ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5 ... 26, 27, 28  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:15 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฉันขอกล่าวว่า สิ่งที่เป็นบิดอะฮฺและน่าตำหนิจากชายผู้นี้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาได้ตามความเห็นหนึ่งจากความเห็นใดจากทั้งสอง ที่อยู่ในกรอบของกลุ่มชนอัลอิสลามที่เป็นหนึ่งเดียวและสมานฉันท์กันและกัน แต่แท้จริง สิ่งที่เป็นบิดอะฮฺอย่างแน่นอนนั่นก็คือ เขาได้เลือกความเห็นหนึ่ง แล้วนำมาเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาเป็นผู้ที่ถูกต้องซึ่งจำเป็นต้องดำเนินตาม และเขาได้เลือกความเห็นที่ตรงกันข้าม เป็นหลักฐานยืนยันว่าพวกเขานั้นอยู่บนความหลงผิด ซึ่งจำเป็นต้องถอนตัวออกจากมัน หลังจากนั้นเขาก็ได้ยืนขึ้น และแยกตัวออกจากกลุ่มญะมาอะฮฺ เพื่อตำหนิในสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ และเพื่อที่จะเตือนให้พวกเขารู้ว่า สิ่งที่เขาได้เห็นนั้น คือพวกเขาไม่ได้โน้มเอียงไปยังกลุ่มชนอิสลามที่มีความปลอดภัย ซึ่งจำเป็นจะต้องโน้มเอียงไปยังมัน !! ดังนั้น อุลามาอฺท่านใดบ้าง จากบรรดาอุลามาอฺสะลัฟที่ได้เคยทำพฤติกรรมที่แปลกอย่างนี้ และอุลามาอฺสะลัฟได้บ้างที่ได้ฉีกความเป็นเอกภาพของมุสลิมีน และกล่าวหาในความเห็นต่างๆ ของพวกเขาในเชิงวินิจฉัน ด้วยความคลั่งไคล้อันน่าเกลียดอย่างนี้ ??

เราและมุสลิมส่วนมากจากอะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ ถูกกล่าวหาว่าทำบิดอะฮฺและออกจากแนวทางที่เที่ยงตรง เพียงเพราะว่าเรามีทัศนะเหมือนกับส่วนมากของอุลามาอฺสะลัฟและผู้อื่นจากพวกเขา ก็คือ ไม่ถือว่าเป็นโทษแต่อย่างใด ในการที่ชายคนหนึ่งจะเดินทางมุ่งไปเยี่ยมกุโบรของนบีมุหัมมัด(ซ.ล.)และมัสยิดของท่าน !! ทั้งที่ทัศนะนี้ก็เป็นทัศนะของอุลามาอฺส่วนมาก โดยที่แกนนำของพวกเขาก็คือ มัซฮับอัลหะนาบิละฮฺ แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ผิดและจำเป็นต้องห่างใกล เป็นเพราะอะไร ?? ก็เพราะว่าความเห็นของกลุ่มมัซฮับสะละฟีย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งดังกล่าว ??!!

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:17 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทั้งที่ในกลุ่มบรรดามุสลิมีนก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความเห็นนี้ และทั้งที่สิ่งที่อิบนุตัยมียะฮฺยึดมาเป็นหลักฐานก็อ่อนแอและคลุมเครือในมาตราฐานทางด้านภาษาและหลักการศาสนา แต่พร้อมกับดังกล่าวนั้น ความเห็นของอิบนุตัยมียะฮฺก็ยังคงคิดถูกต้อง และความเห็นที่ตรงกันข้างก็ยังเป็นความเห็นที่ผิด ก็เนื่องจากว่า มัซฮับสะละฟียะฮฺ ได้กำหนดหุกุ่มไปแล้วโดยไม่สามารถหวนกลับมาได้อีก ซึ่งนั่นก็คือ การมุ่งไปเยี่ยมสุสานของร่อซูลุลเลาะฮฺ(ซ.ล.) เป็นบิดอะฮฺ !!!
การขัดแย้งในประเด็นปัญหาต่างๆ แบบนี้ มันเป็นเสมือนกับ กริช ที่มา(ทิ่มแทง)สร้างความแตกแยกกับกลุ่มชนมุสลิมีนที่เป็นอันหนึ่งเดียวกัน แต่มันได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนที่หนึ่งก็คือ สะละฟียะฮฺ ที่เป็นเหมือนกลุ่มเดียวที่รู้ถึงสัจจะธรรม และต้องเคร่งครัดด้วยกับมัน และส่วนที่สองคือ กลุ่มบิดอะฮฺที่ออกจากสัจจะธรรมและหลงอยู่ในห้วงเหวแห่งความลุ่มหลง!!! ฉะนั้น ท่านลองพิเคราะหฺพิจารณาในสมัยสะลัฟ และท่านลองตั้งคำถามซิว่า ผู้ใดบ้างจากอุละมาอฺสะลัฟที่ใช้กริช(มาทิ่มแทง)เฉกเช่นนี้ แล้วก็ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ชนมุสลิมีน ดังนั้น ท่านจะไม่พบผู้ใดเลยสักคนจากอุลามาอฺสะลัฟ
ที่ปฏิบัติเยี่ยงเช่นนี้ !!

ขอยืนยัน ว่าแท้จริง ฉันได้ฟังคนหนึ่งจากพวกเขา(คือสะละฟียะฮฺ)ได้ทำการปราศัยในการประชุมสัมนาหนึ่ง ที่ได้จำกัดในการพูดเกี่ยวกับคำสอนต่างๆ ของมัซฮับสะละฟีย์ และได้พูดเกี่ยวกับบุคคลต่างๆของสะละฟียะฮฺที่มีความโดดเด่นในประวัติศาสตร์ และเกี่ยวกับแนวคิดต่างๆ ของสะละฟียะฮฺที่มีความโดดเด่นจากผู้อื่น เขาได้กล่าวของบุคคิกของท่านอิมามอะหฺมัด บิน หัมบัล และอิบนุตัยมียะฮฺ เขากล่าวว่า ส่วนหนึ่งจากความเห็นสะละฟียะฮฺที่มีความโดดเด่นจากยุคแรกๆ ก็คือจุดยืนของอิมามอะหฺมัด จากประเด็นปัญหาเรื่อง อัลกุรอานเป็นมัคโลค และเขาได้แบกรับการทดสอบดังกล่าว และเขากล่าวว่า ส่วนหนึ่งจากความเป็นสะละฟียะฮฺที่มีความโดดเด่นของอิบนุตัยมียะฮฺ คือมีแนวคิดทางด้านฟิกห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีความโดดเด่น และที่เลื่องลือที่สุดจากความโดดเด่นนั้น คือการหย่าสามด้วยการกล่าวครั้งเดียว ตกการหย่าเพียงแค่หนึ่งตอล๊ากเท่านั้น

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดังนั้น ฉันก็กล่าวกับเขาในสิ่งที่ฉันได้เคยกล่าวไปแล้วว่า - คือเขาได้ให้ฉัน ทำการวิจารณ์คำปราศัยของเขานี้ - คือ หากทัศนะที่ว่า การหย่าสามด้วยการกล่าวเพียงครั้งเดียวกัน ตกการหย่าเพียงแค่หนึ่งตอล๊ากเท่านั้น เป็นส่วนหนึ่งจากจุดเด่นของมัซฮับสะละฟีย์ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่า อิมามอะหฺมัดนั้นไม่ใช่สะละฟีย์ เนื่องจากท่านอิมามอะหฺมัด ได้ทำการฟัตวาว่า การหย่าเช่นนี้ ตกสามตอล๊าก แต่ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาอิมามทั้งสี่ก็ไม่ใช่สะละฟีย์ เนื่องจากพวกเขามีมติสอดคล้องว่า การหย่าแบบดังกล่าว ตกสามตอล๊าก!! และถ้าหากจุดยืนของอิมามอะหฺมัดเกี่ยวกับเรื่องอัลกุรอานและได้รับการทดสอบนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากจุดเด่นของสะละฟียะฮฺของเขาแล้ว แน่นอนเหลือเกินว่า อิมามชาฟิอีย์ซึ่งอยู่สมัยเดียวกับอิมามอะหฺมัด ก็ไม่ใช่สะละฟีย์ด้วย เนื่องอิมามชาฟิอีย์ไม่ได้อยู่พร้อมกับอิมามอะหฺมัด ในเหตุการณ์ดังกล่าว (คือไม่ได้รับการทดสอบ)

ขอยืนยันว่า มันได้ปรากฏชัดแล้วสำหรับพี่น้องนักอ่าน ด้วยการที่ไม่มีแง่มุมใดที่ต้องสงสัยแล้วว่า แท้จริง มัซฮับสะละฟียะฮฺนั้น เป็นมัซฮับที่เกิดขึ้นมาใหม่ โดยที่ถูกนับว่าเป็นบิดอะฮฺอุตริกรรมที่เกิดขึ้นในศาสนาที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะในยุคสมัยของสะลัฟหรือเคาะลัฟ และมันก็เป็นส่วนหนึ่งจากบิดอะฮฺที่น่าเกลียดที่สอดแทรกซึมเข้ามาในศาสนา ?? ขอยืนยันว่า หากทั้งหมดนี้ไม่เป็นบิดอะฮฺอุตริกรรมที่เกิดขึ้นในศาสนาแล้ว ก็จะไม่เหลือความหมายใดกับคำว่าบิดอะฮฺแล้ว และก็ไม่มีตัวอย่างใด หรือปรากฏการใดที่จะเด่นชัดและเป็นรูปร่างชัดเจนอย่างนี้แล้ว ? !! ดู หนังสือ อัสสะละฟียะฮฺ ของชัยคฺ ด๊อกเตอร์ มุหัมมัด สะอีด รอมาฏอน อัลบูฏีย์ หน้า 238 - 242

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:20 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากการนำเสนอของอับดุลอิสลาม

ด้วยเหตุนี้จึงก่อให้เกิดความยุ่งยากมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน
มีการถกเถียงกัน ถึงกับปะทะกันด้วยกำลังก็มีในอดีตเคยปรากฎมาแล้วในประเทศชามหรือ
สิเนีย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือหะนะฟีแล้วผู้ปกครองได้แต่งตั้งผู้พิพากษา[กอฎี] ที่นับถือ
ชาฟิอี เข้าประจำตำแหน่ง ประชาชนไม่พอใจถึงกับเดินขบวนต่อต้านและขับไล่กัน
ซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เพราะความคลั่งไคล้ดังกล่างนั่นเอง

วิจารณ์

หากท่านผู้อ่านได้ อ่านสิ่งที่ผมได้นำเสนอมานั้น คำพูดของอาจารณ์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ ย่อมยืนยันพฤติกรรมของชาวมัซฮับสะละฟียะฮฺได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งผมจะนำเสนอต่อไป ในกรณีของประชาชนเดินขบวนขับไล่นั้น ผมเองก็ยังไม่เคยอ่านพบ และผมไม่ทราบว่าข้อความที่อาจารย์ชาฟิอีย์นำเสนอมานั้น นำมาจากข้อเขียนของผู้ที่ต่อต้านมัซฮับหรือไม่ ? หรือว่าเอามาจากหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใด ? อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ย่อมไม่ใช่เพราะมัซฮับ แต่เป็นเพราะผู้ที่อยู่ในมัซฮับ ซึ่งพวกเขามีความคลั่งไคล้จนเลยเถิด แต่นั่นก็คืออดีตที่ผ่านมาแล้ว และก็เราสมควรนำมาเป็นอุทาหรณ์ และปัจจุบันภาพเช่นนั้นก็ไม่มีแล้ว หากปัญหามันอยู่ที่มัซฮับจริงๆแล้ว แน่นอนเหลือเกินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน แต่มันก็หมดไปแล้ว ด้วยความเข้าใจและความเป็นเอกภาพของมัซฮับที่ 4 สิ่งที่ขัดแย้งกันเราก็ผ่อนปรนกันและกัน และสิ่งที่สอดคล้องกันเราก็ร่วมมือกัน

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:21 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในประเทศอียิปต์ มุฟตีบางคนอยู่มัซฮับมาลิกีย์ เช่นชัยคฺหะสะนัยน์ ต่อมาบางท่านอยู่มัซฮับหะนาฟีย์ เช่นชัยคฺฏอนฏอวีย์ และปัจจุบันมุฟตีของอียิปต์อยู่มัซฮับชาฟิอีย์ คือ ศาสตราอาจารย์ของเรา ชัยคฺ ด๊อกเตอร์ อลี ญุมอะฮฺ ผมเห็นไม่มีปัญหาอะไรเลยสักนิดเดียว ผมละหมาดที่มัสยิด ละหมาดบางเวลา อิมามนำละหมาดอยู่มัซฮับชาฟิอีย์ เช่นคืออ่านบิสมิลลาหฺ อีกเวลาหนึ่งอิมามนำละหมาดมัซฮับหะนาฟีย์ ไม่อ่านบิสมิลลาห์ ผมเห็นบรรดามะมูมก็ละหมาดตามกันปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ดังนั้นมัซฮับจึงเป็นความเมตตาให้กับประชาชาติอิสลาม โดยสามารถเลือกปฏิบัติหรือย้ายไปตามมัซฮับก็ได้ตามสะดวก ซึ่งไม่เหมือนกับมัซฮับสะละฟีย์ ที่คลั่งไคล้และกักความถูกต้องให้แต่กลุ่มตนเพียงอย่างเดียว

เมื่อเราได้ทราบ การตั้งชื่อมัซฮับสะละฟียะฮฺ และความเป็นบิดอะฮฺของพวกเขา เราก็ลองมาพิจารณาผลร้ายที่ตามมาและเกิดขึ้นกับสังคมและประชาชาติอิสลามจากบิดอะฮฺที่ได้ซ้อนเร้นอยู่ในมัซฮับสะละฟีย์ ดูง่ายๆ ที่เมืองไทยบ้านเรา มีสะละฟีย์ที่ใหน ก็มีการแตกแยกกันที่นั่น มัสยิดต้องแยกเป็นสองหลัง นั่นคือแนวทางที่อ้างว่ายึดอัลกุรอานและซุนนะฮฺ ที่ต้องแตกแยกนั้น ก็เนื่องจากกลุ่มมัซฮับสะละฟีย์กักความถูกต้องให้ตนเพียงฝ่ายเดียว แล้วไปกล่าวหาผู้อื่นว่าชิริก และบิดอะฮฺ ซึ่งไม่เป็นแบบอย่างของอุลามาอฺสะลัฟ อย่างที่ผมได้นำเสนอมาแล้ว นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันและเราสามารถเห็นด้วยสองตา ซึ่งไม่เหมือนกับเหตุการณ์อดีตที่อาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ได้เขียนไว้

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ชัยคฺ ด๊อกเตอร์ รอมาฏอน อัลบูฏีย์ กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า " ความเดือดร้อนมากมายอันเลยเถิด ที่ทำให้ศักยาภาพของบรรดามุสลิมีนต้องตกต่ำ จากเกิดฟิตนะฮฺที่เป็นบิดอะฮฺอันนี้ แท้จริงมันทำให้ความเป็นเอกภาพของมุสลิมีนต้องสั่นคลอน ทำให้ความสมัครสมานสามัคคีต้องกระจัดจายอย่างชัดเจน และการเกื้อกูลกัน กลับกลายเป็นการถกเถียงและเป็นศัตรูกัน ความจริงผู้คนทั้งหลายต่างรู้ดีว่า ไม่มีเมืองหนึ่งเมืองไป หรือหมู่บ้านหนึ่งหมู่บ้านใด จากมุมหนึ่งมุมใดของโลกอิสลาม นอกเสียจากว่า นอกจากเศษเส้นจากบาลอนี้ย่อมเข้าไปถึง เมืองหรือหมู่บ้านหนึ่งนั้น ก็ได้ประสบกับการโต้เถียงและแตกแยก และยิ่งไปกว่านั้น ฉันไม่เคยได้เห็นและได้ยินสิ่งใด จากข่าวคราวของความตื่นตัวของอัลอิสลามที่เป็นความต้องการอย่างมากจาก ด้านยุโรป อเมริกา และเอเชีย จากสิ่งที่ทำให้สบายใจและสร้างความยินดี นอกจากฉันจะเห็นและได้ยินในทางตรงกันข้าม จากบรรดาข่าวคราวที่เป็นฟิตนะฮฺอันน่ารังเกียจ ที่ทำให้หัวใจต้องเกิดความโศรกเศร้า และนำพามุสลิมไปสู่ความมืดมนต์จากความสิ้นหวังและลางร้ายที่เจ็บปวด

ในปี ฮ.ศ. ที่ 1406 ฉันเป็นผู้หนึ่งที่ได้ถูกรับเชิญเป็นแขกของ รอบิเฏาะฮฺ อัลอาลัม อัลอิสลามีย์ (องค์กรสายสัมพันธ์โลกอิสลาม) เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมใน เทศกาลวัฒนธรรม ในวโรกาศนั้น ฉันได้มีโอกาศทำการรู้จักบรรดาแขกของ อัรรอบิเฏาะฮฺ มากมาย ที่มาจาก ยุโรป อเมริกา เอเชีย และอัฟริกา โดยส่วนมากพวกเขาทำการดูแลในเขตสถานที่ที่เป็นศูนย์ดะอฺวะฮฺอัลอิสลาม หรือทำงานเกียวกับมัน และสิ่งที่น่าทึ่ง ซึ่งจำต้องทำให้มีความเจ็บปวดในจิตใจของมุสลิมทุกคนที่มีความบริสุทธิ์ใจในการนับถืออิสลามของเขา คือในขณะที่ฉันได้ถามทุกคนจากพวกเขา เกี่ยวกับการเผยแพร่อิสลามในทิศต่างๆเหล่านั้น ฉันก็ได้ยินคำตอบอย่างเดียวกัน ที่ทุกคนต่างก็พูดออกมาทีละคนๆ ด้วยความข่มขื่นและเศร้าใจ สรุปก็คือ ปัญหาเดียว ณ ที่เรา ก็คือปัญหาข้อขัดแย้งและการโต้เถียงที่สร้างผลกระทบระหว่างเรา โดยกลุ่มสะละฟียะฮฺ...

การโต้เถียงต่างๆ ได้มีความรุนแรงมาหลายปี ที่มัสยิดในกรุงวอชิงตัน จนกระทั้งทางการของอเมริกาต้องเข้ามาแทรกแซงและทำการปิดมัสยิดเป็นเวลาหลายเดือน !

การโต้เถียงต่างๆ เช่นเดียวกัน ได้ทวีคูณความรุนแรง ในมัสยิดหนึ่งของกรุงปารีส ตั้งแต่ 3 ปีมาแล้ว จนกระทั้งตำรวจของฝรั่งเศสต้องเข้าไปในมัสยิดอย่างพละการ สิ่งที่น่าหัวเราะและร้องไห้ในขณะเดียวกันก็คือ ฝ่ายหนึ่งจากคู่โต้เถียง ได้แสดงว่าหึงหวงที่โง่เขลากับศาสนาของอัลเลาะฮฺและเกียตริของมัสยิด ในขณะที่เขาเห็นตำรวจคนหนึ่งเข้ามัสยิดโดยไม่ถอดรองเท้า เขาจึงแผดเสียงให้ตำรวจออกไปจากมัสยิดและไปถอดรองเท้า แต่ตำรวจนายนั้นก็ตะคอกใส่ว่า จะให้เราไม่เข้ามาแบบพละการได้อย่างไรหรือ? ในเมื่อพวกท่านอยู่ในสภาพอย่างนี้ โอ้ ไอ้พวกโง่เง้า !! ดู หนังสือ อัสสะละฟียะฮฺ หน้า 244 - 245

ดังที่เรารู้มาแล้วว่า มัซฮับสะละฟียะฮฺนั้น เป็นมัซฮับที่อุตริกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ ในศาสนา โดยที่ไม่เป็นที่รู้จักกันในยุคสะลัฟและเคาะลัฟ ซึ่งสะละฟียะฮฺนั้นไม่ได้ทำอะไรในสังคมอิสลามมากไปกว่าการฉีกสังคมให้แตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ และทำให้เป็นศัตรูซึ่งกันและกัน วัลอิยาซุบิลลาหฺ

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:25 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจาก การนำเสนอของคุณ อับดุลอิสลาม
อิกตอนหนึ่งท่านชัยคฺหะสะนัยนฺ มุฮัมมัด มัคลูฟ กล่าวว่า การกระทำตัลฟีกฺหมายถึงการกระทำตามทัศนะของอิมามหนึ่งในแง่หนึ่ง ขณะเดียวกันก็ทำ ตามอีกอิมามหนึ่ง จะกระทำด้วยความจำเป็นหรือไม่ก็ตาม ในอิบาดะฮฺหรือมุอามะละฮฺก็ตาม ย่อมไช้ได้เพื่อความสะดวกของประชาชาติ {ดูในหนังสือ ฟะตะวา ของชัยคฺ หะสะนัยนฺ หน้า77).....(อาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์กล่าวเรื่องตัลฟีกจนถึง....) ใครจะตามมัซฮับไดๆย่อมมีสิทธิทำได้ เมื่อมัซฮับนั้นๆมีแนวทางตาม กุรฺอานและซุนนะฮฺ ส่วนศาสนาไม่มีตัวบทบังคับว่าต้องตาม หรือทำแบบคละกัน เอาทัศนะอิมามนี้นิด อิมามโน้นหน่อย บรรดาผู้รู้ก็บอกว่าทำได้ ดังตัวอย่างที่ยกมาอ้าง ทำไมผู้รู้จึงบอกว่าทำได้ อันนี้ก็เพราะว่าท่านเหล่านั้นตระหนักดีว่า ทุกคนมีอิสระในการเลือก ตามมัซฮับ[ทัศนะ] ที่ถูกต้องซึ่งมีตัวบทเป็นหลักฐาน ทั้งนี้โดยที่ได้คำนึงถึงเจตนารมณ์
ของอัล กุรฺอาน ในซูเราะฮฺ อัล หัจญ์ อายะฮฺที่78 และอายะฮฺที่ 185 ซูเราะฮฺ
อัล บะเกาะเราะฮฺ ว่า
### 22:78 เราไม่ได้กำหนดเรื่องศาสนาให้เป็นความลำบากแก่เจ้า
### 2: 185 อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้มีความสะดวก พระองค์ไม่ต้องการความลำบากกับสูเจ้า


ตอบ

ในกรณีเรื่องตัลฟีกนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ ชาฟิอีย์ นภากรณ์ ในเรื่องการอ้างอิงเพียงบางส่วน จากคำฟัตวาของ ชัยคฺ หะสะนัยน์ มุหัมมัด มัคลูฟ ซึ่งอาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า การตัลฟีกนั้น ทำได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ซึ่งความจริงแล้ว การตัลฟีก มีทั้งให้กระทำได้ และทำไม่ได้ ซึ่งในเรื่องตัลฟีกและตักลีดนี้ ท่านอาจารย์ชาฟิอีย์ แปลมาจากฟัตวาของชัยคฺ หะสะนัยน์ มุหัมมัด มัคลูฟ แต่อาจารย์ชาฟิอีย์ กลับตัดส่วนสำคัญออกไป ในเรื่องของตัลฟีก ส่วนสาเหตุนั้นผมไม่อยากที่จะนำมากล่าว

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:27 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เราลองมาดูส่วนที่อาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ พยายามปกปิดและไม่นำมากล่าว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่มุสลิมควรรู้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจารย์ชาฟิอีย์เอง นิยมในการไม่สังกัดมัซฮับ ท่านอาจารย์จึงไม่นำประเด็นที่ผมจะนำเสนอนี้มากล่าว ซึ่งความเป็นธรรมมันอยู่ใหนหรือครับ ? ขออัลเลาะฮฺทรงอภัยให้แก่เราและท่านอาจารย์ด้วย ยาร๊อบ

ท่านชัยคฺ หะสะนัยน์ มุหัมมัด มัคลูฟ กล่าวไว้อีกวรรคหนึ่งว่า " สำหรับการตัลฟีก(ปนมัซฮับ) ด้วยความหมายจากการตามสิ่งที่ง่ายๆ ในมัซอะละฮฺเดียวย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาติ " ท่านชัยคฺ หะสะนัยนฺ ได้ยกตัวอย่างเช่น " เมื่อการแต่งงานของเขาได้ถูกอะกัดขึ้นโดยสอดคล้องตามเงื่อนไขต่างๆของมัซฮับอบูหะนีฟะฮฺ คือเจ้าสาวที่บรรลุศาสนภาวะได้ทำการอะกัดด้วยตัวนางเอง เป็นต้น แล้วนางก็อยู่ร่วมกับสามีฉันท์สามีภรรยา จากนั้นสามีได้ทำการหย่านาง สามครั้ง ดังนั้นจึงไม่อนุญาติให้สามีตักลีดตามมัซฮับชาฟิอีย์ที่มีความเห็นว่า นิกะฮฺจะใช้ไม่ได้ด้วยการกล่าวอะกัดของสตรี แต่ต้องจากวะลี(ของนาง) เพราะมันคือการตัลฟีก เนื่องจากตักลีดในมัซฮับเดียวกัน (คือเกี่ยวกับมัซฮะละฮฺนิกะฮฺ) ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้โดยมติเอกฉันท์" ดู ฟัตวา ชัยค์ หะสะนัยน์ มุหัมมัด มัคลูฟ ฟัตวาเมื่อ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1954 - ฮ.ศ 1373

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอยกอีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น คนหนึ่งได้อาบน้ำละหมาดตามมัซฮับชาฟิอีย์ที่มีความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเช็ดหมดศรีษะ ถู หรือทำอย่างต่อเนื่อง เขาก็ทำตามพื้นฐานดังกล่าว หลังจากนั้น เขาก็สัมผัสผู้หญิงที่ทำให้มีอารมณ์ได้ และก็ทำการละหมาดด้วยน้ำละหมาดของเขาที่ทำแบบมัซฮับชาฟิอีย์ ดังนั้น ถ้าหากมีความกล่าวกับเขากล่าว ทำไมท่านทำแบบนั้น ? เขาก็กล่าวว่า อิมามมาลิก มีความเห็นว่า ไม่เสียน้ำละหมาดด้วยกับการสัมผัสดังกล่าว เพราะว่าสัมผัสโดยไม่มีอารมณ์และไม่เจตนาที่จะทำให้มีอารมณ์ จึงถูกกล่าวแก่เขาว่า แท้จริงการอาบน้ำละหมาดของท่านนั้น ใช้ไม่ได้ ตามมัซฮับของอิมามมาลิก(เพราะไม่เช็ดศรีษะทั้งหมด ไม่ถู และไม่ทำต่อเนื่อง) และการละหมาดของท่านก็ใช้ไม่ได้ตามมัซฮับของอิมามชาฟิอีย์ (เนื่องจากไปสัมผัสผู้หญิง) ซึ่งการกระทำตัลฟีกอย่างนี้ ถือว่าใช้ไม่ได้

ขอยกอีกสักตัวอย่าง คือ คนหนึ่งได้ตักลีดอิมามชาฟิอีย์ในการอาบน้ำละหมาดโดยเช็ดบางส่วนของศรีษะ และตามอิมามมาลิกในเรื่องของสุนัขไม่เป็นนะยิส แล้วเขาก็ไปทำการละหมาด ดังนั้นการละหมาดของเขาจึงใช้ไม่ได้ เพราะมันเป็นการตัลฟีก คือนำมาปน ในมัซอะละฮฺเดียวกัน คือในเรื่องการละหมาด ซึ่งหมายถึงว่าละหมาดของเขานั้น ทั้งอิมามมาลิกและอิมามชาฟิอีย์ถือว่าใช้ไม่ได้ ดู หนังสือ อิอานะฮฺ อัตตอลิบีน เล่ม 4 หน้า 337 เนื่องจากอิมามมาลิกมีความเห็นว่าการเช็ดบางส่วนของศรีษะนั้นใช้ไม่ได้ การละหมาดจึงใช้ไม่ได้ และอิมามชาฟิอีย์มีความเห็นว่าการละหมาดของเขาใช้ไม่ได้เนื่องจากเขาไปถูกสัมผัสสุนัขซึ่งเป็นนะยิส แสดงว่าผู้ที่ทำการตัลฟีกในลักษณะเช่นนี้ เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย เนื่องจากอิมามทั้งสองต่างตัดสินว่าเขาทำละหมาดใช้ไม่ได้

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:32 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

และผู้ที่กระทำดังกล่าว คือทำการตัลฟีก คละปนมัซฮับโดยตามสิ่งที่ง่ายๆ ว่าเขาเป็นคนชั่วฟาสิกหรือไม่นั้น มีอยู่ 2 ทัศนะ คือ

1. เขาเป็นคนฟาสิก โดยที่รายงานจากท่านอิมาม อะหฺมัด และได้เลือกทัศนะนี้โดยอิบนุกัยยิม ดู หนังสือ เอี๊ยะลาม อัลมุวักกิอีน เล่ม 4 หน้า 162 และเป็นความเห็นของ อบี อิสหาก อัลมัรรุวาซีย์ จากอุลามาอฺมัซฮับชาฟิอีย์ ดู หนังสือ ชัรหฺ อัลมุหัลลา อะลี อัลญัมอิลญะวาเมี๊ยะอฺ เล่ม 2 หน้า 400 และหนังสือ อัลบะหฺ รุลมุฮีด เล่ม 8 หน้า 4093 ของท่าน อัรซัรกาชีย์

2. ไม่เป็นฟาซิก คืออีกรายงานหนึ่งจากท่านอิมามอะหฺมัด ดู หนังสือ อุศูล อิบนุ มุฟลิหฺ เล่ม 4 หน้า 1564 และเป็นความเห็นของอิบนุ อบี หุรอยเราะฮฺ จากอุลามาอฺมัซฮับชาฟิอีย์ ดู หนังสือ ชัรหฺ อัลมุหัลลา อะลี อัลญัมอิลญะวาเมี๊ยะอฺ เล่ม 2 หน้า 400 และหนังสือ อัลบะหฺ รุลมุฮีด เล่ม 8 หน้า 4093 ของท่าน อัรซัรกาชีย์

ดังนั้นการตัลฟีกในลักษณะนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องห้าม เนื่องจากอัลเลาะฮฺทรงตรัสไว้ว่า

قد جاءكم الرسول بمالا تهوى أنفسكم

" แท้จริง ท่านร่อซูลได้มายังพวกท่านด้วยกับสิ่งที่ไม่ใช่อารมณ์นัฟซูของพวกท่านปราถนา"

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:34 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงข้อความของ คุณอับดุลอิสลาม

มีตัวอย่างไว้ในหนังสือ อิอานะตุฎฎอลิบีน เล่ม 4 หน้า 219
ความว่า หากคนหนึ่งอาบน้ำ นมาช และเช็ดศรีษะบางส่วน [ตามทัศนะของอิมามชาฟิอี}
แล้วเข้านมาชโดยหันหน้าไปทางกิบละฮฺโดยตามทัศนะหะนะฟี การกระทำอย่างนี้ไช้ได้

วิจารณ์

ส่วนที่สมบุรณ์ก่อนจากตัวอย่างที่อาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ ได้ยกจากหนังสือ อิอานะตุฏฏอลิบีน เล่ม 4 หน้า 219 มีดังนี้

" อาจารย์ของเราผู้แน่นแฟ้นในความรู้ (ร.ฮ.) ได้กล่าวไว้ในฟัตวาของเขาว่า แท้จริงสิ่งที่เราเข้าใจจากบรรดาตัวอย่างของพวกเขานั้น คือ การทำคละกันที่น่าตำหนิ เป็นสิ่งที่ต้องเมื่อมันอยู่ในประเด็นเดียวกัน ดังนั้น ส่วนหนึ่งจากบรรดาตัวอย่างของพวกเขา ก็คือ

- เมื่อเขาได้ทำน้ำละหมาดและสัมผัสผู้หญิงเพราะตักลีดตามอิมามหะนะฟีย์(คือไม่เสียน้ำละหมาด) และเขาก็เป็นแผลมีเลือดออกโดยตักลีดตามอิมามชาฟิอีย์(คือไม่เสียน้ำละหมาด) หลักจากนั้นเขาไปละหมาด ดังนั้นการละหมาดของเขาย่อมใช้ไม่ได้ เนื่องจากอิมามทั้งสองมีความเห็นสอดคล้องกันว่าน้ำละหมาดของเขาเสียใช้ไม่ได้(เพระการสัมผัสผู้หญิงเสียน้ำละหมาดตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ และการมีเลือดออกเสียน้ำละหมาดตามทัศนะของอิมามหะนะฟีย์ ส่วนการคละปนมัซฮับในประเด็นเดียวกันนั้น คือประเด็นการอาบน้ำละหมาดที่มีอิมามสองท่านหุกุ่มว่าเสียใช้ไม่ได้)

- เช่นเดียวกัน คือ เมื่อเขาได้ทำน้ำละหมาด และไปสัมผัสผู้หญิงโดยปราศจากอารมณ์ เพราะตักลีดตามอิมามมาลิก และเขาไม่ทำการถูไปมา เพราะตักลีดตามอิมามชาฟิอีย์ หลักจากนั้นเขาไปละหมาด ดังนั้น การละหมาดของเขาถือว่าเสียใช้ไม่ได้ เนื่องจากอิมามทั้งสองมีความเห็นสอดคล้องกันว่า น้ำละหมาดของเขาใช้ไม่ได้ (การสัมผัสผู้หญิงนั้นเสียน้ำละหมาดตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์ และการไม่ถูไปมาตามอวัยวะที่ทำการอาบน้ำละหมาดนั้น ใช้ไม่ได้ตามทัศนะของอิมามมาลิก)

ซึ่งแตกต่างกับกรณีที่ เมื่อมีการคละปนกันในสองประเด็น ก็ถือว่าไม่มีการตำหนิใดๆในการตักลีด เช่น หากคนหนึ่งอาบน้ำ นมาช และเช็ดศรีษะบางส่วน [ตามทัศนะของอิมามชาฟิอี} แล้วเข้านมาชโดยหันหน้าไปทาง(ด้านทิศของ)กิบละฮฺโดยตามทัศนะหะนะฟี การกระทำอย่างนี้ไช้ได้ เพราะว่าอิมามทั้งสองนั้นไม่มีความเห็นสอดคล้องในการเสียน้ำละหมาดของเขา" ดู อิอานะตุฏฏอลิบีน เล่ม 4 หน้า 219 เนื่องจากว่า การอาบน้ำละหมาดนั้น ถือว่าใช้ได้ตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์แล้ว และการละหมาดนั้น ถือว่าใช้ได้ตามทัศนะของอิมามหะนะฟีย์แล้ว คือว่า การอาบน้ำละหมาดใช้ได้ตามอิมามชาฟิอีย์เพราะเช็ดบางส่วนก็ใช้ได้แล้ว แต่อิมามหะนะฟีย์ถือว่าใช้ไม่ได้เพราะต้องเช็ด เศษหนึ่งส่วนสี่ของศรีษะ สำหรับเรื่องละหมาดนั้น ใช้ได้ตามทัศนะของอิมามหะนะฟีย์ เพราะละหมาดไปทางด้านของกิบละฮฺ แต่ใช้ไม่ได้ตามทัศนะของอิมามชาฟิอีย์เพราะว่าต้องหันไปทางตัวของกิบละฮฺเลย

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:36 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ส่วนกรณีย้ายมัซฮับ ท่านอิบนุ อัลญัมมาล กล่าวว่า " ท่านพึงทราบเถิดว่า แท้จริง คำกล่าวที่ถูกต้องที่สุดจากบรรดาอุลามายุคหลัง เช่นชัยค์ อิบนุหะญัรและคนอื่นๆจากเขา กล่าวว่า แท้จริง อนุญาติให้ย้ายมัซฮับหนึ่งไปยังอีกมัซฮับหนึ่งได้ จากบรรดามัซฮับต่างๆ ที่ถูกบันทึกขึ้นมา(เป็นมัซฮับ เช่นมัซฮับทั้งสี่) ถึงแม้ว่าเขาจะย้ายมัซฮับเพราะชอบสักทีก็ตาม ไม่ว่าเขาจะย้าย(ไปอยู่มัซฮับนั้น)ตลอดไป หรือว่าบางเหตุการณ์ หรือถ้าหากว่าเขาได้ทำการฟัตวา หุกุ่ม หรือปฏิบัติ ขัดแย้งกับกับมัซฮับของเขาก็ตาม แต่ต้องไม่ตัลฟิก" ดู หนังสืออิอานะตุฏฏอลิบีน เล่ม 4 หน้า 218

ทำไมผู้รู้จึงบอกว่าทำได้ อันนี้ก็เพราะว่าท่านเหล่านั้นตระหนักดีว่า ทุกคนมีอิสระในการเลือก ตามมัซฮับ[ทัศนะ] ที่ถูกต้องซึ่งมีตัวบทเป็นหลักฐาน ทั้งนี้โดยที่ได้คำนึงถึงเจตนารมณ์ ของอัล กุรฺอาน ในซูเราะฮฺ อัล หัจญ์ อายะฮฺที่78

"เราไม่ได้กำหนดเรื่องศาสนาให้เป็นความลำบากแก่เจ้า "

และอายะฮฺที่ 185 ซูเราะฮฺ

"อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้มีความสะดวก พระองค์ไม่ต้องการความลำบากกับสูเจ้า"

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:41 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[align=justify]หากการนำเสนอในเชิงวิชาการนี้ ทำให้บางท่านอาจจะไม่พอใจ ก็ผมขอมะอัฟมากๆด้วย และหากมีการผิดพลาดประการใด โปรดให้การชี้แนะ แล้วผมก็จะร่วมสนทนาในเชิงวิชาการต่อไป
ครั้งต่อไปผมจะเข้ามาสนทนานำเสนอเกี่ยวกับ เรื่องการตักลีด และทำการวิจารณ์เพิ่มเติมจากข้อเขียนของท่านอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ غفر الله لنا وله อินชาอัลเลาะฮฺ

كل عام وأنتم بخير

والسلام

الأزهرى الشافعى
[/align]

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 6:43 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หากการนำเสนอในเชิงวิชาการนี้ ทำให้บางท่านอาจจะไม่พอใจ ก็ผมขอมะอัฟมากๆด้วย และหากมีการผิดพลาดประการใด โปรดให้การชี้แนะ แล้วผมก็จะร่วมสนทนาในเชิงวิชาการต่อไป
ครั้งต่อไปผมจะเข้ามาสนทนานำเสนอเกี่ยวกับ เรื่องการตักลีด และทำการวิจารณ์เพิ่มเติมจากข้อเขียนของท่านอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์ غفر الله لنا وله อินชาอัลเลาะฮฺ

كل عام وأنتم بخير

والسلام

الأزهرى الشافعى

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Nov 02, 2005 1:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
น้อง az-hary หากเอาความเห็นว่า อันนี้ถูก อันนี้ผิด อันนี้ ห้าม อันนี้ใช้ ขอให้เอาตัวบทมาเสนอเถอะครับ จะได้ไม่ยืดเยื่อ เพราะถ้าวิจารณ์แบบใส่ความเห็น เดี่ยวคนอื่นจะมาโต้กันอยู่อย่างนี้ มันไม่จบ ถ้าจะอ้างเหตุผล ทุกคนต่างอ้างเหตุผล มันก็เป็นอยู่อย่างนี้ ที่น้องมาบอกว่า เขาตั้ง มัซฮับขึ้นมาใหม่ ชื่อ ว่า มัซฮับสะละฟี อยากจะถามว่าใครตั้ง เพราะนักวิชาการรุ่นหลังเขาไม่ได้ตั้งมัซฮับ แต่เขามีอุดมการเพื่อที่ดำเนินแนวทางตามชนยุคสะละฟุสสอลิห น้องเป็นนักศึกษา เรียนตามแนวอัลอัชอะรียะ และอัชชาฟิอียะฮ ซึ่งน้องสารภาพเอง แต่น้องต้องเข้าใจนะ ว่า คนอื่นอาจจะไม่งมงายหรือเลวร้าย เหมือนที่น้องคิดก็ได้ พูดด้วยหลักฐานเถอะน้อง ไอ้คำพูดที่เกิดจากอารมณ์ พยายามตัดออกเสียบ้าง บังจะพิจารณษหลักฐานที่น้องอ้างอิงเท่านั้นแล้วจะวิจารณ์ ส่วนที่เป็นความเห็นส่วนตัวและสิ่งที่เกิดจากอารมณ์นั้น บังไม่มีเวลา และไม่อยากเสียเวลา แต่ขอให้น้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า บังไม่มีคำว่าโกรธ ยังรัก ยังชื่นชมเสมอ และ อยากจะให้น้องเป็นตัวอย่างในเรื่องของการใฝ่รู้ใฝ่เรียนแก่เยาวชนมุสลิมยุคปัจจุบันด้วยซ้ำ แต่.. ให้ตระหนักว่า ไม่ว่าจะเป็นบังอะสัน และน้องเอง ยังมีอะไรอีกมากที่ต้องศึกษา ขอให้มองโลกในแง่ดีไว้บ้าง เราจะได้ไม่เครียด และสมารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
อินชาอัลลอฮ ว่างๆแล้วจะเข้ามา
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5 ... 26, 27, 28  ถัดไป
หน้า 4 จากทั้งหมด 28

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.21 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004