านที่ไหน สังคมจะต้องเห็นว่าอิสลามเดินผ่านที่นั่น







นึกเสมอว่าเราแบกศักศรีของอิสลามเอาไว้ตลอดเวลา
มุสลิมอยู่ในสายตาของสังคม
การทำตัวให้สมกับการเป็นประชาชาติตัวอย่าง
ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งของงานเผยแพร่ครับ
...แล้วที่สำคัญ อัลลอฮฺทรงเห็น อัลลอฮฺทรงรอบรู้

วัสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
upaporn
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 16/05/2004
ตอบ: 13
ที่อยู่: ที่บ้าน

ตอบตอบ: Sun May 23, 2004 4:26 pm    ชื่อกระทู้: เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมฮิญาบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามมุอะลัยกุม
ดิฉันขอสนับสนุนมาก ๆ เลยทีเดียว การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์สำหรับมุสลิมะห์เรื่องนี้ยิ่งใหญ่มาก แต่ถ้าไม่คิดจะต่อสู้แล้ว ยากมากที่จะปฏิบัติ ต้องต่อสู้กับนัฟซูของตนเอง และสิ่งแวดล้อมหรือคนรอบข้าง โดยเฉพาะมุสลิมที่ไม่คลุมนั่นแหละ โจมตีดีนัก ขอดุอาให้พี่น้องเราได้ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ขององค์พระผู้อภิบาล เพื่อเราจะได้เห็นกลุ่มมุสลิมที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สง่างาม น่านับถือ การที่เราวิงวอนขอดุอาทุกครั้งหลังละหมาดโดยที่เราปฏิเสธคำสั่งใช้
ในเรื่องนี้ คิดหรือว่าจะถูกตอบรับ ไม่ควรจะให้ต่างศาสนิกมาทักตอนที่คลุมผมว่า จะไปงานเหรอ ,เทศกาลอะไรเดือนบวชหรือเปล่า จะเห็นว่าเพราะพี่น้องเราไม่ได้ทำให้เป็นเอกลักษณ์ของเราต่างหาก ได้โปรดนะคะภาวะเช่นนี้ มุสลิมกำลังถูกคุกคามด้วยวิกฤตหลาย ๆ อย่าง ขอให้พวกเราผนึกกำลังสร้างพลังของมุสลิมให้โดดเด่น โดยแสดงเอกลักษณ์ของเราให้ชัดเจน นอกจากจิตใจเราจะมีอีหม่านที่เข้มแข็งแล้ว ต่างศาสนิกก็เกรงขามและนับถือในความหนักแน่นจริงจังของพี่น้องเรา คลุมไว้เถอะค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าจะกลับไปหาอัลลอฮ์เมื่อไหร่ คนที่จัดการศพของเราจะได้ทำให้ถูกหลักศาสนา ไม่งั้นจะบอกไม่ได้ว่าคุณคือใคร
วัสสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ MSN
chameemy
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 18/05/2004
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Sun May 23, 2004 9:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนละทางเลือก

เด็กสาวคราวรุ่นๆ
ต่างหมกมุ่นวุ่นวายใจ
หน้าตาเสื้อผ้าไซร้
ตามโลกไกลไปให้ทัน

แฟชั่นต้องมั่นกล้า
ทั้งสวยซ่ามีสีสัน
ยี่ห้อขอดูกัน
เธอกับฉันใครแน่จริง

ฉันขอพอคนแหละ
ไม่ข้องแวะและหยุดนิ่ง
ยอมรับกับความจริง
กลัวพาดพิงสิ่งน่าอาย

ตกยุค!ยอมตกยุค
ถ้าจะปลุกทุกความหมาย
สวยแท้เหลือแค่กาย
ไร้ความอายตายด้านลง


เป็นป้ายอมเป็นป้า
ยอมหลังร้ากว่าประสงค์
จุดยืนฉันมั่นคง
ไม่พะวงหลงสิ่งใด

ถ้าแม้นใครหยันหยาม
จะฝากถามความสงสัย
เธอเลือกเกลือกเข้าไฟ
แล้วเหตุใดฉันต้องตาม

ฉันเลือกที่จะคิด
มองถูกผิดทุกคำถาม
มาตรว่าถ้าตัวงาม
แต่ใจทราม...ฉันไม่เอา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซัลมา
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 07, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: sumanan_sakuldee@hotmail.com

ตอบตอบ: Sun May 23, 2004 10:17 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสลามมุอะลัยกุ้ม

muslimthaiusa.com/ ซัลมารู้เวบนี้ จากการได้ฟังวิทยุของสื่ออนุรักษ์เมื่อวันพุธ วันนี้เปิดเข้าไป จึง Copy มาให้ดู ซึ่งจะตรงกันข้ามกับกระทู้นี้

From : แมททฺ
Date : 3/5/2547
Time : 9:19:20 AM.

ถ้าคำว่า “ฮิญาบ” หมายถึงผ้าคลุมศรีษะ, ที่อ้างกันแล้ว
ดังนั้นในกรุอาน อายะห์ ๒๔..๓๑ พระองค์อัลลอฮ์คงจะต้องใช้
คำว่า “ ฮิญาบ" แทนที่จะใช้คำว่า " คิมัร"
จากประโยคข้างล่างนี้
"วัลยัดริบนะ บิคุมุริฮินนะ อะลายุยูบิฮินนะ"
และเขาผู้หญิงเหล่านั้นควรจะ (หรือจะต้อง) ดึงผ้าคลุม(คลุมศีรษะ, คลุมไหล่) ลง มาปกปิดทรวงอก ของเขา
โปรดเข้าใจประโยคนี้ให้ดีว่า ในประโยค นี้ไม่มี ความ หมายว่า “ให้ดึงผ้าคลุมส่วนไหนของร่างกายมาคลุมศีรษะ”
แต่หมายความความว่า “ให้ดึงผ้าที่เธอคลุมศีรษะอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยก่อน “อัลกุรอาน” ลงมาปกปิดทรวงอกของเขาเหล่านั้น

ดังนั้น การอ้างอายะ 24:31 ว่า เป็นโองการสั่งให้มุสลิมหญิง คลุมศีรษะจึงเป็นการบิดเบือน ข้อความในอายะนี้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้ “การสวมฮิญาบ” จึงเป็นประเพณี ดั้งเดิม ของอรับ ไม่ใช่หลักการ ของศาสนา

ไม่ว่าสุภาพสตรีมุสลิมจะสวมฮิญาบหรือไม่, ไม่ใช่ข้อสำคัญของผู้เขียน ผู้เขียนไม่มีความข้องใจอะไร เพราะ ถ้าสวมเป็นแฟชั่น ก็ดูสวยงามดี บางครั้งเพิ่มความมีเสน่ห์ แก่ผู้สวมเสียอีก

ความสำคัญอยู่ที่ ถ้าไม่มี กฏบังคับ ในอัลกุรอาน ว่า หญิงมุสลิมจะต้อง สวม "ฮิญาบ" แล้ว เราไม่ควรจะ ไปต่อเติม, และนำมาขู่หรือ หลอกลวง ว่า เป็นหลักการของศาสนาอิสลาม ถ้าสวมฮิญาบแล้ว จะได้ขึ้นสวรรค์ หรือหลอกลวง ว่า ฮิญาบเป็นผ้าจากสรวงสวรรค์ที่ อัลลอฮ์ประทานมา ซึ่งเป็นการไม่สมควร และเป็นการบิดเบือนข้อแท้จริง ของหลักการของอิสลาม

สตรีมุสลิม ควรที่มีสิทธิ ที่ จะตัดสินใจเอง ว่า จะสวม ฮิญาบ เพื่อ เป็น แฟชั่น อรับ หรือ แฟชั่น ตะวันตก หรือจะไม่สวมก็ได้ เพราะ ไม่ใช่หลัก การของ ศาสนา แต่เป็น ประเพณี อรับ แม้แต่ใน อเมริกา หญิง คริสเตียน บางคน ก็สวม ฮิญาบ ตาม ประเพณี และบางคนก็ไม่สวม

การ สวม"ฮิญาบ" เพราะ เป็น ประเพณี ท้องถิ่น เช่น ประชาชน ทางภาคใต้ของไทย มองดูแล้วสวยงามดี และเป็นสิ่งเหมาะสมตาม ภูมิภาค การสวมฮิญาบ เป็น การแต่งกาย ของสตรีที่สวยงาม เพราะ "ฮิญาบ" มีหลากสี และ แบบ ต่างๆ มีใน ประเทศไทย มานานแล้ว นิยมสวมกัน ไม่ว่าจะเป็น ผู้นับถือศสนาใด แต่ สวม กัน เป็นแฟชั่น เราเรียกกันว่า "ผ้าคลุมผม" ส่วนมากจะสวมกัน เวลาไปตาก อากาศ ชายทะเล หรือ ไปเที่ยว ในประเทศกลุ่มอรับ ที่มีลมและฝุ่น จากทะเลทราย, เราจะเห็นว่า หญิงและ ชายอรับ มีเครื่อง แต่งกาย คลุมร่างกาย ตามลักษณะ ภูมิประเทศของเขา เพื่อป้องกัน ลมและฝุ่น ทราย จากสภาพแวดล้อมของเขา

สภาพสิ่ง แวดล้อม ในกรุงเทพฯ ฮิญาบก็มีประโยชน์ ในการ ป้องกัน ฝุ่นผสมกับไอน้ำมัน จากรถยนตร์ จะมาจับเส้นผมของหญิง และชาย ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ของเมืองไทย ในปัจจุบันนี้ การสวมฮิญาบ ช่วยในการประหยัด ไม่ต้องสระผมทุกๆวันที่ออกนอก บ้าน การคลุมศีรษะ มีประโยชน์ ในทางสุขภาพ การคลุมศีรษะ ไม่ได้มีประโยชน์ ในการ ช่วยให้ ผู้สวมไปสวรรค์ อย่างที่ครูสอนศาสนา อิสลาม ใช้สอนกันอยู่ ทุกๆวันนี้

ประโยชน์ของ ฮิญาบ เราจะเห็นได้ ในเมืองไทย, ตามสนามกอล์ฟ ทุกๆแห่ง หญิงวัยรุ่น ที่ทำงานเป็น “แคดดี” ผู้แบกถุงกอล์ฟ ให้ นักกอล์ฟ จะคลุมฮิญาบ เห็นแต่ใบหน้ากลม บางคนก็ คลุมใบหน้าเปิด แต่นัยน์ตาเท่านั้น เมื่อเวลาแดดจัด และอีกแห่งหนึ่ง คือ เวลา ดำนา หรือ ลงกล้า สตรีที่ทำงานในทุ่งนา จะแต่งตัว สีดำ และคลุมศีรษะด้วยฮิญาบ สีดำ คลุมศรีษะตลอดจนใบหน้า ลำคอ และทรวงอกทั้งร่างกาย

สุภาพสตรีที่ทำงาน ตามสถานที่ ดังกล่าว แต่งกายเช่นเดียว กัน คือ “สวมฮิญาบ” และ คลุมร่างกาย เช่นเดียวกับ หญิงที่อยู่ใน ภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ด้วยเหตุผลอย่างเดียว คือ “เพื่อความปลอด ภัยทางสุขภาพของร่างกาย”

ฮิญาบมีประโยชน์อย่างไรในทางการแพทย์อย่างย่อๆ?
1. ป้องกันผิวหนังเ*่ยวย่นก่อนอายุที่สมควร
2. ป้องกัน รังษีของสนามแม่เหล็กที่แผ่จากแสง
อาทิตย์(electromagnetic radiation)
3. ป้องกัน รังษีอุลตราไวโอเล็ต ที่มากเกินไป ที่จะ
ทำให้เกิด มะเร็งผิวหนังได้
4. ป้องกันการเกิด ไฝดำ (ฺblack moles)
ซึ่งเป็นกำเนิดของมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่ง และป้องกัน ผิวหนัง แข็งและแตกกร้าน(solar keratoses)
5. ในประเทศ ออสเตรเลีย มะเร็งผิวหนังมีจำนวน สูงมาก กว่า ทุกประเทศ มากกว่า ประเทศที่อยู่ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เพราะ ชาวออสเตรเลียน ไม่ใช่เป็นคนพื้นเมือง แต่เป็นคนผิวขาว ซึ่ง มีสาร ใต้ผิวหนัง เรียกว่า เมลานิน น้อยมาก สารเมลานินนี้ เมื่อถูกแสงแดดจะทำให้ผิวหนังดำ และ ช่วยในการป้องกันมะเร็งผิวหนัง การแต่งกายแต่งแบบยุโรปของชาวออสสเตรเลีย ไม่ได้มีการคลุมเหมือนชาวอรับ จึงทำให้ผิวหนังถูก แสงแดดมาก ทำให้เกิด โรค มะเร็งผิวหนังมากดังกล่าวแล้ว นี่คือเหตุผล ที่ชาวอรับสวมฮิญาบ ไม่มีเหตุผลอื่นใดใน แง่ของศาสนา

ในแง่ศาสนาอัลกุรอานวางหลักการ การแต่งกายของ หญิง และ ชาย ไว้อย่าง รัดกุม และง่ายต่อการปฏิบัติ, อัลกุรอานสอนให้ปกปิดของ สงวนอย่าแต่งตัวให้ อุดจาด ถ้าผู้หญิงที่อยู่ในบ้าน แต่ง ตัว ตาม สะดวก เวลาออกจากบ้าน ก็ให้ใส่เสื้อคลุม สิ่งที่อุดจาด อนาจาร แต่ไม่ได้กล่าว ว่า จะต้องคลุมอย่างไร? การนุ่งกางเกง การสวมกระโปงยาว เลย หัวเข่า การสวมเสื้อปิดคอ หรือ เสื้อขอตื้น แขนยาว หรือแขน สั้น ตามสมัยปัจจุบัน การนุ่งกางเกงที่ ไม่รัดจนเห็นร่องรอย ของร่างกาย คือ การปิดบังส่วนอุดจาดอนาจาร ย่อมไม่ขัดต่อหลักการของอิสลาม

มุสลิมบางท่านกล่าวว่า ไม่ว่าความหมายของอัลกุรอานจะวาง ไว้อย่างไร “ฮาดีษ” กล่าวไว้ว่าอย่างไร เราก็ต้องตามฮาดีษ ในที่นี้ เรา ต้องเข้าใจว่า ฮาดีษ คืออะไร ? และ เป็นฮาดีษ ของ “อัลลอฮ์” หรือ ของ “มนุษย์” และถ้าเป็นของมนุษย์ “เป็นของท่านรอซูลที่แท้จริง” หรือเป็น “ของอีหม่ามทั้งหลาย ที่อ้างว่าได้ยินว่าท่านรอซูลล์กล่าวว่า”, หรือเป็นของอีหม่ามที่ได้ยินมาว่ามีผู้ได้ยินมาว่า ท่านรอซูลกล่าวว่า, ได้ยินมาจาก เรื่องที่เขาเล่าว่า, เขาได้ยินมาว่า ฯลฯ”
ไม่ว่าจะ อยู่ในกรณีใด “ฮาดีษ” ของอัลลอฮ์ “อัลกุรอาน” คือ “ฮาดีษ” ที่แท้จริง, สมบูรณ์ที่สุด และ เป็น “ฮาดีษ” ที่มุสลิมจะ ต้องใช้เป็นหลักปฏิบัติ ในศาสนาอิสลามเท่าน้น การใช้ สิ่งใดมา สอดแทรกใน “ฮาดีษ” ของ อัลลออ์ (อัลกุรอาน) ถือเป็นการสร้าง ภาคี ซูเราะฮฺ อัลญาซียะอฺ อายะ 6 ที่กล่าวว่า

“สิ่งเหล่านั้นคือ ปรากฏการมหัศจรรย์(บัญญัติ อัลกุรอาน) ของพระองต์อัลลออฮ์ ที่เราได้อธิบายต่อเจ้าโดยละเอียดด้วยความแท้จริง, แล้วยังจะ มี “ฮาดีษ” (1) ใดๆ อีกหรือ ที่นอกเหนือ ไปจาก “พระองค์อัลลอฮ์” และ “พระบัญญัติของพระองค์" (อัลกุรอาน), ที่เขาทั้งหลายยังคง มีความศรัทธา อยู่อีก ?” (๔๕..๖)
(1)…..
คำว่า “ฮาดีษ” ในที่นี้หมายถึง ข้อความ, คำประกาศ, คำบอกเล่า, คำพรรณนา, เรื่องที่เล่ากันต่อๆมา

เหตุที่คำว่า "ฮาดีษ " ถูกนำมาใช้ในที่นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า “อัลกุรอาน” เป็นสิ่งที่ถูกประทานให้ โดย "พระองค์อัลลออ์",ไม่ ใช่เป็นเรื่องบอกเล่า โดย มนุษย์ ที่มุสลิมส่วนใหญ่ ยึดถือ ปฎิบัติ แทน "อัลกุรอาน" หรือควบคู่ไปกับ "อัลกุรอาน" หรือแม้ กระทั้งนำใช้ในการอธิบาย "อัลกุรอาน"
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
chameemy
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 18/05/2004
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Sun May 23, 2004 10:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อย่าไปเอาบทความของคุณแมทท์มาอีก อันตรายคะ ไม่ควรเอาบทความของคุณแมทท์มาเผยแพร่ บิดเบือนความจริง อิสลมให้ฮิญาบคืออาภร์ อาถรณ์ที่คลุมทั้งตัวและหัวใจ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซัลมา
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 07, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: sumanan_sakuldee@hotmail.com

ตอบตอบ: Sun May 23, 2004 11:27 pm    ชื่อกระทู้: เชิญชวนให้มุสลิมะห์คลุมหิญาบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสลามมุอะลัยกุ้ม

คุณ Chameemy ค่ะ ซัลมารู้ว่ามันบิดเบือนจากความจริง ซัลมากลัวคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องศาสนาถ้าเข้าไปในเวบ muslimthaiusa นี้จะเข้าใจผิดได้ อย่างเช่น เพื่อนของซัลมาเอง (บอกตรง ๆ และรู้ว่าเขาจะต้องเข้ามาเปิดดูในเวบสื่ออนุรักษ์อีก ซึ่งกระทู้นี้ที่ซัลมาเป็นคนตั้งขึ้นมา)

และที่นำมาให้ดู ไม่ใช่อะไรหรอก ให้รู้ว่าปัจจุบันนี้มีคนคิดทำลายศาสนาอิสลามโดยแอบแฝงความชั่วร้ายมาในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้คนเข้าใจผิดได้

วัสสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
allah_s_slave
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/05/2004
ตอบ: 7


ตอบตอบ: Mon May 24, 2004 1:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

8) สลามพี่น้องทุกท่าน...

- ข้าพเจ้าเชิญชวนด้วยอีกคนค่ะ และญาซากัลลอฮฺแทนอีหลายๆท่านที่ ซัลมานำกระทู้ที่บางคนอาจมองข้ามมาฝาก อัลฮัมดุลิลลา

- เวปไซด์ มุสลิมยูเอสเอ เป็นอะไรที่ข้าพเจ้าเกียจชังสุดๆ เพราะคำกล่าวอ้างของคนจำทำนั้น ดูถูกดูแคลนพี่น้องมุสลิมไทยอย่างมาก ไม่นับรวมถึงการบิดเบือนหะดีษต่างๆ ขอเสนอว่าทุกท่านอย่าเข้าไปเวปไซด์ดังกล่าว พวกเราต้องร่วมมือกันแบนพวกหลงผิดให้สิ้นซาก

ขอพระองค์อัลลฮฺ ซ.บ. ทรงเปิดหัวใจผู้หลงผิด และชี้ทางนำที่ถูกต้องให้พวกเขาด้วยเถิด โปรดทรงนำพาหมู่มวลมุสลิมผู้ศรัทธาไปยังหนทางของพระองค์จนสิ้นลมหายใจในโลกดุนยาและไปยังอาคิเราะห์ด้วยเถิด อามีน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cavaso
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Apr 17, 2004
ตอบ: 10


ตอบตอบ: Mon May 24, 2004 2:34 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม

แล้วอย่าง เชค มุฮัมหมัด อัล-ฏอนฎอวีย์ ผู้นำสูงสุดของ มหาวิทยาลัย ฮัซฮัร หละ ? ควรทำอย่างไรกับเค้าดี ..

วัสลาม ..
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนที่คุณก็รู้ว่าใคร
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/05/2004
ตอบ: 11


ตอบตอบ: Mon May 24, 2004 9:32 pm    ชื่อกระทู้: เชิญชวนให้มุสลืมะห์คลุมฮิญาบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามุอลัยกุมวะเราะห์มาตุ้ลลอฮิวะบารอกาตุ

ดิฉันคิดว่า ท่านเชค มุฮัมหมัด อัล-ฏอนฎอวีย์ ผู้นำสูงสุดของ มหาวิทยาลัย ฮัซฮัร คนนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับท่านจุฬาฯ ที่ออกมาพูดเรื่องมุสลิมถูกฆ่าที่ภาคใต้น่ะหล่ะค่ะ

เกี่ยวกับเรื่องการคลุมฮิญาบนั้น ดิฉันอยากทราบว่า ถ้าคลุมปิดทั้งหน้าจะเป็นการบ่งบอกถึงความเคร่งครัดในศาสนามากกว่าคนที่ไม่ได้ปิดหน้าหรือไม่คะ ขอความกรุณาผู้รู้ช่วยให้ความกระจ่างด้วยนะคะ

ญะซากัลลอฮุฆอยรอน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
chameemy
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 18/05/2004
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Tue May 25, 2004 9:11 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสลามมุอะลัยกุมวะรอฮมะตุ้ลลอฮฮิวะบะรอกาตุ
"เรายืนอยู่บนแผ่นดินในฐานะผู้มาเยือน ไม่ใช่เจ้าของที่ถาวร ถ้าการมาเยือนอย่างผู้ศรัทธา ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในคุก จำไว้ว่าวันใดที่ฐานะความเป็นแขกจบสิ้นลง โลกแห่งความแน่นอนและฐาวรมาถึง คุกจะกลายเป็นสวนสวรรค์ และนั้นคือฐานะที่ถาวร"
อามีน
อัสสลามมุอะลัยกุมวะรอฮมะตุ้ลลอฮิวะบะรอกาตุ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
u
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 114


ตอบตอบ: Fri May 28, 2004 11:12 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คลุมทั้งตัว คลุมทั้งหัวใจ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
allah_s_slave
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/05/2004
ตอบ: 7


ตอบตอบ: Fri May 28, 2004 2:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เชิญชวนให้มุสลิมะหฺที่มีความสามารถที่จะคลุมหน้าได้ อยากให้คลุมกันเยอะๆ เพราะมิใช่เพียงแค่เป็นสิ่งที่เหล่าภรรยารซูล ซ.ล.กระทำเท่านั้น ท่านรซูลส่งเสริม และที่สำคัญมันสามารถป้องกันจากฟิตนะหฺต่างๆ ได้ดีทีเดียว บางครั้งอาจต้องอดทนกับการครหา นินทาจากผู้ไม่เข้าใจและดูถูดดูหมิ่นอยู่บ้าง แต่ต้องท่องไว้ในใจเสมอ "อะอูซุบิลลา ฮิมินัชชัยฏอนนิรรอญีม" ทุกวันนี้ปลื้มใจสุดๆ ที่สุดที่เห็นมุสลิมะห์ที่คุลมหน้ามีเพิ่มมากขึ้น

และอย่าลืมว่าคุลมทั้งตัวและหัวใจ๊.......เด้อ Laughing
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เกี่ยวกับมุสลิมะห์ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 5

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.17 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004