ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มะลาอิกะฮฺ นับผลบุญไม่ทัน!!!
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มะลาอิกะฮฺ นับผลบุญไม่ทัน!!!

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Thu Aug 24, 2006 5:19 pm    ชื่อกระทู้: มะลาอิกะฮฺ นับผลบุญไม่ทัน!!! ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ญะมาอะฮฺ ตับลีฆ บัยยานว่า

“คนที่มาออกร่วมกับญะมาอัตนี้ คือบุคคลที่อัลลอฮฺได้ทำการคัดเลือกถึง 70 ครั้ง!”
แหม.. มิน่าล่ะครับ ถึงไม่ยอมเลิก ที่แท้ก็เพราะเป็นบุคคลที่ได้รับหิดายะฮฺ(ว่างั้นเถอะ) เป็นคนพิเศษสำหรับอัลลอฮฺ อัลลอฮฺตัดสินใจคัดเลือกตัวพวกท่านถึง 70 ครั้ง! .. นี่ขนาดผู้จัดการบริษัทเค้าจะรับพนักงานนี่ บางทีตัดสินใจคัดเลือกแค่ 2-3 ครั้งเค้าก็คิดออกแล้วครับ ..แต่นี่พระเจ้า(ของพวกท่าน)ต้องคัดเลือกถึง 70 ครั้ง! โอ้โห นี่ไม่ใช่พระเจ้าที่ผมรู้จักล่ะผมครับ พระเจ้าผู้ทรงปรีชาญาณของผม คิดจะสร้างมนุษย์จะสร้างโลกเนี่ยคิดครั้งเดียว แล้วบอก “จงเป็น” สรรพสิ่งมันก็บังเกิดขึ้นมา แล้วจะคัดคนมาเป็นนบีและรอซูลทั้งที อัลลอฮฺคัดไว้หมดแล้ว วางอัลกอดอ-วัลกอดัรฺ ไว้หมดแล้วโดยที่พระองค์ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

“เวลาฝนตกนั้น มะลาอิกะฮฺสามารถนับเม็ดฝนได้ทันทุกเม็ดก่อนที่มันจะตกลงพื้น แต่สำหรับคนที่ออกเดินกัสนั้น มะลาอิกะฮฺนับผลบุญไม่ทัน!”
โอ้โห่!..แบบนี้สิครับ ถึงได้รักษากันจนเป็นวาญิบ ไม่เดินไม่ได้ จะสาว่าจะขาดหรือบกพร่องอะไรไป .. แล้วตกลงมะลาอิกะฮฺนับผลบุญไม่ทันแล้วจะไปรายงานกับอัลลอฮฺอย่างไรล่ะครับ? อัลลอฮฺสั่งให้มะลาอิกะฮฺทำหน้าที่บันทึกบุญและบาปของมนุษย์ แต่นี่มะลาอิกะฮฺกับทำหน้าที่ไม่สำเร็จ ..เอาแล้วสิ! .. แต่สำหรับมะลาอิกะฮฺของผมแล้วย่อมทำหน้าที่สำเร็จครับผมในเรื่องนี้ มิเช่นนั้นแล้วอัลลอฮฺจะไม่ให้มาทำหน้าที่นี้อย่างแน่นอน .. แต่ปัญหาคือรู้เรื่องราวของเฆบขนาดนี้เนี่ย .. แหม้ ..ได้รับมาจากไหนกัน? (หืม ..ก็คุณไม่ออกดะอฺวะฮฺน่ะคุณไม่รู้หรอก มัวแต่ศึกษา มัวพูดกุรอานหะดีษ ซอเฮี้ยะฮฺไม่ซอเฮี้ยะฮฺ ได้แต่ทฤษฎี ยังมีอะไรลึกๆที่คุณไม่รู้ ต้องสัมผัสเอง! ผมเดินกัสน่ะเนี่ย เห็นกิ่งไม้กระดิกแล้วได้ยินเสียงซิเกรฺด้วย! ...)

“ใครที่ยังไม่ออกตับลีฆเขายังเห็นแค่ชายหาดและทะเล แต่หากออกตับลีฆแล้วเขาจะได้ดำลงไปดูปะการังใต้ทะเล”
เอ่อ..พอดีมีคนที่เคยออกมา 2 ปีแล้วกลับใจ เพราะว่าดำลงไปกะดูปะการัง แต่ปรากฏว่าเจอแต่หินโสโครก!

นี่คือตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ขำๆครับ ยังมีอะไรอีกเยอะที่เวลามัรกัสบรรยาย แล้วสมาชิกก็เอามาเล่ากันต่อๆ มีแต่เรื่องขำๆทั้งนั้นครับ (แต่พวกเขาฟังคงซึ้งอ่ะนะ)
อะไรระบบแบบนี้นี่ชวนคนเข้าง่ายกว่าแอมเวย์อีกครับ ..บางทีคนไปฟังแอมเวย์เขาไม่เคลิ้มนะ แต่โดยมากถ้าไปฟังบัยยานมัรกัสโดยที่ไม่มีพื้นฐานอากีดะฮฺที่ถูกต้องมาก่อน เคลิ้มครับ .. พอบัยยานไปบัยยานมา กำลังได้ฟีวล์เลย ..พอเขาถามปึ๊บ “ใครจะออกมั่งยกมือ” ..เอ้ายกกันใหญ่!


ในการบัยยานและการสอนของญะมาอะฮฺ ตับลีฆ มักจะมีเรื่องเล่า และมีเรื่องเฆบที่มนุษย์ไม่หยั่งรู้ ซึ่งก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นกุรอานหรือหะดีษ แต่โดยมากสมาชิกญะมาอัตก็จะเชื่อไว้ก่อนโดยไม่สนว่าเป็นกุรอานหรือหะดีษ เอาเป็นว่าเขาเล่าว่า...ผู้รู้เค้าว่า..(ไม่รู้ว่าผู้รู้ รู้มาจากไหน)...คนผู้อาวุโสเค้าว่า... เอาแต่เพียงว่ามันทำให้ฉันได้เปลี่ยนแปลงชีวิต ทำให้ฉันละมาด ทำให้ฉันเลิกเหล้าเลิกยา ..ทำให้ฉันอบอุ่น มีคนปลอบใจ มีการให้ความรัก (เอ๊ะคุ้นๆนะเหมือนศาสนาไหนเนี่ย?) ได้อยู่กันเป็นกลุ่มๆ กินนอนด้วยกัน ..เรื่องหลักการชะรีอะฮฺ เรื่องหุกุมฉันไม่สนว่าใครจะว่ายังไง ใครจะฟัตวายังไง ไอ้พวกนั้นก็เอาแต่ฟัตวาห้ามนู่นห้ามนี่ ทำตัวเป็นมุฟตี! ...(ในขณะที่พวกฉันก็ฟัตวาไม่ใช่เล่นเหมือนกันว่า ห้ามยืนกินน้ำ, ห้ามละหมาดนอกจากจะมีสะระบั่นหรือหมวก, ห้ามใส่เสื้อแขนสั้น, ห้ามเข้าห้องน้ำโดยไม่ใส่หมวก, ห้ามนั่งชันขาแล้วเอาไขว้กัน ฯลฯ ฟัตวากันเยอะแยะไปหมด!)


“มีชายคนหนึ่ง ...” ประโยคนี้เราจะได้ยินบ่อยมาก เราก็ไม่รู้แหละว่าไปพบเจอชายคนนั้นได้อย่างไร? ยิ่งแล้วหากชายคนนั้นเกิดสมัยก่อนยุคท่านนบีมุฮัมมัด ยิ่งไม่รู้ว่าไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร? เพราะเรื่องในอดีตที่เป็นเรื่องจริงแล้วเราจะนำมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจ เราจะได้รู้ได้จากวะฮีย์เท่านั้น นั่นก็คืออัลลอฮฺบอกผ่านทางรอซูล
และแน่นอนว่าหากเราไปกุเรื่องนั้นขึ้นมาเอง ซึ่งไม่ใช่วะฮีย์ มันก็ย่อมมีทั้งผิดและถูก แต่ส่วนใหญ่ที่พบก็คือมักจะผิดหลักอากีดะฮฺ เพราะคนที่มีความรู้น่ะเขาจะไม่เอาเรื่องเหลวไหลไปสอนครับ เขาจะยกกุรอานยกหะดีษ อันมีเรื่องราวสอนใจในทุกศาสตร์ทุกแง่มุม ..แต่ถ้าคนไม่รู้นี่สิ ไม่รู้จะเอาอะไรไปสอน มันก็ต้องกุเรื่องเท็จขึ้นมา
และนี่คือสิ่งที่ต้องปรับปรุง เราหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับการปรับปรุง และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพื่อจะได้ญะมาอะฮฺ ตับลีฆเป็นกลุ่มที่หันมาทำงานศาสนาจริงๆ (ไม่ใช่เป็นแค่ข้ออ้าง) และทำงานอย่างถูกต้องถูกแนวทาง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไวพจน์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/08/2006
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Fri Aug 25, 2006 2:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทำไมไปล้อเลียนเค้าแบบนั้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Fri Aug 25, 2006 2:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Rolling Eyes อนุญาตให้เยาะเย้ยผู้ที่ทำบิดอะฮฺได้ครับ

http://islamqa.com/index.php?ref=9057&ln=ara
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไวพจน์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/08/2006
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Fri Aug 25, 2006 3:10 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนตอบปัญหาในเวบนี้เป็นไครเหรอ http://islamqa.com/index.php?ref=9057&ln=ara เชื่อได้มั้ยครับ อีกอย่าง หลักฐานที่เค้ายกมาไม่ได้พูดถึงการล้อเลียนเลย

وقد روى اللالكائي بأسانيده بعض الآثار عن بعض السلف في مثل هذا :

- عن الأعمش عن إبراهيم قال : ليس لصاحب البدعة غيبة .

- عن الحسن البصري قال : ثلاثة ليست لهم حرمة في الغيبة أحدهم صاحب بدعة الغالي ببدعته .

- عن هشام عن الحسن قال : ليس لصاحب بدعة ولا لفاسق يعلن بفسقه غيبة .

- عن الحسن قال : ليس لأهل البدع غيبة .

- عن كثير أبي سهل قال : يقال أهل الأهواء لا حرمة لهم
แค่บอกว่า อนุญาติไห้นินทา อะห์ลุลบิดอะฮฺได้ แต่เค้าจะมาสรุป ว่า الاستهزاء ก็ทำได้ได้ไง ไหนคุณไออาเอฟลอง บอกเหตุผลมาหน่อยซิครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไวพจน์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/08/2006
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Fri Aug 25, 2006 3:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วที่จริงเค้าก็สรุปตอนท้าย ไว้สวยแล้ว ผมว่าน่าจะเอาตรงส่วนนี้มา ปฎิบัตินะ ตอนท้ายที่ว่า

على أننا لا نحبِّذ أن يكون الإنكار على طوائف المبتدعة بالسخرية ، بل يناقشون بالتي هي أحسن ، وليكن همك أثناء النقاش هدايتهم إلى الطريق المستقيم وقد قال الله تعالى لموسى وهارون لما أرسلهما إلى فرعون : ( فقولا له قولاً ليناً لعله يتذكر أو يخشى ) طه / 44
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Sep 02, 2006 3:50 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำถามแรกถามว่า islam QA ใครตอบ ..?
เชคมุนัจญิดครับ ... แต่ถ้าถามต่อว่า เชคมุนัจญิดเชื่อถือได้หรือ?
อันนี้จบข่าวครับ

------

ทีนี้บาปหรือไม่?
الصحيح : أنها ليست كذلك بل هذا مما يجوز التندر به أو بمثله ، فكونها ليست كفراً مخرجاً من الملة من باب أولى ؛ لأنهم بتركهم الحق واتباعهم الباطل قد سخروا من حرمة الله تعالى .

แต่ถามว่ามุสตะหับให้ทำอย่างไร? ....ก็คือให้พูดดีๆ (แยกให้ออกนะ) แต่ถามว่าถ้าไม่ดีล่ะผิดมั๊ย? ไม่ผิด
ท่านอิหม่ามกุรตูบีย์ได้บอกว่า "ให้พูดดีแก่อะหฺลุลบิดอะฮฺ"(ถึงจะไม่คบหาสุงสิงด้วย)
ส่วนอายะฮฺที่ยกมาตอนท้ายในฟัตานี้ ยกมาเรื่องการพูดดีกับฟิรเอาน์ หมายถึงพูดดีในสถานการณ์ที่เราไปดะอฺวะฮฺคนต่างศาสนิก
แต่ถามว่าอุละมาอฺยกมาอ้างในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร? ..นี่แหละครับ คือความเข้าใจในตัฟซีรฺหรือชะเราะฮฺ
ดังนั้นที่คุณถามว่า ที่ในฟัตวายกหลักฐานมาไม่เกี่ยวกับเรื่องล้อเลียนเลย ..ถูกครับ แต่นัยยะของมัน ในความเข้าใจศาสนาของอุละมาอฺ เข้าใจในชะเราะฮฺของมัน มันสื่อความหมายถึงครับ
นอกนั้นแล้ว ตัวอย่างการพูดจากเยาะเย้ยถากถางก็มีในสมัยนบีครับ ตัวอย่างของซอฮาบะฮฺที่พูดจากรุนแรง เย้ยหยันต่อมุชริกีน ..มีครับ ..ดังนั้นฟัตวามันจึงแตกต่างกันออกมาตามระดับการรับรู้ข้อมูลหรือการเข้าใจในศาสนานั่นเองครับ

เอาล่ะถึงแม้กรณีนี้ มุสตะหับให้พูดดีๆ ..แต่รู้ไหมครับ ว่ามีบางกรณีอาจจะถึงขั้นมักรูหฺ หรือหะรอมเลยก็ได้ถ้าเกิดพูดดีๆ ..
เช่น .. เห็นประเทศเดนมาร์คดูหมิ่นนบี .. แต่เรากลับพูดกับเค้าว่า "คุณครับ ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ มานั่งกินน้ำชากันมั๊ย มีอะไรจะคุยกันหน่อย? สบายดีเหรอ?" แบบนี้ผิดหลักการศาสนาครับ

-----

ทีนี้ประเด็นคือ คุณเข้ามาตักเตือนผมว่า ห้ามเยาะเย้ยล้อเลียนกลุ่มบิดอะฮฺใช่ไหมครับ?

คือศาสนาเนี่ย ทั้งชีวิตมนุษย์ทุกวินาทีหนีไม่พ้น 5 หุก่มครับ
1. วาญิบ 2. มุสตะหับ 3. มุบาหฺ 4. มักรูหฺ 5. หะรอม

ดังนั้นผมอยากถามว่า ที่ห้ามผมเนี่ย ..ห้ามได้ จะเชื่อฟังครับ ..จะดื้อไปทำไมเมื่อเขาเอาของถูกมาให้..
แต่ต้องถามก่อนว่า การกระทำของผมตกหุก่มไหน?

ถ้าบอกว่ามักรูหฺ หรือหะรอม อืม อันนี้ช่วยยกหลักฐานด้วยครับ ว่ามีหลักฐานอะไรมาห้าม
อันได้แก่ - หลักฐานห้ามโดยตรง - หลักฐานห้ามโดยอ้อม (หรือความหมายมุมกลับ)

แต่ถ้าบอกว่า การกระทำของผม มุบาหฺ (เหมือนฟัตวาที่ผมยกมา) ..อ่า อันนี้แสดงว่าห้ามไม่ได้ครับ
ก็เรื่องมุบาหฺนั้นจะถูกตำหนิไม่ได้ ..แต่นำเสนอในสิ่งที่ดีกว่าได้ นั่นก็คือ ..แนะนำให้ทำสิ่งมุสตะหับ

ดังนั้นช่วยชี้แจงครับ เพราะมุสลิมถ้าจะชี้ผิดชี้ถูกต้องไม่ใช่เหตุผลส่วนตัว แต่ต้องมาจากกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺครับ
หรืออย่างน้อยๆ จากตัวอย่างของซอฮาบะฮฺและบรรดาสลัฟ

เอ้าครับ ตกหุก่มไหนดี?
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไวพจน์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/08/2006
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Sat Sep 02, 2006 7:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างจากไออาเอฟ
ในฟัตวายกหลักฐานมาไม่เกี่ยวกับเรื่องล้อเลียนเลย ..ถูกครับ แต่นัยยะของมัน ในความเข้าใจศาสนาของอุละมาอฺ เข้าใจในชะเราะฮฺของมัน มันสื่อความหมายถึงครับ

ตอบ
นัยยะ ของฮะดิษที่อุลามาอฺ เข้าใจในชะเราะฮฺของมัน อุลามาอฺเข้าใจว่าไงครับ
พอจะบอกได้มั้ยครับ แล้วมันสื่อถึง เรื่อง การล้อเลียนได้อย่างไรพอจะบอกได้มั้ย
เนียนๆหน่อยครับคุณไออาเอฟ อย่ามาโยนไห้อุลามาอฺแล้วเอาตัวรอด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Mon Sep 04, 2006 12:12 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จับประเด็นการสนทนา (จับประเด็นเพื่อจะได้ไม่ข้ามคำถามที่ต้องการคำตอบ และเป็นหัวใจหลักในประเด็นสนทนา)

ประการที่ 1. ไหนจะว่าจะมานาซีฮัตไม่ใช่เหรอครับ? ไหนว่าจะมาเตือนผมไม่ให้ล้อใคร ไม่ให้ด่าใคร แต่ไฉนเลย กลับมาโต้เถียงกับผมซะเอง .. ดังนั้นโปรดทำความเข้าใจนะครับ การโต้เถียงในส่วนตัวนั้นเพื่อความถูกต้องครับ ไม่ใช่การเอาชนะ ..ดังนั้นการกระทำที่ล้อเลียนคนบิดอะฮฺก็ดี การโจมตีเคขาก็ดี ล้วนไปเป็นไปตามกรอบหลักการ(หากจะมีหลุดกรอบบ้างนั่นก็เพราะนัฟซู) ..แต่ทีแรกคุณก็ไม่ชอบให้คนนั้นคนนี้ไปว่าใคร แต่ไปๆมาๆกลับจ้องมาโต้เถียงกันไม่ใช่เล่นนะ ..จริงๆแล้วแทนที่จะเอาเวลามาห้ามพวกสไตล์วิถีทางของเราไม่ให้ไปโจมตีไปล้อเลียนกลุ่มบิดอะฮฺ ..คุณน่าจะเอาเวลาไปห้ามปรามตักเตือนกลุ่มบิดอะฮฺ ด้วยวิธีที่นุ่มนวล ที่ดีงามในทัศนะของคุณแล้วกันครับ

ประการที่ 2. เมื่อจะห้าม เขาต้องผิด ..ถ้าไม่ผิด ห้ามไม่ได้ .. ทีนี้ที่ผมถามไปว่า ผมผิดหุก่มไหน ที่ไปล้อเลียนเค้าเนี่ยตกหุก่มไหน? (มุบาหฺ, หะรอม, มักรูหฺ) เอาหุก่มไหนดี ว่ามาก่อน แล้วจะแก้ให้ครับ? (ผมไม่ปล่อยให้หลุดนะประเด็นนี้)

ประการที่ 3. ในเมื่อยังไม่ตอบ แต่มาถามย้อนว่าผมเข้าใจในสิ่งที่อุละมาอฺเขายกมาหรือเปล่า? เอ้าพอจะอธิบายในทิศทาสงเดียวกันได้ครับ เพราะผมและท่านเชคมุนัจญิดก็มีอุดมการณ์เดียวกัน (ต่างกันที่ระดับความรู้ อาม้าล และ อัคลาก)
ในกรณีของอะหฺลุลบิดอะฮฺนั้น ในตัวอย่างจากบรรดาสลัฟ ได้แสดงถึงความรังเกียจกลุ่มบิดอะฮฺ ...มีตัวอย่างมากมาย แล้วจะจะยกกรณีไหน ..(แต่จะยกอันไหนมาก็มีทิศทางไปทางเดียวกันแหละครับ ผมจะยกของผมมั่ง) สลัฟท่านหนึ่งบอกว่า "หากมีชาวบิดอะฮฺเดินมาเส้นทางหนึ่ง ฉันจะเดินเลี่ยงออกไปอีกเส้นทางหนึ่ง เพราะทางเดินนั้นมันไม่มีบะรอกัต" ..สลัฟรู้ได้ไงว่ามีไม่มี? ในความเป็นจริงก็ถูกครับ คนทำบิดอะฮฺน่ะไม่ได้บะรอกัตหรอก แต่ที่สลัฟเค้าบอกเค้าหมายถึงเป็นการดูถูกเย้ยหยัน..

เอาล่ะที่นี้มาประเด็นการพูดลับหลัง ไม่มีสภาพ ฆีบะฮฺ.. รวมไปถึงการวิจารณ์ การเอามาล้อเลียนด้วยหรือไม่? รวมถึงด้วยครับ
เพราะการล้อเลียนคนที่อัลลอฮฺเกลียด(มุชริก, อะหฺลุลบิดอะฮฺ) หุก่มก็ชี้อยู่แล้วว่าอนุญาต ..มุบาหฺ
ก็ต้องถามก่อนว่าผมคุยอยู่กับคนรู้ชะรีอะฮฺหรือไม่? ถ้ารํและเข้าใจ แต่แกล้งมากระเซ้าเย้าแหย่แบบนี้ไม่คุย

แต่ถ้าจะห้าม ..ก็ต้องบอกว่าการล้อเลียนมันไม่ใช่มุบาหฺ ..แต่มันมักรูหฺ หรือหะรอม .. เอ้าจะรับฟังไว้ครับ แต่ช่วยยกหลักฐานด้วยว่า มักรูหฺ หรือหะรอม จากตัวบทไหน?

ประการที่ 4. ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอนั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นอากีดะฮฺที่ผิดบิดเบือนอิสลามอย่างชัดแจ้ง และเป็นอันตรายอันจะทำให้มนุษย์ออกห่างจากการรู้จักอัลลอฮฺและศาสนาของพระองค์ ..แต่ปรากฏว่า คุณไวพจน์ไม่ได้มาแสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงเป็นใยในหลักการอิสลาม ..แต่กลับเอาเป็นเอาตายกับคนที่เอาคนพวกนี้มาล้อเลียน หรือคนที่โจมตีกลุ่มเหล่านี้ มาค้าน มาตำหนิว่าทำไม่ถูกต้อง ..(ซึ่งเราก็รออยู่ว่าไอ้ที่ไม่ถูกต้องน่ะ ผิดหุก่มไหน?)
จึงน่าตั้งคำถามครับว่า .. ตกลง ดาอีย์ (ผมเรียกถูกไม่ครับ? เป็น ดาอีย์ ไม่ใช่ กอฎี อะไรทำนองนั้น ^_^) อย่างคุณไวพจน์ ได้จริงใจต่อหลักการอิสลามหรือไม่? เป็นห่วงว่าอิสลามจะถูกสอนแบบผิดแผลกแหวกแนว ..หรือมัวเป็นกังวลเอาเป็นเอาตายกับพวกสไตล์แบบผมนี่?

.............
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Mon Sep 04, 2006 12:15 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในนี้ได้บอกไว้ทำนองนึง
http://www.moradokislam.org/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=6994#6994
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.15 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004