ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
มัซฮับสะละฟีย์และมัซฮับทั้งสี่ (เสวนาเชิงวิชาการ)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 21, 22, 23 ... 26, 27, 28  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 1:11 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

from mureed.com

No. : 7127
ข้อความ: ส่วนคุณมุหัมมัด No. : 7124 ขอมะอัฟครับ คำพูดผมบางทีอาจแรงไปโดนเส้นตะกับโบรฺคุณเข้า

คุณพูดถึงผมว่า
"คุณพูดมักง่ายจัง ว่างๆ ก็เข้าไปสนทนาในเวป มรดก ฯ บ้างก็ดีนะครับ คุณจะได้หูตาสว่างสักหน่อย ไม่ใช่สักแต่พูดแบบมักง่ายอย่างนี้"

เว็บมรดกนั้นก็เข้าอยู่ครับ ฟังบรรยายบ้าง อ่านกระทู้บ้างแต่ขี้เกียจสมัครไปเพราะผมขี้เกียจ log in
แค่เว็บมุสลิมไทยนี่จะเล่นทีก็บากแล้ว ดังนั้นจึงแค่อ่านเฉยๆ
แต่ได้ดูกระทู้ทั้งเผยแพร่สลาฟีย์ ทั้งกระทู้ตอบโต้สลาฟีย์แล้วก็พบว่า
ผู้ให้ข้อมูลทั้งสองฝ่ายนั้นมีความรู้ทางศาสนาในระดับขั้น basic เท่านั้นนะครับ
เพียงแต่กำลังได้มีโอกาสศึกษาเมืองนอกเมือง จึงอยู่ในช่วงไฟแรงเท่านั้นแหละครับ
และผู้เข้าไปตอบก็ไม่มีระดับนักวิชาการเลย
ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดว่าโอ้โห!การตอบโต้การด้วยความรู้ระดับนี้เนี่ยสุดยอดแล้ว!

คุณมุหัมมัดได้พูดอีกว่า
"ผมไม่ขอสนทนาในเชิงวิชาการแบบรายละเอียดนะครับ เพราะว่ามันเป็นสลัดผัก ที่ไม่เป็นระเบียบเท่าไหร่ เข้ามาแค่ทักทายเตือนสติคนบางคนเท่านั้นนะครับ"

ไม่ทราบว่าจงใจหรือผิดพลาดนะครับ แต่สำนวนภาษาที่คุณใช้จะทำให้คนอ่านเข้าใจว่า
ตัวคุณเองนึกว่าคุณเจ๋งมาก! แต่สำหรับผม ผมไม่ถือครับ เพราะถ้าเจ๋งจริงก็ต้องแสดงออกมา
ตัวอย่างเช่นการพูดลอยๆ(ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องวิชาการระดับสูง)ว่า บิดอะฮฺหะสะนฮฺคือทัศนะอุละมาอฺส่วนใหญ่
นี่ก็อาจจะจริงครับ แต่อุละมาอฺยุคไหนล่ะ? ประเทศไหนล่ะ?
แล้วใครล่ะที่เป็นคนแยกประเภทของบิดอะฮฺเป็นคนแรก คำถามที่เขาถามกันนานแล้วยังไม่ตอบ
ใบ้เป็นนายกเลย แก้ตัวไม่ได้ เลี่ยงไปเรื่องอื่น อันนี้ต้องตอบหลักฐาน เป็นคำถามที่เลี่ยงไม่ได้
ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230


No. : 7128
ข้อความ: โดยส่วนตัวแล้ว ถึงผมจะไม่ได้มีความรู้มาก และสามารถพูดได้ว่าเป็นน้องใหม่วงการซุนนะฮฺ
แต่สำหรับแนวความเข้าใจศาสนาของอะชาอิเราะฮฺแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม
เพราะคนไทยเราอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็ก
นอกจากนั้นผมก็ถลำลึกไปจนถึงขั้นที่หัวสมองตนเองเต็มไปด้วยตรรกะวิทยา วิทยาศาสตร์ หรือมุอฺตะซิละฮฺ
จนกระทั่งในเวลาต่อมาจึงได้เคลียร์ใหม่ เคลียร์อะกีดะฮฺ เคลียร์หัวสมอง เคลียร์การศรัทธาของตนซะใหม่

เรื่องอะชาอิเราะฮฺ ว่าง่ายๆครับคือไปเอาหัวสมองพวกกรีกมาใส่มุสลิมนั่นแหละครับ
คือไปเอาระบบการคิด วิธีคิดแบบกรีกมาตีความหรือทำความเข้าใจศาสนา
ดังนั้นอะชาอิเราะฮฺ มะตุรีดียะฮฺมันจึงไปได้สวยกับแนวซูฟี
ก็เพราะซูฟีก็แนวปรัชญานี่แหละ เป็นหัวสมองแบบอินเดีย (ก็เชื้อสายอารยันเดียวกับกรีกนี่แหละ)

วิธีแก้ง่ายๆก็คือทำสมองให้เป็นธรรมชาติ ฟิตเราะฮที่สุด แล้วดูหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา
ปรับนิดเนียวเท่านั้นแหละครับ เพราะอะชาอิเราะฮฺนี่ใกล้เคียงสลัฟมากๆแล้ว
เจ้าตัวอิมามอัชชารีย์เองก็เรียกได้ว่าเป็นแนวสลาฟีย์เหมือนกันครับ ผมเข้าใจหัวอกดี
คือเป็นอดีตมุอฺตะซิละฮฺ แล้วพอไปๆมาๆรู้ว่ามันไม่ใช่ จึงพยายามแสวงหาแนวซุนนะฮฺ
ก็ได้มาคือออกตำราที่อยู่กึ่งๆระหว่างซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺกับมุอฺตะซิละฮฺ

ดังนั้นการแยกตัวออกไปจากแนวซุนนะฮฺ หรือการประกาศตัวว่าเป็นตนละแนวกับวะฮาบีย์เนี่ย
จึงเป็นเรื่องไม่ค่อยดีครับ ดังนั้นอุละมาอฺระดับสูงๆเขาจึงได้รับหิดายะฮฺครับ
เขาไม่กล้าบอกว่าวะฮาบีย์เป็นแนวที่ผิด และไม่บอกว่าเป็นคนละแนวกับตัวเขา

ซึ่งแตกต่างจากคุณมุหัมมัดนะครับ ที่กล้าประกาศเลยว่า
"แนวทางสะละฟีย์ วะฮาบีย์ ปัจจุบัน ก็ไม่ได้อยู่ในแนวทางของสะลัฟอย่างแท้จริง และไม่ได้เอาแบบอย่างมาจากสะละฟุศศอลิหฺด้วย"
ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 1:11 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7129
ข้อความ: มาดูกันว่า อุละมาอฺเขาฟัตวาแตกต่างจากคุณมุหัมมัดอย่างไร

สลาฟียฺ พวกเขาคือใคร?

ตอบคำถามโดย ชัยคฺ ฟัยศอล เมาลาวี


อาอิช แปลและเรียบเรียง



สลาฟียฺ พวกเขาคือกลุ่มต่างๆจากบรรดามุสลิมที่ปรากฏอยู่ในทุกยุคทุกสมัย พวกเขาศรัทธาและประกอบการงาน(ที่ดี) ด้วยสิ่งทีคนสลัฟฟุศศอและห์(คนดีในยุคแรก)เคยปฏิบัติมา

ซึ่งก็ได้แก่บรรพชนยุคแรกจากเหล่าศอฮาบะฮของท่านรอซูลุลอฮ ศ๊อลล็อลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ก่อนที่มัซฮับ(สำนักคิด)ต่างๆจะเป็นที่รู้จัก



นั่นหมายความว่า สลาฟียฺยึดมั่นต่อหลักอะกีดะฮและกฎหมายต่างๆโดยตรงจากอัล กรุอาน และ อัซ ซุนนะฮ และ บางส่วนของพวกเขาก็แข็งกร้าวในการปฏิเสธมัซฮับต่างๆทางฟิกฮ แต่บางส่วนของพวกเขานั้นได้เอารับประโยชน์จากมัน โดยปราศจากการยึดอยู่กับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดของมัซฮับต่างๆ



สลาฟียฺ ในปัจจุบันไม่ได้มีกลุ่มเดียว แต่ทว่าพวกเขานั้นมีกลุ่มต่างๆมากมาย เพราะว่าอุละมาอ์ของพวกเขาแต่ละคนก็มีการวินิฉัยทางฟิกฮบางอย่างที่เป็นเอกเทศจากอุละมาอ์คนอื่นๆของพวกเขา โดยที่มุสลิมบางส่วนก็ได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้นๆ



และบางทีท่านจะพบว่าอุละมาอ์มากมายจากมัซฮับทั้งสี่เป็นสลาฟียฺ อันเนื่องจากวิธีการแห่งความเข้าใจและการนำฮุกมฺ(กฎเกณฑ์ข้อชี้ขาดต่างๆ)ออกมา โดยพวกเขาเข้าใจมัซฮับของพวกเขาภายใต้รากฐานนี้(คือ การกลับไปสู่อัลกุรอานและ อัซ ซุนนะห์) ในแง่ที่ว่ามันเป็นรากฐานที่มุสลิมทั้งหมดต้องยึดมั่น และเป็นไปไม่ได้ที่มุสลิมคนหนึ่งจะกล่าวยืนยันเหนือไปจากสิ่งดังกล่าวนี้(คือไม่เอาอัล กุรอานและอัซ ซุนนะฮฺ) ถ้าเช่นนั้นเขาก็เป็นผู้หลุดพ้นออกจากศาสนา(มุรตัด)โดยไม่ต้องสงสัย แต่ทว่าประเด็นที่ขัดแย้งกันอยู่ที่ว่า มุสลิมแต่ละคนสามารถที่จะเข้าใจหลักการชะรีอะฮจากอัล กุรอานและ อัซ ซุนนะห์โดยตรงหรือว่าเขาจำเป็นที่เขานั้นจะต้องกลับไปยังผู้รู้ก่อน(คือ ได้รับการอธิบาย อันเนื่องจากเขาขาดความสามารถในการเข้าถึงอัล กุรอานและอัซ ซุนนะฮฺโดยตรง)

--------
www.fityah.com


ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 1:12 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7130
ข้อความ: นี่ก็อุละมาอฺอียิปต์

แนวความคิดของ สะลาฟียฺ

ดร. มูฮัมหมัด อิมาเราะฮฺ

อบู ญะอฺฟัร แปลและเรียบเรียง


คำถาม : อัสลามุอะลัยกุม ผมอยากให้ท่านให้ความกระจ่างเรื่องของคนที่เป็นสะลาฟียฺและแนวความคิดของพวกเขา ผมเคยปฏิบัติตามมันฮาจ( แนวทาง )ของพวกเขา

แต่ต่อมาผมก็ได้ละทิ้งมันฮาจ( แนวทาง )ของพวกเขา ผมไม่ชอบที่พวกเขาใช้เวลามากเกินไปในการวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นและชอบลดความน่าเชื่อถือของอุละมาอฺ( นักวิชาการศาสนา )หรือคนที่ไม่ได้ตามแนวทางของพวกเขา



คำตอบ : ในทางภาษาคำว่าสะลัฟจะใช้บอกถึงเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเกิดขึ้นขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเฉพาะ

ในทางวิชาการมันอ้างอิงไปถึงยุครุ่งเรืองของมุสลิมยุคแรกที่สะท้อนให้เห็นภาพที่แท้จริงของอิสลามซึ่งเกี่ยวข้องกับการตีความการวินิจฉัยกฎหมายศาสนาอิสลามด้วยความรู้ของความคิดอันบริสุทธิ์ที่ถูกชี้นำโดยเจตนารมณ์ของชารีอะฮฺ(กฎหมายอิสลาม)




ในภาษาพูดคำว่า ”สะลัฟ” มันสืบย้อนรอยกลับไปถึงคนในยุคแรกของศอฮาบะฮฺ(สหาย) ของท่านนบี ศ๊อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้ ความพยายามอย่างมากในการเผยแผ่สาสน์แห่งอิสลาม พวกเขาได้เป็นพยานในการประทานวะหฺยูของอัลกุรอาน และยังได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความหมายของอัลกรุอานอย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย พวกเขาได้อยู่ร่วมกับท่านนบี ศ๊อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม และเป็นผู้พิทักษ์รักษาเป็นอย่างดี ในสิ่งที่พวกเขาได้ยินมาไม่ว่าสิ่งใดจากท่าน



คำว่า “สะลาฟี” นี้ถูกนำไปใช้กับคนในยุคต่อมากับคนที่ตามแนวทางที่ถูกต้องของพวกเขา ด้วยเหตุนี้สะลาฟียฺจึงเป็นบุคคลที่พยายามปฏิบัติตามแบบอย่างบุคคล(ยุคแรก)ซึ่งมีความรู้อย่างดีเยี่ยมในศาสนา



สำหรับสะลาฟียฺในยุคปัจจุบันอาจหมายถึงบุคคลซึ่งตามแนวทางของบุคคลในยุคแรกที่ได้รับทางนำที่ถูกต้องโดยไม่คำนึงถึงทัศนะที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้ที่มีอยู่ ยังมีสลาฟียฺบางคนในยุคเดียวกันนี้ยึดติดกับการตีความตามตัวอักษรอย่างขาดเหตุผล แต่ก็ยังมีสลาฟีบางคนเป็นผู้ที่นำมาปรับใช้ในกระแสกลางโดยคัดสรรและเลือกใช้ในสิ่งที่สอดคล้องกับแก่นแท้ของชาริอะฮฺโดยยังให้ความสำคัญเรื่องรากฐานพร้อมไปกับสิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงได้



ความแตกต่างของทัศนะของสะลาฟียฺกลุ่มต่างๆ



สะลาฟียฺบางกลุ่มสนใจในการตีความตามตัวอักษรเป็นเรื่องอันดับแรก สะลาฟียฺบางกลุ่มก็จะปฏิบัติตามแนวทางความเข้าใจ ของกฎหมายอิสลามที่มีเหตุผลมากกว่า สะลาฟียฺบางกลุ่มก็ยึดติดกับบางสำนักคิดโดยไม่มีเหตุผล และบางกลุ่มก็พิจารณามรดกของอุมมะฮฺ( ประชาชาติ )มุสลิมทั้งหมดถึงแหล่งที่มาและสายรายงานที่อ่อนและดีถึงยุคแรกแล้วนำมาเลือกใช้ในแนวทัศนะของพวกเขาต่อไป



ถึงแม้ว่าสะลาฟียฺแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในทัศนะของพวกเขา คำว่าสะลาฟียฺก็มักจะอธิบายถึงบุคคลที่ให้ความสำคัญของการตีความตามตัวบทที่มีความหมายที่ปรากฎมาเป็นอันดับแรกจากแหล่งที่มาดั้งเดิมของมัน พวกเขากำหนดขอบเขตโดยกล่าวว่าความหมายตามตัวบทศาสนาควรถูกให้ความสำคัญก่อนการกิยาส( การตีความโดยการเปรียบเทียบ ) ทัศนะของบุคคล และวิธีการใช้เหตุผลอื่นๆ ซึ่งใช้ในการตีความการวินิจฉัยทางกฎหมาย



สำนักคิดของสะลาฟียฺ



สำนักคิดของสะลาฟียฺสามารถหาที่มาย้อนกลับไปถึงอิหม่ามอะหมัด อิบนิฮัมบัล จากบรรดาบรรดาอุละมา (ผู้มีความรู้ทางศาสนา )ของสะลาฟียฺเราอาจจะกล่าวถึงอิหม่ามอิบนิเราะฮฺวียะฮฺ อิหม่ามอัลบุคอรี อิหม่ามอบูดาวูด อิหม่ามอัดดารอมี อัฏฏอบรอนี อัลบัยฮะกีและอื่นๆ



การเปลี่ยนอย่างชัดเจนที่ได้เกิดขึ้นในการพัฒนาสำนักคิดของสะลาฟียฺเกิดอย่างโดดเด่นในช่วงอิบนิ ตัยมียะฮฺและ อิบนิ กอยยิมมีชีวิตอยู่ ช่วงเวลานี้ถูกบรรยายลักษณะว่าเป็นการค่อยๆ เปลี่ยนแปลงสู่การใช้เหตุผล ขณะที่ยังคงมี การให้ความสำคัญกับตัวบทมาเป็นอันดับแรก



เป็นที่สังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้ไม่ได้รับความเป็นที่สนใจจากประชาชนส่วนมากเพราะว่า ประชาชนยึดถืออยู่กับการตีความและการให้เหตุผลที่เข้ากลุ่มตนเองจากหลากหลายทัศนะและความนิยมชมชอบต่างๆของพวกเขาเอง



ทัศนะสายกลางเป็นที่ยั่งยืนกว่า



ทางสายกลาง ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะพิเศษของแนวคิดอิสลาม ควรเป็นเส้นทางที่ถูกปฏิบัติตาม มันเป็นการลำบากที่อิสลามถูกให้ความสำคัญมากเกินไปกับการยึดติดกับการตีความตัวบทศาสนาตามตัวอักษรและทำเป็นมองไม่เห็นกับความมีเหตุผลและการพิจารณาที่ดี




เช่นเดียวกันการนำมาใช้ปฏิบัติโดยการยึดติดเหตุผลที่เข้าข้างตนเองและการตัดสินใจส่วนตัวนั้นส่วนมากนั้นมีแนวโน้มที่ทำให้เกิดความผิดพลาด เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าความคิดอาจเข้าใจไม่กระจ่างถึงการตีความที่ถูกต้องของบางตัวบทและนอกจากนี้ความคิดของเรายังถูกกำหนดขอบเขตด้วยความรู้อันจำกัดมากและการให้เหตุผลที่เข้าข้างตนเองของเรา เราควรประกาศการวินิจฉัย และการตีความของเราตามตัวบทศาสนาโดยพิจารณาจากอัลกรุอานและซุนนะฮฺพร้อมทั้งรักษาเจตนารมณ์ของอิสลามในยุคหนึ่งๆที่มีการแปรเปลี่ยนที่รวดเร็วอันกลายมาเป็นองค์ประกอบรวมอยู่ด้วย





--------------------------------------------------------------------------------




ดร. มูฮัมหมัด อิมาเราะฮฺ นักวิชาการและนักคิดอิสลาม ชาวอิยิปต์

ข้อมูล อิสลามออนไลน์



หมายเหตุ นี่เป็นทรรศนะส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ที่มองว่าแนวคิดสลาฟียฺ คือแนวคิดอิสลามที่บริสุทธิ์ แต่ปัญหาอยู่ที่คนที่นำไปปฏิบัติต่างหาก

ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 1:13 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7131
ข้อความ: ลัทธิวาฮาบียะฮฺ?

ชัยคฺ ฟัยศอล เมาลาวี


อาอิช แปลและเรียบเรียง



คำถาม : อะไรคือมัซฮับ(สำนักคิด)วะฮาบีย์? การก่อกำเนิดขึ้นมาของมัซฮับนี้มีตั้งแต่เมื่อไร และได้กระจายไปที่ไหนบ้าง? ทำไม มัซฮับต่างๆจึงเป็นศัตรูกับพวกเขา?

ตอบ :
ไม่มี “มัซฮับวาฮาบีย์” แต่แท้จริงมีผู้รู้ที่เป็นนักฟื้นฟูที่มีชื่อว่า ชัยคมุฮัมหมัด อิบนุ อับดุลวะฮฮาบ เขาตามมัซฮับฮัมบาลีทั้งในเรื่องปลีกย่อยและเรื่องหลักๆ เขามุ่งมานะในการตรวจสอบหลักความเชื่อต่างๆของมนุษย์ และความกังวลของเขาประการแรกนั้นก็คือไม่ต้องการที่จะให้บรรดามุสลิมทั้งหลายตกอยู่ภายใต้การทำชิริกโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว และแน่นอนแนวความคิดของ ชัยค มุฮัมหมัด อิบนุ อับดุลวาฮาบ ได้แพร่กระจายไปทั่วแคว้นอาหรับ และโดยเฉพาะในราชอาณาจักร “อารบียะฮฺ สะอูดียะฮ” ที่ได้กำเนิดขึ้นบนรากฐานที่ก่อตั้งโดยการร่วมมือกันของชัยคมุฮัมมัด อิบนุ อับดุล วะฮฺฮาบ กับกษัตริย์ อับดุล อาซีซ แห่งราชวงศ์สะอูด



และไม่มีความเป็นศัตรูระหว่างกันสำหรับผู้ที่ถูกเรียกว่า วาฮาบียีน กับผู้ที่ตามมัซฮับต่างๆในอิสลาม แต่มันก็มีความขัดแย้งทางวิชาการที่มันอาจจะรุนแรงบ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะพวกที่โง่เขลากับผู้ที่คลั่งไคล้ในกลุ่มพวกพ้อง(ตะอัศศุบ)จนกระทั่งถึงขั้นตัดสินผู้อื่นว่าเป็นคนตกศาสนา(ตักฟีร) แต่ทว่าความขัดแย้งยังคงมีอยู่ระหว่างบรรดาอุละมาอด้วยกันนั้นคือ ความขัดแย้งทางวิชาการ โดยไม่ได้ทำลายความเป็นพี่น้องในอิสลามที่รวมตัวกันแต่อย่างใด



และสมควรค่าอย่างยิ่งแก่การกล่าวว่าแนวทางหลักของ ชัยค มุฮัมหมัด อิบนุ อับดุลวาฮาบนั้น คือการยึดมั่นต่ออัล กุรอานและอัซ ซุนนะฮที่ถูกต้อง เป็นแนวทางของชาวสลัฟ และเป็นแนวทางของมัซฮับทั้งสี่(ฮานาฟี มาลีกี ชาฟิอี และฮัมบะลี) และมันก็เป็นแนวทางของบรรดามุสลิมทั้งหมดด้วย แต่บางครั้งก็มีผู้คนได้ยึดถือแนวทางนี้ในมุมมองที่แตกต่างกัน ฉะนั้นมันคือความขัดแย้งที่เป็นธรรมชาติในทรรศนะทางฟิกฮฺ แต่ไม่ได้เป็นการขัดแย้งที่ไปเกี่ยวข้องกับวิถีแห่งความเข้าใจและการวินิจฉัยแต่อย่างใด


ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 1:13 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7132
ข้อความ: มาดูอุละมาอฺสายเดียวกับคุณมุหัมมัด
เชคยูซุฟคนนี้(ซึ่งผมถือว่าเป็นอะหฺลุซซุนนะฮฺ) ได้มีฟัตวาที่แตกต่างจากคุณมุหัมมัดดังนี้

แนวความคิด สะลาฟียฺ

ในทรรศนะของ ชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ

อาอิช เรียบเรียง



ท่านชัยค ยุซุฟ อัล ก๊อรฏอวีย์ อุลามาออาวุโสท่านหนึ่งของขบวนการภราดรภาพมุสลิม ได้กล่าวไว้ใน หนังสือเล่มหนึ่งของท่านที่ชื่อว่า “ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามกับการท้าท้ายของยุคสมัย” ในประเด็นที่เกี่ยวกับความจำเป็นต้องรับเอาแนวความคิด สะลาฟีย์ มาใช้

เนื่องจากลักษณะพิเศษของแนวคิดสลาฟีย์ที่ว่า “เป็นแบบวิธีทางปัญญาที่วางอยู่พื้นฐานของการใช้ความเข้าใจในบทบัญญัติของอัล กุรอาน และข้อแนะนำของซุนนะห์ตามที่เข้าใจโดยชนรุ่นที่ประเสริฐที่สุดของอุมมะฮ ซึ่งได้แก่ บรรดาเศาะฮาบะฮของท่านนบี ศ็อลล๊อลลอฮุ อะ ลัยฮิ วะ ซัลลัม และบรรดาผู้ดำเนินแนวทางของพวกเขาอย่างถูกต้อง”


ผู้ปฏิบัติตามแนวทางนี้จะต้องมีคุณลักษณะที่เหมือนกับชนยุคแรกอย่างแน่นอน นั่นคือมีการส่งเสริมสนับสนุนการยึดมั่นต่อหลักการ โดยมีการตัดสินอาศัยตัวบท มีการบ่มเพาะอีหม่านที่ถูกต้องและมั่นคงมีความทุ่มเทความสนใจให้กับเรื่องจิตใจและเนื้อหาสาระที่ไม่สนใจเรื่องรูปแบบ ที่ไม่สนใจเรื่องการโต้แย้งที่ไร้สาระ และให้ความสนใจกับการยึดมั่นต่อกฎเกณฑ์ในเรื่องศาสนา และการสร้างสรรค์ใหม่ของระเบียบกฎเกณฑ์ทางโลก มีการส่งเสริมการอิจญติฮาด(วินิจฉัย) ประณามความไม่ยืดหยุ่นและการตักลีด(การตามอย่างไร้สติ) ส่งเสริมให้มีความสุภาพอ่อนโยนต่อผู้อื่น และรังเกียจผู้ที่มีท่าทีหยาบกระด้าง



นี่คือสารัตถะของเหล่าบรรพชนในยุคแรกได้ปฏิบัติมา นี่คือวิธีทางที่ทำให้พวกเขาได้รับความสูงส่งจากพระผู้เป็นเจ้า และเป็นมนุษย์ที่เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นต่อมา จนทำให้อัลลอฮ ตะอาลา ทรงยกย่องชมเชยคนยุคนี้เอาไว้ในกุรอานนับไม่ถ้วน





สองกลุ่มที่สร้างภาพเสียหายให้กับแนวคิดสลาฟียฺ

กลุ่มแรก คือเป็นกลุ่มที่ถูกผู้คนอ้างว่าเขาคือผู้ที่สนับสนุนแนวความคิดสะลาฟีย์ กลุ่มพวกนี้มีวิธีคิดที่ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรต่ออุมมะฮเลย ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรให้เป็นรูปธรรมได้ พวกเขาใช้เวลาหมดไปกับการโต้เถียงปัญญาหาศาสนาที่เกี่ยวกับประเด็นปลีกย่อยต่างๆที่ดูแล้วไม่มีทางจะลงเอยโดยดีได้



ท่านชัยค ยุซุฟ อัล ก๊อรฎอวีย์กล่าวว่า “พวกเขาใช้เวลาช่วงกลางวันและไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนตลอดทั้งคืน เพื่อตั้งป้อมโจมตีอย่างไม่ปรานีปราศรัยเล่นงานบุคคลใดก็ตามที่คัดค้านกับความคิดของพวกเขาที่เกี่ยวกับประเด็นใดประเด็นหนึ่ง(ทางฟิกฮ)” ประการเช่นนี้สร้างความเสื่อมเสียให้กับแนวความคิดสะลาฟีย์เป็นอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้คนบางคนพูดว่า พวกสะลาฟีย์คือพวกที่ชอบถกเถียงกันเรื่องศาสนาที่หาสาระไม่



กลุ่มที่สอง คือ เป็นกลุ่มที่ต่อต้านแนวความคิดสลาฟีย์ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวก เซ็คคิวล่าร์(ผู้ที่คิดว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องส่วนบุคคล) ที่ออกมาประณามว่าแนวความคิดนี้ล้าสมัย บ้าคลั่ง มักจะมองย้อนไปข้างหลัง ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับโลกแห่งยุคสมัยได้ และยึดติดกับรูปแบบเก่าๆ และพวกเขายังเชื่ออีกว่าแนวความคิดสะลาฟีย์นั้นสวนทางกับการตัจญ์ดีด(การสร้างใหม่) นี่คือความเลวร้ายที่แนวความคิดสะลาฟีย์ได้รับอย่างอยุติธรรม



ย้อนมองดูผู้นำ “สะลาฟีย์” ตัวจริง



สัญลักษณ์ของแนวคิดสลาฟียฺ คือท่านชัยคุลอิสลาม อิบน ตัยมียะฮ และท่านอัล อิมาม อิบน อัล กอยยิม ลูกศิษย์ของท่าน ทั้งสองได้เป็นตัวแทนของขบวนการเคลื่อนไหวฟื้นฟูอิสลามในยุคสมัยของท่านอย่างแท้จริง ท่านได้ ต่อสู้กับความเชื่อต่างๆที่จะสร้างความเสื่อมเสียให้กับแนวความคิดและคำสอนอิสลาม และเผชิญหน้ากับการตักลีด และอุดมการณ์ที่ผิดๆที่จะมาครอบงำศาสนาและท่านทั้งสองมีเป้าหมายเพื่อที่จะให้ผู้คนนั้นมีความเข้าใจศาสนาเหมือนกับคนยุคแรกเข้าใจทั้งทางด้านแนวคิดและทางด้านภาคปฏิบัติ



มันอาจจะไม่เป็นธรรมแก่ท่านทั้งสองเลยที่จะพาดพิงแต่วิชาการของท่านอย่างเดียวแต่ละเลยรูปแบบที่เคร่งครัดและการยำเกรงต่อพระเจ้าของท่านของทั้งสอง และเป็นไปไม่ได้ผู้ที่ชอบอ้างงานวิชาการของท่านแต่ละเลยแง่มุมทางด้านภาคปฏิบัติและการสนับสนุนช่วยเหลืองานดะวะฮและการญิฮาด จนกะทั่งท่าน อิบน ตัยมียะฮกล่าวคำพูดหนึ่งที่เป็นความรู้สึกของท่านว่า “บรรดาศัตรูของฉันจะสามารถทำอะไรกับฉันได้?การถูกกักขังของฉันเป็นการแยกตัวมาอยู่อย่างสันโดษ(เพื่อทำการอิบาดะฮ) การถูกเนรเทศของฉันเป็นการเดินทางเพื่อศาสนา(การแสวงหาความรู้)และการถูกประหารชีวิตของฉันเป็นการพลีชีพ(ชะฮีด)”



ส่วนท่านอิมามมุฮัมหมัด รอชีด ริฎอ ซึ่งเป็นผู้ที่ชูธงสะลาฟียะฮในสมัยของเราท่านเป็นผู้ฟื้นฟูยุคสมัยของเราอย่างแท้จริง มีผลงานทางวิชาการออกมาอย่างมากมายและตัฟซีรของท่านที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกก็คือ ตัฟซีรอัล มะนาร และยังเป็นบรรณาธิการผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของนิตยสาร “อัล มะนาร” อีกด้วย และหนังสือวิชาการอีกมากมาย อีกทั้งเป็นผู้เริ่มตั้งกฎทองที่ท่าน อิมามหะสัน อัล บันนา ได้นำไปใช้ในเวลาต่อมามีใจความว่า “เราจะประสานความร่วมมือกันในสิ่งที่เราเห็นพ้องต้องกัน และให้อภัยแก่กันและกันสำหรับสิ่งที่เรามีความเห็นที่แตกต่างกัน”



ฉะนั้น ผู้ที่อ้างตนเองว่าปฏิบัติตามแนวทางสะลัฟโปรดทบทวนข้อความนี้ด้วยเถิด


------------
www.fityah.com
ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230



No. : 7133
ข้อความ: นั่นคือระดับผู้รู้ครับ ส่วนการที่พวกคุณไปตอบโต้กับชาวบ้านผู้ศึกษาอิสลามด้วยกัน
รู้งูๆปลาๆโต้ได้มั่งไม่ได้มั่ง มันไม่ทำให้เจอคำตอบเจอสัจธรรมนักหรอกครับ
ทางที่ดีปรึกษาอุละมาอฺดีกว่า ไปคุยกะเชคริฎอก็ได้ www.ridasamadi.org
หรือบอกไม่สะใจ ถ้าภาษาคล่องก็คุยกับเชคมุนัจญิดเลย www.islamqa.com
ดูซิว่าไอ้เราที่ไปเกทับว่าเชคบินบาส เชคอุซัยมีนของปลอมน่ะ เนี่ยลูกศิษย์เขาครับ
ลองไปคุยดูสิว่าเราแน่จริง เรารู้จริงหรือเปล่า?

ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
IRF
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 10/12/2005
ตอบ: 155


ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 1:15 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7134
ข้อความ: ส่วนการเสวนากันในเว็บมรดกอิสลาม เดี๋ยวจะตามไปครับ
แต่เท่าที่สังเกต พบว่ามีข้อบกพร่องทั้งฝ่ายซุนนะฮฺและอัชชารีย์
เนื่องจากซุนนะฮฺบ้านเราอาจพึ่งความรู้ครูบาอาจารย์มากไป หรืออาจเพราะไม่ค่อยมีตำราอ้างอิงอื่นนะครับ
แต่การที่ยกเนื้อความของหนังสือบิสมิลลาห์ ของอาจารย์ชาฟิอีย์ นภากรณ์มานั้น
ผมมีหนังสือเล่มนี้ 6 เล่ม ผมคิดว่าเป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลเยอะและให้ความรู้เยอะครับ
แต่จุดบกพร่องที่สำคัญคือ หาบทสรุปไม่ได้ ประติดประต่อเรื่องไม่ได้
ซึ่งแตกต่างบทความของต่างประเทศซึ่งมีแยกแยะรายละเอียด มีการเจาะ
มีการสับละเอียดเละในระดับที่พอจะให้ความกระจ่างได้

ส่วนทางอัชชารีย์ก็ยังวกไปวนมาเหมือนเดิม คือพยายามจะเสนอว่าวะฮาบีย์น่ะแนวมาใหม่ไม่เหมือนยุคก่อน
แต่นั่นก็คือเรื่องราวที่เขาพูดกันมานมนานหลายยุคหลายสมัยแล้ว ก็เป็นคำพูดลอยๆที่หาหลักฐานมารองรับไม่ได้
จนกระทั่งนักเคลื่อนไหวเขาต้องพยายามจูนความคิดของสองกลุ่มนี้ให้ปรับเข้าหากัน
เพราะเขารู้กันหมดแล้วครับบรรดาอาลิมทั้งหลายเขายอมรับแล้วว่าวะฮาบีย์น่ะเป็นแนวสลัฟ
เพียงแต่ด้วยกับการปฏิบัติปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆมันแตกต่างจากบรรดาอิมามบางคน ในบางเรื่อง
ก็เนื่องจากหลักฐานในภาคปฏิบัติมันอาจต่างกัน มีการรับหลักฐานที่อาจแตกต่างกัน และเหตุผลอื่นๆ
เคยพูดไปแล้ว ไม่ขอพูดซ้ำ
ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.37.230




---------------------------------
---------------------------------
ก็ยกมาทั้งดุ้นเลยครับ ขี้เกียจเรียบเรียง
ยังไม่เข้าวิชาการมาก ก็ถือว่าป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:21 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณก๊อบสิ่งนั้น ทำให้เสียประเด็นเรื่องกุนูตชัดๆ หากคุณต้องการสนทนาในเชิงวิชการจริงๆ ทำไมไม่คุยเรื่องกุนูตให้เสร็จสิ้นก่อน อย่างไงก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน แต่ผมขอให้อยู่ในเชิงวิชาการสักนิดนะครับ ผมก็จะก๊อบการสนทนาของผมกับใร เวป นายมุรีดมาก็แล้วกันนะครับ



ถึงคุณ IRF

แต่ได้ดูกระทู้ทั้งเผยแพร่สลาฟีย์ ทั้งกระทู้ตอบโต้สลาฟีย์แล้วก็พบว่า
ผู้ให้ข้อมูลทั้งสองฝ่ายนั้นมีความรู้ทางศาสนาในระดับขั้น basic เท่านั้นนะครับ
เพียงแต่กำลังได้มีโอกาสศึกษาเมืองนอกเมือง จึงอยู่ในช่วงไฟแรงเท่านั้นแหละครับ
และผู้เข้าไปตอบก็ไม่มีระดับนักวิชาการเลย
ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดว่าโอ้โห!การตอบโต้การด้วยความรู้ระดับนี้เนี่ยสุดยอดแล้ว!

ตอบ

ฃอบคุณ ที่ชม หากคุณมีความรู้มากพอ ก็โปรดเข้าไปชี้แนะและชี้ถึงข้อตำหนิต่างๆที่เกิดขึ้นด้วย นะครับ เพื่อเราจะได้รับรู้และนำไปปฏิบัติ และเราก็ขอให้อัลเลาะฮฺทรงเมตตาที่ผู้ชี้ข้อตำหนิต่างๆของเรา จึงไม่แปลกที่คุณมองว่า เรามีความรู้ศาสนาในระดับขั้นพื้นฐาน เพราะพวกเราก็กำลังศึกษาอยู่ และจะพยายามศึกษาให้มากที่สุดเท่าที่อัลเลาะฮฺจะอำนวยให้ครับ เรียนเมืองนอกกับเรียนเมืองไทยบ้านเรานั้น ก็เหมือนๆกันนั่นแหละครับ มันอยู่ที่ว่าใครจะสนทนาในเรื่องความรู้มากกว่ากันเท่านั้นเอง ไม่ว่าคุณจะบอกว่า เราไฟแรงก็อย่างไรนั้น เราไม่ขอใส่ใจอะไรหรอกครับ เพียงแต่ตอนนี้เราขอตั้งใจเหนียตในการศึกษาให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะมีใครมาสรรญเสริญเยินยอหรือว่ามาวิจารณ์ตำหนิใน เราถือว่ามันมีค่าเท่ากัน ซึ่งค่าอันนั้น คือความไม่มีอะไร บรรดาชัยคฺ ด๊อกเตอร์ หรือศาสตราจารย์ ที่สอนเราทุกวันนี้ ความรู้พวกเขาเหล่านั้น มากมายเหลือเกิน จนกระทั้งเราเหมือนกับคนที่เพิ่งเรียนอ่าน อลีฟ บา ตา ดังนั้นท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า เราได้ทำการสนทนาแบบสุดยอดแล้ว ซึ่งความจริงนั้น มันเป็นเพียงข้อมูลเล็กน้อย เท่านั้นเอง ซึ่งหากท่านผู้อ่านลองเอามาเรียบเรียงใหม่ มันก็จะเหลือข้อมูลที่พอจะเป็นวิชาการได้นั้น เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราเอาไปอ่านก็คงได้ประโยชน์แม้ว่ามันจะเป็นข้อมูลอันน้อยนิด ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ และด้วยเหตุที่เรามีความรู้เพียงแค่พื้นฐานนี้ ผมก็อยากจะสนทนาเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ด้วยการวิจารณ์หนังสือ ของอิบนุก๊อยยิม ที่ชื่อ อิจญฺติมาอฺ อัลยุญูช อัลอิสลามียะฮ์ ที่ ชัยคฺ ริฏอ สะมะดีย์ ที่กล่าวว่าตัวเองเป็นมุจญฺตะฮิด อ้างโกหกว่ามีหลักฐานเป็นพันๆ หรือว่าเป็นมุจญฺตะฮิดแล้ว ศาสนาอนุญาติให้โกหกได้ อันนี้ผมก็ไม่ทราบได้ แต่ผมจะใช้ความรู้พื้นฐานในการวิจารณ์หนังสือของอิบนุก๊อยยิมครับ เนื่องจากเป็นหนังสือที่ไม่ต้องใช้วิชาการสูงในการพิจารณาและวิจารณ์ และอีกเล่าหนึ่ง คือหนังสือ วิจารณ์อากิดะฮฺอัลอะชาอิเราะฮฺ ของ ดร. สะฟัร อัลหะวาลีย์ ผมก็อยากจะสนทนาชี้แนะกับคุณด้วย เพราะว่า ดร.สะฟัร นั้น ไม่เข้าใจและโกหกมุสาใส่อัลอะชาอิเราะฮฺ เหมือนกับคุณนี่แหละ ที่บอกว่า เอามาจากกรีก ผมก็อยากให้คุณชี้แนะด้วยว่า มันเป็นมาอย่างไร และตรงใหน มาเป็นแบบกรีก สิ่งที่คุณพูดมานั้น เหมือนกับว่าคุณมีวิชาความรู้มากเลยทีเดียว ผมจึงอยากได้ความรู้จากคุณ เนื่องจากผมมีความรู้แค่พื้นฐานเท่านั้นครับ และคำพูดของคุณที่ผ่านๆ มานั้น มันทำให้ผมมีกำลังใจในการสนทนาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไปครับ อินชาอัลเลาะฮฺ

والسلام

الأزهرى الشافعى

ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 62.139.81.153

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:24 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างอิงจากบังอะสัน

อยากจะเรียนว่า เรื่องศาสนา อย่าแบ่งสายกันเลยนะครับ ไม่ว่าจะสายเดี่ยว หรือ หรือ ว่าสายเยี่ยว สายพิราบ ก็ไม่มีทั้งนั้น อิสลาม มีแนวทางเดียวเท่านั้นครับ
มาดูอัล-กุรอ่านนะครับ ระบุไว้ชัดเจน
وَأَنَّ هَـذَا صِرَاطِي مُسْتَقِيماً فَاتَّبِعُوهُ وَلاَ تَتَّبِعُواْ السُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمْ عَن سَبِيلِهِ ذَلِكُمْ وَصَّاكُم بِهِ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ
[6.153> และแท้จริงนี้คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลาย ๆ ทาง เพราะมันจะทำให้พวกเจ้าแยกออกไปจากทางของพระองค์ นั่นแหละที่พระองค์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะยำเกรง
- อันอันอาม/153
แนวทางของท่านนบี ศอลฯเท่านั้น ที่เราต้องดำเนินตาม อย่างแบ่ง หลายๆทางนะครับ เดี่ยวจะพลาด การที่จะดำเนินตามทางของนบี ศอลฯ ก็คือ แนวทางที่อัลกุรอ่านและ อัสสุนนะฮ ได้สอนไว้



ตอบ

อายะฮฺ อันอันอาม / 153 นี้ถูกต้อง แต่ความเข้าของบังอะสันนั้น ผิดและตามอารมณ์ ซึ่งหากการแบ่งสายเป็นการสร้างความแตกแยกแล้ว บรรดาอุลามาอฺสะลัฟ ก็ยังมีมัซฮับ มีแนวทางเป็นของตัวเอง อายะฮฺนี้บังอะสันเคยยกมาเพื่อวิจารณ์เกี่ยวกับมัซฮับ เพื่ออำพรางผู้อ่าน ดังนั้นการมีหลายแนวทางนั้น หากมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยกลับไปสู่อัลเลาะฮฺ และร่อซูลของพระองค์นั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่แปลก อัลเลาะฮฺทรงตรัสว่า

والذين جاهدوا فينا لنهدنهم سبلنا

"และบรรดาผู้ซึ่งต่อสู้ทุ่มเทในเรื่องของเรา แน่นอนว่า เราจะชี้แนะพวกเขาหลายๆแนวทางของเรา "

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:26 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7163
ข้อความ: อ้างอิงจากบังอะสัน

ท่านนบี ศอลฯกล่าวว่า
( إن بني إسرائيل تفرقت على ثنتين وسبعين ملة وتفترق أمتي على ثلاث وسبعين ملة كلهم في النار إلا ملة واحدة قالوا ومن هي يا رسول الله قال ما أنا عليه وأصحابي ) . ( الترمذي : د . ت ، 5 / 26 )
แท้จริง บนีอิสรออีลได้แตกออกเป็น 72 แนวทาง และประชาชาติของฉัน ได้แตกออกเป็น 73 แนวทาง ทั้งหมดนั้นอยู่ในนรก นอกจากแนวทางเดียวเท่านั้น พวกเขา(เหล่าเศาะหาบะฮ)กล่าวถามว่า "และมันเป็นผู้ใดเล่า โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ ? ท่านกล่าวตอบว่า " สิ่ง(แนวทาง)ที่ฉันและบรรดาสาวกของฉันยืนหยัดอยู่บนมัน -รายงานโดย อัต-ตีรมิซีย์
อ้างอิงจากคุณ IRF
No. : 7161
ข้อความ: หะดีษ 73 กลุ่มเป็นหะดีษที่น่ากลัว น่าเศร้า และน่าซาบซึ้ง
ถ้าเช่นนั้นเรามุสลิมทุกคนต้องตามนบีและซอฮาบะฮฺสถานเดียวเพื่อความรอดปลอดภัย
ผู้ส่ง: IRF : IP : 203.172.39.191
วันที่ส่ง: 10.12.2005 1:10:24



ตอบ

บังอะสันและคุณ irf ไม่เข้าใจหะดิษ และไม่รู้ว่าหะดิษนี้ ไม่ใช่เป็นหะดิษที่ถูกต้องอย่างเด็ดขาด และมีบรรดาอุลามาอฺหะดิษได้ทำการวิจารณ์สายรายงานหะดิษนี้ ใหนล่ะบอกว่าตัวเองตามหะดิษ แต่ไม่รู้ความถูกต้องของหะดิษ แล้วดันมาอ้างให้คนอื่นลงนรก เหลือแต่เพียงแนวทางของตนเอง นี่แหละครับ ที่ผมไม่อยากเชื่อว่า พวกเขามีแนวทางของสะละฟุศศอลิหฺ

และคำว่าประชาติตรงนี้ คือประชาติอิสติญาบะฮฺ أمة الإستجابة หรือว่าประชาชาติดะวะฮฺ أمة الدعوة ซึ่งหากบังอะสันยังไม่เข้าใจหะดิษ ก็อย่ามายกและเข้าใจอะไรกับหะดิษนะบีย์เลย มันอันตราย แล้วดันมาบอกว่าซาบซึ้งอีก ซึ่งเป็นการตอบย้ำว่าไม่เข้าใจซุนนะฮฺของนบี(ซ.ล.)


ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129
วันที่ส่ง: 10.12.2005 2:04:14

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:28 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7164
ข้อความ: อ้างอิงจากคุณ IRF
ยิวและคริสต์ เกลียดอิสลามอย่างไร
กลุ่มบิดอะฮฺก็เกลียดวะฮาบีย์อย่างนั้นแหละครับ (ความรู้สึกเดียวกัน)

คือโดยฟิตเราะฮฺ ตนเองก็รู้อยู่แก่ใจ(ลึกๆ)ว่าตนเองผิด และก็รู้ว่าอิสลามถูกต้อง เป็นสัจธรรม
แต่ด้วยความดื้อ ความไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองผิด ก็เลยหลอกตัวเอง จนตนเองเชื่อในสิ่งที่ตัวเองหลอก
(โอ้โหนี่เข้าเรื่องจิตวิทยาเลยนะเนี่ย) และได้กล่าวให้ร้ายต่ออิสลาม จงเกลียดจงชังอิสลาม

ตอบ

ผมน่ะ คิดว่า คุณไออาเอฟจะแน่ ที่แท้ ก็พาลไปทั่วไปเหมือนกัน คนที่มีลักษณะอย่างนี้นั้น จับทางง่ายครับ และวิจารณ์คำพูดของเขาได้ง่ายด้วย เนื่องจากว่าเขาพูดออกมาตามอารมณ์นัฟซู อัมมาเราะฮฺ (จิตใฝ่ต่ำ)

ส่วนยิวและคริสต์รังเกียจอิสลามและอิจฉาอิสลามนั้น เพราะว่าอิสลามคือสัจจะธรรม และกำลังเป็นชนส่วนมากของโลกใบนี้ ซึ่งเหมือนกับวะฮาบีย์เกลียดและอิจฉาอะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺที่เป็นชนส่วนมากในปัจจุบันนี้เช่นกัน ยิวและคริสต์นั้น เขาไม่กลัววะฮาบีย์หรอกครับ แต่เขาไปกลัวอะฮฺลิสซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺที่เป็นชนส่วนใหญ่ปัจจุบัน พวกยิวเขารู้ดีว่า ตอนนี้ วะฮาบีย์กำลังเป็นสิ่วทิ่มตำบรรดามุสลิมส่วนใหญ่อยู่ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า ยิวต้องสับสนับสนุนวะฮาบีย์ชนส่วนน้อยให้ทำการต่อต้านคนส่วนใหญ่ และยิวก็ไม่ส่งเสริมคนใหญ่แล้วต่อต้านคนน้อยแบบวะฮาบีย์อย่างแน่นอน ชีอะฮฺก็เช่นกัน ที่ยิวและอเมริกาสนับสนุน อยู่ในทุกสมรภูมิ เมื่อเกิดสงครามขึ้น วะฮาบีย์มีสโลแกนว่าฉันตามสะลัฟ และซุนนะฮฺอย่างแท้จริง และคนที่ไม่ใช่แนวทางของฉัน ย่อมเป็นบิดอะฮฺ แล้วคนที่เข้ามายอมรับก็เชื่อว่า มันเป็นสโลแกนที่แท้จริง ทั้งที่ความจริงแล้ว เรื่องอากิดะฮฺนั้นวะฮาบีย์ ยึดหะดิษเมาฏั๊วะที่อ้างอะกีดะฮฺจากสะละฟุศศอลิหฺ ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า คุณไออาเอฟเนี่ย พูดอะไรไม่เคยย้อนกลับมาดูตัวเอง ลืมตัวว่าตัวเองนั้นถูก ส่วนคนอื่นผิดหมด พฤติกรรมอย่างนี้ ไม่ใช่คุณลักษณะของสะละฟุศศอลิหฺ แต่หากใครไม่เห็นด้วยกับวะฮาบีย์ พวกเขาก็บอกว่าตั้งใจจงเกลียดจงชังอิสลาม เหมือนกับว่า ตอนนี้ ศาสนาอิสลาม เป็นพวกวะฮาบีย์ฝ่ายเดียว แต่ชนส่วนมากนั้นไม่ ? แบบนี้เขาเรียกว่ามีทัศนะคติเหมือนชีอะฮฺเลยนะครับ


ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129
วันที่ส่ง: 10.12.2005 2:05:10

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7165
ข้อความ: อ้างอิงจากคุณ IRF

เช่นเดียวกัน อะหฺลุลบิดอะฮฺ ก็รู้ว่าตนเองผิด รู้ว่าวะฮาบีย์น่ะถูก แต่ด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมรับความจริง
จึงหลอกตัวเอง แล้วตนเองก็เชื่อในสิ่งที่ตนเองหลอก แล้วก็กล่าวร้ายต่อวะฮาบีย์

ตอบ

ในกรณีนี้ ผมว่าวะฮาบีย์นั่นแหละ ที่รู้ว่าตนเองผิด แล้วยังไม่ยอมรับความจริง ผมมีหนังสือ ของ ดร. ซะฟัร อัลหะวาลีย์ ซึ่งได้กล่าววิจารณ์อัลอะชาอิเราะฮฺ แบบโกหกมุสา ไม่เข้าใจในแนวทางอะชาอิเราะฮฺ แล้วยังมากล่าวให้ร้ายและมุสากับอะชาอิเราะฮฺ อันนี้ผมขอยืนยันได้ คนที่ได้อ่านหนังสือเล่มดังกล่าวนี้ ต่างหลงเชื่อว่า สิ่ง ดร.ซะฟัร เขียนนั้น จริง แต่ความจริง ดร.ซะฟัร เขาหลอกตัวเองและหลอกชาววะฮาบีย์ทั้งหลาย ผมเนี่ย อยากสนทนากับคุณไออาเอฟ เกี่ยวกับหนังสือเล่มดังกล่าวจัง เพื่อจะได้รู้ว่าวะฮาบีย์เขาเหลอกวะฮาบีย์ด้วยกันอย่างไร ??


ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7166
ข้อความ: อ้างอิงจากคุณ IRF
เครื่องหมายของพวกบิดอะฮฺและพวกปฏิบัติตามอารมณ์
-มีความโง่เขลา(ญาฮิล) ต่อเจตนารมณ์แห่งบัญญัติ(มะกอศิด อัชชะรียะฮฺ)

ตอบ

อันนี้โดนวะฮาบีย์เต็มๆ เพราะเจตนารมณ์แห่งญัญญัตินั้น มีอยู่ 5 ประการ หนึ่งในนั้น คือ รักษาไว้ซึ่งสติปัญญา แต่วะฮาบีย์ไม่ยอมให้สติปัญญามาพิจารณาในหลักฐาน ผมไม่ทราบว่าอัลเลาะฮฺสร้างสติปัญญามานั้นไว้ทำอะไร เราก็ขอตอบว่าไว้คิดพิจารณาในหลักการ แต่วะฮาบีย์ห้ามสติปัญญามาแตะต้องหลักฐานอัลกุรอานและซุนนะฮฺ ทั้งที่อัลกุรอานส่งเสริมให้ใช้สติปัญญา แต่ต้องอยู่ในกรอบของหลักการและหลักของศาสนา แต่วะฮาบีย์มีหลักการที่กลัวเหตุผล กลัวสติปัญญา เพราะพวกเขาไม่สามารถให้คำตอบได้ และในที่สุดพวกเขาก็มีหลักการที่ไม่กินกับปัญญา ทั้งหลักการของอัลอิสลามนั้น มีมาเพื่อมนุษย์ชาติ ที่กินกับปัญญาของมนุษย์ทั่วไป หากเราไปถามว่า ก่อนอัลเลาะฮฺสร้างอะรัชนั้น อัลเลาะฮฺอยู่ใหน ? วะฮาบีย์เขาไม่กล้าตอบ หาว่าคนที่ถามนั้น เอามาปัญญามาอยู่เหนือหลักฐาน แต่ความจริงแล้ว พวกเขาต้องการจะปกป้องอิบนุตัยมียะฮฺที่ความเห็นว่า อะรัชมันก่อดีม มีมาแต่เดิมพร้อมๆกับอัลเลาะฮฺ ( القدم النوعى ) ซึ่งแบบนี้มันขัดกับอัลกุรอานและซุนนะฮฺโดยแท้ ทั้งที่อัลกุรอานนั้น ลงมาเป็นภาษาอาหรับ แต่วะฮาบีย์กลับไม่มาสติปัญญามาคิดอธิบายและความลึกซึ่งในภาษาอาหรับที่อัลกุรอาน อัลเลาะฮฺทรงตรัสว่า

إنا أنزلناه قرانا عربيا لعلكم تعقلون

ความว่า " แท้จริงเราได้ทำการประทานคำภีร์อัลกุรอานที่เป็นภาษาอาหรับแก่เขา เพื่อพวกท่านจะได้ใช้ปัญญาคิดพิจารณา " ยูซุฟ 2

แต่วะฮาบีย์ไม่ยอมใช้ปัญญาคิดครับ
ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7167
ข้อความ: อ้างอิงจาก IRF

-มีสภาพเป็นกลุ่มเป็นพวก และแตกแยกออกจากความเป็นญะมาอะฮฺ

ตอบ

บรรดาซอฮาบะฮฺที่มีเป็นเผ่า มีเป็นกลุ่มเป็นพวก มีเป็นญะมาอะฮฺ แล้วพวกเขาเป็นพวกบิดอะฮฺหรือไม่ครับ ??? และคำว่าญะมาอะฮฺนั้น คือชนส่วนมาก แล้ววะฮาบีย์ก็พยายามกล่าวหาใส่ร้ายว่า สิ่งที่ชนส่วนมากดำเนินอยู่นั้น และพยายามแยกตนเองออกมาจากญะมาอะฮฺ โดยมีนโยบายที่ว่า "ให้หลีกห่างจากพวกบิดอะฮฺตามทัศนะของพวกเขา " ความจริงพวกวะฮาบีย์ต่างหากที่แยกตัวออกจากญะมาอะฮฺที่เป็นชนส่วนใหญ่ แล้วยังไม่พอ พวกเขายังพยายามนำคนส่วนใหญ่ออกจาก ความเป็นซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ แล้ววะฮาบีย์อ้างตัวเองว่า พวกเขานี่แหละครับอะฮฺลิสซุนนะฮฺแท้จริง แบบนี้มันจะกินกับปัญญาและสภาพความเป็นจริงหรือครับ ? คุณไออาเอฟ

ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129
วันที่ส่ง: 10.12.2005 2:06:46

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:33 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7168
ข้อความ: อ้างอิงจากคุณ IRF

-ชอบโต้แย้งและหาเรื่องทะเลาะวิวาท

ตอบ

ฮ่าๆ ลักษณะนี้ วะฮาบีย์รับไปเต็มๆ ประชาชาติอิสลามอยู่กันดีๆ กลับมีวะฮาบีย์อ้างตัวเองว่า คือผู้ดำเนินตามนบีอย่างแท้จริง แม้กระทั้งเรื่องเล็กน้อย เช่นเรื่องกุนูต วะฮาบีย์กลับชวนทะเลาะกล่าวหาว่าทำแล้วเป็นบิดอะฮฺ ซึ่งอย่างนี้มีให้เห็นในเมืองไทย และพวกวะฮาบีย์กล่าวหาว่า นั่นบิดอะฮฺ นี่บิดอะฮฺ จนกระทั้งกล่าวว่า อัลอะชาอิเราะฮฺซึ่งเป็นมุสลิมส่วนใหญ่ของโลกอิสลาม พวกวะฮาบีย์ก็กล่าวหาว่าเป็นพวกบิดอะฮฺไปเสียแล้วครับ แบบนี้เขาไม่เรียกว่าพวกชวนทะเลาะและชอบโต้แย้งหรือครับ ??

ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129
วันที่ส่ง: 10.12.2005 2:07:11

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
al-azhary
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/06/2005
ตอบ: 573
ที่อยู่: อียิปต์

ตอบตอบ: Sat Dec 10, 2005 2:34 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

No. : 7169
ข้อความ: อ้างอิงจากคุณ IRF

-ชอบทำตามอารมณ์

ตอบ

ชัดเจนอย่างยิ่งสำหรับวะฮาบีย์ ขนาดว่า อากิดะฮฺของอบูหะนีฟะฮฺ ที่มีสายรายงานที่เมาฏั๊วะ วะฮาบีย์ก็ยังใช้อารมณ์ โดยไม่ยอมรับฟังอยู่อย่างนั้นแหละครับ เพราะอารมณ์ ใฝ่ต่ำมาครอบงำ ดูตัวอย่างจากคุณ ไออาเอฟนี้แหละครับ ชัดเจนยิ่ง

อ้างอิงจากคุณ IRF

-ชอบใช้ความคิดตนเองเหนือหลักฐาน

ตอบ

ใช้ความคิดตนเองเหนือหลักฐานนั้นไม่ได้ แต่วะฮาบีย์ไม่ยอมใช่ความคิดนะซิครับ มันหดหู่ ไม่ยอมรับฟัง ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนคนหูหนวกบอกใบ้
อัลเลาะฮฺทรงตรัสว่า

ان شر الدواب عند الله الصم والبكم الذين لا يعقلون

ความว่า" แท้จริง สัตว์เดรฉานที่เลวร้ายที่ ณ ที่อัลเลาะฮฺคือ ผู้ที่หนวกและใบ้ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช้สติปัญญาคิดพิจารณา "

ผู้ส่ง: al-azhary : IP : 196.205.129.129
วันที่ส่ง: 10.12.2005 2:07:48

_________________
นักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 21, 22, 23 ... 26, 27, 28  ถัดไป
หน้า 22 จากทั้งหมด 28

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004