ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - ตัลกีน...พร้อมด้วยหลักฐาน
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
ตัลกีน...พร้อมด้วยหลักฐาน

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
sharifbkd
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/12/2013
ตอบ: 12


ตอบตอบ: Wed Jan 22, 2014 1:33 am    ชื่อกระทู้: ตัลกีน...พร้อมด้วยหลักฐาน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จากสะอีด บุตร อับดุลลอฮ อัลเอาดีย กล่าวว่า ข้าพเจ้าได้มาหาท่านอบีอุมามะฮ โดยที่เขา กำลังไกล้จะเสียชีวิต

เมื่อฉันได้เสียชีวิต พวกท่านจงจัดการเกี่ยวกับฉัน ดังที่ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)ได้ใช้กับเรา ให้จัดการกับบรรดาผู้ตายของเรา ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ได้ใช้กับเราโดยท่านกล่าวว่า " เมื่อคนใดจากพี่น้องของพวกท่านได้เสียชีวิต พวกท่านจงทำให้ดินบนกุบูรของเขาเรียบเสมอ และคนหนึ่งจากพวกท่าน จงยืนทางปลายของกุบูรของเขา หลังจากนั้น เขาจงกล่าวว่า "โอ้ ชายผู้หนึ่ง(ที่ชื่อ....) บุตร ของนางผู้หนึ่ง(ที่ชื่อ....) ดังนั้น เขาก็ได้ทำให้มัยยิดได้ยิน โดยที่มัยยิดก็จะไม่ทำการตอบสนอง หลังจากนั้น เขาก็กล่าวอีกว่า โอ้ ชายผู้หนึ่ง บุตร ของนางผู้หนึ่ง แล้วมัยยิดก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง จากนั้นเขากล่าวว่า โอ้ ชายผู้หนึ่ง บุตร ของนางผู้หนึ่ง ดังนั้น มัยยิดจึงกล่าวว่า ท่านจงชี้แนะแก่เราด้วยเถิด ขออัลเลาะฮ์ทรงเมตตาต่อท่าน โดยที่พวกท่านทั้งหลายไม่รู้ตัวหรอก ดังนั้น เขากล่าวว่า "ท่าน(มัยยิด) จงกล่าวกับถ้อยคำที่ท่านดำรงอยู่บนมัน โดยที่ท่านได้จากลาออกจากโลกดุนยา กับคำปฏิญานว่า แท้จริง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะฮ์ และมุหัมมัดนั้นเป็นบ่าว และเป็นศาสนาทูตของพระองค์ และแท้จริง ฉันได้พอใจด้วยกับการที่อัลเลาะฮ์ทรงเป็นผู้อภิบาล และด้วยกับอิสลามนั้น คือศาสนา และนบีมุหัมมัด คือ ศาสนทูต และอัลกุรอานคือ อิมาม ดังนั้น มุงกัรและนากิร ต่างจูงมือมิตรสหายของเขาแล้วท่านหนึ่งกล่าวว่า ท่านจงเดินไปกับเราเถิด ไม่มีอะไรที่จะทำให้เรานั่ง(สอบถาม) เกี่ยวกับผู้ที่ถูกสอนกับหลักฐาน(ที่ชี้เป็นถึงเป็นผู้ศรัทธา)ของเขาแล้ว (หมายถึงเขาได้ตอบคำถามของมุงกัรนะกีรแล้ว) " ดังนั้น มีชายคนหนึ่ง ถามท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) ว่า หากเขา(ผู้อ่านตัลกีน) ไม่รู้จักมารดาผู้ตายล่ะครับ ? ท่านร่อซูลตอบว่า ก็ให้เขาอ้างไปยังมารดาของที่ชือ เฮาวาอ์ คือ(กล่าวว่า) โอ้ ชายผู้หนึ่ง(ชื่อ...) บุตร ของพระนางเฮาวาอ์ - รายงานโดย อัฎฎอ็บรอนีย ในอัลกะบีร และในสายสืบของมัน มีบรรดาผู้รายงานกลุ่มหนึ่ง ข้าพเจ้าไม่รู้จักพวกเขา - ดูมัจญมัวะซะวาอิด เล่ม 3 บทว่าด้วย การตัลกีนมัยยิต หลังจากฝัง



...บังหะซัน เคลียร์ด้วยคร๊าบบบบ...ญาซากัลลอฮุค็อยรอน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jan 22, 2014 9:05 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


มุสลิมทุกคนจำเป็นจะต้องศึกษา ศาสนา ที่มาจากอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ที่เกี่ยวกับ ด้านอะกีดะอ ,ด้านอิบาดะฮ, ด้านการธุรกิจ สังคม คุรธรรม จริยธรรม และอื่นๆที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในขณะที่เขามีชีวิตอยู่ เมื่อศึกษาแล้วก็นำวิชาความรู้ดังกล่าวมาปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่ออัลลฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และเพื่อให้พระองค์ทรงโปรดปรานในสิ่งที่เขาปฏิบัติ และเพื่อให้ประสบความสำเร็จในโลกนี้และโลกหน้า
สำหรับผู้มีความรู้ในด้านศาสนา ก็จำเป็นจะต้องนำความรู้ดังกล่าว ไปเผยแผ่ ไปสอนผู้ที่ไม่รู้ เพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจศาสนาที่ถูกต้อง , มีความเชื่อ(อะกิดะฮ)ที่ถูกต้อง และ ปฏิบัติศาสนกิจอย่างถูกต้องตามที่อัลลอฮและศาสดาของพระองค์สอนไว้ แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าหดหู่ ที่มีผู้รู้บางส่วน กลับส่งเสริมให้มีการสอนคนตายอีกด้วย โดยเฉพาะสอนคำตอบให้แก่คนตาย(มัยยิต)ในหลุมศพ เพื่อให้คนตายได้คำตอบที่จะไปตอบคำถามมลาอิกะฮ มุงกัร-นะกีร ทั้งนี้ เพราะเชื่อว่า เมื่อตอบคำถามได้แล้ว ก็จะไม่ถูกลงโทษในกุบูร และบ้างเชื่อว่า เมื่อมีคนสอนคำตอบให้มัยยิตแล้ว มลาอิกะฮทั้งสองท่านก็จะชวนกันกลับ โดยอ้างหะดิษเฏาะอีฟ ต่อไปนี้

عن سعيد بن عبد الله الأودي قال‏ شهدت أبا أمامة وهو في النزع فقال‏ إذا أنا مت فاصنعوا بي كما أمر رسول الله صلى الله عليه وسلم فقال ‏
‏"‏إذا مات أحد من إخوانكم فسويتم التراب على قبره فليقم أحدكم على رأس قبره ثم ليقل‏ ‏ يا فلان بن فلانة‏.‏ فإنه يسمعه ولا يجيب‏.‏ ثم يقول‏ يا فلان بن فلانة‏.‏ فإنه يستوي قاعداً‏.‏ ثم يقول‏ يا فلان بن فلانة‏.‏ فإنه يقول‏ أرشدنا رحمك الله - ولكن لا تشعرون - فليقل‏ اذكر ما خرجت عليه من الدنيا شهادة أن لا إله إلا الله وأن محمداً عبده ورسوله وأنك رضيت بالله رباً وبالإسلام ديناً وبمحمد نبياً وبالقرآن إماماً فإن منكراً ونكيراً يأخذ كل واحد منهما بيد صاحبه ويقول‏ انطلق بنا ما نقعد عند من لقن حجته فيكون الله حجيجه دونهما‏"‏‏.‏ فقال رجل‏ يا رسول الله فإن لم يعرف أمه‏؟‏ قال‏ ‏"‏فينسبه إلى حواء يا فلان بن حواء‏"‏‏.‏

رواه الطبراني في الكبير وفي إسناده جماعة لم أعرفهم‏

จากสะอีด บุตร อับดุลลอฮ อัลเอาดีย กล่าวว่า ข้าพเจ้าได้มาหาท่านอบีอุมามะฮ โดยที่เขา กำลังไกล้จะเสียชีวิต

เมื่อฉันได้เสียชีวิต พวกท่านจงจัดการเกี่ยวกับฉัน ดังที่ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.)ได้ใช้กับเรา ให้จัดการกับบรรดาผู้ตายของเรา ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ได้ใช้กับเราโดยท่านกล่าวว่า " เมื่อคนใดจากพี่น้องของพวกท่านได้เสียชีวิต พวกท่านจงทำให้ดินบนกุบูรของเขาเรียบเสมอ และคนหนึ่งจากพวกท่าน จงยืนทางปลายของกุบูรของเขา หลังจากนั้น เขาจงกล่าวว่า "โอ้ ชายผู้หนึ่ง(ที่ชื่อ....) บุตร ของนางผู้หนึ่ง(ที่ชื่อ....) ดังนั้น เขาก็ได้ทำให้มัยยิดได้ยิน โดยที่มัยยิดก็จะไม่ทำการตอบสนอง หลังจากนั้น เขาก็กล่าวอีกว่า โอ้ ชายผู้หนึ่ง บุตร ของนางผู้หนึ่ง แล้วมัยยิดก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง จากนั้นเขากล่าวว่า โอ้ ชายผู้หนึ่ง บุตร ของนางผู้หนึ่ง ดังนั้น มัยยิดจึงกล่าวว่า ท่านจงชี้แนะแก่เราด้วยเถิด ขออัลเลาะฮ์ทรงเมตตาต่อท่าน โดยที่พวกท่านทั้งหลายไม่รู้ตัวหรอก ดังนั้น เขากล่าวว่า "ท่าน(มัยยิด) จงกล่าวกับถ้อยคำที่ท่านดำรงอยู่บนมัน โดยที่ท่านได้จากลาออกจากโลกดุนยา กับคำปฏิญานว่า แท้จริง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะฮ์ และมุหัมมัดนั้นเป็นบ่าว และเป็นศาสนาทูตของพระองค์ และแท้จริง ฉันได้พอใจด้วยกับการที่อัลเลาะฮ์ทรงเป็นผู้อภิบาล และด้วยกับอิสลามนั้น คือศาสนา และนบีมุหัมมัด คือ ศาสนทูต และอัลกุรอานคือ อิมาม ดังนั้น มุงกัรและนากิร ต่างจูงมือมิตรสหายของเขาแล้วท่านหนึ่งกล่าวว่า ท่านจงเดินไปกับเราเถิด ไม่มีอะไรที่จะทำให้เรานั่ง(สอบถาม) เกี่ยวกับผู้ที่ถูกสอนกับหลักฐาน(ที่ชี้เป็นถึงเป็นผู้ศรัทธา)ของเขาแล้ว (หมายถึงเขาได้ตอบคำถามของมุงกัรนะกีรแล้ว) " ดังนั้น มีชายคนหนึ่ง ถามท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ซ.ล.) ว่า หากเขา(ผู้อ่านตัลกีน) ไม่รู้จักมารดาผู้ตายล่ะครับ ? ท่านร่อซูลตอบว่า ก็ให้เขาอ้างไปยังมารดาของที่ชือ เฮาวาอ์ คือ(กล่าวว่า) โอ้ ชายผู้หนึ่ง(ชื่อ...) บุตร ของพระนางเฮาวาอ์ - รายงานโดย อัฎฎอ็บรอนีย ในอัลกะบีร และในสายสืบของมัน มีบรรดาผู้รายงานกลุ่มหนึ่ง ข้าพเจ้าไม่รู้จักพวกเขา - ดูมัจญมัวะซะวาอิด เล่ม 3 บทว่าด้วย การตัลกีนมัยยิต หลังจากฝัง (باب تلقين الميت بعد دفنه)

วิจารณืหะดิษข้องต้น

1. อัลอิซ บิน อับดุสสลาม กล่าวว่า "

لم يصح في التلقين شيء وهو بدعة

ไม่มี (หะดีษ) ที่เศาะหีหฺในเรื่องตัลกีนแม้แต่หะดีษเดียว และมันคือ (การกระทำที่) บิดอะฮฺ (ฟะตาวาอัลอิซ บิน อับดุสสลาม หน้า 427)

2. เจ้าของหนังสือเอานุลมะอฺบูด กล่าวว่า

والتلقين بعد الموت قد جزم كثير أنه حادث

และการอ่านตัลกีนหลังจากเสียชีวิต แท้จริงได้มีอุละมาอฺจำนวนมากยืนยันว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ (8/268)

3. ศ็อนอานีย์ไม่ได้พูดลอยๆ แต่ท่านยังอ้างว่ามีระบุในหนังสืออัลมะนารด้วยว่า

إن حديث التلقين لا يشك أهل المعرفة بالحديث في وضعه

แท้จริง หะดีษตัลกีน บรรดาผู้รู้เกี่ยวกับหะดีษไม่สงสัยเลยถึงความเป็นหะดีษเมาฎูอฺของมัน (สุบุลุสสลาม 2/113)
4. อิหม่ามนะวาวีย์กล่าวว่า
"إسناده ضعيف
“สายสืบของมัน เฎาะอีฟ - อัลมัจญมัวะ (5/274)
5. อัศศอนอานีย์ กล่าวว่า

"يتحصل من كلام أئمة التحقيق أنه حديث ضعيف، والعمل به بدعة

และอัศศอ็นอานีย ได้กล่าว ว่า
"สรุปจากคำพูดของบรรดาผู้นำที่ได้รับการรับรอง ว่า แท้จริง มันเป็นหะดิษเฎาะอีฟ และการนำมันมาปฏิบัตินั้น เป็นบิดอะฮ - สุบุลุสสลาม 2/161

6. อิบนุกอ็ยยิม กล่าวว่า

ولم يكن يجلس - أي رسول الله صلى الله عليه وسلم - يقرأ عند القبر ولا يلقن الميت كما يفعله الناس اليوم ] زاد المعاد 1/522
และไม่ประกฎว่า ท่าน หมายถึงท่านรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่าน(อัลกุรอ่าน) ณ ทีหลุมศพ และท่านไม่ได้อ่านตัลกีนแก่มัยยิต ดังที่ผู้คนในปัจจุบันทำกัน – ซาดุ้ลมะอาด 1/522

หะดิษข้างต้นมันยังขัดกับความเป็นจริงที่อัลกุรอ่านและหะดิษที่เศาะเฮียะระบุไว้ว่า อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คือ ผู้ทรงบันดาลให้ผู้ศรัทธา สามารถตอบคำถามมลาอิกะฮในกุบูรได้ ไม่ใช่เพราะการสอนคำตอบของครูผู้สอนคนตายบนหลุมศพ โปรดมาพิจารณาดูหลักฐานต่อไปนี้
1. อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอาลาตรัสว่า

يُثَبِّتُ اللّهُ الَّذِينَ آمَنُواْ بِالْقَوْلِ الثَّابِتِ فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَفِي الآخِرَةِ

อัลลอฮทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคง ในการมีชีวิตอยุ่ทั้งในโลกนี้(*1*) และในปรโลก(*2*)

(1) พระองค์ทรงให้พวกเขาหนักแน่นด้วยคำกล่าว “ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ” และคำกล่าวแห่งการศรัทธาในโลกนี้
(2) คือเมื่อมะลัก 2 ท่านถามเขาในกุบูร ดังมีหลักฐานจากหะดีษว่า “เมื่อมุสลิมถูกถามในกุบูรเขาจะปฏิญาณยืนยันว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และแท้จริงมุฮัมมัดเป็นร่อซูลของอัลลอฮ” นั่นคือพระดำรัสของอัลลอฮ ตะอาลา ที่ว่า “อัลลอฮทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่น

2. หลักฐานอัสสุนนะฮ
روى البخاري، عن براء بن عازب رضي اللّه عنه، أن رسول اللّه صلى اللّه عليه وسلم قال‏ ‏ ‏(‏المسلم إذا سئل في القبر شهد أن لا إله إلا اللّه وأن محمداً رسول اللّه، فذلك قوله‏ ‏{‏يثبت اللّه الذين آمنوا بالقول الثابت في الحياة الدنيا وفي الآخرة‏}‏‏)‏

รายงานโดย บุคอรี จาก บะรออ บุตร อาซิบ (ร.ฎ)ว่า แท้จริง ท่านรซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า " มุสลิมนั้น เมื่อเขาถูกถามในหลุมศพ(กุบูร) เขาก็ปฏิญานว่า ไม่มีพระเจ้าอืนใด นอกจากอัลลอฮ และแท้จริง มุหัมหมัด ๕อ ศาสนทูตของอัลลอฮ ดังกล่าวนั้น คือ คำดำรัสของอัลลอฮที่ว่า
“อัลลอฮทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคง ในการมีชีวิตอยุ่ทั้งในโลกนี และในปรโลก” - อิบรอฮีม/27 ดูมุคตะศอรอิบนิกะษีร
ผู้อ่านที่เคารพรักครับ โปรดพิจารณาดูเถิดว่า สิ่งเหล่านี้ เป็นศาสนา หรือ เป็นเนื้องอกที่เข้ามาทำลายความบริสุทธ์ของศาสนา

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jan 22, 2014 9:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฟัตวาคณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยวิชาการและการตอบปัญหาศาสนา

الصحيح من قولي العلماء في التلقين بعد الموت أنه غير مشروع، بل بدعة، وكل بدعة ضلالة، وما رواه الطبراني في الكبيرعن سعد بن عبد الله الأودي عن أبي أمامة رضي الله عنه في تلقين الميت بعد دفنه، ذكره الهيثمي في الجزء الثاني والثالث من مجمع الزوائد، وقال: في إسناده جماعة لم أعرفهم

ที่ถูกต้อง จากทัศนะทั้งสองของอุลามาอฺ ในประเด็นการอ่านตัลกีน หลังจากตาย ว่า มันไม่มีบัญญัติให้กระทำ แต่ทว่า เป็นบิดอะฮ และทุกบิดอะฮนั้น เป็นการหลงผิด และสิ่ง(หะดิษ)รายงานโดยอัฏฏอ็บรอนีย์ ในอัลกะบีร (เล่ม 8 หน้า 298-299 หะดิษหมายเลข 7979) จากสะอีด บิน อับดุลลอฮ อัล-เอาดีย์ จากอบีอุมามะฮ (ร.ฎ) ในการตัลกีนมัยยิต หลังจากฝัง ,อัลหัยษะมีย์ ได้ระบุมันไว้ใน ยุซที่ 2และ 3 จากหนังสือ มัจญมะอุซซะวาอิด โดยกล่าวว่า "ในบรรดาสายรายงานของมัน มีผู้รายงานกลุ่มหนึ่ง ข้าพเจ้าไม่รู้จักพวกเขา - ฟะตาวาคณะกรรมการถาวรฯ 9/92

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jan 22, 2014 9:14 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอัสสะยูฏีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

التلقين لم يثبت فيه حديث صحيح ولا حسن ، بل حديثه ضعيف باتفاق المحدثين ، ولهذا ذهب جمهور الأمة إلى أن التلقين بدعة ، وآخر من أفتى بذلك الشيخ عز الدين بن عبد السلام وإنما استحبه ابن الصلاح وتبعه النووي نظراً إلى أن الحديث الضعيف يتسامح به في فضائل الأعمال

การอ่านตัลกีน ไม่ปรากฏว่ามีหะดิษเศาะเฮียะ และหะดิษฮะซัน ยืนยัน ในนั้น แต่ในทางกลับกัน หะดิษของมัน(การอ่านตัลกีน)เป็นหะดิษเฎาะอีฟ โดยมติเอกฉันท์ของบรรดานักหะดิษ และเพราะเหตุนี้ อุมมะฮส่วนมาก มีทัศนะว่า การอ่านตัลกีนนั้น เป็นบิดอะฮ และท้ายสุดของผู้ที่ฟัตวาด้วยดังกล่าวนั้น(หมายถึงฟัตวาว่าเป็นบิดอะอ) คือ เช็คอิซซุดดีน บุตร อับดุสสลาม และแท้จริง อิบนุศเศาะลาหฺและ อันนะว่าวีย์ได้ตามเขา ถือว่าชอบให้กระทำมัน โดยพิจารณาว่า หะดิษเฏาะอีฟ ได้รับการอนุโลม ในเรื่องบรรดาคุณค่าของอามั้ล - อัลหาวี ลิ้ลฟะตาวา เล่ม 2 หน้า 191

เช็คอัลบานีย์กล่าวว่า

بل قوله هو الصواب لأن التلقين مع ضعف حديثه مخالف لهديه صلى الله عليه وسلم فإنه ثبت أنه كان إذا دفن الميت وقف على قبره يدعو له بالتثبيت ويستغفر له ويأمر الحاضرين بذلك فما خالفه فهو بدعة دون شك وقد جزم بذلك الإمام الصنعاني

แต่ คำพูดของเขา(ของอิบนุอับดิสสลาม) คือ ที่ถูกต้อง เพราะว่า การอ่านตัลกีน โดยที่หะดิษของมันเฏาะอีฟนั้น เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับทางนำของท่านนบี เพราะ ได้ปรากฏว่า ท่านนบี นั้นเมื่อ มัยยิต ถูกฝัง ท่านก็ยืนที่หลุมศพของเขา ขอดุอา ให้เขาได้รับความั่นคงและขออภัยโทษให้แก่เขา และท่าน ได้ใช้ ให้บรรดาผู้ที่มาร่วม ให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งใดที่ขัดแย้งกับมัน มันก็คือ บิดอะฮ โดยไม่ต้องสงสัย และแท้จริงอิหม่ามอัศศอ็นอานีย์ได้กล่าวไว้อย่างนั้นอย่างหนักแน่น - อัล-อายาตอัลบัยยินาต 1/61
............
ในหะดิษเศาะเฮียะ สอนให้ขอดุอาและอิสติฆฟาร(ขออภัยโทษ)แก่มัยยิต แต่ หะดิษอบีอุมามะฮ ที่เฎาะอีฟสอนให้บอกคำตอบแก่มัยยิต มันคนละเรื่องกันเลย จะอ้างว่า มาสนับสนุนกันได้อย่างไร
...........................
เพราะฉะนั้น หะดิษตัลกีน จึงไม่มีน้ำหนักที่จะมาอ้างสอนคนตายในหลุมศพอีกต่อไป

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
sharifbkd
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/12/2013
ตอบ: 12


ตอบตอบ: Fri Jan 24, 2014 12:06 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ญาซากัลลอฮุค็อยรอน...........ผมเป็นวะฮาบีย์(เพื่อนๆชอบเรียกอย่างนี้) คนเดียวใจกลุ่ม ผมจึงถูกซักๆๆ จนผมมึนตึ๊บ ตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะผมจบสามัญ ....อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อัลลอฮฺทดสอบ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jan 25, 2014 11:24 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

sharifbkd บันทึก:
ญาซากัลลอฮุค็อยรอน...........ผมเป็นวะฮาบีย์(เพื่อนๆชอบเรียกอย่างนี้) คนเดียวใจกลุ่ม ผมจึงถูกซักๆๆ จนผมมึนตึ๊บ ตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะผมจบสามัญ ....อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อัลลอฮฺทดสอบ


อัลหัมดุลิลละฮ ขออัลลอฮประทานความเข้มแข็งแด่ท่านครับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 06, 2015 2:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หะดิษตัลกีน เป็นหะดิษที่นอกจากหะดิษเฎาะอีฟแล้วบางท่านระบุว่าเป็นหะดิษปลอมด้วยซ้ำ
ดังที่ท่านอัลบานีย์กล่าวว่า


.قلت -- وهذا إسناد ضعيف جداً لم أعرف أحداً منهم غير عتبة بن السكن . قال الدار قطني : متروك الحديث . وقال البيهقي - واهٍ منسوب إلى الوضع

ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า "และนี้เป็นสายรายงานที่อ่อนมาก ข้าพเจ้าไม่รู้จัก(ประวัติ)พวกเขาแม้แต่คนเดียว นอกจากอุตบะอ อิบนุส สะกัน ,อัดดารุ้ลกุฏนีย์กล่าวว่า "เป็นผู้ที่ถูกทอดทิ้งหะดิษของเขา และอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า " (อุตบะฮ) อ่อนมาก ถูกอ้างว่าเป็นผู้ที่ปลอมหะดิษรายหนึ่ง - อัสสิลสิละฮ อัฏเฏาะอีฟะฮ 2/64-65

อิหม่ามอัสสะยูฏีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

التلقين لم يثبت فيه حديث صحيح ولا حسن ، بل حديثه ضعيف باتفاق المحدثين ، ولهذا ذهب جمهور الأمة إلى أن التلقين بدعة ، وآخر من أفتى بذلك الشيخ عز الدين بن عبد السلام وإنما استحبه ابن الصلاح وتبعه النووي نظراً إلى أن الحديث الضعيف يتسامح به في فضائل الأعمال

การอ่านตัลกีน ไม่ปรากฏว่ามีหะดิษเศาะเฮียะ และหะดิษฮะซัน ยืนยัน ในนั้น แต่ในทางกลับกัน หะดิษของมัน(การอ่านตัลกีน)เป็นหะดิษเฎาะอีฟ โดยมติเอกฉันท์ของบรรดานักหะดิษ และเพราะเหตุนี้ อุมมะฮส่วนมาก มีทัศนะว่า การอ่านตัลกีนนั้น เป็นบิดอะฮ และท้ายสุดของผู้ที่ฟัตวาด้วยดังกล่าวนั้น(หมายถึงฟัตวาว่าเป็นบิดอะอ) คือ เช็คอิซซุดดีน บุตร อับดุสสลาม และแท้จริง อิบนุศเศาะลาหฺและ อันนะว่าวีย์ได้ตามเขา ถือว่าชอบให้กระทำมัน โดยพิจารณาว่า หะดิษเฏาะอีฟ ได้รับการอนุโลม ในเรื่องบรรดาคุณค่าของอามั้ล - อัลหาวี ลิ้ลฟะตาวา เล่ม 2 หน้า 191

เช็คอัลบานีย์กล่าวว่า

بل قوله هو الصواب لأن التلقين مع ضعف حديثه مخالف لهديه صلى الله عليه وسلم فإنه ثبت أنه كان إذا دفن الميت وقف على قبره يدعو له بالتثبيت ويستغفر له ويأمر الحاضرين بذلك فما خالفه فهو بدعة دون شك وقد جزم بذلك الإمام الصنعاني

แต่ คำพูดของเขา(ของอิบนุอับดิสสลาม) คือ ที่ถูกต้อง เพราะว่า การอ่านตัลกีน โดยที่หะดิษของมันเฏาะอีฟนั้น เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับทางนำของท่านนบี เพราะ ได้ปรากฏว่า ท่านนบี นั้นเมื่อ มัยยิต ถูกฝัง ท่านก็ยืนที่หลุมศพของเขา ขอดุอา ให้เขาได้รับความั่นคงและขออภัยโทษให้แก่เขา และท่าน ได้ใช้ ให้บรรดาผู้ที่มาร่วม ให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งใดที่ขัดแย้งกับมัน มันก็คือ บิดอะฮ โดยไม่ต้องสงสัย และแท้จริงอิหม่ามอัศศอ็นอานีย์ได้กล่าวไว้อย่างนั้นอย่างหนักแน่น - อัล-อายาตอัลบัยยินาต 1/61
............
ในหะดิษเศาะเฮียะ สอนให้ขอดุอาและอิสติฆฟาร(ขออภัยโทษ)แก่มัยยิต แต่ หะดิษอบีอุมามะฮ ที่เฎาะอีฟสอนให้บอกคำตอบแก่มัยยิต มันคนละเรื่องกันเลย จะอ้างว่า มาสนับสนุนกันได้อย่างไร

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 06, 2015 2:56 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัศศอ็นอานีย์กล่าวว่า
وقال في المنار : إن حديث التلقين هذا حديث لا يشك أهل المعرفة بالحديث في وضعه . وأنه أخرجه سعيد بن منصور في سنه عن ضمرة بن حبيب عن أشياخ له من أهل حمص فالمسئلة حمصية
وأما جعل " اسألوا له التثبيت فإنه الآن يسأل " : شاهداً له فلا شهادة فيه

และ(เจ้าของหนังสืออัลมะนัร )ได้กล่าวไว้ในอัลมะนัรว่า "แท้จริง หะดิษตัลกีน บทนี้(หะดิษอบีอุมามะอ) ไม่เป็นที่สงสัยใดๆเลยสำหรับผู้ที่รู้เรื่องหะดิษ ในเรื่อง การเป็นหะดิษเก๊ ของมัน และแท้จริง สะอีด บุตร มันศูร ได้บันทึกมันในสุนันของท่าน จากฎอ็มเราะฮ บิน หะบีบ จากบรรดาอาจารย์ของเขา ที่เป็นชาวหัมศิน ดังนั้น ประเด็นปัญหานี้เกี่ยวกับชาวหัมศิน และสำหรับ การนำเอาหะดิษที่ว่า "พวกท่านจงขอความมั่นคงให้แก่เขา เพราะขณะนี้ เขาถูกสอบสวนอยู่" มาสนับสนุนมัน(หะดิษอบีอุมามะฮ)นั้น ย่อมไม่สามารถเอามาสนับสนุนในนั้นได้ - สุบุลุสสลาม 1/72

وكذلك أمر عمرو بن العاص بالوقوف عند قبره مقدار ما ينحر جزور ليستأنس بهم عند مراجعة رسل ربه لا شهادة فيه على التلقين وابن القيم جزم في الهدى بمثل كلام المنار

และในทำนองเดียวกัน อัมริน บุตร อัลอาศ ได้สั่งเสียให้หยุด ณ หลุมศพของเขา ในระยะเวลาประมาณว่าเชือดแกะหนึ่งตัว(โดยแบ่งเนื้อเสร็จ) เพื่อเขา(มัยยิต)จะได้รับความอบอุนใจด้วยพวกเขา ขณะที่บรรดาทูตของพระเจ้าของเขากำลังสอบสวน ในมัน(ในหะดิษนี้)จึงไม่ใช่เป็นการสนับสนุน การอ่านตัลกีน และอิบนุกอ็ยยิม ก็ได้แสดงความมั่นใจเช่นเดียวกับคำพูดของเจ้าของหนังสืออัลมะนัร -- สุบุลุสสลาม 1/72

بل قال في كتاب الروح - ويتحصل من كلام أئمة التحقيق أنه حديث ضعيف والعمل به بدعة ولا يغتر بكثرة من يفعله
แต่ทว่าเขา(อิบนุกอ็ยยิม)ได้กล่าวใน อัรรูหฺ ว่า และสรุปจากคำพูดของบรรดานักวิชาการชั้นนำที่ได้รับการรับรองว่าแท้จริง"มัน(หะดิษอบีอุมามะฮ)เป็นหะดิษเฎาะอีฟ และการปฏิบัติด้วยมันนั้น เป็นบิดอะฮ อย่าไปหลงกล เพราะเหตุว่าคนส่วนใหญ่เขาทำกัน" -- สุบุลุสสลาม 1/72

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 06, 2015 2:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัศศอ็นอานีย์ กล่าวว่า

قال المصنف إسناده صالح وقد قوّاه الضياء في أحكامه . قلت قال الهيثمي بعد سياقه ما لفظه أخرجه الطبراني في الكبير وفي إسناده جماعة لم أعرفهم . وفي هامشه : فيه عاصم بن عبد الله ضعيف : ثم قال : والراوي عن أبي أمامة سعيد الأزدي بيض له أبو حاتم وقال الأثرم قلت لأحمد بن حنبل : هذا الذي يصنعونه إذا دفن الميت يقف الرجل ويقول : يا فلان ابن فلانة قال : ما رأيت أحداً يفعله إلا أهل الشام حين مات أبو المغيرة

ผู้เรียบเรียงหนังสือ(หมายถึง อิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์) กล่าวว่า "สายรายงานของมันดี และอัฎฎิยาอฺ ได้ให้น้ำหนักมัน ใน อะหฺกามของท่าน . และข้าพเจ้า(อัศศอ็นอานีย์)ขอกล่าวว่า "อัลหัยษะมีย์ ได้กล่าวหลังจากอธิบายความหมายของสิ่งที่ได้กล่าวมันเป็นถ้อยคำ ว่า "บันทึกโดยอัฏฏอ็บรอนีย์ ในอัลกะบีร และในสายรายงานของมัน มีผู้รายงานกลุ่มหนึ่ง ข้าพเจ้าไม่รู้จัก .และในขยายความของมัน(ระบุว่า) ในมัน(สายรายงาน) มี อาศิม บุตร อับดุลลอฮ เป็นผู้ที่หลักฐานอ่อน หลังจากนั้น เขาได้กล่าวว่า "และผู้รายงาน จากอบีอะมามะฮ คือ สะอีด อัลอัซดีย์ ซึ่ง อบูหาติมได้คัดลอกชื่อเขาไว้(โดยไม่ได้วิจารณ์) และอัลอัษรอม กล่าวว่า "ข้าพเจ้ากล่าวแก่ อะหมัด บิน หัมบัล ว่า " นี้คือที่พวกเขาทำมันอยู่ เมื่อมัยยิตถูกฝังเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีคนหนึ่งยืนขึ้น พร้อมกล่าวว่า "โอ้คนนั้น บุตร คนนั้น... (ท่านมีความเห็นอย่างไร?) ท่านอะหมัดจึงกล่าวว่า " ฉันไม่เคยพบคนใดทำมันเลย นอกจาก ชาวเมืองชาม เมื่อท่านอบูมุฆีเราะฮได้เสียชีวิต - สุบุลุสสลาม 2/72 หะดิษหมายเลข 49 บาบุ้ลญะนาอิซ
................
จากข้อความข้างต้น เห็นได้ชัดเจนว่า การอ่านตัลกีน เป็นประเพณีของชาวเมืองชาม ซึ่งอาจจะอาศัยหะดิษเฎาะอีฟจากอบีอุมามะฮ เป็นหลักฐานก็ได้ เพราะหากเป็นหะดิษเศาะเฮียะแล้ว แน่นอน การปฏิบัติย่อมแพร่หลายในหมูเศาะหาบะฮ โดยเฉพาะเคาะลิฟะฮอัรรอชิดีน ย่อมไม่ละเลยอย่างแน่นอน หากเป็นสุนนะฮของท่านนบีจริง


มาดูเรื่อง ตัลกีนมัยยิต ต่อ

หลังจากท่านอับดุรเราะหมานอัลญะซีรีย์ ได้ระบุหะดิษอบีอุมามะฮ ท่านจึงกล่าวว่า

وهذا التلقين مستحب عند الشافعية والحنابلة وخالف المالكية والحنفية فانظر مذهبيهما تحت الخط ( الحنفية قالوا - التلقين بعد الفراغ من الدفن لا ينهى عنه ولا يؤمر به وظاهر الرواية يقتضي النهي عنه
المالكية قالوا - التلقين بعد الدفن وحاله مكروه وإنما التلقين يندب حال الاحتضار فقط كما ذكر

และนี้คือ การอ่านตัลกีน ที่ชอบให้กระทำ ในทัศนะของ ผู้ที่สังกัดมัซฮับชาฟีอีและสังกัดมัซฮับหัมบะลี และต่างกับผู้ที่สังกัดมัซฮับ มาลิกและมัซฮับหะนะฟี โปรดดูทัศนะทั้งสองมัซฮับข้างใต้เส้นนี้
1. หะนะฟียะฮ - พวกเขากล่าวว่า การอ่านตัลกีน หลังจากฝังมัยยิต ไม่มีคำสั่งห้ามและไม่มีคำสั่งใช้ และทีปรากฏตามรายงาน หมายถึง การห้ามไม่ให้กระทำ
2. มาลิกียะฮ - พวกเขากล่าวว่า การอ่านตัลกีน หลังจากฝังมัยยิต และ ขณะที่ฝัง นั้น เป็นมักรูฮ และความจริง การตัลกีน สุนัตให้กระทำ ในขณะที่ใกล้จะถึงแก่ความตายเท่านั้น ดังที่ได้ระบุแล้ว
- ฟิกฮอะลัลมะซาฮิบิลอัรบะอะฮ 1/775

........................
จากข้อความข้างต้นเห็นได้ชัดว่า หากท่านนบีสอนให้กระทำการอ่านตัลกีนหลังจากฝังมัยยิต โดยมีหะดิษที่เศาะเฮียะ มุสลิมทุกยุค ทุกสมัย ย่อมรับรู้และเป็นที่แพร่หลาย โดยไม่มีใครปฏิเสธอย่างแน่นอน แต่ที่มีทัศนะแตกต่าง เพราะ ส่วนหนึ่งยึดเอาหะดิษเฏาะอีฟ และหะดิษปลอม มาเป็นหลักฐาน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 06, 2015 3:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอัลบานีย์กล่าวว่า

فالعجب من قول الحافظ في " التلخيص " ( 5 / 243 ) بعد أن عزاه للطبراني : " و إسناده صالح , و قد قواه الضياء في " أحكامه " و أخرجه عبد العزيز في " الشافي " . و الراوي عن أبي أمامة سعيد الأزدي بيض له ابن أبي حاتم " ! فأنى لهذا

الإسناد الصلاح و القوة و فيه هذا الرجل المجهول

แล้วที่น่าแปลก เกี่ยวกับคำพูดของท่านหาฟิซใน "อัตตัลคิส" (5/243) หลังจากที่ท่านได้อ้างอิงมันแก่ท่านอัฏฏอ็บรอนีย์ ว่า "และสายรายงานของมันดี,และแท้จริง อัฏฏิยาอฺ ได้ระบุในอัลอะหฺกามของท่านว่า ว่าสายรายงานแข็งแรง "และอับดุลอะซิซ ได้บันทึกมัน ใน "อัชชาฟีย์" และผู้ที่รายงานจากอบีอุมามะฮ คือ สะอีด อัลอัซดีย์ ซึ่งอิบนุอบีหาติม ได้คัดลอกชื่อเขา (โดยไม่ได้วิจารณ์) " ดังนั้น สำหรับสายรายงานนี้ ดีและแข็งแรงได้อย่างไร ทั้งที่ในสายรายงาน คนคนนี้ ไม่เป็นที่รู้จัก ? - อัฏเฏาะอีฟะฮ 2/65
...........
การกล่าวถึงบุคคล โดยไม่วิจารณ์ประวัติ แบบนี้ ตามหลักวิชาหะดิษ เรียกบุคคลนั้นว่า "มัจญฮูล" ซึ่งหากมีคนแบบนี้อยู่ในสายรายงานหะดิษบทใด ก็ถือว่า หะดิษบทนั้น เฏาะอีฟครับท่าน. เพราะฉะนั้น หะดิษการสอนคนตาย เอามาเป็นหลักฐานไม่ได้หรอกครับ

อัศศอ็นอานีย์กล่าวว่า

وقال في المنار : إن حديث التلقين هذا حديث لا يشك أهل المعرفة بالحديث في وضعه . وأنه أخرجه سعيد بن منصور في سنه عن ضمرة بن حبيب عن أشياخ له من أهل حمص فالمسئلة حمصية
وأما جعل " اسألوا له التثبيت فإنه الآن يسأل " : شاهداً له فلا شهادة فيه

และ(เจ้าของหนังสืออัลมะนัร )ได้กล่าวไว้ในอัลมะนัรว่า "แท้จริง หะดิษตัลกีน บทนี้(หะดิษอบีอุมามะอ) ไม่เป็นที่สงสัยใดๆเลยสำหรับผู้ที่รู้เรื่องหะดิษ ในเรื่อง การเป็นหะดิษเก๊ ของมัน และแท้จริง สะอีด บุตร มันศูร ได้บันทึกมันในสุนันของท่าน จากฎอ็มเราะฮ บิน หะบีบ จากบรรดาอาจารย์ของเขา ที่เป็นชาวหัมศิน ดังนั้น ประเด็นปัญหานี้เกี่ยวกับชาวหัมศิน และสำหรับ การนำเอาหะดิษที่ว่า "พวกท่านจงขอความมั่นคงให้แก่เขา เพราะขณะนี้ เขาถูกสอบสวนอยู่" มาสนับสนุนมัน(หะดิษอบีอุมามะฮ)นั้น ย่อมไม่สามารถเอามาสนับสนุนในนั้นได้ - สุบุลุสสลาม 1/72

‎1. อัสศ็อนอาอีย์ได้กล่าวทักท้วงอิบนุ อัลวะซีร ในหนังสือ (เตาฎีหฺ อัลอัฟการ ลิมะอานี ตันกีหฺ อัลอันซอร ‎หน้า 115) ที่กล่าวว่า ?หะดีษของกะษีร บิน อับดุลลอฮฺ อัลมุซะนีย์ ซึ่งรายงานโดยอัตติรมิซีย์ว่าเป็นหะดีษหะสัน เนื่องเพราะมีชะวาฮิดที่มาจากเศาะหาบะฮฺ 3 ท่าน และเป็นอะมัลของชาวมะดีนะฮฺ และเป็นทัศนะของอิมามมัซฮับทั้งสี่ท่านนั่นคือ มาลิก อัชชาฟิอีย์ อะหมัด และอิสหาก ซึ่งเป็นชะวาฮิดที่ดี ถึงแม้ว่าเราจะเคยอธิบายให้ท่านเข้าใจว่า ไม่สามารถทำให้หะดีษยกระดับขึ้นเป็นหะสันได้สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นจอมโกหก? ด้วยคำว่า ‎
أن كلام المصنف هاهنا يناقض ما سلف له قريبا من التصريح بأنه ضعيف بالمرة أي شديد الضعف مردود وذلك كأن ‏يكون راويه متهما بالكذب فإن حديثه لا يعتد به ولا ترفعه الشواهد إلى درجة المقبول
‎?แท้จริงคำพูดของผู้เขียน (อิบนุ อัลวะซีร) ในที่นี่ได้ไปขัดแย้งกับสิ่งที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ซึ่ง (ท่าน) ได้ประกาศว่า (หะดีษที่) อ่อนมากๆ นั้นจะถูกปฏิเสธ อย่างเช่น ผู้รายงานหะดีษนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่โกหก เพราะแท้จริงหะดีษของเขาจะไม่ถูกพิจารณาด้วย (การรายงานของ) เขา และบรรดาชะวาฮีดต่างๆจะไม่สามารถยกระดับของมันให้ขึ้นไปอยู่ในระดับที่มักบูล (รับได้)‎

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004