ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - ซุนนะสติ้วเด้นกำลังผูดคอพูดรัดตัวเองโดยไม่รู้ตัว
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
ซุนนะสติ้วเด้นกำลังผูดคอพูดรัดตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
salafyah
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2008
ตอบ: 23


ตอบตอบ: Sun Nov 09, 2008 3:27 pm    ชื่อกระทู้: ซุนนะสติ้วเด้นกำลังผูดคอพูดรัดตัวเองโดยไม่รู้ตัว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=3709.msg29072;topicseen#new
Exclamation
ลองเข้าไปดูเลย หากการที่เค้าตีพิมพ์มานั้น เหมือนว่าตัวเองเลย Rolling Eyes
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Nov 09, 2008 10:25 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

โต๊ะครูอาชาอีเราะในเว็บดังกล่าวโจมตีว่า
เท่าที่ศึกษาอะกีดะห์วะฮาบีย์มาพักใหญ่ๆ ปรากฏว่าหลักอะกีดะฮ์ของพวกเขานั้นรวมไว้ซึ่งหลักอะกีดะฮ์ของพวกบิดอะฮ์กลุ่มต่างๆ ในอิสลาม เช่น วะฮาบีให้ความหมายว่า อัลเลาะฮ์ทรงสถิตบนบัลลังก์มันไปเหมือนกับพวกอัลกัรรอมียะห์ วะฮาบียังให้ความหมายว่าอัลเลาะฮ์ทรงนั่งบนบัลลังก์มันไปเหมือนกับพวกมุญัสสิมะฮ์และยาฮูดี
..........................

จากคำพูดข้างต้นแสดงให้เห็นว่า โตะครูคนนี้ ไม่ได้ไปศึกษาศาสนาเพื่อให้เข้าถึงอะกีดะฮที่เป็นแก่นของศาสนา ที่มาจาก อัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ แค่ลงทะเบียนเรียนวิชาวิภาษวิทยา(กะลาม)ที่ถ่ายทอดมาจากพวกมุอฺตะซิละฮ เท่านั้น ตัวอย่างให้เห็นชัดๆว่าใครมีอะกีดะฮบิดอะฮกันแน่

ขอยกพระดำรัสของอัลลอฮ ตะอาลาที่ว่า

"إِنَّ رَبَّكُمُ اللّهُ الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأَرْضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ يُدَبِّرُ الأَمْرَ مَا مِن شَفِيعٍ إِلاَّ مِن بَعْدِ إِذْنِهِ ذَلِكُمُ اللّهُ رَبُّكُمْ فَاعْبُدُوهُ أَفَلاَ تَذَكَّرُونَ
แท้จริงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าคืออัลลอฮ.ผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผนดินในเวลาหกวันแล้วพระองค์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ ทรงบริหารกิจการไม่มีผู้ใดให้ความช่วยเหลือใดๆเว้นแต่ต้องได้รับอนุมัติจากพระองค์นั้นคืออัลลอฮ.พระผู้อภิบาลของพวกเจ้า พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อพระองค์เถิด พวกเจ้าไม่ได้ใคร่ครวญดอกหรือ - ยูนูส/3
......................
คำว่า "ทรงประทับหรือ ทรงสถิตย์ บนบัลลังค์"(اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ) เป็นคำตรัสของอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เอง พระองค์ตรัสเอง พี่น้องที่ถูกเรียกว่า "วะฮบีย์" ไม่ได้กล่าวใส่เข้าไป และไม่ได้เปลี่ยนความหมายไปเป็นอย่างอื่น เพราะ ท่านนบี Solallah ซึ่งเป็นศาสนทูตของอัลลอฮ ก็ไม่ได้ให้ความหมายไปเป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้น ความหมายตามที่ปรากฏคือ "ทรงประทับหรือ ทรงสถิตย์ บนบัลลังค์" ส่วนจะประทับหรือสถิตย์ แบบใหน อย่างไร มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการไปถึงได้ เนื่องจาก ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ เพราะเหตุนี้ อิหม่ามมาลิก(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)จึงกล่าวว่า
الاستواء معلوم، والكيف مجهول، والإيمان به واجب، والسؤال عنه بدعة
" การอิสติวาอฺนั้น เป็นที่รู้กัน ,รูปแบบวิธีการนั้น ไม่เป็นที่รู้กัน ,การศรัทธา ด้วยมันนั้น เป็นวาญิบ และการถามเกี่ยวกับมันนั้น เป็นบิดอะฮ - เฏาะรีกุลวุศูล อิลาอิลมิลมะอฺมูล หน้า 8
แต่.. คนที่อ้างตนว่า เป็นมือฉมัง"ในยุทธจักร ผู้รู้ศาสนา กลับไม่เห็นด้วยกับความหมายเดิม จึงเปลี่ยนความหมายว่า "หมายถึง อำนาจการปกครอง" ตามแนวคิดของพวกมุอฺตะซิละฮ
ดังที่ อบูมันศูร อัลบัฆดาดีย์ กล่าวว่า
زعمتِ المعتزلةُ أن استوى بمعنى استولى مستدلين بقول الشاعر: (قد استوى بشر على العراق) وهذا تأويل باطل
พวกมุอฺตะซิละฮ เข้าใจว่า คำว่า "อิสตะวา" มีความหมายว่า "อำนาจปกครอง" โดยพวกเขาอ้างหลักฐานคำกล่าวของนักกวีที่ว่า "มุนุษย์ได้ครอบครองอิรัก" นี่คือ การตีความที่ไม่ถูกต้อง" * อุศูลุดดีน หน้า 112

...........
เพราะฉะนั้น ใครคือ ผู้มีอะกีดะฮบิดอะฮ และมีอะกีดะฮนอกคำสอน พี่น้องผู้อ่านใช้พิจารณาญานดูนะครับ คำพูด ที่กล่าวหาผู้อื่น อาจจะไปรัดคอผู้พูดก็ได้ในวันกิยามะฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Mon Nov 10, 2008 12:22 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Nov 09, 2008 11:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนุอับดุรบัรริ(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
وقولهم استوى: أي استولى لا معنى له لأنه غير ظاهر في اللغة، ومعنى الاستيلاء في اللغة: المغالبة والله لا يغالبه ولا يعلوه أحد
พวกเขา(พวกมุอฺตะซิละฮ)กล่าวว่า คำว่า "อิสตะวา" หมายถึง อิสเตาลา( ครอบครอง หรือ เข้ายึดครอง) ซึ่งไม่ใช่ความหมายของมัน เพราะไม่ปรากฏในหลักภาษา และ ความหมายคำว่า "อิสติลาอฺ"ในทางภาษา หมายถึง การมีชัย ทั้งๆที่อัลลอฮ ไม่มีคนใดต่อสู้กับพระองค์ และไม่มีคนใดชัยชนะพระองค์ได้ - อัตตัมฮีด เล่ม 7 หน้า 131
.............
ไม่ทราบว่า ใครมีอะกีดะฮบิดอะฮ ระหว่าง มือพระกาฬแห่งใคโร หรือ พี่น้องที่ถูกเรียกว่าวะฮบีย์
พิจารณากันนะครับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sat Aug 08, 2015 8:38 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Nov 09, 2008 11:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นายคนอยากรู้ ไม่ต้องกอ็ปอะกีดะฮอาชาอีเราะฮลงในเว็บนี้ ขอให้ไปจมอยู่ในเว็บสะติวโด้งสะติวเด้ง นะครับ เอาให้เต็มที่เลย เพราะเอาไว้ที่นี่ก็โดนลบ ครับผม
_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 12:15 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ يُدَبِّرُ الْأَمْرَ
หลังจากนั้นพระองค์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ ทรงบริหารกิจการ
อิบนุญะรีร อธิบายว่า
ثُمَّ اِسْتَوَى عَلَى عَرْشه مُدَبِّرًا لِلْأُمُورِ , وَقَاضِيًا فِي خَلْقه مَا أَحَبَّ , لَا يُضَادّهُ فِي قَضَائِهِ أَحَد وَلَا يَتَعَقَّب تَدْبِيره مُتَعَقِّب وَلَا يَدْخُل أُمُوره خَلَل
หลังจากนั้นพระองค์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์ โดยการบริหารบรรดากิจการ และตัดสิน ในมัคลูคของพระองค์ สิ่งซึ่งทรงพอพระทัยและไม่มีคนใดขัดขวางพระองค์ ในการตัดสินของพระองค์ ,ไม่มีผู้ติดตามตรวจสอบ คอยตรวจสอบการบริหารของพระองค์ และ ความบกพร่องไม่เข้าอยู่ในบรรดากิจการของพระองค์ - ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายอายะฮที่ 3 ซูเราะฮยูนุส
.................
ข้างต้นเป็นคำอธิบายของอิบนุญะรีร ที่ยังคงความหมายเดิม คือ พระองค์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์ ไม่ได้ตีความ ว่า" ทรงยึดครอง" ตามความเชื่อและการตีความของโต๊ะครูมือพระกาฬและลูคศิษย์ฉายา มุคลิศ มือ ฉมัง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Mon Jan 19, 2009 7:53 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 12:49 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า
ثُمَّ ٱسْتَوَىٰ عَلَى ٱلْعَرْشِ
หลังจากนั้นพระองค์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ - อัลอะรอฟ/54

อิหม่ามอัชเชากานีย ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน อธิบายว่า
قد اختلف العلماء في معنى هذا على أربعة عشر قولاً، وأحقها وأولاها بالصواب مذهب السلف الصالح أنه: استوى سبحانه عليه بلا كيف، بل على الوجه الذي يليق به مع تنزهه عما لا يجوز عليه، والاستواء في لغة العرب هو العلوّ والاستقرار
แท้จริง บรรดานักวิชาการ มีความเห็นขัดแย้งกันในความหมายนี้ ถึง สิบสี่ทัศนะด้วยกัน และทัศนะที่สมควรและดีกว่า ในด้านความถูกต้อง คือ มัซฮับบรรพชนยุคก่อนผู้ทรงธรรม ว่า แท้จริง อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงประทับบนมัน โดยไม่มีรูปแบบวิธีการว่าเป็นอย่างไร แต่ทว่า ตามรูปแบบที่เหมาะสมกับพระองค์ พร้อมกับพระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับพระองค์ และคำว่า "อิสติวาอฺ" ในภาษาอาหรับนั้น หมายถึง ขึ้น และ การสถิตย์ - ดู ตัฟสีร ฟัตหุลเกาะดีร อรรถาธิบาย อายะฮที่ 54 ซูเราะฮอัลอะอฺรอฟ
..............
พิจารณานะครับ ว่า ระหว่าง อิหม่ามอัชเชากานีย์ กับ โต๊ะครูมือพระกาฬและลูกศิษย์มือฉมังในเว็บข้างต้น ว่าใครมีอะกีดะฮที่บิดอะฮกันแน่

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Mon Nov 10, 2008 1:15 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 12:58 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

{ ثُمَّ ٱسْتَوَىٰ عَلَى ٱلْعَرْشِ } ،
หลังจากนั้นพระองค์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ - อัลอะรอฟ/54

อิหม่ามอัลบัฆวีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
قال الكلبي ومقاتل: استقر. وقال أبو عبيدة: صعد. وأولت المعتزلة الاستواء بالاستيلاء, وأما أهل السنة فيقولون: الاستواء على العرش صفة لله تعالى, بلا كيف, يجب على الرجل الإيمان به, ويكل العلم فيه إلى الله عز وجل. وسأل رجل مالك بن أنس عن قوله: الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى [طه-5], كيف استوى؟ فأطرق رأسه مليًّا, وعلاه <3> الرحضاء, ثم قال: الاستواء غير مجهول, والكيف غير معقول, والإيمان به واجب, والسؤال عنه بدعة, وما أظنك إلا ضالا ثم أمر به فأخرج.
อัลกะละบีย์และมะกอฏิลกล่าวว่า หมายถึง ทรงสถิตอยู่ และอบูอบีดะฮ กล่าวว่า หมายถึง “ขึ้นบน” และพวกมุอตะซิละอได้ตีความคำว่า อัลอิสติวาอ(สถิต) ว่าหมายถึงอำนาจการปกครอง สำหรับอะฮลุสสุนนะอแล้วพวกเขากล่าวว่า “การสถิตบนอะรัช เป็นคุณลักษณะของอัลลอฮ(ซ.บ) โดยไม่สามารถจะอธิบายรูปแบบได้ว่าเป็นอย่างไร จำเป็นแก่บุคคลจะต้องศรัทธามันและมอบหมายความรู้เกี่ยวกับมันแก่อัลลออ ผู้ทรงเกรียงไกรผู้ทรงสูงส่ง และมีชายคนหนึ่งถามท่านมาลิก บุตร อะนัส เกี่ยวกับคำว่า : الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى [طه-5] ว่า การสถิต(ประทับ)นั้นเป็นอย่างไร ? แล้วท่านได้เงยศีรษะขึ้นด้วยความโกรธ แล้วกล่าวว่า “ การสถิต(หรือประทับ)นั้น เป็นที่รู้กัน และรูปแบบเป็นอย่างไรนั้น ไม่สามารถล่วงรู้ได้ (คือ ปัญญาไม่สามารถเข้าถึงได้) การศรัทธาในเรื่องนั้น เป็นวาญิบ และการถามเกี่ยวกับมันนั้น เป็นบิดอะอ ข้าพเจ้าไม่สงสัยในตัวท่านเลย นอกจาก ท่านเป็นคนงมงาย หลังจากนั้นท่านมาลิกได้สั่งให้เขาออกไป
وروي عن سفيان الثوري والأوزاعي والليث بن سعد وسفيان بن عيينة وعبد الله بن المبارك وغيرهم من علماء السنة في هذه الآيات التي جاءت في الصفات المتشابهة: أمِرّوها كما جاءت بلا كيف.
และมีรายงานจากซุฟยาน อัศเศารีย์ อัลเอาซาอีย์ อัลลัยษุ ซุฟยาน บิน อุยัยนะฮ และอับดุลลอฮ บิน อัลมุบารอ็ก และอื่นจากพวกเขา จากอุลามาอสุนนะฮ เกี่ยวกับบรรดาโองการที่ระบุเกี่ยวกับบรรดสิฟาตอัลมุตะชาบะฮะอ พวกเขาปล่อยมันไว้ ดังที่มันปรากฏอยู่ โดยไม่อธิบายรูปแบบว่าเป็นอย่างไร
ดูตัฟสีรอัลบัฆวีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮอัลอะอรอฟ/54
.........................
พิจารณานะครับ ว่า ระหว่าง อิหม่ามอัลบัฆวีย์ กับ โต๊ะครูอะชาอีเราะฮมือพระกาฬและลูกศิษย์มือฉมังในเว็บข้างต้น ว่าใครมีอะกีดะฮที่บิดอะฮกันแน่

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 1:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ลูกศิษย์ฉายา มือฉมัง มีนามว่ามุคลิศ ของโต๊ะครูมือพระกาฬ แห่งเว็บสะติวโด้ง กล่าวว่า
วะฮาบีย์เชื่อว่าคำพูดของอัลเลาะห์เป็นอักษรและมีเสียงแบบฮะกีกัตซึ่งมันเป็นความเชื่อเหมือนกับอะกีดะฮ์มั๊วะตะซิละฮ์ .............................
อะชาอีเราะ เขามาแปลก คำพูดของอัลลอฮ ไม่เป็น อักษร ไม่เป็นเสียง แล้วยังเชื่อว่า ที่อัลลอฮพูดกับมูซานั้น โดยอาศัยคนกลางถ่ายทอดภาษาอีกที่ นี่คือ อะกีดะฮ พวกเขา ที่นี้มาดูของจริง

อิหม่ามอัลกุรฏุบีย์ กล่าวว่า

وَكَلَّمَ اللَّه مُوسَى تَكْلِيمًا " " تَكْلِيمًا " مَصْدَر مَعْنَاهُ التَّأْكِيد ; يَدُلّ عَلَى بُطْلَان مَنْ يَقُول : خَلَقَ لِنَفْسِهِ كَلَامًا فِي شَجَرَة فَسَمِعَهُ مُوسَى , بَلْ هُوَ الْكَلَام الْحَقِيقِيّ الَّذِي يَكُون بِهِ الْمُتَكَلِّم مُتَكَلِّمًا
[4.164] และอัลลอฮ์ได้ตรัสแก่มูซาจริงๆ - คำว่า “ตักลีมัน” เป็นอาการนาม(มัศดัร) ความหมายของมันคือ การยืนยัน แสดงให้เห็นถึงความไม่ถูกต้อง ของผู้ที่กล่าวว่า “อัลลอฮได้สร้าง สิฟัตกะลาม ให้แก่ตัวของพระองค์เอง ให้อยู่ในต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วมูซา(อะลัยฮิสสลาม)ได้ยินมัน “ แต่ตรงกันข้าม มัน(คำพูดของอัลลอฮกับมูซา)คือ การพูด ที่เป็นของจริง ซึ่งผู้ที่พูดได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่พูดด้วยมัน – ตัฟสีรอัลกุรฏุบีย์ อรรถาธิบายซูเราะฮอันนิสาอฺ อายะฮที่ 164
ท่านนบี Solallah กล่าวว่า
: فمن قرأ حرفا من كتاب الله -عز وجل- فله عشر حسنات قال الترمذي: هذا حديث صحيـح
ผู้ใด อ่านหนึ่งอักษรจาก คัมภีร์ของอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงเลิศยิ่ง เขาได้รับ สิบความดี"
อิหม่ามอัตติรมิซีย์กล่าวว่า "เป็นหะดิษเศาะเฮียะ
.......
เป็นเรื่องแปลกและน่าขัน ที่อาชาอีเราะฮ บอกว่า กะลามุลลอฮ ไม่เป็นอักษร ช่วยไปถามที่ว่า "อัลกุรอ่าน เป็นกะลาลลอฮ หรือไม่?
.........
ว่างๆจะเอาเรื่องขำๆมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับความเชื่อของอะชาอีเราะในสิฟัตกะลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 12:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อาชาอีเราะยุคหลัง บอกว่า คำพูดของอัลลอฮ ไม่เป็น อักษร ไม่เป็นเสียง ไม่ใช่ได้ยินด้วยหู
สารพัดอธิบายล้ำหน้ารซูลุ้ลลอฮ Solallah ทั้งๆที่ไม่ปรากฏว่า ท่านนบี Solallah ได้อธิบายแบบที่อะชาอีเราะฮเชื่อ
มาดูอายะฮต่อไปนี้
وَلَمَّا جَاءَ مُوسَى لِمِيقَاتِنَا وَكَلَّمَهُ رَبُّهُ قَالَ رَبِّ أَرِنِي أَنْظُرْ إِلَيْكَ قَالَ لَنْ تَرَانِي وَلَكِنِ انْظُرْ إِلَى الْجَبَلِ فَإِنِ اسْتَقَرَّ مَكَانَهُ فَسَوْفَ تَرَانِي فَلَمَّا تَجَلَّى رَبُّهُ لِلْجَبَلِ جَعَلَهُ دَكًّا وَخَرَّ مُوسَى صَعِقًا فَلَمَّا أَفَاقَ قَالَ سُبْحَانَكَ تُبْتُ إِلَيْكَ وَأَنَا أَوَّلُ الْمُؤْمِنِينَ
143. “และเมื่อมูซาได้มาตามกำหนดเวลาของเรา และพระเจ้าของเขาได้ตรัสแก่เขา เขาได้กล่าวขึ้นว่า โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์เห็นด้วยเถิด โดยที่ข้าพระองค์จะได้มองดูพระองค์ พระองค์ตรัสว่า เจ้าจะเห็นข้าไม่ได้เป็นอันขาด แต่ทว่าเจ้าจงมองดูภูเขา นั้นเถิด ถ้าหากมันมั่นอยู่ ณ ที่ของมัน เจ้าก็จะเห็นข้า ครั้นเมื่อพระเจ้าของเขาได้ประจักษ์ที่ภูเขานั้น ก็ทำให้มันทลายตัวลงอย่างราบเรียบ และมูซาก็ล้มลงในสภาพหมดสติ ครั้นเมื่อเขาฟื้นขึ้น เขาก็กล่าวว่ามหาบริสุทธิ์พระองค์ท่าน ข้าพระองค์ขอลุแก่โทษต่อพระองค์ และข้าพระองค์นั้นคือคนแรกในหมู่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย” - อัลอะรอฟ/143
อิบนุญะรีรอธิบายว่า
وَلَمَّا جَاءَ مُوسَى لِلْوَقْتِ الَّذِي وَعَدْنَا أَنْ يَلْقَانَا فِيهِ , وَكَلَّمَهُ رَبّه وَنَاجَاهُ , قَالَ مُوسَى لِرَبِّهِ : { أَرِنِي أَنْظُر إِلَيْك } قَالَ اللَّه لَهُ مُجِيبًا : { لَنْ تَرَانِي وَلَكِنْ اُنْظُرْ إِلَى الْجَبَل
เมื่อมูซา ได้มาตามเวลาที่เราได้สัญญา ว่าเขาจะได้พบเรา ในเวลานั้น และและพระเจ้าของเขาได้ตรัสแก่เขา และ เขาได้สนทนากับพระองค์อย่างลับๆ มูซาได้กล่าวแก่พระเจ้าของเขาว่า (โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์เห็นด้วยเถิด โดยที่ข้าพระองค์จะได้มองดูพระองค์ ) อัลลอฮ ได้ตรัสตอบแก่เขาว่า "เจ้าจะเห็นข้าไม่ได้เป็นอันขาด แต่ทว่าเจ้าจงมองดูภูเขาลูกนั้น..)
- ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย อายะฮที่ 143 ซูเราะฮ อัลอะอฺรอฟ
...............
จากคำอธิบายข้างต้น แสดงให้เห็นว่า นบีมูซาได้พูดกับอัลลอฮโดยตรง โดยไม่มีคนกลางถ่ายทอด ตามความเชื่อของอะชาอีเราะ และ มูซาได้ยินคำพูดของอัลลอฮ แต่อาชาอีเราะฮ เชื่อว่า คำพูดอัลลอฮ ไม่มีเสียง ไม่ใช่ได้ยินกับหู อนิจจาอะชาอีเราะ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 7:19 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation
ก่อนอื่นใคร่ขอเรียนให้พี่น้องทราบว่า เราไม่พึงประสงค์ที่จะโต้เถียงกับกลุ่มอาชาอีเราะฮในประเด็นการนำเอาสิฟัตหรือคุณลักษณะของอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอา มาวิจารณ์โดยการเอาความเห็นและเหตุผล มาหักล้างและตีความ สิ่งที่อัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮได้กล่าวเอาไว้ ซึ่ง เราไม่มีสิทธิ์จะทำอย่างนั้น เพราะเรื่อง อะกีดะฮเป็นเรื่องของวะหยูที่มาจากเจ้าของศาสนาและผู้ทำหน้าที่ศาสนทูตของพระเอง แต่ที่ผมจำใจต้องออกมาชี้แจง ก็เพราะพี่น้องของเราส่วนหนึ่งที่เชื่อตามตัวบทที่อัลลอฮและรอซูลกล่าวไว้ถูกผู้รู้ในเว็บซุนนะฮสะติวเด้น ซึ่งเป็นของนักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ที่ไคโร กล่าวหาและโจมตีว่า "มีอะกีดะฮที่หลงผิด มีอะกีดะฮเหมือนพวกยิว และผมจำเป็นต้องลบ ความเห็นเดิมๆที่เขาเก็บค้างสตอ๊ค เอาไว้ แล้วมาโพสต์โต้ในเว็บนี้ เพราะอุดมการณ์และเป้าหมายของเว็บมรดกอิสลาม เผยแผ่อิสลามตามกิตาบุลลอฮและสุนนะฮเท่านั้น
..........
วัสสลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 8:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อบุลฟัตหฺ ตาญุดดีน อับดุลกะรีม บิน อบีบักร์ อัชชะฮริสตานีย์ กล่าวว่า

فأما أحمد بن حنبل وداود بن علي الأصفهاني وجماعة من أئمة السلف, فجروا على منهاج السلف المتقدمين عليهم من أصحاب الحديث, مثل : مالك بن أنس ومقاتل بن سليمان, وسلكوا طريق السلامة فقالوا : نؤمن بما ورد به الكتاب والسنة, ولا نتعرض للتأويل, بعد أن نعلم قطعا أن الله عز وجل لا يشبه شيئا من المخلوقات
สำหรับ อะหมัด บิน หัมบัลและ ดาวูด บิน อาลี อัลอัศฟะฮานีย์ และ คณะหนึ่ง จากบรรดาอิหม่ามยุคสะลัฟ นั้น พวกเขา ดำเนินตามแนวทางของบรรดาบรรพชนยุคก่อน จากบรรดานักหะดิษ เช่น มาลิก บิน อะนัส และ มะกอติล บินสุลัยมาน และพวกเขาดำเนินตามแนวทางที่ปลอดภัย โดยพวกเขากล่าวว่า " เราศรัทธา สิ่งที่อัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ได้นำมันมาและเราจะไม่ แสดงความเห็น เพื่อการตีความ หลังจากที่เราได้รู้อย่างเด็ดขาดแล้วว่า แท้จริงอัลลอฮผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ไม่มีสิ่งใดๆจากบรรดามัคลูคคล้ายคลึงพระองค์" - ดู อัลมิลัลวัลนิหัล เล่ม 1 หน้า 104
.........
ข้างต้นคือ ทัศนะของผู้ที่ยึดเอาอะกีดะฮที่มาจากแก่นของศาสนา ซึ่งมาจากวะหยู

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 8:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลอะชาอีเราะฮจากเว็บไซด์ข้างต้นกล่าวว่า
วะฮาบีย์เชื่อว่าคำพูดของอัลเลาะห์เป็นอักษรและมีเสียงแบบฮะกีกัตซึ่งมันเป็นความเชื่อเหมือนกับอะกีดะฮ์มั๊วะตะซิละฮ์ ............................
.
...........

พี่น้องลองมาดูนะครับว่า ใครมีอะกีดะฮมุอฺตะซิละฮกันแน่

อับดุลลอฮ บุตร ของอิหม่ามอะหมัด กล่าวว่า
سألت أبي رحمه الله عن قوم يقولون : لما كلم الله عَزَّ وجَلَّ موسى ؛ لم يتكلم بصوت ، فقال أبي : بلى ؛ إن ربك عَزَّ وجَلَّ تكلم بصوت ، هذه الأحاديث نرويها كما جاءت
ข้าพเจ้าได้ถามบิดาของข้าพเจ้า(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) เกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขากล่าวว่า
"เมื่ออัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ตรัสกับมูซา พระองค์ไม่ได้ตรัส ด้วยเสียง แล้วบิดาของข้าพเจ้า กล่าวว่า " หามิได้.. ความจริง พระผู้อภิบาลของท่าน ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ตรัสด้วยเสียง ,บรรดาหะดิษเหล่านี้ เราได้รายงานมัน ตามที่มันได้ปรากฏมา - ดูอัลมะสาอีลวัรริสาละฮอัลมัรวียะฮ จากอิหม่ามอะหมัด เล่ม 1 หน้า 302
........
และส่วนหนึ่งจากหะดิษดังกล่าวเช่น หะดิษที่นบี Solallah กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพว่า
يقول الله يا آدم فيقول لبيك وسعديك فينادي بصوت إن الله يأمرك أن تخرج من ذريتك بعثا إلى النار
อัลลอฮได้ตรัส(ในวันกิยามะฮว่า )"โอ้อาดัม " เขา(อาดัม)กล่าวว่า"ขอรับพระองค์ท่านและยินดีปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ท่าน แล้ว ดังนั้น จึงถูกประกาศด้วยเสียงหนึ่ง ว่า แท้จริงอัลลอฮทรงบัญญชาให้เจ้า นำชาวนรกจากลูกหลานของเจ้าออกมา- รายงานโดย บุคอรี หะดิษหมายเลข 7045

.................
คำว่า "ด้วยเสียง" อาชาอีเราะฮบอกว่า ไม่ใช่เสียงอัลอฮ แต่เป็นเสียงมลาอิกะฮ ... มาชาอัลลอฮ... น่าอนาจจริงๆ
ขอกล่าวว่า คำว่า بصوت ก็เพื่ออธิบายว่า เป็นเสียงของอัลลอฮ เพราะการยอมรับว่า คำพูดของอัลลอฮ มีเสียงนั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ค้านกับความจริงแต่ประการใด เพราะคำว่า “ได้ยิน”นั้น มันย่อมคู่กับคำว่า “เสียง”
อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ตรัสแก่ท่านนบีมูสา อะลัยฮิสสลามว่า
فاستمع لما يوحى . إنني أنا الله لا اله إلا أنا فاعبدني وأقم الصلاة لذكري " .
ดังนั้น จงฟังสิ่งที่ถูกวะหยู”แท้จริงข้าคืออัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากข้า ดังนั้นเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้าและจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด เพื่อรำลึกถึงข้า – ฏอฮา/13-14
وقوله: ( فَاسْتَمِعْ لِمَا يُوحَى ) أي: اسمع الآن ما أقول لك وأوحيه إليك
และคำตรัสของพระอง์ที่ว่า “ดังนั้น จงฟังสิ่งที่ถูกวะหยูแก่เจ้า” กล่าวคือ ขณะนี้ จงฟังสิ่งที่ข้ากล่าวแก่เจ้าและข้าจะวะหยูแก่เจ้า – ตัฟสีรอิบนิกะษีร
( فَاسْتَمِعْ لِمَا يُوحَى ) يقول: فاستمع لوحينا الذي نوحيه إليك وعه، واعمل به.
(ดังนั้นจงฟังสิ่งที่ถูกวะหยูแก่เจ้า) พระองค์ตรัสว่า “ดังนั้น เจ้าจงฟังวะหยูของเรา ซึ่งเราได้วะหยูแก่เจ้า จงให้ความสนใจมันและปฎิบัติตามมัน – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์
............
คำว่า "จงฟัง" อยากจะฝากถามว่า " ฟังเสียง" หรือ ฟังสิ่งที่ไม่มีคำว่าเสียง แน่นอนคนมีปัญญาต้องตอบว่า การฟังย่อมคู่กับเสียง แน่นอน

เช็คอัลบานีย์ กล่าวว่า
وقد نص أئمة الإسـلام أحمد ومن قبله من الأئمة على ما نطق به الكتاب والسنة بأن الله ينادي بصوت وأن القرآن كلامه تكلم به بحرف وصوت ليس منه شيء كلاماً لغيره لا لجبريل ولا غيره

และบรรดาผู้นำแห่งอิสลาม อะหมัด และบรรดาผู้นำรุ่นก่อนจากท่าน ได้กล่าวเป็นหลักฐานไว้ ตามสิ่งที่อัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ได้กล่าวมันเอาไว้ ว่าแท้จริง อัลลอฮ ทรงเรียกด้วย เสียง และอัลกุรอ่านเป็นคำพูดของพระองค์ พระองค์ทรงกล่าวมันด้วย หุรูฟและเสียง ไม่มีสิ่งใดจากมัน(อัลกุรอ่าน) ที่เป็นคำพูดของผู้อื่นจากพระองค์ ไม่ใช่ของญิบรีล และไม่ใช่ของผู้อื่นจากญิบรีล – มุคตะศอรอุลูวี หน้า 284-285

ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮ กล่าวว่า

" النداء في لغة العرب هو صوت رفيع ، لا يطلق النداء على ما ليس بصوت لا حقيقة ولا مجازا
“ การเรียก ในภาษาอาหรับ คือ เสียงอันดัง การเรียก จะไม่ถูกอ้างถึง สิ่งที่ไม่มีเสียง ไม่ว่าจะด้วยความหมายจริง หรือ การอุปมาอุปมัยก็ตาม .
- ฟะตาวาอิบนุตัยมียะฮ เล่ม 6 หน้า 35
อิบนุกอ็ยยิม กล่าวว่า

" وقد ذكر سبحانه النداء في تسعة مواضع في القرآن أخبر فيها عن ندائه بنفسه ، ولا حاجة إلى أن يقيد النداء بالصوت ، فإنه بمعناه وحقيقته باتفاق أهل اللغة
อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ได้ระบุคำว่า “เรียก” ไว้เก้าแห่งในอัลกุรอ่าน ทรงบอกในนั้น เกี่ยวกับการเรียกของพระองค์เอง และไม่จำเป็นจะต้องไปจำกัด การเรียกว่า เรียก ด้วยเสียง แล้วแท้จริง ด้วยความหมายและความเป็นจริงของมัน ก็ ด้วยการเห็นฟ้องของนักภาษาศาสตร์ - มุคตะศอรอัศเศาะวาอิก หน้า 465)

อิบนุอุษัยมีน อธิบายว่า
وقال تعالى : ( وإذ قال الله يا عيسى ابن مريم ) المائدة /166 ففي هذه الآية أن الله يقول ، وأن قوله مَسْمُوع فيكون بصوت
และอัลลอฮ(ซ.บ)ตรัสว่า(และในขณะที่อัลลอฮตรัสว่า โอ้อีซา บุตร มัรยัม) –อัลมาอิดะฮ/116 –ดังนั้น อายะฮนี้ แสดงว่า อัลลอฮทรงตรัส และคำตรัสของพระองค์นั้น เป็นสิ่งที่ถูกได้ยิน แล้วมันปรากฏด้วยเสียง - ชัรหุลัมอะฮอัลเอียะติกอด หน้า 73

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
salafyah
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/11/2008
ตอบ: 23


ตอบตอบ: Mon Nov 10, 2008 9:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation
Idea มาก
ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย เอามาอีกน่ะ จะรออ่าน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Nov 11, 2008 7:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เช็คอับดุลลอฮ บิน อับดุรเราะหมาน บิน ญิบรีน กล่าวว่า
يقول الله تعالى: يا آدم! فيقول: لبيك وسعديك. فينادي بصوت:...
في هذا الحديث إثبات صفة النداء والصوت، وفيه بيان كثرة من يدخل النار ففي يوم القيامة ينادي الله تعالى آدم فيسمعه فيلبي دعوته، فيناديه الله تعالى بصوت مسموع، ويأمره بأن يخرج بعثًا من ذريته إلى النار، فيقول: مِن كم يا رب؟ فيقول: من كل ألف تسعمائة وتسعة وتسعون فهذا نصيب النار وواحد للجنة.
والشاهد من الحديث أن فيه إثبات صفة الكلام
อัลลอฮ ตะอาลา ตรัสว่า "โอ้อาดัม แล้วเขา(อาดัม)กล่าวว่า ""ขอรับพระองค์ท่านและยินดีปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ท่าน แล้ว ดังนั้น จึงถูกประกาศด้วยเสียงหนึ่ง "
ในหะดิษนี้ คือ การรับรองคุณลักษณะของการเรียกและเสียง และในนั้น เป็นการอธิบายถึงผู้ที่เข้านรกว่ามีจำนวนมาก เพราะในวันกิยามะฮ อัลลอฮ ตะอาลา ทรงเรียกอาดัม แล้วเขาก็ได้ยินมัน แล้วเขาก็ตอบรับ การเรียกของพระองค์ แล้วอัลลอฮตะอาลา ก็ได้เรียก เขา ด้วยเสียงหนึ่ง ที่ถูกได้ยิน และทรงบัญชาเขาให้นำลูกหลานของเขาที่จะไปสู่นรก ออกมา แล้วเขาถามว่า "พวกเขามีจำนวนเท่าไหร่ โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์? แล้วพระองค์ตรัสว่า " จากหนึ่งพันคนนั้น มีจำนวนเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคน และนี้คือ ส่วนของชาวนรกและหนึ่งคนเป็นชาวสวรรค์ และ พยานชี้ชัด จากหะดิษนี้ คือ แท้จริง ในหะดิษคือ การรับรองสิฟัตอัลกะลาม"
http://ibn-jebreen.com/book.php?cat=1&book=44&toc=1712&page=1606&subid=29321

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
maliksn
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/10/2008
ตอบ: 164


ตอบตอบ: Thu Nov 13, 2008 5:39 pm    ชื่อกระทู้: Re: ซุนนะสติ้วเด้นกำลังผูดคอพูดรัดตัวเองโดยไม่รู้ตัว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salafyah บันทึก:
http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=3709.msg29072;topicseen#new
Exclamation
ลองเข้าไปดูเลย หากการที่เค้าตีพิมพ์มานั้น เหมือนว่าตัวเองเลย Rolling Eyes


Exclamation
เห็นด้วยครับว่ารัดตัวเอง รัดอย่างแน่นเลย ดีเหมือนกันที่อะลุ้ลกะลามทางนู้น เค้ารวบรวมกระทู้ความเชื่อของเค้า เป็นหลักฐานที่ค้านกับยุคสะลัฟไว้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาเองให้เมื่อย Smile
Exclamation
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004