ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - การแบ่งเตาฮีดออกเป็น อุลูฮียะฮฺและรุบูบียะฮฺนั้นเป็นบิดอะฮฺ?
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
การแบ่งเตาฮีดออกเป็น อุลูฮียะฮฺและรุบูบียะฮฺนั้นเป็นบิดอะฮฺ?
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 28, 29, 30
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 12:21 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณฟาอิสกล่าวว่า


โปรดพิจารณา

ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير
“พระองค์ไม่มีสิ่งใดที่เหมือน เหมือนกับพระองค์
ทั้งที่พระองค์ทรงได้ยินยิ่งและทรงเห็นยิ่ง”


ผมขอกล่าวว่า


อายะฮ์นี้ วะฮาบีย์ กับอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์นำมาใช้ต่างกัน คือวะฮาบีย์เขาจะอธิบายคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์แบบที่พวกเขาต้องการ แล้วจบด้วยอายะฮ์ ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير แต่อะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์เขาเอาอายะฮ์ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير มาพิจารณาตั้งเป็นพื้นฐานในการพิจารณาหลักฐานที่พูดเกี่ยวกับซิฟัตของอัลเลาะฮ์ก่อน แล้วก็ทำการอธิบายตัวบท นี่คือข้อแตกต่างระหว่างวะฮาบีย์ กับอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์

อย่างเช่น ลักษณะ يد วะฮาบีย์เขาจะหมายถึง มือ ที่มีความหมายแบบจริงๆ (หะกีกัตไม่ใช่มะญาซฺ) ตามที่คนทั่วไปเข้าใจ คือพวกเราเข้าใจว่ามือแบบความหมายหะกีกัตนั้นเป็นอวัยวะ แต่เวลาถามว่า มันเป็นอย่างไร ก็จะยกอายะฮ์ดังกล่าวมาตัดปัญหา

แต่อะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ เขาจะใช้อายะฮ์นี้มาเป็นพื้นฐานก่อน คืออัลเลาะฮ์ไม่ทรงเหมือนคล้ายกับสิ่งใด ดังนั้น อัลเลาะฮ์จึงไม่มีอวัยวะ เพราะมันไปคล้ายกับอัลเลาะฮ์ ดังนั้น ลักษณะ يد ของอัลเลาะฮ์นั้น อะฮ์ลิสซุนนะฮ์ อัลอะชาอิเราะฮ์ มีอยู่ 2 แนวทาง คือทำการมอบหมายความหมายและรูปแบบวิธีการให้กับอัลเลาะฮ์ หรือตีความว่า พลังอำนาจ ตามที่อิบนุอับบาสได้ตีความเอาไว้

ดังนั้นวะฮาบีย์จึงอยู่ในแนวทางของพวก อัลมุญัสสิมะฮ์ จากกลุ่มอัลหะนาบิละฮ์ในอดีตที่อิบนุตัยมียะฮ์รับช่วงมรดกมา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 12:25 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณอะสันกล่าว กับคุณซุกกรีว่า

ตอบ “ แล้วสีฟัตยี่สิบ ทำไมไมเอาจากอัลกุรอ่าน มาใช้ประกอบการสอน คิดว่าตัวเองดีกว่าหรืออย่างไร” ประโยคนี้ผมอยากจะถามคุณอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมหนังสือที่สอนเกียวกับสีฟัตยี่สิบ จึงไม่เอาหลักฐานจากอัลกุรอ่านและหะดิษมาประกอบ ลองไปดูหนังสือ มะตันอุมมุลบะรอฮีล หนังสือ ฟะรีดะฮ หนังสือ อะกีดะตุลนาญีน ว่ามีอัลกุรอ่านและอัลหะดิษประกอบเป็นหลักฐานกี่อายะฮ กี่บท เกื่อยจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ คุณอย่าคิดว่าผมไม่เรียนนะครับ ผมเด็กปอเนาะเหมือนกัน

ผมขอกล่าวว่า

คุณอะสันครับ กรุณาอย่าอ้างตัวเองว่าเคยเรียนปอเนาะเลยนะครับ เรียนหนังสือมากี่เล่ม แล้วจบหรือเปล่าครับ แล้วเข้าใจหรือเปล่า? ผมเห็นคุณสนทนากับน้องอัลอัซฮะรีย์แล้ว คุณไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่คุณเคยอ้างว่าเรียนมาแล้วเลยนะครับ

ผมอยากจะยกตัวอย่างที่คุณอะสันกล่าวมาสักเล่ม เช่นหนังสือ มะตันอุมุลบะรอฮีน คุณอะสันบอกว่าเคยเป็นเด็กปอเนาะ แต่ไม่รู้เรื่องว่า มะตัน(อุมมุบะรอฮีน)นั้น คือหนังสือรูปแบบใด? แล้วคำว่า "มะตัน" นั้น มันหมายความว่าอะไร? อย่างเช่น มะตันฆอยะตุตตักรีบ (เกี่ยวกับวิชาฟิกห์) นั้นก็ไม่มีอัลกุรอานและหะดิษสักบท มะตันอัลญะรูมียะฮ์ ก็ไม่มีตัวบทอัลกุรอานและหะดิษมาเป็นหลักฐานอ้างตัวอย่างสักบท ดังนั้น หากหนังสือมีหะดิษมีอัลกุรอานมาอธิบายนั้น เขาไม่เรียกว่า "มะตัน" แล้วคุณอะสันจะเอามาอ้างแบบกระเดียดได้อย่างไรล่ะว่า มะตันอุมมุอัลบะรอฮีน ไม่มีหะดิษอัลกุรอานประกอบ นี่ขนาดชื่อหนังสือ คุณอะสันยังไม่เข้าใจเลยครับว่ามันเป็นอย่างไร? แล้วมาบอกว่า" ผมก็เป็นเด็กปอเนาะ"(แบบไม่รู้เรื่อง)


คุณอะสันกล่าว กับคุณซุกกรีว่า

และ(อัลเลาะฮฺ)อยู่บนฟากฟ้านั้นผิด ทั้งที่อัลกุรอ่านบอกไว้เช่นนั้น

ผมขอกล่าวว่า

คุณอะสันครับ อัลกุรอานบอกว่า อัลเลาะฮ์อยู่ในฟากฟ้า ไม่ใช่บนท้องฟ้า อัลกุรอานเขาใช้คำว่า فى ซึ่งหะกีกัต แปลว่า"ใน" ไม่ใช่บน แต่ถ้ามะญาซฺ المجازนั้นแปลว่า "บน" เนื่องจากมี قرينة มาบ่งชี้ แล้วไฉนถึงไม่แปลตามที่อัลเลาะฮ์ทรงพรรณาไว้กับพระองค์ แบบหะกีกัตตามที่วะฮาบีย์ต้องการ ??? พอตรงนี้จะเอาแบบมะญาซฺ แต่ตรงโน้นจะเอาแบบหะกีกัต อากิดะฮ์วะฮาบีย์ตามมีจุดยืนแบบอารมณ์หรือเปล่าเนี่ย คั๊ก คั๊ก คั๊ก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 12:28 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วคุณอะสันก็กล่าวกับคุณซุกรีต่อว่า

แต่พวกคุณเอาตีความให้กินกับปัญญาของพวกคุณ ทั้งสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่อง อจินตัย คือ ปัญญาเราไม่สามารถจิตตนาการเข้าไปถึงลักษณะที่แท้จริงของมันได้

ผมขอกล่าวว่า

ฮ๋าๆ คุณอะสันเนี่ย มันจึงเข้าใจแบบวะฮาบีย์ ไม่รู้เรื่องว่า ปัญญาที่เรานำมาพิจารณานั้น คือปัญญาที่อยู่บนพื้นฐานของอัลกุรอานที่ว่า " ليس كمثله شىء، وهو السميع البصير ดังนั้น คุณอะสันโปรดเอาความเข้าใจของ อัลอะชาอิเราะฮ์มากล่าวต่อพวกเรา แต่เอาความเข้าใจอุลามาอ์วะฮาบีย์ที่เป็นปฏิปักษ์กับเรา มาอ้างกับเรา เพราะมันจะนำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายตรงข้าม


แล้วคุณอะสันก็กล่าวกับคุณซุกรีต่อว่า

เพราะพระองค์ทรงไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ลองมาดูนักวิชาการยุคสลัฟกล่าวไว้
الإمام الأوزاعي ت 157 هـ
قال: "كنا والتابعون متوافرون نقول#1575;ن الله عز وجل فوق عرشه ونؤمن بما وردت به السنة من صفاته"
อิหม่ามเอาซาอีย์(ฮ.ศ.157)กล่าวว่า “ พวกเราและบรรดาตาบิอูนเป็นส่วนมาก กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเป็นเลิศยิ่ง ทรงอยู่บนอะรัชของพระองค์ และเราศรัทธาในสิ่งทีอัสสุนนะ ได้รายงานมา เกียวกับบรรดา คุณลักษณะของพระองค์ - โปรดดู
انظر#1605;ختصر العلو للذهبي 137 والأسماء والصفات للبيهقي ، وفتح الباري 13/417


ผมขอกล่าวว่า

น้องอัล-อัซฮะรีย์ ได้อธิบายเกี่ยวกับตัวบทนี้ไปแล้วว่า

คำกล่าวของท่านอิมาม อัลเอาซะอีย์ นี้ มีสายรายงานที่ เมาฏั๊วะอฺ กุโกหกต่อท่านอิมามเอาซะอีย์ คำกล่าวของท่านอัลเอาซะอีย์นี้ ได้กล่าวไว้ใน อิจญฺติมาอฺ อัลญุยูช ของอิบนุก๊อยยิม ท่านอัซฺซะฮะบีย์ ได้กล่าวไว้ใน หนังสือ อัลอุลู้ ในหลักฐานที่ 330 และอัลบานีย์ได้นำมากล่าวบันทึกไว้ใน มุคตะซ๊อร อัลอุลู้ หน้า 137 และหนังสือเล่มอื่นๆ ซึ่งสายรายงานที่สมบูรณ์มีดังนี้

قال أبو عبد الله الحاكم أخبرني محمد بن علي الجوهري ببغداد حدثنا إبراهيم بن الهيثم حدثنا محمد بن كثير المصيصي قال سمعت الأوزاعي يقول كنا والتابعون متوافرون نقول إن الله تعالى ذكره فوق عرشه ونؤمن بما وردت به السنة

อัลบานีย์ได้กล่าวว่า สายรายงานนี้ มีบรรดานักรายงานที่เชื่อถือได้ อิบนุตัยมียะฮฺกล่าวว่า ซอเฮี๊ยะหฺ แต่ผมไม่เห็นด้วย และเราไม่จำเป็นต้องตามอัลบานีย์และอิบนุตัยมียะฮฺ เพราะเราก็วินิจฉัยได้เช่นเดียวกัน เรื่องอากิดะฮฺนี้เราอัลอะชาอิเราะฮฺไม่ชอบการตักลีด ซึ่งแตกต่างกับบังอะสันที่ตักลีดลูกเดียวโดยไม่รู้ว่าอันใดฏออีฟอันใดซอเฮี๊ยะหฺ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจ

แต่ความจริงแล้วสายรายงานนี้ ฏออีฟ เพราะสายรายงานนี้ มี มุหัมมัด บิน กะษีร อับมะซีซีย์ ท่านอิมามอะหฺมัด กล่าวว่า " เขานั้นฏออีฟอย่างมาก " ดู หนังสือ อัลญัรหฺ วะ อัดตะดีล เล่ม 8 หน้า 69 อิบนุ อะดีย์ กล่าวในหนังสือ อัลกามิล ว่า " แท้จริง ท่านอะหฺมัด กล่าวว่า นั้น มุงกัรหะดิษ (คือรายงานหะดิษฏออีฟขัดกับสิ่งที่ซอฮิหฺ) หรือท่านอะหฺมัดกล่าวว่า เขาได้รายงานบรรดาสิ่งที่มุงกัร " และอิบนุ อะดีย์ กล่าวว่า เขาได้มีการรายงานมากมาย จากมุอัมมัร และท่านอัลเอาซาอีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหะดิษมากมาย ที่ไม่มีผู้ใดทำการรายงานเสริมตามมาเลย " และสายรายงานนี้ มี อิบนุ ฮัยษัม อัลบะละดีย์ ซึ่งท่าน อัลอุกัยล์กล่าวว่า " เขาได้เล่ากับหะดิษหนึ่ง ที่บรรดาผู้คนถือกล่าวว่าเขาได้โกหก และพวกเขาได้ทำการต่อต้าน " ดู อัฏดูอะฟาอฺ เล่ม 1 หน้า 274

บังอะสันและชาวสะละฟีย์มีหลักฐานที่กุขึ้นมาเป็นหลักฐานเรื่องอากิดะฮฺหรืออย่างไรนี่ ? เศร้าสลดจังครับ ( อ้างจากคำอธิบายของ น้องอัล-อัซฮะรีย์)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 12:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วคุณอะสันก็กล่าวกับคุณซุกรีต่อว่า

الإمام ابن خزيمة صاحب الصحيح ت 311 هـ
قال: من لم يقل بأن الله فوق سمواته وأنه على عرشه بائن من خلقه وجب أن يستتاب فإن تاب وإلا ضربت عنقه ثم القي على مزبلة لئلا يتأذى بنتن ريحه أهل القبلة ولا أهل الذمة
อิหม่ามอิบนุคุซัยมะฮ เจ้าของหนังสืออัศเศาะเหียะ (ฮ.ศ.311) กล่าวว่า
ผู้ใดไม่กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ ทรงอยู่บนฟากฟ้าของพระองค์ และแท้จริงพระองค์ทรงอยู่บนอะรัชของพระองค์ แตกต่าง(แยกออกจาก)มัคลูคของพระองค์ จำเป็นที่จะต้องใช้ให้เขาได้สารภาพผิด(เตาบะฮต่ออัลลอฮ)เสีย ถ้าเขาสารภาพผิด และถ้าไม่(สารภาพผิด) คอของเขาจะถูกตัด หลังจากนั้นก็พาไปทิ้งที่กองขยะ เพื่อไม่ให้กลิ่นเหม็นของมัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่อะฮลุลกิบลัต(มุสลิม)และอะฮลุซซิมมีย์(กาเฟรซิมมี) - โปรดดู
درء التعارض 6/ 264
قال عنه الذهبي في السير: 14/ 365
...........................................................................
อยากเรียนว่า การถกเถียงกันเรื่องสิฟาตอัลลอฮนั้น มันทรมานใจยิ่งนัก แต่ก็จำเป็นเมื่อ พวกเราถูกกล่าวหาว่า เชื่อแบบผิดๆ บางคนกล่าวหาว่ารุนแรงยิ่งกว่านั้น เราจึงจำใจต้องอธิบายครับท่านผู้อ่าน


ผมขอกล่าวว่า

ก็แน่ซิครับ ที่คุณต้องทรมารใจ ในเมื่อคุณอ้างหลักฐานและอธิบายในสิ่งที่น้องอัล-อัซฮะรีย์ได้หักล้างมาแล้ว เผื่อจะตบตาผู้อ่านได้บ้าง

คำกล่าวของท่าน อิบนุ คุซัยมะฮ์นี้ น้องอัลอัซฮะรีย์ได้อธิบายไว้แล้ว คือ

อิบนุตัยมียะฮฺ ได้อ้างอิงจากมาหนังสือ อัตเตาฮีด ของ อิบนุ คุซัยมะฮฺ ซึ่งเป็นที่ทราบดีกว่า หนังสือ อัตเตาฮีด ของอิบนุคุซัยมะฮฺนั้น เป็นหนังสือ ที่พวกอัลมุญัสสิมะฮฺนำมาอ้าง และพวกอัลก๊อดรียะฮฺด้วยเช่นกัน แต่ท่านอัลบัยฮะกีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัลอัสมาอฺ วะ อัซซิฟาต ว่า อิบนุคุซัยมะฮฺ เสียใจในสิ่งที่เขาได้เคยกล่าวเอาไว้ ท่านหาฟิซ อัลบัยฮะกีย์ กล่าวว่า " ได้เล่ากับเรา โดยอบูอับดิลลาห์อัลหาฟิซฺ กล่าวว่า ฉันได้ยิน อะบูหะซัน อลี บิน อะหฺมัด อัลบูชันญีย์ เขากล่าวว่า ฉันได้เข้าไปหา อับดุรเราะหฺมาน บิน อบีหาติมอัรรอซีย์ ณ ที่เมืองร๊อยยฺ ดังนั้น ฉันได้เล่าให้เขาฟัง เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ นัยซาบูร ระหว่างอบูบักร อิบนุ อัลคุซัยมะฮฺ และบรรดามิตรสหายของเขา ดังนั้น ท่านอิบนุอะบีย์ หาติม กล่าวว่า มีอะไรหรือสำหรับบิดาของฉันและอัลกะลาม (วิชา อัลกะลาม) ? แท้จริง ที่ดีเลิศแล้ว เขาต้องตั้งใจ อย่าให้เราพูดในสิ่งที่เราไม่ได้ร่ำเรียนมันมา (ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่า อิบนุ อบีหาติมนั้น ไม่ชำนาญในวิชา อัลกะลาม ) แล้ฉันก็ออกมาจากเขา จนกระทั้งฉันได้เข้าไปหา อบีอับบาส อัลเกาะลาซินีย์ แล้วท่านอบีอับบาสกล่าวว่า เสมือนกับว่า ส่วนหนึ่งจากพวกอัลก๊อดดะรียะฮฺที่เป็นมุตะกัลลิมีน ได้พอใจกับมุฮัมัดบินอิสหาก(คืออิบนุคุซัยมะฮฺ) และคำพูดของเขา(อิบนุคุซัยมะฮฺ) เป็นที่ตอบรับ ตามทัศนะของส่วนหนึ่งของพวกเขา(คือพวกอัลก๊อดดะรียะฮฺ) หลังจากนั้น ฉันก็เข้าไปที่บุฆดาด โดยที่นั่นฉันไม่ได้เชิญชวนกับ นักวิชาการฟิกห์ หรือนักวิชากะลามคนใดเลย นอกจากทำการเสนอกล่าวกับปัญหาประเด็นต่างๆเหล่านั้น ดังนั้น ไม่มีคนใดจากพวกเขาเลย นอกจากเขาจะทำการตามคำพูดของท่านอบูอับบาส อัลเกาะลาซินีย์ และเศร้าสลด กับอบีบักร บิน อิสหาก (คือท่านอิบนุคุซัยมะฮฺ)ในสิ่งที่เขาทำการเปิดเผย ฉัน(คือท่านอัลบัยฮะกีย์)กล่าวว่า เรื่องของอิบนุคุซัยมะฮฺนั้นมันยาว ورجع محمد بن إسحاق إلى طريقة السلف وتلهف على ما قال والله أعلم และแท้จริงท่านมุฮัมมัด บิน อิสหาก (อิบนุคุซัยมะฮฺ)หวนกลับไปสู่แนวทางสะลัฟ และเสียใจต่อสิ่งที่เขาได้เคยกล่าวเอาไว้ วัลลอฮุอะลัม " ดู หนังสือ อัลอัสมาอฺ วะ อัซซิฟาต ของท่านอัลบัยฮะกีย์ หน้า 259 ตีพิมพ์ ครั้งแรก โดยมักตะบะฮฺ อัลอัซฮะรียะฮฺ ลิ อัตตุร๊อส


ดังนั้นสิ่งที่ อิบนุตัยมียะฮฺและอุลามาอฺ วะฮาบีย์ และบังอะสันถ่ายทอดนำเสนอมานั้น เป็นคำพูดของอิบนุคุซัยมะฮฺที่อยู่ในแนวทางของ อัลมุญัสสิมะฮฺที่อิบนุตัยมีเจริญรอยตามอยู่ แต่ท่านอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า ท่านอิบนุคุซัยมะฮฺเสียใจต่อสิ่งที่เขาได้เคยกล่าวไว้ และได้หวนกลับไปสู่แนวสะลัฟ (ซึ่งไม่ใช่เป็นแนวทางสะลัฟแบบที่วะฮาบีย์อ้างขึ้น) อัลหัมดุลิลลาห์ (อ้างอิงจากน้อง อัล-อัซฮะรีย์)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 12:39 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณอะสันกล่าวกับ คุณ คนอยากรู้ว่า

ทั้งที่ผมได้ยกหลักฐานมาไมรู้กี่ครั้งแล้วในเว็บนี้ แต่คุณไม่สนใจอ่านและไม่ยอมรับ และแล้วผมก็ได้ตอบอีกว่า
อัลลอฮ(ซ.บ)ตรัสว่า
إِنَّ رَبَّكُمُ اللّهُ الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأَرْضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ
[7.54] แท้จริงพระเจ้าของพวกเจ้านั้น คือ อัลลออฮผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดินภายในหกวัน แล้วสถิตย์อยู่บนลังลังก์ - อัลอะหรอฟ/54
الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى
[20.5] ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์ - ฏอฮา/5
هُوَ الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ يَعْلَمُ مَا يَلِجُ فِي الْأَرْضِ وَمَا يَخْرُجُ مِنْهَا وَمَا يَنزِلُ مِنَ السَّمَاء وَمَا يَعْرُجُ فِيهَا وَهُوَ مَعَكُمْ أَيْنَ مَا كُنتُمْ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ
[57.4] พระองค์คือ พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในระยะ 6 วัน แล้วพระองค์ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เข้าไปในแผ่นดินและสิ่งที่ออกมาจากแผ่นดิน และสิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้าและสิ่งที่ขึ้นไปสู่ฟากฟ้า และพระองค์ทรงอยู่กับพวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด และอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ - อัลหะดีด/4

ผมขอกล่าวว่า


ใหนครับ คุณอะสัน ใครหรือที่อธิบายว่า อัลอิสติวาอ์ หมายถึงการ นั่งประทับ ของอัลเลาะฮ์ ลองยกตัฟซีรมาอ้างหน่อยซิครับ ว่าอัลอิสติวาอ์ นี้ หมายถึง การนั่ง ของอัลเลาะฮ์ น้องอัล-อัซฮะรีย์ อธิบายไปแล้วมากมาย ถึงความหมายทางภาษาอาหรับของคำว่า "อิสติวาอ์" ซึ่งมีทั้งความหมาย ว่านั่ง และปกครอง เป็นต้น แล้วใครมาจำกัดหรือดันไปรู้ดีว่า มันคือ "การนั่ง" จนกระทั้ง คุณอะสันอ้างอายะฮ์เพื่อตบตาผู้อ่านว่า "อายะฮ์ต่างๆนี้แหละครับ คือการชี้ถึงการนั่งของอัลเลาะฮ์ " ทำไมถึงไม่มอบหมาย ทั้งความหมายและวิธีการให้กับอัลเลาะฮ์ไปเลยล่ะครับ ดันมาบอกว่ามันคือการนั่งได้อย่างไร ? และกรุณาอย่าเอาภาษาไทยมาอธิบายคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์จากอายะฮ์ต่างๆที่เป็นภาษาอาหรับเหล่านี้ ผมขอแนะคุณชุกรี และคุณ คนอยากรู้ ทำการอ้างอิงสิ่งที่น้องอัล-อัซฮะรีย์ได้อธิบายไปแล้วนะครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มุหัมมัด
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2005
ตอบ: 210


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 1:59 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



คุณอะสันกล่าวกับ คุณ คนอยากรู้ว่า

- อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า บรรดาผู้รายงานหะดิษนี้ เชื่อถือได้ - อัลอะลูวี หน้า 92 และมุคตะศอร อัลอะลูวี ของอัลบานีย์ หน้า 128
وعن سفيان قال: كنت عند ربيعة بن أبي عبد الرحمن فسأله رجل فقال: {الرَّحْمَنُ عَلَى العَرْشِ اسْتَوَى} كيف استوى؟ فقال: الاستواء غير مجهول والكيف غير معقول ومن الله الرسالة وعلى الرسول التبليغ وعلينا التصديق
รายงานจากสุฟยาน กล่าวว่า “ข้าพเจ้าอยู่กับท่านเราะบีอะฮ บิน อบีอับดุรเราะมาน แล้วมีชายคนหนึ่ง ถามเขา(เราะบีอะฮ) โดยกล่าวว่า (พระเจ้าผู้ทรงเมตตาทรงสถิตอยู่บนบัลลังค์) แล้ว อิสติวาอฺ นั้นเป็นอย่างไรครับ ? แล้วเขา(เราะบีอะฮ)กล่าวตอบว่า “ อัลอิสติวาอ”นั้น เป็นที่รู้กัน และรูปแบบเป็นอย่างไรนั้น ไม่เป็นที่เข้าใจกัน (คือ ปัญญาไม่สามารถล่วงรู้ได้) สาส์น(แห่งอิสลาม)นั้น มาจากอัลลอฮ , หน้าที่ของท่านเราะซูลนั้น มีหน้าทีเผยแผ่ และพวกเราทั้งหลายนั้น มีหน้าเชื่อตาม
- บันทึกโดย อัลลาลุกาอีย์ใน ชัรหุสุนนะฮ หะดิษหมายเลข 660 , อัลมุกอ็ดดิสีย์ ในสิฟะตุลอะลูวี หะดิษ หมายเลข 95 อัซซะฮะบี ใน อัลอะลูวี หน้า 98 และ อัลบัยฮะกีย์ ในอัลอัสมาอ-วัสสิฟาต หน้า 408
- .................................
ดังนั้น คำตอบของผมคุณก็เอาอัล-กุรอ่านหรือ อัสสุนนะฮมาหักล้างซิครับ


ผมขอกล่าวว่า

แล้วคำกล่าวของ ท่าน เราะบีอะฮ์ อาจารย์ของอิมามมาลิกนี้ คุณอะสันรู้ได้อย่างไรว่า "อัลอิสติวาอ์" นี้ หมายถึงการ"นั่ง" ใหนลองเอาอัลกุรอานและซุนนะฮ์มายืนยันซิครับ เฮ่อๆๆ




คุณอะสันกล่าวกับ คุณ คนอยากรู้ว่า

عن كعب الأحبار رضي الله عنه قال: قال الله تعالى في التوراة: ((أنا الله فوق عبادي, وعرشي فوق جميع خلقي, وأنا على عرشي أدبر أمور عبادي. ولا يخفى علي شيء في السماء ولا في الأرض)) قال الذهبي رواته ثقات
รายงานจากกะอับ อัลอะหบัร (ร.ด)กล่าวว่า อัลลอฮ(ซ.บ)ตรัสว่า “เราคือ อัลลอฮ อยู่เหนือบ่าวของเรา และอะรัชของเรา อยู่เหนื่อบรรดามัคลูคของเรา และเราอยู่บนอะรัชของเรา บริหารกิจการต่างแห่งบ่าวของเรา ไม่มีสิ่งใดในฟากฟ้าและแผ่นดินซ่อนเร้นปิดบังเราได้ - อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า บรรดาผู้รายงานหะดิษนี้ เชื่อถือได้ - อัลอะลูวี หน้า 92 และมุคตะศอร อัลอะลูวี ของอัลบานีย์ หน้า 128


ผมขอกล่าวว่า


คุณอะสันครับ กรุณาอย่าแปลตบตาผู้อ่านที่ แปลอาหรับไม่เป็นซิครับ เดี๋ยวคนที่แปลอาหรับไม่เป็นเขาคิดว่า นี่เป็นคำตรัสของอัลเลาะฮ์ที่กล่าวไว้ในอัลกุรอาน ทั้งที่ความจริงแล้ว มันเอามาจากคำภีร์เตาร๊อต ที่ไม่ถูกรับรองว่าปลอดภัยจากการบิดเบือนหรือไม่?
ดังนั้น คุณอะสันก็ต้องแปลเสียไหม่ว่า "รายงานจากกะอับ อัลอะหบัร (ร.ด)กล่าวว่า อัลลอฮ(ซ.บ)ตรัสไว้ใน เตาร๊อต ว่า “เราคือ อัลลอฮ ......"

และเราไม่ต้องรู้หรอกว่า ท่านอิบนุมัสอูดไม่ได้ทำการายงานอิสรออีลียาต แค่ดูคำกล่าวที่ว่าจาก คัมภีร์เตาร๊อต ที่อัลกุรอานยืนยันไว้แล้วว่าถูกบิดเบือน และคำอ้างของคุณนี้ น้องอัล-อัซฮะรีย์ ได้กล่าวอธิบายไว้แล้ว คือ

ตอบ

หลักฐานนี้ ท่านอัซฺฮะบีย์ได้กล่าวไว้ลำดับที่ 280 จากหนังสือ อัลอุลู้ และคำกล่าวยอมรับสายรายงานของท่าน อัซฺฮะบีย์ นั้น ไม่เป็นผลครับ เนื่องจากตัวบทนั้น นำมาใช้สำหรับมุสลิมอย่างเรา ผู้ยึดอัลกุรอานและซุนนะฮฺนั้นไม่ได้ เพราะว่าเนื้อหาของตัวบทนั้น นำมาจาก เตาร๊อต และเราก็ไม่ต้องการเรื่องหลักการอากิดะฮฺใดๆ นอกจากอัลกุรอานและซุนนะฮฺเท่านั้น หากเราผู้มีปัญญาทำการวิเคราะห์สักนิด เราจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่า ทำไม กะอับ อัลอะหฺบาร นั้น เมื่อเขาได้เข้ารับอิสลามจริงๆ แล้ว เหตุใดเขายังคง ถ่ายทอดหลักการศรัทธายึดมั่นให้กับประชาชาติอิสลาม ที่มาจากคำภีร์เตาร๊อต และทำไมไม่ยอมเอาคำสอนของอัลอิสลามที่มาจากคำภีร์อัลกุรอาน ทั้งที่คำภีร์เตาร๊อดนั้น ได้ถูกบิดเบือนจากน้ำมือของพวกยิว

เรากล่าวว่า ชีอะฮฺอิมามียะฮฺ อิมาม 12 นั้น มีหลักการมีจากยิว แต่พวกชีอะฮฺก็กล่าวตอบโต้เช่นกันว่า อะฮฺลิสซุนนะฮฺก็เอาหลักการศรัทธามาจากยิว โดยทาง กะอับ อัลอะหฺบาร !! แต่เราชาวนอะฮฺลิสซุนนะฮฺ วัล ญะมาอะฮฺ อัลอะชาอิเราะฮฺ ซึ่งเป็นมุสลิมส่วนใหญ่ในโลกนั้น ย่อมพ้นต่อสิ่งดังกล่าว และเราก็ไม่ขอเกี่ยวข้องในหลักการของยิวทั้งสิ้น ดังนั้นอะฮฺลิสซุนนะฮฺ ต้องมัวหมองไป ก็เพราะว่า สะละะฟีย์(วะฮาบีย์ปัจจุบัน) นี่แหละครับ

ท่าน อิบนุ กะษีร ได้กล่าวเอาไว้ ในตัฟซีรของท่าน(ผมขอแปลเป็นภาษาไทย เพราะค้านที่จะพิมพ์ภาษาอาหรับครับ ) ในเล่ม ที่ 3 หน้า 389 ในตัฟซีร ซูเราะฮฺ อันนัมลิ อายะฮฺที่ 41-44 ซึ่งท่านอิบนุกะษีรได้กล่าวหะดิษหนึ่งที่ เกี่ยวกับเรื่องราวของท่านนบี สุไลมาน (อะลัยฮิสลาม) ที่รายงานโดยอิบนุ อบี ชัยบะฮฺ และอิบนุ อบี ชัยบะฮฺ ได้กล่าวหลังจากรายงานว่า " มันเป็นหะดิษที่ดีเหลือเกิน " จากนั้น ท่านอิบนุกะษีร ได้วิจารณ์คัดค้านว่า

ฉันขอกล่าวว่า " แต่มันเป็นหะดิษที่ มุงกัร (ขัดกับสิ่งที่ถูกต้อง) แปลกเป็นอย่างยิ่ง และบางทีมันมาจากความคลุมเคลือของ อะฏออฺ บิน ซาอิบ ที่รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส วัลลอฮุอะลัม และ(ความเข้าใจ) ที่ใกล้เคียงที่สุด ในสำนวนต่างๆที่เหมือนๆกันนี้ คือมันได้รับมาจาก พวกชาวคำภีร์ จากสิ่งที่มีอยู่ในคำภีร์ฉบับต่างๆ ของเขา อย่างเช่น การรายงานต่างๆ ของ กะอับ อัลอะหฺบาร และวะฮฺบิน ขออัลเลาะฮฺทรงผ่อนปรนให้กับทั้งสอง ในสิ่งที่พวกเขาได้ถ่ายทอด ให้กับประชาชาตินี้ ที่มาจากเรื่องเล่าของ อบี อิสรออีล ในเรื่องที่แปลกและประหลาด จากสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากสิ่งที่ถูกบิดเบือน และถูกเปลี่ยนแปลง และจากสิ่งที่ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยที่อัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)ทรงให้เราเพียงพอ(ไม่ต้องการ)จากสิ่งดังกล่าว ด้วยสิ่งที่ถูกต้องกว่า มีประโยชน์กว่า ชัดเจนกว่า และลึกซึ้งกว่า และมวลการสรรเสริญและความโปรดปรานนั้น เป็นสิทธิ์ของพระองค์ " ดู ตัฟซีร อิบนกะษีร เล่ม 3 หน้า 389

แม้กระทั้งท่านอิมาม บุคคอรีย์ ได้ตั้งหัวเรื่องของบทหนึ่งไว้ ใน كتاب الإعتصام بالكتاب والسنة โดยตั้งชื่อบทว่า باب قول النبي صلى الله عليه وسلم لا تسالوا أهل الكتاب عن شيء (บทที่ว่าด้วยเรื่อง คำกล่าวของท่านนบี(ซ.ล.)ที่ว่า พวกท่านอย่าถามพวกชาวคำภีร์ กับสิ่งหนึ่งสิ่งใด )

เป็นที่ทราบดีว่า ท่านอัซูฮะบีย์นั้นได้เขียนหนังสือ อัลอุลู้ ในตอนที่ท่านเป็นหนุ่มอยู่ แต่หลักจากนั้น ท่านได้ยกเลิกหลักการดังกล่าวเหล่านี้ หากไปดูหนังสือ ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ ซึ่งหนังสือในช่วงท้ายๆที่ท่านได้แต่งเอาไว้ ท่านได้เกี่ยวกับ กะอับ อัลอะหฺบาร ในช่วงท้ายๆว่า

.....فمن الذى يستحل أن يورد اليوم من التوراة شيئا على وجه الإحتجاج معتقدا أنها التوراة المنزلة ؟ كلا والله...

ความว่า " ดังนั้น ในวันนี้ จะมีใครอีกหรือ ที่ถือว่าอนุญาติ ให้รายงานสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากคำภีร์เตาร๊อต บนหนทางการอ้างมาเป็นหลักฐาน โดยยึดมั่นว่า มันเป็นคำภีร์เตาร๊อดที่ถูกประทานลงมา ? ย่อมไม่มีแน่นอน ขอสาบาน " ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอฺ เล่ม 3 หน้า 494

บังอะสันครับ แบบนี้ คืออากิดะฮฺของสะละฟุสศิลิหฺของเราอัลอะชาอิเราะฮฺ หรือสะลัฟของสะละฟีย์ (วะฮาบีย์ปัจจุบัน) ล่ะครับ ระวังนะครับบังอะสัน พวกชีอะฮฺเขาจะกล่าวว่า สะลัฟ ของ สะละฟีย์เนี่ย จะรวมไปถึงยิวบนีอิสรออีลด้วย แบบนี้ผมหดหู่ใจจัง ผมคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้อัลเลาะฮฺทรงชี้นำบังอะสันครับ (อ้างอิงจากน้องอัล-อัซฮะรีย์)



คุณอะสันกล่าวว่า

คุณนี่ก็แปลก ก็พวกคุณปฏิเสธว่า อัลลอฮทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้า แล้วผมก็ยกข้อความในอายะฮอัลกุรอ่าน มาแสดงให้คุณเห็น แต่คุณกลับมาอ้างข้างๆคูๆว่าเอามาครึ่งๆกลางๆ แล้วคำว่า

أَأَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاء

แปลว่าอย่างไร ท่านนบี ศอลฯ และเหล่าเศาะหาบะฮ ตีความไปเป็นอย่างอื่นหรือเปล่า ถ้ามีคุณนำเสนอมา อย่าใช้ความเห็นตัวเอง

ผมขอกล่าวว่า

หลักฐานที่คุณอะสันนำเสนอเพื่อยืนยันว่าอัลเลาะฮฺอยู่บนฟ้านั้น แล้วอ้างว่าเป็นการยึดถือของสลัฟนั้น มีดังนี้

أأمنتم من فى السموات أن يخسف بكم الأرض فإذا هى تمور

ความว่า “พวกเจ้ารอดพ้น ผู้อยู่ในชั้นฟ้า ที่จะทำให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าลงไป แล้วมันก็สั่นสะเทือนอย่างนั้นหรือ ?” อัลมุลกิ 16

أم أمنتم من فى السموات أن يرسل عليكم حاصبا فستعلمون كيف نذير

ความว่า “หรือพวกเจ้าปลอดภัย(จาก)ผู้อยู่ในชั้นฟ้า ที่จะส่งลมหอบหินลงมาทับถมเหนือพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็จะได้รู้ว่า คำเตือนของข้านั้นเป็นอย่างไร ?” อัลมุลกิ 17

คำว่า فى (ฟี) ในสองอายะฮฺนี้นั้น ความหมายแท้จริงเลย แปลว่าใน (ในฟากฟ้า) ซึ่งเป็นفي الظرفيّة เราจะตีความหมาย فى ว่า “บน” (บนฟ้า)ไม่ได้นอกจากจะมี قرينة ข้อความแวดล้อมที่มาบ่งชี้ แต่ในสองอายะฮฺนี้ไม่มีข้อความาบ่งชี้ให้คำว่า فى มีความหมายว่า “บน” ซึ่งแตกต่างกับสองอายะฮฺก่อนหน้านั้น คือ

هو الذي جعل لكم الأرض ذلولا فامشوا فى مناكبها

“พระองค์ทรงบันดาลแผ่นดินให้ยอมถ่อมตน ดังนั้นเจ้าจงเดินไปบนทิศต่างๆ ของมัน” อัลมุลกิ 15
คำว่า فى ในอายะฮฺนี้ จะแปลว่าในจริงๆ นั้นไม่ได้ เพราะว่าแผ่นดินนั้น เราต้องเดินบนมัน จะเดินในมันไม่ได้

ท่านอิมาม อัลกุรฏุบีย์ได้อธิบายโองการที่ 16 ว่า “ท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า หรือพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการลงโทษของผู้ที่อยู่ในฟากฟ้า หากพวกท่านทำการฝ่าฝืนพระองค์ ถูกกล่าวว่า ความหมายนั้นคือ หรือพวกท่านจะปลอดภัยจากผู้ที่อยู่ในฟากฟ้า กับอานุภาพ อำนาจ บัลลังค์ และอาณาจักรปกครองของพระองค์ อัลเลาะฮฺได้เจาะจงฟากฟ้า หากแม้ว่าพระองค์แผ่คลุมในการปกครองของพระองค์ ก็เพื่อให้ตระหนักว่า แท้จริงพระเจ้าผู้ที่สามารถใช้เดชานุภาพของพระองค์ในฟากฟ้า ไม่ใช่ผู้ที่พวกเจ้าได้ให้เทิดเกียตริบนผืนแผ่นดิน และถูกกล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในฟากฟ้านั้น บ่งถึงบรรดามะลาอิกะฮฺ และถูกกล่าว บ่งถึงท่านญิบรีล โดยที่เขาคือผู้ได้รับมอบหมายให้ ทำการลงโทษ” ตัฟซีร อัลกุรฏุบีย์ เล่ม 18 หน้า 206 อธิบายอายะฮฺที่ 16 ซูเราะฮฺอัลมุลกิ

ดังนั้น หากเราต้องการที่จะยึดมั่นว่า อัลเลาะฮฺทรงไม่มีทิศ ไม่มีสถานที่ ให้กับพระองค์แล้ว คำว่า”ผู้ที่อยู่ในฟากฟ้านั้น คือบรรดามะลาอิกะฮฺ มีฮะดิษได้ระบุว่า “ ไม่มีในบรรดาชั้นฟ้า กับสถานที่สักขนาด 4 นิ้วมือ นอกจาก ในนั้นจะมีมะลาอิกะฮฺทำการยืน ร่อกั๊วะ และสุยูด" (อ้างอิงจากน้องอัล-อัซฮะรีย์)

และน้องอัล-อัซฮะรีย์เคยอธิบายคุณอะสันไปแล้วว่า

ตอบ
เมื่อผมไปดูหนังสือ ตัฟซีร ของท่านอิบนุ อัลเญาซีย์ คำว่า" อิบนุอับบาส กล่าวว่า " คือ อัลเลาะฮฺ นั้น เป็นตัฟซีรที่มีจากต้นฉบับของอิสตันบูล ตรุกีย์ แต่ฉบับเดิมของ อัลอัซฮะรียะฮฺ นั้น กล่าวแตกต่างกัน ซึ่งท่านอิบนุอับบาสกล่าวเกี่ยวกับอายะฮฺดังกล่าวว่า " عن إبن عباس : اى قدرته وسلطانه وغرشه ومملكته " จากท่านอิบนิอับบาส ท่านกล่าวว่า (พวกเจ้าจะปลอดภัยหรือ) จากอานุภาพของพระองค์ อำนาจ อะรัช และการครอบครองของพระองค์ " ดู ซฺาดุลมาะซีร ฟี อิลมิลตัฟซีร (ตัฟซีรอิบนุเญาซีย์ ) เล่ม 8 หน้า 21 ดารฺ ฟักรฺ ตีพิมพ์ครั้งที่ 1 ญะมาดุลอูลา ฮ.ศ. 1407 - ค.ศ. 1987

ท่านอิบนุเญาซีย์กล่าวเช่นกันว่า " ดังนั้นท่านไม่เห็นดอกหรือ ? ว่ามีชนกลุ่มหนึ่ง ได้ยินบรรดาฮะดิษเกี่ยวกับซีฟาต(ที่ทำให้เคลือบแครงการเหมือนระหว่างอัลเลาะฮฺและมัคโลค) แล้วพวกเขาก็เข้าใจมัน บนสิ่งที่ให้ความเข้าแบบสัมผัสได้ (เหมือนมัคโลค) เช่นพวกเขากล่าวว่า อัลเลาะฮฺลงมาจากฟากฟ้าและเคลื่อนไว้ด้วยซฺาตของพระองค์ และนี้เป็นความเข้าใจที่เลว เนื่องจากผู้ที่เคลื่อนไหวได้นั้น ต้องมาจากสถานที่หนึ่ง โดยที่ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง และดังกล่าวทำให้เข้าได้ว่า สถานที่นั้นใหญ่กว่าเขา และจำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหว และทุกสิ่งดังกล่าวนั้น เป็นไปไม่ได้ต่ออัลเลาะฮฺ(ซ.บ.) " ดู ซัยดฺ อัลคอฏิร หน้า 476 (อ้างอิงจากน้อง อัล-อัซฮะรีย์)


ท่านอิมาม อัลอัชอะรีย์ ได้กล่าวไว้ใน หนังสือ อัลอิบานะฮฺ ฟี อุซูล อัลดิยานะฮฺ ว่า

وأن الله تعالى استوى على العرش على الوجه الذي قاله وبالمعنى الذي أراده ، استواء منزها عن المماسة والاستقرار والتمكن والحلول والانتقال ، لا يحمله العرش بل العرش وحملته محمولون بلطف قدرته ، ومقهورون في قبضته ، وهو فوق العرش وفوق كل شئ إلى نجوم الثرى ، فوقية لا تزيده قربا إلى العرش والسماء

ความว่า" แท้จริง อัลเลาะฮฺ ตะอาลา ได้ทรง อิสตะวา เหนือ อะรัช บนหนทางที่พระองค์ได้กล่าวไว้ และด้วยความหมายที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยอิสติวาอฺที่ ปราศจาก การสัมผัส การสถิต การมั่นคงอยู่ การเข้าไปอยู่ และการเคลื่อนไหว โดยที่อะรัชนั้นไม่ได้แบกพระองค์เอาไว้ แต่ทว่าอะรัชนั้น และบรรดาผู้ที่แบกมันไว้นั้น ก็ด้วยความเมตตาของอานุภาพของพระองค์ และพวกเขาถูกควบคุมในอำนาจของพระองค์ โดยที่พระองค์อยู่เหนืออะรัช และเหนือทุกๆ สิ่งจนกระทั้งดวงดาวษุรอยยา (การอยู่เหนือของพระองค์นั้น) โดยที่อยู่เหนือโดยทำเพิ่มให้กับพระองค์ กับการใกล้ไปยังอะรัชและฟากฟ้า " ดู หนังสือ อัลอิบานะฮฺ หน้า 21 ตีพิมพ์ ดาร อัลอันซอร
ตรวจทานโดย ดร. เฟากียะฮฺ หุซัยน์ มะฮฺมูด

ในวรรคนี้นั้น พวกวะฮาบีย์ไม่มีวันได้เห็นมัน เนื่องจากหนังสืออัลอิบานะฮฺนั้น วะฮะบีย์ก็ลงทนตีพิมพ์เหมือนกัน แต่พวกเขาจะตัดข้อความที่ไม่ตรงกับแนวทาง อัลมุญัสสิมะฮิ ของพวกเขา การตีพิพม์เป็นหนังสือของวะฮาบีย์ ที่มีต่อหนังสือ อัลอิบานะฮฺนั้น ตีพิมพ์โดยไม่มีการตรวจทาน และเทียบฉบับดั้งเดิมที่เขียนด้วยมือของอุลามาอฺ ซึ่งหนังสืออัลอิบานะฮฺที่ ดร. อัลเฟากียะฮฺ ได้ตรวจทานนั้น ได้ทำการเทียบถึง 4 ต้นฉบับด้วย ซึ่งอ่านแล้ว มีอะไรๆ ที่วะฮาบีย์ไม่อยากจะได้ยินกับมัน ซึ่งเป็นที่ทราบดีตามทัศนะของอะฮฺลิสซุนนะฮฺว่า หนังสือ อัลอิบานะฮฺนั้น ไม่ใช่หนังสือเล่มสุดท้ายที่ อิมาม อัลอัชอะรีย์ได้แต่งไว้ แต่นักบูรพาคดี อย่าง แม็คโดนัล และทรัยตัน และวะฮาบีย์ปัจจุบัน อ้างว่า หนังสืออัลอิบานะฮฺ เป็นหนังสือที่อิมามอัลอัชอะรีย์ได้แต่งขึ้นในช่วงสุดท้าย และในทัศนะนี้นั้น นักบูรพาคดีชาวยิว คือ โกลด์ เซฮีรฺ ได้มีความเห็นด้วยอย่างนั้น ชาววะฮาบีย์ก็เลยตามทัศนะดังกล่าวนั้นไปด้วย เพื่อที่จะอ้างว่า อิมามอัลอัชอะรีย์ได้เตาบะฮฺจากแนวทางของตน เมื่อเป็นเช่นนี้ วะฮาบีย์ปัจจุบัน ก็เลยโพธนากันว่า อิมามอัลอัชอะรีย์ได้เตาบะฮฺจากแนวทางของอัลอะชาอิเราะฮฺแล้ว และวะฮาบีย์อย่างบังอะสันนั้น เชื่ออย่างสนิท เพราะไปตักลีด ตามพวกนักบูรพาคดี โดยอ้างว่า อิมามทั้งสี่ ไม่ได้ใช้ให้ตักลีดตามพวกเขา เพื่อจะได้ให้คนทั่วไป ไปตามวะฮาบีย์กัน เรื่องนี้แค่นี้ก่อนนะครับ (อ้างอิงจากน้องอัล-อัซฮะรีย์)

และน้องอัล-อัซฮะรีย์เคยอธิบายกับคุณอะสันอีกเช่นกันว่า

อ้างอิงจาก อ.อะสัน

قال الإمام أبو حنيفة: ونقر بأن الله تعالى على العرش استوى من غير أن يكون له حاجة. [شرح الوصية ص10]
อิหม่ามอบูหะนีฟะฮ กล่าวว่า" เรายอมรับว่า แท้จริงอัลลอฮ(ซ.บ)ทรงประทับบนอะรัช โดยที่ทรงไม่จำเป็นพึงพาอาศัยมัน - ชัรห อัลวะศียะฮ หน้า 10

ตอบ

อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนมาก อ.อะสัน มักจะได้มีเฮ อยู่เสมอ ในการอ้างอิง ทำไม อ. อะสัน ถึงอ้างอิงอย่างนี้ ก็เพราะว่า อ.อะสัน ตักลีด แบบตาบอด ตามอุลามาอฺวะฮาบีย์ คนที่อ้างตัวเองว่าไม่ตักลีด อิมามทั้งสี่นั้น ส่วนมากจะเข้าตัวเสมอ อุลามาอฺวะฮาบีย์และอ. อะสัน อ้างมาแบบนี้ เขาเรียกว่า อ้างแบบ ويل للمصلين โดยไม่อ่านต่อให้จบ แบบนี้ก็พังนะซิครับ ตบตาหลอกชาวบ้านไปเรื่อยๆ ทำไมไม่ยกอ้างอิงมาให้หมดล่ะครับ

ท่านอบูหะนีฟะฮฺกล่าวแบบสมบูรณ์ว่า

ونقر بأن الله سبحانه وتعالى على العرش استوى من غير أن يكون له حاجة إليه واستقرار عليه، وهو حافظ العرش وغير العرش من غير احتياج، فلو كان محتاجا لما قدر على إيجاد العالم وتدبيره كالمخلوقين، ولو كان محتاجا إلى الجلوس والقرار فقبل خلق العرش أين كان الله، تعالى الله عن ذلك علوا كبيرا"

ท่านอบูหะนีฟะฮฺกล่าวเช่นกันว่า "เรายอมรับว่า แท้จริง อัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)ทรงอยู่เหนืออะรัช โดยที่พระองค์ไม่ต้องการไปยังมัน และไม่ได้สถิตอยู่บนมัน พระองค์ทรงปกปรักรักษาอะรัชโดยที่ไม่ต้องการมัน ดังนั้น หากพระองค์มีความต้องการ แน่นอนพระองค์ก็ไม่มีความสามารถสร้างโลกและบริหารมันได้ โดยที่เหมือนกับบรรดามัคโลค และถ้าหากพระองค์ทรงต้องการไปยังการนั่งและสถิต(อยู่บนอะรัช) ดังนั้นก่อนที่พระองค์ทรงสร้างอะรัช พระองค์อยู่ใหน ? ? อัลเลาะฮฺทรงปราศจากจากสิ่งดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่” กิตาบอัลวะซียะฮฺ หน้า 2 ถ่ายทอดมาจาก ชัรหฺ อัลฟิกหฺ อัลอักบัร ของท่าน มุลลา อะลีย์ อัลกอรีย์ หน้า 75

แถมอีกสักนิด

ท่านอิมามอบูหะนีฟะฮฺกล่าวเช่นกันว่า

ولقاء الله تعالى لأهل الجنة بلا كيف ولا تشبيه ولا جهة حق

" และการที่อัลเลาะฮฺ(ตะอาลา)ทรงพบกับชาวพบสวรรค์ โดยไม่มีวิธีการ ไม่มีการคล้ายคลึง และไม่มีทิศนั้น เป็นสัจจะธรรม" ดู กิตาบ อัลวะซียะฮฺ ของอบูหะนีฟะฮฺ หน้า 4 ถ่ายทอดมาจาก ชัรหฺ อัลฟิกหฺ อัลอักบัร หน้า 138 ของอิมาม มุลลา อลี อัลกอรีย์ (จบคำอ้างอิงจากน้องอัล-อัซฮะรีย์)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 6:46 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
มาแล้วหรือ ครับ ให้ไปสนทนาในกระทู้ใหม่ ที่ทีมงานสื่ออนุรักษ์ แจ้งเอาไว้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Webmaster
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: Apr 04, 2004
ตอบ: 332
ที่อยู่: ดุนยา

ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 10:20 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ผมขอล็อคกระทู้นี้นะครับ..เนื่องด้วยเหตุผลที่ได้แจ้งไว้แล้ว..

แต่ยังคงสามารถเข้ามาอ่านข้อมูลได้ตามปกติครับ..

ไปกระทู้ --> การแบ่งเตาฮีดออกเป็นอุลูฮียะฮฺและรุบูบียะฮฺนั้นเป็นบิดอะฮฺ?(ภาค2)

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Mar 18, 2012 11:17 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation
_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 28, 29, 30
หน้า 30 จากทั้งหมด 30

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.13 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004