ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มาดูการบิดเบือนหะดิษเพื่อใส่ร้าย มุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มาดูการบิดเบือนหะดิษเพื่อใส่ร้าย มุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Thu Oct 16, 2008 9:47 pm    ชื่อกระทู้: มาดูการบิดเบือนหะดิษเพื่อใส่ร้าย มุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาดูโต๊ะครูอัลอัชอะรีย์ แห่งเว็บซุนนะฮสะติวเด้น โจมตีกล่าวหาว่า เช็คมุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ โกหกต่อท่านนบี โดยกล่าวข้อความต่อไปนี้
ตราบใดที่ชีอะฮ์ยึดประวัติศาสตร์มาอ้างโดยลักษณะที่ขัดแย้งกับตัวบทของอัลกุรอานและซุนนะฮ์ ผมไม่ขอเชื่ออย่างเด็ดขาดฉันท์ใด แน่นอนจากบทนำประวัติกำเนิดวะฮาบีย์นี้ผมก็ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดฉันท์นั้น เพราะประวัติบทนำกำเนิดวะฮาบีย์นี้ มันขัดแย้งกับซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเป็นการกล่าวมุสาต่อซุนนะฮ์นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังนั้นหากเราเชื่อต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เราก็ห้ามเชื่อบทนำประวัติกำเหนิดวะฮาบีย์อันนี้ เพราะท่านร่อซูลุลลอฮ์ได้สาบานต่ออัลเลาะฮ์ในการปฏิเสธเนื้อหาประวัติอันนี้ไว้ตั้งแต่ 1400 ปีมาแล้ว
รายงานจากอุกบะฮ์ บิน อามีร เขากล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
وَإِنِّي قَدْ أُعْطِيتُ خَزَائِنَ مَفَاتِيحِ الْأَرْضِ وَإِنِّي وَاللَّهِ مَا أَخَافُ بَعْدِي أَنْ تُشْرِكُوا وَلَكِنْ أَخَافُ أَنْ تَنَافَسُوا فِيهَا
"แท้จริงบรรดาคลังกุญแจแห่งแผ่นดินได้ถูกมอบให้แก่ฉัน และแท้จริงฉันขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ว่า หลังจากที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว ฉันไม่กลัวว่าพวกท่านจะทำชิริก แต่ทว่าฉันกลัวว่าพวกท่านจะแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นบนผืนแผ่นดิน" รายงานโดยบุคอรีย์ (3329)
รายงานจากท่านญาบิร เขากล่าวว่า
سَمِعْتُ النَّبِيَّ ‏ ‏صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ‏ ‏يَقُولُ ‏ ‏ إِنَّ الشَّيْطَانَ قَدْ أَيِسَ أَنْ يَعْبُدَهُ الْمُصَلُّونَ فِي ‏ ‏جَزِيرَةِ الْعَرَبِ ‏ ‏وَلَكِنْ فِي ‏ ‏التَّحْرِيشِ ‏ ‏بَيْنَهُمْ
"ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า แท้จริงชัยฏอนนั้นได้สิ้นหวังให้บรรดาผู้ทำการละหมาด(คือบรรดามุสลิมีน) ทำการกราบไหว้มัน(คือทำชิริก)ในคาบสมุทรอาหรับ แต่มันพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างพวกเขา" รายงานโดยมุสลิม (5030)
http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?PHPSESSID=21623b534eb83953844277753a872694&topic=3549.msg27440;topicseen#new
................................................

โต๊ะครูอัลอัลอัซอารีย์ อ้างหะดิษข้างต้น โดยเข้าใจว่า นบี Solallah บอกว่า หลังจากสมัยนบี Solallah คนอาหรับไม่มีการทำชิริก และกล่าวหา ดร.อับดุลลอฮ หนุ่มสุข ที่ระบุ ว่าท่านมุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ทำสงครามกับการทำชิริกในคาบสมุทรอาหรับนั้นเป็นเรื่อง เท็จ ไม่จริง
อัลอัชอัชฮารี พยายามบิดเบือนหะดิษข้างต้น เพื่อโจมตี มุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ทีพวกตั้งฉายาว่า “วะฮบีย อัลอัลอัซฮารี บอกว่า นบี Solallah ได้สาบานรับรองแล้วว่า คนในโลกอาหรับไม่ทำชิริก เพราะฉะนั้น การที่มุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ อ้างว่า คนอาหรับในสมัยของท่าน ทำชิริก เป็นการโกหกต่อท่านนบี Solallah นะอูซุบิลละฮ ทั้งๆหะดิษต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่า ต่อไปในอนาคต ยังมีชาวอาหรับทำชิริก บูชาเทวรูป

عن أبي هريرة-رضي الله عنه- أن رسول الله-صلى الله عليه وسلم- قال: لا تقوم الساعة حتى تضطرب أليات نساء دوس حول ذي الخلصة، وكانت صنما تعبدها دوس في الجاهلية بتبالة
รายงานจากอบีฮุรัยเราะฮ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ว่า รซูลุ้ลลอฮ กล่าวว่า “วันกิยามะฮจะยังไม่เกิดขึ้น จนกว่า สะโพกของบรรดาผู้หญิงเผ่าเดาส์ จะส่ายอยู่รอบๆซิลอัลเคาะเศาะฮ และมันเป็นรูปปั้นที่เผ่าเดาส์เคยเคารพบูชามันในสมัยญาฮิลียะฮ อยู่ที่ตะบะละฮ (เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในยะมัน) – หะดิษรายงานโดย บุคอรี ,มุสลิมและอิหม่ามอะหมัด
...............
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า คนที่โกหก ไม่ใช่ ท่านมุหัมหมัดบิดอับดุลวะฮับ และไม่ใช่ ดร. อับดุลลอฮ หนุ่มสุข แต่เป็น นายอัลอัซอารีย์ โต๊ะครูแห่ง เว็บ ซุนนะฮสะติวเด้น

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Thu Oct 16, 2008 10:19 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เช็คอิบนุอุษัยมีน ขออัลลอฮเมตตาต่อท่านได้กล่าวว่า
يأس الشيطان أن يعبد في جزيرة العرب لا يدل على عدم الوقوع ؛ لأنه لما حصلت الفتوحات وقوي الإسلام ودخل الناس في دين الله أفواجاً أيس أن يعبد سوى الله في هذه الجزيرة ‏.‏ فالحديث خبر عما وقع في نفس الشيطان ذلك الوقت ولكنه لا يدل على انتفائه في الواقع ‏.‏
ชัยฏอนหมดหวัง ต่อ การที่มันจะได้รับการเคารพภักดีในคาบสมุทรอาหรับ ไม่ได้แสดงบอกว่า มัน จะไม่เกิดขึ้น เพราะ ว่า เมื่อ ได้รับชัยชนะ,อิสลามแข็งแกร่งและบรรดาผู้คนเข้ารับอิสลามเป็นพวกๆ มัน(ชัยฏอน) มันก็หมดหวัง ต่อการที่มันได้รับการเคารพภักดี อื่นจากอัลลอฮ ในคาบสมุทรนี้ เพราะหะดิษ ได้บอกเล่าเกี่ยวกับตัวของชัยฏอน ในเวลานั้น แต่ว่า มันไม่ได้เป็นหลักฐานแสดงบ่งบอกถึง การปฏิเสธว่ามันจะไม่เกิดขึ้น
http://www.al-eman.com/Islamlib/viewchp.asp?BID=353&CID=17

..........

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Thu Oct 16, 2008 11:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รายงานจากอุกบะฮ์ บิน อามีร เขากล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
وَإِنِّي قَدْ أُعْطِيتُ خَزَائِنَ مَفَاتِيحِ الْأَرْضِ وَإِنِّي وَاللَّهِ مَا أَخَافُ بَعْدِي أَنْ تُشْرِكُوا وَلَكِنْ أَخَافُ أَنْ تَنَافَسُوا فِيهَا
"แท้จริงบรรดาคลังกุญแจแห่งแผ่นดินได้ถูกมอบให้แก่ฉัน และแท้จริงฉันขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ว่า หลังจากที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว ฉันไม่กลัวว่าพวกท่านจะทำชิริก แต่ทว่าฉันกลัวว่าพวกท่านจะแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นบนผืนแผ่นดิน" รายงานโดยบุคอรีย์ (3329)
http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?PHPSESSID=21623b534eb83953844277753a872694&topic=3549.msg27440;topicseen#new
.....................................

หะดิษข้างต้นท่านครู อัลอัชอารี แห่งเว็บซุนนะฮสะติวเด้น เอามาอ้างว่า นบี Solallah สาบานแล้วว่า ต่อไปชาวอาหรับจะไม่ทำชิริก เพื่อโต้แย้งและกล่าวหาว่า ดร. อับดุลลอฮ หนุ่มสุข และ ประวัติการต่อสู้ชิริกของท่านมุหัมหมัดอิบนุวะฮับ นั้น เป็นการมุสา เป็นการกล่าวเท็จต่อนบี Solallah
จึงอยากจะถามว่า เมื่อท่านนบียืนยันว่าต่อไปชาวอาหรับจะไม่ทำชิริก ทำไมท่านจึงสอนให้ระวังเรื่องชิริก เช่น
عن أبي هريرة رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: "اجتنبوا السبع الموبقات، قيل: يا رسول الله، وما هن؟ قال: "الشرك بالله، والسحر، وقتل النفس التي حرَّم الله إلا بالحق، وأكل مال اليتيم، وأكل الربا، والتولي يوم الزحف، وقذف المحصنات الغافلات المؤمنات" (متفق عليه
รายงานจากอบีฮุรัยเราะ เราะดิยัลลอฮุอันฮู ว่า แท้จริง รซูลุลลอฮ Solallah กล่าวว่า "พวกท่านพึงห่างใกลอันตรายเจ็ดประการ ,มีผู้กล่าวว่า " โอ้รซูลุลลอฮ มันมีอะไรบ้าง? ท่านกล่าวว่า " การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ(ชิริก) ,ไสยศาสตร์ ,การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮทรงห้าม เว้นแต่กรณีเพื่อความยุติธรรม ,การกินดอกเบี้ย, การกินทรัพย์สินเด็กกำพร้า(โดยมิชอบ) ,การหนีออกจากสนามรบ และการใส่ร้ายหญิงผู้ศรัทธาที่มีคุณธรรมว่า มีชู้ - มุตตะฟักอะลัยฮิ
..........
หะดิษบทนี้ยกเลิกแล้วหรือ เพราะโต๊ะครูอัลอัชอะรีย์ บอกว่า นบี Solallah ยืนยันว่า ต่อไปจะไม่มีชิริกอีกแล้ว เพราะฉะนั้น แสดงให้เห็นว่า การเข้าใจหะดิษข้างต้นของโต๊ะครูอัลอัซอารีย์แห่งซุนนะฮสะติวเด้น ต่อหะดิษที่นำมาอ้าง คือ การไม่เข้าใจหะดิษ เพราะหากเข้าใจ ก็แสดงว่า บิดเบือนหะดิษเพื่อโจมตีพวกที่เขาตั้งฉายาว่าวะฮบีย์ เท่านั้นเอง วัลอิยาซุบิลละฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนครุ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 16/07/2008
ตอบ: 5


ตอบตอบ: Fri Oct 17, 2008 9:08 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามมูอาลัยกุ้มครับ อาจารย์อะซัน
ช่วงนี้ งานยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ จำกันได้หรือเปล่า แหมวันนั้นผมอยากถามอาจารย์ต่อในเรื่องที่อาจารย์สอนครับ ที่อาจารย์แบ่งมุสลิมออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ อยากถามว่าแล้วกลุ่มที่มีบิดอะห์เขาอยู่ในมุสลิมประเภทไหนครับ เสียดายเวลาในการเรียนการสอนในแต่ละวิชามันน้อยไปหน่อยครับ ผมคิดว่ายังมีคนที่ไม่เข้าใจอีกหลายคนอยู่ครับ โดยเฉพาะมุสลิมะห์ที่อยู่ด้านหลังและก็ยังมีลุงที่นั่งอยู่ด้านหน้าเข้าชอบถามนอกประเด็นไปหน่อยเลยเสียเวลาไปเยอะ อินชาอัลลอฮคราวหน้าถ้าได้ลงไปอีกจะไปเรียนกับอาจารย์ต่อนะครับ ขอให้อัลลอฮประทานสุขภาพที่เเช็งแรงให้กับอาจารย์และคณะทำงานทุกท่าน แล้วพบกันใหม่นะครับ ตอนนี้ก็เจอกันทางเว็ปไปก่อนละกัน ขอเมล์ของอาจารย์ด้วยนะครับเผื่อมีประเด็นอะไรสงสัยจะได้ถามได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Sat Oct 18, 2008 1:05 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนครุ บันทึก:
อัสลามมูอาลัยกุ้มครับ อาจารย์อะซัน
ช่วงนี้ งานยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ จำกันได้หรือเปล่า แหมวันนั้นผมอยากถามอาจารย์ต่อในเรื่องที่อาจารย์สอนครับ ที่อาจารย์แบ่งมุสลิมออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ อยากถามว่าแล้วกลุ่มที่มีบิดอะห์เขาอยู่ในมุสลิมประเภทไหนครับ

....................

Question
จริงๆ ถ้าจะเก็บรายละเอียดปลีกย่อย ดูจากการกระทำผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็มีเยอะ เช่น ถ้าเขาทำบาป ฝ่าฝืนข้อห้าม เคาก็เป็นคนอาศีย์ หรือ เป็นคนฝาสิก ถ้าเขาทำบิดอะฮ เขาก็ถูกเรียกว่า "มุบตะเดียะ ที่แบ่งไว้ 3 ประการนั้น แบ่งตามประเด็นใหญ่ๆนะครับ
.......
วัสสลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนครุ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 16/07/2008
ตอบ: 5


ตอบตอบ: Sat Oct 18, 2008 1:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับอาจารย์
แล้วคำว่า "มุบตะเดียะ " เนี่ยะหมายความว่าอะไรครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Sat Oct 18, 2008 7:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนครุ บันทึก:
ครับอาจารย์
แล้วคำว่า "มุบตะเดียะ " เนี่ยะหมายความว่าอะไรครับ


Exclamation
หมายถึง ผู้ที่อุตริบิดอะฮ หรือ ผู้ทำบิดอะฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:42 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

أَفَمَنْ زُيِّنَ لَهُ سُوءُ عَمَلِهِ فَرَآهُ حَسَنًا
ดังนั้น ผู้ที่ความชั่วแห่งการงานของเขาได้ถูกนำให้เพริศแพร้วแก่เขา แล้วเขาเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีกระนั้นหรือ

อิบนุญะรีร อธิบายว่า



الْقَوْل فِي تَأْوِيل قَوْله تَعَالَى : { أَفَمَنْ زُيِّنَ لَهُ سُوء عَمَله فَرَآهُ حَسَنًا } يَقُول تَعَالَى ذِكْره : أَفَمَنْ حَسَّنَ لَهُ الشَّيْطَان أَعْمَاله السَّيِّئَةَ مِنْ مَعَاصِي اللَّه وَالْكُفْر بِهِ , وَعِبَادَة مَا دُونَهُ مِنَ الْآلِهَة وَالْأَوْثَان , فَرَآهُ حَسَنًا , فَحَسِبَ سَيِّئَ ذَلِكَ حَسَنًا , وَظَنَّ أَنَّ قُبْحه جَمِيل , لِتَزْيِينِ الشَّيْطَان ذَلِكَ لَهُ

คำพูดในการอรรถาธิบาย คำตรัสของอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งที่ว่า (ดังนั้น ผู้ที่ความชั่วแห่งการงานของเขาได้ถูกนำให้เพริศแพร้วแก่เขา แล้วเขาเห็นว่ามันเป็นสิ่งดีกระนั้นหรือ) อัลลอฮ ผู้ซึ่งการสดุดีพระองค์นั้นสูงส่ง ตรัสว่า “ ผู้ที่มารร้ายได้ให้เขาเห็นดีเห็นงามกับบรรดาการงานที่ชั่วของพวกเขา จากการฝ่าฝืนต่ออัลลอฮ ,การปฎิเสธศรัทธาต่อพระองค์ ,การอิบาดะฮสิ่งอื่นอื่นจากพระองค์ จากบรรดาพระเจ้าจอมปลอมและรูปเจว็จ แล้วเขาเห็นว่ามันดี กระนั้นหรือ ,เขาคิดว่าความชั่วดังกล่าว เป็นเรื่องดี กระนั้นหรือ และพวกเขาเข้าใจว่า ความน่าเกลียดของเขา เป็นสิ่งสวยงาม เพราะมารร้าย(ชัยฏอน) ยุยงให้เขาเห็นดีเห็นงามในเรื่องดังกล่าว - ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮ ฟาฏิร อายะฮที่ 8



ข้างบนเป็นการตัฟสีรของนักตัฟสีรชาวสะลัฟ ผู้ทรงธรรม

.......................

ส่วนข้างล่างคือ การตัฟสีรที่ อะชาอีเราะฮอนด้า แห่งซุนนะฮสะติเด้น เอามาสัปเปลี่ยน ประโยคก่อนไว้หลัง ประโยคหลังไว้ก่อน เพื่อจะได้ยัดเยียดความชั่วให้กับท่านมุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮอับ

ท่าน อิมาม อัช-ชัยค์ อัศ-ศอวีย์ กล่าวไว้ในตัฟซีร ของท่าน ว่า

وَقِيْلَ هَذِهِ الأيَةُ نَزَلَتْ فِىْ الخَوَارِجِ الَّذِيْنَ يُحَرِّفُوْنَ تَأْوِيْلَ الكِتَابِ وَالسُّنَّةِ وَيَسْتَحِلُّوْنِ بِذَلِكَ دِمَاءَ الْمُسْلِمِيْنَ وأَمْوَالَهُمْ كَمَا هُوَ مُشَاهَدٌ الآنَ فِيْ نَظَائِرِهِمْ وَهُمْ فِرْقَةٌ بِأَرْضِ الحِجَازِ يُقَالُ لَهُمُ الْوَهَّابِيَّةُ يَحْسِبُوْنَ أَنَّهُمْ عَلىَ شَيْءٍ أَلاَ إِنَّهُمْ هُمُ الْكَاذِبُوْنَ

"ถูกกล่าวว่า อายะฮ์นี้ ถูกประทาน เกี่ยวกับพวกค่อวาริจญฺ ซึ่งที่พวกเขา ได้ทำการบิดเบือนกับการตีความอัลกุรอานและซุนนะฮ์ โดยที่พวกเขาได้ทำการหะลาลเลือดและทรัพย์สินของบรรดามุสลิมมีน ด้วยกับสิ่งดังกล่าว เสมือนที่ได้ปรากฏเห็นในปัจจุบัน(คือในสมัยของท่านอัศ-ศอวีย์) โดยที่พวกเขาเหล่านั้น คือชนกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ ณ แผ่นดินหิญาซฺ (แถบนัจญฺดีย์ มักกะฮ์ และมะดีนะฮ์ ปัจจุบัน) ซึ่งพวกเขาถูกเรียกว่า กลุ่มวะฮาบียะฮ์ พวกเขาคิดว่าตนเองอยู่บนสิ่งหนึ่ง(ที่เป็นสัจจะธรรม) แต่พึงทราบเถิดพวกเขาคือบรรดาผู้ที่โกหกมุสา" ดู ฮาชียะห์อัศ-ศอวีย์ อธิบายซูเราะฮ์ อัล-ฟาฏิร อายะฮ์ที่ 6 ตีพิมพ์ที่ มุสตอฟา อัล-หะละบีย์ และฮาชียะฮ์ อัศศอวีย์ 3/307-308 ตีพิมพ์ ที่โรงพิมพ์อัลมัชชัดอัลฮุซัยนีย์

…..

ข้อความเดิมมีดังนี้



وقيل: هذه الآية نزلت في الخوارج الذين يحرفون تأويل الكتاب والسنة، ويستحلون بذلك دماء المسلمين وأموالهم، كما هو مشاهد الآن في نظائرهم، وهم فرقة بأرض الحجاز يقال لهم: الوهابية، يحسبون أنهم على شيء ألا إنهم هم الكاذبون

และมีผู้กล่าวว่า อายะฮนี้ ถูกประทานลงมา เกี่ยวกับพวกเคาะวาริจญ ที่พวกเขา ได้ทำการบิดเบือนกับการตีความอัลกุรอานและซุนนะฮ์ โดยที่พวกเขาได้ทำการหะลาลเลือดและทรัพย์สินของบรรดามุสลิมมีน ด้วยกับสิ่งดังกล่าว เสมือนที่ได้ปรากฏเห็นในปัจจุบันโดยที่พวกเขาเหล่านั้น คือชนกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ ณ แผ่นดินหิญาซฺ) ซึ่งพวกเขาถูกเรียกว่า กลุ่มวะฮาบียะฮ์ พวกเขาคิดว่าตนเองอยู่บนสิ่งหนึ่ง(ที่เป็นสัจจะธรรม) แต่พึงทราบเถิดพวกเขาคือบรรดาผู้ที่โกหกมุสา

...........

นายฮอนด้า จากเว็บซุนนะฮสะติวเด้น ได้พยายามสอดใส้วงเล็บ ให้คนเขาใจว่า เป็นความเห็นของอิหม่ามศอวีย์ ทั้งๆที่ท่านเอง ได้กล่าวว่า “มีผู้กล่าวว่า” คือ ไม่ใช่ความเห็นของท่าน แล้วท่านก็ได้นำคำพูดของอะชาอีเราะฮสุดโต่งบางคนมากล่าวอ้าง โจมตีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขา ว่า”วะฮบีย์” ว่าเป็นพวกโกหก นี้คือความเลวระยำของโต๊ะครูอะชาอีเราะฮ ที่พยายามหาความชั่วใส่ร้ายท่านมุหัมหมัดบินอับดุลวะฮับ การบิดเบือนอายะฮอัลกุรอ่านเพื่อมาสนองตอบอารมณ์

.......

วัสสลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:45 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นายฮอนด้า แห่ง ซุนนะฮสะติวเด้น นำตัฟสีรศอวีย์มาอ้าง สำหรับตัฟสีรดังกล่าวนั้น มีฟัตวาดังนี้

السؤال: ما حكم اعتماد ما في تفسير الصاوي و الخازن من شطحات وإسرائيليات؟
الجواب: الصاوي ليس له تفسير مستقل، إنما له حاشية على تفسير الجلالين، وهذه الحاشية إنما هي منطبعة بتخصصه هو، وقد كان رحمه الله موغلاً في التصوف، وفي ثقافة أهل زمانه، ولذلك أتى بشطحات كثيرة، وبأمور مخالفه، حتى رد بعض الأحاديث الصحيحة بمجرد عادات، فلذلك لا يؤخذ بما خالف الشرع مما أتى به،

ถาม : การยึดเอาสิ่งที่อยู่ในตัฟสีรอัศศอวีย์ และอัลคอซิน จากบรรดาสิ่งที่เกินความเป็นจริงและอิสรออีลียาตนั้น มีหุกุมอย่างไร

ตอบ

อัศศอวีย์ นั้น เขาไม่ได้มีตัฟสีร ที่เป็นเอกเทศของเขาเอง แต่ความจริง เขามี แค่คำอธิบายที่อยู่ขอบหนังสือตัฟสีรอัลญะลาลัยนฺ และ อัลฮาชิยะฮ(คำอธิบาย)นี้ ความจริง มันคือ สิ่งที่ถูกพิมพ์ เฉพาะเขาเองเท่านั้น และแท้จริง ปรากฏว่าเขาเป็นผู้ที่คลั่งใคล้ในวิชา ตะเศาวูฟ และ ในวัฒนธรรมของคนในยุคของเขา และเพราะเหตุดังกล่าว เขาได้ นำเอาเอาบรรดาคำพูดที่เกินความเป็นจริงมากมายและ บรรดาสิ่งที่ขัดแย้งของเขา มานำเสนอ จนกระทั่งได้คัดค้านกับบรรดาหะดิษเศาะเฮียะบางส่วน ด้วยอาศัย(หลักฐาน)แค่ประเพณีเท่านั้น เพราะดังกล่าวนั้น จึงไม่ควรนำเอาสิ่งที่ขัดแย้งกับบทบัญญัติ จากสิ่งที่เขาได้นำเสนอ.....

http://www.aldoah.com/upload/showthread.php?t=11705

.............

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านศอวีย์นำเสนอนั้น อาจจะด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของท่าน และท่านคงไม่ปราถนาที่จะก่อฟิตนะฮให้แก่ท่านมุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ขออัลลอฮอภัยแก่ท่าน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:51 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รายงานจากนาเฟียะ จากอิบนุอุมัร ว่า

‏أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ ‏ ‏صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ‏ ‏قَالَ ‏ ‏اللَّهُمَّ بَارِكْ لَنَا فِي ‏ ‏شَامِنَا ‏ ‏اللَّهُمَّ بَارِكْ لَنَا فِي ‏ ‏يَمَنِنَا ‏ ‏قَالُوا وَفِي ‏ ‏نَجْدِنَا ‏ ‏قَالَ اللَّهُمَّ بَارِكْ لَنَا فِي ‏ ‏شَامِنَا ‏ ‏وَبَارِكْ لَنَا فِي ‏ ‏يَمَنِنَا ‏ ‏قَالُوا وَفِي ‏ ‏نَجْدِنَا ‏ ‏قَالَ هُنَاكَ الزَّلَازِلُ وَالْفِتَنُ وَبِهَا ‏ ‏أَوْ قَالَ مِنْهَا ‏ ‏يَخْرُجُ ‏ ‏قَرْنُ الشَّيْطَانِ
แท้จริงรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองชามของเราด้วยเถิด โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองเยเมนของเราด้วยเถิด" เหล่าซอฮาบะฮ์ถามว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ แล้วในเมืองนัจด์ของเราล่ะ? ท่านร่อซูลจึงกล่าวว่า "โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองชามของเราด้วยเถิด โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองเยเมนของเราด้วยเถิด" เหล่าซอฮาบะฮ์ถามว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ แล้วในเมืองนัจด์ของเราล่ะ? ท่านร่อซูลุลลอฮ์จึงกล่าวว่า "ที่นั่น(คือที่เมืองนัจด์)มีแผ่นดินไหว มีบรรดาฟิตนะฮ์ที่นั้น หรือ ท่านกล่าวว่า เขาของชัยฏอนได้ขึ้นที่นั่น - บันทึกโดย อัตติรมิซีย์

.............................

คำว่า “ นัจญด์” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง แคว้นนัจญด์ในปัจจุบัน แต่เป็น ประเทศอีรัก ดังคำอธิบายต่อไปนี้

อัลมุบาเราะกาฟูรีย์ กล่าวว่า

. قَالَ الْخَطَّابِيُّ : نَجْدٌ مِنْ جِهَةِ الْمَشْرِقِ وَمَنْ كَانَ بِالْمَدِينَةِ كَانَ نَجْدُهُ بَادِيَةَ الْعِرَاقِ نَوَاحِيَهَا وَهِيَ مَشْرِقُ أَهْلِ الْمَدِينَةِ , وَأَصْلُ النَّجْدِ مَا اِرْتَفَعَ مِنْ الْأَرْضِ وَهُوَ خِلَافُ الْغَوْرِ فَإِنَّهُ مَا اِنْخَفَضَ مِنْهَا وَتِهَامَةُ كُلُّهَا مِنْ الْغَوْرِ وَمَكَّةُ مِنْ تِهَامَةَ , اِنْتَهَى قَالَ الْحَافِظُ بَعْدَ نَقْلِ كَلَامِ الْخَطَّابِيِّ هَذَا وَعُرِفَ بِهَذَا وَهُوَ مَا قَالَهُ الدَّاوُدِيُّ إِنَّ نَجْدًا مِنْ نَاحِيَةِ الْعِرَاقِ فَإِنَّهُ تَوَهَّمَ أَنَّ نَجْدًا مَوْضِعٌ مَخْصُوصٌ وَلَيْسَ كَذَلِكَ , بَلْ كُلُّ شَيْءٍ اِرْتَفَعَ بِالنِّسْبَةِ إِلَى مَا يَلِيهِ يُسَمَّى الْمُرْتَفِعَ نَجْدًا وَالْمُنْخَفِضَ غَوْرًا اِنْتَهَى

อัลคอ็ฏฏอบีย์ กล่าวว่า “ คือ เมือง นัจญด์ ทางด้านทิศตะวันออก และ ผู้ที่อยู่ที่นครมะดีนะฮ ประกฎว่า นัจด์ ของเขาคือ พื้นที่ของอิรัก อนาเขตของอีรัก คือ ทิศตะวันออกของชาวมะดีนะฮ และที่มาของคำว่า “อัลนัจด์คือ พื้นที่สูงจากแผ่นดิน และมันตรงกันข้ามกับคำว่า “อัลเฆารุ” เพราะมันคือ พื้นที่ต่ำจากแผ่นดิน และติฮามะฮ ทั้งหมดของมัน เป็นส่วนหนึ่งของ อัลเฆารุ และนครมักะฮ เป็นส่วนหนึ่งของติฮามะฮ . อัลหาฟิซ(อิบนุหะญัร) ได้กล่าวหลังจากที่ได้รายงานคำพูดของ อัลคอฏฏฮบีย์นี้ ว่า และที่รู้กันด้วย ความหมายนี้ และมันคือ สิ่งที่ อัดเดาดีย์ ได้กล่าวมันไว้ ว่า แท้จริง คำว่า “นัจด์” เป็นส่วนหนึ่งของอณาเขตของอีรัก แท้จริงได้มีการเข้าใจว่า “นะญัจดฺ” คือสถานทีที่เฉพาะ ทั้งๆที่ไม่ใช่เช่นนั้น แต่ทว่า “ ทุกพื้นที่ที่สูง เมื่อเทียบกับบริเวณใกล้เคียง พื้นที่ที่สูงนั้น ก็จะถูกเรียกว่า “นัจด์” และ พื้นที่ที่ต่ำ จะถูกเรียกว่า “เฆาะรุน” .จบคำพูด - ดู ตุหฟะตุลอะหวะซีย์ อธิบายหะดิษอัตติรมิซีย หะดิษหมายเลข 3888

............

เพราะฉะนั้น โตะครูเว็บสะติวเด้นพุ่งเป้าไปที่บ้านเกิดของท่านอิหม่ามมุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ว่า เป็นตัวก่อฟิตนะฮ มันเป็นการใส่ร้ายที่น่าอดสูที่สุด

เช็คอัลบานีย์กล่าวว่า

فيستفاد من مجموع طرق الحديث أن المراد من نجد في رواية البخاري ليس هو الإقليم المعروف اليوم بهذا الاسم ، وإنما هو العراق ، وبذلك فسره الخطابي والحافظ ابن حجر العسقلاني
ผลที่ได้จากการรวมบรรดาหะดิษหลายๆกระแสนั้น แท้ จริงความหมาย คำว่า “นัจด์” ในรายงานของอัลบุคอรีนั้น ไม่ใช่ แคว้นที่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน ด้วยชื่อนี้ และความจริง มันคือ อีรัก และด้วยดังกล่าว อัลคอฏฏอบีย์และ อัลหาฟิซอิบนุหะญัรอัลอัสเกาะลานี้ย์ได้อธิบายไว้ - ดู คำอธิบายของอัลบานีย์ ในหนังสือ ฟะฎออิลุชชามวะดะมัสกัส ของอบีอัลหะซัน อัรเราะบิอีย์ หน้า 26

.........

และหะดิษจากท่านอิบนุอุมัรเช่น กันว่า คำว่า "นัจดฺ" หมายถึง อีรัก คือ

عن ابن عمر رضي الله عنهما أنه سمع رسول الله صلى الله عليه وهو مستقبل المشرق يقول : ألا إن الفتنة ها هنا ، ألا إن الفتنة هاهنا ، ألا إن الفتنة هاهنا ، من حيث يطلع قرن الشيطان . رواه الشيخان
รายงานจากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ว่า เขาได้ยินรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก พร้อมกล่าวว่า “ พึงทราบไว้เถิด แท้จริง ฟิตนะฮ อยู่ที่นี่ , “ พึงทราบไว้เถิด แท้จริง ฟิตนะฮ อยู่ที่นี่, “ พึงทราบไว้เถิด แท้จริง ฟิตนะฮ อยู่ที่นี่ จากที่ที่เขาของชัยฎอน ขึ้น – รายงานโดย บุคอรีและมุสลิม

.........

และหะดิษข้างต้น ก็ไม่ได้หมายความว่า "คนอีรักเลวทุกคน" อย่างที่ถูกกล่าวหาคนในบ้านเกิดของท่านมุหัมหมัดและท่านมุหัมหมัด บินอับดุลวะฮับ ว่า สร้างฟิตนะฮ

วัสสลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:53 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาดูฟัตวา เพิ่มเติม

عن ابن عمر قال صلى الله عليه وسلم اللهم بارك لنا في شأمنا اللهم بارك لنا في يمننا قالوا وفي نجدنا قال اللهم بارك لنا في شأمنا وبارك لنا في يمننا قالوا وفي نجدنا قال هناك الزلازل والفتن وبها أو قال منها يخرج قرن الشيطان)ومعنى نجد المرتفع من الأرض وفي روايةأخرى أيضا عن ابن عمر قال رأيت رسول الله صلى الله عليه وسلم يشير بيده يؤم العراق ها ان الفتنة ههنا ها ان الفتنة ههنا ثلاث مرات من حيث يطلع قرن الشيطان )فوضح المطلوب حيث أن العراق أرفع من جزيرة العرب فكانت تسميها نجدا والله اعلم

รายงานจากอุมัรว่า

แท้จริงรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองชามของเราด้วยเถิด โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองเยเมนของเราด้วยเถิด" เหล่าซอฮาบะฮ์ถามว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ แล้วในเมืองนัจด์ของเราล่ะ? ท่านร่อซูลจึงกล่าวว่า "โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองชามของเราด้วยเถิด โอ้ข้าแด่อัลเลาะฮ์ โปรดทรงประทานความจำเริญแก่เราในเมืองเยเมนของเราด้วยเถิด" เหล่าซอฮาบะฮ์ถามว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ แล้วในเมืองนัจด์ของเราล่ะ? ท่านร่อซูลุลลอฮ์จึงกล่าวว่า "ที่นั่น(คือที่เมืองนัจด์)มีแผ่นดินไหว มีบรรดาฟิตนะฮ์ที่นั้น หรือ ท่านกล่าวว่า เขาของชัยฏอนได้ขึ้นที่นั่น )

ความหมายคำว่า "นัจด" คือ พื้นที่สูง จากพื้นดิน(ที่ราบสูง) และมีรายงานหนึ่งจากอิบนุอุมัรกล่าวว่า

ฉันเห็นรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ชี้มือของท่านไปที่ อิรัก แล้วกล่าว่า "ฟิตนะฮเกิดขึ้นที่นี่,

ฟิตนะฮเกิดขึ้นที่นี่, ฟิตนะฮเกิดขึ้นที่นี่ กล่าวสามครั้ง จากที่ขึ้นของเขาของชัยฏอน) ดังนั้น เป้าหมายที่ต้องการ นั้นชัดเจน เพราะ อีรัก เป็นพื้นที่สูงกว่า คาบสมุทรอาหรับ ดังนั้น มันจึงถูกเรียกว่า "นัจด์"

วัลลอฮุอะลัม

https://www.ftawa.ws/fw/showthread.php?t=1995

ดูหนังสือ تخريج أحاديث فضائل الشام ودمشق للربعي หะดิษหมายเลข 8 หน้า 9

.............

เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เจาะจงถิ่นกำเนิดของ เช็ค มุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ที่พวกอะชาอีเราะฮแห่งเว็บสะติวเด้น ต้องการทำลาย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:56 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อะชาอีเราะฮพยายาม บิดเบือนหะดิษโดยพยายามโยงท่านอิหม่ามมุหัมหมัด บิน อับดุลวะฮับ ว่า เป็นต้นตอของฟิตนะฮ ว่า ถิ่นกำเนิดของวะฮบีย์ คือ ที่มาของฟิตนะฮ โดยคุณไม่สนใจว่า "คำว่า "นัจด์" ที่ว่า หมายถึง เมืองอะไร

ลองมาดูหะดิษ

وعن ابن عمر قال صلى رسول الله صلى الله عليه وسلم الفجر ثم أقبل على القوم فقال اللهم بارك لنا في مدينتنا وبارك لنا في مدنا وصاعنا اللهم بارك لنا في شامنا ويمننا فقال رجل والعراق يا رسول الله قال من ثم يطلع قرن الشيطان وتهيج الفتن رواه الطبراني في الأوسط ورجاله ثقات

รายงานจากอิบนุอุมัร ว่า รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ละหมาดฟัจญัร(ละหมาดศุบฮิ) หลังจากนั้นก็ได้หันหน้าไปทางกลุ่มคน แล้วกล่าวว่า

โอ้อัลลอฮ ได้โปรดประทานความจำเริญ แก่พวกเราในมะดีนะฮของพวกเรา และได้โปรดประทานความจำเริญแก่พวกเรา ในมุดของพวกเราและศออฺ ของพวกเรา ,โอ้อัลลอฮ ได้โปรดประทานความจำเริญแก่พวกเราในชามของพวกเราและในเยเมนของพวกเรา แล้วมีชายคนหนึ่งกล่าวว่า "ในอีรักด้วยโอ้ ท่านรซูลุลลอฮ ท่านรซูลุลลอฮจึงกล่าวว่า " ที่นั้น เขาชัยฏอน ขึ้นมาทางนั้น และฟิตนะฮ จะเกิดขึ้น(จนเกิดการปั่นป่วน) - รายงานโดยอัฏฏอ็บรอนีย์ ในอัลเอาสอ็ฏ และบรรดาผู้รายงานเชื่อถือได้ - ดู มัจญมัวะอัซซะวาอิด เล่ม 3 หน้า 305

.....

หะดิษข้างต้นและมีอีกหลายๆหะดิษที่ยืนยันว่า "นัจด์" ในหะดิษ คือ อีรัก ซึ่ง ท่านฮาฟิซ อิบนุหะญัร และอัลคอฏฏอบีย์ ก็ ได้ยืนยัน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:57 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รายงานจากสาลิม บิน อับดุลลอฮ บิน อุมัร กล่าวว่า

‏ ‏ ‏يَا أَهْلَ ‏ ‏الْعِرَاقِ ‏ ‏مَا أَسْأَلَكُمْ عَنْ الصَّغِيرَةِ وَأَرْكَبَكُمْ لِلْكَبِيرَةِ ‏ ‏سَمِعْتُ ‏ ‏أَبِي ‏ ‏عَبْدَ اللَّهِ بْنَ عُمَرَ ‏ ‏يَقُولُا ‏

‏سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ ‏ ‏صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ‏ ‏يَقُولُ ‏ ‏إِنَّ الْفِتْنَةَ تَجِيءُ مِنْ هَاهُنَا وَأَوْمَأَ بِيَدِهِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ مِنْ حَيْثُ يَطْلُعُ قَرْنَا الشَّيْطَانِ وَأَنْتُمْ يَضْرِبُ بَعْضُكُمْ رِقَابَ بَعْضٍ
รายงานจากสาลิม บิน อับดุลลอฮ บิน อุมัร กล่าวว่า “โอ้ชาวอีรัก” คำถามพวกท่านเกี่ยวกับ เรื่องเล็กช่างมากมายเสียจริง และ ท่านกระทำผิดใหญ่โตที่พวกท่านทำ ช่างมากมายเสียจริง .. ! ฉันได้ยิน บิดาของฉัน คืออับดุลลลอฮ บิน อุมัร กล่าวว่า “ฉันได้ยิน รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ แท้จริง ฟิตนะฮ มาจากที่นี่ ท่านได้ชี้ไปทางทิศตะวันออก จากที่ที่สองเขาของชัยฎอนปรากฏขึ้นมา และพวกท่าน ก็จะบั่นคอซึ่งกันและกัน (หมายถึงการรบราฆ่าฟันกัน) – รายงานโดยมุสลิม(5172)

.........

อิบนุตัยมียะฮกล่าวว่า

هذه لغة أهل المدينة النبوية فى ذاك الزمان ، كانوا يسمون أهل نجد والعراق أهل

المشرق " انتهى

นี้คือ ภาษาของชาวอาหรับนครมะดีนะตุลมุเนาวะเราะฮ ในสมัยนั้น ปรากฏว่าพวกเขา เรียกชาวนัจด์ และชาวอิรักว่า “ชาวตะวันออก” – ดู มัจญมัวะฟะตาวา เล่ม 27 หน้า 41

...............

หวังว่า หะดิษข้างต้นย่อมเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า นัจด์ ในหะดิษหมายถึง แผ่นดินอีรัก แต่.. ไม่ได้หมายถึงพี่น้องชาวอีรักทุกคนเลว นะครับ และหะดิษข้างต้น เป็นการยืนยันว่า คนที่เอาหะดิษบุคอรี เรื่อง ฟิตนะฮ ไปใส่ร้ายอิหม่ามมุหัมหมัดนั้น คือ คนที่บิดเบือนหะดิษเพื่อสนองอารมณ์

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 12:59 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลหาฟิซอิบนุหะญัร กล่าวว่า

" كان أهل المشرق يومئذ أهل كفر ، فأخبر صلى الله عليه وسلم أن الفتنة تكون من تلك

الناحية ، فكان كما أخبر ، وأول الفتن كان من قبل المشرق ، فكان ذلك سببا للفرقة

بين المسلمين ، وذلك مما يحبه الشيطان ويفرح به ، وكذلك البدع نشأت من تلك الجهة

ปรากฏว่า ชาวตะวันออก ในเวลานั้น เป็นชาวกุฟุร ดังนั้น นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงได้บอก ว่า ฟิตนะฮ เกิดขึ้นจากสถานที่ดังกล่าว แล้วมันก็เกิดขึ้น ตามที่ท่านนบีได้บอกไว้ และ เริ่มแรก ฟิตนะฮ เกิดขึ้นทางด้านตะวันออก แล้ว ฟิตนะฮดังกล่าวนั้น เป็นสาเหตุให้เกิดความแตกแยกในระหว่างมุสลิม และดังกล่าวนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากสิ่งที่ชัยฏอนชอบและยินดีด้วยมัน และ ในทำนองเดียวกันนั้น บิดอะฮ ได้เกิดขึ้น จากทิศดังกล่าว - ดู ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 13 หน้า 47

....................

ข้างต้น เป็นการยืนยัน จาก ท่านหาฟิซอิบนุหะญัร ว่า ฟิตนะฮ เกิดขึ้นที่แผ่นดินชาวตะวันออก อันหมายถึงอีรัก ตามที่ได้ระบุมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ ทีมโต๊ะครูแห่งเว็บสุนนะฮสะติวเด้น พยายามที่จะบอกว่า “หมายถึง ดินแดนถิ่นกำเนิดวะฮบีย์ นี้คือ อคติและความอาฆาตแค้นที่ส่งผลให้คนพยายามบิดเบือนหะดิษเพื่อทำลายคนอื่น วัลอิยาซุบิลละฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
al-toorab
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 08/12/2008
ตอบ: 38


ตอบตอบ: Wed Dec 24, 2008 2:56 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation

لا اله الا الله
محمد رسول الله
لا حول ولا قوة إلا بالله
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.12 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004