ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - เมื่อมุสลิมอาศัยอยู่ในอวกาศ..จะปฎิบัติศาสนกิจอย่างไร
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เมื่อมุสลิมอาศัยอยู่ในอวกาศ..จะปฎิบัติศาสนกิจอย่างไร

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
khanov
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2006
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Fri Jul 14, 2006 8:31 pm    ชื่อกระทู้: เมื่อมุสลิมอาศัยอยู่ในอวกาศ..จะปฎิบัติศาสนกิจอย่างไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

เราคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า..โลกปัจจุบันพัฒนามากแล้ว...การอาศัยอยู่บนพื้นโลกเป็นเรื่องที่มนุษย์หลายคนคุ้นเคย เพราะเราเกิดจากดิน ....แต่ว่าหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์เราไม่ได้เพียงเดินดินอยู่บนโลกใบนี้เท่านั้น ...แต่มีมนุษย์บางกลุ่มที่ใช้ชีวิตในอวกาศ ทำงานอยู่ในสถานีอวกาศ หรือสำรวจโลกอยู่ในอวกาศ พวกเขาเหล่านั้น ต้องอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นเวลานาน บางคนเป็นปี หรือ 2 ปี กว่าจะได้กลับมายังพื้นโลก
หลายประเทศในโลกอิสลามมีศักยภาพในการพัฒนาทางด้านอวกาศ และมีความพร้อมในการที่จะออกไปค้นหาความรู้ใหม่ๆ นอกพื้นพิภพ จากคำถามข้างต้น อิสลามได้กำหนดอย่างไรบ้าง เมื่อมุสลิมคนหนึ่งต้องไปใช้ชีวิตในอวกาศ แน่นอน การนมาซ การถือศิลอด รวมไปถึงการปฎิบัตศาสนกิจอื่นๆ....พวกเขาจะต้องทำอย่างไร อิสลามให้คำตอบอะไรบ้างในส่วนตรงนี้...
(ช่วยตอบเพียง การนมาซ และการถือศิลอด ก็พอ..หรือมากกว่านี้ก็ได้...จะได้เป็นความรู้ใหม่ครับ)

(อย่าคิดว่าโลกมุสลิมเป็นประเทศหล้าหลังน่ะ...วันหนึ่งพวกเขาต้องออกไปค้นคว้าสิ่งต่างๆที่มีอยู่ในจักวาลนี้.....) wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sun Jul 16, 2006 2:17 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อุละมาอฺซุนนะฮฺมักจะแนะนำว่า อย่าถามในสิ่งที่ยังไม่เกิด

แต่ในเมื่อถามแล้วก็จะตอบครับ ให้หันมาทางโลก นักบินอวกาศถ้าจะละหมาดก็หันมาทางมักกะฮฺครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sun Jul 16, 2006 2:17 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.moradokislam.org/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=6820#6820

วิทยาศาสตร์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
khanov
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2006
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Sun Jul 16, 2006 9:16 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นี้คำตอบหรือ ..........อย่าถามในสิ่งที่ยังไม่เกิด Shocked ใครที่มีความรู้มากกว่านี้ ช่วย
ตอบให้กระจ่างหน่อย ขอเป็นรายละเอียด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
hamza
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 12, 2004
ตอบ: 17


ตอบตอบ: Sun Jul 16, 2006 11:02 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทำเท่าที่ทำได้ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว MSN
khanov
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2006
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Sun Jul 16, 2006 3:07 pm    ชื่อกระทู้: ลองอ่านดู... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
มุสลิมในมาเลเซียเขาจะไปอวกาศกันแล้ว!....
ข่าวนี้เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้นักบินอวกาศเขาอยู่ที่มอสโกแล้ว
อ่านดูน่ะ...
Will Malaysia’s space plans inspire Muslims?
Spaceflight deal with Russia opens opportunities and poses challenges
---------------------------------------------------------------------------------------
NBC--
Updated: 5:48 p.m. ET April 26, 2006
KUALA LUMPUR, Malaysia - Malaysia's ambition to send an astronaut to space next year
should inspire other Muslim countries to embark on space exploration, an Islamic professor
said Tuesday. However, Muslims who travel to space must tackle religious challenges such
as performing prayers at zero gravity and ensuring that their meals fulfill Islamic dietary
conditions, said Saiyad Nizamuddin Ahmad, a United Arab Emirates-based university
professor in Islamic studies. "We are all very hopeful that the efforts by the Malaysian
government will inspire other Muslim countries to inaugurate space initiatives,
" Ahmad said on the sidelines of a conference in Kuala Lumpur to discuss Islamic
perspectives on space expeditions. The only Muslim who has flown into orbit so far is
Saudi Arabia's Prince Sultan bin Salman, who went aboard the shuttle Discovery in 1985,
Ahmad said.
A Malaysian might be the next Muslim in space, as the government plans to send a
citizen on a Russian-led scientific mission to the international space station in October 2007.
Three of the four finalists in the country's astronaut program are Muslims, while one is a
Hindu.
It is unclear whether the Saudi prince encountered any problems in determining the
direction of the Saudi holy city of Mecca — toward which Muslims are expected to
pray five times a day — while orbiting the earth aboard Discovery.
Mazlan Othman, director general of Malaysia's National Space Agency, voiced hopes
that Muslim nations could consider technical cooperation to send more people on similar
expeditions.
"Muslim countries so far are not able to send an astronaut to space on their own,
because we still need to partner with countries such as the U.S., China and Russia,
" Mazlan said. Malaysia, which chairs the 57-nation Organization of the Islamic
Conference, is among Southeast Asia's wealthiest and most industrialized countries.
More than 11,000 people in the nation of 26 million people applied for the astronaut
selection process in 2003. Ahmad, the university professor, said funding for space
programs would not be a problem for rich, oil-producing Middle East nations,
especially if OIC members pool resources and expertise. "The Muslim world suffers
plenty of problems, especially with its image because of issues like terrorism," Ahmad
said. "We should have an inspiring example that comes from our own, instead of looking
to the U.S., England or Europe all the time." Officials estimate Malaysia's program
will cost around $25 million, but it will be offset in a defense deal struck with Moscow
to buy Sukhoi fighter jets.
ที่มาสำนักข่าว NBC -เขาไปค้นเอาครับ
--------------------------------
ไม่สันทัดอังกฤษก็เอาภาษาไทยไปอ่าน....
มาเลเซีย ชาติมุสลิมเล็กๆ แต่หัวใจใหญ่ไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลก ได้ริเริ่มโครงการ
นักบินอวกาศคนแรก โดยคัดเลือกชาวเมลเย์ได้แล้ว 4 รายและพร้อมเดินทางไปติว
เข้มที่มอสโกว เพื่อคัดเลือกเหลือหนึ่งเดียว โดยหวังว่าโครงการอวกาศของตนจะ
เป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศมุสลิมอื่นๆ และฟื้นคืนวันอันรุ่งโรจน์ในด้าน
วิทยาศาสตร์และการค้นพบของชาวอิสลาม การตัดสินใจเด็ดขาดของเสือเหลือง
ในการสร้างชื่อบนเวทีโลกปรากฏให้เห็นมาแล้วจากการสร้างตึกแฝดปิโตรนาส
ซึ่ง ณ ห้วงเวลาหนึ่งถือเป็นอาคารสูงระฟ้าที่สุดของโลก มาครั้งนี้ มาเลเซียกำลังตาม
ล่าหาแคนดิเดตที่จะขึ้นไปสำรวจอวกาศกับยานโซยูซของรัสเซีย และประจำการบน
สถานีอวากาศนานาชาติในเดือนตุลาคม 2550 โดยมีประชาชนนับหมื่นยื่นใบสมัครกัน
อย่างคึกคัก
ล่าสุด ผู้สมัครทั้งหมดถูกคัดเลือกเหลือเพียง 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 และ
ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการติวเข้มที่มอสโก ซึ่งมีการฝึกกันทุกอย่างตั้งแต่ภาษารัสเซีย
มารยาทบนโต๊ะอาหาร ไปจนถึงกลไกการโคจร การทดสอบมากมายจะเฟ้นจนได้
แคนดิเดตที่ดีที่สุด และมนุษย์อวกาศสำรอง ซึ่งจะเข้ารับการฝึกต่อในสตาร์ซิตี้
มอสโก (Star City, Moscow)
มาซลัน ออตแมน (Mazlan Othman) ผู้อำนวยการสำนักงานอวกาศแห่งชาติ
หรืออังคสา (Angkasa) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนุ่มสาว
หลากวัฒนธรรมในมาเลเซีย ซึ่งโหยหาความผสมผสานกลมเกลียวในหมู่ชนกลุ่มน้อย
ชาวมาเลย์ อินเดีย และจีน และกระตุ้นให้เกิดเอกภาพภายในชาติ
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่แคนดิเดต 3 คนเป็นมุสลิม ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งสาร
ถึงทั่วโลกว่า มุสลิมก็มีส่วนเกี่ยวข้องในวิทยาศาสตร์ล้ำยุคและวิทยาการระดับสูงด้วยเช่นกัน
เราหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ชาติมุสลิมอื่นๆ ทั่วโลกตระหนักว่า มีบางสิ่งอยู่นอกโลก
เรากำลังพูดถึงวันอันรุ่งโรจน์ของวิทยาการของชาวอิสลาม อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกลับ
คืนสู่สิ่งนั้นและรื้อฟื้นยุคทองของเรา” ผอ.สำนักงานอวกาศมาเลย์กล่าว
โครงการนี้ริเริ่มขึ้นในปี 2546 เมื่อรัสเซียตกลงส่งคนมาเลเซียขึ้นสู่สถานีอวกาศ
อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงซื้อเครื่องบินขับไล่ซูคอย 30-MKM จากแดนหมีขาว
ณ เวลานั้นคือช่วงปลายของการครองอำนาจนานสองทศวรรษของมหาเธร์ โมฮัมหมัด
เจ้าของทัศนคติในการ ‘คิดใหญ่ ทำใหญ่’ อันนำไปสู่ประโยคที่จับใจชาวเสือเหลืองว่า
‘มาเลเซียทำได้’ ("Malaysia Boleh!") ซึ่งมีเป้าหมายที่การส่งเสริมความภาคภูมิใจและ
ความมั่นใจในตัวเองของชาวมาเลเซีย
นอกเหนือจากความพยายามสร้างสถิติอย่างไร้จุดหมาย เช่น การทำโต๊ะดินเนอร์ใหญ่
ที่สุดในโลก และเปาะเปี๊ยะยาวที่สุดในโลกแล้ว มาเลเซียยังสร้าง
ชื่อจากการที่ชาวเสือเหลืองสองคนพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ และอีกคนที่ล่องเรือรอบ
โลก สำหรับการผจญภัยครั้งล่าสุดนั้น กระตุ้นจินตนาการของประชาชนคนธรรมดาอย่าง
ชะงัด แถมสื่อยังรายงานความคืบหน้าในการสรรหาแคนดิเดตอย่างละเอียดยิบ แฟนคลับ
บางคนถึงขนาดชวนกันพนันว่า ใครจะเป็นคนมาเลเซียคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ
นอกจากนั้น ยังมีการจัดสัมมนาในกัวลาลัมเปอร์ เพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเช่นว่า
มนุษย์อวกาศมุสลิมจะทำละหมาดในอวกาศอย่างไร รู้ได้อย่างไรว่าทิศไหนคือเมกกะ
รวมถึงการเตรียมอาหารตามมาตรฐานฮาลาล
อย่างไรก็ดี แม้มีการหารือในขั้นเริ่มต้นเรื่องที่มนุษย์อวกาศมาเลเซียจะ
สวมชุดบาติกประจำชาติขึ้นสู่อวกาศ และนำอาหารประจำชาติ เช่น ‘เตห์ ตาเระห์’
หรือชาชัก และ ‘โรตี คาไน’ ติดตัวไปด้วย ทว่า การหารือดังกล่าวมีอันตกไป
เพื่อเปิดทางสำหรับแนวทางที่เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า
“พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านทักษะการ
สื่อสาร” ผู้อำนวยการหญิงของอังคสา กล่าว อีกทั้งแคนดิเดตทั้งสี่ต้องผ่านด่านทดสอบ
ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจหลายซับหลายซ้อน รวมถึงการเดินในหนองน้ำ
และอยู่ในสวนยางกับงูและ ‘ศพปลอม’ ตามลำพังตลอดคืน
“ฉันนอนบนพื้นเย็นเฉียบราวกับเวลาจะไม่มีที่สิ้นสุด และตอนที่ออกมาจากหนอง
น้ำนั้น ฉันรู้สึกกลัวจับใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน” วานะชา วิศวกรสาวเชื้อสายอินเดีย
และเป็นแคนดิเดตคนเดียวที่ไม่ใช่ชนกลุ่มใหญ่เชื้อสายมุสลิมมาเลย์ ยังบอกว่า
เชื้อชาติไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการแข่งขัน เพราะสำหรับตัวเธอเองแล้ว คิดเพียงอย่าง
เดียวว่าเธอเป็นคนมาเลเซีย และว่าโครงการนี้เป็น “ความฝันของผู้นำ ของประเทศและ
ของประชาชนของเรา”
ส่วนแคนดิเดตคนอื่นๆ ที่ร่วมฝึกซ้อมอยู่ประกอบด้วยโมฮัมหมัด ฟาอิซ กามาลุดดิน
(Mohammed Faiz Kamaluddin) นักบินวัย 34 ปีของมาเลเซีย แอร์ไลนส์, ฟาอิซ กาลิด
(Faiz Khaleed) ทันตแพทย์ประจำกองทัพบกวัย 26 ปี และชีค มุสซาฟาร์ ชูกอร์
(Sheikh Muszaphar Shukor) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวัย 34 ปี
ฟาอิซ กาลิด เห็นด้วยว่าเชื้อชาติไม่สำคัญเท่ากับ “คนที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอาจเป็น
ผมหรือไม่ใช่ผมก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว แต่เป็นเรื่องของมาเลเซีย เพราะฉะนั้น
ถึงผมไม่ได้ไป ผมก็จะเชียร์ผู้ชนะ เพราะเท่ากับว่ามาเลเซียกำลังจะขึ้นสู่อวกาศ และ
เป็นนาทีแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง”
-------------------------------------------------------------------
นี้ก็อีกปัญหาหนึ่ง---Malay Astronaut ไปค้นเอาตามเว๊บพิมพ์ในGoogleก็ได้
มาเลยเซีย : กลุ้มนักบินอวกาศ อยู่ในยานงงทิศ 'ละหมาด'
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 เม.ย.49 ว่าสำนักงานด้านอวกาศของประเทศ
มาเลเซีย กำลังหาวิธีแก้ไขปัญหาที่นักบินซึ่งเป็นชาวมุสลิมเคร่งศาสนาอาจต้องเผชิญ
ระหว่างที่โคจรอยู่ในห้วงอวกาศ ตามโครงการความร่วมมือด้านอวกาศกับรัสเซีย
หนึ่งในปัญหาดังกล่าว คือ เวลาในการทำละหมาดเมื่ออยู่ในอวกาศ และทิศของการ
ทำละหมาดที่ชาวมุสลิมจะต้องทำวันละ 5 ครั้ง
และจะต้องหันหน้าไปทางนครมักกะฮ์ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของ
ศาสนาอิสลาม เพราะคาดกันว่า นักบินที่อยู่บนยานจะต้องประสบปัญหายุ่งยาก
ในการปฏิบัติตามหลักการดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้สมัคร 3 ใน 4 รายที่ต้องการเข้าร่วม
ในโครงการด้านอวกาศของทางการ มาเลเซียเป็นชาวมุสลิม ซึ่งมาเลเซียได้คัดเลือก
ขึ้นมา 2 คนเมื่อเดือน พ.ค.นี้ เพื่อเริ่มการฝึกเป็นนักบินอวกาศ หลังรัสเซียเสนอ
ให้มาเลเซียส่งนักบินเดินทางไปห้วง อวกาศพร้อมยานโซยูซ ของรัสเซีย
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในเดือน ต.ค.2550ซึ่งผู้ที่ได้รับ การคัดเลือกจะอยู่ในสถานี
อวกาศนานาชาตินานเกือบ 2 อาทิตย์
---------------------------
สิ่งที่ถามเอาไว้

ที่นี้ก็ลองช่วยตอบประเด็นคำถามที่ถามให้ไว้ข้างต้น.......
การละหมาดน่ะใครก็รู้ว่าต้องหันไปทิศกิบลัต ก็คือกาบะฮ์ คนเอเชียหันไปทาง
ตะวันตก มุสลิมในทวีปอเมริกาเขาหันทางตะวันออก เอาล่ะอาจจะตั้งคำถามไม่ครอบคลุม
1. คำถามก็เกี่ยวข้องกับการนมาซ 5 เวลาจะปฎิบัติกันอย่างไรในอวกาศ เอาเวลาใดเริ่มต้น
ในการการนมาซ? คำนวนเวลาอย่างไรที่จะแบ่งเวลานมาซทั้ง 5 เวลา? การโคจรบนอวกาศ
น่ะไม่เหมือนกับโลกอยู่แล้ว เวลาในห่วงอวกาศมันต่างจากโลกมากมาย นี้คือหัวใจของ
คำถาม นักวิชาการมาเลเซียเข้าถกกัน อย่างเคร็งเครียด ทั้งที่เป็นอุลามาด้านศาสนาและนักวิชาการ ไม่เคยติดตามเลยหรือ?
2. การถือศิลอด...จะเริ่มถืออย่างไร? จะเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการกำหนด? (มาเลเซีย
เขามองไปอนาคตแล้ว...เด๊ะเอ่ยผมอาจจะแก่กว่าคุณน่ะ)
3. กิบลัตของนักบิน...แต่เอาล่ะ ไม่อยากรู้เรื่องกิบลัต จะนั่งยานอวกาศหรืออยู่ในสถานี
อวกาศ ก็เหมือนกับขี่อูฐบนทะเลทราย กิยาซแบบนี้ก็คงจะเหมือนกัน(ขอมะอัฟน่ะ-ไม่
ใช่อุลามาหรือผู้รู้ที่ไหน)
เอาแค่...แจกแจงคำถาม 2 ประเด็นแรกให้หน่อยล่ะกัน ...ยังมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้
อีกเยอะ.อยากให้ช่วยตอบ ...ไม่ใช่เรื่องยังไม่เกิด เกิดแล้ว มุสลิมมาเลย์จะขึ้นไปบนอวกาศ
แล้ว เขาขึ้นไปทำอะไรล่ะ (มุสลิมในไทยเราต้องคิดได้แล้ว)
ตอนนี้ที่เขียนนักบินเหล่านี้กำลังฝึกทดลองอยู่ในห้องสูญากาศ เป็นเวลานาน แค่นี้ก็มีคำถามแล้ว ละหมาดในสภาวะสูญากาศทำอย่างไร อันนี้ไม่ต้องตอบหรอกครับ กรณีเดียวกับขี่อุฐนั้นแหละ และไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน และไม่ใช่เรื่องของคนอื่น นี้คือความก้าวหน้าของ
รัฐอิสลามและมุสลิมทั้งโลก เห็นคุยแต่ประเด็นสร้างความแตกแยกระหว่างมุสลิมกันเอง
..คุยกันอยู่แค่ 2-3 คน คนเข้าบอร์ดวันหนึ่งยังไม่ถึง 5 คนเลย.มาลองคุยแบบนี้ดูดีกว่า
เป็นประโยชน์ให้กับลูกหลานมุสลิม คนหนุ่มสาว คุณรู้ไหมชาวมาเลย์เขาภูมิใจแค่ไหน
ว่าคนในชาติของเขากำลังทำให้มุสลิมหลุดพ้นจากคำพูดให้ร้ายในทัศนของตะวันตก
(คุณแคร์คำพูดคนเหล่านี้ไหมล่ะ?)
(..ยังไงก็ช่วยตอบด้วย อยากเห็นเหตุผลและรายละเอียด....)

ชุกรัน อัลฮัมดุลิลละฮ์
วัสลามมุอลัยกุม
----คาน๊อฟ---
--------------------------------------------------------------------------------------

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Sun Jul 16, 2006 11:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า…

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ لاَ تَسْأَلُواْ عَنْ أَشْيَاء إِن تُبْدَ لَكُمْ تَسُؤْكُمْ وَإِن تَسْأَلُواْ عَنْهَا حِينَ يُنَزَّلُ الْقُرْآنُ تُبْدَ لَكُمْ عَفَا اللّهُ عَنْهَا وَاللّهُ غَفُورٌ حَلِيمٌ
قَدْ سَأَلَهَا قَوْمٌ مِّن قَبْلِكُمْ ثُمَّ أَصْبَحُواْ بِهَا كَافِرِينَ
ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าถามถึงสิ่งต่างๆ ที่หากสิ่งเหล่านี้ถูกเปิดเผยขึ้นแล้วมันก็จะก่อให้เกิดความเลวร้าย(สร้างภาระหนัก)แก่พวกเจ้า และถ้าพวกเจ้าถามถึงสิ่งเหล่านั้น ขณะที่อัล-กรุอานถูกประทานลงมา มันก็จะถูกเปิดเผยขึ้น(กลายเป็นข้อบังคับ)แก่พวกเจ้า อัลลอฮ์ได้ทรงอภัยสิ่งเหล่านั้นแล้ว และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยผู้ทรงหนักแน่น
แท้จริงได้มีพวกหนึ่งก่อนพวกเจ้าได้ถามถึงสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมาแล้ว แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้ปฏิเสธสิ่งต่างๆ เหล่านั้น
(5:101-102)

ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ควรถามมากเรื่องมากความ หรือตั้งประเด็นปัญหาที่มันสลับซับซ้อน อย่างนั้นล่ะ อย่างนี้ล่ะ ฯลฯ เคยอ่านหนังสือเก่าๆพูดถึงนักฟิกฮฺบางสำนัก คงจะว่างมากเกินไปจึงคิดปัญหาพิเรนๆขึ้นมาถามกัน เช่น ถ้าละหมาดขณะแบกถุงที่บรรจุตดไว้เต็ม ละหมาดนั้นจะใช้ได้มั้ย ถ้ามีใครไปสมสู่กับวัวหรือแกะ แล้วมันตั้งท้องออกลูกมาเป็นคน พอโตขึ้นมาจะเอาเชือดทำกุรบานได้มั้ย .... เฮ้อ คิดกันได้งัย!

แต่กรณีอิบาดะฮฺในอวกาศนี้ อาจจะไม่ใช่ปัญหาพิเรนหรือเป็นสิ่งที่ไกลเกินฝัน ซึ่งผมก็ยังไม่เคยสืบว่ามีฟัตวาเรื่องนี้ไว้ว่าอย่างไรหรือไม่ เพียงแต่คิดเอาเองว่า ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนในจักรวาลก็ตาม อัลลอฮฺทรงกำหนดให้มัสญิดหะรอมเป็นกิบละฮฺสำหรับบ่าวของพระองค์ในยุคท่านนบีมุฮัมมัด นั่นคือเราทุกคนตั้งแต่สมัยนบีเรื่อยไปจนยันกิยามะฮฺ กิบละฮฺยังคงอยู่ที่เดิม “ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หนใด จงหันไปทางนั้น” คำสั่งนี้ชัดเจนว่า แม้จะไปได้ไกลถึงกาแลกซีอื่น กิบละฮฺก็ยังคงต้องหันมาทาง the blue marble ลูกนี้เสมอ
การกำหนดวันเวลาก็ยังคงต้อง reference กับวันเวลาบนโลก

إِنَّ عِدَّةَ الشُّهُورِ عِندَ اللّهِ اثْنَا عَشَرَ شَهْراً فِي كِتَابِ اللّهِ يَوْمَ خَلَقَ السَّمَاوَات وَالأَرْضَ .....
แท้จริงจำนวนเดือน ณ อัลลอฮ์นั้นมีสิบสองเดือน ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน
(9:36)

เพราะฉะนั้น เราะมะฎอนช่วงไหน ก็ส่งข่าวให้คนที่เท้งเต้งอยู่กลางอวกาศได้รับรู้ด้วยละกัน ถ้าสื่อสารขัดข้องก็คงต้องนับนิ้วเอาเองกระมังว่ากี่โมงกี่ยาม กี่วันกี่ปี นับจากหลุดจากผิวโลกขึ้นไป

เคยมีคนถามท่านนบีถึง การทำอิบาดะฮฺในยุคที่ใกล้วันกิยามะฮฺซึ่งวันเวลามันจะยาวนานกว่าปกติ คลับคล้ายคลับคลาว่าท่านนบีบอกให้เทียบเคียงเอากับเวลาในภาวะปกติ หรืออะไรทำนองนี้

“คำถาม นักวิชาการมาเลเซียเข้าถกกัน อย่างเคร็งเครียด ทั้งที่เป็นอุลามาด้านศาสนาและนักวิชาการ ไม่เคยติดตามเลยหรือ?”
(khanov : ลองอ่านดู - Sun Jul 16, 2006 3:07 pm )

ข้อมูลข่าวสารที่แพร่กระจายอยู่ในโลกปัจจุบัน มีเป็นพันเป็นหมื่นข้อมูลต่อวินาที คงไม่ใช่มนุษย์หรอกครับที่สามารถรับรู้ จดจำและเข้าใจรายละเอียดในข้อมูลเหล่านั้นได้ทั้งหมด แม้แต่ท่านนบีมูซายังไม่รู้อะไรอีกหลายอย่างที่ท่านเคาะฎิรรู้จากการดลใจของอัลลอฮฺ แต่ก็นับว่าโชคดีนะครับที่เรายังมีคนอย่างคุณคอยเอาข้อมูลแปลกๆใหม่ๆ (ที่เก่าแล้ว) มาป้อนให้กับคนอื่นที่ยังไม่มีโอกาสได้ผ่านตา
ขอบคุณครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
khanov
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2006
ตอบ: 18


ตอบตอบ: Mon Jul 17, 2006 3:46 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
.Shukrun Alhamdulil-lah-
ขอบคุณสำหรับคำตอบ.. และคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มาอ่านในบอร์ดนี้ ซึ่งเป็นบอร์ด
ทางวิชาการ และเป็นบอร์ดสาธารณะสำหรับพี่น้องมุสลิมและต่างศาสนิก ที่จะเข้ามาหาความรู้

ต้องขออภัยที่ต้องเอาความรู้เก่าแล้ว(จากที่อื่น) มาป้อนให้กับทุกคน เหมือนเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน เพราะคิดว่าความรู้เก่าๆที่มีอยู่จากที่อื่น
คงเป็นส่วนหนึ่งที่จะประดับความรู้ ของพี่น้องมุสลิมที่อ่านในบอร์ดนี้ ให้มีวิสัยนทัศน์ และโลกทัศน์ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ และไม่คิดว่าตัวเอง เป็นผู้รู้มากกว่าผู้อื่น และก็ไม่คิดว่าความรู้ที่ตัวเองนำมาจะเป็นของใหม่สำหรับใคร

ส่วนใหญ่ข้อมูลความรู้ที่มีของผมก็คงจะเป็นเรื่องที่เก่าแล้วจากที่อื่นอย่างที่ผู้ตอบอธิบาย หรือเป็นความรู้เก่าๆสมัยอดีต และคิดว่าคงให้สาระอะไรกับบอร์ดแห่งนี้ไม่ได้มากนัก เพราะดูแล้วในบอร์ดแห่งนี้มีสิ่งที่มีสาระที่ดีมากกว่า ... และคงเป็นประโยชน์มากกว่าความรู้ที่ผมป้อนให้

---KHANOV----
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.06 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004