ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ยิว"
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ยิว"
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ยิว-ปาเลสไตน์
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Sun Apr 15, 2007 11:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam


ผมไม่ใช่ “ยิว” ผมเป็น มุสลิมผู้หนึ่ง ที่มีความเช้าใจศาสนาอิสลาม ที่แตกต่างไปจากมุสลิมส่วนมากทั้งนี้ เพราะว่า ผมมีความศรัทธา อยู่ที่ พระเจ้า เพียงองค์เดียว (อัลลอฮ์) โดยที่จะไม่ ยกย่องมนุษย์ผู้ใดเทียบเท่าพระองค์และ เป็นส่วนหนึ่งของพระองค์ ผมรู้จักพระเจ้า หรือ ที่อรับ เรียกว่า อัลลอฮ์ คือพระองค์เป็นผู้สร้าง ทุกสิ่งทุกอย่าง ในระบบสุริยจักรวาล รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทุกๆเผ่าพันธ์

ถ้าเรา รู้จัก คุณานุภาพ ของ พระองค์อัลลอฮ์ แล้ว คุณจะเข้าใจว่า เพราะเหตุใดผมจึง พยายามเชิญชวน ให้มุสลิมรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่เลือก เผ่าพันธ์และ การมีศรัทธาต่อศาสนาของเขาเหล่านั้น, ถ้าเราจะเริ่มต้น ด้วย พระนามที่บ่งถึง คุณลักษณะของพระองค์ คือ “อัรรอฮฺมาน” ซึ่งหมายถึง ความมีพระมหากรุณาธิคุณมากล้นด้วยคุณประโยชน์, พระองค์เป็นผู้ที่มีความเห็นใจและเข้าใจ ในความ รู้สึกของมนุษย์ ทุกๆคน , และพระองค์ทรงไว้ด้วยเกียรติ ที่สูงส่ง

“อัรรอฮีม” พระองค์ผู้ มีความเมตตากรุณาต่อ บรรดามนุษย์ โดยทั่วหน้ากัน ผู้ที่มีศรัทธาต่อพระองค์ สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ และไม่มีศรัทธาต่อพระองค์ แต่ถ้าเขา เหล่านั้น ปฏิบัติ อยู่ในแนวทาง ที่ พระองค์ทรงบัญญัติไว้ เพื่อให้มนุษย์ปฏิบัติ ตาม เพื่อ บรรลุถึง ผลแห่งความดี เขาเหล่านั้นก็จะหันเข้า สูทางแห่งความศรัทธาต่อพระองค์ เมื่อโอกาสนั้นมาถึง

ถ้าการสอนศาสนาอิสลาม ทำการสอนโดยใช้ภาษาไทยทั้งหมด มุสลิมไทย และชาวไทยจะเข้าใจถึงศาสนาอิสลามได้ดีขึ้น การตั้งคำถาม เพื่อถามในสิ่งสงสัย ในทางศาสนา เพื่อหาเหตุผลในความศรัทธา ไม่ใช่ การทำบาป หรือ ทำความชั่ว, ส่วนมากผู้ที่ไม่ สามารถให้ เหตุผลได้ จะ หาทางเบี่ยงเบนไปว่าความสงสัยในคำสอนเป็นบาป ส่วนมาก มุสลิมนับถืออิสลาม โดยกำเนิด ไม่ใช่ด้วยการใช้เหตุผล และการเข้าใจตาม หลัก ตรรก วิทยา โดยเหตุนี้ มุสลิมส่วนมาก จึงถุก ผู้นำทางการสอนศาสนา หลอกลวง เอาได้โดยง่ายดาย ตามที่ว่าในอเมริกา มีคนนับถืออิสลามเพิ่มขึ้นนั้น ตามสถิติแล้ว การเพิ่ม จำนวนของ มุสลิม ใน ยุโรป และในสหรัฐอเมริกา เกิดจากการย้ายถิ่นฐาน จากภาคตะวันออกกลาง เพื่อเข้ามาทำมาหากินใน ยุโรปและ ในอเมริกาเสียมากกว่า การศรัทธาจาก หลักการ ที่แท้จริงของอิสลาม

คัมภีตาลมูดของยิว ก็ไม่ผิดอะไรไปจาก อะหะดีษของมุสลิม เพราะเหตุที่ การศึกษาของทั้ง สองฝ่าย ศึกษาจาก ตำราที่สอนให้เกลียด ซึ่งกันและกัน จากตำราทั้งสองเล่มนี้ ถ้ายิวและมุสลิม ยึดถือคำสอนของพระเจ้าโดยตรงแล้ว ย่อมจะต้องมีความศรัทธา ต่อ พระเจ้า “อัลลอฮ์” ในรูปแบบเดียวกัน แต่เมื่อการ สอนของทั้งสองฝ่าย เอาตำราที่มนุษย์เขียนขึ้นมา เพื่อ เสริมสร้างอำนาจ ให้แก่ พรรคของ แต่ละพรรคแล้ว ความสามัคคีย่อมไม่เกิดขึ้น พวกที่โง่เขลา ก็ยังเกลียดชังกัน ถึงแม้ว่า ไม่เคยมี ความรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนเลย

คุณทั้งหลายลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน เด็กๆมุสลิม อนุบาลไม่รู้จักว่าชาวยิวคือใคร แต่ผู้ใหญ่ไปเสี้ยมสอน ว่าถ้าเรา เป็นมุสลิม ต้องเกลียด และเป็นศัตตรูกับยิว และ ผู้ใหญ่ชาวยิว ก็สอนว่า ถ้าเราเป็น ยิวเราก็ต้องเกลียดและเป็นศัตรูกับมุสลิม แล้วอย่างนี้ มนุษย์ จะอยู่ร่วมกันได้ อย่างไร ใน เมื่อ ทั้งยิว และ มุสลิม ก็นับถือ “อัลลอฮ์” ด้วยกัน แต่ไม่ลงรอยกันเพราะ การเสี้ยมสอนของ บรรดา กลุ่มชนที่ยังมีความคิด ตก ค้างอยู่ใน โลก 1400 กว่าปีมาแล้ว อัลลอฮ์ทรงมีบัญัติไว้ว่า

خُذِ الْعَفْوَ وَأْمُرْ بِالْعُرْفِ وَأَعْرِضْ عَنِ الْجَاهِلِينَ

เจ้า (มูฮัมมัด) จงยึดเอาการให้อภัยและฝักใฝ่ในการทำความดี และจงหันข้างให้ (อย่าไปสนใจหรือเชื่อฟัง) ผู้โง่เขลา (7:199)

คุณอยู่ในกลุ่มบุคคลที่โง่เขลาเหล่านั้นหรือ? ชาวยิว ก็ดี, ชาวชีอะต์ ก็ดี, วะหะบีก็ดี , ชาวซุนนีย์ก็ดี และ มุสลิมในนิกายต่างๆ ก็ดี ถ้ายึดมั่นอยู่ ในคำสอนของพระเจ้า ที่แท้จริง แต่เพียงอย่างเดียว ก็จะมีชีวิตที่มีความสุข และมีเมตตาจิต ต่อกันและกัน เข้าใจความรู้สึก ของกันและกัน และจะไม่มีการด่าทอกัน เช่น ที่เห็น อยู่ในกระทู้ต่างๆ ในเวบมุสลิมต่างๆ ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้เรา เชื่อฟัง บัญญัติ ของพระเจ้าแต่เพียงอย่างเดียว ดอกหรือ?

คุณเข้าใจ ความหมายของ พระนามของพระองค์อัลลอฮ์ คือ “อัรรอฮฺมาน” และ “อัรรอฮีม” ว่าอย่างไร? เรามนุษย์ที่ถูกสร้างมาโดยพระองค์อัลลอฮ์ ควรจะต้องมีความเมตตากรุณาและเข้าใจ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เช่นเดียวกับ ผู้สร้าง (พระเจ้า) ซึ่งพระองค์ จะอยู่ในห้วงสำนึกของผู้มีศรัทธาที่แท้จริงต่อพระองค์เสมอ การที่มีใจอาฆาตจองเวรกัน ชั่วลูกชั่วหลานไม่ใช่ วิถีทาง ของผู้ที่ปฏิบัติตัวตาม พระประสงค์ของพระเจ้า(อัลลอฮ์) หรือวิถีทางที่แท้จริงของอิสลาม


wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Sun Apr 15, 2007 11:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam




ผมไม่ใช่ “ยิว” ผมเป็น มุสลิมผู้หนึ่ง ที่มีความเช้าใจศาสนาอิสลาม ที่แตกต่างไปจากมุสลิมส่วนมากทั้งนี้ เพราะว่า ผมมีความศรัทธา อยู่ที่ พระเจ้า เพียงองค์เดียว (อัลลอฮ์) โดยที่จะไม่ ยกย่องมนุษย์ผู้ใดเทียบเท่าพระองค์และ เป็นส่วนหนึ่งของพระองค์ ผมรู้จักพระเจ้า หรือ ที่อรับ เรียกว่า อัลลอฮ์ คือพระองค์เป็นผู้สร้าง ทุกสิ่งทุกอย่าง ในระบบสุริยจักรวาล รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทุกๆเผ่าพันธ์

ถ้าเรา รู้จัก คุณานุภาพ ของ พระองค์อัลลอฮ์ แล้ว คุณจะเข้าใจว่า เพราะเหตุใดผมจึง พยายามเชิญชวน ให้มุสลิมรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่เลือก เผ่าพันธ์และ การมีศรัทธาต่อศาสนาของเขาเหล่านั้น, ถ้าเราจะเริ่มต้น ด้วย พระนามที่บ่งถึง คุณลักษณะของพระองค์ คือ “อัรรอฮฺมาน” ซึ่งหมายถึง ความมีพระมหากรุณาธิคุณมากล้นด้วยคุณประโยชน์, พระองค์เป็นผู้ที่มีความเห็นใจและเข้าใจ ในความ รู้สึกของมนุษย์ ทุกๆคน , และพระองค์ทรงไว้ด้วยเกียรติ ที่สูงส่ง

“อัรรอฮีม” พระองค์ผู้ มีความเมตตากรุณาต่อ บรรดามนุษย์ โดยทั่วหน้ากัน ผู้ที่มีศรัทธาต่อพระองค์ สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ และไม่มีศรัทธาต่อพระองค์ แต่ถ้าเขา เหล่านั้น ปฏิบัติ อยู่ในแนวทาง ที่ พระองค์ทรงบัญญัติไว้ เพื่อให้มนุษย์ปฏิบัติ ตาม เพื่อ บรรลุถึง ผลแห่งความดี เขาเหล่านั้นก็จะหันเข้า สูทางแห่งความศรัทธาต่อพระองค์ เมื่อโอกาสนั้นมาถึง

ถ้าการสอนศาสนาอิสลาม ทำการสอนโดยใช้ภาษาไทยทั้งหมด มุสลิมไทย และชาวไทยจะเข้าใจถึงศาสนาอิสลามได้ดีขึ้น การตั้งคำถาม เพื่อถามในสิ่งสงสัย ในทางศาสนา เพื่อหาเหตุผลในความศรัทธา ไม่ใช่ การทำบาป หรือ ทำความชั่ว, ส่วนมากผู้ที่ไม่ สามารถให้ เหตุผลได้ จะ หาทางเบี่ยงเบนไปว่าความสงสัยในคำสอนเป็นบาป ส่วนมาก มุสลิมนับถืออิสลาม โดยกำเนิด ไม่ใช่ด้วยการใช้เหตุผล และการเข้าใจตาม หลัก ตรรก วิทยา โดยเหตุนี้ มุสลิมส่วนมาก จึงถุก ผู้นำทางการสอนศาสนา หลอกลวง เอาได้โดยง่ายดาย ตามที่ว่าในอเมริกา มีคนนับถืออิสลามเพิ่มขึ้นนั้น ตามสถิติแล้ว การเพิ่ม จำนวนของ มุสลิม ใน ยุโรป และในสหรัฐอเมริกา เกิดจากการย้ายถิ่นฐาน จากภาคตะวันออกกลาง เพื่อเข้ามาทำมาหากินใน ยุโรปและ ในอเมริกาเสียมากกว่า การศรัทธาจาก หลักการ ที่แท้จริงของอิสลาม

คัมภีตาลมูดของยิว ก็ไม่ผิดอะไรไปจาก อะหะดีษของมุสลิม เพราะเหตุที่ การศึกษาของทั้ง สองฝ่าย ศึกษาจาก ตำราที่สอนให้เกลียด ซึ่งกันและกัน จากตำราทั้งสองเล่มนี้ ถ้ายิวและมุสลิม ยึดถือคำสอนของพระเจ้าโดยตรงแล้ว ย่อมจะต้องมีความศรัทธา ต่อ พระเจ้า “อัลลอฮ์” ในรูปแบบเดียวกัน แต่เมื่อการ สอนของทั้งสองฝ่าย เอาตำราที่มนุษย์เขียนขึ้นมา เพื่อ เสริมสร้างอำนาจ ให้แก่ พรรคของ แต่ละพรรคแล้ว ความสามัคคีย่อมไม่เกิดขึ้น พวกที่โง่เขลา ก็ยังเกลียดชังกัน ถึงแม้ว่า ไม่เคยมี ความรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนเลย

คุณทั้งหลายลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน เด็กๆมุสลิม อนุบาลไม่รู้จักว่าชาวยิวคือใคร แต่ผู้ใหญ่ไปเสี้ยมสอน ว่าถ้าเรา เป็นมุสลิม ต้องเกลียด และเป็นศัตตรูกับยิว และ ผู้ใหญ่ชาวยิว ก็สอนว่า ถ้าเราเป็น ยิวเราก็ต้องเกลียดและเป็นศัตรูกับมุสลิม แล้วอย่างนี้ มนุษย์ จะอยู่ร่วมกันได้ อย่างไร ใน เมื่อ ทั้งยิว และ มุสลิม ก็นับถือ “อัลลอฮ์” ด้วยกัน แต่ไม่ลงรอยกันเพราะ การเสี้ยมสอนของ บรรดา กลุ่มชนที่ยังมีความคิด ตก ค้างอยู่ใน โลก 1400 กว่าปีมาแล้ว อัลลอฮ์ทรงมีบัญัติไว้ว่า

خُذِ الْعَفْوَ وَأْمُرْ بِالْعُرْفِ وَأَعْرِضْ عَنِ الْجَاهِلِينَ

เจ้า (มูฮัมมัด) จงยึดเอาการให้อภัยและฝักใฝ่ในการทำความดี และจงหันข้างให้ (อย่าไปสนใจหรือเชื่อฟัง) ผู้โง่เขลา (7:199)

คุณอยู่ในกลุ่มบุคคลที่โง่เขลาเหล่านั้นหรือ? ชาวยิว ก็ดี, ชาวชีอะต์ ก็ดี, วะหะบีก็ดี , ชาวซุนนีย์ก็ดี และ มุสลิมในนิกายต่างๆ ก็ดี ถ้ายึดมั่นอยู่ ในคำสอนของพระเจ้า ที่แท้จริง แต่เพียงอย่างเดียว ก็จะมีชีวิตที่มีความสุข และมีเมตตาจิต ต่อกันและกัน เข้าใจความรู้สึก ของกันและกัน และจะไม่มีการด่าทอกัน เช่น ที่เห็น อยู่ในกระทู้ต่างๆ ในเวบมุสลิมต่างๆ ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้เรา เชื่อฟัง บัญญัติ ของพระเจ้าแต่เพียงอย่างเดียว ดอกหรือ?

คุณเข้าใจ ความหมายของ พระนามของพระองค์อัลลอฮ์ คือ “อัรรอฮฺมาน” และ “อัรรอฮีม” ว่าอย่างไร? เรามนุษย์ที่ถูกสร้างมาโดยพระองค์อัลลอฮ์ ควรจะต้องมีความเมตตากรุณาและเข้าใจ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เช่นเดียวกับ ผู้สร้าง (พระเจ้า) ซึ่งพระองค์ จะอยู่ในห้วงสำนึกของผู้มีศรัทธาที่แท้จริงต่อพระองค์เสมอ การที่มีใจอาฆาตจองเวรกัน ชั่วลูกชั่วหลานไม่ใช่ วิถีทาง ของผู้ที่ปฏิบัติตัวตาม พระประสงค์ของพระเจ้า(อัลลอฮ์) หรือวิถีทางที่แท้จริงของอิสลาม

wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Sun Apr 15, 2007 11:20 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam



ผมไม่ใช่ “ยิว” ผมเป็น มุสลิมผู้หนึ่ง ที่มีความเช้าใจศาสนาอิสลาม ที่แตกต่างไปจากมุสลิมส่วนมากทั้งนี้ เพราะว่า ผมมีความศรัทธา อยู่ที่ พระเจ้า เพียงองค์เดียว (อัลลอฮ์) โดยที่จะไม่ ยกย่องมนุษย์ผู้ใดเทียบเท่าพระองค์และ เป็นส่วนหนึ่งของพระองค์ ผมรู้จักพระเจ้า หรือ ที่อรับ เรียกว่า อัลลอฮ์ คือพระองค์เป็นผู้สร้าง ทุกสิ่งทุกอย่าง ในระบบสุริยจักรวาล รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทุกๆเผ่าพันธ์

ถ้าเรา รู้จัก คุณานุภาพ ของ พระองค์อัลลอฮ์ แล้ว คุณจะเข้าใจว่า เพราะเหตุใดผมจึง พยายามเชิญชวน ให้มุสลิมรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่เลือก เผ่าพันธ์และ การมีศรัทธาต่อศาสนาของเขาเหล่านั้น, ถ้าเราจะเริ่มต้น ด้วย พระนามที่บ่งถึง คุณลักษณะของพระองค์ คือ “อัรรอฮฺมาน” ซึ่งหมายถึง ความมีพระมหากรุณาธิคุณมากล้นด้วยคุณประโยชน์, พระองค์เป็นผู้ที่มีความเห็นใจและเข้าใจ ในความ รู้สึกของมนุษย์ ทุกๆคน , และพระองค์ทรงไว้ด้วยเกียรติ ที่สูงส่ง

“อัรรอฮีม” พระองค์ผู้ มีความเมตตากรุณาต่อ บรรดามนุษย์ โดยทั่วหน้ากัน ผู้ที่มีศรัทธาต่อพระองค์ สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ และไม่มีศรัทธาต่อพระองค์ แต่ถ้าเขา เหล่านั้น ปฏิบัติ อยู่ในแนวทาง ที่ พระองค์ทรงบัญญัติไว้ เพื่อให้มนุษย์ปฏิบัติ ตาม เพื่อ บรรลุถึง ผลแห่งความดี เขาเหล่านั้นก็จะหันเข้า สูทางแห่งความศรัทธาต่อพระองค์ เมื่อโอกาสนั้นมาถึง

ถ้าการสอนศาสนาอิสลาม ทำการสอนโดยใช้ภาษาไทยทั้งหมด มุสลิมไทย และชาวไทยจะเข้าใจถึงศาสนาอิสลามได้ดีขึ้น การตั้งคำถาม เพื่อถามในสิ่งสงสัย ในทางศาสนา เพื่อหาเหตุผลในความศรัทธา ไม่ใช่ การทำบาป หรือ ทำความชั่ว, ส่วนมากผู้ที่ไม่ สามารถให้ เหตุผลได้ จะ หาทางเบี่ยงเบนไปว่าความสงสัยในคำสอนเป็นบาป ส่วนมาก มุสลิมนับถืออิสลาม โดยกำเนิด ไม่ใช่ด้วยการใช้เหตุผล และการเข้าใจตาม หลัก ตรรก วิทยา โดยเหตุนี้ มุสลิมส่วนมาก จึงถุก ผู้นำทางการสอนศาสนา หลอกลวง เอาได้โดยง่ายดาย ตามที่ว่าในอเมริกา มีคนนับถืออิสลามเพิ่มขึ้นนั้น ตามสถิติแล้ว การเพิ่ม จำนวนของ มุสลิม ใน ยุโรป และในสหรัฐอเมริกา เกิดจากการย้ายถิ่นฐาน จากภาคตะวันออกกลาง เพื่อเข้ามาทำมาหากินใน ยุโรปและ ในอเมริกาเสียมากกว่า การศรัทธาจาก หลักการ ที่แท้จริงของอิสลาม

คัมภีตาลมูดของยิว ก็ไม่ผิดอะไรไปจาก อะหะดีษของมุสลิม เพราะเหตุที่ การศึกษาของทั้ง สองฝ่าย ศึกษาจาก ตำราที่สอนให้เกลียด ซึ่งกันและกัน จากตำราทั้งสองเล่มนี้ ถ้ายิวและมุสลิม ยึดถือคำสอนของพระเจ้าโดยตรงแล้ว ย่อมจะต้องมีความศรัทธา ต่อ พระเจ้า “อัลลอฮ์” ในรูปแบบเดียวกัน แต่เมื่อการ สอนของทั้งสองฝ่าย เอาตำราที่มนุษย์เขียนขึ้นมา เพื่อ เสริมสร้างอำนาจ ให้แก่ พรรคของ แต่ละพรรคแล้ว ความสามัคคีย่อมไม่เกิดขึ้น พวกที่โง่เขลา ก็ยังเกลียดชังกัน ถึงแม้ว่า ไม่เคยมี ความรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนเลย

คุณทั้งหลายลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน เด็กๆมุสลิม อนุบาลไม่รู้จักว่าชาวยิวคือใคร แต่ผู้ใหญ่ไปเสี้ยมสอน ว่าถ้าเรา เป็นมุสลิม ต้องเกลียด และเป็นศัตตรูกับยิว และ ผู้ใหญ่ชาวยิว ก็สอนว่า ถ้าเราเป็น ยิวเราก็ต้องเกลียดและเป็นศัตรูกับมุสลิม แล้วอย่างนี้ มนุษย์ จะอยู่ร่วมกันได้ อย่างไร ใน เมื่อ ทั้งยิว และ มุสลิม ก็นับถือ “อัลลอฮ์” ด้วยกัน แต่ไม่ลงรอยกันเพราะ การเสี้ยมสอนของ บรรดา กลุ่มชนที่ยังมีความคิด ตก ค้างอยู่ใน โลก 1400 กว่าปีมาแล้ว อัลลอฮ์ทรงมีบัญัติไว้ว่า

خُذِ الْعَفْوَ وَأْمُرْ بِالْعُرْفِ وَأَعْرِضْ عَنِ الْجَاهِلِينَ

เจ้า (มูฮัมมัด) จงยึดเอาการให้อภัยและฝักใฝ่ในการทำความดี และจงหันข้างให้ (อย่าไปสนใจหรือเชื่อฟัง) ผู้โง่เขลา (7:199)

คุณอยู่ในกลุ่มบุคคลที่โง่เขลาเหล่านั้นหรือ? ชาวยิว ก็ดี, ชาวชีอะต์ ก็ดี, วะหะบีก็ดี , ชาวซุนนีย์ก็ดี และ มุสลิมในนิกายต่างๆ ก็ดี ถ้ายึดมั่นอยู่ ในคำสอนของพระเจ้า ที่แท้จริง แต่เพียงอย่างเดียว ก็จะมีชีวิตที่มีความสุข และมีเมตตาจิต ต่อกันและกัน เข้าใจความรู้สึก ของกันและกัน และจะไม่มีการด่าทอกัน เช่น ที่เห็น อยู่ในกระทู้ต่างๆ ในเวบมุสลิมต่างๆ ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้เรา เชื่อฟัง บัญญัติ ของพระเจ้าแต่เพียงอย่างเดียว ดอกหรือ?

คุณเข้าใจ ความหมายของ พระนามของพระองค์อัลลอฮ์ คือ “อัรรอฮฺมาน” และ “อัรรอฮีม” ว่าอย่างไร? เรามนุษย์ที่ถูกสร้างมาโดยพระองค์อัลลอฮ์ ควรจะต้องมีความเมตตากรุณาและเข้าใจ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เช่นเดียวกับ ผู้สร้าง (พระเจ้า) ซึ่งพระองค์ จะอยู่ในห้วงสำนึกของผู้มีศรัทธาที่แท้จริงต่อพระองค์เสมอ การที่มีใจอาฆาตจองเวรกัน ชั่วลูกชั่วหลานไม่ใช่ วิถีทาง ของผู้ที่ปฏิบัติตัวตาม พระประสงค์ของพระเจ้า(อัลลอฮ์) หรือวิถีทางที่แท้จริงของอิสลาม

wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อดิศร
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/05/2007
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Fri May 11, 2007 6:45 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Razz คนที่นับถือศาสนายูดายกับคนที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นไมตรีกันเถอะ และอิสราเอลกับปาเลสไตน์ก็น่าจะใช้สมองกับศีลธรรมรวมเป็นประเทศและก็มีความเป็นธรรมไม่รังแกชนกลุ่มน้อย เปิดใจให้กว้างและที่สำคัญให้อภัย ดังในอัลกุรอาน น่าจะเป็นซูเราะห์อัลมาอิดะฮ์ไม่ทราบเหมืนกันคลับคล้ายคลับคลา หากผิดท่านก็ช่วยแจ้งด้วยก็แล้วกัน และฉันก็ขออภัยจากอัลเลาะห์ ถ้าหากจำผิดพลาด เพราะแน่แท้อัลเละห์มิทรงหลงลืมIdea
สูเจ้า(มูฮัมหมัด) จงยึดเอาการให้อภัยและฝักใฝ่ในการกระทำความดี และจงหันข้างให้แก่ผู้โง่เขลา
และในอัลกุรอานก็มีบทที่ประนามชาวยิวมากมาย ยูดายก็เป็นมนุษย์ อิสลามก็เป็นมนุษย์
เราไม่มีสิทธิ์ตัดสินกันและกัน แม้แต่ผู้ที่ถูกคนฆ่าอย่างผิดๆก็ไม่สามารถฆ่าคนที่ฆ่าตัวเองตายในวันปรภพ แต่อัลเลาะห์ต่างหากที่จะตัดสินข้อพิพาทกันอย่างยุติธรรม
สำหรับอิสราเอลและปาเลสไตน์บางท่านอาจบอกว่าฉันฝันลมลมแล้งแล้ง แต่ก็อยากเห็นว่าอิสราเอลกับปาเลสไตน์ปรองดองกันเพราะสุสานของท่านศาสดาก็ฝังอยู่ที่นั่นมากมาย แต่เรื่องที่เอาท่านนบีมูฮัมมัด Solallah ไปกล่าวให้ร้ายผิดๆอันนี้ยอมไม่ได้ เป็นการกระทำที่ต่ำทรามเช่นการกล่าวหาว่า นบีมีเพศสัมพันธ์กับอาอิชะห์ตอนอาอิชะห์ตอนเก้าขวบ ก็เพราะเหตุนี่หนะแหละถึงได้ไม่ถูกกัน จนยากจะให้อภัยได้ลงเลย เรื่องนี้ทำเป็นหนังสือเลยนะ หนังสือเนี่ยขายในประเทศไทยด้วย จนครูที่สอนผมคือวันนั้นผมไปบ้านเขายังมาถามเรื่องนบีกับอาอิชะห์ต่ำต่ำจึงไม่ไปบ้านเขาอีกเลย ก็เสียใจนะถึงความพยายามของท่านนบีแต่กลับถูกให้ร้าย ท่านนบีมูฮัมมัด(ซอลลอลลอฮูอาลัยฮีวาซัลลัม)เป็นยอดศาสดาที่ไม่เคยขออภินิหารจากอัลเลาะห์ ซ้ำยังเมตตาเหนือมนุษย์ธรรมดาอีก ทั้งยังขอจากอัลเละห์อีกว่าการลงโทษแบบประชาชาติก่อนไม่ให้ลงมาง่ายๆ ทุกวันนี้จึงเหมือนไม่มีสัญญาณจากเบื้องบนและทำให้พวกกาเฟรลำพองว่าไม่มีพระเจ้าไหนหละพระเจ้า พูดราวกับมนุษย์ไม่ตายงั้นแหละ
และเสียใจที่เขาทำไมเขียนอย่างนั้นเรามุสลิมก็รู้ว่าเขาหนะหลงผิดแต่ทำไมต้องทำบาปเพิ่มโทษให้ตัวเองก็ไม่รู้ ทั้งทั้งที่ประชาชาติของยิวนั้นอัลเลาะห์ส่งท่านศาสดาลงมามากเหลือเกินเลย แต่อิสลามมีศาสนทูต(นบีมูฮัมมัด)ลงมาแค่คนเดียวแต่กลับมั่นคงกว่า
ฉันว่าตอนนี้อิสราเอลยังไม่เลวร้ายมากมุสลิมยังประกอบศาสนกิจได้ในมัสยิดในอิสราเอลได้
ยิวกับอิสลามก็มาจากรากฐานเดียวกันน่าจะจับมือกัน
Embarassed
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Mon May 14, 2007 12:20 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ตามทีคุณอดิศร เขียนว่า

“แต่เรื่องที่เอาท่านนบีมูฮัมมัด ไปกล่าวให้ร้ายผิดๆอันนี้ยอมไม่ได้ เป็นการกระทำที่ต่ำทราม เช่นการกล่าวหาว่า นบีมีเพศสัมพันธ์กับอาอิชะห์ตอนอาอิชะห์ตอนเก้าขวบ ก็เพราะเหตุนี่หนะ แหละถึงได้ไม่ถูกกัน จนยากจะให้อภัยได้ลงเลย เรื่องนี้ทำเป็นหนังสือเลยนะ หนังสือเนี่ยขายใน ประเทศไทยด้วย”

ผมว่า เรื่องนี้อยู่ที่ว่าเราจะเชื่ออัลกุรอาน หรือ ว่า จะเชื่อ อะหะดีษ ถ้าคุณเชื่อคุณลักษณะ ของท่านรอซูลที่ พระเจ้าบรรยายไว้ในอัลกุรอานแล้ว, เรื่องที่คุณเอามาเป็นตัวอย่างนี้ ก็ไม่เป็นความจริง

แต่ถ้าคุณจะเชื่อว่า “ซอเฮี๊ะหะดีษ” เป็นวะฮีย์ แล้ว เรื่องที่คุณยกตัว อย่างมานี้ ก็เป็นความจริง และเราจะไปโกรธ แค้น ผู้ที่เล่าเรื่องนี้ ให้ใครๆฟัง ก็ไม่ได้ ทั้งนี้เพราะว่ามุสลิมเอง ก็ยอมรับว่า เป็น ความจริง

เป็นที่น่าอับอายในสมัยนี้ที่ ชายอายุ 54 ปี ร่วมสังวาสกับ เด็กหญิง อายุ 9 ขวบ, ในสมัยก่อน อาจจะเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากสังคมของแต่ละสมัยมันผิดกัน

แต่สำหรับผม ไม่เชื่อ ใน“ซอเฮี๊ยะหะดีษ” ว่า เป็นวะฮีย์ แล้ว ผมก็ ไม่เชื่อในเรื่อง เหลวไหล เหล่านี้ ว่าเกิดแก่ท่านรอซูลเป็นความจริง

แต่สำหรับ มุสลิมที่เชื่อ “ซอเฮี๊ะหะดีษ” ว่า เป็นวะฮีย์ จะหาคำอธิบายได้ยากมาก ว่าทำไม ท่านศาสดาของศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของ พระเจ้า จึง ปฏิบัติเช่นนั้น ผมอยากจะฟังอยู่เหมือนกัน ว่า เรื่องราวเกี่ยวกับ การกระทำของท่านรอซูลนั้น ในตอนนี้ มีความเป็นมาอย่างไร?

เรื่องที่ว่านี้ มีอยู่ใน อะหะดีษ อะบูดาวูด เล่มที่ 41เลขที่ 4915 , 4916 และ 4917 และเช่นเดียวกัน ในซอเฮี๊ยะ บุคอรี ชุดที่8 เล่มที่ 73, เลขที่ 151 เล่าโดย ท่านหญิง อาอีซะ

ผมขอความกรุณา ผู้ที่เชี่ยวชาญ ในวิชาการ หะดีษ ภาษาอรับ ช่วยยืนยัน ว่า หะดีษ ดังกล่าวมี จริง หรือ ไม่ และเป็น หะดีษ ระดับใด และเชื่อได้หรือไม่? หรือว่า พวก สมุนยะฮูด มันเขียน หะดีษขึ้นมากล่าวร้ายต่อท่านรอซูล ซึ่ง เป็นการกระทำที่ต่ำทราม อย่างที่คุณ อดิศร ว่า

wassalam


แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อดิศร
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/05/2007
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Sun May 27, 2007 6:39 pm    ชื่อกระทู้: อดิศร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับคุณแมทท์ ท่านช่วยตรวจสอบสิ่งนี้หน่อยหรือให้ผู้รู้ที่มีความกรุณาจะตรวจสอบได้นะครับผมคัดลอกมาจากเว็บเว็บหนึ่งตอนนี้ผมชื่อ อดิศร ชื่ออาหรับว่า มูฮัมมัดซิดดิก พ่อตั้งให้ ผมอายุ 17 ปี ผมสัญากับตัวเองว่าจะเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อจะได้ทันคนพวกนี้
เริ่มต้น
อันนี้ยืนยันว่าศาสดามีเพศสัมพันธุ์กับอะอิช่าห์ตอน 9 ขวบ
Tabari IX:131 “My mother came to me while I was being swung on a swing between two branches and got me down. My nurse wiped my face with some water and started leading me. When I was at the door she stopped so I could catch my breath. I was then brought in while the Messenger was sitting on a bed in our house. My mother made me sit on his lap. Then the men and women got up and left. The Prophet consummated his marriage with me in my house when I was nine years old.” www.thaiislamic.com/quran1.asp อัลกุรอานแปลไทย
http://www.usc.edu/dept/MSA/fundamentals/hadithsunnah/ อัลกุรอานแปลอังกฤษ(มีหลาย version) มีหะดีษด้วย www.prophetofdoom.net/quotes2.html#murder
อันนี้เป็น link ต่อไปยัง index ของ Al-Quran และหะดีษที่เกียวกับการฆ่า และเรื่องที่ผิดศีลธรรมอื่นๆด้วย อยากให้พี่น้องมุสลิมบน web Manager อ่านกัน จะได้ตาสว่างกันซักที อยู่ในอัลกุรอานและหะดีษของอิสลามเอง
คห. 12 ผมก็ให้ link อ้างอิงแหล่งที่มาแล้ว ถ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกก็ไม่ว่ากันครับ อ่านอัลกุรอานแปลไทยก็แล้วกัน Manager ช่วยเอาขึ้นด้วยครับ เพื่อให้คนตาสว่างกันซักที อย่าปิดกั้น post ที่มี link ไปยังแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้(อัลกุรอานแปลไทยและอังกฤษ)
มีแต่คน post แบบใส่อารมณ์ ไม่มี link ยืนยันข้อกล่าวหา คุณกลับเอาขึ้นให้
อันนี้อีกอันที่ยืนยันว่าศาสดามี sex กับท่านหญิงอะอิช่าห์อายุ 9 ขวบ www.usc.edu/dept/MSA/fundamentals/hadithsunnah/bukhari/ Sahih Bukhari Volume 7, Book 62, Number 65 Narrated Aisha: that the Prophet married her when she was six years old and he consummated his marriage when she was nine years old. Hisham said: I have been informed that Aisha remained with the Prophet for nine years ." what you know of the Quran (by heart) ถ้ามุสลิมปฏิเสธว่าไม่จริงก็แสดงว่า ปฏิเสธหะดีษ(เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสดา)
มุสลิมทุกนิกายจะถือ Al-Quran เป็นอันดับหนึ่ง
และซุนหนี่ซึ่งก็คือมุสลิมส่วนใหญ่ของโลกและของไทย จะถือหะดีษเป็นสิ่งรองลงมา หะดีษที่สำคัญคือ Sahih Al-Bukhari และ Sahih Muslim
แต่ถ้านิกายชีอะห์ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เคยเป็นชีอะห์ webmaster ช่วยเอาขึ้นด้วยนะครับ ผมเอามาจากแหล่งข้อมูลของอิสลามเอง ไม่ได้บอกว่าจริงหรือไม่ ไปคิดกันเอาเอง จด index ไปเปิดดูหะดีษและอัลกุรอานแปลอังกฤษแปลไทย ในห้องสมุดดูได้ถ้ายังไม่เชื่อ
จบ
ขั้นว่าเริ่มต้นจนจบเพื่อบอกว่าผมไม่ได้พิมพ์หรือแม้แต่คิดอย่างนั้นเลย ผมรู้ว่าท่านนบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) เป็นศาสดาที่เมตตาที่สุดเป็นมหาบุรูษที่โลกไม่มีวันลืม
ถ้าฉันเกิดอยู่ในสงครามบดัรและอุฮุดแล้วผู้ที่พิมพ์ใส่ร้ายนบีอยู่ในทัพของศัตรูอิสลามแล้วหละก็ ฉันจะฟันคอมันไม่ฉันก็มันก็ต้องตายไปข้างหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่
แต่ก็นึกสงสารเขาผู้ที่พิมพ์ใส่ร้ายนบีนี่ ทำไมท่านถึงทำได้ลง อะไรทำให้ท่านทำเหรอ โอ้ลูกหลานอาดัม เราอิสลามเป็นมนุษย์ ท่านเป็นชาวยิวเป็นมนุษย์ ท่านบางคนเป็นชาวคริสต์ เป็นชาวพุทธ
ล้วนเป็นลูกหลานอาดัมเป็นบ่าวของอัลเลาะห์ ฉันจะไม่ว่าพวกท่านหากพวกท่านทำร้ายฉัน แต่กรุณาอย่าโยงศาสนาไปเกี่ยวข้อง ในอัลกุรอานก็บอกว่า บ่าวทุกคนเท่าทียมกัน
แท้จริงชาวยิวเอ๋ยท่านก็เป็นมนุษย์นะ ไม่ได้เป็นสัตว์ร้ายหรืออสุรกายที่ใครเขาว่า ท่านชาวยิวท่านก็เป็นมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์ทางร่างกายเหมือนเราชาวมุสลิม และแท่จริงพวกท่านก็เป็นหนึ่งในพวกลูกหลานท่านนบีอิบรอฮีม(อ.ล.)
เอาเป็นว่าเราหรือฉันอภัยให้พวกท่านชาวยิวที่ใส่ร้ายต่ออิสลามทุกกรณี แต่ฉันไม่รู้ว่าพระองค์อัลเลาะห์จะอภัยโทษให้ท่านหรือเปล่า ขอความสันติสุชจงมีแด่ท่านทั้งพี่น้องมุสลิมและชาวยิวหวังว่าท่านคงจะเจอแสงสว่าง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อดิศร
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/05/2007
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Sun May 27, 2007 6:42 pm    ชื่อกระทู้: Re: อดิศร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อดิศร บันทึก:
ขอบคุณครับคุณแมทท์ ท่านช่วยตรวจสอบสิ่งนี้หน่อยหรือให้ผู้รู้ที่มีความกรุณาจะตรวจสอบได้นะครับผมคัดลอกมาจากเว็บเว็บหนึ่งตอนนี้ผมชื่อ อดิศร ชื่ออาหรับว่า มูฮัมมัดซิดดิก พ่อตั้งให้ ผมอายุ 17 ปี ผมสัญากับตัวเองว่าจะเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อจะได้ทันคนพวกนี้
เริ่มต้น
อันนี้ยืนยันว่าศาสดามีเพศสัมพันธุ์กับอะอิช่าห์ตอน 9 ขวบ
Tabari IX:131 “My mother came to me while I was being swung on a swing between two branches and got me down. My nurse wiped my face with some water and started leading me. When I was at the door she stopped so I could catch my breath. I was then brought in while the Messenger was sitting on a bed in our house. My mother made me sit on his lap. Then the men and women got up and left. The Prophet consummated his marriage with me in my house when I was nine years old.” www.thaiislamic.com/quran1.asp อัลกุรอานแปลไทย
http://www.usc.edu/dept/MSA/fundamentals/hadithsunnah/ อัลกุรอานแปลอังกฤษ(มีหลาย version) มีหะดีษด้วย www.prophetofdoom.net/quotes2.html#murder
อันนี้เป็น link ต่อไปยัง index ของ Al-Quran และหะดีษที่เกียวกับการฆ่า และเรื่องที่ผิดศีลธรรมอื่นๆด้วย อยากให้พี่น้องมุสลิมบน web Manager อ่านกัน จะได้ตาสว่างกันซักที อยู่ในอัลกุรอานและหะดีษของอิสลามเอง
คห. 12 ผมก็ให้ link อ้างอิงแหล่งที่มาแล้ว ถ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกก็ไม่ว่ากันครับ อ่านอัลกุรอานแปลไทยก็แล้วกัน Manager ช่วยเอาขึ้นด้วยครับ เพื่อให้คนตาสว่างกันซักที อย่าปิดกั้น post ที่มี link ไปยังแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้(อัลกุรอานแปลไทยและอังกฤษ)
มีแต่คน post แบบใส่อารมณ์ ไม่มี link ยืนยันข้อกล่าวหา คุณกลับเอาขึ้นให้
อันนี้อีกอันที่ยืนยันว่าศาสดามี sex กับท่านหญิงอะอิช่าห์อายุ 9 ขวบ www.usc.edu/dept/MSA/fundamentals/hadithsunnah/bukhari/ Sahih Bukhari Volume 7, Book 62, Number 65 Narrated Aisha: that the Prophet married her when she was six years old and he consummated his marriage when she was nine years old. Hisham said: I have been informed that Aisha remained with the Prophet for nine years ." what you know of the Quran (by heart) ถ้ามุสลิมปฏิเสธว่าไม่จริงก็แสดงว่า ปฏิเสธหะดีษ(เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสดา)
มุสลิมทุกนิกายจะถือ Al-Quran เป็นอันดับหนึ่ง
และซุนหนี่ซึ่งก็คือมุสลิมส่วนใหญ่ของโลกและของไทย จะถือหะดีษเป็นสิ่งรองลงมา หะดีษที่สำคัญคือ Sahih Al-Bukhari และ Sahih Muslim
แต่ถ้านิกายชีอะห์ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เคยเป็นชีอะห์ webmaster ช่วยเอาขึ้นด้วยนะครับ ผมเอามาจากแหล่งข้อมูลของอิสลามเอง ไม่ได้บอกว่าจริงหรือไม่ ไปคิดกันเอาเอง จด index ไปเปิดดูหะดีษและอัลกุรอานแปลอังกฤษแปลไทย ในห้องสมุดดูได้ถ้ายังไม่เชื่อ
จบ
ขั้นว่าเริ่มต้นจนจบเพื่อบอกว่าผมไม่ได้พิมพ์หรือแม้แต่คิดอย่างนั้นเลย ผมรู้ว่าท่านนบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) เป็นศาสดาที่เมตตาที่สุดเป็นมหาบุรูษที่โลกไม่มีวันลืม
ถ้าฉันเกิดอยู่ในสงครามบดัรและอุฮุดแล้วผู้ที่พิมพ์ใส่ร้ายนบีอยู่ในทัพของศัตรูอิสลามแล้วหละก็ ฉันจะฟันคอมันไม่ฉันก็มันก็ต้องตายไปข้างหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่
แต่ก็นึกสงสารเขาผู้ที่พิมพ์ใส่ร้ายนบีนี่ ทำไมท่านถึงทำได้ลง อะไรทำให้ท่านทำเหรอ โอ้ลูกหลานอาดัม เราอิสลามเป็นมนุษย์ ท่านเป็นชาวยิวเป็นมนุษย์ ท่านบางคนเป็นชาวคริสต์ เป็นชาวพุทธ
ล้วนเป็นลูกหลานอาดัมเป็นบ่าวของอัลเลาะห์ ฉันจะไม่ว่าพวกท่านหากพวกท่านทำร้ายฉัน แต่กรุณาอย่าโยงศาสนาไปเกี่ยวข้อง ในอัลกุรอานก็บอกว่า บ่าวทุกคนเท่าทียมกัน
แท้จริงชาวยิวเอ๋ยท่านก็เป็นมนุษย์นะ ไม่ได้เป็นสัตว์ร้ายหรืออสุรกายที่ใครเขาว่า ท่านชาวยิวท่านก็เป็นมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์ทางร่างกายเหมือนเราชาวมุสลิม และแท้จริงพวกท่านก็เป็นหนึ่งในพวกลูกหลานท่านนบีอิบรอฮีม(อ.ล.)
เอาเป็นว่าเราหรือฉันอภัยให้พวกท่านชาวยิวที่ใส่ร้ายต่ออิสลามทุกกรณี แต่ฉันไม่รู้ว่าพระองค์อัลเลาะห์จะอภัยโทษให้ท่านหรือเปล่า ขอความสันติสุชจงมีแด่ท่านทั้งพี่น้องมุสลิมและชาวยิวหวังว่าท่านคงจะเจอแสงสว่าง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
infidel
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 17/05/2008
ตอบ: 1


ตอบตอบ: Sat May 17, 2008 10:39 pm    ชื่อกระทู้: ขอบอก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เชื่อมั้ยล่ะถ้าให้โหวตกันจิง ๆ 90 เปอร์เซนต์ของชาวโลกเค๊าเกลียดอิสลามนะ ความเกลียดนี้ยิวเทียบไม่ติดหรอก (ทำไมใครๆถึงเกลียดมุสลิมล่ะ???????????????????????)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
iamoutladish
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2009
ตอบ: 1


ตอบตอบ: Mon Feb 23, 2009 1:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.youtube-nocookie.com/v/IKzIxXkFvVE
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Mon Feb 23, 2009 10:40 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอบอก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

infidel บันทึก:
เชื่อมั้ยล่ะถ้าให้โหวตกันจิง ๆ 90 เปอร์เซนต์ของชาวโลกเค๊าเกลียดอิสลามนะ ความเกลียดนี้ยิวเทียบไม่ติดหรอก (ทำไมใครๆถึงเกลียดมุสลิมล่ะ???????????????????????)

.............

ที่เขาเกลี่ยดอิสลาม เพราะ พวกเขาไม่ยินดีกับคำสอนศาสนาอิสลาม

อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

لن ترض عنك اليهود و النصارى حتى تتبع ملتهم

ยะฮูดีและ นะศอรอ จะไม่มีวันยินดีกับเจ้าหรอก จนกว่าเจ้าจะตามศาสนาของพวกเขา"

และพวกเขากลัวความเป็นเอกภาพและความแข็งแกร่งของมุสลิม จึงพยามหาวิธีการเพื่อไม่ให้มุสลิมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้
..........
วัสสลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
chamsudeen
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 03/07/2009
ตอบ: 1


ตอบตอบ: Sat Jul 04, 2009 2:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นี่คือ ความจริงที่ต้องรับรุ้ Question :
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ยิว-ปาเลสไตน์ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
หน้า 2 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.25 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004