ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 25, 26, 27, 28  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
fais
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 01/09/2005
ตอบ: 84


ตอบตอบ: Wed Jan 04, 2006 11:46 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
คุณ AL-AZHARY Y..
ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้สอนในมัสยิด อัลฮะรอม มักกะ นะหรือ ที่จะเป็นผู้ที่โกหกเก่ง คุณต่างหากละที่มี่ความไม่รู้และโกหก
เคยมีบางคนที่ถามผมว่า "เมื่อมาลัยกะห์ถาม อีมาม ซาฟีอี มาลิกี ฮัมบาลี ฮานาฟี และอีหม่ามต่างในกูโบร์ว่า คุณอยู่แนวของพวกเขาหรือเปล่า และ พวกอีหม่ามเหล่านั้นก็ไม่ยอมรับ แล้วคุณจะทำอย่างไร? "นี่แหละเป็นคำถามของพวกที่ ตาอาซุบ ในความคิดของตัวเอง หรือบางทีเขาอาจจะได้รับความรู้มาจากท่าน คณาจารย์ที่มีทัศนะอย่างคุณ AL-AZHARY ก็เป็นได้
salam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Wed Jan 04, 2006 8:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณฟาอิสกล่าวว่า

เคยมีบางคนที่ถามผมว่า "เมื่อมาลัยกะห์ถาม อีมาม ซาฟีอี มาลิกี ฮัมบาลี ฮานาฟี และอีหม่ามต่างในกูโบร์ว่า คุณอยู่แนวของพวกเขาหรือเปล่า และ พวกอีหม่ามเหล่านั้นก็ไม่ยอมรับ แล้วคุณจะทำอย่างไร? "

ผมขอกล่าวว่า

คำอ้างนี้ นำมาเป็นหลักฐานในเรื่องตำหนิการสังกัดมัซฮับไม่ได้หรอกครับ และผู้ที่ถามนั้น ก็ถามไม่ถูกต้อง และเป็นการถามที่ของผู้ที่ไม่รู้หลักการอัลอิสลาม เขาถามเหมือนกับอุลามาอ์บางคน ที่บอกว่า มะลาอิกะฮ์ จะไม่ถามเขาเกี่ยวกับเรื่องมัซฮับ ถามและบอกในสิ่งที่หลักการอิสลามไม่ได้บอกระบุไว้ เหมือนกับสมมุติขึ้นมา เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามยอมรับในการตะอัศศุบแนวทางของตน ดังนั้น ทั้งคนที่มาถามคุณและอุละมาอ์ที่บอก ก็พอๆกัน


คุณฟาอิสกล่าวว่า

ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้สอนในมัสยิด อัลฮะรอม มักกะ นะหรือ ที่จะเป็นผู้ที่โกหกเก่ง คุณต่างหากละที่มี่ความไม่รู้และโกหก

ผมขอกล่าวว่า

อันนี้ ผมไม่ทราบข้อเท็จจริงได้ แต่หากว่าอุลามาอ์ของคุณพูดจริง เท่ากับว่าน้องอัลอัซฮะรีย์โกหก แต่หากว่าอุลามาอ์ของคุณพูดบิดเบือนตามที่น้องเขาได้ยืนยันเอาไว้ล่ะก็ คุณจะเป็นคนที่โกหกสองเท่า เหมือนกับที่น้องเขาเคยยกอัลกุรอานไว้ว่า "อัลเลาะฮ์ทรงเป็นพยานว่า แท้จริง บรรดาพวกมุนาฟิกนั้น คือผู้ที่โกหก "


ไปล่ะครับ แค่เข้ามาทักทายน่ะครับ

วัสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
fais
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 01/09/2005
ตอบ: 84


ตอบตอบ: Sun Jan 15, 2006 2:11 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
คำว่า "อะห์ซัน อามาลา "ในตันๆของ ซูเราะห์ มุลก์นั้น ผมหวังว่าคุณมูหัมมัด จะไม่นำมาแปลเป็น บิดอะห์ฮาซานะห์ นะครับ
ดุอาที่เราขออยู่ทุกวัน "รอบบานา อาตีนา ฟิดดนยา ฮาซานะห์"อัลฮาซัน อัลบัซรี(กีบาร์ อัตตาบีอีน) ให้ความหมายว่า เป็นคำขอความรู้และอามัลที่ถูกต้องตามกีตาบและซุนนะห์ เพื่อที่จะนำในทาง อาคีเราะห์ที่ ฮาซานะห์"หวังว่าคุณมูหัมมัด จะไม่เอามารวมเป็น บิดอะห์ ฮาซานะห์ด้วย นะครับ
ทั้งในฮาดิษ และ อัลกุรอ่าน กล่าวไว้อย่างชัดเจน ว่าทำอามัลอีบาดัตตามแบบฉบับของท่านรอซุล Solallah นั้นเป็นทางที่ตรง,ทางนำที่สุด เพราะฉะนั้น ใคร(อูลามะห์ที่ดี)ก็ตามที่มาบอกกล่าว ในเรื่องนี้และสายสืบ ซอเฮียะ ก็จงรับไว้และทางตรงกันข้าม หากมีใครก็ตามมาบอกกล่าวและขัดกับ อัซซุนนะห์ เราก็ปัดมันทิ้งเสีย ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นการกระทำบิดอะห์อย่างไม่รู้ตัว
คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่า ทำไมท่าน รอซูล Solallah ถึ่งได้เน้นนักคำว่าบิดอะห์และยังกล่าวอีกว่าไม่ใช่ทางของฉัน บางที่ก็ถึงกับว่า ดอลาละห์ ฟินนาร์ นี้แสดงว่าท่านรอซูล Solallah รู้ว่าตอไปข้างหน้าจะมีคนพวกประเภทนี้มากมายที่ไม่เข้าใจในอัซซุนนะห์หรืออาจจะไม่รู้และคิดว่ากระทำไปแล้วคงไม่เป็นไรโดยไม่ศึกษามาก่อนหรือว่ากระทำไปโดยทางนำของ อัซซัยตอน
มีฮะดิษอยู่บทหนึ่งที่สื่อความหมายว่า ผู้ที่กระทำความชั่วและต่อมามีผู้เอาการกระทำอันนั้นมาเป็นเยี่ยงอย่าง บาปนั้นก็จะตกเป็นของผู้ที่เป็นต้นฉบับด้วยโดยบาบของผู้ที่เอามาเป็นเยี่ยงอย่างจะไม่ลดเลย อย่างนี้เป็นต้น ลองคิดดูสิครับว่าถ้าคุณไม่หยุดการกระทำบิดอะห์ คุณยอมหรือที่จะรับบาปอันนั้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว หรือแม้แตลูก ๆหลานๆ เพื่อนๆ ของคุณเองก็จะรับไปกระทำกัน
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 4:44 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อวันก่อน ผมเข้ามาอ่าน สิ่งที่น้องอัลอัซฮะรีย์ชี้แจงการบิดเบือนของ อุลามาอ์ของคุณ ที่ชื่อ อัลมะซูมีย์ แต่เปิดมาวันนี้ มันหายไปใหนแล้วล่ะครับ แบบนี้คุณฟาอิสไม่กระจ่างนะซิเนี่ย

ทำไมไงดีล่ะครับ แต่งหนังสืออ้างอิงบิดเบือนนี้ เป็นบิดอะฮ์ไหมครับ ?? และคนรุ่นๆต่อไปที่หลงเชื่อนั้น ผู้แต่รับบาปยันกิยามะฮ์หรือเปล่าครับเนี่ย ?
Very Happy
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซุกกรี
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/01/2006
ตอบ: 26


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 10:48 am    ชื่อกระทู้: มัสฮับสาลาฟียะและมัสฮับทั้ง4 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam [B]อัสลามมูอาลัยกมคุณมูฮำมัดคุณอัลอัชอารี ผมเฝ้าสังเกตการนำเสนอของคุณมานานแล้วครับ....แต่พอจะเข้ามา เว็ปไซด์ขัดข้องครับ

..ชอบลีลาการตอบของทั้สองครับ ชัดเจนและคมคายดีมาก มีญาตผมอยุ่คนหนึ่งครับ เขากับผมเป็นเพื่อนกัน วันก่อนเขาไปเรียนปอเนาะแถวภาคใต้แห่งหนึ่งครับแต่เป็นแนวของลามัสหับหรือแนวของอัลดุลวะฮาบนะครับ...
เขาคุยกับผมว่า..พอใจมากเลยแนวทางนี่ไม่ยุ่งยากเลย เพราะเวลาอยู่กับผู้หญิงโดนกันก็ไม่ต้องเอานำละหมาดและพอมีภรรยาก็สะดวกด้วย.. ไม่เหมือนของคณะเก่า (แนวของอีหม่ามชาฟีอี) คือโนผู้หญิงที่นิกะกันได้เสียนำละหมาด เขาบอกว่าเขารำคาญ และอ้างถึงอัลลออ์ว่าศาสนาไม่ได้ทำให้เจ้าเกิดความลำบาก
ปัจจุบันนี้ผมก็พยามแนะนำเขานะครับแต่อยากให้คุณมูฮำมัดแคณฮัชอารีหรือผู้รู้ท่านเองช่วยแนะนำด้วย ว่างๆผมจะชวนเขามาอ่านในเว็ปครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 3:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
เรียนคุณ ชุกกรี
ผมขอแนะนำว่า หากคุณต้องการให้ญาตคุณ กลับมาสังกัดมัซฮับเหมือนเดิม คุณก็เอาหลักฐานจากอัลกุรอ่านและอัลหะดิษ ไปบอกเขาซิครับ ว่า อัลลอฮและ ท่านนบี ศอลฯ เรียกร้องให้มุสลิมสังกัดมัซฮับ แต่ถ้าคุณไม่มีอะไรที่จะนำเสนอเขา ก็โปรดหันมามองตัวเองเถิดครับ ว่า ควรจะทำอย่างไร
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 3:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ข้อความของคุณมุหัมหมัด
เมื่อวันก่อน ผมเข้ามาอ่าน สิ่งที่น้องอัลอัซฮะรีย์ชี้แจงการบิดเบือนของ อุลามาอ์ของคุณ ที่ชื่อ อัลมะซูมีย์ แต่เปิดมาวันนี้ มันหายไปใหนแล้วล่ะครับ แบบนี้คุณฟาอิสไม่กระจ่างนะซิเนี่ย
ทำไมไงดีล่ะครับ แต่งหนังสืออ้างอิงบิดเบือนนี้ เป็นบิดอะฮ์ไหมครับ ?? และคนรุ่นๆต่อไปที่หลงเชื่อนั้น ผู้แต่รับบาปยันกิยามะฮ์หรือเปล่าครับเนี่ย ?
...............
ตอบ
มันน้ำเน่าเต็มทีแล้วครับ คุณมุหัมหมัด ใหนเรื่องบิดอะฮหะสะนะฮของคุณที่คุณว่า จะมานอ็ค พวกวะฮบีย์ ล่ะครับท่าน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซุกกรี
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/01/2006
ตอบ: 26


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 5:33 pm    ชื่อกระทู้: มัสหับสาลาฟียะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam บังหะซันจริงๆแล้วผมแค่อยากฟังข้อเสนอแนะของคุณมูฮำมัดและคุณอัลอัชอารีก่อนเท่านั่น
คุณหะสันกล่าว่า....
เรียนคุณ ชุกกรี
-- Very Happy ผมขอแนะนำว่า หากคุณต้องการให้ญาตคุณ กลับมาสังกัดมัซฮับเหมือนเดิม คุณก็เอาหลักฐานจากอัลกุรอ่านและอัลหะดิษ ไปบอกเขาซิครับ ว่า อัลลอฮและ ท่านนบี ศอลฯ เรียกร้องให้มุสลิมสังกัดมัซฮับ แต่ถ้าคุณไม่มีอะไรที่จะนำเสนอเขา ก็โปรดหันมามองตัวเองเถิดครับ ว่า ควรจะทำอย่างไร

ตอบ...
- Razz ถ้ายังงั้นผมก็ถามคุณหะซันด้วยว่า...ให้บังยกอัลกรุอ่าน และอัลฮาดีส มาสักบทด้วยครับ ที่ว่า
อัลลอฮ์และท่านรอซูลใด้สั่งห้เราๆท่านๆสังกัดมัสหับที่เขาเรียกกันว่าวาฮาบีย์ด้วย
และถ้าคุณเองไม่มีอะไรเป็นหลักฐานชัดเจนโดยตรงว่าเป็นคำสั่งจากอัลลออ์และท่านรอซูลแล้ว
ก็อย่าพูดอะไรมาลอยๆดีกว่า..ผมนี่แหละจะเกลี้ยกล่อมเพื่อนผมเอง..ตอนนี้เพื่อนผมก็เริ่มกลับเข้ามาเข้าใจประมาณ50-50แล้วครับ เมื่อก่อนนั้นเขาไม่มีพื้นฐานเลยเรื่องการตักลีดตามมัสหับ
เลยโดนชักจูง จากเครูและเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน.....

คูณหะสันไม่ต้องคิดมากหรอกครับ หาหลักฐานให้ผมด้วย ถ้ามีผมก็ถือว่าบังนะผมยอมเลยแล้วกัน

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 9:17 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณชุกรีกล่าวว่า
ถ้ายังงั้นผมก็ถามคุณหะซันด้วยว่า...ให้บังยกอัลกรุอ่าน และอัลฮาดีส มาสักบทด้วยครับ ที่ว่า
อัลลอฮ์และท่านรอซูลใด้สั่งห้เราๆท่านๆสังกัดมัสหับที่เขาเรียกกันว่าวาฮาบีย์ด้วย
และถ้าคุณเองไม่มีอะไรเป็นหลักฐานชัดเจนโดยตรงว่าเป็นคำสั่งจากอัลลออ์และท่านรอซูลแล้ว
ก็อย่าพูดอะไรมาลอยๆดีกว่า..ผมนี่แหละจะเกลี้ยกล่อมเพื่อนผมเอง..ตอนนี้เพื่อนผมก็เริ่มกลับเข้ามาเข้าใจประมาณ50-50แล้วครับ เมื่อก่อนนั้นเขาไม่มีพื้นฐานเลยเรื่องการตักลีดตามมัสหับ
เลยโดนชักจูง จากเครูและเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน.....
คูณหะสันไม่ต้องคิดมากหรอกครับ หาหลักฐานให้ผมด้วย ถ้ามีผมก็ถือว่าบังนะผมยอมเลยแล้วกัน
…………………….
ตอบ
ใจเย็นๆครับคุณชุกรี แสดงว่า ที่คุณสังกัดมัซฮับ คุณไม่มีหลักฐานจากอัลกุรอ่านและหะดิษ คุณแค่ตามเขาว่า เท่านั้น คุณชุกรีครับ เรื่อง การสังกัดมัซฮับ เป็นเรื่องเกี่ยวศาสนา เมื่อเป็นเรื่อง เกี่ยวศาสนา ก็ต้องรอคำสั่งจากเจ้าของศาสนา คือ อัลลอฮ (ซ.บ) และ แบบอย่างและ การอธิบายของศาสนทูตของพระองค์คือ นบีมุหัมหมัด ศอลฯ แล้วคำสั่งที่ให้สังกัดมัซฮับ มีไหม ครับ แล้วอิหม่ามทั้งสี่ท่านสั่งให้คุณสังกัดมัซฮับของท่านไหมครับ
ลองมาทำความเข้าใจอายะฮข้างล่างนี้
وَأَنَّ هَـذَا صِرَاطِي مُسْتَقِيماً فَاتَّبِعُوهُ وَلاَ تَتَّبِعُواْ السُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمْ عَن سَبِيلِهِ ذَلِكُمْ وَصَّاكُم بِهِ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ
[6.153] และแท้จริงนี้คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลาย ๆ ทาง เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของพระองค์ นั่นแหละที่พระองค์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะยำเกรง – อัลอันอาม/153
มาดูหะดิษอธิบาย
وأخرج أحمد وابن ماجة وابن أبي حاتم وابن مردويه عن جابر بن عبد الله قال كنا جلوسا عند النبي فخط خطا هكذا أمامه فقال هذا سبيل الله وخطين عن يمينه وخطين عن شماله وقال هذا سبيل الشيطان
ثم وضع يده في الخط الأوسط وتلا وأن هذا صراطي مستقيما فاتبعوه الآية (الدر المنثور ج:3 ص:385

และ อิหม่ามอะหมัด อิบนุมาญะอ อิบนุอบีฮาติม และอิบนุมัรดะวียะฮ รายงานจากญาบีร ว่า “ พวกเรานั่งอยู่ ใกล้ท่านนบี ศอลฯ แล้วท่านได้ขีดเส้น เส้นหนึ่ง แบบนี้ ไปทางด้านหน้าของท่าน แล้วท่านกล่าวว่า นี่คือ หนทางของอัลลอฮ และได้ขีดเส้นสองเส้นไปทางด้านขวาของท่าน และสองเส้นไปทางด้านซ้ายของท่าน แล้วกล่าวว่า “นี้คือ หนทางของชัยฏอน หลังจากนั้นท่านได้วางมือของท่าน บนเส้นที่อยู่ตรงกลาง แล้วอ่านโองการที่ว่า “และแท้จริงนี้คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด – จนจบอายะฮ – อัดดุรรุนมันษูร เล่ม 3 หน้า 385
และหะดิษที่มีสำนวนลักษณะนี้ ที่รายงานจากอิบนิมัสอูดด้วยเช่นกัน
................................................
คุณ ชุกรี ครับ การเรียนรู้ศาสนาจากอุลามาอ นั้น ทุกคนก็เรียนรู้ศาสนาจากอุลามาอ(ผู้รู้)ทั้งนั้น แต่ อุลามามาอ ไม่มีสิทธิที่จะ กำหนดแนวทางของตัวเองในศาสนา แล้ว ให้ประชาชนสังกัด อิหม่ามทั้งสี่ท่านใดบ้างครับ ที่สอนให้สังกัดมัซฮับ พวกท่านมีหน้าที่เพียงแค่ถ่ายทอด อัลกุรอ่านและ อัสสุนนะฮ ให้แก่ประชาชนเท่านั้น แล้วเมื่อไม่มีคำสั่งให้สังกัดมัซฮับ โดย แต่ละมัซฮับมีแนวทางของตัวเอง และ แบบนี้เรียกว่า หลายทางแบบที่อัลลอฮ(ซ.บ)ห้ามหรือเปล่าครับ
...........
วัสสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
fais
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 01/09/2005
ตอบ: 84


ตอบตอบ: Tue Jan 17, 2006 11:26 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
คุณ ซุกกรี
ชอบลีลาการตอบของทั้สองครับ ชัดเจนและคมคายดีมาก มีญาตผมอยุ่คนหนึ่งครับ เขากับผมเป็นเพื่อนกัน วันก่อนเขาไปเรียนปอเนาะแถวภาคใต้แห่งหนึ่งครับแต่เป็นแนวของลามัสหับหรือแนวของอัลดุลวะฮาบนะครับ...
เขาคุยกับผมว่า..พอใจมากเลยแนวทางนี่ไม่ยุ่งยากเลย เพราะเวลาอยู่กับผู้หญิงโดนกันก็ไม่ต้องเอานำละหมาดและพอมีภรรยาก็สะดวกด้วย.. ไม่เหมือนของคณะเก่า (แนวของอีหม่ามชาฟีอี) คือโนผู้หญิงที่นิกะกันได้เสียนำละหมาด เขาบอกว่าเขารำคาญ และอ้างถึงอัลลออ์ว่าศาสนาไม่ได้ทำให้เจ้าเกิดความลำบาก
........................
ตอบ
ท่านหญิงอาอีซะฮเล่าว่า
ฉันเคยนอนอยู่เบื้องหน้าของท่านรอซูล Solallah ซึ่งเท้าของฉันขวางอยู่ทางกิบลัต ครั้นเมื่อท่านรอซูล Solallah สุญูด ท่านรอซูล Solallah จะสัมผัสฉัน เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล Solallah ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน(ตามเดิม) บันทึกโดย บูคอรี 483,มุสลิม 796 นะสาอี 168,(ซอเฮียะ)
ไม่สงสัยเลยว่าผู้ที่รูดีที่สุดในเรื่องการสัมผัสระหว่างผู้หญิงและท่านรอซูล Solallah ก็คงจะไม่มีใครรู้เท่ากับภรรยาของท่านรอซูล Solallah เอง
คุณละเข้าใจอย่างไรบ้างเกี่ยงกับเรื่องนี้ พอมีหลักฐานมาอ้างบ้างมั้ย
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซุกกรี
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/01/2006
ตอบ: 26


ตอบตอบ: Wed Jan 18, 2006 9:52 am    ชื่อกระทู้: มัสหับสาลาฟีหยะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
คุณฟาอิส พูดว่า
ท่านหญิงอาอีซะฮเล่าว่า
Razz ฉันเคยนอนอยู่เบื้องหน้าของท่านรอซูล ซึ่งเท้าของฉันขวางอยู่ทางกิบลัต ครั้นเมื่อท่านรอซูล สุญูด ท่านรอซูล จะสัมผัสฉัน เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน(ตามเดิม) บันทึกโดย บูคอรี 483,มุสลิม 796 นะสาอี 168,(ซอเฮียะ)

Laughing ดังนั้นคุณฟาอิสเลยยึดเอาฮาดีสนี้เป็นที่ตั้งใช่ไหมครับ โดยคิดว่า ก็ท่านนบี(ซล)สัมผัม
ท่านหญิงอะอีชะได้ เลยและท่านก็ยังละหมาดต่อ พูดง่ายคือไม่ต้องอาบนำละหมาดใหม่ว่างั้นเถอะ
Twisted Evil ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณนี่ครับ...เพราะนั่นถือว่าคุณถือตามทัศนะว่าการสัมผัสกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายไม่เสียนำละหมาด
แต่ผมถือว่าฮาดีสนี้ ไม่ได้เป็นตัวหักล้างว่าการกระทบกันเสียสัมผัส


เอาละนะเรามาวิเคราะฮาดีสนี้พร้อมกันนะครับกันนะครับไม่เสียน้ำละหมาด
แต่ความจริงแล้วอุลามะยุคก่อนๆเขาเคยนำCASEนี้มาศึกษามาถกกันนมนาน ไม่ว่าความเห็นที่แตกต่างในเรื่องนี้ อุลามะหรืออีหม่ามทั้ง4 เขาก็เคยผ่านเรื่องนี้มาแล้ว มันน่าจะจบไปแล้วและเขาก็ไม่ถกเถียงหรือสำทับว่า ทัศนะคนที่ถือว่าการกระทบกันระหว่างสามีกับภรรยาไม่เสียน้ำละหมาดหรือเสียน้ำละหมาด...แต่ต่างคนต่างทัศนะก็ให้เกียติรในการวินิจฉัยตรงนั้น ในการับฮาดีสที่คุณยกมาข้างต้นก็เหมือนกัน
คุณกล่าว่า
ท่านหญิงอาอีซะฮเล่าว่า
Razz ฉันเคยนอนอยู่เบื้องหน้าของท่านรอซูล ซึ่งเท้าของฉันขวางอยู่ทางกิบลัต ครั้นเมื่อท่านรอซูล สุญูด ท่านรอซูล จะสัมผัสฉัน เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน**

ทัศนะของอีหม่ามฮานาฟี และคนอื่นๆยึดฮาดีสว่า ...การสัมผัสกันไม่เสียนำละหมาด....
โดยท่านอาจให้เหตุผลว่า ท่านเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการร์นั้นแต่เป็นรับรู้ไว้แต่การบอกกล่าวที่รายงานกันมาเป็นทอดๆเท่านั้น และท่านก็ถือว่าฮาดีสนี้นำมาใช้ได้ในทัศนะของท่านที่ท่านเห็นว่าการสัมผัสนั้นไม่เสียนำละหมาด..อีกอย่างท่านรับเอาการให้ความหมายของท่านอิบนิอับบาส ที่ว่าการกระทบกันคือ..การที่เกิดจากกันร่วมประเวณีเท่านั้น...

แต่ทัศนะของอีม่ามชาฟีอีก็ไม่ได้ว่าหรือพาดพิงทัศนะที่เขามีความเห็นต่างจากตนเลย
จึงไม่ได้ยุ่งยากอะไรสำหรับเราๆท่านๆ ถ้าต่างคนก็ให้เกียติรกับการออกาความเห็นของอุลามะยุคก่อนในอดีตโดยไม่สำทับดูถูกหรือเหยียดหยาม ว่านั้นคือการวินิจฉัยที่ผิดพลาด แล้วก็มาทำการรื้อฟื้นและมาหักล้างใหม่ โดยคนรุ่นหลังจากยุคอีหม่ามทั้ง4 ว่าอาดีสนั้นไม่ซอเหียะ และฮาดีสของทัศนะนั้นดออีฟ บ้างเมาดัวะบ้าง กล่าวว่ากันไปต่างๆนาๆ ไม่ว่าทางหนึ่งทางใดของสื่อ โดยเหตุผลเพื่ออะไร ทั้งที่ผู้ที่ว่าหรือทำการรื่อฟื้นใหม่จากยุคหลังของอีหม่ามทั้ง4 ก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับในบรรดาลูกศิษย์ของบรรดาทัศนะที่มีอยูก่อนแล้วเลย อีกทั้งกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่หรืออุตรกรรมตามความคิดของตวัเอง...ทำการเอามา สังคยานาใหม่นี้ซิไม่ทำให้เกิดปัญหา ความเห็นที่แตกต่างกันจนกลายเป็นความขัดแย้ง กันเลยครับ


ส่วนทัศนะของอีหม่ามชาฟีอีและคนอื่นๆ ไม่ยึดเอาฮาดีสนี้ไปลบล้างกับการไม่เสียน้ำละหมาด
อิงชาอันลอฮ์ผมจะนำมากล่าวในทีหลังนะครับ



wassalam
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jan 18, 2006 1:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณชุกรีกล่าวว่า
ส่วนทัศนะของอีหม่ามชาฟีอีและคนอื่นๆ ไม่ยึดเอาฮาดีสนี้ไปลบล้างกับการไม่เสียน้ำละหมาด
อิงชาอันลอฮ์ผมจะนำมากล่าวในทีหลังนะครับ
.................................

ตอบ
อย่าเพิ่งไปเสนอเรื่องอื่นก่อน อยากจะถามว่า หะดิษข้างล่างนี้

في صحيح البخاري عن عائشة زوج النبي ( ص ) انها قالت : كنت أنام بين يدي رسول الله ( ص ) ورجلاي في قبلته فإذا سجد غمزني فقبضت رجلي وإذا قام بسطتهما قالت : والبيوت يومئذ ليس فيها مصابيح
ในเศาะเหียะบุคอรีจากท่านหญิงอาอีซะฮภรรยาของท่านบี ศอลฯกล่าวว่า
ฉันเคยนอนอยู่เบื้องหน้าของท่านรอซูล ซึ่งเท้าของฉันขวางอยู่ทางกิบลัต ครั้นเมื่อท่านรอซูล สุญูด ท่านรอซูล จะสัมผัสฉัน เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน(ตามเดิม นางกล่าวว่า "ในวันนั้น บรรดาบ้านต่างๆไม่มีตะเกียง -ดู صحيح البخاري ج 1 / 56 باب الصلاة على الفراش من كتاب الصلاة وص 141 وصحيح مسلم باب الاعتراض بين يدي المصلي ج 2 / 61 ومسند أبي عوانة ج 2 / 52 - 56 ومسند احمد ج 6 / 148
..............................
1. หะดิษนี้เศาะเหียะ และนำไปใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้หรือไม่ ครับ น้องชุกรี ?
2. เป็นหะดิษของท่านนบี ศอลฯ หรือ เป็นของพวกไม่สังกัดมัซฮับ ?
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซุกกรี
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/01/2006
ตอบ: 26


ตอบตอบ: Wed Jan 18, 2006 2:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...แก้ไขจากหน้าที่แล้ว
"แต่เมื่อมีคนๆคนหนึ่ง..มา สังคยานาถึงการสืบเสาะหรือหาฮาดีสที่ตนเองยึดถืออยู่และมารื้อฟื้นใหม่เพื่อหาข้อแตกต่างข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องเข้าหักล้าง... ตรงนี้แหละมันทำให้เกิดปัญหา จากความแตกแยกจนกลายเป็นพิพาทขัดแย้งในเรื่องความสมบูรณ์หรือระดับขั้นของฮาดีสที่ได้มา กลายเป็นปัญหา ตลอดจนมาถึงปัจจจุบันนี้

จากฮาดีสที่คุณได้นำเสนอว่า
ท่านหญิงอาอีซะฮเล่าว่า
ฉันเคยนอนอยู่เบื้องหน้าของท่านรอซูล ซึ่งเท้าของฉันขวางอยู่ทางกิบลัต ครั้นเมื่อท่านรอซูล สุญูด ท่านรอซูล จะสัมผัสฉัน เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน(ตามเดิม) บันทึกโดย บูคอรี 483,มุสลิม 796 นะสาอี 168,(ซอเฮียะ)
เกี่ยวกับฮาดีศนี้ทัศนะของอีหม่ามชาฟีออีก็รับมันไว้เช่นกัน แต่ไม่ได้นำมาหักล้างตัวบทที่ว่า.การกระทบกัน ระหว่างผู้หญิงที่แต่งงานกันได้...ไม่เสียน้ำละหมาด...
เพราะท่านรับการตีความของศอฮาบะที่ร่วมสมัยท่นรอซูลเช่นกันคือ อับดุลเลาะอิบบนิอุมัร
โดยให้ความหมายคำว่ากระทบก็คือ การได้จับหรือได้แต่ะหรือถูกกันโดยตรงของอวัยวะใดๆก็ตาม

Embarassed แต่ท่านชาฟีอีให้ความหมายว่าคำว่าสัมผัสไม่เหมือนกับท่านอีหม่ามท่านอื่นๆเท่านั้น ซึ่งในฮาดีสนี้ก็บอกว่า ขณะที่ท่านหญิงอาอีชะนอนอยู่นั้นเท้าของนางขวางหรือชี้ไปทางกิบลัต และท่านรอซูลก็เกว่เท้าออกหรือปัดมันออกไปเท่านั้น ตรงที่ที่ท่านรอซุล Solallah กำลังก้มสูยูด
Razz ความเป็นไปได้ในการวิเคราะห์ของนักบรรดาอูลามะฮาดีส จึงมีความพิถีพิถันสูงเกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองได้รับฮาดีสมาจากการบอกกล่าวที่ไม่ชัดเจน..ดังนั้นเป็นไปได่ว่า.ท่านรอซูล..อาจจะปัดเท้าหรือเขี่ยเท้าของท่านหญิงฯที่ขวางในขณะที่ท่านกำลังสูยูดนั้น อาจจะด้วยมือหรือแขนหรือศีรษะของท่าน..ซึ่งก็เป็นไปได้ ทั้งนั้น...เพราะฮาดีสที่คุณฟาอิสนำมาใช้อ้างอิงนั้นมันไม่ชัดเจน ตรงคำว่าสัมผัส

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีคำถามขึ้นมากมายในการให้ความหมายหรือนำมาใช้หรืออ้างอิงในทัศนะของตนอย่างเช่นฮาดีสที่กล่าวถึงและเป็นประเด็นตรงคำว่าสัมผัส

คำว่าสัมผัสคือการแตะแต่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงว่าว่าการสัมผัสนั้นต้องใช้อวัยวะของร่างกายกสัมผัสโดยตรงเสมอไป
และคำว่าสัมผัสนักวิชาหรืออุลามะฮาดีษที่ชำนาญด้านภาษาอาหรับ
โดยเฉพาะท่านอีหม่ามชาฟีอีให้ความหมายกับคำว่า..สัมผัส...นั้น.. ไม่ได้หมายถึง..การที่เอามือหรืออวัยวะส่วนหนึ่ง
ส่วนใดของร่างกายไปแตะหรือถูกโดยตรง เช่นมือของท่านรอซูลถูกหรือจับหรือกระทบกับเท้าของท่านหญิงฯ หรือแขนของท่านรอซูลถูกหรือกระทบกับเท้าของท่านหญิงฯ หรือศรีษะของท่านรอซูลถูกหรือกระทบกับเท้าของท่านหญิงฯ
1.เป็นไปได้ไหมที่ท่านเอามือไปจับหรือปัดเท้าที่ท่านหญิงเปลือยท่อนเท้าต่อหน้าท่านรอซูลภายในบ้านที่มีบรรดาศอฮาบะหรือคนอื่นๆไปมาอยู่ตลอด...
ตอบ...เป็นไปได้แต่ก็น้อยมากถ้าจะวิเคราะห์ถึงจริยธรรมและมารยาทการแต่งตัวของผู้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ดีเลิศของท่านรอซูลเป็นแม่ของมารดาศรัทธาชนทั้งหลาย

2.ถ้าท่านนบีใช้มือสัมผัสเท้าจริงเป็นไปได้ไหมว่าเท้าของท่านหญิงมิได้เปลือยท่อนเท้าอยู่ขณะนั้น
ท่านอาจจะแต่งกายมิดชิดหรือท่านอาจสรวมถุงเท้าอยู่ขณะนั้นเพราะนางเป็นชาวอาหรับประเพณีการแต่งกายจึงรัดกุมมากและท่านหญิงฯนั้นเป็นถึงภรรยาท่านรอซูลด้วย
3.เป็นที่รู้กันตามตัวบทฮาดีสว่า** ท่านเคยนอน...ฉนั้น ท่านก็ยังไม่ได้หลับและท่านก็รู้สึกตัว
เมื่อท่านรอซูลสัมผัส ตามที่ท่านนำมาบอกกล่าว..แสดงว่าท่านไม่ได้เผลอเรอด้วยการนอนเปลือยท่อนเท้า.

นี่คือบางข้อในการวิเคราะห์ของตัวบทฮาดีสแต่ละบทๆที่จะนำมาเป็นหลักฐานในการนำมาใช้ในหลักการปฏิบัติฮูกมต่างๆ..จึงไม่ใช่เรื่อง่ายและรีบเร่งหรือขาดความระมัดระวังในการนำมาเสนอเพื่อที่จะหักล้างกันกับตัวบทที่บางทัศนะถือว่าถูกต้องแล้ว ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าบางฮาดีสของแต่ละท่านอีหม่ามการออกความเห็นจะไม่เหมือนกันแต่ท่านเหล่านั้นก็ไม่เคย สร้างความแตกแยกกัน อดีตในสมัยท่านรอซุลก็เคยมีบทเรียน เรื่องของความเห็นที่ไม่ตรงกันของบรรดาซอฮาบะท่านรอซุลขณะที่ท่านใช้ให้เขาเหล่านั้นให้ไปยังชนเผ่า ๆหนึ่ง ท่านรอซุลก็ไม่ได้ติและศอฮาบะเหล่านั้นไม่ได้ดูถูกหรือเสียดสีกล่าวหยามกับต่อกันเลยกับพวกที่ปฏิบัติไม่ตรงกับตน

4.เป็นไปได้อีกเช่นกันว่า คำว่าสัมผัสตรงนี้อยู่ระหว่างที่ท่านรอซูลกำลังก้มสูหยูด ดังนั้นการก้มสูหยูด แขนของท่านที่ใส่เสื้อโต้บยาวอาจจะไปสมผัสเท้าของท่านหญิงฯก็เป็นทางที่คิดได้สำหรับนักให้ความหมายตรงนั้น....โดยไม่ได้นำมากล่าวอ้างเพื่อสนับสนุนแนวทางของตนอย่างเดียว และไม่ได้ดูถึงน้ำหนักมากที่เป็นไปได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซุกกรี
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/01/2006
ตอบ: 26


ตอบตอบ: Wed Jan 18, 2006 3:26 pm    ชื่อกระทู้: มัสหับสาลาฟียะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณหะซันครับ ใจเย็นๆครับอย่าเล่นรุมถามผมทีเดียว2คนซิครับผมกำลังตอบคุณฟาอิสยังไม่เสร็จเลย แต่ถ้าคุณใจร้อนกะเล่นตื๊บผมคาเวทีละก้อ ผมตายแน่ๆ แต่จะเสนออะไรให้คุณหะสันบางอย่างแก้ความร้อนแรงของวิชาไปพลางก่อนนะ คือผมเสนอให้คุณค้นคว้าจากหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องนำเสนอฮาดีสนี้ของท่านอีหม่ามชาฟีอีโดยตรงเลยดีกว่าครับไม่ต้องผ่านผมไงคุณจะได้ชัดเจนและจะได้ไม่คิดว่าผมนั้นยึดติดทัศนะและเข้าข้าง
จริงๆนะคำถามคุณหะสันข้อที่1./2 ทำให้ผมต้องหายใจ/ใจหายหมดเลยครับแหมถามอะไรเด็กๆ
เช่นถามว่า
1. หะดิษนี้เศาะเหียะ และนำไปใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้หรือไม่ ครับ น้องชุกรี ?
ตอบ Laughing หะดีษซอเหียะใช้เป็นหลักฐานได้ครับ คุณหะสัน
2. เป็นหะดิษของท่านนบี ศอลฯ หรือ เป็นของพวกไม่สังกัดมัซฮับ ?
ตอบ Confused ไม่ใช่เป็นของท่านนีบครับ เป็นคำสั่งสอนของอัลลอฮ์ที่ผ่านมายังท่านนบีซึ่งอาจจะใช้คือท่านญิบรออีลนำมาบอกหรือแนะวะยูหรือดลใจให้ท่านนบีปฏิบัติหรือแสดงหรือยอมรับหรือแนะนำให้บรรดาซอฮาบะได้เห็นครับ..ไม่ใช้มีแค่นี้นะครับแต่เห็นคุณหะสันถามมาสั้นๆผมก็ตอบสั้นๆ(น่าสงสารเป็นถึงหัวหน้าทีมยังไม่รู้คำตอบเลย ต้องให้ลูกโตะเซียะตอบให้)....

..ไม่ได้เป็นครับ...แต่เป็นของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามทุกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมุสลิมต้องปฏิบัติตามผู้ที่รู้จริงโดยเฉพาะคนที่ชำนาญในด้านนี้และเป็นที่ยอมรับครับ...กันมาตั้งแต่อดีตแล้วครับ

แอะ..เดี่ยวอย่าเพิ่งถามต่อผมยังตอบคุณฟาอิสเสร็จเลย ...แมะ...ต้อนเอาๆ..ดิดิเดี่ยว...นี่...

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ซุกกรี
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/01/2006
ตอบ: 26


ตอบตอบ: Wed Jan 18, 2006 4:27 pm    ชื่อกระทู้: มัสหับสาลาฟียะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam คุณฟาอิสกับผมนำฮาดีสมาเสวนากันต่อครับ

Embarassed .จากท่านห่านหญิงอาอีชะกล่าวว่า.....ฉันเคยนอนอยู่เบื้องหน้าของท่านรอซูล ซึ่งเท้าของฉันขวางอยู่ทางกิบลัต ครั้นเมื่อท่านรอซูล สุญูด ท่านรอซูล จะสัมผัสฉัน เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน(ตามเดิม) บันทึกโดย บูคอรี 483,มุสลิม 796 นะสาอี 168,(ซอเฮียะ)

Smile 5.เป็นไปได้อีกเช่นกันว่า คำว่าสัมผัสตรงนี้อยู่ระหว่างที่ท่านรอซูลกำลังก้มสูหยูด ดังนั้นการก้มสูหยูด แขนของท่านที่ใส่เสื้อโต้บยาวอาจจะไปสมผัสเท้าของท่านหญิงฯก็เป็นทางที่คิดได้สำหรับนักให้ความหมายตรงนั้น....โดยไม่ได้นำมากล่าวอ้างเพื่อสนับสนุนแนวทางของตนอย่าง
แต่เป็นการใช้เหตุผลและสถารณ์การกับความเป็นจริง

6. Crying or Very sad ดังนั้นเมื่อแขนไปถูกเท้าของท่านหญิง แน่นอนเหลือเกินว่าท่านบีปกติท่านใส่เสื้อแขนยาวอยู่แล้ว ฉะนั้นถือว่า ท่านไม่ได้ถูกหรือแตะโดยตรงแน่นอน

7.*** เช่นนั้นฉันก็หดเท้าทั้งสองของฉัน ครั้นเมื่อท่านรอซูล ลุกขึ้นยืน(ในรอกาอัตถัดไป)ฉันก็ยืดเท้าทั้งสองของฉัน(ตามเดิม) บันทึกโดย บูคอรี 483,มุสลิม 796 นะสาอี 168,(ซอเฮียะ)
Laughing ..ข้อความนี้น่าสนใจครับกับผู้ที่เชื่อหรือยึดถือฮาดีสนี้ว่า การกระทบกันไม่เสียน้ำละหมาด
7.1 Mad .เมื่อการกระทบกันไม่เสียน้ำละหมาด ถามว่าทำไมท่านหญิงฯจึงมีลักษณะเดียวหดเดียวยืด จริงๆแล้วข้อความนี้ต้องการชี้ให้รู้ว่า
1.ไม่ใช่เพราะว่า...ที่ท่านหญิงฯหดและยืดนั้น ท่านเกรงจะเกิดการกระทบกับท่านบีระหว่างท่านทำการสูยูดหรอกหรือ หรืออาจจะทำให้การละหมาดขาดการคัวชัวะเสียรูปละหมาดก็เป็นไปได้ หรือเป็นไปได้มากว่า ทานหญิงกลัวว่าท่านนบีจะเสียน้ำละหมาด ซึ่งข้อความครั้งหลังมีน้ำหนักมากกว่าข้อความเเรก ดังนั้นทั้งจึงหดเท้าไว้เกรงจะโดนอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดที่เปิดเผยของท่านนบี เช่นมือหรือหน้าผาก
8 Idea ฉนั้น ที่ท่านกำลังสูหยูดนั้น ถ้าเป็นศรีษะ U]สัมผัส[/U] นั้นแน่นอนท่านรอซูลต้องมีผ้าสารบันพันไว้บนหัวขณะละหมาดอยู่แล้ว แต่เวลาไหนๆท่านก็มักจะคาดสารบันเสมอ

สรุป
Smile ฮาดีสที่คุณฟาอิสฮาดีสนำเสนอผมเพื่อที่จะหักล้างการมุตะญิดของท่านอีหม่ามชาฟีอีที่ว่า...การกระทบกันระหว่างสามีภรรยาไม่เสียน้ำละหมาดนั้น... เป็นอันต้องตกไปโดยปริยายตามทัศนะของการให้ความหมายของท่านอีหม่ามผู้เรืองปราญช์ไม่สามารถหักล้างได้ ด้วยประการฉะนีแลพี่น้องวาฮาบีย์ที่รักทั้งหลาย...


wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 25, 26, 27, 28  ถัดไป
หน้า 26 จากทั้งหมด 28

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004