ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - แมทท์อีกแล้ว_การตีภรรยา
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
แมทท์อีกแล้ว_การตีภรรยา

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Sun May 10, 2009 5:50 pm    ชื่อกระทู้: แมทท์อีกแล้ว_การตีภรรยา ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

بسم الله الرحمن الرحيم
السلام عليكم

นานๆ จะมีโอกาสได้ไป เดินเล่น แถว “pantip.com” ซะที ก็มีอันต้องไปเจอเรื่องบิดเบือน ของจอมบิดเบือนตัวยงที่เคยมาป่วนที่นี่เมื่อหลายปีก่อน พี่น้องคงจำกันได้..เชื้อชั่วไม่ยอมตาย... นายแมทท์ เจ้าเก่า เมื่อเขามานำเสนอผลงานชิ้นใหม่ “ไม่มีบัญญัติในอัลกุรอาน จากพระเจ้า โดยท่านศาสดามูฮัมมัดที่ อนุญาตให้ “สามีตีหรือ เฆี่ยนภรรยาได้” ?” [ 17 เม.ย. 52 02:40:38 ]
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y7758344/Y7758344.html

เกริ่นนำไว้ตอนต้นถึงขั้นตอนก่อนที่จะถึงการตี ก็ดูเหมือนจะเข้าใจถูกดีอยู่แล้ว ว่า......

มุสลิมส่วนใหญ่เมื่อพยายามที่จะอธิบาย ความหมายของ อายะที่ 4:34 ในเรื่อง “การตีภรรยา”, ก็พยายามอย่างยิ่งที่ หลีกเลี่ยงคำว่า “จงเฆี่ยนตีนาง”: ซึ่งเข้าใจว่าเป็น คำสั่งจากพระเจ้าว่าให้, สามี “ตีอย่างนิ่มนวลเบาๆด้วยความรักเท่านั้น ถ้าภรรยามีความผิดทางครอบครัวอย่าง ที่เตือนกันไม่ได้แล้ว, โดยที่ลืมไปว่า คำสั่งนี้ เป็นคำสั่งในการปฏิบัติต่อภรรยาตามเงื่อน ไข สุดท้าย หลังจาก ที่..

1.กล่าวตักเตือน,
2.หลบเลี่ยงการหลับนอนด้วยกัน
และ เงื่อนไขข้อสุดท้ายคือ
3. ถ้านางยังคงดื้อดึง และกระทำผิดขั้นรุนแรง “นุชูซะ” ซึ่งอภัยไม่ได้ ก็ “อิดริบูฮุนนะ” “จงเฆี่ยนตีนาง”
[คห.1 แมทท์ - 17 เม.ย. 52 02:43:47 ]
.............................
หลังจากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการบิดเบือนกุรอานด้วยการ อธิบายศัพท์จากดิกเด็กๆ ผิดๆถูกๆ ดำน้ำ บุ๋งๆๆๆ ไปโผล่ตรงที่อยากจะบิดเบือน ตามถนัดของเขาแหละ
............................
ขอเสนอความเห็นต่อไปนี้...
(คำอรับจะใช้ Phonetic Language แทน)

ถ้าการแปลคำว่า " Idriba "ที่ใช้อยู่ใน อายะ ที 4:34 ที่ โดยตรงจาก ความหมายตาม รากศัพท์ ของ คำว่า “DaRaBa(ฎ็อรร่อบะ)" อย่างถูกต้องแล้ว จะไม่มีคำว่า “จงตีนาง” ไม่ว่าจะตีอย่างหนักหรืออย่างเบาๆก็ตาม, แต่มีบางท่านที่แย้ง ว่าคำว่า " Idriba " ไม่ได้มาจากรากศัพท์“DaRaBa(ฎ็อรร่อบะ)" ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด

จาก Araic – English Dictionary
ความหมายต่างๆที่มาจากรากศัพท์ ของคำว่า "DaRaBa มีดังนี้

คำนาม...

drubbing, flapping, paste, pasting, thrashing, thrash, tanning, jabbing, sort, variety, kind, form, description, genre, manner, order, stamp, stripe, battery, grain, multiplication, kidney, hitting,

คำกิริยา..

hit, impact, slash, thrash, thresh, whip, wallop, batter, belabour, biff, drub, fib, flap, lace, lam, poke, pommel, pound, pummel, tan, sock, paddle, patter, slosh, curry, buffet, chastise, larrup, overtake, galvanize, go getter, connect, let out, lock out, multiply, strike, beat, beet off


จาก อายะ ที 4:34ความว่า:
Alrrijalu qawwamoona AAala alnnisai bima faddala Allahu baAAdahum AAala baAAdin wabima anfaqoo min amwalihim faalssalihatu qanitatun hafithatun lilghaybi bima hafitha Allahu waallatee takhafoona nushoozahunna faAAithoohunna waohjuroohunna fee almadajiAAi waidriboohunna fain ataAAnakum fala tabghoo AAalayhinna sabeelan inna Allaha kana AAaliyyan kabeeran (4:34 IslamiCity.com)

มุสลิมส่วนมากจะแปลว่าดังนี้

“ สำหรับบรรดาผู้ชายนั้นคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ปกครองเลี้ยงดูบรรดาผู้หญิง เนื่องด้วยการที่อัลลอฮฺได้ทรงให้บางคนของพวกเขาเหนือกว่าอีกบางคนและด้วยการที่พวกเขาได้จ่ายไปจากทรัพย์ของพวกเขา(แก่ผู้หญิง) บรรดากุลสตรีนั้นคือผู้จงรักภักดี ผู้รักษาในทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ลับหลังสามี เนื่องด้วยสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรักษาไว้ และสำหรับบรรดาหญิงที่พวกเจ้าหวั่นเกรงในความดื้อดึงของนางนั้น ก็จงกล่าวตักเตือนนาง และ(หากนางยังดื้อดึง ก็จง) ทอดทิ้งนางไว้แต่ลำพังในที่นอน และ(หากนางยังดื้อดึงดีก ในขั้นสุดท้ายก็)จงเฆี่ยนนาง แต่ถ้านางเชื่อฟังพวกเจ้าแล้ว ก็จงอย่าหาทางเอาเรื่องแก่นาง(ในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว) แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสูงส่งผู้ทรงเกรียงไกร” (เวบ SA Student)

[คห.2 : แมทท์ - 17 เม.ย. 52 02:44:59 ]
..................
มีศัพท์ อยู่สอง คำ ในเรื่องนี้คือ คำว่า “Yadriba” ซึงบางท่านอ้างว่า ศัพท์คำนี้รุนแรงกว่า คำว่า " Idriba " ที่ใช้อยู่ใน อายะ ที 4:34, ซึ่ง ศัพท์ทั้งสองคำนี้, คือทั้ง “Yadriba” และ " Idriba " มาจาก รากศัพท์ "DaRaBa " ด้วยกันทั้งคู่, และมีความหมายอย่างเดียวกัน คือ “การเฆี่ยน หรือ ตี” ซึ่ง คำว่า “จงเฆี่ยนนาง” หรือ “ตีนาง” ในภาษาไทยเรา ไม่มีข้อแตกต่างกันเลย “เฆี่ยนเบาๆ” หรือ “ตีเบาๆ” ก็ เป็นการ “ทำร้ายร่างกายเช่นกัน” แต่คำว่า “เฆี่ยน” นี้ คนผู้เฒ่ามักจะนิยมใช้ กัน


ถ้าคำว่า “yadriba” มีความหมายถึงการกระทำที่รุนแรงกว่า “ Idriba” (การตี)ในอายะ ที่4:34 จงดูจาก อายะที่ 13:17 ที่บัญญัติไว้ว่า
Anzala mina alssamai maan fasalat awdiyatun biqadariha faihtamala alssaylu zabadan rabiyan wamimma yooqidoona AAalayhi fee alnnari ibtighaa hilyatin aw mataAAin zabadun mithluhu kathalika yadribu Allahu alhaqqa waalbatila faamma alzzabadu fayathhabu jufaan waamma ma yanfaAAu alnnasa fayamkuthu fee alardi kathalika yadribu Allahu alamthala (13:17 IslamiCity.com)


ประโยคที่ว่า “....yadribu Allahu alhaqqa waalbatila (13:17) ในประโยคนี้ คำว่า “yadribu” ไม่ได้ หมายตวามว่า “พระเจ้าทรง “เฆี่ยนหรือตี” ความแท้จริง”, หรือ พระเจ้า “บอกเรื่องราวความจริงที่ไม่จริง, แต่เป็นการใช้ คำ “yadribu” ในความหมาย “เปรียบเทียบหรือการอุปมาอุปมัย” ระหว่าง ความจริง กับ ความเท็จ (และ/หรือ ระหว่างความดีกับความโสมม) โดยการเปรียบเทียบความสกปรกและส่วนที่เป็นประโยชน์ของสิ่งต่างๆที่สายน้ำชะพามา มีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย


ความจริงแล้วคำทั้งสองไม่น่าจะมีความความแตกต่างกันในความหมาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ การนำมาใช้ใน รูปแบบ ของกิริยา หรือ นาม หรือ กิริยาวิเศษ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้แปล เนื่อง จากการแปล คำว่า“Yadriba” และ " Idriba ", อยู่ที่ การเลือกใช้ความหมายจาก รากศัพท์"DaRaBa (ฎ็อรร่อบะ)" ของ ผู้อธิบายว่า ความหมายใดจะเหมาะสมและมีเหตุผลตรงต่อความจริงมากที่สุด


คำว่า yadriba เมื่อใช้รูปที่เป็น สกรรมกิริยา เป็นคำสั่ง จึงทำให้อยู่ในสำนวนที่ รุนแรง แต่ ไม่ได้หมายความรุนแรงในการตีจะต่างจาก คำสั่งที่ว่า “จงตี” หรือ “การตี” ของคำว่า, " Idriba " ในอายะที่4:34 แต่อย่างใดเลย

เมื่อเรา อ่านอายะที่13:17 แล้วจะเห็นว่า ถึงแม้ว่า ในประโยคที่ใช้ คำว่า “Yadriba” ซึ่งมาจาก รากศัพท์ เดียวกันกับคำว่า " Idriba " คือคำว่า "DaRaBa (ฎ็อรร่อบะ)", ก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง แปลว่า “พระเจ้าเฆี่ยนตีความจริง”, แต่ใช้ “Yadriba” ในสำนวนของการเน้นให้เห็นความจริงโดยการอุปมาอุปมัย


[คห.3 : แมทท์ - 17 เม.ย. 52 02:46:56 ]
..................................
ถ้าหากว่า คำว่า “Yadriba” มีความหมายที่รุนแรงกว่า " Idriba " เพราะเหตุใดใน อายะที่ 13:17 จึงไม่แปลว่า “เฆี่ยน หรือตีอย่างแรง”, ส่วน คำว่า “Idriba " ในอายะ 4:34 กลับแปลว่า “จงตีนาง” อย่างเบาๆ


ด้วยเหตุนี้ผู้แปล คำว่า “Idriba " ในอายะ 4:34 ควรจะหา ความหมายของการ ใช้ คำว่า “Idriba " ในสำนวนที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ ของการทำผิดอย่างรุนแรง“นุชูซะ”, โดยเลือกความหมายที่มาจากรากศัพท์ ของคำว่า "DaRaBa (ฎ็อรร่อบะ)" ที่สามารถจะนำมาตีความให้เข้า กับ วัตถุประสงค์ของพระเจ้าในการสนับสนุนความสงบ และ ระเบียบในครอบครัว


ความหมายที่เหมาะสมของคำว่า “คำว่า “Idriba " ซึ่งมีเหตุผลและตรงกับการกรุณาและอภัยต่อภรรยาสุดที่รักของชาย มุสลิม เพื่อรักษาความสงบสุขในครอบครัว ซึ่งมาจากรากศัพท์ ของคำว่า "DaRaBa (ฎ็อรร่อบะ)" มีอยู่หลายคำ, ซึ่ง ตรงกับภาษาอังกฤษว่า let out, lock out, หรือ Strike….out, หรือ Beat it ฯลฯ ซึ่งคำเหล่านี้มีความหมายในภาษาไทยว่า “ขับไล่” หรือ “ให้เธออยู่ภายนอก (บ้าน)” , ไล่.(เธอ)..ออกไป และ/หรือ เป็นคำสั่งว่า “ออกไปให้พ้น”


เมื่อเข้าใจความหมายจากรากศัพท์ ได้ถูกต้อง โดยไม่มีอิทธิพลของ การตีความหมายโดยใช้ “อะหะดีษ” มาครอบงำการ อธิบายอัลกุรอานแล้ว, มุสลิมจะกล่าวได้อย่าง เต็มปากโดยไม่มีการ “อ้อมแอ้ม” ว่า, ในศาสนาอิสลาม “ไม่มีบัญญัติในอัลกุรอาน จากพระเจ้า โดยท่านศาสดามูฮัมมัดที่ อนุญาตให้ “สามีตีหรือ เฆี่ยนภรรยาได้”


[คห.4 : แมทท์ - 17 เม.ย. 52 02:48:58 ]
....................................
ดังนั้นการตีความหมายในการพิจารณา ความผิดของภรรยาตามบัญญัติในอัลกุรอาน อายะ 4:34 ที่สามีพึงปฏิบัติเมื่อ ภรรยากระทำผิด หลักความศรัทธาหรือ ระบบครอบครัวตามหลักการของอิสลาม คือ

1.กล่าวตักเตือน,
2.หลบเลี่ยงการหลับนอนด้วยกัน
และ เงื่อนไขข้อสุดท้ายคือ
3. ถ้านางยังคงดื้อดึง และกระทำผิดขั้นรุนแรง “นุชูซะ” ซึ่งอภัยไม่ได้ ก็ “อิดริบูฮุนนะ” “จงขับไล่นางออกไป”

...........................................................................................

เนื่องจากว่าหลัก ศีลธรรมและจริยาธรรม ของ สามี และ ภรรยานั้น มีมากด้วยกันทั้งคู่ ตามหน้าที่รับผิดชอบในครอบครัว, การไล่ภรรยาให้ไปให้พ้นจากสายตา, ไม่ว่าจะด้วยอารมณ์ แห่งความโกรธ เกลียดชัง อย่างไรก็ตาม เป็น สิ่งที่ดี กว่าการทำร้ายร่างกายกัน และเป็นสิ่งดีที่สุดในขณะที่ทั้งคู่ต่างก็มีอารมณ์ ไม่พอใจซึ่งกันและกัน

การแยกให้ภรรยา ออกจากบ้านไป เสียก่อน, ต่อมาภายหลังเมื่อ อารมณ์ดี และถ้าสามารถที่จะปรองดองกันได้ อย่างมีเหตุผล จึงค่อยกลับมาคุยกันใหม่ ซึ่งเป็น การหลีกเลี่ยง การกระทำร้ายแรง ในกรณีที่ภรรยาคิดต่อสู้สามีโดยการใช้อาวุทธ ซึ่งอาจจะทำให้ถึงกับเสียชีวิตของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้

การมีคำสั่งให้ไล่ภรรยาที่กระทำความผิดอย่างหนักต่อหลักการศรัทธาและระเบียบแบบแผนในครอบครัว ออกจากบ้านไปนั้น เป็นสิ่งที่ดีมากกว่าการ เฆี่ยนตีไม่ว่าจะหนักหรือเบา หรือ จะเป็นการตีอย่างทนุถนอม ก็ตาม เป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นว่า สามีผู้นั้นมีสติปัญญาและจรรยาธรรมที่ดีงาม

ในทำนองเดียวกัน ในปัจจุบันนี้ ภรรยามุสลิม ที่หาเลี้ยงสามีและครอบครัว ควรมีสิทธิเช่นเดียวกันกับสามีในกรณีเช่นนี้


[คห.6 : แมทท์ - 17 เม.ย. 52 17:26:07 ]
=======================
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Sun May 10, 2009 5:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป โดยไม่โต้แย้ง และชี้แจงสิ่งที่ถูกต้อง ก็เท่ากับเรากำลังปล่อยให้กุฟฟารตัวนี้ทำลายอิสลาม ย่ำยีอัลกุรอานต่อหน้าต่อตา ซึ่งแน่นอนที่สุด อัลลอฮฺตรัสว่า

إِنَّا نَحْنُ نَزَّلْنَا الذِّكْرَ وَإِنَّا لَهُ لَحَافِظُونَ
แท้จริง เราได้ประทาน อัซซิกร์(คืออัลกุรอาน)ลงมา และแท้จริงเราจะเป็นผู้พิทักษ์มัน
(15:9)

และเราขอมอบตัวเป็นส่วนหนึ่งในการพิทักษ์ปกป้องอัลกุรอาน ด้วยการอออกมาชี้แจงหักล้างถ้อยคำบิดเบือนเหล่านั้น

“ضرب - يضرب - إضرب” (เฎาะเราะบะ – ยัฎริบุ - อิฎริบ) ก็คือคำคำเดียวกัน มีระดับความรุนแรงเท่ากัน ไม่ได้ต่างกันเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ต่าง กาละและวาจก คำแรกเป็นรูปอดีต คำที่สองเป็นรุปปัจจุบัน และคำสุดท้ายเป็นคำสั่ง เวลานักเรียนภาษาอรับเขาท่องศัพท์ ก็จะท่องเรียงกันไปอย่างนี้ หรืออาจจะมีอีกคำต่อท้าย ว่า “ضربا” (ฎ็อรบัน) ซึ่งเป็นอาการนามของกริยานั้นๆ ในกรณีคำนี้แปลว่า ตี ถ้าจะเพิ่มความรุนแรงไปกว่าระดับปกติก็เติม ชัดดะฮฺ หรือตัวเบิ้ลไปที่อักษรกลาง คือตัว รออ์ อ่านเป็น ฎ็อรเราะบะ (ภาษาอังกฤษที่นายแมทท์ไปลอกมานั้น เขียน “DaRaBa" แต่ดันเขียนคำอ่านเป็น (ฎ็อรร่อบะ) ซึ่งเป็นการปล่อยไก่ยักษ์ตัวที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของนายแมทท์ และทำให้ความหมายผิดไปไกลแสนไกล เป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ของคนไม่รู้ภาษาอาหรับแล้วดันทะลึ่งมาตีความอัลกุรอานตามอำเภอใจ )

ถูกอย่างที่นายแมทท์กล่าวส่วนหนึ่ง คือ มันไม่ได้แปลว่าตีอย่างเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทในประโยค เช่น
ضرب كَلْبَهُ على الصيدِ เขาตีหมาของเขาในการล่าสัตว์ ไม่ได้แปลว่า ตี แต่แปลว่า ฝึกให้สุนัขรู้วิธีการล่า
ضرب العُودَ เขาตี “อูด” อูด ในที่นี้เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายชนิดหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่รู้จักเหมือนกัน ว่ากันว่ารูปร่างคล้ายน้ำเต้า ก็น่าจะคล้ายๆแปลว่า ดีดกีตาร์ มังครับ
ضرب الخيمةَ เขาตีกระโจม ก็ต้องแปลว่า ปักยึดกระโจมให้แน่นกับพื้นดิน
ضرب الخاَتَمَ เขาตีแหวน แปลว่า ทำแหวน อาจจะหล่อ หรือหลอม หรือตอก หรืออะไรก็ตามให้มันกลายเป็นแหวน
ضرب مثلاً เขาตีตัวอย่าง แปลว่า ยกตัวอย่าง หรือเปรียบอุทาหรณ์ อุปมาอุปมัย
ضرب النارَ ตีไฟ แปลว่า ยิง
ضرب الرملَ ตีทราย... เอ้อ แปลว่าไรเอ่ย?... เป็นการทำนายทายทักชนิดหนึ่งครับโดยดูรูปทรายที่โปรยลงมา นายแมทท์คงรุ้จักคำว่า geomancy
ضرب خطًّا ตีเส้น แปลว่า ขีดเส้น
ضرب عنقه ตีคอมัน แปลว่า ตัดหัวมัน
ฯลฯ นั่นคือกลุ่มที่บังคับกับ กรรมของมันโดยตรง และยังมีอีกเยอะชนิดที่มีบุรพบท(preposition)มาช่วยขยายให้มีความหมายแตกแขนงออกไปอีก เช่น
ضرب الطينَ على الجدارِ เขาเอาดินโบกกำแพง มีคำว่า على (อฺะลา) มาเสริม...เห็นมั๊ย
ضرب في الأرضِ ท่องไปบนหน้าแผ่นดิน มีคำว่า في ฟี
ضرب لِنفسِهِ سبعة أَيَّام เขากำหนดเวลาที่จะอยู่ไว้ 7 วัน มีคำว่า لِ ลิ + ระยะเวลา

โอย...อีกเยอะจนไม่ไหวเขียนแล้ว ขอข้ามไปตรงทีเด็ดที่นายแมทท์บอกว่า เนี่ย ของถูกดีก่า
เขาอ้างถึงอายะฮฺ 13:17 ว่า كَذَلِكَ يَضْرِبُ اللّهُ الْحَقَّ وَالْبَاطِلَ นั้นมีความหมายเท่ากับ كَذَلِكَ يَضْرِبُ اللّهُ الأَمْثَالَ ในตอนท้ายของอายะฮฺเดียวกันนั่นแหละ คืออยู่ในกลุ่มคำ ضرب مثلاً ที่แปลว่า เปรียบอุปมา

แล้วเขาก็บอกอีกว่า ที่ถูกคือ.....

ความหมายที่เหมาะสมของคำว่า “คำว่า “Idriba " ซึ่งมีเหตุผลและตรงกับการกรุณาและอภัยต่อภรรยาสุดที่รักของชาย มุสลิม เพื่อรักษาความสงบสุขในครอบครัว ซึ่งมาจากรากศัพท์ ของคำว่า "DaRaBa (ฎ็อรร่อบะ)" มีอยู่หลายคำ, ซึ่ง ตรงกับภาษาอังกฤษว่า let out, lock out, หรือ Strike….out, หรือ Beat it ฯลฯ ซึ่งคำเหล่านี้มีความหมายในภาษาไทยว่า “ขับไล่” หรือ “ให้เธออยู่ภายนอก (บ้าน)” , ไล่.(เธอ)..ออกไป และ/หรือ เป็นคำสั่งว่า “ออกไปให้พ้น” [คห.4 : แมทท์ - 17 เม.ย. 52 02:48:58 ]

พี่น้องครับ ถ้าจะใช้ในความหมายนั้น ต้องไปอยู่ในกลุ่มสองที่มีคำบุรพบท “ عن –อัน” มาเสริมครับ
ضرب عنها ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ปล่อยนางไป

แล้วในอายะฮฺ อัลลอฮฺตรัสว่าอย่างไรครับ.....
وَاللاَّتِي تَخَافُونَ نُشُوزَهُنَّ فَعِظُوهُنَّ وَاهْجُرُوهُنَّ فِي الْمَضَاجِعِ وَاضْرِبُوهُنَّ فَإِنْ أَطَعْنَكُمْ فَلاَ تَبْغُواْ عَلَيْهِنَّ سَبِيلاً
และบรรดาหญิงที่พวกเจ้าเกรงการดื้อดึงของพวกนาง จงตักเตือนพวกนาง และ(ถ้าไม่ดีขึ้นก็)จงทอดทิ้งพวกนางไว้แต่ลำพังในที่นอน และ(ถ้าไม่ดีขึ้นก็)จงตีพวกนาง แต่ถ้าพวกนางเชื่อฟังพวกเจ้าก็จงอย่าหาทางเอาเรื่องแก่พวกนาง
( 4:34 )

“وَاضْرِبُوهُنَّ – และจงตีพวกนาง” มันมี “عن-อัน” อยู่ตรงไหนครับ? นายแมทท์หาเจอมั๊ย
เมื่อใดก็ตามที่ใช้คำว่า “ضرب - يضرب - إضرب” (เฎาะเราะบะ – ยัฎริบุ - อิฎริบ) กับ คน สัตว์ สิ่งของ ที่ไม่ใช่คำพิเศษตามตัวอย่างข้างต้น มันแปลว่า ตี ครับ
ضرب ولدا ตีเด็ก
ضرب كلبا ตีหมา
ضرب حجرا ตีหิน เช่นที่ในอัลกุรอาน กล่าวว่า
فَقُلْنَا اضْرِب بِّعَصَاكَ الْحَجَرَ فَانفَجَرَتْ مِنْهُ اثْنَتَا عَشْرَةَ عَيْناً
เราจึงตรัส(แก่มูซา)ว่า เจ้าจงใช้ไม้เท้าของเจ้าตีที่หินนั้น แล้วจะมีตาน้ำสิบสองตาพวยพุ่งออกมาจากมัน
(2:60)
فَقُلْنَا اضْرِبُوهُ بِبَعْضِهَا كَذَلِكَ يُحْيِي اللّهُ الْمَوْتَى وَيُرِيكُمْ آيَاتِهِ لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ
เราจึงตรัส(แก่บะนีอิสรออีล)ว่า พวกเจ้าจงฟาดเขา(ผู้ตาย)ด้วยส่วนหนึ่งจากมัน(วัวที่กำหนดให้เชือด) เช่นนั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงให้ชีวิตแก่ผู้ตายคนนั้น และจะทรงให้พวกเจ้าได้เห็นสัญญาณต่างๆของพระองค์ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้เข้าใจ
(2:73)

เขาอ้างเหตุผลถึงความกรุณาและอภัยต่อภรรยาสุดที่รัก เพื่อความสงบสุขในครอบครัว.....
ก็นี่ละครับ ฐานกรุณาแล้ว ที่ยังให้ที่คุ้มหัว อยู่ร่วมชายคา ไม่อเปหิ ตะเพิดออกนอกบ้านตามข้อเสนอของนายแมทท์

เพราะนายแมทท์เถียงหัวชนฝาว่า ไม่เอาหะดีษ เขาจึงไม่มีทางออก ไม่รู้จะมุดไปทางรูไหนดี จึงจะปลดเปลื้องตัวเองจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นไอ้ซาดิสต์ได้ เพราะ ทั้งในอายะฮฺตีหินให้น้ำจืดพวยพุ่งออกมาหล่อเลี้ยงบะนีอิสรออีล 12 ตระกูลก็ดี อายะฮฺตีน้ำทะเลให้แยกออกเป็นทางหนีให้แก่บะนีอิสรออีลก็ดี และอายะฮฺตีภรรยานี้ก็เช่นกัน ทั้งหมดล้วนใช้คำว่า “إضرب - อิฎริบ” คำเดียวกันและด้วยความหมายว่า “จงตี” เหมือนกันหมด ไม่มีทางแปลไปเป็นอย่างอื่นได้เลย
- ตีหินให้น้ำแตก ต้องแรงขนาดไหน
- ตีทะเลให้น้ำแยก ก็ต้องแรงไม่เบา
ดังนั้น ตีภรรยาตรงนี้จะเลี่ยงยังงัย ไม่ให้หน้าแหก หรือหลังหัก เพราะไม่มีข้อความใดเลยที่ให้ยั้งมือในอัลกุรอานในเรื่องการลงโทษ มีแต่ให้เอาให้หนักอย่าได้สงสารคนทำผิดเป็นอันขาด

แต่ในอิสลามมีคำตอบที่ในลัทธิแมทท์ อึ้ง...พูดไม่ออก บอกไม่ถูก เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม สอนไว้ว่า

فاضربوهن ضربا غيرَمُبَرِّح
พวกท่านจงตีนางด้วยการตีที่ไม่ให้มีริ้วรอย
(รายงานโดยมุสลิม)

นั่นคือการตีสั่งสอนครับ ไม่ใช่ตีด้วยอารมณ์ เป็นการตีด้วยเหตุด้วยผล และสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ไม่ได้แปลว่าให้ตีลูกเหมือนวัวเหมือนควาย ตีขนาดไหน อย่างไร ด้วยความรู้สึกนึกคิดอย่างไร วิญญูชนย่อมตระหนักได้ การตีภรรยาตามนัยยะแห่งอายะฮฺนี้ก็ด้วยหลักการแห่งความรักและห่วงใยเช่นกันกับการตีลูก กลับจะนุ่มนวลกว่าด้วยซ้ำเมื่อประกอบคำสั่งจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม มีแต่พวกดื้อด้านรั้นไม่เลิก เถียงหัวชนฝาเท่านั้น ที่จะค้านว่าอายะฮฺนี้ไม่ได้แปลว่า ตี

ตรงกันข้าม เมื่อเขาหาทางเลี่ยงจนไปมุดออกทางรู “ตะเพิดไปให้พ้น” กลับกลายเป็นทางออกที่น่าขนลุก นึกไม่ถึงว่า คนสุภาพระดับด็อกฯ นายนี้ จะเ หี้ ยมโหดและเลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้

การอเปหิภรรยาออกไประเหเร่ร่อนข้างนอก ไม่รู้จะไปซุกหัวนอนที่ไหนแล้วมันจะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง มีสมองที่จะตรองตรงนี้บ้างไหม? เมื่ออัลลอฮฺทรงบัญญัติกฎใดขึ้นมา กฎนั้นต้องบังคับใช้กับชนทุกชั้นในสังคม ไม่ใช่เลือกเฉพาะลูกท่านหลานเธอ หรือคุณหนูที่จะสะบัดก้นเชิดหน้าไม่แคร์ใครว่า ฉันมีที่ไปย่ะ แล้วคนยากคนจน ไร้ญาติขาดมิตรจะไปมุดอยู่ตรงไหนในแผ่นดิน

บัญญัติของอัลลอฮฺต้องบังคับใช้ไปยันกิยามะฮฺ สมัยก่อนผู้หญิงตัวคนเดียวอาจจะปลอดภัยนอกบ้าน แต่มาถึงยุคนี้ จะเหลืออะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง มิถูกปู้ยี่ปู้ยำจนยับเยินหมดหรือ....นึกแล้ว...ขนลุกครับ...และนึกแล้ว...สังเวชใจกับทางออกของคนอย่างแมทท์

เพียงได้เห็นข้อเสนอของเขา ผมก็รู้ได้ทันทีว่า กุรอานของเขาเป็นคนละฉบับกับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม เพราะในซูเราะฮฺ อัฏเฏาะลากฺ ในอิสลามเราระบุชัดว่า

يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ إِذَا طَلَّقْتُمُ النِّسَاء فَطَلِّقُوهُنَّ لِعِدَّتِهِنَّ وَأَحْصُوا الْعِدَّةَ وَاتَّقُوا اللَّهَ رَبَّكُمْ لَا تُخْرِجُوهُنَّ مِن بُيُوتِهِنَّ وَلَا يَخْرُجْنَ إِلَّا أَن يَأْتِينَ بِفَاحِشَةٍ مُّبَيِّنَةٍ
นบีเอ๋ย เมื่อพวกเจ้าหย่าภรรยา ก็จงหย่าตามอิดดะฮฺของพวกนาง และจงนับอิดดะฮฺของพวกนางให้ครบ พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้าเถิด พวกเจ้าจงอย่าขับไสพวกนางออกจากบ้าน และพวกนางก็อย่าออกจากบ้าน เว้นแต่พวกนางจะกระทำลามกอย่างชัดแจ้ง...
(65:1)

ขนาดหย่ากันแล้ว อัลลอฮฺยังไม่ทรงให้ไล่ออกไปไหน แล้วนี่แค่ดื้อดึง ยังไม่ทันจะหย่าด้วยซ้ำ นายแมทท์ดันบอกให้ไล่ออกไป...ได้งัยเนี่ย????
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Sun May 10, 2009 10:36 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

وَاللاَّتِي تَخَافُونَ نُشُوزَهُنَّ فَعِظُوهُنَّ وَاهْجُرُوهُنَّ فِي الْمَضَاجِعِ وَاضْرِبُوهُنَّ فَإِنْ أَطَعْنَكُمْ فَلاَ تَبْغُواْ عَلَيْهِنَّ سَبِيلاً

และบรรดาหญิงที่พวกเจ้าเกรงการดื้อดึงของพวกนาง จงตักเตือนพวกนาง และ(ถ้าไม่ดีขึ้นก็)จงทอดทิ้งพวกนางไว้แต่ลำพังในที่นอน และ(ถ้าไม่ดีขึ้นก็)จงตีพวกนาง แต่ถ้าพวกนางเชื่อฟังพวกเจ้าก็จงอย่าหาทางเอาเรื่องแก่พวกนาง ( 4:34 )

.........................

อิบนุญะรีร กล่าวว่า

وَقَالَ أَهْل التَّأْوِيل : صِفَة الضَّرْب الَّتِي أَبَاحَ اللَّه لِزَوْجِ النَّاشِز أَنْ يَضْرِبهَا الضَّرْب غَيْر الْمُبَرِّح

และนักอรรถาธิบายอัลกุรอ่าน กล่าวว่า "ลักษณะของการตีที่อัลลอฮทรงอนุญาตแก่สามีของผู้ดื้อรั้นคือ ให้ตีนาง เป็นการตีที่ไม่รุนแรง

عَنْ سَعِيد بْن جُبَيْر , عَنْ اِبْن عَبَّاس : { وَاضْرِبُوهُنَّ } قَالَ : ضَرْبًا غَيْر مُبَرِّح

จากสะอีด บิน ญุบัยรฺ จากอิบนุอับบาส (จงตีพวกนาง) เขากล่าวว่า " เป็นการตีที่ไม่รุนแรง(ไม่สาหัส) - ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์
.................

ที่ยกมาข้างต้น เพือยืนยันว่า นักตัฟสีรมุสลิม เขาให้ความหมายคำว่า "ตี" ลักษณะการตี เป็นการตีที่ไม่รุนแรงหรือบาดเจ็บสาหัส แต่เป็นการตีเพื่อสั่งสอน ซึ่งนักวิชาการที่อธิบายเหมือนกับอิบนุอับบาส ที่ท่านอิบนุญะรีรบอกไว้ มีหลายท่านด้วยกัน ส่วนการอธิบายของคุณแมท นั้น เป็นอธิบายเพื่อบิดเบือนอัลกุรอ่านให้เบนออกจากความหมายที่แท้จริง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Tue May 12, 2009 3:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขออภัย ขยายความล้ำเส้นไปนิด
ขอแก้ไขเป็น...

فاضربوهن ضربا غيرَمُبَرِّح
พวกท่านจงตีนางด้วยการตีที่ไม่รุนแรง
(รายงานโดยมุสลิม)

ตาม อ. asan
ขอบคุณครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.12 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004