ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - การแบ่งเตาฮีดเป็นบิดอะฮฺหรือ (ภาค2)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
การแบ่งเตาฮีดเป็นบิดอะฮฺหรือ (ภาค2)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
yoohoo
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/02/2004
ตอบ: 65


ตอบตอบ: Fri Feb 03, 2006 4:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

อธิบายกันยาวจังนะครับ แค่เรื่องคำนิยามเนี่ย เมื่อไหร่จะได้ข้อสรุปที่กระชับ รัดกุม และชัดเจนซะทีละครับ จะได้ทราบว่าสิ่งไหนที่เป็นบิดอะห์ และสิ่งไหนไม่ใช่ ซึ่งจะได้ไม่ต้องเหยียบเรือสองแคม เพราะเดี๋ยวมันจะล่มก็จบเห่กันพอดี และถ้ามุสลิมผู้ศรัทธาอย่างพวกท่าน ๆ ได้พบกับสิ่งที่เป็นบิดอะห์ในศาสนาแล้ว ท่านจะ Smiles
ก) สนับสนุน
ข) เพิกเฉย
ค) ต่อต้าน คัดค้าน

ใครก็ได้ครับช่วย ๆ กันตอบให้ชื่นใจกันหน่อยครับ จะได้ทราบจุดยืนของผู้ทรงความรู้ของทั้งสองฝ่ายว่าเป็นเช่นไร คุณแม่ขอร้องอีกแล้วครับท่าน

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Fri Feb 03, 2006 7:21 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณอะสันกล่าวว่า

และต้องการจะบอกว่า จุดยืนของผม คือ อัลกุรอ่านและหะดิษกล่าวอย่างไร ผมเชื่อตามนั้น เกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮ เมื่อพระองค์บอกอย่างไรผมเชื่ออย่างนั้น สิ่งใดปัญญาเข้าไม่ถึง ผมมอบความรู้นั้นกลับไปยังอัลลอฮ และขอยืนยันว่า ไม่ว่าพระองค์จะกล่าวด้วยถ้อยคำอย่างไร เกี่ยวกับคุณลักษณะของพระองค์ พระองค์ย่อมไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนอย่างแน่นอน

ผมขอกล่าวว่า

ถ้าหากคุณอะสันเปลี่ยนจาคำว่า"สิ่งที่ใดปัญญาเข้าไม่ถึง ผมมอบความรู้นั้นกลับไปยังอัลลอฮ" ไปเป็น "เราคง"ถ้อยคำ"(ไม่ใช่ความหมาย)เหล่านั้น อย่างที่พระองค์ทรงบอกไว้ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ความหมายและวิธีการ แล้วผมมอบความรู้นั้นกลับไปยังอัลลอฮ" หากแบบนี้ ถือว่าถูกต้อง

แต่คำว่า "สิ่งที่ปัญญาเข้าไม่ถึง" ที่คุณกล่าวไปนั้น คือการเข้าไปยุ่งและเข้าใจความหมายของมันหรือเปล่าล่ะครับ? พอคนอื่นถามเข้ามาโดยคุณต้องอะไรไม่ได้ ก็เลี่ยงโดยบอกไปว่า "สิ่งใดปัญญาเข้าไม่ถึง ผมขอมอบหมาย" แล้วอัลเลาะฮ์บอกหรือว่า "พระองค์ทรงมีทิศ" อัลเลาะฮ์ทรงบอกหรือว่าพระองค์ทรงนั่ง جلس หรือทรงสถิต استقر แต่พระองค์ทรงบอกว่า พระองค์ทรง "อิสติวาอ์" ซึ่งคำๆนี้เราเชื่อตามที่พระองค์ทรงบอกไว้อย่างนั้น เราแค่พูดว่าพระองค์ทรง"อิสติวาอ์"เท่านั้น แต่ความหมายที่แท้จริง เราขอมอบหมายไปยังอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) แต่สิ่งที่เราขัดแย้งกันอยู่ ไม่ใช่เรื่องอิสติวาอ์ที่ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอาน แต่เราขัดแย้งกันในเรื่อง ความเข้าใจ ในเรื่อง"อิสติวาอ์" พวกคุณเข้าใจว่า มันคือการนั่งบ้างแหละ การสถิตบ้างแหละ ซึ่งสองคำนี้เป็นคุณลักษณะของมัคโลคด้วย แต่คุณก็บอกว่ามันเป็นคำที่มีความหมายตามหลักภาษา เราก็ขอบอกเช่นกันว่า "การปกครอง" ก็เป็นความหมายตามหลักภาษาของอัลอิสติวาอ์เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็อยู่ฐานะเท่ากัน คือต่างคนก็เอาความหมายตามหลักภาษามาอธิบาย แล้วความหมายใดล่ะ ที่เหมาะสมกับความยิ่งใหญ่กับพระองค์ ระหว่างคำว่า "นั่ง สถิต กับ ปกครอง" !!!


ดังนั้น สะลัฟของวะฮาบีย์ กับสะลัฟของอัลอะชาอิเราะฮ์นั้น จึงแต่กันตรงนี้แหละ แต่เมื่อเราเทียบอย่างนี้ คุณอะสันจะไม่ยอมนำมาพิจารณาเลยแม้สักครั้งเดียว แล้วมาบอกว่า พูดเท่าไหร่ก็ไม่จบ แล้วมาพูดซ้ำไป วนมา แล้วมากล่าวว่า ตีงูให้ตายต้องตีซ้ำ ทั้งที่ความจริงนั้น คุณอะสันไม่แยแส ไม่คิดพิจารณา พูดกล่าวต่างๆของบรรดาอุลามาอ์ส่วนมาก ที่น้องอัล-อัซฮะรีย์นำเสนอสนทนา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Feb 03, 2006 9:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อความของมุหัมหมัด
ถ้าหากคุณอะสันเปลี่ยนจาคำว่า"สิ่งที่ใดปัญญาเข้าไม่ถึง ผมมอบความรู้นั้นกลับไปยังอัลลอฮ" ไปเป็น "เราคง"ถ้อยคำ"(ไม่ใช่ความหมาย)เหล่านั้น อย่างที่พระองค์ทรงบอกไว้ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ความหมายและวิธีการ แล้วผมมอบความรู้นั้นกลับไปยังอัลลอฮ" หากแบบนี้ ถือว่าถูกต้อง
.........................
ตอบ
อันที่จริงไม่ยากจะวกกลับไปอีกในความหมาย ของ "อิสติวาอฺ" แต่อดไม่ได้ที่จะพูดถึงมันอีก เพราะคุณมุหัมหมัดกล่าวว่า
" เราคง"ถ้อยคำ"(ไม่ใช่ความหมาย)เหล่านั้น อย่างที่พระองค์ทรงบอกไว้ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ความหมายและวิธีการ แล้วผมมอบความรู้นั้นกลับไปยังอัลลอฮ" หากแบบนี้ ถือว่าถูกต้อง
.........................
คุณมุหัมหมัดลองมาดูคำแปลของอายะฮที่ 5 ซูเราะฮฏอฮา

الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى

ภาษาไทยแปลว่า
[20.5] ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์
http://www.muslimthai.com/network.php?url=http://www.muslimthaihealth.com
ภาษามาลายูแปลว่า
20. 5. (Yaitu) Tuhan Yang Maha Pemurah. Yang bersemayam di atas 'Arsy

http://www.muslimthai.com/network.php?url=http://www.azizstan.ac.th

ภาษาอังกฤษแปลว่า
[5] (Allah) Most Gracious is firmly established on the throne (of authority).

http://quran.al-islam.com/Targama/DispTargam.asp?nType=1&nSeg=0&l=eng&nSora=20&nAya=5&t=eng
....................
แล้วหากคุณมุหัมหมัดกลับมาเป็นโตะครู แล้วแปลอายะฮนี้เป็นภาษาไทยอย่างไรครับ
เมื่อคุณบอกว่า "คำว่า อิสติวาอฺ" แปลความหมายไม่ได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Feb 04, 2006 4:26 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อความของอัซฮารีบางส่วนดูน่าสนใจ
เอาไว้หลังเรื่องประท้วงเดนมาร์ค และเสร็จงานอื่นๆก่อน
และจะเข้ามาเสวนาด้วยใหม่

วัสสลาม

มุสลิมทั้งในไทย และที่อยู่ต่างประเทศอย่าลืมร่วมเคลื่อนไหวประท้วงเดนมาร์คด้วยนะครับ

ขอฝากไว้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
fais
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 01/09/2005
ตอบ: 84


ตอบตอบ: Sat Feb 04, 2006 3:25 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
อ้างคุณมูหัมมัด

แล้วความหมายใดล่ะ ที่เหมาะสมกับความยิ่งใหญ่กับพระองค์ ระหว่างคำว่า "นั่ง สถิต กับ ปกครอง" !!!
..................
ผมขอตอบว่า
คำทั้งหมดนั้นเมื่อผูดถึ่งซีฟัตของ อัลเลาะห์แล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายด้วยคำว่า

ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Feb 04, 2006 11:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณมุหัมหมัดกล่าวว่า
2. แล้วมีสะลัฟท่านใหนบ้างหรือที่บอกว่า "อัลอิสติวาอ์" ที่อัลเลาะฮ์ทรงพรรณาไว้ให้กับพระองค์นั้น คือการนั่ง
ตอบ
คุณมุหัมหมัดครับ คุณทนงตนว่าคุณเข้าใจส่วนคนอื่นเขาโง่ ที่อิหม่ามมาลิกบอกว่า
الاستواء معلوم،
การอิสติว่าอนั้น เป็นที่รู้กัน" หมายความว่า เมื่อกล่าวถึงคำนี้ในอัลกุรอ่าน คนอาหรับเขาก็รู้ความหมายคำนี้ ดังอัล-กุรอ่านกล่าวถึง คำว่า "อิสติวาอฺ"ไว้ว่า

{‏‏فَإِذَا اسْتَوَيْتَ أَنتَ وَمَن مَّعَكَ عَلَى الْفُلْكِ فَقُلِ الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي نَجَّانَا مِنَ الْقَوْمِ الظَّالِمِينَ‏}‏‏ ‏[‏المؤمنون‏whistling#8207; 28‏>
فَإِذَا اسْتَوَيْتَ أَنتَ وَمَن مَّعَكَ عَلَى الْفُلْكِ فَقُلِ الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي نَجَّانَا مِنَ الْقَوْمِ الظَّالِمِينَ

[23.28> ครั้นเมื่อเจ้า และผู้ที่อยู่ร่วมกับเจ้าได้ขึ้นไปอยู่บนเรือแล้ว ก็จงกล่าวเถิดว่า บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ ผู้ซึ่งทรงให้เรารอดพ้นจากหมู่ชนผู้อธรรม

‏{وَاسْتَوَتْ عَلَى الْجُودِيِّ‏}‏‏ ‏[‏هود‏whistling#8207;44‏>‏،
และมันได้จอดเทียบอยู่ที่ภูเขาญดีย์

คำว่า"อิสติวาอิ" ที่ใช้ในสองอายะฮข้างต้น อิสติวา บนเรือ และ เรืออิสติวาอฺบนภูเขาญูดี ทุกคนก็มองภาพออกว่าหมายถึงอะไร แต่เมื่อนำมาใช้กับอัลลอฮ ซึ่งไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมได้ ท่านอิหม่ามมาลิกจึงอธิบายแล้วว่า
الكيف مجهول؛

รูปแบบของการอิสติวาอ นั้น ไม่เป็นที่รู้ เพราะปัญญาของมนุษย์เข้าไปไม่ถึง หรือ จินตนาการไปไม่ถึง พูดกับพวกคุณไม่ต่างอะไรกับเป่าปี่ให้ควายฟัง ผมจึงค่อนข้างเบื่อมากๆ แต่ อดไม่ได้ คำว่า"อิสติวาอ"ในอายะฮข้างต้น คุณจะตีความเป็นอย่างไร " แปลว่า มีอำนาจปกครองหรือ" แปลว่า เรื่อมีอำนาจปกครองบนภูเขาญูดียหรือครับ มันช่างน่าหัวเราะจริงๆ คำว่า"มะอฺลูม" พวกคุณก็ยังไม่เข้าใจ พูดกันมา เป็นเดือนๆแล้ว คำนี้ ละเหี่ยใจจริงๆ
.......................
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Konyakroo
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/01/2006
ตอบ: 244


ตอบตอบ: Tue Feb 07, 2006 9:42 am    ชื่อกระทู้: การแบ่ง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam บังฮะซันครับกรุณาทำความเข้าใจกับเนื้อหานี้อีกครั้งครับ

ผมยกการถอดความหมายเรื่อง อัลอิสติวาอ์ จากตำราของบรรดาอุลามะที่คุณอัชอารีนำมาให้บังอ่านอีกครั้ง..เพื่อต้องการให้ได้ ความหมายที่ถูกต้อง..และไม่ต้องขัดแย้งกันในเรื่องความเข้าใจแต่ละทัศนะ

Idea เมื่อมีคนมาถามอิม่ามมาลิกถึงเรื่องการขึ้นสถิตย์บนบัลลังก์ของอัลลอฮฺว่าขึ้นอย่างไร
อิม่ามมาลิกตอบว่า “การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้ และวิธีการ(ของการขึ้นอยู่นั้น)ก็มิอาจจินตนาการได้ ขณะที่การอีหม่านต่อมันนั้นเป็นสิ่งวาญิบ ส่วนการถามไถ่ถึงมันนั้นเป็นบิดอะฮฺ และฉันไม่เห็นว่าเจ้าเป็นสิ่งอื่นใดเลยนอกจากเป็นผู้หลงผิดไปแล้ว”

ตอบ

ก่อนอื่น ผมต้องเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า คำกล่าวของอิมามมาลิกนี้ คำที่วะฮาบีย์(โดยเฉพาะบังอะสัน)ชอบนำมาใช้อ้าง แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้ระบุอย่างซอเฮีญะหฺเอาไว้จากอิมามมาลิก คือคำกล่าวสำนวนที่ว่า

سئل رجل الأمام مالك قال ياإمام تقول الأيه : الرحمن على العرش أستوى
كيف أستوى ، فرد عليه الإمام مالك قائلا : الأستواء معلوم والكيف مجهول والسؤال عنه بدعه

มีชายคนหนึ่ง ถามอิม่ามมาลิกว่า "โอ้ท่านผู้นำ ท่านกล่าวถึงโองการที่ว่า(ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์) คำว่า" อัลอิสติวาอ์" นั้นเป็นอย่างไร ? ท่านอิหม่ามมาลิกกล่าวตอบว่า " อัลอิสติวาอ์ นั้น เป็นสิ่งที่รู้กัน และรูปแบบนั้น ไม่ทราบ และการถามเกี่ยวกับมันนั้น เป็นบิดอะฮ์"
ดังนั้น คำๆนี้ไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้องจากอิมามมาลิก(ร.ฏ.) ท่านผู้อ่านโปรดตระหนักด้วยครับ

เรากลับมาพิจารณาในสิ่งที่ไออาเอฟอ้างอิงมา เขานำเสนอว่า

อิม่ามมาลิกตอบว่า “การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้ และวิธีการ(ของการขึ้นอยู่นั้น)ก็มิอาจจินตนาการได้ ขณะที่การอีหม่านต่อมันนั้นเป็นสิ่งวาญิบ ส่วนการถามไถ่ถึงมันนั้นเป็นบิดอะฮฺ และฉันไม่เห็นว่าเจ้าเป็นสิ่งอื่นใดเลยนอกจากเป็นผู้หลงผิดไปแล้ว"

คำกล่าวของอิมามมาลิกตามสำนวนนี้นั้น ซอเฮียะหฺ จากท่านอิมาม มาลิก (ร.ฏ) ครับ โดยท่านอิมาม อัล-บัยฮะกีย์ ได้กล่าวรายงานไว้ ใน หนังสือ อัล-อัสมาอ์ วะ อัศศิฟาต หน้า 379 ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัลอุลูว์ จากคำกล่าวของอิมามมาลิก ลำดับที่ 342 อัลบานีย์ได้กล่าวไว้ใน มุคตะซ๊อร อัลอุลู้ว์ หน้า 141 ผมจะยกสำนวนที่อยู่ในหนังสือ ของท่านอัล-บัยฮะกีย์ เพราะมันตรงกับสิ่งที่ ไออาเอฟนำเสนอมา

ท่านอิมาม มาลิกกล่าวว่า

الاستواء غير مجهول ، والكيف غير معقول ، والإيمان به واجب ، والسوأل عنه بدعة ، وما أراك إلا مبتدعا
" อัลอิตวาอ์ นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่รู้ และวิธีการนั้น ไม่ถูกคิดขึ้นมาได้ และการอีมานต่อมันนั้นเป็นสิ่งที่วายิบ ส่วนการถามถึงมันันั้นเป็นบิดอะฮ์ และฉันไม่เห็นว่าเจ้าแต่อย่างใดเลย นอกจากเป็นผู้ที่หลงทาง"

แต่ไออาเอฟเขาแปลว่าคำว่า " الاستواء غير مجهول" ว่า " การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้" วะฮาบีย์แปลมาได้อย่างไง? ไม่ทราบว่าเคยเรียนภาษาอาหรับมาหรือเปล่า? เที่ยวบิดเบือนโดยแปลทำเป็นหนังสือ ให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อ่าน แบบนี้ไม่ทำให้คนอื่นหลงทางกันหมดหรือย่างไรครับ ซึ่งถ้าหากแปลว่าจากคำอิมามมาลิกที่ว่า"การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้" นั้น ภาษาอาหรับเขาจะอ่านว่า " الاستواء غيرمعلوم " แล้วคำอิมามมาลิกแบบนี้มันเคยมีซะที่ใหนล่ะครับ

งั้นผมขอถามไออาเอฟเป็นกับดักหนูข้อที่อีก คือ" คำว่า""การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้" นี้ เป็นคำของอิมามมาลิกหรือไม่? หากไม่ตอบ คุณไออาเอฟก็จะถูกข้อหาบิดเบือนโกหกคำพูดใส่อิมามมาลิกเป็นกระทงต่อไป และคำว่า "การขึ้นอยู่" นั้น หากจะแปลคำพูดของอิมามมาลิกล่ะก็ ให้ใช้คำว่า"อิสติวาอ์" ทับศัพท์เลย เพราะอิมามมาลิกบอกว่า "อิสติวาอ์" ตามที่อัลเลาะฮ์ได้ทรงกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และตามที่อัลเลาะฮ์ได้ทรงพรรณาคุณลักษณะกับพระองค์เอง

ท่านผู้อ่านครับ เรามาฟังคำอธิบายคำกล่าวของอิมามมาลิกกันสักนิด อิมามมาลิกกล่าวว่า

الاستواء غير مجهول

"อัลอิตวาอ์ นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่รู้"

คือ "อัลอิสติวาอ์นั้น เป็นสิ่งที่ทราบดีว่ามันได้ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และเราก็เชื่อว่ามันได้ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานอย่างนั้นตามที่อัลเลาะฮ์ได้ทรงพรรณาเอาไว้กับพระองค์เอง" แต่วะฮาบีย์บอกว่าเป็นที่ทราบดีในเชิงภาษา"คือการนั่งสถิต" ทั้งที่คำว่าอัลอิสติวาอ์ในเชิงภาษานั้น มีความหมายเป็นสิบความหมาย ตามที่ท่านอัลกุรตุบีย์ ได้กล่าวอธิบายไว้ในเชิงภาษา แล้วอัลกุรอานอายะฮ์ใด หรือหะดิษที่ซอเฮี๊ยะห์ใดหรือ ที่มาบอกและมาจำกัดว่า อัลอิสติวาอ์ คือการนั่ง!! แบบที่วะฮาบีย์จะเอา แต่วะฮาบีย์จะแอบอ้างว่าอิมามอัล-กุรตุบีย์ บอกว่าเป็นที่ทราบดีกันไปเชิงภาษา แต่ก็ไม่ตรงกับที่วะฮาบีย์ต้องการตามเจตนารมณ์ของท่านอัล-กุรตุบีย์ในเชิงภาษา

والكيف غير معقول

"และวิธีการนั้น ไม่สามารถคิด(จินตนาการ)ได้"

หมายความว่า วิธีการของ อัลอิสติวาอ์ นั้น ไม่สามารถจิตนาการได้ว่าเป็นอย่างไร? และไม่สามารถจิตนาการไปว่า คืออัลเลาะฮ์นั่งอยู่บนอะรัช ใดยสัมผัสหนักอึ้งอยู่บนอะรัช ตามเจตนารมณ์ที่อิมามมาลิกต้องการ

งั้นผมมีคำถามดักหนู คือ ผู้ที่เชื่อและกล่าวว่า อัลเลาะฮ์นั่งสัมผัสหนักอึ้งอยู่บนอะรัชนั้น หุกุ่มว่าอย่างไร?

ดังนั้น เรื่องซิฟาตของอัลเลาะฮ์ที่มีความหมายคลุมเครือ ( المشتبهات)ตามความเข้าใจของมนุษย์นั้น อิมามมาลิก ได้ปฏิเสธและคัดค้านในการนำมาพูดกล่าว
ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวไว้ใน ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอ์ ว่า" อิบนุ อัลกอซิม กล่าวว่า ฉันได้ถามอิมามมาลิก ถึงผู้ที่ได้รายงานหะดิษ ซึ่งพวกเขากล่าวว่า

إن الله خلق أدم على صورته

และหะดิษที่ว่า

إن الله يكشف عن ساقه

และหะดิษ

وأنه يدخل يده فى جهنم حتى يخرج من أراد

ดังนั้น อิมามมาลิกให้การปฏิเสธดังกล่าวอย่างมากและห้ามให้คนหนึ่งคนทำการเล่ารายงานหะดิษเหล่านั้น จึงกล่าวแก่อิมามมาลิกว่า "ส่วนหนึ่งจากผู้มีความรู้นั้นได้ทำการพูดรายงานมัน" อิมามมาลิกกล่าวว่า "แล้วเขาผู้นั้นเป็นใคร?" จึงได้รับคำตอบว่า "เขาคือ อิบนุ อิจญฺลาน (กล่าว)จาก อบี อัซฺซินาด" อิมามมาลิกกล่าวว่า "อิบนุอิจญฺลานนั้นไม่รู้สิ่งต่างๆเหล่านี้ และเขาไม่ใช่เป็นคนที่มีความรู้" แล้วอิมามมาลิกก็กล่าวถึง อบี อัซซินาดว่า "เขาก็ยังคงเป็นผู้รับใช้(พวกบนีอุมัยยะฮ์และตามพวกเขา) จนกระทั้งตาย" (ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าในสมัยของราชวงค์บนีอุมัยยะฮ์นั้น ได้เป็นที่แพร่หลายของกลุ่มอัลมุญัสสิมะฮ์) (ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอ์ เล่ม 8 หน้า 103

นี่คือหลักฐานของอุลามมะที่เดินตามสลัฟตัวจริง(สายพันธ์แท้)ตั้งวแต่ศอฮาบะ ตาบีอีน และตาบีอิตตาบีอีน. ที่ถ่ายทอดเรื่อง การให้ความหมายเรื่อง อัลอิสติวาอ์

แต่ถ้าบังยังไม่เข้าใจผมจะยกมาให้อ่านซ้ำอีก หลายๆรอบ

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Feb 07, 2006 1:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kunkonyakroo กล่าวว่า
ท่านอิมาม มาลิกกล่าวว่า

الاستواء غير مجهول ، والكيف غير معقول ، والإيمان به واجب ، والسوأل عنه بدعة ، وما أراك إلا مبتدعا
" อัลอิตวาอ์ นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่รู้ และวิธีการนั้น ไม่ถูกคิดขึ้นมาได้ และการอีมานต่อมันนั้นเป็นสิ่งที่วายิบ ส่วนการถามถึงมันันั้นเป็นบิดอะฮ์ และฉันไม่เห็นว่าเจ้าแต่อย่างใดเลย นอกจากเป็นผู้ที่หลงทาง"
แต่ไออาเอฟเขาแปลว่าคำว่า " الاستواء غير مجهول" ว่า " การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้" วะฮาบีย์แปลมาได้อย่างไง? ไม่ทราบว่าเคยเรียนภาษาอาหรับมาหรือเปล่า? เที่ยวบิดเบือนโดยแปลทำเป็นหนังสือ ให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อ่าน แบบนี้ไม่ทำให้คนอื่นหลงทางกันหมดหรือย่างไรครับ ซึ่งถ้าหากแปลว่าจากคำอิมามมาลิกที่ว่า"การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้" นั้น ภาษาอาหรับเขาจะอ่านว่า " الاستواء غيرمعلوم " แล้วคำอิมามมาลิกแบบนี้มันเคยมีซะที่ใหนล่ะครับ
…………………….
ตอบ
พอเสียที่เถอะน้อง ความเป็นศัตรู กำลังจะเกิดขึ้น เข้าทางชัยฏอนแล้วละคราวนี้ ดังนั้น ทำหน้าที่อธิบายที่ตนเองเชื่อ ไปเถอะ ถ้าเก่งก็อธิบายไป คำว่า”ไม่ทราบว่าเคยเรียนภาษาอาหรับมาหรือเปล่า? เที่ยวบิดเบือนโดยแปลทำเป็นหนังสือ ให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อ่าน แบบนี้ไม่ทำให้คนอื่นหลงทางกันหมดหรือย่างไรครับ”
น้องต้องไม่ลืมว่า คนที่เข้าใจภาษาอาหรับมีมากมาย อย่าไปดูถูกภูมิปัญญาคนอื่น พวกที่น้องประณามว่า”วะฮบีดเบือนศาสนา” ถ้าบิดเบือนจริง ทำไม่จะมีคนเขายอมรับมากขึ้น ระดับปัญญาชนก็มีเยอะ เว็บไซด์ก็มีมากมากมาย ที่พูดนี้ไม่ได้สอน แต่....พอได้แล้ว มาพูดถึงหลักการและหลักฐานของน้องดีกว่า
...........................................
น้อง konyakroo กล่าวว่า
แต่ไออาเอฟเขาแปลว่าคำว่า " الاستواء غير مجهول" ว่า " การขึ้นอยู่นั้นมิอาจล่วงรู้ได้" วะฮาบีย์แปลมาได้อย่างไง? ไม่ทราบว่าเคยเรียนภาษาอาหรับมาหรือเปล่า? เที่ยวบิดเบือนโดยแปลทำเป็นหนังสือ ให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อ่าน แบบนี้ไม่ทำให้คนอื่นหลงทางกันหมดหรือย่างไรครับ
…………………….
ตอบ
คำว่า” الاستواء غير مجهول" แปลว่า ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่รู้ ก็ หมายถึง เป็นทีรู้กัน เป็นความหมายเดียวกับคำว่า معلوم (มะอลูม) ซึ่งมีความหมายว่า สิ่งอันเป็นที่รู้กัน คุณอย่าฉวยโอกาส เอาความผิดพลาดในการโพสต์ข้อความ ของ คุณไออาร์เอฟ มาเล่นงานเขาเลย ครับ

ท่านอิมาม มาลิกกล่าวว่า

الاستواء غير مجهول ، والكيف غير معقول ، والإيمان به واجب ، والسوأل عنه بدعة ، وما أراك إلا مبتدعا
" อัลอิตวาอ์ นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่รู้ และวิธีการนั้น ไม่ถูกคิดขึ้นมาได้ และการอีมานต่อมันนั้นเป็นสิ่งที่วายิบ ส่วนการถามถึงมันันั้นเป็นบิดอะฮ์ และฉันไม่เห็นว่าเจ้าแต่อย่างใดเลย นอกจากเป็นผู้ที่หลงทาง
คำว่า”อิสติวาอ” น้องบอกว่า ทับศัพท์ไปเลย ไม่ให้แปล นั้น มันเป็นความคิดเห็นของน้อง หรือ ว่า ท่านอิหม่ามมาลิกเจ้าของคำพูด เขาสั่งไว้หรือครับ ว่าห้ามแปล และในอายะฮที่ว่า

الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى

มีหะดิษระบุไว้หรือไม่ว่า ห้ามแปลคำว่า “อิสตะวา” คำกริยา استوى ที่ ประกอบด้วย คำบุพบท على เป็น استوى على แปลว่า อย่างไรครับ แล้วมันผิดสถานใดหรือครับ ถ้าจะแปลตามที่ปรากฏในอัลกุรอ่านที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา บอกเอาไว้ ? กรุณาตอบด้วยเถอะ เพราะน้องประณามว่า พวกเราบิดเบือนศาสนา แล้วเป็นกาเฟร ไหมครับ ถ้าแปลตามนั้น ? ตอบมาชัดๆ เพราะน้องกล่าวหาว่าบิดเบือน ร้ายแรงมาก
บังอะสัน ขอให้น้องตอบมาก่อน ก่อนที่จะเลี่ยงไปตอบอย่างอื่น ขอร้องเถอะครับ ขอให้คนที่ชื่อ kunkonyakroo สักคนเถอะครับ ที่จะเอาความบริสุทธิ์ใจมาสนทนากัน
.................
ขอไปทำงานก่อน แล้วจะมาคุย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Konyakroo
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/01/2006
ตอบ: 244


ตอบตอบ: Tue Feb 07, 2006 5:24 pm    ชื่อกระทู้: การแบ่ง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam บังฮะซัน ครับ
แม้ว่าบางที่บังจะใช้อารมณ์โดยระบายออกทางการใช้สือด้านอักษรที่แสดงความไม่พอใจ
กับเรา ซึ่งพบบ่อยครั้งมาก
แต่สำหรับผมและคุณอัชอารี/คุณมูฮำมัด/คุณชุกกรีไม่เคยโกรธและตัดพ้อขับไล่บังให้ไปใช้เว็บอื่นซึ่งก็หลายหน ทีเดียว ที่เราอดทนและก็ให้เกียติ บังตลอดเพราะเราถือว่าเว็บจะต้องมีความเห็นแตกต่างกับเราอยู่แล้ว
แต่ที่เข้ามาก็เพราะต้องการชี้แจงให้บังและสหายเข้าใจแนวทางอื่นบ้างเเท่นั้นแม้บางครั้งผมและเพื่อนๆโดนบังเปรียบเปรยคำหยาบต่างๆนาๆ
แต่นั้นเราถือว่าการหลุดของอารมร์ชั่ววูบของบัง แต่ยังดีที่ไม่เหมือนสหายบังในเว็บอจ.มุรีด
ที่กล่าวทับถมโดยไม่ให้เกียติรผูทีค่อยู่ในทัศนะตรงข้าม
น้อยมากๆครับที่เราจะเป็นผู้เริ่มต้นก่อน บังสามารถยกตัวอย่างคุณอัชอารีไคณฒูฮำมัดได้แทบจะไม่มีคำหยาบเลย นอกจากการล้อเล่นกับบังหรือสวนกลับคำเปียบเปรย

บังถามว่า
Rolling Eyes มีหะดิษระบุไว้หรือไม่ว่า ห้ามแปลคำว่า “อิสตะวา” คำกริยา استوى ที่ ประกอบด้วย คำบุพบท على เป็น استوى على แปลว่า อย่างไรครับ แล้วมันผิดสถานใดหรือครับ ถ้าจะแปลตามที่ปรากฏในอัลกุรอ่านที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา บอกเอาไว้ ? กรุณาตอบด้วยเถอะ
การแปลตามอัลกรุอานไม่มีครว่าบังผิดนีครับ แต่การให้ความหมายนั้นเราต้องระวังให้มากเพราะมันจะไปสร้างความเคลือบแคลงใจคนที่เขาไม่รู้หรืออาวาม อีกอย่างมันอันตรายมากในการให้ความหมายนะครับ
บังว่า
เพราะน้องประณามว่า พวกเราบิดเบือนศาสนา แล้วเป็นกาเฟร ไหมครับ ถ้าแปลตามนั้น ? ตอบมาชัดๆ เพราะน้องกล่าวหาว่าบิดเบือน ร้ายแรงมาก

ลองยกตัวอย่างที่ผมว่ามาสิครับบัง
บังอะสัน ครับผมนั้นมีแต่ความบริสุทธฺใจในการสนทนาครับ แต่ผมว่าบังมีอุปสรรคเรื่องการเปิดใจยอมรับการให้ความหมายของอุลามะนะครับ
.................
ขอไปทำงานก่อน แล้วจะมาคุย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Feb 07, 2006 10:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

น้อง kunkonyakroo กล่าวว่า
การแปลตามอัลกรุอานไม่มีครว่าบังผิดนีครับ แต่การให้ความหมายนั้นเราต้องระวังให้มากเพราะมันจะไปสร้างความเคลือบแคลงใจคนที่เขาไม่รู้หรืออาวาม อีกอย่างมันอันตรายมากในการให้ความหมายนะครับ
บังว่า
………………………….
ตอบ
น้องครับ ที่บังและนักวิชาการส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย กับการตีความ ที่ผิดไปจากความหมายเดิมนั้น ก็เพราะไม่ปรากฏว่า ท่านนบี ศอลฯได้อธิบายเอาไว้ว่า นั้นไม่ใช่ความหมายที่แท้จริง ทั้งที่หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่จะชี้แจง ทำไมสมัยนั้น ก็มีคนที่เขาไม่มีความรู้ แต่ทำไมท่านไม่ทำ เพราะท่านเข้าใจเจตนารมณ์ของอัลกุรอ่านมากกว่าใคร และหลายๆอายะฮ ที่อัลลอฮ(ซ.บ)ว่า

ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير

เชื่อว่า พระองค์นั้นไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน และเราเชื่อว่า พระองค์นั้น ทรงอยู่สูง العلو คือ สูงทางด้านอาตมัน สูงทางด้านเกียรติยศ และสูงทางด้านอำนาจ แต่เราไม่บังอาจ ตีความให้เป็นอย่างอื่น นอกจากยอมรับในสิ่งที่พระองค์ทรงพรรรณาคุณลักษณะของพระองค์เอง
อายะฮที่ว่า
الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى
เราให้ความหมายว่า
20.5] ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์
ซึ่งในภาษามาเลย์เองเขาก็ให้ความหมายว่า
20. 5. (Yaitu) Tuhan Yang Maha Pemurah. Yang bersemayam di atas 'Arsy
เป็นการสถิตจริงๆ เพราะหากมีความหมายว่า “ ทรงอำนาจเหนือบัลลังค์” เราอยากจะถามว่า ทำไมต้องใช้คำว่า อะรัช ทั้งๆที่พระองค์มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ทำไมจึงมาเฉพาะ กับคำว่า “อะรัช” ทำไมไม่ใช้คำว่า الأشياء แทนคำว่า العرش จึงแสดงให้เห็นว่า คำว่า “อิสติวาอฺ” ในอายะฮนี้ ใช้เฉพาะกับ คำว่า العرش ซึ่งเป็นทีรู้กันว่า ความหมายเป็นอย่างไร ดังที่อิหม่ามมาลิกกล่าวว่า
الاستواء غير مجهول
อิสติวาอฺนั้น เป็นสิ่งที่รู้กัน

แต่ เนื่องจาก ว่า
ليس كمثله شىء،
ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์

ท่านอิหม่ามมาลิกจึงอธิบายว่า
والكيف غير معقول

และรูปแบบหรือ วิธีการนั้น ไม่เป็นที่เข้าใจกัน เพราะสติปัญญามนุษย์มิอาจเข้าถึงลักษณะที่แท้จริงได้
แค่นี้ ก็น่าจะพอสำหรับการทำความเข้าใจ โดยไม่ต้องไปตีความ ไปหาความหมายอื่น ซึ่งการเชื่อตามที่ปรากฏในอายะฮ ก็มีหะดิษสนับสนุนมากมายเช่น ท่านหญิงซัยหนับ บินติยะฮชิน กล่าวแก่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมว่า
زوجنيك الرحمن من فوق عرشه

พระเจ้าผู้ทรงเมตตา จากเบื้องบนอะรัชของพระองค์ ทรงแต่งงานดิฉันกับท่าน - รายงานโดยบุคอรี

น้อง konyakroo กล่าวว่า
บังอะสัน ครับผมนั้นมีแต่ความบริสุทธฺใจในการสนทนาครับ แต่ผมว่าบังมีอุปสรรคเรื่องการเปิดใจยอมรับการให้ความหมายของอุลามะนะครับ
..........................................
ตอบ
บังไม่เคยปิดกั้น เพราะคุยกันมานานนมแล้ว และบังไม่เคยประณามอุลามาอฺคนใหน ไม่เคยเอ๋ยชื่อ แต่.. ขอเถอะ อย่าย้อนไปหาเรื่องเก่าเลย เอาเป็นว่าเราคุยกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่.. ก็มีสหายของน้อง เขาไปบ่นรำพึงรำพัน ในเว็บมุรีดว่า ไม่อยากจะให้บังเข้ามาสนทนาในกระทู้ของเขา เพระเขาอึดอัด และยากจะให้อาจารย์เขาเข้ามา จริงๆแล้ว นี้คือที่สาธารณะ ใครจะเข้ามาก็ได้ แต่ควรหยุดเหน็บแหนม เอาวิชาการเพียวๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไน เราสนทนากันในเรื่อง ขออัลลอฮ อัลลอฮทรงรู้ อัลลอฮทรงเห็น หากเราบริสุทธิ์ใจ อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรง ตอบแทนความดีให้แก่เรา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Tue Feb 07, 2006 11:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำว่า "อิสติวาอ์" นั้น วะฮาบีย์จะแปลว่า "นั่งประทับ" ( الجلوس) หากเราขอหลักฐานจากพวกเขาว่า ความหมายนี้ ไปเอามาจากใหน ? ก็ไม่มีใครตอบได้ ? แต่พวกเขาจะแปลอีกความหมายหนึ่งว่า "สถิต" ( الإستقرار ) หากเราขอหลักฐานว่า ใครบ้างที่ให้ความหมายอย่างนี้ ? และเมื่อวะฮาบีย์อ้างมา เราก็จะพบว่า ผู้ที่ให้ความหมายว่า "สถิต" นี้ คือ อัล-กะละบีย์ และ มุกอติล ซึ่งผมได้ถ่ายทอดการวิจารณ์ของบรรดาอุลามาอ์ไปแล้วครับ


ผมได้อ่านหนังสือ ของอัลบานีย์ ที่ชื่อ มุตตะซ๊อร อัล-อุลุ้ว์ ของท่านอัซซะฮะบีย์ หน้าที่ 16 - 17 ซึ่งอัลบานีย์รู้สึกแปลกใจ และไม่ทราบสาเหตุว่า เพราะเหตุใด ท่าน อัซซะฮะบีย์เอง ห้ามการอธิบายความหมาย "อิสติวาอ์" ว่า คือ "การสถิต" ( الإستقرار ) อัลบานีย์ได้กล่าวว่า

" ฉันไม่ทราบว่า อะไรคือสิ่งที่มาห้าม ผู้ประพันธ์หนังสืออัลอุลุ้ว์ (คือท่านอัซซะฮะบีย์) - ขออัลเลาะฮ์ทรงอภัยแก่เขา - จาก(การยอมรับ) ความหมายของ "การสถิต" ( الإستقرار ) เนื่องจากคำกล่าวนี้ และท่านอัซซะฮะบีย์ก็มั่นใจว่า คำพูดที่รายงานนี้ ถูกตำหนิ เสมือนที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วท่านเขา เพราะมันจะผนวจการพาดพิงการนั่งบนอะรัช ไปยังอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) และ คำกล่าวนี้ ก็จะทำให้พาดพิงการ"สถิตบนอะรัช" ให้กับอัลเลาะฮ์(ซ.บ.)ด้วย โดยที่คำกล่าวนี้ไม่ได้มีรายงานมาเลย ดังนั้น จึงไม่อนุญาติให้ทำการ ยึดมั่นมัน(คือการสถิต) และพาดพิงไปยังอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) และด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ท่านจะเห็นว่า ประพันธ์หนังสืออัลอุลุ้ว์ (คือท่านอัซซะฮะบีย์)(ร่อหิมะฮุลลอฮ์) ตำหนิต่อบุคคลที่อยู่หลังจากศตวรรษที่ 300 ที่กล่าวว่า

إن الله استوى استواء استقرار

(คือผู้ที่กล่าวว่า) "แท้จริงอัลเลาะฮ์ทรงอิสติวาอ์ "แบบสถิต"

ซึ่งเหมือนกับที่ท่านจะได้เห็น (การตำหนิการให้ความหมายว่า"สถิต") ในการกล่าวถึง (อบู มุหัมมัด อัลก๊อซซอบ บุคคลลำดับที่ 140) และท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าว(ตำหนิ)อย่างชัดเจน ในขณะที่กล่าวถึงหลักฐาน จาก (ท่านอัล บะฆอวีย์ ลำดับที่ 161) ว่า แท้จริง เขา(คือท่านอัซซะฮะบีย์) ไม่ประทับใจ กับการตัฟซีร "อัลอิสติวาอ์" ว่า "สถิต" (ที่เอามาจากอัล-กะละบีย์และมุกอติล)

แต่ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอัซซะฮะบีย์ ก็ยังตำหนิเป็นอย่างมาก ด้วยการใช้คำว่า ( بداته ) (บิซาติฮี) (ด้วยซาตของพระองค์) ซึ่งท่านได้ตำหนิกับอุลามาอ์กลุ่มหนึ่ง ที่กล่าวว่า "อัลเลาะฮ์อยู่บนอะรัช ด้วยซาตของพระองค์" ซึ่งไม่มีการรายงานมาจากสะลัฟเลย พร้อมกับคำดังกล่าวนั้น เป็นการอธิบายให้กับคำกล่าวของพวกเขาที่ว่า "

استواء الله على خلقه حقيقة استواء يليق بجلاله وكماله

"การอิสติวาอ์ของอัลเลาะฮ์ บนมัคโลคของพระองค์นั้น คืออิสติวาอ์แบบหะกีกัต ที่เหมาะสมยิ่งด้วยความยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ของพระองค์"

โดยที่ท่านอัซซะฮะบีย์ ได้พิจารณาว่า คำๆนี้ มาจาก ( فضول الكلام ) ส่วนเกินจากคำพูด (หากแปลตามภาษาอาหรับเขาพูดกันคือ มาจากคำพูดที่ไร้สาระ) ดังนั้น ท่านจงดู การกล่าวถึง อิบนุอบี ซัยดฺ ลำดับที่ 144 อบูอุมัร อัฏเฏาะละมันกีย์ ลำดับที่ 146 และท่านอบู นัสรฺ อัศซิจญฺซีย์ ลำดับที่ 149 " ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ดู ( มุคติซ๊อร อัลอุลุ้ว์ ลิอะลียิลอะซีม ของ อัลบานีย์ หน้า 16 - 17 ตีพิมพ์ ที่ อัลมักตับ อัลอิสลามีย์)

จากสิ่งที่ผมได้หยิบยกอ้างอิงมานี้ พอจะสรุปได้ว่า ท่านอัซซะฮะบีย์เอง ก็ให้การปฏิเสธ การให้ความหมายว่า "สถิต" เนื่องจากทำให้พาดพิงถึงอัลเลาะฮ์ว่า พระองค์ทรง"นั่ง" อยู่บนอะรัช ดังนั้น การแปลว่า "สถิต" นั้น ท่านอัซซะฮะบีย์ปฏิเสธ การ"นั่ง"ของอัลเลาะฮ์จึงไม่ได้ต้องพูดถึง

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Tue Feb 07, 2006 11:20 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณไออาเอฟ ยังไงก็ตอบคำถามของผมด้วย ส่วนคำตอบการเป็นสะลัฟของอัลอะชาอิเราะฮ์นั้น ผมได้ทำการตอบแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาเสนอที่นี่ เนื่องจากผมอยากได้คำตอบจากคุณบ้างนะครับ


คุณคนอยากรู้ครับ ผมรู้สึกดี เหมือนคนเข้ามาสนทนา และคุณคือสหายของเรา อัลหัมดุลิลลาห์

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
Konyakroo
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/01/2006
ตอบ: 244


ตอบตอบ: Wed Feb 08, 2006 12:08 pm    ชื่อกระทู้: การแบ่ง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บังฮะซันกล่าว่า
ที่บังและ[U]นักวิชาการส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย กับการตีความ ที่ผิดไปจากความหมายเดิมนั้น



Razz ตรงนี่ผมเข้าใจ ทัศนะเดิมของบังครับ เพราะบังและนักวิชาการที่ทัศนะเดียวกันย่อทต้องยึดการไม่ยอให้ความหมายใดๆนอกเหนือ จากอุลามะที่บังตักลีดตามครับเช่นอิหม่ามอิบนุตัยมียะและลูกศิษย์ของท่านฯลฯ เป็นธรรมดาครับในเรื่องนี้ ผมไม่บังครับ เพราะในอดีตท่านอะซันอัลบัศรีย์ท่านก็ตามเอาตัวอักษรในอัลกรุอ่านตรงๆเลยครับโดยไม่ยอมให้ความหมายใดๆ
เมื่ออัลลกรุอานบอกว่าอัลลอฮ์มีมือก็คือมือ..หรืออัลลอฮ์บอกว่าพระองค์ทรงประทับหรือนั่ง ก็คือการนั่งเหมือนเราๆท่านๆนั้นแหละฯลฯ

ที่บังว่า
ก็เพราะไม่ปรากฏว่า ท่านนบี ศอลฯได้อธิบายเอาไว้ว่า นั้นไม่ใช่ความหมายที่แท้จริง ทั้งที่หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่จะชี้แจง ทำไมสมัยนั้น ก็มีคนที่เขาไม่มีความรู้ แต่ทำไมท่านไม่ทำ เพราะท่านเข้าใจเจตนารมณ์ของอัลกุรอ่านมากกว่าใคร

Rolling Eyes ผมขอตอบว่า คนสมัยท่านนบีนั้นขณะนั้นศาสนาอิสลามกดำลังทำการเผยแพร่อยู่นะครับแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ การเผยแพร่ของอัลลออ์ผ่านท่านนบี อันดับแรกคือให้เรา รู้จักอ่าน(อิกกะเราะ)รู้จักคิด โดยใช้ปากกา โดยเน้นเรื่องเตาฮีดและการยึดมั่นในการรู้จักต่อพระองค์ก่อน
การเผยครั้งนั้น มีทั้งคนมุชรีกีน และญาฮาลียะฯลฯปะปนกัน เมื่อท่านนบีเผยแพร่ในเรื่องเตาฮีดของ อัลลอฮ์ มีทั้งคนสนใจและไม่สนใจพร้อมกัน บางคนก็ยอมรับนับถืออิสลามโดยการศรัทธาบางคนด้วยเหตุผลอื่น และโองการที่เรากล่าวถึงนั้น ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงในการเผยแพร่ขณะนั้น และโองการที่เราพิพาทกันนี้มาทีหลังโดยเน้นให้เราได้เกรงกลัวและเช่อในกุดรัตของพระองค์ ในการสร้างมัคโลคที่พระองค์ยกมาให้เราฟัง
บังว่าทำไมไม่มีใครสงสัยละว่าพระองค์นั่งอย่างไร

Twisted Evil บังครับปัญหาหรือคำถามทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมานั้น เกิดจากเจตนาของพระองค์ทั้งสิ้นว่าจะให้มีหรือไม่กับปัญหาตรงนั้น บรรดาผู้ศรัทธาบางกลุ่มอัลลออ์อาจประสงค์ปิดใจไม่ใหก้ถามก็ได้

แต่มายุคหลัง ตาบีอีตาบีน ที่มีความเปลี่ยนแปลงเช่นสมัยของการเรืองอำนาจในราชวงค์อุมัยยะ
การอยากรู้ การแข่งขันทางศึกษาและค้นคว้าได้เกิดขึ้นมาก ความเปลี่ยนทางการเมืองก็ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนต้องศึกษาหาความถูกต้อง

Crying or Very sad ดังนั้นมีฮาดีสที่ท่านนบีเคยกล่าวว่า
ใน ยุคหลังจากท่าน(นบี)นั้น
พวกท่าน(คือพวกเรา)เท่านั้นจะเป็นผู้รู้ดีและหลายๆอย่างจะเกิดความวุ่นวายมากมาย ดังนั้นท่านคือผู้อยู่ยุคหลังจะเป็นผู้ที่รูดีกว่าฉัน
บังครับ ในเมื่ออัลลอฮ์ก็ไม่ได้ห้ามในการให้ความหมายที่เกิดจากข้อความคุลมเคลือและเคลือบแคลงอันก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แต่คนยุคหลัง ท่านนบีก็สนับสนุนในกิจการในดุนยาโดยให้เราๆท่านตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อภาพลักษร์ของศาสนา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอุลามะยุคก่อนที่ได้ให้ความหมายจะมาบิดเบือนอัลกรุอานนะครับ อันี้ถือว่าทำไม่ได้

บางเฉพาะข้อความที่เกิดสองแง่สองมุมเท่านั้นตรงนี้ต้องอาศัยอุลามะด้านภาษเข้ามาช่วยนะครับ
ไม่ใช่เนราจะมาตีความกันเองอายะฮ ที่อัลลอฮ(ซ.บ)ว่า

Confused ฉนั้น ถ้ามีการนำข้อความการให้ความหมายต่อสาธารณชนจากคำที่ว่า

แท้จริง อัลออฮ์ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ภายใน6 วัน หลังจากนั้นพระองค์ทรงนั่งบัลลังก์และทรงบริหารกิจการ ฯลฯ นี้คอการให้ความหมายในทัศนะของบกลุ่มของบัง ที่เชื่อว่าไม่มีความจำเป็นในการตีความแล้ว หรือการอัลอิสติวาอ์

และกับการให้ความหมายในทัศนะของเราที่ว่า
***แท้จริง อัลออฮ์ทรงสร้างฟ้าและแผ่ดิน ภายใน6 วัน หลังจากนั้นพระองค์ทรงปกครองเหนือนั่งบัลลังก์ และทรงบริหารกิจการ ฯลฯ

ที่นี้เรามาพิจราณาในโองการที่บังยกมาบ้าง
อายะที่ว่า
ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير
เชื่อว่า พระองค์นั้นไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน และเราเชื่อว่า พระองค์นั้น ทรงอยู่สูง العلو คือ สูงทางด้านอาตมัน สูงทางด้านเกียรติยศ และสูงทางด้านอำนาจ

Idea ตรงนี้แหละครับ ที่ทางอุลามะอาชาอิเราะเขาถือว่ามีความ สอดคล้องและเหมาะสมกับความหมายที่ว่า เมือพระองค์ไม่เหมือนสิ่งใด จะให้พระองค์ทรงประทับได้อย่างไรและต้องพึงพาสิ่งที่คล้ายกับมัคโลกได้อย่างไร และสำหรับพระองค์นั้นทรงสูงส่งยิ่งนัก...
มิติในการมองต่างมุม... ของอุลมะมัสหับชาฟีอี อากีดะอาชาอิเราะ ..ถือว่า
****อัลลออ์นั้นไม่เหมาะและไม่บังควรที่จะให้ความหมายที่เข้าใจว่าพระองค์นั้นทรงเหน็ดเหนื่อยเลยต้องพึ่งพาทีนั่ง โดยมีบัลลังก์รองรับการประทับของพระองค์ดังนั้น
Question ผมขอถามบังว่า คำถามเก่าๆที่ว่า จะให้เขา(คนที่ไม่มีความรู้หรือคนต่างศานิกเข้าใจอย่างไรดีละกับความหมายในกลุ่มของบังที่ว่า พระองค์นั้นทรงประทับบนบังลังก์...
เหมาะสมหรือไม่กับคำที่ว่า
ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير
เมื่อคำนี้พรรณาว่าพระองค์ไหมือนสิ่งใด แล้ว ทำไมบังต้องตามการให้ความหมายที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในอัตมันและซีฟัตของอัลลอฮ์ละครับ

Embarassed ฉนั้นการอิสติวาอฺนั้น เป็นสิ่งที่รู้กัน ในบรรดาอุลามะยุคก่อนๆจำต้องใช้กันเพื่อ
ให้เกิดความเข้าใจต่อชนรุ่นหลังและเหมาะสมกับคุณลักษณะของพระองค์อย่างแท้จริง
และเราไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือด้วยการให้เกียติและเถิดทูนต่ออัลลออ์อัสวัญญละเท่านั้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Konyakroo
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/01/2006
ตอบ: 244


ตอบตอบ: Wed Feb 08, 2006 12:50 pm    ชื่อกระทู้: การแบ่ง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บังกล่าวว่า
น้องครับ ที่บังและนักวิชาการส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย กับการตีความ ที่ผิดไปจากความหมายเดิมนั้น ก็เพราะไม่ปรากฏว่า ท่านนบี ศอลฯได้อธิบายเอาไว้ว่า นั้นไม่ใช่ความหมายที่แท้จริง ทั้งที่หากมีความจำเป็นจริงๆ ที่จะชี้แจง ทำไมสมัยนั้น ก็มีคนที่เขาไม่มีความรู้ แต่ทำไมท่านไม่ทำ เพราะท่านเข้าใจเจตนารมณ์ของอัลกุรอ่านมากกว่าใคร
บังครับ อันนี้บังเข้าใจแคบไปนิดนะครับ หลังจากท่านบีวาฟาต ก็ยังมีซฮาบะ เช่นท่านอบูบักร์ ท่านอุมัน ท่านอุษมาน ท่านอาลี(รด) ก็เคยอรรถธิบายอัลกรุอานนี้ครับ นอกจากนั้น ท่านอับบาส ท่านอินุอับบาส ท่านอับดุลลลออ์ อินีอุมัรก็เคยอธิบายอัลกรุอานมากมายด้วยกันนะครับ

ที่บังว่า
الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى
เราให้ความหมายว่า
20.5] ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์
ซึ่งในภาษามาเลย์เองเขาก็ให้ความหมายว่า
20. 5. (Yaitu) Tuhan Yang Maha Pemurah. Yang bersemayam di atas 'Arsy
เป็นการสถิตจริงๆ เพราะหากมีความหมายว่า “ ทรงอำนาจเหนือบัลลังค์” เราอยากจะถามว่า ทำไมต้องใช้คำว่า อะรัช ทั้งๆที่พระองค์มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ทำไมจึงมาเฉพาะ กับคำว่า “อะรัช” ทำไมไม่ใช้คำว่า الأشياء แทนคำว่า العرش จึงแสดงให้เห็นว่า คำว่า “อิสติวาอฺ” ในอายะฮนี้ ใช้เฉพาะกับ คำว่า العرش ซึ่งเป็นทีรู้กันว่า ความหมายเป็นอย่างไร ดังที่อิหม่ามมาลิกกล่าวว่า
الاستواء غير مجهول
อิสติวาอฺนั้น เป็นสิ่งที่รู้กัน

แต่ เนื่องจาก ว่า
ليس كمثله شىء،
ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์

ท่านอิหม่ามมาลิกจึงอธิบายว่า
والكيف غير معقول

และรูปแบบหรือ วิธีการนั้น ไม่เป็นที่เข้าใจกัน เพราะสติปัญญามนุษย์มิอาจเข้าถึงลักษณะที่แท้จริงได้
แค่นี้ ก็น่าจะพอสำหรับการทำความเข้าใจ โดยไม่ต้องไปตีความ ไปหาความหมายอื่น ซึ่งการเชื่อตามที่ปรากฏในอายะฮ ก็มีหะดิษสนับสนุนมากมายเช่น ท่านหญิงซัยหนับ บินติยะฮชิน กล่าวแก่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมว่า
زوجنيك الرحمن من فوق عرشه
พระเจ้าผู้ทรงเมตตา จากเบื้องบนอะรัชของพระองค์ ทรงแต่งงานดิฉันกับท่าน - รายงานโดยบุคอรี

และถ้าบังยอมรับอุลามะของอัลลออ์(ซบ)แล้วผมจะขอยกการถอดความหมายภาษาอาหรับจากคุณอัลอัชอารีในตำราของอุลามะในแนวทางอัชชาฟีอีให้บังอ่านอีกครั้งแล้วกันนะครับ

Idea คำว่า "อิสติวาอ์" นั้น วะฮาบีย์จะแปลว่า "นั่งประทับ" ( الجلوس) หากเราขอหลักฐานจากพวกเขาว่า ความหมายนี้ ไปเอามาจากใหน ? ก็ไม่มีใครตอบได้ ? แต่พวกเขาจะแปลอีกความหมายหนึ่งว่า "สถิต" ( الإستقرار ) หากเราขอหลักฐานว่า ใครบ้างที่ให้ความหมายอย่างนี้ ? และเมื่อวะฮาบีย์อ้างมา เราก็จะพบว่า ผู้ที่ให้ความหมายว่า "สถิต" นี้ คือ อัล-กะละบีย์ และ มุกอติล ซึ่งผมได้ถ่ายทอดการวิจารณ์ของบรรดาอุลามาอ์ไปแล้วครับ

ผมได้อ่านหนังสือ ของอัลบานีย์ ที่ชื่อ มุตตะซ๊อร อัล-อุลุ้ว์ ของท่านอัซซะฮะบีย์ หน้าที่ 16 - 17 ซึ่งอัลบานีย์รู้สึกแปลกใจ และไม่ทราบสาเหตุว่า เพราะเหตุใด ท่าน อัซซะฮะบีย์เอง ห้ามการอธิบายความหมาย "อิสติวาอ์" ว่า คือ "การสถิต" ( الإستقرار ) อัลบานีย์ได้กล่าวว่า

" ฉันไม่ทราบว่า อะไรคือสิ่งที่มาห้าม ผู้ประพันธ์หนังสืออัลอุลุ้ว์ (คือท่านอัซซะฮะบีย์) - ขออัลเลาะฮ์ทรงอภัยแก่เขา - จาก(การยอมรับ) ความหมายของ "การสถิต" ( الإستقرار ) เนื่องจากคำกล่าวนี้ และท่านอัซซะฮะบีย์ก็มั่นใจว่า คำพูดที่รายงานนี้ ถูกตำหนิ เสมือนที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วท่านเขา เพราะมันจะผนวจการพาดพิงการนั่งบนอะรัช ไปยังอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) และ คำกล่าวนี้ ก็จะทำให้พาดพิงการ"สถิตบนอะรัช" ให้กับอัลเลาะฮ์(ซ.บ.)ด้วย โดยที่คำกล่าวนี้ไม่ได้มีรายงานมาเลย ดังนั้น จึงไม่อนุญาติให้ทำการ ยึดมั่นมัน(คือการสถิต) และพาดพิงไปยังอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) และด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ท่านจะเห็นว่า ประพันธ์หนังสืออัลอุลุ้ว์ (คือท่านอัซซะฮะบีย์)(ร่อหิมะฮุลลอฮ์) ตำหนิต่อบุคคลที่อยู่หลังจากศตวรรษที่ 300 ที่กล่าวว่า

إن الله استوى استواء استقرار

(คือผู้ที่กล่าวว่า) "แท้จริงอัลเลาะฮ์ทรงอิสติวาอ์ "แบบสถิต"

ซึ่งเหมือนกับที่ท่านจะได้เห็น (การตำหนิการให้ความหมายว่า"สถิต") ในการกล่าวถึง (อบู มุหัมมัด อัลก๊อซซอบ บุคคลลำดับที่ 140) และท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าว(ตำหนิ)อย่างชัดเจน ในขณะที่กล่าวถึงหลักฐาน จาก (ท่านอัล บะฆอวีย์ ลำดับที่ 161) ว่า แท้จริง เขา(คือท่านอัซซะฮะบีย์) ไม่ประทับใจ กับการตัฟซีร "อัลอิสติวาอ์" ว่า "สถิต" (ที่เอามาจากอัล-กะละบีย์และมุกอติล)

แต่ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอัซซะฮะบีย์ ก็ยังตำหนิเป็นอย่างมาก ด้วยการใช้คำว่า ( بداته ) (บิซาติฮี) (ด้วยซาตของพระองค์) ซึ่งท่านได้ตำหนิกับอุลามาอ์กลุ่มหนึ่ง ที่กล่าวว่า "อัลเลาะฮ์อยู่บนอะรัช ด้วยซาตของพระองค์" ซึ่งไม่มีการรายงานมาจากสะลัฟเลย พร้อมกับคำดังกล่าวนั้น เป็นการอธิบายให้กับคำกล่าวของพวกเขาที่ว่า "

استواء الله على خلقه حقيقة استواء يليق بجلاله وكماله

"การอิสติวาอ์ของอัลเลาะฮ์ บนมัคโลคของพระองค์นั้น คืออิสติวาอ์แบบหะกีกัต ที่เหมาะสมยิ่งด้วยความยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ของพระองค์"

โดยที่ท่านอัซซะฮะบีย์ ได้พิจารณาว่า คำๆนี้ มาจาก ( فضول الكلام ) ส่วนเกินจากคำพูด (หากแปลตามภาษาอาหรับเขาพูดกันคือ มาจากคำพูดที่ไร้สาระ) ดังนั้น ท่านจงดู การกล่าวถึง อิบนุอบี ซัยดฺ ลำดับที่ 144 อบูอุมัร อัฏเฏาะละมันกีย์ ลำดับที่ 146 และท่านอบู นัสรฺ อัศซิจญฺซีย์ ลำดับที่ 149 " ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ดู ( มุคติซ๊อร อัลอุลุ้ว์ ลิอะลียิลอะซีม ของ อัลบานีย์ หน้า 16 - 17 ตีพิมพ์ ที่ อัลมักตับ อัลอิสลามีย์)

จากสิ่งที่ผมได้หยิบยกอ้างอิงมานี้ พอจะสรุปได้ว่า ท่านอัซซะฮะบีย์เอง ก็ให้การปฏิเสธ การให้ความหมายว่า "สถิต" เนื่องจากทำให้พาดพิงถึงอัลเลาะฮ์ว่า พระองค์ทรง"นั่ง" อยู่บนอะรัช ดังนั้น การแปลว่า "สถิต" นั้น ท่านอัซซะฮะบีย์ปฏิเสธ การ"นั่ง"ของอัลเลาะฮ์จึงไม่ได้ต้องพูดถึง

ผมหวังว่าสิ่งผมนำเสนอเพื่อให้บังอ่านทบทวนการให้ความหมายในแนวทางของอีหม่ามชาฟีอี บังคงเข้าใจและคงยอมรับในการแสดงออกในตำราของอุลามะที่อัลลอฮ์ทรงสร้างมาเพื่อทำหน้าที่แจกแจงความรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ได้เป็นอย่างดีนะครับ

คุณอัชอารีครับ ผมว่าหลักฐานที่คุณนำมาเพื่อชี้แจงให้บังและสหายนั้นมีสาระและประโยชน์มาเลยครับ ขออัลลออ์ทรงประทานความรู้ที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ให้คุณไม่มีวันสิ้นสุดนะครับ

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Konyakroo
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/01/2006
ตอบ: 244


ตอบตอบ: Wed Feb 08, 2006 12:58 pm    ชื่อกระทู้: การแบ่ง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam คุณอัลอัชอารี คุณมูฮำมัด คุณ อัลฟารุก

กลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ ผมจะจองตัวไปบรรยายธรรมแถวบ้านผมทั้ง3 คนเลยครับ ดีไหมครับ*********************

คุณอัชอารีครับ ทุกคำพูดที่คุณเผยแพร่และตอบโต้กันมาบนเน็ททั้งหมดนี่...อยากได้หลักฐานที่เป็นรูปเล่มภาษาไทยเพื่อพิมพ์เป้นแล้วดีไมครับ

โดยเปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่เป็น แก้คำใส่ไคล้ของวะฮาบีย์ ที่มีต่อมัสหับทั้ง4 ดีไหมครับ

Laughing ฮันแนะคุณมูฮำมาดยิ้มออกเลยนะครับ คักๆๆๆๆๆ

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  ถัดไป
หน้า 7 จากทั้งหมด 8

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.22 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004