ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ขอเชิญท่านบริจาคสมทบทุน
โครงการก่อสร้างอาคาร
มัสยิดอนุรักษ์



โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

ชื่อบัญชี
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ธนาคาร
กรุงไทย สาขาย่อยประเวศ
ประเภท กระแสรายวัน
เลขที่ 188 – 6 – 00316 – 5

>>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<<

ญะซากุมุ้ลลอฮุคอยร็อน


เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานเสวนา
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือและเอกสาร :
 ถาม-ตอบ
 วารสารประจำเวบ
 บริการอื่นๆ :
 ติดต่อลงโฆษณา
 ติดต่อเรา
 ห้องแสดงภาพ
 ดาวน์โหลด
 Mozaks_News

 เมนูทั่วไป :
เนตคุณแรงแค่ไหน!
ล้อเลียนการเมือง
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
16:42:08
วัน : 09-06-2026
GMT : +0800

สาระวิชาการ
วิชาการ :
ศรัทธาและยึดมั่น
อัลฮะดีษ
จริยธรรมอิสลาม
ประเพณีและความเชื่อ
ประวัติศาสตร์อิสลาม
เหตุแห่งการประทานอัลกุรอาน
อุลูมุ้ลฮะดีษ
ตัฟซีรอัลกุรอาน
คอลัมน์ประจำ :
บทความทั่วไป
ตรรกวิทยา

ดาวน์โหลด

  1: ถาม-ตอบ
ดาวน์โหลด 305 ครั้ง

  2: ขุดโคตรชีอะ
ดาวน์โหลด 191 ครั้ง

  3: การทำแทน
ดาวน์โหลด 108 ครั้ง

  4: ศรัทธาแบบอิสลาม
ดาวน์โหลด 211 ครั้ง

  5: สัญญาณวันสิ้นโลก
ดาวน์โหลด 253 ครั้ง

  6: หลักยึดมั่น
ดาวน์โหลด 146 ครั้ง

..ดูทั้งหมด..

เว็บไซต์อนุรักษ์ซุนนะห์

เผยข้อเท็จจริงลัทธิชีอะห์:





แนวร่วมต่อต้านรอฟิเฏาะ

ภาษาอาหรับ

www.d-sunnah.net
www.fnoor.com
www.albrhan.com
www.wylsh.com
www.khominy.com
http://dhr12.com
www.albainah.net
www.ansar.org
www.almanhaj.com
www.almhdi.com

ภาษาอังกฤษ

www.ahlelbayt.com


หนังสือใหม่
ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์
ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


ข่าวสาร
หนังสือพิมพ์ไทย :
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวสด
ผู้จัดการออนไลน์
มติชน
ประชาไทย
ไทยนิวส์
ศูนย์ข่าวอิศรา
หนังสือพิมพ์อาหรับ :
الاهرام
الجمهورية
الوطن
القبس
البيان
الاتحاد
الرأي العام
الشرق الأوسط
السياسة
دار الخليج
ตำราศาสนาภาษาอาหรับ :
almeshkat
almaktba
kribani
sahab
internet radio
จส.100
คลื่นประชาธิปไตย


บทความเรื่อง ฟิร๊อก กลุ่มแนวคิดบิดเบือน
ตอนชีอะห์อิหม่ามสิบสอง

อย่าให้กะลิมะห์ชะฮาดะห์ของผู้ใดมาล่อลวงเรา
อิสลามไม่มีนิกาย
ข้อแตกต่างด้านโครงสร้างศาสนาของซุนนะห์กับชีอะฮ์
อัลกุรอานและฮะดีษตามความเชื่อของชีอะฮ์
อายะห์อัลกุรอานที่ขาดหาย
"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ครอบครัวและวงศ์วานของท่านนบี
ภรรยาของนบีคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์"
ฮะดีษซะก่อลัยน์ สิ่งหนักทั้งสอง
ใครคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ที่ระบุในซูเราะห์อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 33
ฮะดีษกิซาอ์
ท่านอาลีและครอบครัว จากซูเราะห์อัซชุอะรออ์ อายะห์ที่ 23
"อิมามะห์"การศรัทธาต่ออิหม่าม
คำสั่งแต่งตั้งอิหม่าม
หลักฐานแต่งตั้งอิหม่าม จากซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 55
อายะห์"อัตตับลีฆ" ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 67
มุบาฮะละห์
ฮะดีษ "มันซีละห์" เปรียบท่านนบีกับอาลีดั่งมูซากับฮารูณ
ละครฉากนี้ที่ "ฆ่อดีรคุม"
คำตอบจากท่านอาลี
อาลีช่วยด้วย !!
อาลี หรือ เยซู
นครแห่งความรู้
ฮุเซนมาจากฉันและฉันก็มาจากฮุเซน
ศอฮาบะห์ในมุมมองของชีอะห์
"อัศฮาบีย์" ประชาชาติของฉัน
ชีอะห์ใส่ร้ายศอฮาบะห์ว่าเป็นมุนาฟิก
พฤหัสบดีวิปโยค
จุดยืนของท่านอาลีที่มีต่อท่านอบูบักร์และท่านอุมัร
เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์

รายงานความคืบหน้าการนัดสนทนาระหว่างซุนนะห์กับชีอะฮ์


 การร่วมเทศกาลรื่นเริงการเฟรในทัศนะอิสลาม

ประเพณีกับความเชื่อasan บันทึก " อิสลาม เป็นศาสนาของอัลลอฮ ทุกอย่างที่เป็นคำสอนศาสนา ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อ , พิธีกรรมทางศาสนา และรูปแบบในการดำเนินชีวิต ของมุสลิม สิ่งเหล่านี้จะต้องมาจากโองการของอัลลอฮ และ แบบอย่าง ของศาสนทูตของพระองค์ คำสอนใดๆก็ตามที่ไม่ได้มาจากคำสอนเจ้าของศาสนา คือ อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่บอกผ่านศาสนาทูต ของพระองค์ คำสอนนั้น จะไม่ได้รับการรับรองจากพระองค์ และสิ่งนั้น ถือเป็นคำสอนนอกอิสลาม ดังโองการที่ว่า

وَمَنْ يَبْتَغِ غَيْرَ الإسلام دِيناً فَلَنْ يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الْآخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ


และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นไปจากศาสนาอิสลามแล้ว ศาสนานั้นจะไม่ถูกรับจากพระองค์เป็นอันขาด และในปรโลก เขาจะอยู่ในหมู่ผู้ที่ขาดทุน” (อาลิอิมรอน : 85)

อิบนุอบีลอิซ อัดดัมชะกีย์ กล่าวว่า

فَدِينُ الْإِسْلَامِ هُوَ مَا شَرَعَهُ اللَّهُ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى لِعِبَادِهِ عَلَى أَلْسِنَةِ رُسُلِهِ ، وَأُصُولُ هَذَا الدِّينِ وَفُرُوعُهُ مَوْرُوثَةٌ عَنِ الرُّسُلِ ،


ดังนั้น ศาสนาอิสลาม คือ สิ่งที่อัลลอฮซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้บัญญัติมันให้แก่บรรดาบ่าวของพระองค์ โดยผ่านคำพูดของบรรดารอซูลของพระองค์ และ รากฐาน(หลักการศรัทธา)ของศาสนานี้ และ บรรดาสาขา(หมายถึง หลักการปฏิบัติ)ของมัน คือ สิ่งที่เป็นมรดกจากบรรดารอซูล - ชัรหุอะกีดะฮ อัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม 2 หน้า 784

บรรดานักวิชาการมุสลิม ต่างเห็นฟ้องต้องกันว่า การร่วมกิจกรรมวันตรุษของกาเฟรนั้น เป็นสิ่งต้องห้าม ดังหลักฐานต่อไปนี้

1. อัลกุรอ่านได้ระบุไว้ว่า

وَالَّذِينَ لَا يَشْهَدُونَ الزُّورَ وَإِذَا مَرُّوا بِاللَّغْوِ مَرُّوا كِرَامًا


และบรรดาผู้ไม่เป็นพยานในการเท็จ และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องไร้สาระ พวกเขาผ่านไปอย่างมีเกียรติ - อัลฟุรกอน/72

وَقَالَ أَبُو الْعَالِيَةِ ، وَطَاوُسُ ، وَمُحَمَّدُ بْنُ سِيرِينَ ، وَالضَّحَّاكُ ، وَالرَّبِيعُ بْنُ أَنَسٍ ، وَغَيْرُهُمْ : هِيَ أَعْيَادُ الْمُشْرِكِينَ


อบูลอาลียะฮ, ฏอวูส ,มุฮัมหมัด บิน สิรีน ,อัฎเฎาะหาก , รอเบียะอิบนุอะนัส และ อื่นจากพวกเขา กล่าวว่า “มัน คือ บรรดางานรื่นเริงของบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย - ดูตัฟสีรอิบนุกะษีร เล่ม 6 หน้า 130

2. เพราะเทศกาลรื่นเริง และประเพณีต่างของบรรดาผู้ตั้งภาคี เป็น สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายทางศาสนาของพวกเขา

จากอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮาได้กล่าวว่า

دَخَلَ أَبُو بَكْرٍ وَعِنْدِي جَارِيَتَانِ مِنْ جَوَارِي الأَنْصَارِ تُغَنِّيَانِ بِمَا تَقَاوَلَتْ الأَنْصَارُ يَوْمَ بُعَاثَ ، قَالَتْ : وَلَيْسَتَا بِمُغَنِّيَتَيْنِ ، فَقَالَ أَبُو : بَكْرٍ أَمَزَامِيرُ الشَّيْطَانِ فِي بَيْتِ رَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ! وَذَلِكَ فِي يَوْمِ عِيدٍ ، فَقَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَا أَبَا بَكْرٍ إِنَّ لِكُلِّ قَوْمٍ عِيدًا وَهَذَا عِيدُنَا

อบู บักรฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้เข้ามาในบ้านฉัน ในขณะที่ตอนนั้นมีทาสหญิงของชาวอันศอรฺสองคนกำลังร้องรำทำเพลงเป็นทำนองที่ชาวอันศอรฺร้องกันในวันบุอาษ (วันที่เผ่าเอาซ์และค็อซรอจญ์ทำสงครามในอดีต) อาอิชะฮฺได้บอกว่า ทั้งสองคนมิได้เป็นนักร้องเพลงแต่อย่างใด(คือไม่ได้ร้องประจำเป็นกิจวัตรหรือเป็นการเป็นงาน) ท่านอบู บักรฺ จึงกล่าวขึ้นว่า (พวกเจ้าปล่อยให้)มีเสียงขลุ่ยแห่งชัยฏอนในบ้านของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กระนั้นหรือ? เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันอีดหนึ่ง ท่านรอซูลลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า "โอ้ อบู บักรฺ แท้จริงแล้ว สำหรับทุกกลุ่มชนจะมีวันอีด(วันรื่นเริง)สำหรับพวกเขา และนี่เป็นวันอีด(วันรื่นเริง)ของพวกเรา(ชาวมุสลิมทุกคน)" อัลบุคอรีย์ หมายเลขที่ 952 และอิมามมุสลิม หมายเลขที่ 892

3. การเข้าร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลรื่นเริงของบรรดามุชริกีน ถือเป็นการเลียนแบบพวกเขา ซึ่ง ท่านนบีมุฮัมหมัด ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

مَنْ تَشَبَّهَ بِقَوْمٍ فَهُوَ مِنْهُمْ

“ผู้ใดเลียนแบบกลุ่มชนใด เขาก็เป็นส่วนหนึ่งจากกลุ่มชนนั้น - รายงานโดย อบูดาวูด หะดิษหมายเลข 4031


อิบนุนะญีม อัลหะนะฟีย์ กล่าวว่า

وَقَالَ أَبُو حَفْصٍ الْكَبِيرُ رَحِمَهُ اللَّهُ لَوْ أَنَّ رَجُلًا عَبَدَ اللَّهَ تَعَالَى خَمْسِينَ سَنَةً ثُمَّ جَاءَ يَوْمُ النَّيْرُوزِ وَأَهْدَى إلَى بَعْضِ الْمُشْرِكِينَ بَيْضَةً يُرِيدُ تَعْظِيمَ ذَلِكَ الْيَوْمِ فَقَدْ كَفَرَ وَحَبَطَ عَمَلُهُ

อบูหัฟศิน อัลกะบีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่านกล่าวว่า “ หากชายคนหนึ่ง เขาได้ทำการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ ตะอาลา เป็นเวลา 50 ปี ต่อมา เขาได้มาในวันเฉลิมฉลองนัยรูซ (เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย) และมอบไข่ฟองหนึ่งให้เป็นของขวัญแก่บรรดาพวกตั้งภาคี ในวันนั้น แน่นอน เขาตกเป็นกุฟูร และงานของเขาเป็นโมฆะ” - อัลบะหฺรุลรออิก เล่ม 8 หน้า 555

อิบนุ หะญัร อัลหัยตะมีย์ นักปราชญ์มัซฮับชาฟิอี กล่าวว่า

من أقبح البدع موافقة المسلمين النصارى في أعيادهم بالتشبه بأكلهم والهدية لهم وقبول هديتهم فيه وأكثر الناس اعتناء بذلك المصريون وقد قال صلى الله عليه وسلم من تشبه بقوم فهو منهم

ส่วนหนึ่งจากบิดอะฮที่น่าเกลียดที่สุด คือ การที่บรรดามุสลิม เห็นชอบกับบรรดาชาวคริสเตียนในเทศกาลรื่นเริงของพวกเขา ด้วยการเลียนแบบ การกิน การมอบของขวัญ และการรับของขวัญของพวกเขา ในเทศกาลนั้น และผู้คนส่วนมากที่ให้ความสนใจดังกล่าว คือ บรรดาชาวอียิปต์ ทั้งๆที่ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า “ ผู้ใดเลียนแบบกลุ่มชนใด เขาก็เป็นส่วนหนึ่งจากกลุ่มชนนั้น “ - ดู ฟะตาวาอัลฟิกฮียะฮอัลกุบรอ เล่ม 4 หน้า 238

เราชาวมุสลิม มีเทศกาลรื่นเริงที่ถูกบัญญัติไว้แล้วเป็นการเฉพาะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ และเครื่องหมายแห่งอิสลาม คือ อีดิลฟิตรีและอีดอัลอัฎหา เรามาภูมิใจกับเทศกาลรื่นเริงของเรา ชาวมุสลิม และอนุรักษ์มันไว้เถอะครับพี่น้องผู้ศรัทธา

-------------------------------------

บทความโดย อะสัน หมัดอะดั้ม

"

ผู้บันทึก webmaster เมื่อ พฤหัสบดี 01 มี.ค. 12 @ 00:43 (11764 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 4.85)

 ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนฮัจญ์

ห้องสมุดอะฮลุ้ลหะดีษبسم الله الرحمن الرحيم

فضل ايام عشر دي الحجة والأعمال الواردة فيها
ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนฮัจญ์ รวมทั้งข้อปฎิบัติต่างๆ

ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนฮัจญ์
فضل عشر دي الحجة

روى البخاري – رحمه الله – عن ابن عباس – رضي الله عنهما- أن النبي – صلى الله عليه وسلم قال : "ما من أيام العمل الصالح فيها أحب إلى الله من هذه الأيام يعني أيام العشر قالوا: يا رسول الله ولا الجهاد في سبيل الله؟ قال ولا الجهاد في سبيل الله إلا رجل خرج بنفسه وماله ثم لم يرجع من ذلك بشيء "
ได้รายงานจากบันทึกหะดีษของอิหม่ามบุคคอรีย์(รอฮิมะฮุ้ลลอฮ) จากท่านอิบนิอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านรซูล กล่าวว่า :
“ ไม่มีวันใดที่การทำความดี จะเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮ์ มากไปกว่าการทำความดีในสิบวันนี้” ศอฮาบะห์ก็ถามว่า “ ไม่มีแม้กระทั่งการทำญิฮาดเพื่ออัลลอฮ์กระนั้นหรือ?” ท่านรซูล กล่าวว่า “ ไม่มีแม้กระทั่งการทำญิฮาดเพื่ออัลลอฮ์ นอกเสียจากชายคนหนึ่งที่ได้พาตัวเองและทรัพย์สินออกไปทำญิฮาดและไม่เหลือ อะไรกลับเลย” บันทึกโดยอัลบุคอรี , 2/457 (หะดีษ มัรฟูอ์เล่ารงจากท่านนบี)

นอกจากนี้ อิหม่ามอะห์หมัด(รอฮิมะฮุ้ลลอฮ์)ได้บันทึกหะดีษในมุสนัดของท่าน เล่าจากอิบนุอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) จากท่านนบี กล่าว่า

وروى الإمام أحمد – رحمه الله – عن ابن عمر – رضي الله عنهما – عن النبي – صلى الله عليه وسلم – قال : " ما من أيام أعظم ولا أحب إلى الله العمل فيهن من هذه الأيام العشر فأكثروا فيهن من التهليل والتكبير والتحميد "
ไม่มีวันไหนที่จะยิ่งใหญ่ สูงสุดและเป็นที่รักชอบ ณ พระองค์ เท่ากับ สิบ วันแรกเดือน ฮัจญ์(ซุ้ลฮิจญะฮ์) ฉะนั้นพวกท่าน ทั้งหลายจงกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ อัลลอฮุอักบัร และอัลฮัมดุลิ้ลลาห์ ให้มากๆในวันวันเหล่านี้อิหม่ามอิบนุฮิบบาน(รอฮิมะฮุลลอฮ) ได้บันทึกไว้ใน ศอเหี๊ยะของท่าน เล่าโดยท่าน ญาบีร(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) จากท่านนบีกล่าวว่า
" وروى ابن حبان – رحمه الله – في صحيحه عن جابر- رضي الله عنه - عن النبي – صلى الله عليه وسلم – قال : " أفضل الأيام يوم عرفة
วันที่ประเสริฐคือ วันอะรอฟะฮ์ (วันที่บรรดาผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์มารวมตัวกันที่ทุ่งอะรอฟะฮ์ ณ นครมักกะฮ์)

ข้อควร ปฎิบัติ ช่วงสิบวันแรก เดือนฮัจญ์ أنواع العمل في هذه العشر
1. การประกอบพิธีฮัจญ์หรือ อุมเราะห์ ท่านนบีกล่าวถึงความประเสริฐของเรื่องนี้ว่า
قوله – صلى الله عليه وسلم - :" العمرة إلى العمرة كفارة لما بينهما والحج المبرور ليس له جزاء إلا الجنة "
จากอุมเราะห์หนึ่งไปอีกอุมเราะห์หนึ่ง เป็นการล้างปาบที่กระทำมา และการทำฮัจญ์ที่สมบูรณ์ ถูกต้อง ผลตอบแทนของมันคือ สววรค์เท่านั้น
2. ควรถือศีลอดให้มากๆ หากสะดวกวันไหนก็ได้อยู่ในช่วง สิบวันแรกของเดือนฮัจญ์ ให้เลือกถือศีลอด โดยเฉพราะวัน อะรอฟะฮ์ เพราะการถือ ศีลอดเป็นอิบาดะห์ ชนิดเดี่ยวที่พระองค์อัลลอฮ จะตอบแทนด้วนตัวของพระองค์เอง จากท่านอบู สะอิ๊ด อัลคุดรีย์(รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ท่านนบีกล่าวว่า
وعن أبي سعيد الخدري- رضي الله عنه – قال : قال رسول الله – صلى الله عليه وسلم- : " ما من عبد يصوم يوماً في سبيل الله إلا باعد الله بذلك اليوم وجهه عن النار سبعين خريفاً" متفق عليه
ไม่มีบ่าวผู้ใดที่ถือศีลอด วันหนึ่งเพื่อหวังในหนทางของอัลลอฮ นอกเสียจากว่าพระองค์อัลลอฮ จะทรงให้ใบหน้าของเขา ออกห่างจากไฟนรก ถึง 70 ปี(โดยบุคคอรี และ มุสลิม)
อีกหะดีษหนึ่ง บันทึกโดยอีหม่ามมุสลิม จากท่าน กอตาดะห์ ท่านนบีกล่าวว่า
وروى مسلم – رحمه الله – عن أبي قتادة عن النبي – صلى الله عليه وسلم – قال : " صيام يوم عرفة احتسب على الله أن يكفر السنة التي قبله والتي بعده"
การถือศีลอดในวันอารอฟะห์ ฉันหวังต่ออัลลอฮ์ในการที่พระองค์จะลบล้าางความผิดบาปในปีก่อนหน้านี้และปีหลังจากนี้
3. ควรตักบีรให้มากๆในช่วง สิบวันแรก ซุ้ลฮิจญะห์ อัลลอฮ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า
لقوله – تعالى- :" ويذكروا اسم الله في أيام معلومات "
และให้พวกเขารำลึกถึง พระนามของอัลลอฮไว้ให้มากๆในวันดังกล่าวนักวิชาการให้ความหมายดังกล่าว คือช่วง สิบวันแรก เดือน ซุลฮิจญะห์ โดยนำหลักฐานยืนยันจาก หะดีษ ของท่าน อิบนุ อุมัร บันทึก โดยอิหม่ามอะห์หมัด(รอฮิมะฮุ้ลลอฮ)ในเรื่องดังกล่าวท่านนบีกล่าวว่า
لحديث ابن عمر – رضي الله عنهما- عن أحمد – رحمه الله – وفيه " فأكثروا فيهن من التهليل والتكبير والتحميد"
จงกล่าวคำตักบีรและ ลาอิลาฮ่า อิลลัลลอฮุ และอัลฮัมดุ ลิลลา ให้มากๆในช่วงแรก สิบวันของเดือนฮัจญ์
นอกจากนี้ อิหม่าม บุคอรี ได้บันทึกไว้ใน ศอเฮี้ย ของท่านว่า
وذكر البخاري – رحمه الله – عن ابن عمر وعن أبي هريرة – رضي الله عنهم – أنهما كانا يخرجان إلى السوق في العشر، فيكبرون ويكبر الناس بتكبيرهما
เมื่ออย่างเช้า สิบวันแรกเดือนฮัจญ์ ท่านอิบนุอุมัร และท่านอบู ฮุร็อยรอฮ ท่านทั้งสองจะออกไปตลาด เพื่อสอนคนกล่าวตักบีร ประชาชาชนในตลาดก็จะกล่าวตักบีร ตามท่านทั้งสองและยังมีรายงานจากท่านอิสฮากบินรอฮะวีย์ จากการปฎิบัติของเหล่านักฟิกฮฺ(นักกฎหมาย) ชาวตาบีอีน (กลุ่มชนที่ทันพบปะ กับศอฮาบะห์) พวกเขาจะพากันตักบีร ในช่วง สิบวันแรกเดือน ฮัจญ์ โดยกล่าวว่า อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุอักบัร วะลิ้ลลา ลิ้ลฮัม และชอบให้เปร่งเสียง(มุสตะฮับ) ตามท้องตลาด บนถนน ในบ้านเรือน ในมัสยิด และที่อื่นๆเป็นต้น
อัลลอฮตรัสว่า
لقوله – تعالى-: " ولتكبروا الله على ما هداكم "
และสู้เจ้าจงกล่าวคำตักบีรต่อสิ่งที่อัลลอฮได้นำทางสู้เจ้าเถิด
ไม่อนุญาติให้กล่าวตักบีรในรูปญะมาอะห์(เป็นคณะ)โดยกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ซึ่งรูปแบบดังกล่าวไม่ปรากฎการกระทำ เช่นนี้มาก่อนจากมวลสลัฟ(บรรพชนยุคแรก) แต่ให้กล่าวของใครของมัน แต่ผู้ที่อ่านไม่เป็นก็ให้นำมาสอนอ่านได้
4. ให้เตาบะห์(ขอลุกะโทษ) ออกห่างจากความชั่วเยอะๆ เพื่อที่จะได้รับความเมตตาและการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ การประกอบคุณงามความดี เป็นเหตุให้ได้รับความใกล้ชิดระหว่างบ่าวกับพระองค์ และเพิ่มความรักให้กับตัวเอง ณ ที่อัลลอฮ เล่าจาก อบูฮุร็อยลอฮ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านนบีกล่าวว่า
الحديث عن أبي هريرة – رضي الله عنه – أن النبي – صلى الله عليه وسلم – قال :" إن الله يغار وغيرة الله أن يأتي المرء ما حرم الله عليه " متفق عليه
แน่แท้อัลลอฮ์ทรงหึงหวง(การหึงหวงไม่เหมือนการหึงหวงของมนุษย์) และการหึงหวงของพระองค์ คือการที่บ่าวมาทำในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามต่อเขา(โดย บุคคอรี และ มุสลิม)
5. ทำคุณงามความดีให้มากๆ นมาซซุนนะห์ให้เยอะๆ จ่ายศอดะกอฮ์ ทำสงคลามเพื่ออัลลอฮ์ (ญิฮาด) กำชับกันในเรื่องความดี ห้ามปรามกันในเรื่องความชั่ว เนื่องจากว่าคุณงามความดีในช่วง 10 วันแรกเดือนฮัจญ์ประเสริฐกว่าการทำสงคลาม หลั่งเลือดเพื่ออัลลอฮ์
6. มีข้อบัญญัติให้กล่าวตักบีร ทุกเวลา ในกลางวัน ในกลางคืน จนกระทั่งละหมาดอีดิ้ล อัฎฮา ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปประกอบ พิธี ฮัจญ์ ให้ตักบีรหลังละหมาดฟัรฎู ช่วงเช้าหลังละหมาด ฟัจร์(ซุบฮิ)วันอะรอฟะห์ ส่วนผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ ให้เริ่ม กล่าวหลัง นะมาซ ซุหริ(นมาซบ่าย) ของวันทำ อุฎฮียะห์(เชือดสัตย์ , เชือดกรุบาน) ไปจนถึง นมาซ อัสริ(เย็น) วันสุดท้ายของวันตัชรีก (หลังอีดสามวัน)ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่นครมักกะฮฺด้วย
7. ให้เชือดสัตว์ หลังวันอีดถือเป็นข้อบัญญัติและหลังจากอีด 3 วัน เพราะเป็นแบบฉบับของท่านนบี อิบรอฮีม (อะลัยฮิสซอลาห์ วัสสลาม) ในขณะที่ท่านกำลังจะเชือดลูกตัวเอง พลีให้กับพระเจ้า อัลลอฮ์จึงนำสัตว์มาเปลี่ยนให้ท่าน ในเรื่องนี้มีหลักฐานโดย หะดีษของท่าน อิหม่าม บุคคอรี และ อิหม่าม มุสลิม

وقد ثبت أن النبي – صلى الله عليه وسلم – ضحى بكبشين أملحين أقرنين ذبحهما بيده وسمى وكبر ووضع رجله على صفاحهما" متفق عليه
และได้มีหลักฐานยืนยันว่าแท้จริงท่านนบี อิบรอฮีม ได้เชือดแพะที่มีสีขาวปนกับสีดำ และเริ่มจะมีเขางอก สองตัว ท่านจะเชือดด้วยกับมือของท่านเอง พร้อมกับกล่าวพระนามของอัลลอฮ และกล่าวตักบีร โดยจะเอาเท้าของท่านกดตรงที่ขาหน้าทั้งสองของแพะ (โดย บุคคอรี และ มุสลิม)
8. รายงานโดยอีหม่ามมุสลิม รอฮิมะฮุ้ลลอฮ และคนอื่นๆด้วย จากอุมมุสะละมะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านนบี ซ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

روى مسلم- رحمه الله – وغيره عن أم سلمة- رضي الله عنها- أن النبي – صلى الله عليه وسلم – قال :" إذا رأيتم هلال ذي الحجة وأراد أحدكم أن يضحي فليمسك عن شعره وأظفاره "
เมื่อพวกเขาเห็นจันทร์เสียว ของเดือน ซุ้ลฮิจญะห์ และคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้า ต้องการเชือด สัตว์และจงอย่าตัดเล็บ ตัดผมทุกชนิด
อนึ่ง เพื่อว่าลักษณะดังกล่าวจะไปตรงกับข้อห้ามของผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ อันนี้มิได้รวมถึงผู้ที่เป็นภรรยาของผู้ที่จะเชือดสัตว์และลูกๆ เว้นแต่ว่าบุคคลดังกล่าวจะร่วมหุ้นเชือดสัตว์ด้วย หากว่าจะสระผม หรืผทร่วงขณะที่สระผม ถือว่าไม่เป็นไร
9. ให้มุสลิมทุกคนพยายามละหมาดอีด ฟังคุตบะห์ นำไปปฎิบัติในการดำเนิดชีวิต เนื่องจากวันอีดคือวันแห่งการทำความดีขอบคุณอัลลอฮ ห่างจากการกระทำอันชั่วร้าย ห้ามนำเทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่งความชั่ว เปิดประตูต้อนรับสิ่งเลวร้ายเช่น เสียเพลงดนตรี เหล้ายาปลาปิ้ง เพราะอาจจะทำให้การงานที่สะสมไว้ช่วง 10 วันแรกเดือนฮัจญ์ โมฆะได้สุดท้ายนี้ขอขอบคุณต่ออัลลอฮ และทรงช่วยนำทางแก่บ่าว ของพระองค์ด้วยเถิด

รวบรวมมาจาก

فضيلة الشيخ / عبد الله بن عبد الرحمن بن جبرين

เชคอับดุลลอฮ บิน อับดุลลอฮมาน บิน ญิบลีล

ผู้บันทึก gismad เมื่อ อาทิตย์ 30 ต.ค. 11 @ 18:05 (13266 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 5)

 ข้อตัดสินของเสียงเพลงและดนตรี ตอนที่1

ห้องสมุดอะฮลุ้ลหะดีษحكم الغناء

ข้อตัดสินของเสียงเพลงและดนตรี

أدلة تحريمه وأقوال بعض العلماء فيه

หลักฐานประกอบการห้ามพร้อมประมวลคำพูดของนักวิชาการบางท่านในเรื่องดังกล่าว
شيخ الإسلام إبن تيميه – رحمهله
الإمام إبن القيم - رحمه الله
الشيخ عبد العزيز بن باز
ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์
อิหม่าม อิบนุ ก็อยยิม ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์
เชคอับดุลอะซีซบินบาซ ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์
الحمد لله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์อัลลอฮผู้เป็นพระเจ้า และขอความสันติความจำเริญจงประสบแด่ท่านนบี มุฮัมหมัดศาสนาทูต(ขอพระองค์ทรงประทานความสันติสุขแด่ท่านด้วย) การฟังเสียงเพลง หรือดนตรี ถือว่าเป็สิ่งหะรอม(ต้องห้าม)เด็ดขาดและนับว่าเป็นความชั่วร้าย และเป็นเหตุให้เกิดโรคร้ายขึ้นในจิตใจและความดื้อดึงกระด้างกระเดื่องต่อพระองค์อัลลอฮ โดยเฉพาะนักวิชาการบางท่านได้กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มวลนักปราชญ์ทั้งมวลมีมติห้ามฟังเสียงเพลงและดนตรีทุกชนิด

أدلة التحريم
หลักฐานประกอบการฟังเพลงและเสียงดนตรี จากอัลกรุอ่านและอัลหะดีษ

หลักฐานที่หนึ่ง อัลลอฮทรงตรัสว่า

قال الله تعالى - وَمِنَ النَّاسِ مَنْ يَشْتَرِي لَهْوَ الْحَدِيثِ لِيُضِلَّ عَنْ سَبِيلِ اللَّهِ بِغَيْرِ عِلْمٍ وَيَتَّخِذَهَا هُزُوًا أُولَئِكَ لَهُمْ عَذَابٌ مهين وَإِذَا تُتْلَى عَلَيْهِ ءَايَاتُنَا وَلَّى مُسْتَكْبِرًا كَأَنْ لَمْ يَسْمَعْهَا كَأَنَّ فِي أُذُنَيْهِ وَقْرًا فَبَشِّرْهُ بِعَذَابٍ أَلِيمٍ

(( และในหมู่มนุษย์มีผู้ซื้อเอา เรื่องไร้สาระ เพื่อทำให้เขาหลงไปจากทางของพระองค์อัลลอฮ โดยปราศจากความรู้ และถือเอามันเป็นเรื่องขบขัน ชนเหล่านี้แหละที่พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ))(ซูเราะหฺ ลุกมาน 6-7)

ท่านอีหม่าม อัลวาฮิดีย์ และท่านอื่นๆกล่าวว่า นักตัฟซีร(ขยายความ)ขออัลกรุอ่าน ส่วนมากกล่าวว่า : คำว่า ละห์วัลหะดีษ ( لَهْوَ الْحَدِيثِ) (เรื่องไร้สาระ)หมายถึง เสียงเพลง และดนตรี นอกจากนี้
ท่านอับดุลลอฮ อิบนุ อับบาส และท่าน อิบนิมัอู๊ด ท่านมุญาฮิด และอิกริมะฮ์ ได้มีมติ เห็นพ้องต้องกันทุกคนว่า โองการดังกล่าวถูกประทานมา เกี่ยวกับเรื่องการห้ามฟังเสียงเพลงและดนตรี และ
ยังมีริวายะห์ (สายสืบ) เล่ามาจากอิบนุมัสอู๊ดว่า ด้วยพระนามของอัลลอฮ ผู้ที่ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใด สมควรแก่การกราบไหว้จากสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด นอกจากพระองค์เท่านั้น คำว่า( لَهْوَ الْحَدِيثِ ) ละห์วัลหะดีษ ในอายะห์ดังกล่าวหมายถึงการร้องรำทำเพลง



หลักฐานที่ 2 จากหะดีษของท่านนบี มุฮัมหมัด
ท่านนบีกล่าวว่า

الدليل الثاني من السنة
จะมีชนหลายกลุ่มเกิดขึ้นจากประชาชาติของฉัน พวกเขาจะแสวงหาวิธีที่ทำให้การละเมิดประเวณี(ซินา) การสวมผ้าไหม การดืมสุรา และการร้องรำทำเพลงเป็นที่อนุมัติ(หะล้าล)

ووجه الدلالة منه أن المعازف هي آلات اللهو كلمهالا خلاف بين أهل اللغة في دالك

สิ่งที่จะนำมายืนยัน เป็นหลักฐาน จากอัลหะดีษ ดังกล่าวคือคำว่า "มะอาซีฟ" ที่ถูกกล่าวไว้ในหะดีษดังกล่าวนั้น ซึ่งแปลว่า (เครื่อง ดีดสี ตีเป่า ทุกชนิด) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีนักภาษาศาสตร์ ท่านใดคัดค้านทางด้านความหมายเป็นอันขาด คำที่สอง ถูกกล่าวไว้ ในตัวบทหะดีษคือคำว่า "يستحلون" ยัซตะฮิลลูน(พวกเขาทั้งหลายจะแสวงหา วิธีให้เป็นที่อนุมัติ) หมายถึงเครื่องดีดสี ตีเป่า เป็นที่หะรอม(ต้องห้าม)ตามข้อบัญญัติของอัลลอฮ ภายหลังพวกเขาก็แสวงหาวิธีที่ทำให้ ฮะล้าล (อนุมัติจนได้)

มีต่อ อินชาอัลลอฮ
    _________________________
    مكتبة أهل الحديث والاثار
    ห้องสมุด อะฮลุ้ลหะดีษ วัลอาษาร

ผู้บันทึก gismad เมื่อ อังคาร 15 มี.ค. 11 @ 21:13 (5886 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 5)

 อัลอาม ( العام )

อุศูลุ้ลฟิกฮ์العام อัลอาม

คำนิยาม ของคำว่า อัลอาม ( العام ) ตามภาษาของ นักนิติศาสตร์ อิสลาม คือ ทุกๆ คำที่บ่งชี้ถึง สิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยมิได้ เจาะจง หรือจำกัด ซึ่งหมายความว่า จะไม่มีประโยคหนึ่งประโยคใด หรือความหมายอันหนึ่งอันใด

ตัวอย่างเช่น الرجال ชายกลุ่มหนึ่ง

นอกจากนี้ความหมายของความว่า อัลอาม ( العام ) ตามหลักของนักนิติศาสตร์อิสลาม ได้วางกฎ พื้นฐาน กฎหมายอิสลามไว้ว่า

الأصل في كل أمر من الأمور يفيد الوجوب
เดิมแล้วคำสั่งใช้ อันหนึ่งอันใด ในศาสนา หรือข้อสั่งใช้ใดๆ หมายถึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามนั้น

นั้นหมายถึงการ ไม่อนุญาต ให้กระทำ หรือ ปฏิบัติตาม ตัวบทท่อนหนึ่ง ท่อนใด ที่หมายถึงเป็นคำสั่งใช้ โดย ทั่วๆไป ตราบใดที่เรายังไม่ได้ รับการยืนยัน ว่าชาว สลัฟ ได้ปฏิบัติในสิ่งดังกล่าว เอาไว้ หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงจำเป็นที่เรา จะต้องยึด และ ปฏิบัติตามตัวบท ที่บ่งหรือชี้เอาไว้ โดยมิได้มีการเจาะจง เว้นแต่ กรณีที่จะมี دليل หลักฐาน อันหนึ่ง อันใดมาจำกัด หรือเจาะจงเอาไว้ ซึ่ง دليل นั้นๆ อาจมาจากตัวของท่าน รอซูลุ้ลลอฮเอง เช่น จากคำพูด หรือการ ปฏิบัติของท่าน หรือจากคนหนึ่งคนใดจากมวล ศอฮาบะห์

ยกตัวอย่างเช่น

قال الله تعالى وَالسَّارِقُ وَالسَّارِقَةُ فَاقْطَعُوا أَيْدِيَهُمَا

อัลลอฮ ทรงตรัสว่า ชายที่ขโมยและหญิงที่ขโมย จงตัดมือของเขาทั้งสอง(คน)

จากอายะห์ ข้างต้นนี้ เรียกว่า อาม เพราะ อัลลอฮ พระองค์ มิได้ทรง เจาะจงว่าเป็นผู้ใด ที่ให้ตัดมือ เช่น จงตัดมือชาย คนนี้ คือ นาย อามีน เป็นต้น

อีกหนึ่งตัวอย่าง

อย่างเช่น หออาซาน ตามที่เราทราบว่าในยุคของท่านนบานั้นถูกกล่าวว่าเอาไว้หรือไม่ หรือการจัดงานเมาลิด การอุตริดังกล่าวข้างต้นไม่มีปรากฏในหลักฐาน แต่อย่างใด ในศาสนาเมื่อเป็นเช่นนั้นเรานำเอาการกระทำ บิดอะห์ ดังกล่าวมาจากไหน!!

จึงสรุปได้ว่า เดิมแล้วตัวบททุกๆตัวบทที่บ่งบอกเอาไว้โดยมิได้เจาะจง เอาไว้ในเรื่องหนึ่งเรื่องใด อันนี้เป็ว วาญิบ ให้ปฏิบัติ ตามตัวบทนั้นทันทีว่า เว้นแต่ เราขออ้างถึงว่า ในกรณีที่ตัวบทที่ไม่ได้มีการเจาะจง มีการยืนยัน อย่างชัดเจนว่า มวลบรรดา อัสสะละฟุสศอลิห ซึ่งพวกเขา เข้าใจ และ ปราศเปรื่อง ในเรื่องศาสนา พวกเขามิได้ เข้าใจไปตามนั้น !! อันนี้ให้ถือว่า จำเป็นที่จะต้อง ปฏิบัติ ตามตัวบท ที่บ่งชี้ถึง เรื่องหนึ่งโดยทั่วไป

مكتبة أهل الحديث والاثار

ห้องสมุด อะฮลุ้ลหะดีษ วัลอาษาร


ผู้บันทึก gismad เมื่อ เสาร์ 05 มี.ค. 11 @ 21:40 (4223 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 4.5)

 ตอนที่ 31 ฮะดีษ ชาซ

อุลูมุ้ลฮะดีษคำนิยามของ หะดิษชาซ (الشاذ)

หะดิษ (الشاذ) อัชชาซคือ

"مارواه الثقة مخالفا لمارواه الثقات او الأ وثق منه"

“สิ่งที่ถูกเล่าจากผู้ที่เชื่อถือได้ แต่ก็ไปขัดกับสิ่งที่ถูกรายงานจากบุคคลที่เชื่อถือได้มากกว่านั้นเป็นจำนวนมาก หรือจากบุคคลที่ถูกยอมรับมากกว่า” การให้คำจำกัดความอันนี้ดูเหมือนว่า จะเป็นของอิหม่ามอัชชาฟิอียฺ และนักหะดิษบางกลุ่มจากฮิญาซฺ (โปรดดูหนังสือ ตัดรีบุ้ลรอวียฺ โดย อิหม่ามอัสสุยตียฺเสียชีวิตเมื่อ ฮิจเราะฮฺที่ 711 แผ่นที่ 232)

ส่วนท่านอิหม่ามฮากิม อัลนัยซาบูรียฺ เสียชีวิตฮิจเราะฮฺที่ 405 ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มะอฺริฟะอฺอุลูมุลหะดิษของท่านเอาไว้ว่า:

قال الحا كم في المعرفة "فأما الشاذ فإ نه حديث يتفردبه ثقة من الثقات وليس للمحدث أصل متا بع لدا لك الثقة"

ส่วนหะดิษอัชชาซนั้นคือ หะดิษที่มีการบอกเล่าในหะดิษนั้นซึ่งมีนักเล่าเพียงคนเดียวที่เชื่อถือได้จากผู้ที่เชื่อถือได้ทั้งหลาย โดยที่ไม่มีสายสืบอื่นมาเสริม หรือไม่มีการติดตามจากนักเล่าหะดิษท่านอื่นเลยสักคนที่เชื่อถือได้ (จากหนังสือมะอฺริฟะฮฺอุลูมุ้ลหะดิษ โดยท่านฮากิม แผ่นที่ 119)

หากผู้ที่อ่านได้สังเกตดูถึงคำจำกัดความของหะดิษ “อัชชาซ” ระหว่างอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ และท่านอื่นๆ กับของอิหม่ามฮากิม จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำจำกัดความของอิหม่ามอัชชาฟิอียฺ เอ่ยถึงเฉพาะการเล่าหะดิษของนักเล่าที่ไปขัดกับสายสืบของผู้อื่นที่เขาน่าเชื่อถือมากกว่าเพียงเท่านั้น
ส่วนคำจำกัดความของท่านฮากิม อัลนัยซาบูรี ก็กล่าวเช่นเดียวกับอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ แต่เพิ่มคำว่า “โดยไม่มีสายสืบ (อิสนาด)” อื่นมาเสริมหรือติดตามนักเล่าหะดิษเลยสักคนที่เชื่อถือได้
ตรงนั้นย่อมแสดงให้เราได้ทราบและเข้าใจในบทที่กระผมยกตัวอย่างเรื่องของการติดตามเพิ่มเติม และเสริมสายรายงานอื่นเข้ามาสนับสนุนสายสืบหะดิษดังกล่าวที่มีปัญหาด้านสายสืบและไม่เป็นที่ยอมรับ ณ.ที่นักหะดิษ


ผู้บันทึก gismad เมื่อ อังคาร 01 ก.พ. 11 @ 22:18 (5299 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 4.5)

News ©

อายะฮฺ..อัลกุรอาน..
"และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่า..จงปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาเถิด..

พวกเขาก็กล่าวว่า..มิได้เราจะปฏิบัติสิ่งที่เราได้พบบรรดาบรรพบุรุษของเราเคยปฏิบัติมาเท่านั้น

และแม้ได้ปรากฏว่าบรรพบุรุษของพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดและทั้งไม่ได้รับแนวทางอันถูกต้องก็ตามกระนั้นหรือ?"

(อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 170)


ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด

Donate

NAME ANURAK MORADOKISLAM FOUNDATION
BANK KRUNG THAI
BRANCHPRAWETH
A/C No.188 - 6 - 00316 - 5

>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<


อนุรักษ์ฯโพลล์
คุณอยากให้เวบไซต์ มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม ปรับปรุงอะไร?

บริการดาวน์โหลด
เนื้อหาและบทความ
ข่าวสาร
พัฒนาผลงานใหม่ๆ
ทั้งหมดที่กล่าวมา
อื่นๆ(กรุณาแสดงความเห็น)



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน 599

เมนูสมาชิก
หมายเลข IP ของคุณ 216.73.216.254


สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ชื่อเรียก:
รหัสผ่าน:
 

สถิติสมาชิก
สมาชิกคนล่าสุด : vcomthai
สมาชิกทั้งหมด : 2,936

ผู้ที่กำลังใช้งาน : 43
บุคคลทั่วไป : 43
สมาชิก : 0

  
ทีมงาน :
  

ฝากข้อความ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถฝากข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

คุณมีแล้วหรือยัง?
ศูนย์หนังสือ นัฟฟาซี่

..รวบรวมคำบรรยายของ..

อ.ฟารีด เฟ็นดี้




พลิกฟื้นคืนแผ่นดิน

ที่สุดของชีวิต

มุนาฟิก

ตัลกีน

อิสลามตามคำสอน(เล่ม1)

อิสลามตามคำสอน(เล่ม2)



สนใจสั่งซื้อ
และเป็นตัวแทนจำหน่าย


..ติดต่อ..
คุณ ยูนุส พุฒเพ็ง

09 - 6700615
01 - 8258438

หนังสือดี มีค่า น่าอ่าน

รวมสกุ๊ปพิเศษ

[เรื่องทั้งหมด]

ครัวอนุรักษ์
 ข้าวผัดสุลต่าน
 โรตีละเลง
 ยำยอดตำลึง
 ข้าวผัดสับปะรด
 แกงเหลืองมะม่วง
 ยำใบช้าพลู
 ส้มตำปู
 น้ำตำลึง
 กุ้งเท็มปุระ
 น้ำจิ้มไก่ย่างสูตร 1

[ เรื่องทั้งหมด ]

นานาสาระ
 สาเหตุสมองเสื่อม
 ผมผิดเหรอ
 ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส
 คนแรกของโลก 25
 ที่สุดของโลก 25
 คนแรกของโลก 24
 ที่สุดของโลก 24
 คนแรกของโลก 23
 ที่สุดของโลก 23
 ทำไมหนอ?

[ เรื่องทั้งหมด ]

อนุรักษ์ทัวร์ทั่วไทย
 เพชรบุรี แดนใจ
 จังหวัดพัทลุง
 จังหวัดมหาสารคาม
 จังหวัดชลบุรี
 จันทบุรี
 จังหวัดนครนายก
 จังหวัดปัตตานี
 จังหวัดกระบี่
 จังหวัดยะลา
 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

[ เรื่องทั้งหมด ]

บทความพิเศษ
เมื่อมุสลิมแตกแยก1
ทาส ตอนที่ 1
ทาส ตอนที่ 2
เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์
ตอนที่... 1/ 2/
ทำไมมุสลิมจึงลอยกระทงไม่ได้
มุสลิมกับวันคริสมาส
มุสลิมกับวันปีใหม่
มุสลิมกับวันวาเลนไทม์
ประท้วงเป็นบิดอะห์จริงหรือ
ตอนที่.. 1/ 2/ 3/ 4/ 5/
แบบทดสอบ ความเข้าใจเกี่ยวกับประท้วง
คู่มือเลือกตั้งฉบับผู้ศรัทธา
เมื่อความอวิชชาเป็นวิชา
ในที่สุดเขาก็หลงทาง
ตอนที่... 1/ 2/ 3/ 4/
เมื่อโลกหยุดหมุน
ใครแม่นกว่าใคร


แก๊สรถยนต์
ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง


เติมเต็มถังยังเหลือสตางค์เก็บ
ดำรงค์ (ช่างแอน) มะติมุ
รับติดตั้งแก๊สรถยนต์
ซ่อมเครื่องยนต์
และช่วงล่างรถยนต์ทุกชนิด
โทร 02- 8132871 (กด1)
หรือ 01- 4499028


Link
รวมงานเขียน-คำบรรยาย
และผลงานด้านอื่นๆ
ของ อาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้

อาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้


เวบไซต์เพื่อนบ้าน:

มุสลิมไทย
ชมรมนักเรียนกฎหมายมุสลิม
สภายุวมุสลิมโลก (wamy)
ข่าวประชาชาติอิสลามออนไลน์
ซุนนะห์ไซเบอร์
มูลนิธิศรัทธาชน
มุสลิมไทยเฮลท์
สมาคมนักเรียนไทยโมร็อกโก
ศาสนวิทยา
ริฏอ สะมะดี
มุรีด ทิมะเสน
อัซซุนนะห์
ชมรมมุสลิม ม.เทคโนโลยีมหานคร
ชาวต้นไม้
บ้านมุสลิมะห์
มัจลิสอิลมีย์ ปัตตานี
วิทยาลัยอิสลามยะลา
เรารักนบี
โรงเรียนตัรบียะห์ อิสลามียะห์
ชมรมวะรอซะตุซซุนนะฮฺ
มุสลิมสยาม
อิสลามไซเบอร์

แหล่งข่าวอาหรับ:

อัลญะซีเราะห์
อิสลามเมโม
อัซซอบิรูน
อัลมุฮีต
อัลมุคตะซิร
กะลิมะตุ้ลฮักก์
อัรชีฟอัคบาร
อิสลามอนนไลน์

แหล่งข่าวอังกฤษ:

อัลญะซีเราะห์
อิสลามออนไลน์
ญิฮาดอันสปัน
อิสลามเว็บ
ปาเลสไตน์อินโฟ
อิสลามิคนิวส์
อัซซาม
อุมมะห์นิวส์
อาหรับนิวส์
เค-นิวส์
อิสลามออนไลน์นิวส์


ขายทีดิน
ที่ดินเปล่าถมแล้ว 92 ไร่
ติดถนนเหมาะแก่การทำจัดสรร หรือโรงงาน
ฝังท่อประปา และท่อน้ำทิ้ง
ตัดถนนในที่ดินกว้าง 8 เมตร
อยู่ที่ อ.บางน้ำเปรียว จ.ฉะเชิงเทรา

ราคาเพียง 25 ล้านบาทเท่านั้น
สอบถามรายละเอียด
ติดต่อเจ้าของที่ดินโดยตรง
07 - 0037171
06 - 0909979








ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.57 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004
เธ‚เธญเน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เธŸเธฃเธตเธซเธ™เนˆเธญเธขเธ„เธฃเธฑเธšเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธ›เธธเนŠเธšเธฃเธฑเธšเธ›เธฑเนŠเธšเน„เธกเนˆเธ•เน‰เธญเธ‡เธเธฒเธ เธชเธฅเน‡เธญเธ•เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ เน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เน‚เธšเธ™เธฑเธชเน„เธ”เน‰เน€เธ‡เธดเธ™เธˆเธฃเธดเธ‡ slot938 เธชเธฅเน‡เธญเธ• เธชเธฅเน‡เธญเธ•เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ thaicasinobin เนเธˆเธเน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เธŸเธฃเธต เธชเธฅเน‡เธญเธ• เธšเธฒเธ„เธฒเธฃเนˆเธฒ เธ„เธฒเธชเธดเน‚เธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ JQK41 เธชเธฅเน‡เธญเธ• เน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เธŸเธฃเธต เน„เธ—เธขเธ„เธฒเธชเธดเน‚เธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ thaibet55 kubet เน„เธ—เธขเธ„เธฒเธชเธดเน‚เธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ เนเธ—เธ‡เธšเธญเธฅ เธ‹เธญเธ„เน€เธเธญเธฃเนŒเธฅเธตเธ เธ„เธฐเนเธ™เธ™เธŸเธธเธ•เธšเธญเธฅ เน€เธงเน‡เธšเธžเธ™เธฑเธ™เธญเธฑเธ™เธ”เธฑเธš1 HUC99 เน€เธงเน‡เธšเธ•เธฃเธ‡ เน„เธกเนˆเธœเนˆเธฒเธ™เน€เธญเน€เธขเนˆเธ™เธ•เนŒ