ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4 ... 26, 27, 28  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Tue Nov 01, 2005 7:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

ถึงอาจารย์อะสันที่เคารพ

ดังที่ผมเคยเรียนไปแล้วว่า อิมามชาฟิอีย์นั้นพูดต้อง คือหากมีคำพูดของท่านขัดกับซุนนะฮฺของนบีมุหัมมัด(ซ.ล.) ก็ให้เอาซุนนะฮฺและทิ้งคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ ผมไม่อาจเอื้อมเอาอิมามชาฟิอีย์ไปเทียบกับท่านนบีหรอกครับ จากคำพูดของอิมามชาฟิอีย์นั้น หากเรามองในมุมกลับ หากเป็นคำพูดที่ไม่ขัดกับซุนนะฮฺก็ตามคำพูดอิมามชาฟิอีย์ได้ และคำพูดของท่านอิมามชาฟิอีย์ที่มีต่อ ท่านอัลมุซานีย์นั้น มันแตกต่างกับเรา คืออิมามอัลมุซานีย์เป็นมุจตะฮิด จะตามอิมามชาฟิอีย์ไปทั้งหมดได้อย่างไร ?

อาจารย์อะสันยกอ้างอิงจาก หนังสือ อัลอินซอบ และอัลหุจญะตุลบาลิเฆาะฮฺ ของท่าน อัลดะฮฺลาวีย์ หากอาจารย์อะสันมีหนังสือทั้งสองเล่มจริง อาจารย์ก็น่าจะอ่านมันให้หมด หรืออ่านในเรื่องตักลีดของคนมุก๊อลลิดที่ท่านอัดดะฮฺลาวีย์ได้กล่าวไว้ ผมว่าอาจารย์อะสันอาจจะไม่อยากนำมันมาเสนอก็ได้มั้งครับ เพราะมันอาจจะขัดกับอุดุมการณ์ที่อาจารย์มีอยู่ก็ได้นะครับ ไม่งั้นว่างๆ ผมจะนำมายกอ้างอิงให้ฟัง อินชาอัลเลาะฮฺ ในเรื่องตักลีด ที่วิจารย์เขียนข้อเขียนแบบสั้นๆ ของ อาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ ในเรื่อง คนมุก๊อลลิดไม่มีมัซฮับ อินชาอัลเลาะฮฺ

การที่ผมชอบมัซฮับชาฟิอีย์มากกว่ามัซฮับอื่นๆ ก็เพราะว่า อิมามชาฟิอีย์มีทั้งทัศนะกอดีม และทัศนะญะดีด นี่แหละครับ เพราะเหมือนกับว่า มันได้ถูกกลั่นกรองมาแล้วหนึ่งครั้ง และนั่นย่อมชี้ให้เห็นว่า เมื่อพบสัจจะธรรมแล้วต้องกลับไปหามันโดยไม่ต้องลังเลและเสียเกียตริ อาจารย์อะสันทำแบบนี้ได้ใหมครับ เอาแบบว่าน้อมรับสัจจะธรรมนะครับ คือแบบว่าพออาจารย์อะสันพบว่าหะดิษที่ซอเฮี๊ยะหฺ แต่เป็นหะดิษที่ชี้ถึงทัศนะที่อาจารย์อะสันไม่ชอบ อาจารย์ก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่ยอมพูดถึงมัน แบบนี้มีหรือเปล่าครับ ? คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าประเด็นใหน แต่เราสองคนรู้กันครับ และอัลเลาะฮฺก็รู้ดียิ่งด้วยว่าใครที่น้อมรับสัจจะธรรมจริง

งั้นผมก็อยากให้อาจารย์ยกมาสักประเด็นซิครับ คำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่ขัดกับซุนนะฮฺ ผมเนี่ยผมอยู่มัซฮับชาฟิอีย์ตัวจริง จนกระทั้งเรียกตัวเองว่า อัล-อัซฮะรีย์ อัชชาฟิอีย์ ในหนังสือที่ผมซื้อนั้น ผมจะเขียนชื่อของผม แล้วต่อด้วยคำว่า อัชชาฟิอีย์ แล้วต่อไปอาจารย์อะสันก็จะรู้ว่า คนที่ตามมัซฮับอิมามชาฟิอีย์นั้น เขาตามกันอย่างไร ? บรรดามุจญฺฮิดมัซฮับชาฟิอีย์ ต่างก็พยายามอธิบายแนวทางของอิมามชาฟิอีย์ ที่สอดคล้องกับอัลกุรอานและซุนนะฮฺ และพวกเขาก็ตระหนักดียิ่งกับคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่บอกว่า หากคำพูดของฉันขัดกับซุนนะฮฺก็ให้ยึดเอาซุนนะฮฺและทิ้งคำพูดฉันไป ก่อนผมจะได้เรียนบรรดาหนังสือฟิกห์มัซฮับชาฟิอิย์ อุลามาอฺมุจญฺฮิดมัซฮับชาฟิอีย์ก็กลั่นกรองกันไม่รู้กี่ยุคกี่สมัยกันมาแล้ว หากพวกเขาพบว่ามีคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ขัดกับซุนนะฮฺนั้น พวกเขาก็คงไม่ปล่อยให้มันเลยนวลหรอกครับ ผมเคยอ่านหนังสืออัลมัจญฺมั๊วะของอิมามนะวาวีย์ อัชชาฟิอีย์ เรื่องการเสียน้ำละหมาด อิมามชาฟิอีย์บอกว่า กินเนื้ออูฐไม่เสียน้ำละหมาด แต่อิมามนะวาวีย์บอกว่าเสียตามทัศนะของท่านเอง ผมเห็นแล้ว ยิ้มเลยครับ มัซฮับชาฟิอีย์ถือว่า น้ำมุชัมมัชนั้นมักโระฮฺใช้ แต่ทัศนะของอิมามนะวาวีย์ บอกว่าไม่มักโระหฺใช้ ผมเห็นแล้ว ยิ้มเลยครับ ที่อุลามาอฺที่อยู่มัซฮับชาฟิอีย์ ได้ตระหนักคำพูดของอิมามชาฟิอีย์เสมอ แล้วอาจารย์ก็จะได้รู้ว่าการสังกัดมัซฮับนั้น ไม่อย่างไรกันแน่ หรือเข้าใจการสังกัดมัซฮับแบบที่อาจารย์อะสันเข้ามาจากอุลามาอฺมัซฮับสะละฟีย์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่เขาเข้าใจกันหรือเปล่า ? จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องเข้าใจผิดกันมากมาย

ผมน่ะ รักอุลามาอฺที่อยู่บนทางนำทุกคนล่ะครับ เช่นอิมามทั้ง 4 นั้น ผมชอบอ่านประวัติของพวกเขานะครับ ตอนที่ผมจะออกจากบ้านไปเรียนที่มหาลัย ต้องขึ้นรถเมล์ และบางครั้งผมก็ต้องท่องอัลกุรอานไปด้วย บางครั้งรถแน่น เบียดกันจนบางทีมีผู้หญิงมากระทบกับผมโดยไม่เจตนา ก่อนออกจากบ้าน ผมก็อาบน้ำละหมาดตามมัซฮับหะนะฟีย์ ก็เป็นการแก้ใขสถานะการณ์ได้ดีเหมือนกัน ดังนั้นบรรดาอิมามผมรักหมดหัวใจทุกคนแหละ

ครับ แต่จะผูกพันธ์กับมัซฮับชาฟิอีย์ เพราะผมได้เรียนมัซฮับนี้มาตั้งแต่เด็ก จนกระทั้งถึงตอนนี้ผมก็ยังเรียนไม่หมดทุกเล่มเลยครับ แต่ก็จะพยายาม อินชาอัลเลาะฮฺ
งั้นอาจารย์อะสันลองนำเสนอมาซิครับ คำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่ขัดกับหะดิษ แล้วผมจะอธิบายให้ ส่วนเรื่องการวิจารย์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์นั้น พรุ่งนี้ ผมจะเข้ามาครับ อินชาอัลเลาะฮฺ

كل عام وأنتم بخير

والسلام

الأزهرى الشافعى


_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Nov 01, 2005 1:30 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
az-hary น้องรัก
ข้อความของน้อง
ดังที่ผมเคยเรียนไปแล้วว่า อิมามชาฟิอีย์นั้นพูดต้อง คือหากมีคำพูดของท่านขัดกับซุนนะฮฺของนบีมุหัมมัด(ซ.ล.) ก็ให้เอาซุนนะฮฺและทิ้งคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ ผมไม่อาจเอื้อมเอาอิมามชาฟิอีย์ไปเทียบกับท่านนบีหรอกครับ จากคำพูดของอิมามชาฟิอีย์นั้น หากเรามองในมุมกลับ หากเป็นคำพูดที่ไม่ขัดกับซุนนะฮฺก็ตามคำพูดอิมามชาฟิอีย์ได้ และคำพูดของท่านอิมามชาฟิอีย์ที่มีต่อ ท่านอัลมุซานีย์นั้น มันแตกต่างกับเรา คืออิมามอัลมุซานีย์เป็นมุจตะฮิด จะตามอิมามชาฟิอีย์ไปทั้งหมดได้อย่างไร ?
...............................
ในฐานะที่บังอะสันยังไม่สังกัดค่ายใหน หรือ มัซฮับใหนแบบผูกขาด และไม่ได้สังกัดมัซฮับวะฮบี้ด้วย แต่จะปฏิบัติตามนักวิชาการหรืออุลามาอทุกคนที่เขานำอัลกุรอ่านหรือหะดิษมาอ้างอิง ซึ่งเป็นลักษณะของ อัลอิตตบาอ คือ ตามหลักฐานที่เขานำมาอ้างอิง ไม่ใช่ตามแบบ อัต-ตักลิด คือ หลับหูหลับตาตาม เพราะการผูกขาดตามมัซฮับนั้น เป็นการปิดกั้นสติปัญญา และเป็นกำแพงปิดกั้นในอันที่จะเข้าสู่สัจธรรม เพราะอย่างที่เคยบอกน้องไปแล้วว่า มนุษย์มีผิด มีถูก แต่ถ้าเราผูกขาดกับมัซฮับ ก็เหมือนกับปิดหูปิดตาตัว เอง เพราะใครก็ตาม ที่เขานำหลักฐานที่มีน้ำหนักกว่า หากไม่ตรงกับอิหม่ามเรา เราก็ไม่รับ นี้คือ การปิดกั้นตัวเอง แต่ถ้าศาสนามีบัญญัติให้สังกัดหรือผูกขาดกับมัซฮับหนึ่ง มัซฮับใดจากมัซอับทั้งสี่ บังอะสันก็ต้องยอมรับโดยไม่มีข้อแม้อยู่แล้ว แต่บังให้น้องนำเสนอหลักฐานมายืนยัน เรื่องการสังกัดเฉพาะมัซฮับทั้งสี่ ตอนนี้ ก็ยังรอคอยอยู่ น้องไม่ควรจะเอาความคิดเห็นหรือ หรือวิจารณ์ตามความเห็นของตัวเอง ท่านนบี ศอลฯกล่าวว่า
: " كل شرط ليس في كتاب الله فهو باطل " رواه البزار والطبراني وأصله في الصحيحين
ในคัทุฮ มันเป็นโมฆะ - กเงื่อนไข ที่ไม่มีมภีร์ของอัลลอรายงานโดยอัลบัซซารและอัฏฏ็อบรอนีและที่มาของหะดิษปรากฏในเศาะเหียะบุคอรีและมุสลิม และท่านบี ศอลฯได้กล่าวไว้อีกว่า
كل شرط ليس في كتاب الله فهو باطل وإن كان ألف شرط ) .
ทุกเงื่อนไขที่ไม่มีในกิตาบุ้ลลอฮนั้นมันเป็นโมฆะ แม้ว่าจะมีถึงหนึ่งพันเงื่อนไขก็ตาม.
บังจึงรออยู่ว่า มีเงื่อนไขใดในบทบัญญัตอิสลาม ที่บังคับให้มุสลิมต้องสังกัดมัซฮับและเฉพาะมัซฮับทั้งสี่" คนรุ่นต่อมาเป็นมุจญตะฮิดไม่ได้เลยหรือ ขอให้อธิบายด้วยอัลกุรอ่าน อัละดิษและนักวิชาการเจ้าของมัซฮับ

อินชาอัลลอฮมีต่อ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Nov 01, 2005 1:36 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แก้ไข
ท่านนบี ศอลฯกล่าวว่า
: " كل شرط ليس في كتاب الله فهو باطل " رواه البزار والطبراني وأصله في الصحيحين
ทุกเงื่อนไขที่ไม่มีในกิตาบุ้ลลอฮนั้นมันเป็นโมฆะ-รายงานโดยอัลบัซซารและอัฏฏ็อบรอนีและที่มา
ของหะดิษปรากฏในเศาะเหียะบุคอรีและมุสลิม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 1:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ข้อความของน้อง az-hary
หากพวกเขาพบว่ามีคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ขัดกับซุนนะฮฺนั้น พวกเขาก็คงไม่ปล่อยให้มันเลยนวลหรอกครับ ผมเคยอ่านหนังสืออัลมัจญฺมั๊วะของอิมามนะวาวีย์ อัชชาฟิอีย์ เรื่องการเสียน้ำละหมาด อิมามชาฟิอีย์บอกว่า กินเนื้ออูฐไม่เสียน้ำละหมาด แต่อิมามนะวาวีย์บอกว่าเสียตามทัศนะของท่านเอง ผมเห็นแล้ว ยิ้มเลยครับ มัซฮับชาฟิอีย์ถือว่า น้ำมุชัมมัชนั้นมักโระฮฺใช้ แต่ทัศนะของอิมามนะวาวีย์ บอกว่าไม่มักโระหฺใช้ ผมเห็นแล้ว ยิ้มเลยครับ
...............................................................................
ตอบ
นี่แสดงว่า ท่านอิหม่ามนะวาวีไม่ได้พันธนาการตัวเองด้วยการผูกติดอยู่กับมัซฮับอิหม่ามชาฟิอี การเข้าใจในหะดิษที่ต่างกันหรือมีมุมมองในหะดิษต่างกัน มันเป็นเรื่องปกติ และไม่ควรจะมาเป็นข้อตำหนิซึ่งกันและกัน อันนี้บังอะสันเปิดกว้างและไม่เคยตำหนิหรือกล่าวหาใครว่า เป็นบิดอะฮในประเด็นแบบนี้

ข้อความของน้อง az-hary
ผมน่ะ รักอุลามาอฺที่อยู่บนทางนำทุกคนล่ะครับ เช่นอิมามทั้ง 4 นั้น ผมชอบอ่านประวัติของพวกเขานะครับ ตอนที่ผมจะออกจากบ้านไปเรียนที่มหาลัย ต้องขึ้นรถเมล์ และบางครั้งผมก็ต้องท่องอัลกุรอานไปด้วย บางครั้งรถแน่น เบียดกันจนบางทีมีผู้หญิงมากระทบกับผมโดยไม่เจตนา ก่อนออกจากบ้าน ผมก็อาบน้ำละหมาดตามมัซฮับหะนะฟีย์ ก็เป็นการแก้ใขสถานะการณ์ได้ดีเหมือนกัน ดังนั้นบรรดาอิมามผมรักหมดหัวใจทุกคนแหละ
....................................................
ตอบ
เอ้า...อย่างนี้ก็มีด้วยหรือน้อง อยู่มัซฮับชาฟิอี แต่อาบน้ำแบบมัซฮับหะนะฟี เพื่อแก้ไขสถานการณ์ ในยามฉุกเฉิน แบบนี้ เขาเรียกว่า ตัลฟิก หรือ คละมัซฮับหรือ เปล่าละครับน้อง ดูชอบกลอยู่นะครับ
.....................................
ข้อความของน้อง az-hary
งั้นผมก็อยากให้อาจารย์ยกมาสักประเด็นซิครับ คำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่ขัดกับซุนนะฮฺ ผมเนี่ยผมอยู่มัซฮับชาฟิอีย์ตัวจริง จนกระทั้งเรียกตัวเองว่า อัล-อัซฮะรีย์ อัชชาฟิอีย์ ในหนังสือที่ผมซื้อนั้น ผมจะเขียนชื่อของผม แล้วต่อด้วยคำว่า อัชชาฟิอีย์ แล้วต่อไปอาจารย์อะสันก็จะรู้ว่า คนที่ตามมัซฮับอิมามชาฟิอีย์นั้น เขาตามกันอย่างไร ?
…………………………..
ตอบ


เอาเป็นว่า ตอนนี้ บังอยากได้หลักฐานจากอัลกุรอ่าน อัลหะดิษ หรือ คำสอนอิหม่ามชาฟิอี ที่สอนว่าวาญิบต้องสังกัดมัซฮับก่อนนะน้อง ถ้าแถมด้วยหลักฐานเกี่ยวกับการ การปิดประตูอิจญติฮาดด้วย จะเป็นการดี
ท่านอิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า
(لا يُقلّدُ أحد دون رسول الله (صلى الله عليه وآله
คนหนึ่งคนใดอื่นจากท่านรซูลุลลอฮ ศอลฯ จะไม่ถูกตักลิด(เชื่อตามโดยไม่รู้หลักฐาน)
ดู الرد على من أخلد إلى الأرض: السيوطي: ص 138
อิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า
ما قلتُ وكان النبي (صلى الله عليه وآله) قد قال بخلاف قولي، فما صحّ من حديث النبي أولى ولا تقلدوني
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้พูดไปและปรากฏว่า ท่านนบี ศอลฯได้กล่าวไว้ ขัดแย้งกับคำพูดของข้าพเจ้า ดังนั้นสิ่งที่เศาะเฮียะจากหะดิษของท่านนบีย่อมดีกว่า และอย่าได้เชื่อตามข้าพเจ้า - ดู آداب الشافعي ومناقبه: ابن أبي حاتم الرازي: ص 93

ونقل السيوطي عن الإمام أبي شامة أنه قال: نهى إمامنا الشافعي عن تقليده وتقليد غيره(22). وذكر المزني صاحب الشافعي ذلك في مقدمة مختصره(23)
และอัสสะยูฏีย์ ได้อ้างถึง อิหม่ามอบีชามะฮ ว่าแท้จริงเขาได้กล่าวว่า” อิหม่ามของเรา อัชชาฟิอี ได้ห้ามพวกเราไม่ให้ตักลิดตามท่านและคนอื่นจากท่าน และอัลมัซนีย์สหายของอิหม่ามชาฟิอี ได้ระบุดังกล่าว ในคำนำมุคตะศอรของท่าน – ดู
22- الرد على من أخلد إلى الأرض ص 141.
23- مختصر المزني ص 1. ونقل ذلك عنه السيوطي في المصدر السابق ص
นื้คือ คำสอนของอิหม่ามชาฟิอี (ขออัลลอฮเมตตาแก่ท่าน) ที่ห้ามไม่ให้เชื่อตามแบบหลับหูหลับตา โดยไม่รู้ที่มา ؤدف อัลลอฮ(ซ.บ)ตรัสว่า
‏17:36 ولاتقف ماليس لك به علم ان السمع والبصر والفؤاد كل اولئك كان عنه مسؤولا
และเจ้าอย่าเชื่อตามสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น แท้จริง หู ตา และหัวใจ ทั้งหมดนั้น จะถูกสอบสวนจากมัน. – 17/36
هداك الله ويرضاك
...........................
บังอะสัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:21 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

ถึง อาจารย์อะสันที่เคารพ

สิ่งที่อาจารย์นำเสนอมานั้น ผมคิดว่าอาจารย์ยังไม่เข้าใจเรื่องมัซฮับอย่างเพียงพอ ผมจึงขอให้อาจารย์ร่วมสนทนากับผมต่อไป เพื่อผมจะได้ความรู้จากอาจารย์ และอาจารย์ก็ได้แนวคิดจากผมในเรื่องมัซฮับไปด้วย ผมอายุน้อยกว่าอาจารย์ แต่ผมคิดว่าอาจารย์คงไม่รังเกียจความรู้ที่อัลเลาะฮฺได้ให้กระผม

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน
นี่แสดงว่า ท่านอิหม่ามนะวาวีไม่ได้พันธนาการตัวเองด้วยการผูกติดอยู่กับมัซฮับอิหม่ามชาฟิอี

ตอบ

อิมามนะวาวีย์นั้นผูกติดอยู่กับมัซฮับชาฟิอีย์ครับ แต่ว่าไม่ได้ผูกติดอยู่กับคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ไปทั้งหมด คำว่า "มัซฮับ" หมายถึง ทางหรือแนวทางที่นำมาใช้เพื่อเข้าไปสู่การวินิจฉัยตัวบทได้ หรืออีกความหมายถึงในเชิงวิชาฟิกห์ หมายถึง หลักการหรือกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ทำการวินิจฉัย วิจัยและทำความเข้าใจกับตัวบทอัลกุรอานและอัลหะดิษ เช่นหลักการในการวินิจฉัยพื้นฐานวิชาฟิกห์ (ผมจะกล่าวแบบสรุปนะครับ) คือ อิมามชาฟิอีย์ ถือว่า มัฟฮูมอัลมุคอละฟะฮฺ (مفهوم المخالفة )(ความเข้าใจในมุมกลับ)ใช้มาเป็นหลักฐานในการวินิจฉัยตัวบทได้ อิมามหะนะฟีย์ไม่ถือว่ามาเป็นหลักฐาน อิมามชาฟิอีย์ถือว่าการคำสั่งใช้นั้น ให้กับการล้าช้าได้ แต่หะนะฟีย์กล่าวว่า ต้องรีบ อิมามชาฟิอีย์ถือว่าการกระทำของชาวมะดีนะอฺนำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ แต่อิมามมาลิกนั้นได้ และอื่นๆอีกมากมายเกี่ยวกับหลักพื้นฐานของฟิกห์ ที่เป็นแนวทางหรือมัซฮับของแต่ละอิมามในการวินิจฉัยหุกุ่ม และแนวทางแบบนี้หรือมัซฮับของอิมามชาฟิอีย์เกี่ยวกับหลักพื้นฐานของฟิกห์ในการวินิจฉัยหุกุ่มนั้น อิมามนะวาวีย์ได้ยึดนำมาเป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัยของอิมามชาฟิอีย์ ฉะนั้นอิมามนะวาวีย์จึงเป็นอุลามาอฺมัซฮับชาฟิอีย์ และได้แต่งหนังสือมากมายเกี่ยวกับฟิกห์มัซฮับชาฟิอีย์ เช่นหนังสือ อัลมินฮาจญฺ หนังสือ เราเฏาะตุฏฏอลิบีน และหนังสืออัลมัจญฺมั๊วะ ดังนั้น อาจารย์อะสันเข้าใจคำว่ามัซฮับหรือยังครับ หากอิมามชาฟิอีย์เข้าใจแล้ว ทีหลังก็อย่าไปบอกว่า เราสังกัดมัซฮับนบีมุหัมมัด(ซ.ล.)นะครับ จึงเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ ที่มีอุลามาอฺสะละฟีย์พยายามบอกคนเอาวามทั่วไปและเก็บเกี่ยวจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนเอาวามว่า เราต้องสังกัดมัซฮับนบีมุหัมมัด(ซ.ล.) ซึ่งทำให้คนทั่วไปหลงเข้าใจผิด และหลังเข้ามาอยู่มัซฮับสะละฟีย์ที่อุตริกรรมขึ้นมาใหม่

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:40 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

การเข้าใจในหะดิษที่ต่างกันหรือมีมุมมองในหะดิษต่างกัน มันเป็นเรื่องปกติ และไม่ควรจะมาเป็นข้อตำหนิซึ่งกันและกัน อันนี้บังอะสันเปิดกว้างและไม่เคยตำหนิหรือกล่าวหาใครว่า เป็นบิดอะฮในประเด็นแบบนี้

ตอบ

อาจารย์อะสันมีจุดยืนแบบนี้จริงๆ ก็จะเป็นการดีมาก หากอาจารย์อะสันเปิดกว้างล่ะก็ โปรดไปตอบคำถามผมเกี่ยวหะดิษ มาลิก อัดดาร ในเวปซุนนะฮฺที่อาจารย์ดูแล ทำไมอาจารย์ถึงไม่สนใจในหะดิษก่อนว่าเป็นอย่างไร ไปยึดทัศนะคำพูดของอุลามาอฺสะละฟีย์ทำไม? ทำไมถึงเมินเฉยต่อหะดิษ ใหนล่ะครับ อุดุมการณ์ของอาจารย์อะสันที่ว่า หากคำพูดของอุลามาอฺขัดกับหะดิษ ก็ให้ยึดเอาหะดิษ อาจารย์พยายามยกแม้น้ำทั้งห้ามาเพื่อจะหลีกเลี่ยงหะดิษหรืออย่างไร ? งั้นอาจารย์ไปให้ตอบผมเกี่ยวกับหะดิษนะครับ แล้วผมจะขอบคุณเป็นอย่างมาก และจะได้รู้ว่าอาจารย์หลักการกับหลักปฏิบัติของอาจารย์นั้นสอดคล้องกันหรือเปล่า ?

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

เอ้า...อย่างนี้ก็มีด้วยหรือน้อง อยู่มัซฮับชาฟิอี แต่อาบน้ำแบบมัซฮับหะนะฟี เพื่อแก้ไขสถานการณ์ ในยามฉุกเฉิน แบบนี้ เขาเรียกว่า ตัลฟิก หรือ คละมัซฮับหรือ เปล่าละครับน้อง ดูชอบกลอยู่นะครับ

ตอบ

นั่นไง...อาจารย์อะสันยังไม่เข้าใจคำว่า ตัลฟีก และในเรื่องนี้นั้นผมจะชี้แจงต่อไปในการวิจารย์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ โปรดติดตาม และผมก็บอกอาจารย์ไปแล้วว่า การสังกัดมัซฮับที่เป็นการเฉพาะนั้นเป็นสิ่งอนุญาติให้กระทำได้ และเปลี่ยนไปทำมัซฮับอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่ตัลฟิก รายละเอียดโปรดติดตามต่อไป เพราะผมจะนำเสนอวันนี้เลย อินชาอัลเลาะฮฺ

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:43 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

เอาเป็นว่า ตอนนี้ บังอยากได้หลักฐานจากอัลกุรอ่าน อัลหะดิษ หรือ คำสอนอิหม่ามชาฟิอี ที่สอนว่าวาญิบต้องสังกัดมัซฮับก่อนนะน้อง ถ้าแถมด้วยหลักฐานเกี่ยวกับการ การปิดประตูอิจญติฮาดด้วย จะเป็นการดี

ตอบ

ซุบหานัลเลาะฮฺ !!! อาจารย์อะสันมาพูดกับผมได้อย่างไรว่า " บังอยากได้หลักฐานจากอัลกุรอาน อัลหะดิษ หรือคำสอนอิมามชาฟิอีย์ที่สอนว่าวายิบต้องสังกัดมัซฮับก่อนนะน้อง" ผมหดหู่ใจ ที่อาจารย์ไม่ค่อยอ่านสิ่งที่ผมนำเสนอให้เข้าใจ ซึ่งผมก็ตอบอาจารย์ไปแล้วว่า

1. อิมามชาฟิอีย์ไม่ได้ห้ามให้คนมุก๊อลลิดตามผูกขาดกับมัซฮับใดมัซฮับหนึ่ง การผูกขาดในการสังกัดมัซฮับเป็นสิ่งที่ جائز อนุญาติให้กระทำได้ แต่ไม่ واجب วายิบ ส่วนรายละเอียดนั้น ผมค่อยชี้แจงโดยผนวกกับการวิจารณ์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ครับ แต่ทำไมอาจารย์อะสันไม่ลองกลับไปถามตัวเองบ้างว่า มีอัลกุรอานและหะดิษ หรืออุลามาอฺสะลัฟท่านใดบ้าง ที่ใช้ให้ตั้งมัซฮับสะละฟีย์ขึ้นมา แต่ผมขอยืนยันและจะชี้แจงรายละเอียดต่อไปโดยผนวกกับการวิจารณ์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ว่า มัซฮับสะละฟีย์นั้นเป็นบิดอะฮฺ อุตริกรรม ต่อประชาชาติอิสลามปัจจุบัน ในเชิงวิชาการ

2. คำกล่าวของอิมามมาลิกนั้น เช่นคำว่า فانظروا ความว่า "พวกท่านจงพิจารณา" นั้น คือบรรดามุจญฺตะฮิด ไม่ใช่มุก๊อลลิด โปรดติดตามรายละเอียดในการวิจารณ์เรื่อง การตักลีด จากข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ และจริงอยู่ว่าท่านนบีได้รับ วะหฺยู จากอัลเลาะฮฺ ซึ่งจริงอยู่ว่าอัลกุรอานนั้นมะซูมและซุนนะฮฺที่ซอฮิหฺนั้นก็มะซูม แต่มะซูมตามความหมายที่อัลเลาะฮฺทรงประสงค์ และตามที่ร่อซูลต้องการ แต่ความเข้าใจจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺที่บรรดาอุลามาอฺได้ทุ่มเทความพยายามในการวินิจฉัยนั้น ไม่มะซูมครับ รายละเอียดโปรดติดตาม โดยผนวกกับการวิจารย์ข้อเขียนจองอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ อิงชาอัลเลาะฮฺ

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

قال الشافعي للمزني: (يا إبراهيم، لا تقلدني في كل ما أقول! وانظر في ذلك لنفسك فإنه دين)
ท่านอิหม่ามชาฟิอีกล่าวแก่ อัลมัซนีย์ว่า “โอ้อิบรอฮีม ท่านอย่าเชื่อตามฉัน ในทุกสิ่งที่ฉันพูด และจงพิจารณาในเรื่องนั้น ให้แก่ตัวท่านเอง แท้จริงนั้นแหละคือ ศาสนา - ดูหนังสือ حجة الله البالغة: ج 1 ص 157، الإنصاف: الدهلوي: ص 105.

ตอบ

ผู้อ่านโปรดดูซิครับ อาจารย์อะสันอ้างอิงคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่มีต่อท่าน อัลมุซะนีย์ ทั้งที่ผมก็เคยชี้แจงไปแล้วว่า "อิมามมัลมุซะนีย์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอิมามชาฟิอีย์ก็มีความเห็นในการวินิจฉัยไม่ตรงกับอิมามชาฟิอีย์มากมายในมัซอะละฮฺต่างๆ ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าบรรดาสานุศิษย์ของบรรดาอิมามทั้ง 4 นั้น ต่างก็เป็นมุจญฺฮิดที่เป็นเอกเทศทั้งสิ้น และพวกเขาก็ปฏิบัติตามคำพูดที่บรรดาอิมามได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นครับ "

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:46 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

ในฐานะที่บังอะสันยังไม่สังกัดค่ายใหน หรือ มัซฮับใหนแบบผูกขาด และไม่ได้สังกัดมัซฮับวะฮบี้ด้วย แต่จะปฏิบัติตามนักวิชาการหรืออุลามาอทุกคนที่เขานำอัลกุรอ่านหรือหะดิษมาอ้างอิง ซึ่งเป็นลักษณะของ อัลอิตตบาอ คือ ตามหลักฐานที่เขานำมาอ้างอิง ไม่ใช่ตามแบบ อัต-ตักลิด คือ หลับหูหลับตาตาม เพราะการผูกขาดตามมัซฮับนั้น เป็นการปิดกั้นสติปัญญา และเป็นกำแพงปิดกั้นในอันที่จะเข้าสู่สัจธรรม

ตอบ

แน่นอนครับ อาจารย์... การที่อาจารย์ไม่สังกัดค่ายใหนนั้นเป็นสิ่งที่ให้กระทำได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ผมอยากจะตอบแบบสั้นเกี่ยวกับเรื่องตักลีดสักนิดหนึ่ง ผมเพราะต้องการที่จะนำไปกล่าวแบบรายละเอียดในการวิจารย์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ โปรดรอต่อไป อีกสัก 1-2 วัน ผมจะเข้ามากล่าวเกี่ยวกับเรื่องตักลีด เพื่ออาจารย์อะสันจะได้เข้าใจ ผมขอตอบแบบสั้นดังนี้
- เราคนมุก๊อลลิดย่อมหลีกไม่พ้นกับการตักลีด
- การอิตติบาอฺ ไม่มีในหลักการในอุซูลุลฟิกห์ มีแต่ ตักลีด(มุก๊อลลิด)กับมุจญฺตะฮิดเท่านั้น ส่วนคำว่าอัตติบาอฺแบบหลับหูหลับตากับมุก๊อลลิตนั้นมีความหมายเดียวกันในนัยของอัลกุรอาน
- มัซฮับวะฮาบีย์นั้น เข้าของมัซฮับเขานิยมเรียกกันแล้ว แต่จะเรียกมัซฮับสะละฟีย์ อาจารย์อะสันบอกผมซิครับว่าไม่ได้สังกัดมัซฮับสะละฟีย์ ซึ่งเป็นมัซฮับที่เพิ่งบิดอะฮฺอุตริกรมตั้งขึ้นมา (ส่วนรายละเอียดพร้อมหลักฐานนั้นผมจะนำมากล่าวในเรื่องตักลีดครับ โปรดอดใจรอ)

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

เพราะอย่างที่เคยบอกน้องไปแล้วว่า มนุษย์มีผิด มีถูก แต่ถ้าเราผูกขาดกับมัซฮับ ก็เหมือนกับปิดหูปิดตาตัว เอง เพราะใครก็ตาม ที่เขานำหลักฐานที่มีน้ำหนักกว่า หากไม่ตรงกับอิหม่ามเรา เราก็ไม่รับ นี้คือ การปิดกั้นตัวเอง

ตอบ

หลักฐานที่มีน้ำหนักนั้น มีน้ำหนักในด้านใดครับ หากมีน้ำหนักในด้านสายรายงานแล้ว ตัวบทนั้นอาจจะถูกยกเลิกไป หรือหลักฐานที่มีน้ำหนักอาจจะบ่งชี้ถึงคำที่คลุมและมีหะดิษอื่นมาทอนความหมายของมัน หรือหลักฐานที่มีน้ำหนักอาจจะมีความหมายที่กว้างและมีหลักฐานอื่นมาเฉพาะเจาะจงกับความหมายของมัน ดังนั้นตัวบทจึงต้องทำการวินิจฉัยอย่างถี่ถ้วนของอุลามาอฺมุจญฺตะฮิด แล้วอาจารย์อะสันจะเอาอุลามาอฺมุจญฺติฮิดท่านใหนครับ ?

แต่หากหลักฐานมีน้ำหนักโดยได้รับการวินิจฉัยและเข้าใจและดึงหุกุ่มออกมาจากอุลามาอฺนั้น ผมอยากบอกอาจารย์อะสันว่า อัลกุรอานและซุนนะฮฺนั้นมะซูมตามความหมายที่อัลเลาะฮฺทรงประสงค์และนบี(ซ.ล.)ต้องการ หากตัวบทที่อาจารย์ว่ามีน้ำหนักและได้รับการวินิจฉัยดึงหุกุ่มออกมานั้น ไม่มะซูม เนื่องจากคำวินิจฉัยของอุลามาอฺนั้น ก็ย่อมมีผิดและมีถูก ดังนั้นอาจารย์รับหะดิษเอามาโดยตรงเลยหรือครับ ? ผมว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากอาจารย์อะสันต้องผ่านการวินิจฉัยจากอุลามาอฺที่อาจารย์นิยิมละก็ อาจารย์ไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกว่า มันมีน้ำหนัก หรือว่าไม่มีน้ำหนัก เพราะสิ่งที่มีน้ำหนักอาจจะถูกก็ได้ และผิดก็ได้ แต่ที่สำคัญ การวินิจฉัยจากตัวบทนั้น อยู่ในกรอบและกฏเกณฑ์ที่อุลามาอฺสะลัฟของประชาชาติอิสลามวางไว้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

แต่ถ้าศาสนามีบัญญัติให้สังกัดหรือผูกขาดกับมัซฮับหนึ่ง มัซฮับใดจากมัซอับทั้งสี่ บังอะสันก็ต้องยอมรับโดยไม่มีข้อแม้อยู่แล้ว แต่บังให้น้องนำเสนอหลักฐานมายืนยัน เรื่องการสังกัดเฉพาะมัซฮับทั้งสี่ ตอนนี้ ก็ยังรอคอยอยู่ น้องไม่ควรจะเอาความคิดเห็นหรือ หรือวิจารณ์ตามความเห็นของตัวเอง ท่านนบี ศอลฯกล่าวว่า
: " كل شرط ليس في كتاب الله فهو باطل " رواه البزار والطبراني وأصله في الصحيحين
ในคัทุฮ มันเป็นโมฆะ - กเงื่อนไข ที่ไม่มีมภีร์ของอัลลอรายงานโดยอัลบัซซารและอัฏฏ็อบรอนีและที่มาของหะดิษปรากฏในเศาะเหียะบุคอรีและมุสลิม และท่านบี ศอลฯได้กล่าวไว้อีกว่า
كل شرط ليس في كتاب الله فهو باطل وإن كان ألف شرط ) .
ทุกเงื่อนไขที่ไม่มีในกิตาบุ้ลลอฮนั้นมันเป็นโมฆะ แม้ว่าจะมีถึงหนึ่งพันเงื่อนไขก็ตาม

ตอบ

ในกรณีเรื่องผูกขาดนั้นผมจะนำไปวิจารย์จากข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ โปรดติดตาม แต่ผมจะตอบแบบสั้นๆเพื่อเป็นแนวทางครับ อาจารย์อะสันโปรดฟังผมให้ดีนะครับ การผูกขาดมัซฮับนั้นต้องเป็นมัซฮับที่ได้รับการยอมรับ เช่นมัซฮับ ทั้ง 4 การผูกขาดมัซฮับเป็นสิ่งที่อนุญาติ جائز (คือไม่จำเป็นและเปลี่ยนไปมัซฮับอื่นก็ได้ ดังนั้นก็เชื่อมั่นอย่างนี้ ถือว่า ไม่เป็น شرط คือวางเงื่อนไขให้กับตนเอง ) แต่การคิดว่าการผูกขาดมัซฮับนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น واجب (คือจะถือมัซฮับอื่นไม่ได้แล้ว) สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่อนุญาติ เพราะจะเป็นการตั้งเงื่อนไข شرط ให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่อัลเลาะฮฺและร่อซูลไม่ได้บอกไว้

เช่นท่านหญิงอาอิชะฮฺรายงานจาก ท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)กล่าวว่า
كل شرط ليس في كتاب الله فهو باطل وإن كان ألف شرط
ทุกเงื่อนไขที่ไม่มีในกิตาบุ้ลลอฮนั้นมันเป็นโมฆะ แม้ว่าจะมีถึงหนึ่งพันเงื่อนไขก็ตาม
อาจารย์อะสันโปรดจงเข้าใจ แล้วอัลเลาะฮฺจะทรงชี้นำท่าน

แต่กรณีเรื่องคนมุก๊อลลิตต้องมีมัซฮับนั้น มีอย่างไร ? อุลามาอฺกล่าวว่า คนมุก๊อลลิดไม่มีมัซฮับ นั้นเป็นอย่างไร ? อาจารย์อะสันโปรดติดตาม การวิจารณ์ของผมต่อข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ นะครับ

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

ถ้าแถมด้วยหลักฐานเกี่ยวกับการ การปิดประตูอิจญติฮาดด้วย จะเป็นการดี

ตอบ

ประตูแห่งการวินิจฉัยหรือการอิจญฺติฮาดนั้น ยังเปิดอยู่จนถึงวันกิยามะฮฺ หากเขาคนนั้นมีเงือนไขครบถ้วนตามอุลามาอฺได้กล่าวไว้ แล้วอาจารย์จะให้ผมนำหลักฐานเกี่ยวกับการปิดประตูวินิจฉัยได้อย่างไร ?? ดังนั้นอาจารย์อย่ายัดเยียดประเด็นให้ผม และอาจารย์ต้องสนทนากับผมต่อไป เพื่ออาจารย์จะได้รับรู้แจ้งเห็นจริงเกี่ยวกับผู้ที่มีมัซฮับอย่างผม

อ้างอิงจากอาจารย์อะสัน

ท่านอิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า
(لا يُقلّدُ أحد دون رسول الله (صلى الله عليه وآله
อิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า
ما قلتُ وكان النبي (صلى الله عليه وآله) قد قال بخلاف قولي، فما صحّ من حديث النبي أولى ولا تقلدوني
ونقل السيوطي عن الإمام أبي شامة أنه قال: نهى إمامنا الشافعي عن تقليده وتقليد غيره
และอัลเลาะฮฺทรงตรัสว่า
ولاتقف ماليس لك به علم ان السمع والبصر والفؤاد كل اولئك كان عنه مسؤولا

ตอบ

หลักฐานทั้งหมด เกี่ยวกับมุจญฺฮิดไม่ใช่คนมุก๊อลลิด อิมามชาฟิอีย์ได้พูดกับสานุศิษย์ของท่าน ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า บรรดาสานุศิษย์ของท่านนั้นล้วนแต่เป็นนักวินิจฉัยทั้งสิ้น เกี่ยวกับเรื่องที่เราพูดนี้ มนุษย์มีอยู่ 2 ประเภท คือมุจญฺตะฮิด(มุฟตี) และมุก๊อลลิด(มุสตัฟตี) หากอาจารย์อะสันอยู่ในหมวดคนมุจญฺฮิด อาจารย์ก็ทำตามคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ได้เลยครับ คืออย่าไปตามอิมามชาฟิอีย์และอย่าไปตามคนอื่นๆจากอิมามชาฟิอีย์ด้วย แต่หากอาจารย์อยู่ในหมวดคนมุก๊อลลิด ก็ทำตามอุลามาฮฺมุจญฺตะฮิดที่อาจารย์พอใจ จะตามเป็นมัซฮับที่ได้รับการยอมรับไปเลย หรือจะตามมุจญฺตะฮิดเป็นรายบุคคลก็ได้ แต่อย่าตัลฟิก และอาจารย์อะสันอย่าอ้างว่าตัวเอง เป็นมุตตะบิอฺ ไม่ใช่มุกอ๊ลลิด เนื่องจากไม่มีอุลามาอฺสะลัฟท่านใดแบ่งว่า มนุษย์มีสามประเภท คือเพิ่ม มุตตะบิอฺไปด้วย นอกจากอุลามาอฺมัซฮับสะละฟีย์ที่ถูกอุตริขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง อย่างเช่น ชัยคฺ อัลมะซูมมีย์ ส่วนประเด็นอ้างอิงอัลกุรอานมานั้น ทำไมอาจารย์ถึงไม่ยกอายะฮฺที่ว่า " พวกเจ้าทั้งหลายจงถาม อะฮฺลุซซิก(ผู้ทรงความรู้) หากพวกเจ้าไม่รู้ " อายะฮฺนี้ผมจะอธิบายต่อไป อินชาอัลเลาะฮฺ

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:57 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจาก การนำเสนอของ คุณอับดุลอิสลาม

เนื่องจากว่าบรรดาอิมามดังกล่าวมีลูกศิษย์ ลูกหา มีผู้นิยมชมชอบในแนวทัศนะของแต่ละคนอยู่มาก ถึงกับได้เขียนตำรับ ตำราขึ้นเป็นแนวทางของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันก็มีการ
อ้างเหตุผลว่าของตนดีกว่าผู้อื่น หรือของอิมามนี้ดีกว่าของอิมามโน้น ฉันทำตามอิมามนี้ไม่ชอบ
ทำตามอิมามโน้น เมื่อเวลาล่วงเลยมา มากเข้าๆ ต่างฝ่ายก็ต่างมีสมัครพรรคพวกมากขึ้นในแหล่ง
ต่างๆ

วิจารณ์

คำพูดของอาจารย์ชาฟิอีย์นี้ ชี้ให้เห็นว่าบรรดามัซฮับนั้น ต่างมีความการแข่งขันกัน จนต้องบันทึกเขียนตำราขึ้นเพื่อสนับสนุนแนวทางของตน จนกระทั้งอาจารย์อะสันเคยกล่าวว่า มัซฮับเกิดขึ้นเพราะการเมือง!! ผมไม่ทราบว่าเอาหลักฐานมาจากใหน ? หรือว่าพูดขึ้นมาเพราะตามอุลามาอฺมัซฮับสะละฟีย์ที่บิดอะฮฺอุตริกรรมขึ้นมาใหม่ ด้วยความอัคติกับมัซฮับทั้งสี่ หรือผู้ที่สังกัดมัซฮับทั้งสี่

ความจริงมัซฮับนั้น ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคสมัยซอฮาบะฮฺแล้ว คือมัซฮับ อะฮฺลุลหะดิษ และมัซฮับอะฮฺลุรเราะอฺ มัซฮับอะฮฺลุลหะดิษนั้นจะอยู่ที่หิยาซ คือที่มักกะฮฺและนครมะดีนะฮฺเป็นต้น ที่มะดีนะฮฺก็มีท่าน ซัยดฺ บิน ษาบิต และท่านอิบนุอุมัร เป็นต้น บรรดาสานุศิษย์ของพวกเขา ก็เช่น สะอีด บิน อัลทุซัยยับ อุรวะฮฺ บิน อัซซุบัยรฺ กอซิม บิน มุหัมมัด บิน อบีบักร เป็นต้น ที่มักกะฮฺก็จะมีท่าน อิบนุ อับบาส สานุศิษย์ของท่านก็คือ อัลอิกริมะฮฺ ท่านอะฏออฺ บิน อบีริบาหฺ เป็นต้น และมัซฮับอะฮฺลุรเราะอฺนั้น จะอยู่ที่ กูฟะฮฺ อิรัก ก็มีท่าน อิบนุมัสอูด ท่านมีสานุศิษย์ก็คือ อัลเกาะมะฮฺ บิน กัยสฺ มัสรูก บิน อัจญฺดะอฺ อัลอัสวัด บิน ยะซีด เป็นต้น เป็นที่ทราบดีว่า บรรดาซอฮาบะฮฺนั้น พวกเขาไม่ใช่นักฟัตวา หรือนักมุจญฺฮิดไปหมดทุกคน และในเรื่องศาสนานั้น ไม่ใช่ว่าจะเอามาจากบรรดาซอฮาบะฮฺทั้งหมดไปเสียทุกคนเช่นกัน ดังนั้นบรรดาซอฮาบะฮฺทั่วไปที่ไม่ถึงขั้นวินิจฉัยได้ ก็จะตักลีดตามบรรดาซอฮาบะฮฺที่ทรงความรู้และสามารถฟัตวาและวินิจฉัยได้

ชาวนครมะดีนะฮฺก็จะตักลีดตามท่านซัยดฺบินษาบิตและท่านอิบนุอุมัร เป็นต้น ชาวมักกะฮฺก็ตักลีดตามหุกุ่มของท่านอิบนุอับบาส เป็นต้น และชาวกูฟะฮฺอิรักก็ตักลีดตามท่านอิบนุมัสอูด เป็นต้น การที่เรียกว่า มัซฮับอะฮฺลุลหะดิษนั้น เนื่องจากว่า ในบริเวนแถบหิยาซฺ คือมักกะฮฺและมะดีนะฮฺนั้น จะสามารถรับหะดิษได้มากกว่าที่กูฟะฮฺอิรัก เนื่องจากเป็นสถานที่ลงวะหฺยู และบรรดาซอฮาบะฮฺอาศัยอยู่นั่นมาก ซึ่งแตกต่างกับที่กูฟะฮฺอิรัก ที่ได้รับหะดิษน้อยกว่าที่นครมะดีนะฮฺ และมีพวกบิดอะฮฺที่ชอบกุหะดิษมากกว่า ด้วยเหตุเช่นนี้ พวกเขาจึงมีความเข้มงวดในการรับหะดิษ เมื่อปัญหาหนึ่งไม่มีตัวบทหะดิษมายืนยัน พวกเขาก็จะทำการกิยาสให้ความเห็น พวกเขาจึงถูกเรียกว่า อะฮฺลุลเราะอฺ แต่ก็นครมะดีนะฮฺก็ใช้กิยาสเช่นเดียวกันแต่ก็จะน้อยมาก

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 5:59 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อถึงยุคสมัยตาบิอิตตาบิอีน ท่านอบูหะนีฟะฮฺ จะได้รับอิทธิพลจาก อะฮฺลุรเราะอฺ ที่กูฟะฮฺอิรัก และอิมามชาฟิอีย์และอิมามมาลิกจะได้รับอิทธิพลจาก อะฮฺลุลหะดิษเป็นส่วนมาก ดังนั้นบรรดาอิมามทั้งสี่ ได้วางกฏเกณฑ์ในการวินิจฉัยในระหว่างพวกเขา โดยนำมาจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺ และพวกเขาได้วิเคราะหฺวินิจฉัย และตรวจสอบความเห็นหรือการกิยาสที่ถูกต้อง และทำการแยกแยะหรือคัดความเห็นและการกิยาสที่ใช้ไม่ได้ทิ้งไป และทำการประมวลและผนวกระหว่างสองมัซฮับ คือมัซฮับอะฮฺลุลหะดิษ และมัซฮับอะฮฺลุรเราะอฺเข้าด้วยกัน ซึ่งดังกล่าวก็เป็นปัจจัยหลักปัจจุจัยที่ทำให้เกิดมัซฮับทั้งหมดนี้ขึ้นมา และมีความการนับถืออย่างสูงในสนามแห่งการวินิจฉัยและวิจัยค้นคว้า

ความจริงแล้วบรรดาหนังสือมัซฮับนั้น บรรดาอิมามได้เขียนขึ้นมาเองด้วย เช่น หนังสือ อัรริซาละฮฺ ของอิมามชาฟิอีย์ และหนังสืออัลอุม ของอิมามชาฟิอีย์เช่นกัน บ้างบอกว่าหนังสืออุม นั้นเป็นการรายงานจากคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ บ้างบอกว่าเป็นการบอกอิมลาอฺให้สานุศิษย์เขียนบันทึก อย่างไรก็แล้วแต่ หนังสืออัลอุม ก็เป็นของอิมามชาฟิอีย์ ส่วนมัซฮับอื่นๆ นั้น ก็มีบรรดาสานุศิษย์ได้รายงานและบันทึกทัศนะของอิมามของตนที่ทำการศึกษา ไม่ใช่เพราะชื่นชอบ หรือนิยมว่าอิมามของตัวเองดี อิมามคนอื่นฉันไม่ชอบ แต่เพื่อที่จะบันทึกรักษาทัศนะของอิมามเอาไว้ เพื่อป้องกันการบิดเบือนจากผู้ไม่หวังดี และบางคนที่ไม่หวังดี ที่ต่างกุโกหกทัศนะต่างๆ แล้วพาดพิงไปยังบรรดาอิมาม ไม่ว่าจะเป็นในด้านของวิชาฟิกห์หรืออากิดะฮฺ อย่างเช่นอิมามชาฟิอีย์ ซึ่งมีพวกมุญัสสิมะฮฺ ได้กุคำพูดขึ้นมาแล้วพาดพิงไปยังท่านอิมามชาฟิอีย์ เป็นต้น

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:05 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดังนั้น การเกิดมัซฮับจึงไม่ใช่เหตุผลเพราะการเมืองตามที่มีการกล่าวอ้างกัน แต่กรณีการแพร่หลายของมัซฮับนั้น ย่อมมีหลายสาเหตุด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การเมือง ซึ่งเช่นเดียวกับปัจจุบันที่ มัซฮับสะละฟีย์ที่อุตริกรรมขึ้นมาใหม่ สามารถก่อตั้งมัซฮับตัวเองขึ้นมาได้ก็เหตุทางการเมืองโดยราชวงศ์สะอูดได้ให้การสนับสนุน ค้ำจุน ในอดีตนั้น ย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้นว่า การเผยแพร่มัซฮับ ย่อมมีการกระทบกระทั้งกันบ้าง แต่ผลสุดท้ายทุกฝ่ายก็มีความเข้าใจ โดยอัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)ทรงให้พวกเขามีความเป็นเอกภาพบนความแตกต่าง ผ่อนปรนกันในสิ่งที่ขัดแย้งและร่วมมือกันในสิ่งที่สอดคล้องกัน ซึ่งแต่ต่างจากมัซฮับสะละฟีย์ที่บิดอะฮฺอุตริกรรมขึ้นมาใหม่ และมีอุดมการณ์ที่เป็นชาตินิยม ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแนวทางของตน ก็จะได้ชื่อว่าเป็นพวกที่บิดอะฮฺบ้าง ลุ่มหลงบ้าน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ จึงทำให้มีความแยกแยะขึ้น ในทุกย่อมหญ้าที่มีสะละฟีย์เข้าไปถึงในปัจจุบัน

มัซฮับสะละฟียะฮฺ ชื่อนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

ตั้งแต่ยุคสมัยของสะลัฟ ชนส่วนมาก คือบรรดามุสลิมีนที่ทำการอาศัยหลักการและกฏเกณฑ์จากความเข้าใจร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.)และบรรดาซอฮาบะฮฺ และแนวทางของพวกเขาในการเข้าใจการตัฟซีร การตีความ การวินิจฉัย จนกระทั้งพวกเขาได้พัฒนาปรับปรุง ให้มีความสอดคล้องระหว่างความเห็นและตัวบทที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการและกฏเกณฑ์ดังกล่าวนั้น ซึ่งพวกเขาถูกให้ฉายาอย่างแท้จริงว่า อะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ

มัซฮับทั้งสี่ ต่างก็ไม่มีสิ่งใดมากั้นขวางในการได้ชื่อว่าพวกเขาคือ อะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ ดังนั้นความเป็นหนึ่งของกลุ่มชนนี้จึงเกิดขึ้นได้ในที่สุด ที่อยู่บนหนทางเดียวกัน จนกระทั้งในยุคหลังนี้มีชนกลุ่มหนึ่งพยายามสร้างจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตนที่พยายามแยกจากแนวทางอื่น และเชื่อว่าแนวทางอื่นจากตนนั้นเป็นแนวทางที่บิดอะฮฺหันเหออกจากแนวทางของอัลอิสลาม แล้วพวกเขาก็ตั้งมัซฮับขึ้นเพื่อเป็นเอกลักษณ์ให้กับตนเอง นั่นก็คือ มัซฮับสะละฟียะฮฺ ทั้งที่อุลามาอฺสะลัฟยุคก่อน ไม่มีผู้ใดที่เรียกร้องให้ตั้งมัซฮับสะลัฟขึ้นมา และไม่มีอุลามาอฺสะลัฟท่านใด ที่เรียกร้องให้มาสู่แนวทางของตนแล้วบอกว่านี่คือมัซฮับสะละฟีย์

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:07 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดังนั้น หากมุสลิมคนได้พยายามให้คนอื่นรู้จักว่า เขาได้สังกัดมัซฮับหนึ่งที่เรียกว่า มัซฮับสะละฟียะฮฺนั้น จึงไม่ต้องสงสัยว่า เขาคือผู้ทำบิดอะฮฺขึ้นแล้ว ดังกล่าว ก็คือ หากคำว่า สะละฟียะฮฺ มีอุดุมการณ์สอดคล้องกับ คำว่า อะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺก็ตาม เขาได้อุตริกรรมขึ้นมาให้กับบรรดากลุ่มชนมุสลิมีน โดยตั้งชื่อขึ้นมาใหม่(คือมัซฮับสะละฟีย์) ที่บรรดาอุลามาอฺสะลัฟไม่ได้มีมติในการตั้งชื่อมัซฮับสะละฟีย์ดังกล่าวมาเลย แต่หากว่าการตั้งชื่อหรือมัซฮับสะละฟียะฮฺขึ้นมาโดยไม่มีความสอดคล้องกับอุดุมการณ์ของอะฮฺลิสซุนนะฮฺทั่วไปแล้ว อย่างที่ปรากฏให้เห็นจริงๆ ในปัจจุบันนั้น แน่นอนว่า การทำบิดอะฮฺ อุตริกรรมย่อมเกิดขึ้นในคำว่าสะละฟียะฮฺที่อุตริตั้งมันขึ้นมา

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากการนำเสนอของอับดุลอิสลาม

การที่มัซฮับทั้งสี่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป สืบเนื่องมาจากการเมืองในยุคก่อนๆ เช่น
ในประเทศใดที่ผู้นำนิยมทัศนะอิมามหนึ่งโดยเฉพาะ มัซฮับนั้นย่อมจะต้องใช้ผู้นิยมมัซฮับเดียวกับผู้นำแต่มีข้อเสียอยู่ ซึ่งใด้ปรากฎมาแล้วในอดีต คือ เกิดความคลั่งไคล้หรือในภาษา อรับเรียกว่า ตะอัสศุบ โดยยึดถือว่ามัซฮับที่ตนยึดถืออยู่นั้นมีความสมบูรณ์ถูกต้องฝ่ายเดียว ฝ่านอื่นไม่ดีไม่สมบูรณ์พอ

วิจารณ์

มัซฮับสะละฟีย์ในปัจจุบันนี้ พวกเขาต่างยึดและมีอุดุมการณ์ที่เฉพาะสำหรับพวกเขา ซึ่งพวกเขาได้ทำการปกป้อง และกล่าวหาผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแนวทางของตนว่าเป็นผู้ที่บิดอะฮฺ ไม่ว่าจะอยู่ในเรื่องของอะกีดะฮฺ ฟิกห์ หรือตะเซาวุฟ หากมีมัสอะละฮฺ ปัญหาประเด็นใด ที่มีความเห็นขัดแย้งออกเป็น สอง ประเด็นปัญหาที่พวกเขาเห็นด้วย นั้นพวกเขาคิดว่ามันเป็นสัจจะธรรม และความเห็นที่ 2 ถือว่าเป็นบิดอะฮฺและผู้ที่มีความเห็นดังกล่าวก็เป็นผู้ที่ทำบิดอะฮฺด้วย เห็นง่ายๆ เช่นเรื่อง อ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺ เป็นต้น คือเรื่องกุนูตในละหมาดซุบหฺนี้ บรรดาอุลามาอฺมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน แต่เป็นการขัดแย้งที่อยู่ในกรอบหลักการและกฏเกณฑ์ที่อุลามาอฺสะลัฟได้วางเอาไว้ แต่มัซฮับสะละฟีย์ปัจจุบันไม่เห็นด้วยกับการกุนูตในละหมาดซุบหฺ ดังนั้นพวกเขาก็กล่าวกับผู้ที่ไม่มีทัศนะที่ตรงกับพวกเขาว่า ผู้ที่อ่านกุนูตในละหมาดซุบหฺนั้นทำบิดอะฮฺ ทั้งที่ตั้งแต่อดีตไม่มีอุลามาอฺมัซฮับใดทำการกล่าวหาทัศนะอีกมัซฮับหนึ่งว่า บิดอะฮฺ ดังนั้นอุดุมการณ์ของมัซฮับสะละฟีย์ที่กักความถูกต้องให้อยู่ฝ่ายตนอย่างเดียวนั้น ย่อมเป็นบิดอะฮฺอุตริกรรมที่เกิดขึ้นมาอย่างชัดเจนและไม่ต้องสงสัย

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:14 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านชัยคฺ ด๊อกเตอร์ มุหัมมัด สะอีด ร่อมะฏอน อัลบูฏีย์ ได้กล่าวว่า "เราได้ทำการญะมาอะฮฺละหมาดอิชาอฺในค่ำคืนหนึ่งจาก(มัสยิด)บางประเทศอาหรับ พร้อมด้วยกลุ่มหนึ่งจากบรรดาอุลามาอฺและนักคิด ได้มีคนหนึ่งจากเราได้ทำการยกมือขอดุอาต่ออัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)หลังละหมาด คนที่เหลือก็ทำการกล่าวอามีนจากดุอาของเขานั้น ดังนั้นมีชายคนหนึ่งที่มาละหมาด - ซึ่งเขาอยู่มัซฮับสะละฟีย์ - ได้ยืนขึ้น และแยกตัวออกจากกลุ่มญะมาอะฮฺ เพื่อที่จะไม่อยากเห็นสิ่งตำหนิอันนี้ และเพื่อไม่อยู่ร่วมพร้อมกับเราเกี่ยวกับข้อตำหนิดังกล่าว ฉันจึงกล่าวแก่เขาว่า อะไรคือหนทางที่จะมาห้ามสิ่งดังกล่าวนี้หรือ ? เขาตอบว่า การดุอาอฺหลังละหมาดนั้น มันไม่ใช่เป็นทางนำของท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) แต่ท่านนบี(ซ.ล.)ได้ดุอาในขณะที่ทำละหมาด!!

สิ่งที่ฉันเห็นว่าถูกนับว่าทำสิ่งน่าตำหนิและบิดอะฮฺจากชายผู้นี้และผู้ที่เหมือนๆ กับเขา ไม่ใช่อยู่ที่เขาโน้มเอียงไปยังความเห็นในเชิงวินิจฉัยที่กล่าวว่า แท้จริงการขอดุอานั้น สุนัตในละหมาดหรือหลังละหมาด โดยแท้จริงได้มีผู้ที่ให้ทัศนะในความเห็นนี้จากบรรดาอิมาม ที่ทำการตีความ หะดิษของสะอัด บิน อบีวักก๊อซ ที่ได้รายงานโดยบุคอรีย์และท่านติรมิซีย์ว่า เขาได้ทำการสอนบุตรชายของเขาด้วยถ้อยคำต่างๆ เหล่านี้ เหมือนกับที่ครูได้ทำการสอนเด็กเขียนหนังสือ และเขากล่าวว่า

إن رسول الله صلى الله عليه وسلم كان يتعوذ بهن دبر الصلاة..........الحديث

" แท้จริง ร่อซูลุลเลาะฮฺ (ซ.ล.) ได้กล่าวขอความคุ้มครอง(จากอัลเลาะฮฺ)ด้วยกับมัน(ถ้อยคำต่างๆ ) ถัดจากละหมาด ว่า ผู้พระผู้อภิบาลของข้าฯ ข้าฯ ขอการคุ้มครองด้วยกับพระองค์ จากจากตระหนี่ และข้าขอความคุ้มครองด้วยกับพระองค์ จากความขลาด และข้าฯขอความคุ้มครองด้วยกับพระองค์ กับการที่ข้าฯ ต้องหวนกลับไปยังความต่ำต้อยของอายุไข และข้าฯ ขอความคุ้มครองด้วยกับพระองค์ จากฟิตนะฮฺของดุนยา และข้าฯขอความคุ้มครองด้วยกับพระองค์ จากการลงโทษของกุโบร "

แท้จริงอุลามาอฺบางส่วนได้ตีความคำ ( دبر الصلاة ) ว่าท้ายละหมาด พวกเขากล่าวว่า ดุอาของท่านนบี(ซ.ล.)ด้วยถ้อยคำต่างๆ เหล่านี้ อยู่ในท้ายของการละหมาดก่อนให้สลาม แต่อุลามาอฺส่วนมากมีทัศนะว่า จุดมุ่งหมายด้วยคำว่า ( دبر الصلاة ) คือถัดจากละหมาดเสร็จแล้ว ด้วยอ้างหลักฐานดังกล่าวใน-เชิงภาษา และหะดิษของอุมมุสะละมะฮฺ ที่รายงานโดยอิมามอะหฺมัดและอิบนุมาญะฮฺว่า แท้จริง นบีได้เคยกล่าว เมื่อละหมาดซุบหฺเสร็จในขณะที่สลามแล้วว่า " โอ้พระผู้อภิบาลของข้าฯ แท้จริงข้าฯ วอนขอพระองค์ กับความรู้ที่เป็นประโยชน์ ปัจจัยยังชีพที่ดี และอะมัลที่ถูกตอบรับ"

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4 ... 26, 27, 28  ถัดไป
หน้า 3 จากทั้งหมด 28

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.06 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004