ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, ... 26, 27, 28  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 2:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
รับฟังได้มะคับ...ตอบด้วย
........................
อยากให้คุณอิลยาสสนทนาด้วยคับ
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 7:45 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

อ้างอิงจาก ข้อความของอาจารย์ ชาฟิอีย์ นภากรณ์ จากการนำเสนอของ คุณอับดุลอิสลาม
อิมามอบูฮะนีฟะฮฺ ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า เป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ที่ไม่รู้ชัดในหลักฐานที่ฉันอ้างอิง แล้วมาชี้ขาดในคำพูดของฉัน เพราะเรานั้นก็คือคนธรรมดา เราพูดวันนี้อย่างนี้ พรุ่งนี้เราอาจจะกลับคำพูดใหม่ก็ได้
อิมามมาลิก ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า เราเป็นคนธรรมดา มีผิดมีถูก จงพิจารณาคำพูดของฉันด้วย หากถูกต้องตรงกับ อัลกุรอาน และแบบฉบับของท่านร่อซูล ท่านทั้งหลายจงรับไป แต่ถ้าหากคำพูดของฉันขัดกับ อัลกุรอาน และแบบฉบับของท่านร่อซูล ก็จงทิ้งไปเสีย
อิมามซาฟิอี ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า เมื่อพวกท่านพบว่าในหนังสือของฉันขัดกับแบบฉบับของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พวกท่านก็จงพูดตามแบบฉบับของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และทิ้งคำพูดของฉันเสีย
อิมามอะหมัด อิบนุฮัมบัล ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า อย่าตามฉันหรือตามอิมามมาลิก ซาฟิอี และเซารี แต่จงเอาจากสิ่งที่พวกเขาเอามา

วิจารณ์

คำกล่าวของบรรดาอิมามทั้ง 4 นี้ มีความถูกต้องอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งชี้ถึงความน้อบน้อมถ่อมตนของพวกเขา บรรดาอิมามที่ 4 นั้น ต้องยึดอัลกุรอานและซุนนะฮฺกันทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเขาได้วินิจฉัยและพร่ำสอนบรรดาศานุศิษนั้น พวกเขาต่างทุ่มเทความพยายามที่อัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)ทรงมอบให้แก่พวกเขา ในการวินิจฉัยหุกุ่ม รับใช้อัลกุรอานและซุนนะฮฺ พวกเขาเป็นมุจญฺตะฮิดที่เป็นเอกเทศ (มุจญฺตะฮิด มุฏเฏาะลัก) สิ่งที่พวกเขาทำการสอนและทุ่มเทสุดความสามารถในการวินิจฉัยนั้น พวกเขาต่างเชื่อหรือคาดว่ามันมีความถูกต้อง ไม่มีอิมามทั้ง 4 ท่านใดหรอก ที่วินิจฉัยตัวบทแล้วไม่แน่ใจในความไม่ถูกต้องหรือคาดว่าไม่ถูกต้อง แล้วก็นำมาสอนบรรดาลูกศิษย์ และไม่มีอิมามทั้ง 4 ท่านใดหรอก ที่ทำการสอนบรรดาลูกแล้วบอกว่าอย่าเชื่อคำพูดขอฉัน สอนคนอื่นไป พร้อมกับบอกว่าอย่างเชื่อสิ่งที่ฉันสอน ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะสอนไปทำไม ?

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 7:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดังนั้นสิ่งที่บรรดาอิมามวินิจฉัยแล้วนำมาสอนนั้น คือสิ่งที่บรรดาอิมามเชื่อว่าหรือคาดว่าสิ่งเหล่านั้นมีความถูกต้อง หากสิ่งเหล่านั้นไม่มีความถูกต้องหรือสงสัยในความถูกต้อง แล้วนำมาสอน ย่อมเป็นบาปอย่างแน่นอน แต่ด้วยศักยภาพของความเป็นมนุษย์นั้น ย่อมมีผิดและมีถูก บรรดาอิมามทั้ง 4 ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาวินิจฉัยนั้น ถูกต้องตามที่อัลเลาะฮฺทรงประสงค์หรือตามที่นบีต้องการหรือไม่? เท่านั้นเอง

ดังนั้นบรรดาอิมามจึงกล่าวว่า " เราเป็นมนุษย์(แต่ไม่ธรรมดาเหมือนคนเอาวามทั่วไป) มีผิดและมีถูก ก็จงพิจารณาคำพูดของฉัน หากสอดคล้องกับอัลกุรอานและซุนนะฮฺ ก็จงรับไป แต่หากขัดกับทั้งสองก็จงละทิ้ง " แต่เราต้องเข้าใจว่า คำพูดของบรรดาอิมามทั้ง 4 นั้น พูดสำหรับใคร ? มนุษย์มีสองประเภท คือ มุจญฺตะฮิด และ มุก๊อลลิด หากท่านอิมามอะหฺมัด พูดกับคนมุก๊อลลิดว่า พวกท่านอย่างตามฉัน หรือตามอิมามาลิก อิมามชาฟิอีย์ และอิมามเซารี " แล้วจะให้คนมุก๊อดไปตามใคร ?? หรือว่าให้ไปตาม ชัยคฺอิบนุตัยมียะฮฺ มุหัมมัดบินอับดุลวะฮฺฮาบ หรือตามชัยคฺบินบาซฺ หรือให้คนเอาวามทั่วไป กลับไปตามอัลกุรอานและซุนนะฮฺโดยตรง ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะคนเอาวามทั่วไป ไม่มีความสามารถพอที่จะเข้าไปมีบทบาทในการวินิจฉัยกฏหมายต่างๆ ของอัลเลาะฮฺ(ซ.บ.) ดังนั้นคำพูดของบรรดาอิมามไม่ใช่พูดกับคนมุก๊อลลิดหรือคนเอาวามทั่วไปอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอเหลือเกินว่า คำพูดของบรรดาอิมามนั้น ได้ทำการพูดสนทนากับบรรดาสานุศิษย์ที่เป็น "มุจญฺตะฮิด" ที่สามารถวินิจฉัยตัวบทเองได้ ไม่ใช่กับบรรดาคนเอาวามทั่วไป เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะพบว่า บรรดาสานุศิษย์ของบรรดาอิมามนั้น บางครั้งอาจจะมีทัศนะไม่ตรงกัน เช่นอิมามชาฟิอีย์ลูกศิษย์ของอิมามมาลิกมีทัศนะไม่ตรงกันในเรื่องการเอาหลักปฏิบัติของชาวมะดีนะฮฺมาเป็นหลักฐาน หรือมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องของการอ่านฟาติหะฮฺของมะอฺมูม เป็นต้น ท่านอิมามมุหัมมัด บิน หะซัน และท่านอบี ยูซุฟ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านอิมามอบู หะนีฟะฮฺ ต่างก็มีความเห็นในเรื่องการวินิจฉัยไม่ตรงกันกับอิมามอบูหะนีฟะฮฺ อิมามมัลมุซะนีย์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอิมามชาฟิอีย์ก็มีความเห็นในการวินิจฉัยไม่ตรงกับอิมามชาฟิอีย์มากมายในมัซอะละฮฺต่างๆ ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าบรรดาสานุศิษย์ของบรรดาอิมามทั้ง 4 นั้น ต่างก็เป็นมุจญฺฮิดที่เป็นเอกเทศทั้งสิ้น และพวกเขาก็ปฏิบัติตามคำพูดที่บรรดาอิมามได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นครับ

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 7:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เราลองมาพิจารณาคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ ซึ่งอิมามชาฟิอีย์ได้เคยกล่าวคำกล่าวหนึ่งอันที่เป็นที่เลื่องลือว่า
إذا صح الحديث فهو مذهبى

ความว่า "เมื่อหะดิษซอฮิหฺ มันย่อมเป็นมัซฮับของฉัน"

คำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ตามความหมายนี้ มีรายงานด้วยคำที่แตกแต่งกันไป เช่น
قال الأصم سمعت الربيع يقول : سمعتُ الشافعي يقول : إذا وجدتم في كتابي خلاف سنة رسول الله صلى الله عليه وسلم فقولوا بسنة رسول الله صلى الله عليه وسلم ودعوا ما قلت

ความว่า " ท่านอัลอะซ๊อม ได้ยิน ท่านอัรร่อบีอฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินอิมามอัชชาฟิอีย์ กล่าวว่า เมื่อพวกท่านพบในหนังสือของฉัน ขัดกับซุนนะฮฺของท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ดังนั้นพวกท่านจงกล่าวด้วยกับซุนนะฮฺร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) และจงละทิ้งสิ่งที่ฉันเคยพูด " ดู อาดาบ อัชชาฟิอีย์ หน้า 67 และมิฟตาหุลญันนะฮฺ หน้า 49

ท่านอิมามชาฟิอีย์กล่าวเช่นกันว่า

كلّ مسألة تكلمت فيها صحّ الخبر فيها عن النبي صلى الله عليه وآله عند أهل النقل بخلاف ما قلت ، فأنا راجع عنها في حياتي وبعد موتي

ความว่า "ทุกประเด็นปัญหาที่ฉันเคยกล่าว โดยมีหะดิษเศาะเหียะในประเด็นนี้จากท่านนบี ศอลฯ ตามทัศนะนักวิชารายงานหะดิษ โดยขัดแย้งกับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ ดังนั้น ข้าพเจ้าขอคืนคำจากมัน ในขณะที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ และหลังจากข้าพเจ้าได้เสียชีวิต " ดู อาดาบ อัชชาฟิอีย์ หน้า 68 และมะนากิบ อิมาม อัชชาฟิอีย์ เล่ม 1 หน้า 473 ของท่านอิมาม อัลบัยหะกีย์

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จากคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ที่กล่าวมาแล้วนี้ มีบางคนที่ไม่สังกัดมัซฮับ ต่างนำมาแอบอ้างว่า ทุกๆ หะดิษที่ซอฮิหฺ เป็นมัซฮับของอิมามชาฟิอีย์ อิมามชาฟิอีย์ไม่ได้ใช้ให้เราตามท่าน แต่ท่านใช้ให้ตามอัลหะดิษที่ซอฮิหฺ ก็ถือว่าเป็นมัซฮับชาฟิอีย์ พวกเขาพูดแอบอ้างเพื่อที่จะให้เราเลิกตามมัซฮับชาฟิอีย์ แต่จุดหมายแฝงก็คือพวกเขาต้องการให้เราไปตามมัซฮับสะละฟีย์ นี้คือสิ่งที่ผมเคยประสบมา

แต่ความเป็นจริงแล้ว การที่เราจะแอบอ้างว่านั่นเป็นมัซฮับชาฟิอีย์ เพราะเขาเจอหะดิษที่ซอฮิหฺนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่กล่าวอย่างนั้น และสิ่งที่อิมามชาฟิอีย์กล่าวนั้น ไม่ใช่หมายความว่า ทุกคนที่เห็นหะดิษที่ซอฮิหฺ แล้วมากล่าวว่า นั่งคือมัซฮับชาฟิอีย์ เนื่องจากบางครั้ง มีหะดิษที่ซอฮิหฺ ที่ขัดกับคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ โดยที่หะดิษซอฮิหฺดังกล่าวอิมามชาฟิอีย์ก็ได้รับมาแล้ว แต่หะดิษนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ หรือท่านอิมามได้ทำการตีความที่เป็นการเฉพาะจากการวินิจฉัยของท่าน หรือท่านอิมามชาฟิอีย์พบว่ามีหะดิษที่ซอฮิหฺกว่า หรือมีฮะดิษที่มีความหมายบ่งถึงที่ชัดเจนกว่า หรือหะดิษนั้นมีความหมายที่กว้างแล้วมีหะดิษอื่นมาจำกัดความหมายของมัน หรือหะดิษนั้นมีความหมายที่ครอบคลุมแล้วมีหะดิษอื่นมาทอนความหมายเป็นการเฉพาะกับมัน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ อิมามชาฟิอีย์จึงทิ้งการปฏิบัติกับหะดิษซอฮิหฺนี้ไป ดังนั้น จึงไม่อนุญาติให้คนหนึ่งคนใดกล่าวแอบอ้าง เมื่อเขาได้พบหะดิษหนึ่งที่ซอฮิหฺโดยที่ขัดแย้งกับคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ ว่าหะดิษนี้คือคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ นอกจากว่าเขาได้ทำการตรวจสอบอย่างหนักและค้นคว้าอย่างสมบูรณ์ จากบรรดาหนังสือต่างๆ ของอิมามชาฟิอีย์ และบรรดาหนังสือของสานุศิษย์ของท่าน ว่าหะดิษนี้อิมามชาฟิอีย์ได้รับแล้วหรือยัง ? เมื่อได้รับแล้ว อะไรคือที่อิมามชาฟิอีย์ต้องละทิ้งหะดิษนี้ ??

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:06 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอิมาม อิบนุซอลาหฺ กล่าวว่า " สิ่งที่อิมามชาฟิอีย์ได้กล่าวไว้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากนักวิชาฟิกห์ทุกคน จะไม่ได้ได้รับอนุญาติให้ปฏิบัติโดยพละการด้วยหะดิษที่เขาคิดว่าเป็นหลักฐานได้ และมีจากผู้ที่ได้ดำเนินตามแนวทางนี้จากอุลามาอฺมัซฮับชาฟิอีย์ คือผู้ที่ปฏิบัติหะดิษที่อิมามชาฟิอีย์ละทิ้งโดยเจตนา ทั้งที่หะดิษนั้นซอฮิหฺ เนื่องจากมีสิ่งที่มาห้ามไม่ใช้เขารู้ หรือมันได้ซ้อนเร้นอื่นจากเขา เช่น อบี อัลวะลีด มูซา บิน อบี อัลญารูด ผู้ที่เป็นศิษย์ของอิมามชาฟิอีย์ เขาได้กล่าวว่า " หะดิษ ผู้ที่กรอกเลือดและผู้ที่ถูกกรอกเลือด นั้นเสียศีลอด" ซอฮิหฺ ดังนั้นฉันขอกล่าวว่า " อิมามชาฟิอีย์ กล่าวว่า ผู้ที่กรอกเลือดและผู้ที่ถูกกรอกเลือดนั้น เสียศีลอด " ฉะนั้น บรรดาสานุศิษย์ได้ทำการตอบโต้สิ่งดังกล่าว กับ อบี อัลวะลีด เพราะอิมามชาฟิอีย์ ได้ทิ้งหะดิษนี้ ทั้งที่รู้ว่ามันซอฮิหฺ ก็เนื่องจากว่า หะดิษดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว ตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ และอิมามชาฟิอีย์ได้อธิบายชี้แจงกับการยกเลิกของหะดิษนั้นแล้ว และได้อ้างหลักฐานต่อสิ่งดังกล่าวแล้ว " ท่านอิบนุ คุซัยมะฮฺ กล่าวว่า " ฉันไม่รู้เลยว่า จะมีซุนนะฮฺของร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ในเรื่องหะลาล หรือหะรอม ที่อิมามชาฟิอีย์จะไม่ได้บรรจุมันเอาไว้ในหนังสือของท่าน " นั่นคือความมีเกียตริและความเป็นผู้นำของท่านอิบนุคุซัยมะฮฺ ในวิชาหะดิษและฟิกห์ และท่านได้รอบรู้ถึงตัวบทต่างๆ ของอิมามชาฟิอีย์ ด้วยสถานที่อันเป็นที่รู้จักกัน " สรุปจาก คำกล่าวของอิมาม อันนะวาวีย์ ดู บทนำ หนังสือ อัล-มัจญฺมั๊วะ ของอิมามนะวาวีย์

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:09 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมขออ้างอิงจาก อาจารย์อะสัน

บังพยายามศึกษาค้นคว้าคำสอนอิหม่ามชาฟิอี (ขออัลลอฮโปรดเมตตาแก่ท่าน)มาหลายปี ว่า คำสอนของท่านประโยคใดบ้าง ที่ท่านส่งเสริมศิษย์ของท่านให้ตั้งนิกายชาฟิอีและให้ลูกศิษย์ดำเนินตามแนวทางของท่าน ปรากฏว่าตอนนี้ยังไม่พบ อันนี้ไม่ใช่บังแกล้งพูดนะ และไม่ได้หมายความว่า ไม่มีนะ อาจจะมีก็ได้ เพียงแต่ความรู้บังอะสันยังไปไม่ถึงก็ได้

ตอบ

ผมไม่ทราบว่า เวลาหลายปีที่ผ่านมานั้น อาจารย์ค้นคว้าคำสอนของอิมามชาฟิอีย์จากหนังสือเล่มใหน ? ทำไมอาจารย์อะสันเพียงแค่ศึกษาแค่คำสอน ทำไมไม่ศึกษาทั้งหมดในแนวทางของอิมามชาฟิอีย์ และบรรดาสานุศิษย์ของท่านที่มีความเข้าใจคำสอนและมัซฮับของอิมามชาฟิอีย์มากกว่าใครๆ ปัจจุบันนี้หมดยุคแล้วครับ ที่เราจะมาเรียกว่า " นิกายชาฟิอีย์ " ผมอยากให้อาจารย์เรียกว่า "มัซฮับชาฟิอีย์" เถอะครับ มันจะได้เหมาะกับผู้ที่มีความรู้อย่างอาจารย์อะสันไงล่ะครับ
ในเรื่องการเกิดมัซฮับนั้น ผมจะทำการอธิบายต่อไป อิงชาอัลเลาะฮฺ แต่การที่อาจารย์อะสันบอกว่า "อิมามชาฟิอีย์ไม่ได้ส่งเสริมลูกศิษย์ให้ตามแนวทางของท่าน" นั้น บังอะสันเข้าใจคำพูดของอิมามชาฟิอีย์มากน้อยเพียงใดหรือครับ ? และอิมามชาฟิอีย์พูดสนทนากับใคร ?? มีฐานะทางด้านวิชาการอย่างไร ? แต่ไม่ได้กล่าวรวมไปถึงอาจารย์อะสันแน่นอนครับ และอาจารย์อะสันสมควรเข้าใจว่า มัซฮับชาฟิอีย์ คือแนวทางในการวินิจฉัยตัวบทของอิมามชาฟิอีย์ โดยวางเงื่อนไข หลักการและหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการพิจารณาตัวบท ดังนั้นอิมามชาฟิอีย์ คือวางมัซฮับขึ้นมา ซึ่งเขาเรียกว่ามัซฮับชาฟิอีย์ บรรดาอุลามาอฺมุจญฺฮิดมากมายที่ให้การยอมรับและมีความเห็นสอดคล้องกับหลักการ กฏเกณฑ์ หลักการวินิจฉัย ที่อิมามชาฟิอีย์ได้วางแนวทางเอาไว้เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะนำพาไปสู่ความเข้าใจอัลกุรอานและซุนนะฮฺ จึงตั้งชื่อว่า มัซฮับชาฟิอีย์ เพื่อให้เกียตริแก่ท่าน เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว อาจารย์อะสันก็อย่างอ้างตัวเองว่า " ตามมัซฮับนบีมุหัมมัด(ซ.ล.) " แต่มุสลิมทุกคนต้อง "ตามซุนนะฮฺนบีมุหัมมัด(ซ.ล.)" ต่างหากล่ะครับ และมัซฮับหรือแนวทางในการที่จะเข้าไปสู่การพิจารณาซุนนะฮฺของท่านนบีนั้น อาจารย์อะสัน มีแล้วหรือยัง ??? แต่สำหรับผมนั้นมี ก็คือมัซฮับชาฟิอีย์ ที่ไม่ใช่มัซฮับสะละฟีย์ที่อุตริกรรมตั้งขึ้นมาโดยอุลามาอฺยุคก่อนเรื่อยๆมาไม่เคยรู้จักมาก่อนในประวัติศาสตร์อิสลาม

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจาก การนำเสนอของคุณ อับดุลอิสลาม

แต่บางคนเข้าใจว่าท่านอิมามเลิกใช้ทัศนะหรือฟัตฺวาของเศาะหะบะฮฺไปโดยสิ้นเชิง ถึงกับทำให้ ผู้แต่งหนังสือในสมัยหลังๆนี้ เขียนออกมาชัดๆเลยว่า ท่านอิมามชาฟิอีเลิกใช้ฟัตฺวาเศาะหะบะฮฺ หรือ เกาลุศเศาะหาบี ไปแล้วในโกลญะดีด โดยผู้เข้าใจผิดเขียนโคลงไว้ตอนหนึ่งว่า # คำของเศาะหาบีในญะดีดของชาฟิอีไม่ใช้เป็นหลักฐาน ส่วนในกอดีดเป็นหลักฐานมาก่อน
ทว่าอันนี้อ่อน ดังนี้นจึงถูกผลัก #
บรรดาผู้รู้ในบ้านเรา เมื่อได้อ่านพบอย่างนี้ก็เชื่ออย่างสนิทใจ เพราะเมื่อมันเป็นภาษา อฺรับแล้วคิดว่าเป็นหลักฐานได้ทันที โดยไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริง ด้วยเหตุนี้ เกาลุศเศาะหาบี จึงได้เป็นเรื่องใหญ่อยู่พักหนึ่ง แต่ต่อมาเงียบหายไปเพราะจำนนต่อความจริงที่ได้มาจาก คำของท่านอิมามเอง ในหนังสือ อัล อุม เล่ม7 หน้า 265

วิจารณ์

คำของอาจารย์ชาฟิอีย์ที่ว่า " บรรดาผู้รู้ในบ้านเรา เมื่อได้อ่านพบอย่างนี้ก็เชื่ออย่างสนิทใจ เพราะเมื่อมันเป็นภาษา อฺรับแล้วคิดว่าเป็นหลักฐานได้ทันที โดยไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริง " นั้น ผมไม่เห็นด้วย เนื่องผู้รู้บ้านเราบางท่านอาจจะเชื่อว่า คำกล่าวของซอฮาบะฮฺ ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ นั้น ไม่ใช่ไปเจอบทโคลงตอนใดตอนหนึ่งโดยเป็นภาษาอาหรับแล้วเชื่อ ซึ่งความจริงแล้ว คำกล่าวที่ว่า อิมามชาฟิอีย์ ไม่นำคำกล่าวของซอฮาบะฮฺมาเป็นหลักฐานนั้น ได้มีระบุไว้ในหนังสือวิชาอุซูลุลฟิกห์ ไว้เป็นร้อยๆ ปีแล้ว

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอิมาม อัซซัรกะชีย์ กล่าวว่า " สำหรับ คำกล่าวของซอฮาบะฮฺนั้น เป็นหลักฐาน กับผู้ที่ไม่ใช่ซอฮาบะฮฺหรือไม่ ? บรรดาอุลามาอฺ มีความขัดแย้งกันในเรื่องนี้ สำหรับอิมามชาฟิอีย์นั้น มีสองคำกล่าว คำกล่าวญะดีด กล่าวว่า คำกล่าวซอฮาบะฮฺ ไม่นำมาเป็นหลักฐาน " ดู หนังสือ ตัชนีฟ อัลมะซาเมี๊ยะอฺ บิ ญัมอฺ อัลญะวาเมี๊ยะอฺ ของท่านซุบกีย์ อธิบายโดย อิมามอัซซัรกาชีย์ เล่ม 3 หน้า 442 ท่านอิมาม อัรรอซีย์ กล่าวว่า "มันเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง" ดู หนังสือ อัลมะหฺซูล เล่ม 2 หน้า 562 ท่านอิมามอัลอามิดีย์กล่าวว่า " คำกล่าวที่ถูกเลือก คือ คำกล่าวของซอฮาบีย์ ไม่ใช่นำมาเป็นหลักฐานเลย " ดู อัลเอี๊ยะหฺกาม ฟี อุซูลุลอะหฺกาม เล่ม 4 หน้า 201 ท่านอิมามฆอซาลีย์ ได้เลือกคำกล่าวนี้เช่นกัน ดู หนังสือ อัลมุสตัซฟา เล่ม 1 หน้า 260 และชัรหฺ มินฮาจฺ อัลวุซูล ของท่าน อัลบัยฏอวีย์ อธิบายโดย อัลอัสนะวีย์ เล่ม 3 หน้า 143 ดังนั้น คำกล่าวของผู้รู้ที่บ้านเราที่ว่า คำกล่าวของซอฮาบะฮฺนั้น นำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ ก็มีที่มาไม่ใช่เชื่อเพียงแค่บทโคลงกลอนตามที่ ท่านอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ได้กล่าวไว้

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:18 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แต่หากเรามาตรวจสอบดูรายละเอียดจริงๆแล้ว อิมามชาฟิอีย์ ก็ใช้คำกล่าวของซอฮาบะฮฺ มาเป็นหลักฐาน แต่ท่านจะใช้ในคำกล่าวญะดีดน้อยกว่าคำกล่าวก่อดีม หากเราดูจากหนังสือ อัลอุม ของอิมามชาฟิอีย์แล้ว เราจะพบว่า ท่านอิมามชาฟอีย์ก็อ้างคำกล่าวของซอฮาบะฮฺ แต่บางประเด็นท่านก็ไม่เอาคำกล่าวของซอฮาบะฮฺ และจากการที่อิมามชาฟิอีย์ไม่เอาคำกล่าวของซอฮาบะฮฺมาเป็นหลักฐานนั้น ก็เป็นผลทำให้ขัดแย้งกับมัซฮับอื่นๆ ในหลายๆ มัซอะละฮฺด้วยกัน

- เช่นการขายแบบ อัยนะฮฺ คือคนหนึ่งได้ซื้อสิ่งที่เขาได้ขายไปแล้ว โดยราคาที่น้อยกว่า จากสิ่งที่เขาได้ขายไป ก่อนจ่ายสด ประเด็นนี้ อิมามชาฟิอีย์ ถือว่าให้กระทำได้ เพราะใช้หลักการกิยาส แต่อิมามมาลิก อิมามอบูหะนีฟะฮฺและอิมามอะหฺมัดนั้น ถือว่าไม่อนุญาติให้ตกลงค้าขายอย่างนั้น โดยอ้างหลักฐานจากคำกล่าวของพระนางอาอิชะฮฺ(ร.ฏ.)

- ระยะเวลามากที่สุดในการตั้งครรภ์ อิมามอบูหะนีฟะฮฺกล่าวว่า มากสุด 2 ปี โดยอ้างหลักฐานจากคำกล่าวของพระนางอาอิชะฮฺ ส่วนท่านอิมามชาฟิอีย์ อิมามมาลิก และอิมามอะหฺมัดนั้น กล่าวว่า มากสุด 4 ปี โดยอ้างหลักฐานจากเหตุการที่เกิดขึ้นจริง

- จำนวนน้อยสุดของการมีประจำเดือน อิมามอบูหะนีฟะฮฺ กล่าวว่า 3 วัน 3 คืน โดยอ้างหลักฐานจากท่านอะนัส สำหรับอิมามชาฟิอีย์ อิมามมาลิก และอิมามอะหฺมัดนั้น หนึ่งวันหนึ่งคืน ซึ่งหลักฐานก็กลับไปสู่การตรวจสอบตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

- การได้รับมรดกของภรรยาที่ถูกหย่าขาด ขณะที่สามีป่วยใกล้เสียชีวิต อิมามมาลิก อิมามอบูหะนีฟะฮฺและอิมามอะหฺมัดนั้น กล่าวว่า นางได้รับมรดก โดยอ้างหลักฐานจากการตัดสินของท่านอุษมาน(ร.ฏ.) สำหรับอิมามชาฟิอีย์ ในคำกล่าวญะดีดนั้น นางจะไม่ได้รับมรดก
ดังกล่าวก็เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า อิมามชาฟิอีย์ไม่เอาคำกล่าวของซอฮาบะฮฺมาเป็นหลักฐาน แต่ถ้าหากเราต้องการจะทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ก็กลับไปยังหนังสืออุลุลฟิกห์ เราจะได้รู้วิธีการใช้คำกล่าวของซอฮาบะฮฺของอิมามชาฟิอีย์ ซึ่งอิมามชาฟิอีย์ไม่ใช่จะใช้คำกล่าวของซอฮาบีย์มาอ้างเป็นหลักฐานไปเสียทั้งหมด คือย่อมมีกฏเกณฑ์และเงื่อนไข ซึ่งผมไม่สามารถนำมากล่าวได้ เนื่องจากจะนอกประเด็นไป

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 8:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


อ้างอิงจาก การนำเสนอของคุณ อับดุลอิสลาม

อิกตอนหนึ่งท่านชัยคฺหะสะนัยนฺ มุฮัมมัด มัคลูฟ กล่าวว่า การกระทำตัลฟีกฺหมายถึงการกระทำตามทัศนะของอิมามหนึ่งในแง่หนึ่ง ขณะเดียวกันก็ทำ ตามอีกอิมามหนึ่ง จะกระทำด้วยความจำเป็นหรือไม่ก็ตาม ในอิบาดะฮฺหรือมุอามะละฮฺก็ตาม ย่อมไช้ได้เพื่อความสะดวกของประชาชาติ {ดูในหนังสือ ฟะตะวา ของชัยคฺ หะสะนัยนฺ หน้า77).....(อาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์กล่าวเรื่องตัลฟีกจนถึง....) ใครจะตามมัซฮับไดๆย่อมมีสิทธิทำได้ เมื่อมัซฮับนั้นๆมีแนวทางตาม กุรฺอานและซุนนะฮฺ ส่วนศาสนาไม่มีตัวบทบังคับว่าต้องตาม หรือทำแบบคละกัน เอาทัศนะอิมามนี้นิด อิมามโน้นหน่อย บรรดาผู้รู้ก็บอกว่าทำได้ ดังตัวอย่างที่ยกมาอ้าง ทำไมผู้รู้จึงบอกว่าทำได้ อันนี้ก็เพราะว่าท่านเหล่านั้นตระหนักดีว่า ทุกคนมีอิสระในการเลือก ตามมัซฮับ[ทัศนะ] ที่ถูกต้องซึ่งมีตัวบทเป็นหลักฐาน ทั้งนี้โดยที่ได้คำนึงถึงเจตนารมณ์
ของอัล กุรฺอาน ในซูเราะฮฺ อัล หัจญ์ อายะฮฺที่78 และอายะฮฺที่ 185 ซูเราะฮฺ
อัล บะเกาะเราะฮฺ ว่า
### 22:78 เราไม่ได้กำหนดเรื่องศาสนาให้เป็นความลำบากแก่เจ้า
### 2: 185 อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้มีความสะดวก พระองค์ไม่ต้องการความลำบากกับสูเจ้า


ตอบ

ในกรณีเรื่องตัลฟีกนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ ชาฟิอีย์ นภากรณ์ ในเรื่องการอ้างอิงเพียงบางส่วน จากคำฟัตวาของ ชัยคฺ หะสะนัยน์ มุหัมมัด มัคลูฟ ซึ่งอาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า การตัลฟีกนั้น ทำได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ซึ่งความจริงแล้ว การตัลฟีก มีทั้งให้กระทำได้ และทำไม่ได้ ซึ่งในเรื่องตัลฟีกและตักลีดนี้ ท่านอาจารย์ชาฟิอีย์ แปลมาจากฟัตวาของชัยคฺ หะสะนัยน์ มุหัมมัด มัคลูฟ แต่อาจารย์ชาฟิอีย์ กลับตัดส่วนสำคัญออกไป ในเรื่องของตัลฟีก ส่วนสาเหตุนั้นผมไม่อยากที่จะนำมากล่าว...... โปรดติดตามต่อโอกาสหน้า อิงชาอัลเลาะฮฺ

والسلام

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Oct 29, 2005 11:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
น้อง az-hary
สรุปว่า น้องอธิบายเสียยืดยาว แต่ บังอะสันต้องการเนื้อๆของมันว่า อัลกุรอ่านอายะฮใหน หะดิษบทใหน หรือ คำสอนอิหม่ามชาฟิอีประโยคใด ที่สอนให้ผูกขาดกับมัซฮับหนึ่งมัซฮับใดจากสี่มัซฮับ บังอะสันยังไม่ได้เนื้อๆเลย คือ ไม่อยากให้เป็นแบบ"น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง" นะครับ น้องมีตำราเยอะมิใช่หรือ บังอะสันมีแต่คอมพิวเตอร์เท่านั้น
น้องอัซฮารีครับ ไม่มีผู้ใดได้รับความรู้ นอกจากต้องเรียนจากผู้รู้ และผู้รู้ที่ดีคือ ผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮ
انمايخشى الله من عباده العلماء
แท้จริง บรรดาผู้ที่มีความรู้จากปวงบ่าวของพระองค์เท่านั้นที่เกรงกลัวอัลลอฮฺ -อัลฟาฏีร/28 และผู้รู้นั้น ต้องนำเอากิตาบุ้ลลอฮและสุนนะฮของท่านนบี ศอลฯ มาถ่ายทอด แก่ศิษย์หรือผู้ที่ไม่รู้ ท่านนบีศอลฯกล่าวว่า
إِنَّ الْعُلَمَاءَ وَرَثَةُ الْأَنْبِيَاءِ إِنَّ الْأَنْبِيَاءَ لَمْ يُوَرِّثُوا دِينَارًا وَلَا دِرْهَمًا إِنَّمَا وَرَّثُوا الْعِلْمَ فَمَنْ أَخَذَ بِهِ أَخَذَ بِحَظٍّ ‏ ‏وَافِرٍ
แท้จริงบรรดาผู้รู้(อุลามาอ)นั้น เป็นทายาทของบรรดานบี แท้จริงบรรดานบีนั้น ไม่ได้ทิ้งมรดกที่เป็นเงิน เป็นทองเอาไว้ แต่ตวามจริงพวกเขาได้ทิ้งความรู้ไว้ให้เป็นมรดก ดังนั้น ผู้ใดเอามันไว้ ผู้นั้นก็ได้เอาส่วนแบ่งที่สมบูรณ์ – สุนันติรมิซีย์ หะดิษหมายเลข 2606
เพราะฉะนั้น อุลามาย่อมมีบุญคุณต่อเรา อย่างที่บังเคยกล่าวไว้ แต่มนุษย์ย่อมมีผิด มีถูก ดังที่อิหม่ามมาลิก (ขออัลลอฮเมตตาแก่ท่าน)กล่าวว่า
: إنما أنا بشر أخطئ وأصيب ، فانظروا في رأيي فكلّ ما وافق الكتاب والسنة فخذوه ، وكل ما لم يوافق الكتاب والسنة فاتركوه
ความจริง ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง ข้าพเจ้ามีผิด มีถูก ดังนั้น จงพิจารณาในความเห็นของข้าพเจ้า แล้วทุกสิ่งที่สอดคล้องกับคัมภีร์และอัสสุนนะฮ ก็จงนำมายึดถือเถิด และทุกสิ่งที่ไม่ตรงกับคัมภีร์และอัสสุนนะฮ ดังนั้นก็จงทิ้งมันเสีย – จากหนังสือสิฟะตุเศาะลาตินนบี ของ เช็คอัลบานีย์ ท่านนบีมุหัมหมัด ศอลฯก็เป็นมนุษย์ แต่ต่างจากอิหม่ามทั้งสี่ เพราะนบี ศอลฯ ได้รับวะหยูจากอัลลอฮ (ซ.บ)
قُلْ إِنَّمَا أَنَا بَشَرٌ مِثْلُكُمْ يُوحَى إِلَيَّ أَنَّمَا إِلَهُكُمْ إِلَهٌ وَاحِدٌ
จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด “แท้จริง ฉันเป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่งเยี่ยงพวกท่าน มีวะหยูแก่ฉันว่าแท้จริง พระเจ้าของพวกท่านนั้นคือพระเจ้าองค์เดียว
- อัลกะฮฟี/110
จึงอยากจะถามว่า หากคำพูดของอิหม่ามชาฟีอี ไม่ตรงกับหะดิษเศาะเหียะ เราจะทิ้งหะดิษเศาะเหียะ หรือ จะทิ้งคำพูดอิหม่ามชาฟิอี? ขอให้น้องตอบแบบเนื้อๆเลยนะครับ
อินชาอัลลอฮ บังอะสัน จะคอยคำตอบ
รักษาสุขภาพด้วย
บังอะสัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
yoohoo
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/02/2004
ตอบ: 65


ตอบตอบ: Sun Oct 30, 2005 5:26 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

เป็นคำถามที่ดีครับ
ก็ควรจะมีคำตอบที่ดีด้วย ขอฝากด้วยละกันครับ

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Mon Oct 31, 2005 2:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

ถึงอาจารย์อะสันที่เคารพ

ผมทราบว่า อาจารย์ต้องการแบบเนื้อๆ แต่โปรดใจเย็นได้ใหมครับ สิ่งที่อาจารย์ถามมานั้น ผมอาจจะตอบให้ แต่ผมคิดว่า ผมจะตอบผนวกไปพร้อมกับข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ غفر الله لنا وله พร้อมกับหลักฐาน แต่ยังไม่ถึง โปรดรอไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะมีเวลาว่างที่จะไปเปิดหนังสือและพิมพ์วิจารณ์เชิงวิชาการจากข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ บางท่านคิดว่าผมมีเวลาเยอะ เพราะผมเข้าสนทนาหลายเวป แต่ความจริงแล้วผมเข้ามาครั้งหนึ่งก็พยายามจะตอบทุกประเด็น อย่างเช่นเรื่องซีฟัตอัลอิสติวาอฺ ผมสามารถชี้แจงต่ออีกได้ง่ายมาก จากสิ่งที่อาจารย์อะสันนำเสนอล่าสุด แต่ผมยังไม่มีเวลาพอ แต่หากเข้ามาประเดี๋ยวเดียวนั้นได้ แต่ก็ใช้เวลาไม่มากนัก

ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์นั้น ผมต้องอธิบายเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจ หรือมีทัศนะที่ผิด อย่างเช่นประเด็นเรื่องตัลฟีก ซึ่งต้องอธิบายเพิ่มเติม ไม่ใช่ปกปิดบางส่วน หรือประเด็นการอ้างอิง หรือประเด็นของคำว่า " มุก๊อลลิดไม่มีมัซฮับ" ซึ่งความหมายจึงจริงที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมต่อจากนั้นมันก็มีอีก อ้างอิงแบบสั้นๆ เพื่อให้เข้าทางทัศนะของตัวเองนั้น ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมครับ หากผมมีคอมพ์เอง ต่อเนทที่บ้านได้เองล่ะก็ ผมตอบได้เยอะกว่านี้แล้วล่ะครับ ผมทราบดีว่าอาจารย์อะสันอาจจะมีตำราน้อย แต่อาจารย์ก็เข้าห้องสมุดทางเวปไซด์ก็ได้นี่ครับ มีตั้งมากมาย และอาจารย์ก็เอาคำของอุลามาอฺซะละฟียะฮฺ ที่พวกเขาได้ค้นคว้ากลั่นกรองกันมาแล้ว ซึ่งอาจารย์อาจจะได้เปรียบและสะดวกกว่าผมก็เป็นได้ แต่กระนั้นผมก็ชอบ เนื่องว่า เหมือนกับสนทนากับอาจารย์อะสันและอุลามาอฺของอาจารย์อะสันไปในตัว

สิ่งที่ผมได้นำเสนอไปบางส่วนนั้น มันเป็นเสมือนกับบทนำเท่านั้นเอง คำตอบแบบที่อาจารย์อะสันต้องการนั้น ยังไม่ถึงครับ โปรดรอ แต่ผมจะตอบแบบสั้นๆ เพื่อให้เป็นแนวทางไว้ก่อนนะครับ

1. อิมามชาฟิอีย์ไม่ได้ห้ามให้คนมุก๊อลลิดตามผูกขาดกับมัซฮับใดมัซฮับหนึ่ง การผูกขาดในการสังกัดมัซฮับเป็นสิ่งที่ جائز อนุญาติให้กระทำได้ แต่ไม่ واجب วายิบ ส่วนรายละเอียดนั้น ผมค่อยชี้แจงโดยผนวกกับการวิจารณ์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ครับ แต่ทำไมอาจารย์อะสันไม่ลองกลับไปถามตัวเองบ้างว่า มีอัลกุรอานและหะดิษ หรืออุลามาอฺสะลัฟท่านใดบ้าง ที่ใช้ให้ตั้งมัซฮับสะละฟีย์ขึ้นมา แต่ผมขอยืนยันและจะชี้แจงรายละเอียดต่อไปโดยผนวกกับการวิจารณ์ข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ว่า มัซฮับสะละฟีย์นั้นเป็นบิดอะฮฺ อุตริกรรม ต่อประชาชาติอิสลามปัจจุบัน ในเชิงวิชาการ

2. คำกล่าวของอิมามมาลิกนั้น เช่นคำว่า فانظروا ความว่า "พวกท่านจงพิจารณา" นั้น คือบรรดามุจญฺตะฮิด ไม่ใช่มุก๊อลลิด โปรดติดตามรายละเอียดในการวิจารณ์เรื่อง การตักลีด จากข้อเขียนของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ และจริงอยู่ว่าท่านนบีได้รับ วะหฺยู จากอัลเลาะฮฺ ซึ่งจริงอยู่ว่าอัลกุรอานนั้นมะซูมและซุนนะฮฺที่ซอฮิหฺนั้นก็มะซูม แต่มะซูมตามความหมายที่อัลเลาะฮฺทรงประสงค์ และตามที่ร่อซูลต้องการ แต่ความเข้าใจจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺที่บรรดาอุลามาอฺได้ทุ่มเทความพยายามในการวินิจฉัยนั้น ไม่มะซูมครับ รายละเอียดโปรดติดตาม โดยผนวกกับการวิจารย์ข้อเขียนจองอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ อิงชาอัลเลาะฮฺ

3. หากคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ไม่ตรงกับซุนนะฮฺที่ซอฮิหฺนั้น ในกรณีนี้ เหมือนกับว่าผมได้ชี้แจงไปแล้ว ทำไมอาจารย์อะสันไม่อ่านให้รอบครอบ สงสัยด้วยสาเหตุนี้เองที่อาจารย์อะสันพูดว่า " บังอะสันยังไม่ได้เนื้อๆเลย " ตั้งแต่ที่ผมเคยสนทนากับอาจารย์อะสันมา อาจารย์เป็นคนที่มีความรู้ แต่ไม่รอบครอบในเรื่องของการอ่านและเข้าใจคำพูดของคู่สนทนา สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเสียส่วนหนึ่งครับ คำพูดของอิมามชาฟิอีย์นั้นถูกต้อง แต่ต้องพิจารณาก่อน จากสิ่งที่ผมเคยนำเสนอไปแล้ว

เราลองมาพิจารณาคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ ซึ่งอิมามชาฟิอีย์ได้เคยกล่าวคำกล่าวหนึ่งอันที่เป็นที่เลื่องลือว่า

إذا صح الحديث فهو مذهبى

ความว่า "เมื่อหะดิษซอฮิหฺ มันย่อมเป็นมัซฮับของฉัน"

คำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ตามความหมายนี้ มีรายงานด้วยคำที่แตกแต่งกันไป เช่น

قال الأصم سمعت الربيع يقول : سمعتُ الشافعي يقول : إذا وجدتم في كتابي خلاف سنة رسول الله صلى الله عليه وسلم فقولوا بسنة رسول الله صلى الله عليه وسلم ودعوا ما قلت

ความว่า " ท่านอัลอะซ๊อม ได้ยิน ท่านอัรร่อบีอฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินอิมามอัชชาฟิอีย์ กล่าวว่า เมื่อพวกท่านพบในหนังสือของฉัน ขัดกับซุนนะฮฺของท่านร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ดังนั้นพวกท่านจงกล่าวด้วยกับซุนนะฮฺร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) และจงละทิ้งสิ่งที่ฉันเคยพูด " ดู อาดาบ อัชชาฟิอีย์ หน้า 67 และมิฟตาหุลญันนะฮฺ หน้า 49

ท่านอิมามชาฟิอีย์กล่าวเช่นกันว่า

كلّ مسألة تكلمت فيها صحّ الخبر فيها عن النبي صلى الله عليه وآله عند أهل النقل بخلاف ما قلت ، فأنا راجع عنها في حياتي وبعد موتي

ความว่า "ทุกประเด็นปัญหาที่ฉันเคยกล่าว โดยมีหะดิษเศาะเหียะในประเด็นนี้จากท่านนบี ศอลฯ ตามทัศนะนักวิชารายงานหะดิษ โดยขัดแย้งกับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ ดังนั้น ข้าพเจ้าขอคืนคำจากมัน ในขณะที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ และหลังจากข้าพเจ้าได้เสียชีวิต " ดู อาดาบ อัชชาฟิอีย์ หน้า 68 และมะนากิบ อิมาม อัชชาฟิอีย์ เล่ม 1 หน้า 473 ของท่านอิมาม อัลบัยหะกีย์

จากคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ที่กล่าวมาแล้วนี้ มีบางคนที่ไม่สังกัดมัซฮับ ต่างนำมาแอบอ้างว่า ทุกๆ หะดิษที่ซอฮิหฺ เป็นมัซฮับของอิมามชาฟิอีย์ อิมามชาฟิอีย์ไม่ได้ใช้ให้เราตามท่าน แต่ท่านใช้ให้ตามอัลหะดิษที่ซอฮิหฺ ก็ถือว่าเป็นมัซฮับชาฟิอีย์ พวกเขาพูดแอบอ้างเพื่อที่จะให้เราเลิกตามมัซฮับชาฟิอีย์ แต่จุดหมายแฝงก็คือพวกเขาต้องการให้เราไปตามมัซฮับสะละฟีย์ นี้คือสิ่งที่ผมเคยประสบมา

แต่ความเป็นจริงแล้ว การที่เราจะแอบอ้างว่านั่นเป็นมัซฮับชาฟิอีย์ เพราะเขาเจอหะดิษที่ซอฮิหฺนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่กล่าวอย่างนั้น และสิ่งที่อิมามชาฟิอีย์กล่าวนั้น ไม่ใช่หมายความว่า ทุกคนที่เห็นหะดิษที่ซอฮิหฺ แล้วมากล่าวว่า นั่งคือมัซฮับชาฟิอีย์ เนื่องจากบางครั้ง มีหะดิษที่ซอฮิหฺ ที่ขัดกับคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ โดยที่หะดิษซอฮิหฺดังกล่าวอิมามชาฟิอีย์ก็ได้รับมาแล้ว แต่หะดิษนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ หรือท่านอิมามได้ทำการตีความที่เป็นการเฉพาะจากการวินิจฉัยของท่าน หรือท่านอิมามชาฟิอีย์พบว่ามีหะดิษที่ซอฮิหฺกว่า หรือมีฮะดิษที่มีความหมายบ่งถึงที่ชัดเจนกว่า หรือหะดิษนั้นมีความหมายที่กว้างแล้วมีหะดิษอื่นมาจำกัดความหมายของมัน หรือหะดิษนั้นมีความหมายที่ครอบคลุมแล้วมีหะดิษอื่นมาทอนความหมายเป็นการเฉพาะกับมัน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ อิมามชาฟิอีย์จึงทิ้งการปฏิบัติกับหะดิษซอฮิหฺนี้ไป ดังนั้น จึงไม่อนุญาติให้คนหนึ่งคนใดกล่าวแอบอ้าง เมื่อเขาได้พบหะดิษหนึ่งที่ซอฮิหฺโดยที่ขัดแย้งกับคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ ว่าหะดิษนี้คือคำกล่าวของอิมามชาฟิอีย์ นอกจากว่าเขาได้ทำการตรวจสอบอย่างหนักและค้นคว้าอย่างสมบูรณ์ จากบรรดาหนังสือต่างๆ ของอิมามชาฟิอีย์ และบรรดาหนังสือของสานุศิษย์ของท่าน ว่าหะดิษนี้อิมามชาฟิอีย์ได้รับแล้วหรือยัง ? เมื่อได้รับแล้ว อะไรคือที่อิมามชาฟิอีย์ต้องละทิ้งหะดิษนี้ ??

ท่านอิมาม อิบนุซอลาหฺ กล่าวว่า " สิ่งที่อิมามชาฟิอีย์ได้กล่าวไว้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากนักวิชาฟิกห์ทุกคน จะไม่ได้ได้รับอนุญาติให้ปฏิบัติโดยพละการด้วยหะดิษที่เขาคิดว่าเป็นหลักฐานได้ และได้มีจากผู้ที่ได้ดำเนินตามแนวทางแบบนี้นี้ จากอุลามาอฺมัซฮับชาฟิอีย์บางท่าน คือผู้ที่ปฏิบัติหะดิษที่อิมามชาฟิอีย์ละทิ้งโดยเจตนา ทั้งที่หะดิษนั้นซอฮิหฺ เนื่องจากมีสิ่งที่มาห้ามไม่ให้เขารู้ หรือมันได้ซ้อนเร้นจากเขา เช่น อบี อัลวะลีด มูซา บิน อบี อัลญารูด ผู้ที่เป็นศิษย์ผู้เคยติดตามอิมามชาฟิอีย์ เขาได้กล่าวว่า " หะดิษ ผู้ที่กรอกเลือดและผู้ที่ถูกกรอกเลือด นั้นเสียศีลอด"นั้น ซอฮิหฺ ดังนั้นฉันขอกล่าวว่า " อิมามชาฟิอีย์ กล่าวว่า ผู้ที่กรอกเลือดและผู้ที่ถูกกรอกเลือดนั้น เสียศีลอด " ฉะนั้น บรรดาสานุศิษย์ได้ทำการตอบโต้สิ่งดังกล่าว กับ อบี อัลวะลีด เพราะอิมามชาฟิอีย์ ได้ทิ้งหะดิษนี้ ทั้งที่รู้ว่ามันซอฮิหฺ ก็เนื่องจากว่า หะดิษดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว ตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ และอิมามชาฟิอีย์ได้อธิบายชี้แจงกับการยกเลิกของหะดิษนั้นแล้ว และได้อ้างหลักฐานต่อสิ่งดังกล่าวแล้ว " ท่านอิบนุ คุซัยมะฮฺ กล่าวว่า " ฉันไม่รู้เลยว่า จะมีซุนนะฮฺของร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) ในเรื่องหะลาล หรือหะรอม ที่อิมามชาฟิอีย์จะไม่ได้บรรจุมันเอาไว้ในหนังสือของท่าน " นั่นคือความมีเกียตริและความเป็นผู้นำของท่านอิบนุคุซัยมะฮฺ ในวิชาหะดิษและฟิกห์ และท่านได้รอบรู้ถึงตัวบทต่างๆ ของอิมามชาฟิอีย์ ด้วยสถานที่อันเป็นที่รู้จักกัน " สรุปจาก คำกล่าวของอิมาม อันนะวาวีย์ ดู บทนำ หนังสือ อัล-มัจญฺมั๊วะ ของอิมามนะวาวีย์

เมื่ออาจารย์อะสันเข้าใจในสิ่งที่ผมนำเสนอแล้ว อาจารย์ลองยกมาสักประเด็นซิครับ จากคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่ ขัดกับซุนนะฮฺที่ซอฮิหฺ แล้วผมจะร่วมสนทนาชี้แจงต่อไป อินชาอัลเลาะฮฺ


كل عام وأنتم بخير

والسلام

อัล-อัซฮะรีย์

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Oct 31, 2005 6:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ข้อความของน้องอัล-อัซฮารี
เมื่ออาจารย์อะสันเข้าใจในสิ่งที่ผมนำเสนอแล้ว อาจารย์ลองยกมาสักประเด็นซิครับ จากคำพูดของอิมามชาฟิอีย์ที่ ขัดกับซุนนะฮฺที่ซอฮิหฺ แล้วผมจะร่วมสนทนาชี้แจงต่อไป อินชาอัลเลาะ
........................................
ตอบ
ก่อนอื่นบังขอชี้แจงกับน้องนิดหนึ่งว่า บังก็ให้ความสำคัญและเคารพในตัวของท่านอิหม่ามชาฟิอี(ขออัลลอฮเมตตาแด่ท่าน) แต่ บังถือว่แม้ท่านจะมีความรู้มากมาย ท่านก็ย่อมมีการผิดพลาด หรือ อาจจะมีบางอย่างที่ท่านไม่รู้แต่อิหม่ามคนอื่นรู้ อะไรทำนองนี้ ซึ่งจะไปเทียบกับท่านรอซูล ศฮลฯไม่ได้
قال الشافعي للمزني: (يا إبراهيم، لا تقلدني في كل ما أقول! وانظر في ذلك لنفسك فإنه دين)
ท่านอิหม่ามชาฟิอีกล่าวแก่ อัลมัซนีย์ว่า “โอ้อิบรอฮีม ท่านอย่าเชื่อตามฉัน ในทุกสิ่งที่ฉันพูด และจงพิจารณาในเรื่องนั้น ให้แก่ตัวท่านเอง แท้จริงนั้นแหละคือ ศาสนา - ดูหนังสือ حجة الله البالغة: ج 1 ص 157، الإنصاف: الدهلوي: ص 105.
ซึ่งต่างกับน้อง ที่มอบหัวใจทั้งสี่ห้องให้ท่านหมดเลย “ บางทีความรัก ทำให้คนตาบอดได้นะน้อง” ไว้ว่างๆจะอำพูดของท่านมาเทียบกับหะดิษเศาะเฮียะให้น้องดู แต่ไม่ใช่สบประมาทหรือลบหลู่ท่านนะ เพราะสิ่งใดที่ผิดพลาด ย่อมเกิดจากการไม่เจตนาของท่านและท่านอาจจะไม่ได้รับหะดิษนั้นๆ ก็ได้ น้องลองสังเกตบ้างใหม ว่า ฟัตวาของท่าน ตอนอยู่อิรัก กับตอนอยู่อิยิปต์ บางประเด็นเหมือนกันไหม
อินชาอัลลอฮ บังจะรอคำตอบ
....................................
บังอะสัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, ... 26, 27, 28  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 28

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.27 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004