ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - เมื่อ อัลอะชาอีเราะฮ ไม่ตามครู
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เมื่อ อัลอะชาอีเราะฮ ไม่ตามครู
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Aug 17, 2007 10:47 pm    ชื่อกระทู้: เมื่อ อัลอะชาอีเราะฮ ไม่ตามครู ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูดของอิหมามอบู หะสัน อัลอัชอะรีย์ ต่อไปนี้ แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อของกลุ่มที่เรียกว่า อัล-อะชาอีเราะฮ มีความเชื่อ ต่างกับผู้ที่เขาอ้างว่าเป็นเจ้ามัซฮับของพวกเขา
الباب الخامس ذكر الاستواء على العرش
إن قال قائل: ما تقولون في الاستواء ؟
قيل له: نقول: إن الله عز وجل يستوي على عرشه استواء يليق به من غير طول استقرار، كما قال: (الرحمن على العرش استوى) (5 /20) ، وقد قال تعالى: (إليه يصعد الكلم الطيب والعمل الصالح يرفعه) من الآية (10 /35) ، وقال تعالى: (بل رفعه الله إليه) من الآية (158 /4) ، (2/ 106) وقال تعالى: (يدبر الأمر من السماء إلى الأرض ثم يعرج إليه) من الآية (5 /32) ، وقال تعالى حاكيا عن فرعون لعنه الله: (يا هامان ابن لي صرحا لعلي أبلغ الأسباب أسباب السماوات فأطلع إلى إله موسى وإني لأظنه كاذبا) من الآيتين (36 - 37 /40) ، كذب موسى عليه السلام في قوله: إن الله سبحانه فوق السماوات .
وقال تعالى: (أأمنتم من في السماء أن يخسف بكم الأرض) من الآية (16 /67
فالسماوات فوقها العرش، فلما كان العرش فوق السماوات قال: (أأمنتم من في السماء) من الآية (14 /67) ... لأنه مستو على العرش (2/ 107) الذي فوق السماوات، وكل ما علا فهو سماء، والعرش أعلى السماوات، وليس إذا قال: (أأمنتم من في السماء) من الآية (16 /67) يعني جميع السماوات، وإنما أراد العرش الذي هو أعلى السماوات، ألا ترى الله تعالى ذكر السماوات، فقال تعالى: (وجعل القمر فيهن نورا) من الآية (16 /7) ، ولم يرد أن القمر يملأهن جميعا، وأنه فيهن جميعا، ورأينا المسلمين جميعا يرفعون أيديهم إذا دعوا نحو السماء؛ لأن الله تعالى مستو على العرش الذي هو فوق السماوات، فلولا أن الله عز وجل على العرش لم يرفعوا أيديهم نحو العرش، كما لا يحطّونها إذا دعوا إلى الأرض 1 (2/ 108
บาบที่ 5
ซิกรฺ อัลอิสติวาอ์ อะลา อัลอัรชฺ
(กล่าวถึงการอยู่เหนืออะรัชของอัลลอฮฺ)
ถ้าหากเขากล่าวว่า “พวกท่านจะกล่าวอย่างไรในเรื่องของอิสติวาอ์ ?”
ให้กล่าวแก่เขาว่า “เราขอกล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงเกียรติและสูงส่งทรงอยู่เหนืออะรัชของพระองค์ (ด้วยความเหนือที่เหมาะสมกับพระองค์ โดยปราศจากการพำนักอยู่เป็นเวลานาน ดังคำตรัสของพระองค์
(الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى)
“ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงอยู่เหนือบัลลังก์” (ฏอฮา/5)
(إِلَيْهِ يَصْعَدُ الْكَلِمُ الطَّيِّبُ وَالْعَمَلُ الصَّالِحُ يَرْفَعُهُ)
“คำกล่าวที่ดีจะ (ถูกพา) ขึ้นสู่พระองค์ และการงานที่ดีก็จะ (ถูก) ยกขึ้นสู่พระองค์เช่นกัน” (ฟาฏิร/10)
(بَل رَّفَعَهُ اللّهُ إِلَيْهِ)
“หามิได้ อัลลอฮฺได้ทรงยกท่านนบีอีซาขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก” (อันนิสาอ์/158)
(يُدَبِّرُ الْأَمْرَ مِنَ السَّمَاءِ إِلَى الْأَرْضِ ثُمَّ يَعْرُجُ إِلَيْهِ)
“พระองค์ทรงบริหารกิจการจากชั้นฟ้าสู่แผ่นดิน แล้วมันจะขึ้นไปสู่พระองค์” (อัสสัจญ์ดะฮฺ/5)
และพระองค์ทรงตรัสเล่าเรื่องเกี่ยวกับฟิรเอาน์ (ขออัลลอฮฺทรงสาปแช่ง-ว่า
(يَا هَامَانُ ابْنِ لِي صَرْحاً لَّعَلِّي أَبْلُغُ الْأَسْبَابَ أَسْبَابَ السَّمَاوَاتِ فَأَطَّلِعَ إِلَى إِلَهِ مُوسَى وَإِنِّي لأَظُنُّهُ كَاذِباً)
“โอ้ฮามานเอ๋ย! จงสร้างหอสูงให้ฉันเพื่อฉันจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป ทางที่จะขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าทั้งหลาย เพื่อฉันจะได้เห็นพระเจ้าของมูซา และแท้จริงฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก” (ฆอฟิร/36-37)
ฟิรเอาน์กล่าวหาว่ามูซาพูดโกหกในคำพูดของท่านที่ว่า “แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงมหาบริสุทธิ์อยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย”
พระองค์ทรงตรัสว่า
(أَأَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاء أَن يَخْسِفَ بِكُمُ الأَرْضَ)
“พวกเจ้าคิดว่าจะวางใจจากผู้ที่อยู่บนฟากฟ้า (อัลลอฮฺ) ว่าจะไม่ทำให้แผ่นดินสูบพวกเจ้ากระนั้นหรือ” (อัลมุลก์/16)
ดังนั้น ชั้นฟ้าทั้งหลายเหนือมันมีอะรัชอยู่ ในเมื่ออะรัชอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย พระองค์จึงตรัสว่า “พวกเจ้าคิดว่าจะวางใจจากผู้ที่อยู่บนฟากฟ้า (อัลลอฮฺ) กระนั้นหรือ” เพราะพระองค์ทรงอยู่เหนืออะรัชที่อยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย และทุกๆสิ่งที่อยู่สูง (ด้านบน) มันก็คือฟ้า และอะรัชอยู่เหนือสุดของชั้นฟ้าทั้งหลาย...และเราเห็นชาวมุสลิมทั้งหลายต่างยกมือของพวกเขาขึ้นสู่ฟ้ายามที่พวกเขาขอดุอาอ์ เพราะอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งอยู่เหนืออะรัชที่อยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย ถ้าหากว่าอัลลอฮฺไม่ได้อยู่เหนืออะรัช แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยกมือของพวกเขาขึ้นไปยังอะรัช เช่นเดียวกับที่พวกเขาไม่ได้ชี้มือลงไปยังพื้นดินยามที่พวกเขาขอดุอาอ์

فصل
وقد قال قائلون من المعتزلة والجهمية والحرورية: إن معنى قول الله تعالى: (الرحمن على العرش استوى) (5 /20) أنه استولى وملك وقهر، وأن الله تعالى في كل مكان، وجحدوا أن يكون الله عز وجل مستو على عرشه، كما قال أهل الحق، وذهبوا في الاستواء إلى القدرة .
ولو كان هذا كما ذكروه كان لا فرق بين العرش والأرض السابعة؛ لأن الله تعالى قادر على كل شيء والأرض لله سبحانه (2/ 109) قادر عليها، وعلى الحشوش، وعلى كل ما في العالم، فلو كان الله مستويا على العرش بمعنى الاستيلاء، وهو تعالى مستو على الأشياء كلها لكان مستويا على العرش، وعلى الأرض، وعلى السماء، وعلى الحشوش، والأقدار؛ لأنه قادر على الأشياء مستول عليها، وإذا كان قادرا على الأشياء كلها لم يجز عند أحد من المسلمين أن يقول إن الله تعالى مستو على الحشوش والأخلية، تعالى الله عن ذلك علوا كبيرا، لم يجز أن يكون الاستواء على العرش الاستيلاء الذي هو عام في الأشياء كلها، ووجب أن يكون معنى الاستواء يختص بالعرش دون الأشياء كلها .
وزعمت المعتزلة والحرورية والجهمية أن الله تعالى في كل مكان، فلزمهم أنه في بطن مريم وفي الحشوش والأخلية، وهذا خلاف الدين . تعالى الله عن قولهم علوا كبيرا
ตอน
แท้จริง ชาวมุอฺตะซิละฮฺ ญะฮฺมิยะฮฺ และหะรูริยะฮฺ พวกเขากล่าวว่า “ความหมายของคำตรัสของอัลลอฮฺ
(الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى)
“ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงอยู่เหนือบัลลังก์” (ฏอฮา/5)
หมายถึง “ยึดครอง (อิสเตาลา), ครอบครอง (มิลก์) และ เอาชนะด้วยการบังคับ (ก็อฮร์) และอัลลอฮฺนั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง พวกเขาปฏิเสธการอยู่เหนืออะรัชของอัลลอฮฺ ดังที่บรรดาผู้สัจจริงได้กล่าวไว้ และพวกเขายึดมั่นว่า อิสติวาอ์นั้นคือกุดเราะฮฺ (มีอำนาจเหนือ)
ถ้าเป็นอย่างที่พวกเขากล่าวไว้ มันก็จะไม่แตกต่างกันเลยระหว่างอะรัชกับพื้นดินทั้งเจ็ดชั้น เพราะอัลลอฮฺทรงมีอำนาจเหนือทุกๆสิ่งและเหนือพื้นดิน ดังนั้นอัลลอฮฺผู้ทรงบริสุทธิ์จึงทรงมีอำนาจเหนือพื้นดิน เหนือหญ้า และเหนือทุกๆสิ่งที่มีอยู่ในโกลนี้ ดังนั้น ถ้าหากว่าอัลลอฮฺทรงอิสติวาอ์บนอะรัชด้วยความหมาย “อิสตีลาอ์” (มีอำนาจเหนือ) ในขณะที่พระองค์ทรงทรงมีอำนาจเหนือทุกๆสิ่งอยู่แล้ว แน่นอนว่าพระองค์ย่อมต้องอิสติวาอ์เหนืออะรัช เหนือพื้นดิน เหนือชั้นฟ้า เหนือหญ้า และเหนือสิ่งโสโครก เพราะพระองค์ทรงมีอำนาจเหนือทุกๆสิ่ง ทรงปกครอง (อิสเตาลา) เหนือพวกมันทั้งหลายอยู่แล้ว...
มุอฺตะวิละฮฺ หะรูริยะฮฺ และญะฮฺมิยะฮฺ ยังเชื่อว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นมีอยู่ทุกๆที่ ดังนั้นจึงจำเป็นต่อพวกเขา (ที่ต้องเชื่อว่า) พระองค์มีอยู่ในท้องของมัรยัม ในหญ้า และในห้องสุขา อัลลอฮฺทรงสูงส่งจากคำพูดของพวกเขาด้วยความสูงส่งที่ใหญ่ยิ่ง
مسألة:
ويقال لهم: إذا لم يكن مستويا على العرش بمعنى يختص العرش (2/ 110) دون غيره، كما قال ذلك أهل العلم، ونقله الأخبار، وحملة الآثار، وكان الله عز وجل في كل مكان فهو تحت الأرض التي السماء فوقها، وإذا كان تحت الأرض والأرض فوقه، والسماء فوق الأرض وفي هذا ما يلزمكم أن تقولوا إن الله تحت التحت، والأشياء فوقه، وأنه فوق الفوق والأشياء تحته، وفي هذا ما يجب أنه تحت ما هو فوقه، وفوق ما هو تحته، وهذا هو المحال المتناقض، تعالى الله عن ذلك علوا كبيرا
ปัญหา (คำตอบ)
ให้ตอบพวกเขาไปว่า ในเมื่อการอิสติวาอ์เหนืออะรัชไม่ได้มีความหมายที่เฉพาะเจาะจงเพียงแค่อะรัช โดยปราศจากสิ่งอื่นตามที่นักวิชาการ บรรดาผู้รายงานเคาะบัร และผู้แบกอาษารได้กล่าวไว้ และอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่ในทุกๆสถานที่ พระองค์ทรงอยู่ใต้พื้นดินที่มีฟ้าอยู่เหนือมัน และในเมื่อพระองค์ทรงอยู่ใต้พื้นดิน และพื้นดินอยู่เหนือพระองค์ และฟ้าอยู่เหนือพื้นดิน ในการดังกล่าวทำให้พวกท่านจำเป็นต้องกล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮฺนั้นอยู่ใต้ของใต้และสิ่งอื่นๆอยู่เหนือพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่เหนือของเหนือและทุกๆสิ่งอยู่ใต้พระองค์ ในการดังกล่าวทำให้พระองค์จำเป็นต้องอยู่ภายใต้สิ่งที่อยู่เหนือพระองค์ และอยู่เหนือสิ่งที่อยู่ใต้พระองค์ (ในเวลาเดียวกัน) สภาพเช่นนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และขัดแย้งกัน (อัลลอฮฺทรงสูงส่งจากสิ่งนั้นด้วยความสูงส่งที่ใหญ่ยิ่ง-
อ้างอิงความหมายจาก
http://www.iqraonline.org/forum/index.php?topic=684.0
........
แต่ความเชื่อของอัลอะชาอีเราะฮปัจจุบัน ตีความ คำว่า อิสติวาอ์เหนืออะรัช หมายถึง อำนาจปกครอง หรือ การครอบครอง และพวกเขาปฏิเสธ คำว่า"อัลลอฮอยู่บนฟากฟ้า "ตามที่อัลกุรอ่านและหะดิษระบุ โดยตีความว่า หมายถึงความสูงส่งในด้านฐานะ

...........
อินชาอัลลอฮ มีต่อ เพิ่มเติม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sun Oct 28, 2007 10:41 pm, แก้ไขทั้งหมด 4 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Aug 18, 2007 9:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อบู หะสัน อัลอัชอะรีย์ (ต.324 ฮ.ศ.) กล่าวว่า
وقد قال قائلون من المعتزلة والجهمية والحرورية إن معنى قول الله تعالى الرحمن على العرش استوى 5 /20
أنه استولى وملك وقهر وأن الله تعالى في كل مكان وجحدوا أن يكون الله عز وجل مستو على عرشه كما قال أهل الحق وذهبوا في الاستواء إلى القدرة
แท้จริง ชาวมุอฺตะซิละฮฺ ญะฮฺมิยะฮฺ และหะรูริยะฮฺ พวกเขากล่าวว่า “ความหมายของคำตรัสของอัลลอฮฺ
(الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى)
“ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงอยู่สูงเหนือบัลลังก์” (ฏอฮา/5)
หมายถึง “ยึดครอง (อิสเตาลา), ครอบครอง (มิลก์) และ เอาชนะ (ก็อฮร์) และอัลลอฮฺนั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง พวกเขาปฏิเสธการอยู่สูงเหนืออะรัชของอัลลอฮฺ ดังที่บรรดาผู้สัจจริงได้กล่าวไว้ และพวกเขายึดมั่นว่า อิสติวาอ์นั้นคือกุดเราะฮฺ (มีอำนาจเหนือ)”... (อัลอิบานะฮฺ ฉบับพิมพ์ที่ซาอุดีอาระเบีย- หน้า 98, มุคตะศ้อร อัลอุลูว์ หน้า 239, และดูเพิ่มเติมใน อัรร็อดอะลา อัลญะฮฺมิยะฮฺของอัดดาริมีย์ หน้า 34

.........
จะเห็นได้ว่า อะกีดะฮของอิหม่ามอบูฮาซัน อัลอัซอารีย์ ไม่ได้ตีความคำว่า الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى)
เหมือนกับ พวกอัลอะชาอีเราะฮในปัจจับัน ที่ตีความว่า "อำนาจปกครอง"จึงแสดงให้เห็นว่า ศิษย์ไม่ตามครู
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Aug 18, 2007 9:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอบูหะซัน อัลอัชอารีย์ ได้อ้างหลักฐานอีกว่า
ذينار عن نافع عن جبير عن أبيه رضي الله عنهم أجمعين أن النبي صلى الله عليه وسلم قال ينزل ربنا عز وجل كل ليلة إلى السماء الدنيا فيقول هل من سائل فأعطيه هل من مستغفر فأغفر له حتى يطلع الفجر
روى عبيدالله بن بكر قال ثنا هشام بن أبي عبدالله عن يحيى بن كثير عن أبي جعفر أنه سمع أبا حفص يحدث أنه سمع أبا هريرة رضي الله عنه قال قال رسول الله صلى الله عليه وسلم إذا بقى ثلث الليل ينزل الله تبارك وتعالى فيقول من ذا الذي يدعوني أستجيب له من ذا الذي يستكشف الضر فأكشفه عنه من ذا الذي يسترزقني فأرزقه حتى ينفجر الفجر
อัมริน บุตร ดีนาร จากนาเฟียะ จากญุบัยร์ จากบิดาของเขา (ขออัลลอฮโปรดประทานความโปรดปรานให้แก่พวกเขาทั้งหมดด้วยเถิด) ว่า แท้จริงท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "พระเจ้าของเราผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงสูงส่ง ได้เสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา ในทุกๆคืน แล้วตรัสว่า มีผู้ใดจะขอไหม เราจะมอบให้แก่เขา ,มีผู้ใดขออภัยโทษไหม เราก็จะอภัยโทษให้แก่เขา จนกระทั่งรุ่งอรุณขึ้น
รายงานโดยอุบัยดุลลอฮ บุตร บะกัร กล่าวว่า ฮิชาม บุตร อบีอับดิลละฮ ได้เล่าแก่เรา จากยะห์ยา บุตร กะษีร จากอบียะอฺฟัร ว่า เขาได้ยิน อบูหัฟศิน เล่าว่า เขาได้ยิน อบูฮุรัยเราะฮ (ร.ฎ) กล่าวว่า ท่านรซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "เมื่อเหลือหนึ่งในสามของกลางคืน อัลลอฮ ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงสูงส่ง เสด็จลงมา แล้วตรัสว่า "ผู้ใดเล่า เป็นผู้ที่วิงวอนขอต่อข้า ข้าก็จะตอบรับให้แก่เขา,ผู้ใดเล่า เป็นผู้ที่ขอให้ปลดเปลื้องความเดือดร้อน ข้าก็จะปลดเปลื้องมันให้พ้นจากเขา ,ผู้ใดเล่า เป็นผู้ที่ขอปัจจัยยังชีพต่อข้า ข้าก็จะประทานปัจจัยยังชีพให้แก่เขา จนกระทั่งรุ่งอรุณขึ้น" - ดู อัลอิบานะฮ เล่ม 1 หน้า 111 ..........

..........
จะเห็นได้ว่า ท่านอบูหะซัน อัลอัชอารีย์ ไม่ได้ตีความ คำว่า "ينزل الله تبارك وتعالى ตามที่พวกอัลอะชาอีเราะฮ ปัจจุบันตีความว่า "ความเมตตาของอัลลอฮ"ได้ล่งมา แสดงให้เห็นว่า อัลอะชาอีเราะฮไม่ตามครู
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Aug 18, 2007 9:47 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอบูหาซัน อัลอัชอะรีย์ ได้อ้างหลักฐานแสดงถึงคุณลักษณะการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮดังที่พระองค์ตรัส ต่อไปนี้
يَخَافُونَ رَبَّهُم مِّن فَوْقِهِمْ وَيَفْعَلُونَ مَا يُؤْمَرُونَ
[16.50] พวกเขาจะกลัวพระเจ้าของพวกเขา ผู้ทรงอำนาจเหนือพวกเจ้า ปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขาถูกบัญชา
تَعْرُجُ الْمَلَائِكَةُ وَالرُّوحُ إِلَيْهِ فِي يَوْمٍ كَانَ مِقْدَارُهُ خَمْسِينَ أَلْفَ سَنَةٍ
[70.4] มลาอิกะฮ์และอัรรูหฺ (ญิบรีล) จะขึ้นไปหาพระองค์ในวันหนึ่งซึ่งกำหนดของมันเท่ากับห้าหมื่นปี (ของโลกดุนยานี้)
ثُمَّ اسْتَوَى إِلَى السَّمَاء وَهِيَ دُخَانٌ فَقَالَ لَهَا وَلِلْأَرْضِ اِئْتِيَا طَوْعاً أَوْ كَرْهاً قَالَتَا أَتَيْنَا طَائِعِينَ
[41.11] แล้วพระองค์ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้าขณะที่มันเป็นไอหมอก พระองค์จึงตรัสแก่ชั้นฟ้าและแผ่นดินว่า เจ้าทั้งสองจงมาจะโดยเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม มันทั้งสองกล่าวว่า ข้าพระองค์มาอย่างเต็มใจแล้ว
الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَا فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ الرَّحْمَنُ فَاسْأَلْ بِهِ خَبِيراً
[25.59] พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่มีอยู่ในระหว่างทั้งสองนั้น ในระยะ 6 วัน แล้วพระองค์ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ พระผู้ทรงกรุณาปรานี ดังนั้นจงถามผู้รู้เกี่ยวกับพระองค์

اللَّهُ الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَا فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ مَا لَكُم مِّن دُونِهِ مِن وَلِيٍّ وَلَا شَفِيعٍ أَفَلَا تَتَذَكَّرُونَ
[32.4] อัลลอฮ์คือผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสองในเวลา 6 วัน แล้วพระองค์ทรงสถิตอยู่เหนือบัลลังก์ สำหรับพวกเจ้านั้นไม่มีผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลืออื่นจากพระองค์ แล้วพวกเจ้ามิได้ใคร่ครวญบ้างดอกหรือ ?

แล้วท่านอิหม่ามอบูหะซัน สรุปว่า
فكل ذلك يدل على أنه تعالى في السماء مستو على عرشه والسماء بإجماع الناس ليست الأرض فدل على أنه تعالى منفرد بوحدانيته مستو على عرشه استواء منزها عن الحلول والإتحاد
ทั้งหมดนั้น แสดงให้เห็นว่า แท้จริง อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งนั้นทรงอยู่บน/เหนืออะรัช และเหนือชั้นฟ้า โดยมติของบรรดามนุษย์ (อุลามาอฺ)ไม่ใช่อยู่บนพื้นดินและแสดงให้เห็นว่า พระองค์ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเป็นหนึ่งเดียว ด้วยคุณลักษณะการเป็นเอกกะของพระองค์ ทรงสถิตอยู่เหนือบัลลังค์ของพระองค์ เป็นการสถิตอยู่ ที่บริสุทธิ์จากการตั้งถิ่นฐานและการรวมเป็นหนึ่งเดียว - อัลอิบานะฮ เล่ม 1 หน้า 113


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sat Sep 06, 2014 9:08 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Aug 19, 2007 11:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอิบนุกะษีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
وَأَمَّا قَوْله تَعَالَى " ثُمَّ اِسْتَوَى عَلَى الْعَرْش " فَلِلنَّاسِ فِي هَذَا الْمَقَام مَقَالَات كَثِيرَة جِدًّا لَيْسَ هَذَا مَوْضِع بَسْطهَا وَإِنَّمَا نَسْلك فِي هَذَا الْمَقَام مَذْهَب السَّلَف الصَّالِح مَالِك وَالْأَوْزَاعِيّ وَالثَّوْرِيّ وَاللَّيْث بْن سَعْد وَالشَّافِعِيّ وَأَحْمَد وَإِسْحَاق بْن رَاهْوَيْهِ وَغَيْرهمْ مِنْ أَئِمَّة الْمُسْلِمِينَ قَدِيمًا وَحَدِيثًا وَهُوَ إِمْرَارهَا كَمَا جَاءَتْ مِنْ غَيْر تَكْيِيف وَلَا تَشْبِيه وَلَا تَعْطِيل وَالظَّاهِر الْمُتَبَادِر إِلَى أَذْهَان الْمُشَبِّهِينَ مَنْفِيّ عَنْ اللَّه فَإِنَّ اللَّه لَا يُشْبِههُ شَيْء مِنْ خَلْقه وَ " لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْء وَهُوَ السَّمِيع الْبَصِير " بَلْ الْأَمْر كَمَا قَالَ الْأَئِمَّة مِنْهُمْ نُعَيْم بْن حَمَّاد الْخُزَاعِيّ شَيْخ الْبُخَارِيّ قَالَ مَنْ شَبَّهَ اللَّه بِخَلْقِهِ كَفَرَ وَمَنْ جَحَدَ مَا وَصَفَ اللَّه بِهِ نَفْسه فَقَدْ كَفَرَ وَلَيْسَ فِيمَا وَصَفَ اللَّه بِهِ نَفْسه وَلَا رَسُوله تَشْبِيه فَمَنْ أَثْبَتَ لِلَّهِ تَعَالَى مَا وَرَدَتْ بِهِ الْآيَات الصَّرِيحَة وَالْأَخْبَار الصَّحِيحَة عَلَى الْوَجْه الَّذِي يَلِيق بِجَلَالِ اللَّه وَنَفَى عَنْ اللَّه تَعَالَى النَّقَائِص فَقَدْ سَلَكَ سَبِيل الْهُدَى
และสำหรับคำตรัสของอัลลอฮตะอาลาที่ว่า "แล้วทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ " ในตรงนี้มีทัศนะของบรรดามนุษย์มากมายยิ่งนัก ซึ่ง ณ ที่นี้ไม่มีที่ที่จะขยายความให้ละเอียดได้ และแท้จริง เกี่ยวกับ ณ ตรงนี้ เราได้ดำเนินตามมัซฮับของสะละฟุศศอลิหฺ คือท่านมาลิก , ท่านอัลเอาซะอีย์ , ท่านอัษเษารีย์ , ท่านอัลลัยษ์ บิน สะอัด , ท่านอัชชาฟิอีย์ , ท่านอะหฺมัด บิน หัมบัล , ท่านอิสหาก ร่อฮุวัยฮ์ , และท่านอื่น ๆ จากนักปราชญ์บรรดามสุลิมีนทั้งอดีตและปัจจุบัน ซึ่งแนวทางของสะละฟุศศอลิหฺ ก็คือปล่อยมัน ให้ผ่านไปเหมือนที่มันได้มีมา โดยไม่อธิบายรูปแบบวิธีการ ไม่เปรียบเทียบการคล้ายคลึง และไม่ปฏิเสธคุณลักษณะ(ซีฟัต) และความหมายตามที่ปรากฏ ที่เข้าไปอยู่ในความเข้าใจบรรดาพวกมุชับบีฮีน(พวกที่เข้าใจว่าคุณลักษณะของอัลลออคล้ายคลึงคุณลักษณะมัคโลค)นั้น ถูกปฏิเสธจากอัลลอฮ เพราะอัลลอฮนั้น ไม่มีสิ่งใดจากมัคลูคของพระองค์ คล้ายคลึงกับพระองค์ และ"ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์คือ ผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น " แต่ทว่า (ความจริง) เรื่องนี้ เหมือนกับสิ่งที่บรรดาอิหม่ามได้กล่าวไว้ ส่วนหนึ่งจากพวกเขาคือ นุอัยม์ บุตร หัมมาด อัลคุซาอีย์ อาจารย์ของอิหม่ามบุคอรี กล่าวว่า ผู้ใดเปรียบเทียบว่าอัลลอฮคล้ายคลึงกับมัคลูคของพระองค์ เขาเป็นกาเฟรและผู้ใดปฏิเสธ สิ่งที่อัลลอฮได้ทรงพรรณาคุณลักษณะด้วยมันแก่ตัวของพระองค์ แน่นอนเขาเป็นกาเฟร และในสิ่งที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ พรรณาคุณลักษณะให้แก่ตัวของพระองค์ด้วยมัน นั้น ไม่ใช่เป็นการตัชบีฮ(ไม่ใช่เป็นการเปรียบเทียบว่าอัลลอฮคล้ายคลึงกับมัคลูค)ดังนั้นผู้ใดรับรองให้กับอัลลอฮตาอาลา ในสิ่งที่บรรดาอายะฮอัลกุรอ่าน และบรรดาหะดิษที่เศาะเฮียะ ได้ระบุเอาไว้ (เป็นการรับรอง) ตามรูปแบบที่เหมาะสมกับความเกรียงไกรของอัลลอฮและปฏิเสธบรรดาคุณลักษณะที่บกพร่องจากอัลลอฮ แน่นอน เขาก็ได้ดำเนินตามทางนำ - ตัฟสิรอิบนิกะษีร อรรถาธิบายซูเราะฮ์ อัลอะร๊อฟ อายะฮ์ที่ 54
...........
เมื่ออ่านแล้ว จะเห็นได้ว่า อิบนุกะษีร มีทัศนะเหมือนกับ อบูหาซัน อัลอัชอะรีย และชาวสะลัฟ แต่ไม่ใช่อะกีดะฮที่เหมือนกับอะกีดะฮของพวกอัลอะชาอีเราะฮปัจจุบัน ตามที่พวกเขาอ้าง เพราะพวกอัลอะชาอีเราะฮปัจจุบันตีความ คำว่า"อัลอิสติวาอ์" ว่า อำนาจปกครอง"


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Tue Oct 13, 2015 8:53 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Aug 29, 2007 12:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนุกะษีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
إن الأشعري كان معتزلياً فتاب منه بالبصرة فوق المنبر، ثم أظهر فضائح المعتزلة وقبائحهم
แท้จริง (อบูหะซัน)อัลอัชอะรีย์นั้น เป็นพวกมุอ์ตะซิละฮ แล้วท่านได้กลับตัวจากนั้น บนมินบัร ที่เมืองบัศเราะฮ ต่อมาท่านได้เปิดโป่งความน่าละอายและความชั่วร้ายของพวกนั้น
- อัลบิดายะฮ วัลนิฮายะฮ เล่ม 11 หน้า 187
........
พวกอัลอะชาอีเราะฮยุคหลัง ได้ถือตามทัศนะของท่านอบูหะซัน อัลอัชอะรีย์ ตอนที่ท่านยังยึดตามแนวทางของมุอ์ตะซิละฮ แต่ท่านได้กลับตัวออกจากพวกนั้นในเวลาต่อมา พวกเขาจึงไม่ยอมรับเรื่อง การกลับตัวของท่าน โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องโกหก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Oct 28, 2007 10:38 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอบูหะซัน อัลอัชอะรีย์ กล่าวว่า
أما بعد فإن كثيرا من الزائغين عن الحق من المعتزلة وأهل القدر مالت بهم أهواؤهم إلى تقليد رؤسائهم ومن مضى من أسلافهم فتأولوا القرآن على آرائهم تأويلا لم ينزل به الله سلطانا ولا أوضح به برهانا ولا نقلوه عن رسول رب العالمين ولا عن السلف المتقدمين
ดังนั้น ส่วนมากจากบรรดาผู้ที่เบี่ยงเบนออกจากความจริง จาก พวกมุอตะซิละฮและพวกเกาะดะรียะฮ ซึ่ง อารมณ์ของพวกเขาทำให้พวกเขาเอนเอียงไปสู่การตักลิด บรรดาหัวหน้าของพวกเขาและ บรรดาบรรพชนของพวกเขาที่อยู่ก่อนหน้าของพวกเขา แล้วพวกเขาได้ตีความอัลกุรอ่านตามความเห็นของพวกเขา โดยเป็นการตีความ ที่อัลลอฮไม่ทรงประทานอำนาจ ด้วยการนั้น ,ไม่ได้ทรงชี้แจงหลักฐานด้วยมันและพวกเขาไม่ได้รายงานมันจากรซูลของพระเจ้าแห่งสากลจักรวาล และไม่ได้รายงานมาจากชาวสะลัฟยุคก่อน - อัลอิบานะฮ เล่ม 1 หน้า 14
.........

จะเห็นได้ว่า อัลอะชาอิเราะฮยุคหลังนั้น ได้ตีความอัลกุรอ่านและหะดิษ ในเรื่อง สิฟาตอัลลอฮ โดยความเห็น โดยไม่ได้เอามาจากหลักฐานจาก อัลกุรอ่าน,อัสสุนนะฮและคำสอนของชาวสะลัฟผู้ทรงธรรมยุคก่อน และจะเห็นได้ว่า การตีความในบรรดาคุณลักษณะของอัลลอฮ ที่มาจากอัลกุรอ่นและหะดิษ ส่วนใหญ่พวกอัลอะชาอีเราะฮยุคหลัง ไม่ได้เอามาจาก คำสอนของอิหม่ามอัลอัชอะรีย์ แต่เอาตามแนวคิดของพวกกะลามและพวกมุอฺตะซิละฮ
..
والله أعلم بالصواب
อินชาอัลลอฮมีต่อ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Oct 28, 2007 11:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอบูหะซัน อัลอัชอะรีย์กล่าวว่า
ونقول إن كلام الله غير مخلوق وأنه سبحانه لم يخلق شيئا إلا وقد قال له كن كما قال إنما قولنا لشىء إذا أردناه أن نقول له كن فيكون
และเราขอกล่าวว่า แท้จริง กะลามุลลอฮ(คำพูดของอัลลอฮ)นั้น ไม่ใช่มัคลูค และแท้จริง พระองค์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ไม่ทรงสร้างสิ่งใดๆ นอกจากได้ตรัสแก่สิ่งนั้นว่า "จงเป็น" ดังที่ได้ตรัสเอาไว้ว่า
إِنَّمَا قَوْلُنَا لِشَيْءٍ إِذَا أَرَدْنَاهُ أَن نَّقُولَ لَهُ كُن فَيَكُونُ
[16.40] แท้จริงเมื่อเราปรารถนาคำตรัสของเราแก่สิ่งใด เราก็จะกล่าวแก่มันว่า จงเป็น แล้วมันก็เป็นขึ้น - อัลอิบานะฮ เล่ม 1 หน้า 23
..........

คำว่า "กุน" (จงเป็น) ประกอบด้วย อักษรกาฟ และนูน แต่พวกอัลอะชาอีเราะฮยุคหลังบอกว่า คำพูดของอัลลอฮหรือ สิฟัตกะลามของอัลลอฮนั้น ไม่ใช่อักษรและเสียง ซึ่งต่างกับอิหม่ามอะบูฮะซัน อัลอัชอะรีย์ที่ กล่าวว่า "และเราขอกล่าวว่า แท้จริง กะลามุลลอฮ(คำพูดของอัลลอฮ)นั้น ไม่ใช่มัคลูค และแท้จริง พระองค์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ไม่ทรงสร้างสิ่งใดๆ นอกจากได้ตรัสแก่สิ่งนั้นว่า "จงเป็น"
.........
จึงสรุปว่า อัลอะชาอีเราะฮยุคหลัง ไม่ได้ตาม อบูฮะซัน อัลอัชอะรีย์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Oct 28, 2007 11:28 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอบูหะซัน อัลอัชอะรีย์กล่าวว่า

وندين بأن الله يرى في الآخرة بالأبصاركما يرى القمر ليلة البدر يراه المؤمنون كما جاءت الروايات عن رسول الله صلى الله عليه وسلم ويقول إن الكافرين محجوبون عنه إذا رآه المؤمنون في الجنة كما قال سبحانه كلا إنهم عن ربهم يومئذ لمحجوبون
และเราเชื่อว่า แท้จริงอัลลอฮ ได้ถูกเห็นในวันกิยามะฮ ด้วยสายตา ดังที่พระจันทร์ได้ถูกเห็นในคืนจันทร์เพ็ญ และบรรดาผู้ศรัทธาจะได้เห็นพระองค์ ดังที่ปรากฏบรรดารายงานจากท่านรซูลุ้ลลอฮ Solallah และพระองค์ตรัสว่า แท้จริงบรรดากาเฟรนั้น พวกเขาถูกปิดกั้น ในขณะที่บรรดาผู้ศรัทธาได้เห็นพระองค์ในสวรรค์ ดังที่พระองค์ ซูบหานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า
كَلَّا إِنَّهُمْ عَن رَّبِّهِمْ يَوْمَئِذٍ لَّمَحْجُوبُونَ
[83.15] มิใช่เช่นนั้น แท้จริงพวกเขาในวันนั้นจะถูกกั้นจากพระเจ้าของพวกเขา
- อัลอิบานะฮ เล่ม 1 หน้า 24-25
........
อัลอะชาอีเราะฮยุคหลังที่อ้างว่าตามมัซฮับอบูหะซัน อัลอัชอะรีย์ ปฏิเสธการเห็นอัลลอฮ ด้วยตา แสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้ตาม อิหม่ามอบูหะซัน อัลอัชอารีย์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
a45
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/10/2008
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Mon Oct 20, 2008 10:47 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทำ ไมมาแอบเล่นอยู่คนเดียวล่ะครับ มันไม่ดีน่ะไปคุยกันในhttp://www.sunnahstudent.com/
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
maliksn
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/10/2008
ตอบ: 164


ตอบตอบ: Mon Oct 20, 2008 3:30 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

a45 บันทึก:
ทำ ไมมาแอบเล่นอยู่คนเดียวล่ะครับ มันไม่ดีน่ะไปคุยกันในhttp://www.sunnahstudent.com/


นิสัยสันดานของ sunnahstudent มักชอบตัดต่อและลบหลักฐานที่ตัวเองไม่ต้องการน่ะครับ
ชอบปกปิดความจริง ตัดต่อหลักฐานตามที่ตัวเองจะเอาหน้าตาเฉย

http://www.moradokislam.org/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=9301#9301

โพสต์ไว้ที่นี่น่ะก็ดีแล้วครับ เราจะได้รู้เนื้อหาจริงๆ กันบ้าง
แต่ถ้าจะพูดกันจริงๆ สงสัย sunnahstudent ไม่กล้าไปโต้ที่เว็บอื่นมากกว่ามั้ง?
คงแน่ แค่เว็บของตัวเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Oct 20, 2008 4:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

a45 บันทึก:
ทำ ไมมาแอบเล่นอยู่คนเดียวล่ะครับ มันไม่ดีน่ะไปคุยกันในhttp://www.sunnahstudent.com/

فمذهب الأشاعرة في العقيدة قائم على آراء الإمام أبي الحسن الأشعري في المرحلة الثانية من حياته، وهي المرحلة التي وافق فيها ابن كلاب، وقد رجع الأشعري رحمه الله عن كثير من آرائه الاعتقادية التي تبناها في تلك المرحلة. وأثبت معتقده الموافق لأهل الحديث في الجملة في كتبه مقالات الإسلاميين والإبانة، ورسالة إلى أهل الثغر.
มัซฮับอัลอะชาอิเราะฮ ในเรื่องอะกีดะฮ ยืนอยู่บนความคิดเห็นของอิหม่ามอบูลหะซันอัลอัชอะรี ในระยะที่ สองของชีวิตของท่าน และมันเป็นช่วงระยะที่ท่านมีความเห็นสอดคล้องกับอิบนกุลลาบ(หัวหน้านักวิภาษวิทยา หรือ อะฮลุลกะลาม ที่ใช้ปัญญาเป็นหลักในการอธิบายเตาฮีด))ในระยะนั้น
และอิหม่ามอัลอัชอะรีย์ ได้กลับตัวจากส่วนมากที่มาจากความเห็นของท่านซึ่งเป็นอะกีดะฮในช่วงระยะเวลาดังกล่าว และท่านได้ยืดยันอะกีดะฮของท่านที่สอดคล้องกับนักหะดิษ โดยรวมในหนังสือของท่าน คือ มะกอลาตอัลอิสลามียีนฐ อัลอิบานะฮและริสาละฮอิลาอะฮลิษษะอฺริ
http://www.islamweb.net/ver2/Fatwa/ShowFatwa.php?lang=A&Id=5719&Option=FatwaId
.........
จะเห็นได้ว่า อะกีดะฮอะชาอิเราะฮจึงเพี้ยนไปจากครู เพราะสาเหตุดังกล่าว และไม่ตรงกับอะฮลุลหะดิษ เพราะฉะนั้น จึงไม่สมควรจะเอาเนื้อหาดีๆไปปะปนกับสิ่งที่มาจากมันสมองทายาทของนักกะลามที่ปรากฏในเว็บซุนนะฮสะติวเด้น

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
a45
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/10/2008
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Mon Oct 20, 2008 6:26 pm    ชื่อกระทู้: as ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นิสัยสันดานของ sunnahstudent มักชอบตัดต่อและลบหลักฐานที่ตัวเองไม่ต้องการน่ะครับ
ชอบปกปิดความจริง ตัดต่อหลักฐานตามที่ตัวเองจะเอาหน้าตาเฉย

http://www.moradokislam.org/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=9301#9301

โพสต์ไว้ที่นี่น่ะก็ดีแล้วครับ เราจะได้รู้เนื้อหาจริงๆ กันบ้าง
แต่ถ้าจะพูดกันจริงๆ สงสัย sunnahstudent ไม่กล้าไปโต้ที่เว็บอื่นมากกว่ามั้ง?
-------------------------------------------------------------------------------
Exclamation ผมเข้าใจครับ คุณไม่ชอบตัดต่อ คุณนิสัยดี แต่อย่ามาแอบเล่นในที่ของตัวเองเพียงฝ่ายเดียวสิครับ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกต้อง 100เปอร์เซน ทำไม ไม่ไปเสวนาเชิงวิชาการที่เว็บโน้นล่ะครับ อย่ามัวอ้างว่าตัดต่อดิ คับ หลักอากีดะห์ มันไม่ไช่ ตาต้นชมพู่น่ะครับจะได้ตัดต่อ ยังไงก็ลองเข้าไปเสวนากันดูครับ คุณ จะไปถูกทางหรือปล่าว
ขอเชิญบัง asan ด้วยครับ อย่ามัวอ้อมแอ้มครับ ไม่ดี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
maliksn
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/10/2008
ตอบ: 164


ตอบตอบ: Mon Oct 20, 2008 8:46 pm    ชื่อกระทู้: Re: as ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

a45 บันทึก:
นิสัยสันดานของ sunnahstudent มักชอบตัดต่อและลบหลักฐานที่ตัวเองไม่ต้องการน่ะครับ
ชอบปกปิดความจริง ตัดต่อหลักฐานตามที่ตัวเองจะเอาหน้าตาเฉย

http://www.moradokislam.org/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=9301#9301

โพสต์ไว้ที่นี่น่ะก็ดีแล้วครับ เราจะได้รู้เนื้อหาจริงๆ กันบ้าง
แต่ถ้าจะพูดกันจริงๆ สงสัย sunnahstudent ไม่กล้าไปโต้ที่เว็บอื่นมากกว่ามั้ง?
-------------------------------------------------------------------------------
Exclamation ผมเข้าใจครับ คุณไม่ชอบตัดต่อ คุณนิสัยดี แต่อย่ามาแอบเล่นในที่ของตัวเองเพียงฝ่ายเดียวสิครับ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกต้อง 100เปอร์เซน ทำไม ไม่ไปเสวนาเชิงวิชาการที่เว็บโน้นล่ะครับ อย่ามัวอ้างว่าตัดต่อดิ คับ หลักอากีดะห์ มันไม่ไช่ ตาต้นชมพู่น่ะครับจะได้ตัดต่อ ยังไงก็ลองเข้าไปเสวนากันดูครับ คุณ จะไปถูกทางหรือปล่าว
ขอเชิญบัง asan ด้วยครับ อย่ามัวอ้อมแอ้มครับ ไม่ดี



ถ้าผมไม่ชอบการตัดต่อแล้ว เป็นคนนิสัยดี ถ้างั้นคนที่ชอบตัดต่อหลักฐานศาสนา ก็คงนิสัยเ...วล่ะครับ
คนที่ตัดต่อหลักฐาน แล้วเอามาหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง มันน่าตำหนิอย่างหนักอยู่แล้วครับ

ส่วนที่คุณกล่าวว่า "ถ้าคิดว่าตัวเองถูกต้อง 100เปอร์เซน ทำไม ไม่ไปเสวนาเชิงวิชาการที่เว็บโน้นล่ะครับ"
เอ ของอย่างนี้ มันก็น่าย้อนถามกลับอยู่เหมือนกันครับ ว่าถ้าทางคุณ a45 คิดว่าทาง sunnahstudent มันถูกต้องกว่านัก
ทำไมถึงไม่มาเสวนาที่เว็บนี้ หรือเว็บอื่นๆ บ้างล่ะครับ? อย่างเรื่องวะฮาบีย์อะไรงี้ ที่คุณมั่นใจว่าอากีดะฮ์เค้าเป็นอย่างที่คุณบอกว่าเป็นนักหนา

ไปแอบเล่นอยู่ในที่ส่วนตัว แค่ในวง sunnahstudent อยู่ทำไมละครับ?

ผมก็ท่องไปเว็บมุสลิมเว็บอื่นๆ ก็ไม่ค่อยเจอข้อความจากกลุ่มของ sunnahstudent เสวนากันอย่างเมามันเรื่องวะฮาบี หรือเรื่องอื่นๆ เลย
จะเห็นลักษณะตำหนิอาจารย์ซุนนะฮ์คนอื่นๆ กับแนวทางซุนนะฮ์ ก็มีแต่ในเว็บ sunnahstudent นั่นละครับ

พวกคุณแต่ละคน ก็ตั้งกระทู้ตำหนิ ด่าว่า และประนามฝ่ายซุนนะฮ์อยู่ในเว็บของคุณอยู่ฝ่ายเดียวมาก่อนไม่ใช่หรือ?
ที่คุณกล่าวว่า "แต่อย่ามาแอบเล่นในที่ของตัวเองเพียงฝ่ายเดียวสิครับ" เห็นมั้ยครับ ถ้าลองสำรวจตัวคุณเองมาก่อน ก็เห็นอยู่แล้ว ว่าเคยทำอย่างที่ตำหนิคนอื่นเค้ามาก่อนทั้งนั้นแหละ
จะโดนเองบ้าง คิดว่าคงไม่มีสิทธิ์บ่นอะไรทั้งสิ้นหรอกครับ

ส่วนจะเสวนากันจริงๆ ผมอยากจะให้เปิดสถานที่กลางน่ะครับ
สถานที่ซึ่งไม่มีการลบข้อความอะไรทั้งสิ้น ถ้าลบได้ ไม่งั้นก็เกิดการลบข้อความที่ตัวเองไม่อยากให้ชาวบ้านอ่านซะอีก
สถานที่กลางที่ให้โพสต์แต่ละหลักฐานลงไปให้เต็มที่ได้เลย แล้วเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังอ้างอิง
บังอะซันและคุณ a45 คิดว่าไงครับ?
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Oct 20, 2008 9:48 pm    ชื่อกระทู้: Re: as ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

a45 บันทึก:

Exclamation ผมเข้าใจครับ คุณไม่ชอบตัดต่อ คุณนิสัยดี แต่อย่ามาแอบเล่นในที่ของตัวเองเพียงฝ่ายเดียวสิครับ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกต้อง 100เปอร์เซน ทำไม ไม่ไปเสวนาเชิงวิชาการที่เว็บโน้นล่ะครับ อย่ามัวอ้างว่าตัดต่อดิ คับ หลักอากีดะห์ มันไม่ไช่ ตาต้นชมพู่น่ะครับจะได้ตัดต่อ ยังไงก็ลองเข้าไปเสวนากันดูครับ คุณ จะไปถูกทางหรือปล่าว
ขอเชิญบัง asan ด้วยครับ อย่ามัวอ้อมแอ้มครับ ไม่ดี

.....................................
Exclamation
คุณโต๊ะครูแห่งเว็บซุนนะฮสะติวเด้นครับ
ตอนนี้รู้สึกก้นร้อนแล้วใช่ไหม คงทำกรรมไว้เยอะในเว็บของตัวเอง ตั้งชื่อว่า "เว็บนักเรียนซุนนะฮ แต่เป้าหมายเพื่อโจมตี พวกที่ตนเองฉายาวะฮบีย์ ผมเข้าไปก็หลายครั้ง แต่ก็ถูกบอร์ดีการ์ดเว็บนี้เล่นสกปรก ก็เลยไม่อยากเข้าไปยุ่ง แต่เมื่อเห็นแต่ละกระทู้มันเด็มไปด้วยโจมตีวะฮบียเกือบทุกกระทู้ จึงต้องเอาข้อความที่เป็นการใส่ร้าย โกหก บิดเบือนมาชี้แจงให้เพื่อปกป้องอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ที่ถูกนำไปปู้ยีปู้ยำ ก็แค่นั้น ไปทำหน้าที่ของท่านต่อในเว็บของท่านเถอะครับ อย่าเอาปัญญามาวิจารณ์สิฟัตอัลลอฮให้แปะเปื้อนในเว็บนี้เลยครับ เพราะเว็บนี้ทุกคนมีตัวตน เปิดเผย และเป็นองค์กรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ใช่เว็บเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำลายวะฮบีย์ แต่เจ้าของเว็บกลับไม่กล้าเปิดตัว โผล่ขึ้นมาจากบ่อโคลนบ่อบำบัดน้ำเสียได้แล้วครับท่านพวกคุณไม่มีทางเอาชนะสุนนะฮ เพราะคุณใช้บิดอะฮเป็นอาวุธ แล้วตอนนี้เอาวิชากะลาม มาวิจารณ์สิฟัตอัลลอฮ โดยคิดว่า พอที่จะสู้พวกวะฮบีย์ได้ จริงเขาสนหรอกครับ ถ้าพวกท่านไม่มาโจมตี

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 4

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.08 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004