ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - ขอทราบหลักการที่ท่านเข้าใจในเรื่องนรก-สวรรค์
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
ขอทราบหลักการที่ท่านเข้าใจในเรื่องนรก-สวรรค์

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Wed May 10, 2006 1:47 pm    ชื่อกระทู้: ขอทราบหลักการที่ท่านเข้าใจในเรื่องนรก-สวรรค์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อยากทราบว่าคนในเว็บนี้ซึ่งทั้งหลายก็มีความรู้ ว่าแต่ละท่านนั้นมีความเข้าใจเรื่องการตัดสินของอัลลอฮฺเกี่ยวกับนรก-สวรรค์อย่างไร?

ผมขอยกตัวอย่างคนที่ตายในสภาพกาเฟรฺในสภาวะต่างๆ

บุคคลที่ 1 ก็เป็นตาสีตาสาทั่วไปที่เป็นคนไทยพุทธตามบรรพบุรุษ ก็เกิดมาแถบจังหวัดที่ห่างไกลมุสลิมซักหน่อย แต่ก็รู้ล่ะว่าพวกนี้คือแขก นับถืออะไร ศาสดาชื่ออะไรก็ไม่รู้(เพราะของศาสนาตัวเองแกก็ยังไม่รู้) แล้วก็ตายลงในสภาพนี้

บุคคลที่ 2 คนๆนี้รู้จักมุสลิมเยอะขึ้นมาอีกขั้นนึง แต่มีอคติน่ะ เกลียดอิสลาม พวกนี้ไม่กินหมู สุเหร่าชอบร้องเสียงดัง คนก็เห็นแก่ตัว คนขับสองแถวรถเมล์ก็นักเลง พวกหัวรุนแรง พอจะเข้าใกล้ข้อมูลเกี่ยวกับอิสลามซักหน่อยก็เมินหนี ทำไม่อยากรับรู้ แล้วก็ตายลงในสภาพนี้

บุคคลที่ 3 คนนี้ไม่มีอคติกับมุสลิม คลุกคลีใกล้ชิดมุสลิม กินบุญเขาก็เชิญไป เมาลิดก็ไป สัมผัสกับความรู้ในศาสนาอิสลามหลายๆอย่าง เห็นเพื่อนละหมาดจนชิน ให้ความช่วยเหลือเพื่อนมุสลิมอย่างดี แล้วก็ตายลงในสภาพนี้

บุคคลที่ 4 หมอนี่ศึกษาอิสลามมาเยอะ แต่ต่อต้าน ตั้งตัวเป็นศัตรูกับอิสลาม คอยป่าวประกาศใส่ไคล้อิสลามต่อผู้คนทั้งหลาย เพื่อจะได้เผยแพร่ยกย่องศาสนาตัวเอง ดูหมิ่นอัลลอฮฺและรอซูล แล้วก็ตายลงในสภาพนี้

คำถามคือ
บุคคลเหล่านี้ตามหลักการแล้วอัลลอฮฺตัดสินอย่างไร? มีโทษหนักเบาต่างกันอย่างไร? ไปนรกหรือสวรรค์?
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Wed May 10, 2006 9:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

เรียน คุณ IRF ผมติดตาม ข้อเขียนของ คุณเสมอมา ทั้ง เวบ นี้ และ เวบ ของ อ. มุรีด ผมชอบข้อคิด ของคุณมากที เดียว ขอ ออกตัว ก่อน ว่า ผมไม่ได้ ยกยออะไรคุณ เพื่อ ประโยชน์ อะไร ทั้ง สิ้น, คุณจะนับผมว่าเป็น มุสลิม ประเภทใด ก็ไม่ มีผลอะไร ต่อ คุณและผม, คุณคงทราบดี ว่าผมไม่เชื่อเรื่อง เหลว ไหล ในหลักการของ อิสลาม ที่ถูกประดิษฐ์ หรือ อาจจะถูก มนุษย์ ประดิษฐ์ ขึ้น ในศาสนาอิสลาม แต่เมื่อ ผม อ่านควาวมคิด จากข้อเขียน ของคุณ ทำให้ผม เข้าใจ ในการ ปฏิบัติ การตาม ซุนนะห์ และหะดิษ ตาม แนวความคิด ของคุณ โดยเฉพาะ เรื่อง ที่คุณ เสวนา กับ นักเรียน ทั้ง 3 คน ที่ อัล-อัซฮัร การอธิบาย และการเปรียบเทียบ ดี มากทีเดียว ยากที่ จะคัด ค้านได้ แต่ผม ยังมีความคิดอีกทางในเรื่องนี้ ที่อยากจะถามคุณในภายหลัง

คุณคง ทราบ ดี ว่า ไม่ต่ำ กว่า 90 เปอเซนต์ ของ มุสลิม ในประเทศไทย และ ประเทศ นอกกลุ่มอรับ เป็นมุสลิม โดยกำเนิด ไม่เข้าใจ ภาษาอรับ ไม่เข้าใจ อัลกุรอาน ถือปฏิบัติ สืบตาม กันมา และปฏิบัติ ตาม ครูอาจารย์ ที่ เขา สอน หลักการ ของ อิสลาม ต่อๆ กันมา ส่วนมากอธิบายทับศัพท์ อรับ ทำให้ดู และ ฟัง ว่า มี ความ ขลัง มากขึ้น ผมอยาก เขียนถึงคุณเป็น ส่วนตัว มานานแล้ว อยาก ให้คุณ อธิบายเรื่อง นรก และ สวรรค์ ตามหลักการ ของ อิสลาม ที่บรรยาย ไว้ ในอัลกุรอาน แต่พอคุณตั้งกระทู้นี้ ขึ้นมา ผม จึง เห็น เป็น โอกาศที่ดี ที่ ผม และ มุสลิม ทุกๆท่าน จะได้เรียนรู้ และเข้าใจ ในเรื่อง นี้ ให้กระจ่าง

ก่อน ที่เราจะพูดถึง เรื่อง การตก นรก และ ขึ้น สวรรค์ นั้น ผมอยาก ขอความกรุณาจากคุณ ให้ ช่วย อธิบายถึง ความหมาย ของ คำว่า นรก และ สวรรค์ ในอัลกุรอาน และ ลักษณะ ความ ร้ายแรง และ ความ สำคัญ ในความเชื่อ ในเรื่องนี้ ตามความศรัทธา ของมุสลิม เรา กรุณา ใช้ภาษาไทยให้มาก ที่สุด และ อย่าใช้ทับศัพท์ ภาษาอรับ ทั้งนี้ เพราะว่าผม อยู่ ใน บรรดา 90 เปอร์เซนต์ ของ มุสลิมที่ไม่ เข้าใจภาษาอรับ มากนัก หวังว่าคงได้รับความ กรุณา จากคุณ IRF

ขอเรียนให้คุณทราบว่า ผมถามด้วยความนับถือ ในเหตุผลประกอบกับความรู้ของคุณ ในเรื่องศาสนา และ ความตั้งใจดีในการ เผย แพร่ (ผมไม่ใช้คำว่า แผ่) ความรู้ ตามหลักการ ของ อิสลาม ตามที่คุณเขียนไว้ ใน กระทู้ เรื่อง “เหลือเชื่อ !!! เสื้อเรารักนบีเป็นบิดอะห์” และผมเห็นด้วยกับคุณ ในเรื่องนี้

ด้วยความนับถือ

wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Fri May 12, 2006 1:24 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมเห็นด้วยส่วนนึงนะครับว่า มุสลิมจำนวนมากเลยทีเดียว(โดยเฉพาะประเทศที่การสื่อสารไม่เจริญและมีมุสลิมอยู่เยอะ)ที่ไม่ได้รับการเรียนรู้ความเข้าใจทางศาสนา อย่างทางประเทศไทยเรามีปัญหาหลายเรื่อง ชาวใต้หลายคนแยกแยะไม่ออกว่า อัลกุรอานคืออะไร? กิตาบมลายูคืออะไร? บะซันยีคืออะไร? บางคนคิดว่าทั้งหมดคือศาสนา คือสิ่งที่จะต้องยึดถือหากเป็นมุสลิม (เพราะเขาไม่รู้ว่าคัมภีร์อัลกุรอานเป็นดำรัสของอัลลอฮฺ ส่วนอันอื่นที่ว่ามาน่ะไม่ใช่) เพราะฉะนั้นถ้าคุณเอาหนังสือภาษาไทยไปให้เขาอ่านเขาไม่เชื่อหรอกครับ ต้องกางกิตาบ! แล้วคนแปลกิตาบได้เนี่ย นี่แหละคนที่ต้องยึดถือ!

ประเทศอื่นๆมีอีกมากครับ ผมดูสารคดี มุสลิมบางเผ่าในอินโดยังเคารพมังกรโคโมโดอยู่เลย!

แต่สำหรับคนที่มีปัญญาอีกระดับนึง (อันนี้ต้องแยกแยะให้ออกครับ อย่าไปเหมาว่ามุสลิมส่วนใหญ่เป็นแบบข้างต้น) อ่ะ..อย่างเว็บนี้แหละคับ คนที่เข้ามาคุยเป็นคนมีปัญญามีความรู้ รู้จักกิตาบุลลอฮฺ รู้จักซุนนะฮฺ รู้จักที่มาที่ไปของศาสนา ไม่ใช่คนตาบอด หลับหูหลับตานับถือลัทธิความเชื่อตามบรรพบุรุษ
เอาเป็นว่า อัลฮัมดุลลิลลาหฺ เขาคือคนที่ได้รับเนียมัต ได้รับทางนำ
ไม่ว่าจะเด็กอัซฮัรทั้ง 3 ก็ดี ชาวมรดกก็ดี สลาฟิยูนก็ดี หรือจะบังอะสันและผู้รู้จากทางใต้ ..เหล่านี้เป็นผู้มีความรู้ มีความสว่าง เพราะฉะนั้นเวลาจะเถียงจะคุยอะไรกันเนี่ยก็มีวิชาการ
ต่างกับคนที่ไม่รู้ศาสนา(อย่างที่ยกตัวอย่างไป) ลองคุยกับเขา เถียงกับเขามันจะไม่ออกมาวิชาการแบบนี้หรอกครับ ลองไปคุยได้ จะคุยมั่วเถียงมั่วไปหมด!

ทีนี้ที่คุณพูดถึงประเด็นเรื่องภาษา ..มันต้องแยกแยะครับ คำว่า "ภาษา" กับ "ศาสนา" มันคนละอันกัน ..เราไปเอาคนเรียนเอกภาษาอาหรับ เก่งสุดๆ แต่ไม่ได้เรียนศาสนา.. ให้ตายก็ไม่เข้าใจศาสนาครับ
เพราะเรื่องศาสนานะครับ ประชาชาติเราเลย(ประชาชาติมุฮัมมัด) ผู้สอนศาสนาคนแรกคือ นบีมุฮัมมัด และเป็นคนเดียวแหละครับที่อัลลอฮฺรับรองว่า 100% ถูกต้อง(ปิดฉากความสมบูรณ์ของศาสนาตอนที่อายะฮฺสุดท้ายลงมาแหละครับ พออายะฮฺปิดฉากปึ๊บ มุฮัมมัดไร้ข้อตำหนิทันที ถือว่าทำหน้าที่ครบถ้วน)
และคนที่รับทอดศาสนา รับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจก็คือซอฮาบะฮฺและชนรุ่นหลังจากเขาต่อๆมา
ดังนั้นตำรับตำราและวิชาการที่เขาทิ้งไว้ให้นี่แหละครับ ที่บรรดาปัญญาชนที่เราพูดถึงนี้เขาร่ำเรียนมา
แต่เนื่องจากการขาดตอน หรือการขาดข้อมูลเล็กๆน้อยๆ มันก็ทำให้บางคนมีความเข้าใจศาสนาต่างกันเล็กๆน้อยๆ แต่หลักๆน่ะเหมือนกันครับ คือกุรอานและหะดีษ

แต่สิ่งที่อันตรายก็คือ "การข้ามหัว" หมายถึงว่า นบีสอนกุรอานรึ..เชอะฉันไม่เอา ฉันรู้ดีกว่า ซอฮาบะฮฺสอนรึ..เชอะ ฉันรู้ดีกว่า สลัฟสอนรึ อุละมาอฺสอนรึ..เชอะฉันรู้ดีกว่า ฉันเข้าใจมากกว่า พวกเขาเข้าใจผิด (อาจไม่ได้พูด ไม่ได้คิดแบบนี้หรอก แต่พฤติกรรมมันสื่อทำนองว่าจะตีความศาสนาด้วยตนเอง) นี่แหละครับ ถ้าเรามีความคิดแบบนี้แล้วจะมั่นใจแน่หรือว่า เราถูกต้อง?

มีคำพูดอันตรายของหนังสือที่ผู้เขียนคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าเป็นมุสลิม แต่พูดในหนังสือเขาว่า "ข้าพเจ้าจะไม่เข้าใจอิสลามเลย ถ้าไม่ได้มาพบท่านพุทธทาส ภิกขุ"
..นี่แสดงว่า บรรดาโต๊ะครูไม่เข้าใจอิสลามไง? บรรดาอุละมาอฺ บรรดาสลัฟและท่านนบีเองก็ไม่เข้าใจอิสลาม! คนที่เข้าใจอิสลามก็คือ พุทธทาส ภิกขุ กับตัวเขา!

ทีนี้กระทู้นี้ผมตั้งใจถามถึงทัศนะทางวิชาการ แต่ไม่ทราบมันยากหรืออะไร หรือยังไม่พบตำรา หรือยังไง ถึงไม่มีคนมาตอบ ..และที่ผมถามก็ต้องการทราบทัศนะและความรู้จริงๆครับ แต่สำหรับผมน่ะเรื่องนี้ก็มีหลักการที่ยึดถืออยู่แล้ว แต่เผื่อว่าเจอของคนอื่นเขาแน่นกว่า ก็จะได้ศึกษาเพิ่มเติม แต่ไม่เป็นไร จะเอาไปถามเว็บอื่นๆพลางๆก่อน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Fri May 12, 2006 1:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แต่จุดประสงค์ที่คุณแมทท์ถามผมไม่เข้าใจนะครับ ว่าทับศัพท์อะไร หรือจะพูดถึงประเด็นไหน.. หรือจะบอกว่า"นารฺ"กับ"ญันนะฮฺ" นี่คือทับศัพท์หรือยังไงไม่เข้าใจครับ? ช่วยชี้แจงอีกที
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Sun May 14, 2006 11:06 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

การเขียน ทัพศัพท์ ในที่นี้ ผมหมายถึง คำใด ในภาษาอรับ ถ้า ถ้าเป็น คำ “สามัญนาม “ ก็แปลเป็นภาษา ไทยออกมา เลย เพื่อว่า ทุกๆ ท่าน ที่อยู่ ในฐานะเดียว กับ ผมจะได้ เข้าใจ ได้ ง่าย และ รวด เร็ว คือว่าถ้าคำใด แปลเป็นภาษาไทยได้ก็ใช้ ภาษาไทยเสียเลย

ผมอยากจะลองตอบคำถามของคุณ เพื่อ ให้คุณพิจารณาว่า ตรงตาม ความเข้าใจหรือไม่

คำถามของคุณนั้น คงจะตอบยากทั้งนี้ เพราะว่า คำถามๆว่า

บุคคลเหล่านี้ตามหลักการแล้วอัลลอฮฺตัดสินอย่างไร? มีโทษหนักเบาต่างกันอย่างไร? ไปนรกหรือสวรรค์?

เนื่องจากมนุษย์ ไม่สามารถล่วงรู้อนาคตหรือมองขึ้นไปเห็นนรก สวรรค์ได้ แม้แต่ท่านศาสนทูตท่านต่างๆก็ตาม และเราไม่สามารถที่จะ ทราบพระประสงค์และการตัดสิน ของพระผู้เป็นเจ้าได้ และบุคคลแต่ละชนิด ที่ คุณ บรรยายมา ทั้ง 4 ชนิด นั้น เป็นเพียง ลักษณะภายนอก ที่มนุษย์ สามารถจะเห็นและ เข้า ใจได้ เท่านั้น แต่ เราไม่สามารถ ที่จะเข้าใจ ถึงความศรัทธา ของ เขา ต่อ พระเจ้าได้ นอกจากพระเจ้า เท่านั้น ที่ทรงเห็นและเข้าใจ ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มนุษย์ นึกคิด

ดังนั้น การตัดสินผู้ใด หรือ กำหนด ผู้ใด ว่า ไม่ ใช่ “มุสลิม” (ผู้นอบน้อมและ ยอมจำนน ต่อพระประสงค์ของ พระเจ้า) เป็นกาเฟร หรือ ตกนรก จากการกระทำ ของเขานั้น นั้น มนุษย์ เรา ไม่มีสิทธิ ถึงแม้ว่า จะเป็น นักปราชญ์ ทางศาสนาก็ตาม ทั้งนี้เพราะว่า มันเป็นสิทธิของ พระเจ้าดังนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้อง นำหลักการ ที่ พระเจ้า บัญญัติไว้ ในอัลกุรอาน มา พิจารณา

หลักการอันแรกคือ ความเข้าใจของมนุษย์ ของ ความหมาย ของ คำว่า “มุสลิม” และ “กาเฟร” (เอาอย่างย่อๆ)

มุสลิม คือ ผู้ที่รู้จักและมีศรัทธาต่อพระเจ้าแล้ว

กาเฟร คือ ผู้ที่ยังไม่ทราบถึงหลักการความศรัทธา ต่อพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากการขาดความรู้ ที่ถูกต้อง และมีเหตุผลในหลักการศรัทธา

พระเจ้าทรงบัญญัติ ไว้ในอัลกุรอาน มีความหมายว่า “ ถ้าผู้ใดก็ตาม มีความศรัทธา ต่อ พระเจ้า เขื่อ ใน นรก สวรรค์ เชื่อใน วัน ปรโลก และดำเนินชีวิตของเขาอย่าง สุจริตธรรม แล้ว เมื่อเขาตายไป เขาจะไม่เสียใจ” เราจะเห็นว่า การที่พระเจ้า ทรงบัญญญัติ ไว้เช่นนี้ ก็เพราะ พระองค์ เท่านั้น ที่ สามารถ ล่วงรู้ จิตใจของมนุษย์ ว่า มีความศรัทธาที่แท้จริง ต่อพระองค์ อย่างไร การมีศรัทธา ต่อพระองค์ ไม่ เพียงแต่แสดงออก เท่านั้น จะต้องมีความจริง ใจต่อพระองค์ ด้วย

หลักการที่สองก็คือ เราปฏิบัติตามบัญญัติที่พระองค์ ประทานให้หรือไม่(อัลกุรอาน)?

เนื่องจาก พระผู้เป็นเจ้าได้ บัญญัติไว้ใน ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ ว่า

أَلَمْ يَعْلَمُواْ أَنَّهُ مَن يُحَادِدِ اللّهَ وَرَسُولَهُ فَأَنَّ لَهُ نَارَ جَهَنَّمَ خَالِدًا فِيهَا ذَلِكَ الْخِزْيُ الْعَظِيمُ

“เขาเหล่านั้น ไม่รู้ หรือว่า ผู้ใดก็ตามที่ปฏิบัติต่อต้าน(ไม่เชื่อฟัง) ต่อ พระเจ้า และ ศาสนทูตของท่าน แล้ว อย่างแน่นอนเขาเหล่านั้น จะ ตกอยู่ ในไฟนรก และนั้นคือ ความน่าละอายที่หาที่เปรียบไม่ได้”

จากอายะนี้ จะเห็นได้ชัดว่า ผู้ที่จะตกนรก อย่างแน่นอน นั้น คือผู้ที่ ปฏิบัติต่อต้าน(ไม่เชื่อฟัง) ต่อ พระเจ้า และ ศาสนทูตของท่าน ที่พระองค์ ทรงส่ง ข่าวสาร มาสู่ เรา (มวลมนุษย์)

ใน 4 ประเภทที่คุณยกตัวอย่างมา ประเภทที่ 4 น่าจะเข้าข่าย ของอายะ 9:63 หรือ คุณว่าอย่างไร?

แต่ถ้าเขาไม่ใช่มุสลิม เขาจะตกนรกและขึ้นสวรรค์ไปกับเราด้วยหรือ ในเมื่อ เขาขาด การสอนที่ถูกต้อง จาก ผู้ที่เป็นมุสลิมแล้ว, และอีกประการหนึ่ง มุสลิมส่วนใหยญ่ รังเกียจ "กาเฟร" ซึ่ง ปฏิบัติตรงกันข้าม กับท่าน ศาสนทูตมูฮัมมัด ที่ ท่าน พยายาม จะ เปลี่ยน "กาเฟร" ให้เป็น "มุสลิม"

มุสลิม ที่มีความรู้ทางศาสนายิ่งมากเท่าใด ยิ่ง รังเกลียด กา เฟร มากเท่านั้น ตรงข้ามกับ ท่าน ศาสนทูตมูฮัมมัด ก็เพราะว่า ผู้ท่านครูเหล่านี้ ส่วนมากพยายาม จะพลักใสไล่ส่ง "ผู้ที่เป็นมุสลิม อยู่แล้ว" ที่ไม่ ดำเนินตามแนวทาง ที่เขาร่ำเรียนมา ให้เป็น "กาเฟร" ไปกันหมด

wassalam


แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sun May 14, 2006 10:51 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เนื่องจากมนุษย์เราไม่รู้อนาคตไงครับ ผมจึงใช้ภาษาให้รอบครอบว่า "แล้วก็ตายลงในสภาพนี้" (โดยเป็นการสมมุติ)

ผู้ตัดสินนั้นคืออัลลอฮฺครับ ไม่ใช่เราตัดสิน อันนั้นแน่แท้ แต่ที่เรากำลังพูดถึงคือ แวอัลลอฮฺตัดสินอย่างไร?
ซึ่งอัลลอฮฺก็ได้แจ้งให้ทราบ แจ้งให้พวกเรารู้ถึงกฎเกณฑ์การตัดสิน ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ จะโดนโทษนี้นะ ถ้าเป็นอย่างนี้ จะได้ผลตอบแทนอย่างนี้นะ ..อัลลอฮฺแจ้งไว้ครับ โดยผ่านทางอัลกุรอาน และอัลหะดีษ ..เพราะถ้าไม่แจ้งให้ทราบถึงผลตอบแทนแล้ว เราก็จะไม่รู้กฎรู้เกณฑ์ก็จะเลือกทางเดินไม่ถูก

นี่แหละครับประเด็น ผมจึงตั้งหัวข้อมาว่า ในกลุ่มคนที่ผมยกตัวอย่างมาเนี่ย อัลลอฮฺได้บอกเกณฑ์ไว้ไหมว่าจะตัดสินอย่างไร? มีในกุรอานมีในหะดีษไหม?
เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงอันเนื่องจากความเข้าใจค่อนข้างจะคลุมเครือในแต่ละฝ่าย อาจด้วยหลักฐานในเรื่องเหล่านี้มีไม่ชัด แต่ผมก็ตั้งคำถามเผื่อว่าจะเจอคนที่วิเคราะห์ดีๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อับดุลฟัตตะหฺ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 19/09/2008
ตอบ: 22


ตอบตอบ: Fri Sep 19, 2008 11:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation ผมมารอรับฟังคำชี้แจงจากตัวบทด้วยคนครับ
ยินดีรับฟัง และต้อนรับผู้รู้ทุกคนครับ
เท่าที่รู้ๆคือ กาเฟรตกนรกตลอดการ อันนี้ที่ทั่วไปจะรู้มาแต่เด็ก
แล้วมุสลิมฝ่าฝืนก็ลงนรกยาวๆจนกว่าบาปจะหมดแล้ว
อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลาจึงจะเข้าสวรรค์เท่าที่เรียนมาเด็กๆน่ะครับ
บัง IRF มาเสนอคำถามเช่นนี้ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ
เพราะผมคิดว่าประเด็นนี้ไม่มีคำว่า บิดอะหฺ วะฮาบีย์ คงสบายตาครับ

_________________
พี่น้องครับพวกเราก็ซุนนะหฺเหมือนกัน จะตีกันให้กุฟฟารมุชริกีนมันหัวเราะเยาะทำไมครับ ผมว่าเราพูดกันดีๆ เลิกถากถาง เลิกหุก่มฝ่ายที่มีทัศนขัดแย้งว่า&quot;ผิดแน่ แกลงนรก&quot; คงจะดีไม่น้อยนะครับ บังๆ และอาจารย์ทุกท่าน<br />
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
Abushot!!!
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 16/07/2008
ตอบ: 46


ตอบตอบ: Sat Sep 20, 2008 2:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation เยี่ยมมากอับดุลฟัตตะฮ์ uhh victory
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Mon Sep 22, 2008 8:03 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

السلام على من اتبع الهدى
สลามแด่ผู้มีชะฮาดะฮฺครบ 2 ประโยคเท่านั้น

ส่วนมากอธิบายทับศัพท์ อรับ ทำให้ดู และ ฟัง ว่า มี ความ ขลัง มากขึ้น

การใช้คำทับศัพท์ หรือคำที่ไม่ใช่ภาษาไทยส่วนมากเรา-มุสลิม-มักจะใช้ในการสนทนาในกลุ่มเดียวกัน ที่มีความคุ้นเคยและเข้าใจความหมายของศัพท์เหล่านั้นเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น อีมาน อิบาดะฮฺ อฺะซาบ ดะอฺวะฮฺ ชะฮาดะฮฺ ชะฮีด หรือคำว่า กาฟิร-ซอเล็ม-ฟาสิกฺ กับ มุสลิม-มุอ์มิน ฯลฯ เพื่อการสื่อสารที่รวดเร็ว ชัดเจน และไม่ผิดเพี้ยนไปจากความหมายดั้งเดิมของคำเหล่านั้น เพราะอิสลามถูกประทานมาในภาษาอรับ ซึ่งบางทีคำเหล่านี้อาจจะยากที่จะแปลความได้ครอบคลุมทั่วถึงในภาษาอื่นที่ไม่ใช่อรับ ถ้าจะแปลด้วยคำแปลหนึ่งก็อาจจะขาดความหมายในแง่อื่นของมันไป จึงเป็นหน้าที่ที่ผู้ที่ประกาศว่าอัลลอฮฺเป็นเจ้า มุฮัมมัดเป็นรอซูลของพระองค์ จะต้องพยายามทำความเข้าใจบทบัญญัติของพระองค์จากต้นตอภาษาที่พระองค์ทรงประทานมาอย่างเต็มที่ที่สุดที่จะทำได้ ... นั่นประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่งก็อาจเป็นเพราะผู้พูดไม่รู้จะใช้คำใดในภาษาไทยมาสื่อแทนด้วยความไม่ถนัดในการใช้สำบัดสำนวน เพราะจำนวนไม่น้อยที่หันเข็มไปศึกษาด้านศาสนา ไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศก็ตาม ตั้งแต่อายุยังน้อย อาจจะเพียงเรียนสามัญจบภาคบังคับแล้วก็ไปเลย ทำให้ภาษาไทยไม่แข็งแรงเท่าที่ควร

แต่เวลาที่เราคุยกับคนอื่น หรือคุยในวงกว้างที่มีคนที่ไม่ค่อยจะประสีประสากับคำสามัญในอิสลามเหล่านี้ ก็จะพยายามหาคำที่เหมาะสมที่สุดมาใช้ ซึ่งต่างคนอาจจะใช้ต่างคำกันสำหรับศัพท์คำเดียวกัน นั่นย่อมแล้วแต่พื้นฐานทางภาษาไทยของแต่ละคนครับ ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง หรือบางทีอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างด้วยซ้ำ จึงจำเป็นต้องอ้างอิงถึงศัพท์ภาษาอรับคำนั้นประกอบด้วยเพื่อตีกรอบความหมายให้ชัดเจนและตรงตัวที่สุด

อันนี้ผมไม่คิดว่าเป็นความผิดของเขาหรอก แต่เป็นความคุ้นเคยที่จริงใจต่างหาก เพราะคนที่จะคุยกันเรื่องศาสนา(อิสลาม)นั้น อย่างน้อยก็เข้าใจจริยธรรมเรื่อง"ตะกับบุร"กันมาพอสมควรย่อมจะรู้จักหลีกเลี่ยง (คำนี้ก็แปลยากนะ สมัยเด็กๆครูบอกว่า พวกนี้เป็นฝีที่รักแร้ เพราะมันต้องเดินกร่างกางแขนตลอด ซึ่งความหมายจริงๆมันก็ไม่ใช่แค่นั้นมิใช่หรือ) ต่างจากพวก ด็อกฯ หรือนักเรียนหัวนอกบางคน (หมายถึงในกลุ่มยุโรปและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกา) ที่มักจะพูดไทยคำอังกฤษคำ และจะต้องมีเอ้อๆ อ้าๆ อึ่มๆ เอ่อๆ ให้รำคาญหู ทั้งๆที่พวกนี้เคยใช้ภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว เรียนสามัญมาก็สูง เคยมีสำนึกเป็นไทยๆ แต่พอไปกลับมา โดนมัน "ครอบ" ซะมิดเลย ประเภทนี้ใครฟังมันพูดก็รู้สึกเหมือนกันหมดว่า "ดัดจริต" และพวกเหล่านี้แหละที่เวลาจะคุยอะไรเป็นวิชาการหน่อยมันเข้าข่าย "ทำให้ดู และ ฟัง ว่า มี ความ ขลัง มากขึ้น" อย่างที่คุณว่าจังๆเลย เพราะฉะนั้นกรุณาเลือกคำมาใช้ให้ถูกกลุ่มด้วยครับ และหัดมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง อย่างที่คุณเที่ยวบอกให้คนอื่นเขาคิดดี

อัลฆุเราะบาอ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Mon Sep 22, 2008 2:37 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดังนั้น การตัดสินผู้ใด หรือ กำหนด ผู้ใด ว่า ไม่ ใช่ “มุสลิม” (ผู้นอบน้อมและ ยอมจำนน ต่อพระประสงค์ของ พระเจ้า) เป็นกาเฟร หรือ ตกนรก จากการกระทำ ของเขานั้น นั้น มนุษย์ เรา ไม่มีสิทธิ ถึงแม้ว่า จะเป็น นักปราชญ์ ทางศาสนาก็ตาม ทั้งนี้เพราะว่า มันเป็นสิทธิของ พระเจ้าดังนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้อง นำหลักการ ที่ พระเจ้า บัญญัติไว้ ในอัลกุรอาน มา พิจารณา

“มุสลิม” (ผู้นอบน้อมและ ยอมจำนน ต่อพระประสงค์ของ พระเจ้า) เป็นกาเฟร ....ที่ว่านั้นคือบุคคลประเภทนี้ครับ

وَيَقُولُونَ آمَنَّا بِاللَّهِ وَبِالرَّسُولِ وَأَطَعْنَا ثُمَّ يَتَوَلَّى فَرِيقٌ مِّنْهُم مِّن بَعْدِ ذَلِكَ وَمَا أُوْلَئِكَ بِالْمُؤْمِنِينَ
พวกมันบอกว่า เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺและรอซูล และเราเชื่อฟังแล้ว แล้วกลุ่มหนึ่งในพวกมันก็หันกลับไปหลังจากนั้น พวกเหล่านี้ไม่ใช่มุอฺมิน
( 24:47 )

ก็พวกที่ประกาศปาวๆว่านอบน้อมยอมจำนนต่ออัลลอฮฺองค์เดียวเนี่ย พออัลลอฮฺบอกให้เชื่อฟังรอซูล มันกลับปฏิเสธคำสั่งของรอซูลทันทีที่ให้ผู้หญิงแต่งตัวให้มิดชิดเว้นแต่ใบหน้ากับฝ่ามือ พวกที่บอกว่าเชื่อฟังอัลลอฮฺพวกนี้ มันบอกว่าแบ่งมรดก 2 ต่อ 1 ไม่เป็นธรรม มันบอกว่าผู้หญิงเป็นพยาน 2 คนเทียบเท่าชาย 1 คนมันล้าสมัยแล้ว พวกที่บอกว่าศรัทธาต่ออัลลอฮฺเนี่ย มันไม่เชื่อว่าพระองค์ทรงสามารถให้นบีของพระองค์ขึ้นไปรับวะฮีละหมาดจากพระองค์โดยตรงได้ พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งกาลเวลา แต่พวกมันไม่เชื่อว่าพระองค์ทรงสามารถบันดาลให้นบีของพระองค์ได้รู้ได้เห็นสภาพของนรกที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้คนอย่างมันได้... ฯลฯ อัลลอฮฺทรงยืนยันตรงนี้ว่าคนประเภทนี้มันไม่ใช่มุอ์มิน แล้วก็ทรงย้ำในอีกอายะฮฺหนึ่งต่อจากนั้นว่า

أَفِي قُلُوبِهِم مَّرَضٌ أَمِ ارْتَابُوا أَمْ يَخَافُونَ أَن يَحِيفَ اللَّهُ عَلَيْهِمْ وَرَسُولُهُ بَلْ أُوْلَئِكَ هُمُ الظَّالِمُونَ
ในหัวใจของพวกมันมีโรคกระนั้นหรือ หรือว่าพวกมันสงสัย หรือว่าพวกมันกลัวว่าอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์จะลำเอียงต่อพวกมัน หามิได้ เหล่านี้แหละมันเป็นพวกซอเล็ม
( 24:50 )

พอไม่ใช่มุอ์มินแล้วเป็นอะไร? .... ก็เป็น ซอเล็ม นั่นเอง ซอเล็มคืออะไรยังงัย นั่นเป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องแจงกันยาว แต่นิยามกว้างๆคือ
وَمَن يَتَعَدَّ حُدُودَ اللّهِ فَأُوْلَـئِكَ هُمُ الظَّالِمُونَ
ใครละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ เหล่านี้มันเป็นพวกซอเล็ม
( 2:229 )

แล้วที่อยู่ของมันตามที่อัลลอฮฺทรงบอกไว้ คือ
وَمَأْوَاهُمُ النَّارُ وَبِئْسَ مَثْوَى الظَّالِمِينَ
ที่พำนักของพวกมันคือ นรก ช่างเลวร้ายแท้ๆซึ่งที่อยู่ของพวกซอเล็ม
( 3:151 )

ใช่ครับ มนุษย์เราไม่มีสิทธิที่จะเอาใครเข้าสวรรค์หรือลงนรกตามอำเภอใจ เพราะเราไม่ใช่เจ้าของนรกหรือสวรรค์ ไม่มีแม้แต่อำนาจสักนิดหนึ่งที่เอาตัวเองให้รอดจากการตัดสินของพระองค์ในทางใดทางหนึ่งตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นข้อความต่อมาที่ว่า "เราจึงจำเป็นที่จะต้อง นำหลักการ ที่ พระเจ้า บัญญัติไว้ ในอัลกุรอาน มา พิจารณา" จึงถูกต้องที่สุดครับ

ประการแรก อัลลอฮฺทรงบัญญัติว่า
إِنَّ اللّهَ لاَ يُخْلِفُ الْمِيعَادَ
แท้จริงพระองค์อัลลอฮฺมิทรงบิดพริ้วสัญญา
( 13:31 )
มุอ์มิน คือผู้ที่เชื่อมั่นต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง เขาจึงเชื่อตามนี้อย่างเต็มเปี่ยมว่าพระองค์จะไม่ทรงบิดพริ้วสัญญาของพระองค์อย่างแน่นอน

ประการที่สอง พระองค์ทรงสัญญาว่าอย่างไร?
أَفَتُؤْمِنُونَ بِبَعْضِ الْكِتَابِ وَتَكْفُرُونَ بِبَعْضٍ فَمَا جَزَاء مَن يَفْعَلُ ذَلِكَ مِنكُمْ إِلاَّ خِزْيٌ فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَيَوْمَ الْقِيَامَةِ يُرَدُّونَ إِلَى أَشَدِّ الْعَذَابِ وَمَا اللّهُ بِغَافِلٍ عَمَّا تَعْمَلُونَ
أُولَـئِكَ الَّذِينَ اشْتَرَوُاْ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا بِالآَخِرَةِ فَلاَ يُخَفَّفُ عَنْهُمُ الْعَذَابُ وَلاَ هُمْ يُنصَرُونَ
พวกเจ้าศรัทธาเพียงบางส่วนของคัมภีร์ และปฏิเสธอีกบางส่วนกระนั้นหรือ ดังนั้นการตอบแทนสำหรับผู้ที่กระทำเยี่ยงนั้นในหมู่พวกเจ้านั้นมิใช่อื่นใด นอกจากความอัปยศทั้งในชีวิตแห่งโลกนี้ และในวันกิยามะฮฺพวกมันจะถูกนำกลับไปยังการลงโทษอันรุนแรงยิ่ง และอัลลอฮฺมิทรงเพิกเฉยต่อสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
เหล่านี้คือพวกที่ซื้อชีวิตแห่งโลกนี้ด้วยอาคิเราะฮฺ ดังนั้นการลงโทษจะไม่ถูกลดหย่อนใดๆทั้งสิ้นจากพวกมัน และพวกมันจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ
( 2:85-86 )

ใครทำตัวอย่างนี้ อัลลอฮฺบอกว่าจะเอามันลงนรก
เมื่อเราศรัทธาต่อพระองค์ เราย่อมต้องเชื่อหมดจิตหมดใจว่าพระองค์จะเอามันลงนรกแน่ๆ เพราะพระองค์จะไม่ทรงบิดพริ้วในสัญญานั้นอย่างแน่นอน และ

ประการที่สาม เราไม่มีสิทธิตัดสินเป็นอย่างอื่นในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประกาศิตไว้
وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللّهُ فَأُوْلَـئِكَ هُمُ الْكَافِرُونَ
وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أنزَلَ اللّهُ فَأُوْلَـئِكَ هُمُ الظَّالِمُونَ
وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللّهُ فَأُوْلَـئِكَ هُمُ الْفَاسِقُونَ
ใครไม่ตัดสินไปตามที่อัลลอฮฺทรงมีบัญชามา มันเหล่านั้นเป็น พวกกาฟิร - มันเหล่านั้นเป็น พวกซอเล็ม - มันเหล่านั้นเป็นพวกฟาสิกฺ
(5:44,45,47)

นั่นคือเห็นใครที่มีพฤติกรรมกุฟุร ซอเล็ม มุนาฟิกฺ ฟาสิกฺ ตามเกณฑ์ที่อัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ระบุไว้ เราจะบ่ายเบี่ยงว่ามันไม่ใช่..ไม่ได้! เราจะบอกว่าอัลลอฮฺไม่เอาคนแบบนี้ลงนรกหรอก..ไม่ได้! เราจะบอกว่ามันยังเป็นมุสลิมอยู่..ไม่ได้! หรือจะไปแก้ตัวอย่างใดอย่างหนึ่งแทนมัน..ก็ไม่ได้!
هَاأَنتُمْ هَـؤُلاء جَادَلْتُمْ عَنْهُمْ فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا فَمَن يُجَادِلُ اللّهَ عَنْهُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَم مَّن يَكُونُ عَلَيْهِمْ وَكِيلاً
พึงรู้เถิดว่า พวกเจ้านี่แหละที่เถียงแทนพวกมันในชีวิตแห่งโลกนี้ แล้วใครเล่าจะไปเถียงอัลลอฮฺแทนพวกมันได้ในวันกิยามะฮฺ หรือว่าใครกันเล่าที่ได้รับมอบหมายไปคุ้มครองพวกมัน
( 4:109 )

ไม่ใช่ "สิทธิ์" ที่เราจะเอามันลงนรกหรอกครับ
แต่มันคือ "หน้าที่" ที่จะต้องฟันธงเช่นนั้นว่า อัลลอฮฺจะลงโทษคนชนิดนี้อย่างไร ส่วนอัลลอฮฺจะทรงอภัยให้ใคร ลดโทษคนไหนอย่างไร ย่อมอยู่ในเกณฑ์อันเที่ยงธรรมสุดๆของพระองค์ ไม่ใช่กงการอะไรของเราที่จะไปบงการพระองค์เลย
และนี่แหละคือวิธีพิจารณาตามหลักการที่อัลลอฮฺทรงบัญญัติไว้ในอัลกุรอานที่เราต้องนำมาใช้
--------------------------
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Tue Sep 23, 2008 11:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กาเฟร คือ ผู้ที่ยังไม่ทราบถึงหลักการความศรัทธา ต่อพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากการขาดความรู้ ที่ถูกต้อง และมีเหตุผลในหลักการศรัทธา

นั่นเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะบิดเบือน"อิสลาม"ที่อัลลอฮฺทรงให้ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มาประกาศต่อมวลมนุษยชาติ ดูแล้วช่างเหมือนการพยายามประกาศนิรโทษกรรมแก่ตัวเอง ไม่ผิดเพี้ยน

กาฟิร มาจากคำว่า กะฟะเราะ แปลว่า ปฏิเสธ(v.)
กาฟิร(n.) คือคนที่ปฏิเสธ และ กุฟร์(n.) ก็คือการปฏิเสธ
ความหมายทางศาสนาของกลุ่มคำนี้ คือ ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮฺและคำสั่งต่างๆของพระองค์ไม่ว่าจะทุกอย่าง หรือเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ตาม

อัลลอฮฺสั่งให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามรอซูลของพระองค์ ถ้ามันไม่เอา มันก็คือ กาฟิร
อัลลอฮฺสั่งว่าอย่าทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อญิบรีล ถ้ามันไปดูถูกหมิ่นประมาทว่าท่านคือ ชีปะขาว มันก็คือกาฟิร
อัลลอฮฺทรงบอกว่า สวรรค์คือสถานแห่งความสุขอันสถาพรที่หาที่เปรียบมิได้ ถ้ามันบอกว่าเป็นแค่เรื่องจิตวิทยาเพื่อให้คนทำดี มันก็คือกาฟิร
อัลลอฮฺทรงบอกว่า นรกคือสถานแห่งการลงโทษอันเจ็บแสบยิ่ง ถ้ามันบอกว่าเป็นแค่ที่พักรักษาแผลใจ มันก็คือกาฟิร
ฯลฯ ... ฯลฯ ... และ ฯลฯ

มนุษย์จึงมีอยู่เพียง 2 ประเภทเท่านั้น คือ เชื่อ กับ ไม่เชื่อ
พวกที่บอกว่าเชื่อ แต่เชื่อไม่จริง พวกที่บอกว่ากลัว แต่กลัวไม่จริง ก็อยู่ในกลุ่มของ ไม่เชื่อ นั่นแหละ

ไม่มีข้ออ้างว่ารับทราบหรือไม่รับทราบ เพราะอัลลอฮฺประทานนบีลงมาในทุกประชาชาติเพื่อขจัดข้ออ้างแบบนี้ และนบีและรอซูลทั้งหมดมาจากนบีอาดัม แน่นอนที่สุดนบีทุกท่านรอซูลทุกท่านย่อมต้องสอนเรื่องศรัทธาและการปฏิบัติตามที่อัลลอฮฺทรงกำหนดในรูปแบบแนวเดียวกับที่นบีอาดัมตอกย้ำแก่ลูกหลานของท่าน แนวคิดและหลักการที่ถูกต้องต่างๆเหล่านั้นแม้จะบิดเบี้ยวไปมากบ้างน้อยบ้างตามกาลเวลา แต่ก็ต้องมีบ้างละที่แก่นแห่งคำสอนยังคงได้รับการสืบทอดต่อมาเป็น กะลิมะตุลหิกมะฮฺ หรือ ถ้อยคำแห่งความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามบัญญัติของอัลลอฮฺ ถึงชนรุ่นหลังๆที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าไปเจอที่ไหนละก็เก็บมาใช้ได้ เพราะมันคือสมบัติของเราที่หายสาบสูญไป

เมื่อมีคำสอนมาแล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือสติปัญญา ที่อาจจะต้องใช้หนักหน่อยในท่ามกลางสภาพความเป็นไปที่ถูกบิดเบือนไปจากรากเหง้าเดิมของมัน อย่าลืมว่าอัลลอฮฺทรงมีปรีชาญาณที่จะให้สิ่งใดสูญหายไปและสิ่งใดคงอยู่เพื่อเป็นเบาะแสในการแสวงหาพระองค์ หากแต่มนุษย์เองนั่นแหละที่ดื้อรั้น ฝ่าฝืนและพยายามหาข้ออ้างสารพัด เขามีทางเลือกที่จะหันเข้าหาพระองค์ด้วยการยังคงยึดมั่นต่อพระองค์องค์เดียวหรือจะหันห่างออกจากพระองค์ไปสู่การยั่วยุเสี้ยมสอนต่างๆนานาของชัยฏอน การตัดสินใจใดๆต่อตัวเองจึงเป็นสิ่งที่เขาแต่ละคนต้องรับผิดชอบ และอัลลอฮฺนั้นทรงเที่ยงธรรมเสมอ
-------------------------------
อัลฆุเราะบาอ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อับดุลฟัตตะหฺ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 19/09/2008
ตอบ: 22


ตอบตอบ: Fri Oct 03, 2008 2:56 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บังตอบซะผมเสียวสันหลังวาบเลย วัสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.15 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004