ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - เกี่ยวกับรอมฏอน
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เกี่ยวกับรอมฏอน

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักปฏิบัติ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
shabab
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/07/2008
ตอบ: 303


ตอบตอบ: Thu Aug 28, 2008 3:03 am    ชื่อกระทู้: เกี่ยวกับรอมฏอน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[/align]
ลองรับฟังและไตร่ตรองดู

http://www.islaminthailand.net/inside.php?id=1473

2551-08-23 ก้าวสู่เดือนรอมฎอน (สันติชน)

โดย เชครีฏอ อะหมัด สมะดี

ในงานก้าวสู่รอมฎอนชมรมมุสลิมธรรมศาสตร์

23 สิงหาคม 2551
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
shabab
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 16/07/2008
ตอบ: 303


ตอบตอบ: Thu Aug 28, 2008 3:04 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[/align]ถามตอบ ปัญหารอมฎอน

http://islaminthailand.blogspot.com/2008/08/blog-post_15.html



ปัญหาในเดือนรอมฎอน




การละหมาดกิยามุลลัยลฺ

1. คำถาม :

1. จากหนังสือวิธีละหมาดตามบัญญัติอิสลาม ของอัล-อิศลาหฺสมาคมบางกอกน้อย เมื่อท่านนบีละหมาดตะฮัจญุดนั้น ท่านเริ่มละหมาดด้วย 2 ร็อกอะฮฺสั้นๆ แล้วจะละหมาดต่อไปจนครบจำนวนที่ต้องการ คือ 11 ร็อกอะฮฺให้สลามทุกๆ สองร็อกอะฮฺและสุดท้ายให้ละหมาดวิตริเป็นเอกเทศ ในเดือนนรอมฏอนเรามีการละหมาดตะรอเวียะฮฺ 8 ร็อกอะฮฺ ละหมาดวิตริ 3 ร็อกอะอฺ รวม 11 ร็อกอะอฺ อยากทราบว่าเราจะละหมาดตะฮัจญุด ละหมาดวิตริอย่างไร ในเมื่อเกิน 11 ร็อกอะฮฺหรือเปล่า คำกล่าว"ที่ว่าท่านนบีไม่เคยละหมาดในเดือนรอมฎอน และเดือนอื่นๆเกินกว่า 11 ร็อกอะฮฺ" เชคช่วยอธิบายให้ละเอียดนะครับ พร้อมยกหะดิษประกอบ

2. หมาดตะฮัจญุดและละหมาดวิตริ คือ เกียญามุลรอมฎอน หมายความว่าอย่างไร เห็นเพื่อนบอกว่าเป็นการละหมาดเดียวกัน ถ้าเหมือนกันจะเหนียตอย่างไร

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

1. การละหมาดกิยามุลลัยลฺในเดือนรอมฎอน ไม่มีจำนวนจำกัด เพราะเป็นการละหมาดซุนนะฮฺทั่วไป ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "ศ่อลาตุลลัยลิ มัษนา" (บันทึกโดยบุคอรียฺ) หมายถึง "การละหมาดกลางคืนทีละสองๆ" และหะดีษที่รายงานโดยท่านหญิงอาอิชะฮฺว่า ท่านนบีไม่เคยละหมาดกลางในเดือนรอมฎอนหรือนอกเดือนรอมฎอนมากกว่า 11 ร็อกอะฮฺนั้น ได้พูดถึงการปฏิบัติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่มีความประเสริฐยิ่งอย่างแน่นอนแล้ว ซึ่งจะไม่ขัดแย้งว่าละหมาด 11 ดีที่สุด แต่ต้องละหมาดเหมือนท่านนบี แต่ไม่ใช่หมายรวมว่าไม่อนุญาตให้เกิน 11 แต่อย่างใด บรรดาศ่อฮาบะฮฺที่ได้รับรู้หะดีษบทนี้ ก็เข้าใจว่าการละหมาด 11 นั้นประเสริฐอยู่แล้ว แต่พวกท่านได้ละหมาด 21 เพราะเห็นว่าการละหมาด 11 เหมือนท่านนบีต้องละหมาดยาวนานพอสมควร และอุละมาอฺ(นักปราชญ์)ทุกมัซหับก็เห็นพ้องกันว่า อนุญาตให้ละหมาดมากกว่า 11 ร็อกอะฮฺ เพราะฉะนั้นถ้าท่านละหมาด 11 หรือ 8 ร็อกอะฮฺแล้วนอนหลับพักหนึ่ง และลุกขึ้นละหมาดตะฮัจญุดตอนท้ายของกลางคืน ท่านก็สามารถกระทำได้โดยไม่เป็นบิดอะฮฺและไม่เป็นมักโรหฺแต่อย่างใด และไม่มีอุละมาอฺคนหนึ่งคนใดที่กล่าวว่าเป็นบิดอะฮฺ แต่เพียงกล่าวว่าละหมาด 11 หรือมากกว่า 11 อันใดที่จะประเสริฐกว่า

2. การละหมาดกิยามุลลัยลฺ หรือตะรอเวียะหฺ หรือตะฮัจญุด เป็นชื่อที่แตกต่างแต่เนื้อหาเดียวกัน คือ การละหมาดช่วงกลางคืน แต่ในทางภาษาอาหรับและการใช้คำศัพท์อาจแตกต่างกันในบางกรณี เพราะคำว่า "ตะฮัจญุด" รากศัพท์หมายถึง ละการนอนหลับ จึงเรียกการภายหลังนอนหลับพักผ่อนแล้วว่า "ตะฮัจญุด" แต่ถ้าหากละหมาดอิชาอฺแล้วไม่ได้นอนหลับ จึงเรียกการละหมาดตอนนั้นว่า "กิยามุลลัยลฺ" คือ ละหมาดกลางคืน ถ้าเป็นการละหมาดกลางคืนโดยญะมาอะฮฺในเดือนรอมฎอน ซึ่งจะมีการพักทุกช่วง 4 ร็อกอะฮฺ(ดังที่ศ่อฮาบะฮฺได้ปฏิบัติ) ก็จะเรียกการละหมาดนี้ว่า "ละหมาดตะรอเวียะหฺ" แต่ทั้งหมดนี้เป็นชื่อสำหรับการละหมาดกลางคืนเหมือนกัน และไม่มีผลแตกต่างกันเกี่ยวกับชื่อหรือคำศัพท์

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
10 ต.ค. 48




2. คำถาม : ช่วงเวลาละหมาดตะฮัจญุดและละหมาดตัสบีหฺ คือเวลาใด

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

เวลาละหมาดตะฮัจญุดเริ่มภายหลังละหมาดอิชาอฺ ตลอดจนถึงอะซานซุบฮิ และการละหมาดตัสบีหฺ(ในทัศนะที่อนุโลม)ก็ให้ละหมาดได้ทุกเวลายกเว้น 3 เวลามักโรหฺคือ หลังละหมาดซุบฮิจนตะวันขึ้น, หลังละหมาดอัสริจนกระทั่งตะวันตก, และช่วงก่อนดวงอาทิตย์คล้อย คือเวลาซะวาล ก่อนดุฮริประมาณ 15 นาที

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
10 ต.ค. 48




3. คำถาม : มัสยิดที่ใกล้ที่สุดแถวบ้าน ละหมาด 21 เราละหมาด 8 อยากรู้ว่า ระหว่างยืนละหมาดเองที่บ้าน กับไปละหมาดญะมาอะห์ร่วมกับเขา แต่เอาแค่ 8 แล้วกลับมาละหมาดวิตรเอง อย่างไหนน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด อยากได้คำแนะนำ

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ละหมาดที่มัสยิดที่มีการละหมาด 21 ร็อกอะฮฺดีกว่า ถ้าหากการละหมาดของเขาไม่รวดเร็วและไม่ประกอบด้วยบิดอะฮฺอื่นๆ และถ้าหากการละหมาดที่มัสยิดจะมีสภาพเรียบร้อยกว่าการละหมาดด้วยตัวเองที่บ้านของท่าน แต่ถ้าหากท่านสามารถละหมาดที่บ้านแล้วดีกว่าที่มัสยิด หมายถึงนานกว่าและมีคุชัวะมากกว่าก็ละหมาดที่บ้านจะดีกว่า และถ้าหากที่มัสยิดมีบิดอะฮฺประกอบกับการละหมาดตะรอเวียะหฺ ท่านก็สามารถที่มัสยิดได้โดยไม่ต้องร่วมกระทำบิดอะฮฺกับเขา แต่การละหมาดที่บ้านจะดีกว่า ดังกล่าวเป็นคำตอบสำหรับการละหมาดตะรอเวียะหฺเท่านั้น

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
13 ต.ค. 48




4. คำถาม : ที่มัสยิดบ้านผมพอละหมาดอิชาอฺเสร็จดุอาอฺหลังละหมาดเสร็จเขาก็ละหมาดตะรอเวี๊ยะหฺเลย ผมเองก็เลยต้องใช้เวลาที่เขาดุอาอฺหลังละหมาดผมก็รีบละหมาดสุนัตหลังอิชาอฺเลย จะได้ทันละหมาดตะรอเวี๊ยะหฺทันเขา แต่อีหม่ามเขาบอกว่าทางที่ดีไม่ควรละหมาดเพราะเขากำลังดุอาอฺกัน ใช้ละหมาดตะรอเวี๊ยะหฺแทนการละหมาดสุนัตหลังอิชาอฺก็ได้ผลบุญได้เหมือนกัน และมีผู้ใหญ่บางท่านบอกว่าละหมาดสุนัตหลังอิชาอฺไม่มี แต่ที่ผมพอรู้มาคือสุนัตหลังอิชาอฺ เป็นสุนัตมุอักกะดะฮฺ ที่ท่านรอซูลละหมาดประจำ ขอให้ช่วยชี้แจงด้วย ขอให้ท่านอาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงตลอดเดือนรอมะฎอน

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

การละหมาดซุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺจะไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใดๆเนื่องด้วยกิจกรรมการละหมาดตะรอเวียะหฺในเดือนรอมฎอน ก็หมายถึงยังเป็นซุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดการละหมาดตะรอเวียะหฺที่มัสยิดให้ปล่อยเวลาตามความเหมาะสมให้ผู้ละหมาดซุนนะฮฺสามารถมีเวลาละหมาดได้ แต่ถ้าหากผู้จัดการละหมาดตะรอเวียะหฺไม่ยอมทำ ก็มีหลายทางในการชดเชยละหมาดอิชาอฺ ดังนี้

วิธีแรก คือเข้าละหมาดตะรอเวียะหฺสองร็อกอะฮฺด้วยเหนียตว่าเป็นซุนนะฮฺของอิชาอฺ

วิธีที่ 2 ให้ละหมาดตะรอเวียะหฺให้จบ และก่อนละหมาดวิตริให้แยกตัวและละหมาดซุนนะฮฺอิชาอฺและละหมาดวิตริต่างหาก

วิธีที่ 3 ให้ละหมาดตะรอเวียะหฺรวมทั้งวิตริกับอิมามให้ครบถ้วน และละหมาดซุนนะฮฺอิชาอฺภายหลังจากนั้น

วิธีที่ 4 ให้ละหมาดวิตริร็อกอะฮฺสุดท้าย(ร็อกอะฮฺเดียว)กับอิมาม และไม่ต้องสลาม โดยลุกขึ้นใช้อีกร็อกอะฮฺหนึ่ง โดยมีเหนียตให้เป็นละหมาดซุนนะฮฺ และให้ละหมาดวิตริภายหลังจากนั้น

วิธีที่ 5 ให้ละหมาดซุนนะฮฺในช่วงที่เขากำลังซิเกรหรือขอดุอาอฺกันอยู่ก่อนละหมาดตะรอเวียะหฺ เพราะการละหมาดซุนนะฮฺย่อมมีความสำคัญมากกว่า แต่ถ้าเป็นการรบกวนแก่เขา ก็หาทางในวิธีอื่นๆก็ได้

ที่ดีที่สุดในทัศนะของผม ให้ละหมาดตะรอเวียะหฺสองร็อกอะฮฺแรกด้วยเหนียตเป็นซุนนะฮฺ สำหรับส่วนร็อกอะฮฺที่จะขาดไป ท่านก็สามารถชดเชยได้หลังวิตริ หรือเพิ่มเติมกับวิตริร็อกอะฮฺเดี่ยวดังที่ระบุข้างต้น หรือไม่ต้องชดเชยก็ได้ เพราะท่านนบีก็เคยละหมาดกิยามุลลัยล์ 9 ร็อกอะฮฺ

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
23 ต.ค. 48




5. คำถาม : หลังละหมาดวิตริแล้ว เราสามารถละหมาดตะฮัจญุดหรือละหมาดซุนนะฮฺอื่นๆ ได้หรือไม่ ซุนนะฮฺท่านนบีมีที่ว่า "ท่านทั้งหลายจงให้การละหมาดวิตรเป็นการละหมาดครั้งสุดท้ายของพวกท่านในเวลากลางคืน" แสดงว่าเมื่อละหมาดวิตรหลังละหมาดตะรอเวียะฮฺในญะมาอะฮฺรอมฏอนแล้วไม่สามารถตื่นขึ้นมาละหมาดซุนนะฮฺตะฮัจญุดได้ซิ

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ไม่ใช่ครับ การละหมาดซุนนะฮฺทั่วไปย่อมเป็นสิทธิของผู้ทำอิบาดะฮฺโดยไม่จำกัด แม้กระทั่งการละหมาดวิตริก็เช่นกัน การที่ท่านนบีได้กล่าวว่า

"อิจญฺอะลู อาคิเราะศ่อลาติกุม บิลลัยลิ วิตรอน" หมายถึง "พวกเจ้าจงให้การละหมาดสุดท้ายในกลางคืนคือละหมาดวิตริ"

นั่นหมายรวมถึงรูปแบบที่สมบูรณ์และดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายรวมว่าวาญิบต้องปฏิบัติเช่นนั้น ที่กล่าวเช่นนี้เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็เคยแนะนำศ่อฮาบะฮฺหลายท่านให้ละหมาดวิตริก่อนนอนหลับ เพื่อความเข้มแข็งในการละหมาดวิตริ หากมีความประสงค์หรือโอกาสที่จะตื่นกลางคืนเพื่อละหมาดตะฮัจญุด ก็กระทำได้ตามเอกสิทธิ์ของผู้ปฏิบัติซุนนะฮฺ และมีหลักฐานว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ละหมาดซุนนะฮฺ 2 ร็อกอะฮฺหลังละหมาดวิตริ อันเป็นหลักฐานยืนยันว่าการละหมาดวิตริมิได้เป็นข้อห้ามมิให้ละหมาดซุนนะฮฺกลางคืนต่อไปแต่อย่างใด ดังนั้นใครเกรงว่าจะไม่สามารถลุดขึ้นกลางคืนเพื่อละหมาดตะฮัจญุดจึงละหมาดวิตริก่อนนอนหลับ และเกิดตื่นกลางคืนก็สามารถได้ เป็นเอกฉันท์(อิจญฺมาอฺ)ระหว่างอุละมาอฺทั้งปวง

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
6 ต.ค. 48




6. คำถาม : มีเรื่องขอสอบถามเชคครับด่วนนิดนึงครับ เนื่องจากในช่วงรอมฎอนนี้มีการละหมาดตะรอเวี้ยะหฺและมีหลายๆที่จัดละหมาดโดยที่มีการอ่านที่ค่อนข้างนานพอสมควรหมายถึงทบทวนอัลกุรอ่านทั้งเล่ม คำถามคือ ผมสามารถที่จะนำกุรอ่านมาเปิดดูโดยที่อิหม่ามเป็นผู้อ่านนำในเวลาละหมาดได้หรือไม่ครับ

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ไม่สมควรสำหรับมะอฺมูมที่จะถืออัลกุรอานขณะตามอิมามอยู่ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่มีความจำเป็น และไม่มีแบบฉบับจากนบีและศ่อฮาบะฮฺ หากถ้าเป็นอิมามหรือละหมาดคนเดียวก็อนุโลมให้ถืออัลกุรอานได้ เพราะมีแบบฉบับจากศ่อฮาบะฮฺ สำหรับอุละมาอฺส่วนมากก็ได้เห็นว่าการถืออัลกุรอานสำหรับมะอฺมูมนั้นย่อมเป็นสิ่งที่มักรูหฺ และมีทัศนะบางทัศนะที่เห็นว่าเป็นหะรอมและอาจถึงขั้นทำให้การละหมาดเสียหายด้วย เพราะฉะนั้น เราพยายามเตรียมพร้อมซึ่งสมาธิในการสดับฟังอัลกุรอานจากอิมามและคำนึงถึงว่าที่เรากำลังได้ยินนั้นเป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺ จึงจะช่วยให้มีคุชูอฺโดยไม่ต้องถืออัลกุรอาน


วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
23 ต.ค. 48







การถือศีลอด







7. คำถาม : อัสลามมุอะลัยกุม ผมมีปํญหาที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับการถือศีลอด คือ ผมใส่คอนเทคเลนส์แล้วต้องหยอดนําตาเทียม ทำให้เสียศีลอดหรือไม่ รบกวนช่วยตอบด้วยครับ

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ไม่เสียครับ เพราะดวงตานั้นไม่ใช่ทางรับประทานอาหารตามปกติ


วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี







8. คำถาม : ตอนนี้อยู่ในช่วงให้นมบุตร (อายุประมาณ7-8เดือน) ทานนมแม่มาตลอด และตั้งใจจะให้นมแม่ไปเรื่อยจน2ปี ตอนนี้ทานข้าวมื้อเที่ยงและเย็น แต่ทานได้น้อย-น้อยมาก นมขวดเพิ่งให้บ้างแต่ดูท่าทางไม่ค่อยชอบนัก รอมฎอนนี้ตั้งใจจะถือบวชซึ่งจะมีผลให้น้ำนมน้อยลง ไม่ทราบว่า เงื่อนไขที่อนุญาตให้หญิงให้นมบุตรนั้นละเว้นการถือบวชได้นั้น มีว่าอย่างไรคะและไม่ทราบว่ากรณีของหนูอยู่ในเงื่อนไขหรือเปล่า




ตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

สตรีที่ไม่มีประจำเดือนหรือเลือดหลังคลอด ป่วย หรือเดินทาง วายิบ(จำเป็น)ต้องถือศีลอด และสำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมมีข้ออนุโลมในทุกมัซหับให้งดการถือศีลอด ถ้ามีอันตรายต่อสุขภาพของตนหรือต่อบุตรของตน ขอบเขตอันตรายนั้นคือเกรงกลัวว่าจะป่วย หรือมีปัญหาทางสุขภาพ อันเป็นความทรมานที่อดทนไม่ได้ ดังนั้น ถ้าท่านเกรงว่าสุขภาพของท่านหรือสุขภาพของบุตรของท่านจะเข้าสู่ขั้นอันตรายด้วยการถือศีลอดของท่าน ก็จะเป็นข้ออนุโลมให้ท่านงดการถือศีลอด และถือใช้หลังเดือนรอมฎอน แต่ถ้าหากท่านมิอยากถือใช้ ก็มีข้ออนุโลมให้ออกกัฟฟาเราะฮฺ(ชดเชยโดยให้อาหารแก่ผู้ขัดสน 1 คนต่อวัน)ในทัศนะที่ถูกต้อง

การที่จะรู้ว่าอาจมีปัญหาต่อสุขภาพของตนหรือของบุตร ก็ขึ้นอยู่ที่ความมั่นใจหรือการวินิจฉัยของตน ที่จะให้น้ำหนักกับความเกรงกลัวต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น แต่จะดีกว่าถ้าท่านปรึกษาแพทย์มุสลิมที่เชี่ยวชาญในกรณีของท่าน ถ้าให้คำวินิจฉัยว่าอันตรายก็ย่อมมีน้ำหนักในการตัดสินว่าควรถือศีลอดหรือไม่ ถ้าท่านสงสัยว่าอาจมีอันตรายหรือไม่มี โดยน้ำหนักเท่าเทียม ก็ควรทดลองถือศีลอดไปก่อน ถ้าพบว่าสุขภาพเริ่มจะเสื่อมเสียหรืออ่อนเพลีย ก็จงระงับการถือศีลอดเสีย เพราะศาสนามิต้องการให้ท่านมีความลำบาก

แต่ถ้าท่านเกรงว่านมแม่จะลดลงแต่ไม่มีผลกระทบร้ายแรงหรืออันตรายใดๆต่อท่านหรือบุตรของท่าน หมายถึง สามารถถือศีลอดได้อย่างสะดวกโดยไม่มีปัญหาใดๆเลย ก็จำเป็นต้องถือศีลอด

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ริฎอ อะหมัด สมะดี
27 ก.ย. 48




9. คำถาม : มีเพื่อนที่ไม่ใช่มุสลิมมาเยี่ยมเราและพักอยู่กับเราระยะหนึ่งในเดือนรอมฎอนและในขณะเดียวกันมีคนนำอาหารมาให้เราเพื่อละศีลอด(หรือเชิญเราไปละศีลอดที่บ้านเขา) อยากทราบว่าอาหารนั้นเราจะให้เพื่อนที่ไม่ใช่มุสลิมทานด้วยได้หรือไม่ ญะซากัลลอฮฺค็อยรอน


คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ได้ครับ

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
13 ต.ค. 48







10. คำถาม : การกลืนน้ำลายขณะถือศีลอด เราสามารถกลืนได้หรือไม่ได้กันแน่คะ อยากทราบความกระจ่างที่ชัดเจนค่ะ

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ถ้าไม่ตั้งใจรวมน้ำลายเป็นจำนวนมากก็กลืนได้ โดยไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่ถ้าหากตั้งใจรวมน้ำลายเป็นจำนวนมากและกลืน ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ชอบให้กระทำ แต่ไม่ทำให้การถือศีลอดเสียหายใดๆ ในทัศนะของบรรดาอุละมาอฺส่วนมาก เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องน้ำลาย เพราะฉะนั้นการกลืนน้ำลายย่อมไม่เป็นความผิดที่ทำให้เสียหาย เพราะถ้าเป็นสิ่งที่ทำให้เสียศีลอดท่านนบีก็จะต้องระบุและอธิบายไว้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติอิบาดะฮฺ ดังที่มีตัวบทในอัลกุรอานดังสำนวนนี้

"วะก๊อดฟัศศ่อละละกุม มาฮัรรอมาอะลัยกุม" หมายถึง "พระองค์อัลลอฮฺทรงระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อห้าม(ที่พวกเจ้าต้องหลีกเลี่ยง)"

ดังนั้นถ้าไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อห้ามในเรื่องหนึ่งเรื่องใด แสดงว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นข้อห้ามแต่อย่างใด ดังที่มีหะดีษของท่านนบีดังสำนวนนี้

"วะสะกะตะอันอัชญาอิน มินฆ็อยรินิสยานิน ฟะลาตัสอะลุอันฮา" หมายความว่า "อัลลอฮฺทรงเฉยต่อบางสิ่งบางอย่าง โดยที่พระองค์ไม่ทรงลืมหรือเผลอ ดังนั้นพวกเจ้าอย่าสอบถามในสิงนั้น" จากตัวบทข้างต้นทั้งหมดจะได้ข้อสรุปว่า การกลืนน้ำลายไม่มีรายละเอียดในตัวบทให้เห็นว่าเป็นข้อห้ามที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นไม่ควรเคร่งครัดในสิ่งที่ศาสนาไม่ได้ใช้ให้เคร่งครัด

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
6 ต.ค. 48




11. คำถาม : เราสามารถที่จะแปรงฟันในตอนกลางวันที่เราถือศีลอดได้รึป่าวค่ะ

คำตอบ

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

ถ้าไม่มียาสีฟันก็สามารถแปรงได้ เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็แปรงฟันด้วยไม้ข่อยขณะถือศีลอด แต่ถ้าหากมียาสีฟันและเกรงว่าจะเข้าลำคอขณะถูฟันนั้น ก็จะเป็นสิ่งที่มักโรหฺ(ไม่ชอบให้กระทำ) เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ห้ามกลั้วปากมากมายขณะถือศีลอด ดังที่มีหะดีษของละกีต จากท่านนบี กล่าวดังสำนวนนี้

"วะบาลิฆฟิลมัดมะดอติ อิลลาอันตะกูนะ ซออิมา" หมายความว่า "และจงกลั้วน้ำในปาก(ตอนอาบน้ำละหมาด)ยกเว้นกรณีที่ท่านได้ถือศีลอด"

ข้อสรุปคือ อนุญาตให้ถูฟัน แต่ถ้าหากใช้ยาสีฟันก็ให้ระมัดระวัง และถ้าไม่ใช้ยาสีฟันก็จะดีกว่า

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุ้ลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
ริฎอ อะหมัด สมะดี
6 ต.ค. 48
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักปฏิบัติ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.07 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004