ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อิสลามมีอะไรเสนอท่าน
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อิสลามมีอะไรเสนอท่าน
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หะลาล-หะรอม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Tue May 17, 2005 8:00 am    ชื่อกระทู้: Re: อิสลามมีอะไรเสนอท่าน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

" " " สัญญาของอัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะไม่ทรงบิดพริ้วสัญญาของพระองค์ แต่ว่ามนุษย์ส่วนมากนั้นไม่ทราบ " " "
บรรดาผู้ปฎิเสธทุกคน ตระหนักดีว่า มุฮัมมัด เป็นบุคคลที่ชาญฉลาด เขาจะไม่เอาตัวของเขาเสี่ยงใน
สถานการณ์เช่นนี้หากเขาไม่ปักใจเชื่ออย่างแน่นอนในพระราชโองการจากพระผู้อภิบาลของเขา
และแล้วกาลเวลายังมิทันผ่านพ้น 7 ปี สัญญาของพระเจ้าก็เป็นจริง ดังดำรัสของพระองค์ บรรดาผู้ศรัทธา
ต่างก็ชัยโยโห่ร้องแสดงความดีใจ ความสัตย์จริงของท่านศาสนทูตก็ได้ปรากฎขึ้น ผู้คนต่างก็ทยอยเข้ารับ
อิสลามกันเป็นกลุ่มๆ
2 . ในสมัยท่านรอซูลนั้น มีการพยยามบ่อยครั้งจากกลุ่มมุชรีกีนกับชาวยิว เพื่อลอบสังหารท่านด้วยวิธีการรบ
และการประทุษร้านจนในที่สุด ได้มีโองการจากอัลลอฮฺลงมาสัญญากับท่านว่าเหล่าศัตรูของเจ้าจะไม่สามารถ
เข้าถึงเจ้าได้ พระองค์ตรัสว่า
" " " และจงระลึกถึงเวลา เมื่อเรากล่าวแก่เจ้าว่า แท้จริง พระผู้อภิบาลของเจ้าได้ทรงปกป้องเจ้าจากหมู่มนุาย์ " " "
( อัลอิสรอห์ ที่60 ) และพระองค์ตรัสอีกว่า
" " " ร่อซูล(มุฮัมมัดเอ๋ย ) จงเผยแผ่สิ่งที่ถูกประทานมายังเจ้า จากพระผู้อภิบาลของเจ้า และถ้าเจ้าไม่ทำตาม
เจ้าก็ไม่ได้เผยแผ่สารของพระองค์ อละอัลลอฮฺจะทรงปกป้องเจ้าจากหมูมนุษย์ " " " (อัล มาอิดะห์ ที่67 )
หลังจากโองการนี้ประทานลงมา ท่านร่อซูลได้สั่งบรรดาสาวกที่คอยอารักขาท่านว่า
" " สาวกเอ๋ย จงออกไปจากเราได้แล้ว เพราะแท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงปกป้องเราแล้ว " " บันทึกโดย ติรมิซีและฮากิม
แน่นอนได้มีแผนประทุษร้ายแก่ท่านหลายครั้ง แต่พระองค์อัลลอฮฺทรงทำลายแผนการนั้นๆ เพื่อให้สมจริงดัง
คำสัญญา หลังยุคท่านร่อซูล คอลีฟะห์สามท่านถูกฆ่าตายทั้งที่อิสลามเข้มแข็งและศรัทรูอ่อนกำลังลง
และระบบป้องกันภัยในสมัยคอลีฟะห์ก็มีมากกว่าในสมัยของท่านร่อซูล แต่ด้วยการคุ้มครองของพระเจ้า
มุฮัมมัดศาสนทูต ของพระองค์จึงรอดพ้นมือเหล่าร้ายมาได้ และดำเนินการเผยแผ่จนสำเร็จโดยปราสจาก
ผู้คุ้มกัน ทั้งนี้เพราะมั่นใจในสัญญาของพระองค์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Tue May 17, 2005 8:05 am    ชื่อกระทู้: Re: อิสลามมีอะไรเสนอท่าน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

3 . บรรดาศาสนทูตยุคก่อนนั้นถูกส่งมาในโลกเป็นลำดับติดต่อกัน แต่ทว่า ตั้งแต่ มุฮัมมัด ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ
ได้ปรากฎขึ้นนั้น บรรดาศาสนทูตก็ขาดตอน สมจริงดังดำรัสของพระองค์ที่ว่า
" " " มุฮัมมัดมิเคยเป็นบิดาของผู้ใดในหมู่บุรุษของสูเจ้า แต่เขาเป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺและเป็นนบีคนสุดท้าย
( ที่พระองค์ อัลลอฮฺทรงประทับตราสารต่างๆจากพระองค์ ) อัล อะหฺซาบ ที่40 )
และนี่เป็นเรื่องลี้ลับอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหลายยุคหลังจากท่าน นบี ยอมรับและยืนยันว่า ไม่มี นบีอื่นจากมุฮัมมัด
ศาสนทูตคนสุดท้ายของโลก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Wed Jun 15, 2005 8:28 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

" " ความมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยี่ของอัลกุรอาน " "
อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " ในไม่ช้าเราจะให้พวกเขาเห็นสัญญาณทั้งหลายของเราในนานาเขตอันกว้างไกล
และในตัวของพวกเขาจนกระทั่งประจักษ์ชัดแก่พวกเขาว่ามัน(อัลกุรอาน)เป็นความจริง
(ที่มาจากอัลลอฮฺ) พระผู้อภิบาลของเจ้านั้นยังมิเพียงพออีกหรือ? ในการพยานต่อทุกๆสิ่ง " " "
(ฟุซซิลัด ที่53) และแล้วสัญญาณจากพระผู้อภิบาลของเรา ก็เป็นจริงในยุคนี้ บรรดาผู้ปฎิเสธ
ได้เห็นสัญญาณต่างๆของพระองค์ในโลกกว้างนี้ พวกเขาได้เห็นเครื่องมือและกลไกอันทันสมัย
เช่น เคื่องบิน และเรือดำน้ำ ซึ่งไม่เคยปรากฎในยุคก่อนๆนั้นย่อมเป็นหลักฐานอันชัดแจ้งว่า
อัลลอฮฺ ทรงเป็นผู้บอกให้มุฮัมมัดทราบถึงสิ่งลี้ลับต่างๆ เหล่านี้ในครั้งที่ยังไม่มีเทคโนโลยี่ เครื่องบิน
และนี่ก็เป็นสีสันหนึ่งของความมหัสจรรย์ของ อัลกุรอานที่แจ้งให้บรรดาผู้ประฎิเสธในยุคไฮเทคทราบ
อย่างชัดเจนถึงความสัตย์จริงของมุฮัมมัด และความเที่ยงธรรมของศาสนาอิสลาม
" " ตัวอย่างความมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยี่ของ อัลกุรอาน " "
1 . ไม่มีใครเคยบอกเลยว่า กำเนิดของฟ้าและดวงดาวน้อยใหญ่ นั้นคือกลุ่มควัน จนกระทั่งเทคโนโลยี่
ได้ก้าวหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า ดวงดาวน้อยใหญ่นั้น ยังคงก่อตัวของมันมาจากกลุ่มควัน
จนถึงทุกวันนี้ อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " ต่อมาพระองค์ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า ขณะที่มันเป็นไอหมอก และพระองค์ได้ตรัสแก่มันและแผ่นดินว่า
ทั้งสองจงมาจะโดยเต็มใจหรืออิดเอื้อนก็ตาม ทั้งสองทูลตอบว่า ข้าพระองค์มาอย่างเต็มใจ " " " (ฟุซซิลัด ที่11)
2 . และนักวิทยาศาตร์พบว่าดวงดาวต่างๆในท้องฟ้ายังคงถูกสร้างอยู่เนืองๆ นครแห่งดวงดาวนั้น ต่างอยู่
ห่างไกลกันด้วยเหตุนี้จึงทราบได้ว่า อาณาเขตของฟ้านั้นยังขยายอยู่เนืองๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Wed Jun 15, 2005 8:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " และฟ้านั้นเราได้สร้างมันด้วยพระหัตถ์(อำนาจ) และแท้จริงเราเป็นผู้ทรงทำให้ไพศาล " " "
(ฟุซซิลัด ที่47)
3 . และในระยะหลังนั้นพวกเขาพบว่า ดวงจันทร์นั้นเคยลุกโชติช่วง ต่อมาก็ดับ ไร้แสง และแสงจันทร์
ตอนกล่างคืนนั้นเป็นเพียงแสงสะท้อนมาจากดวงดาวอื่นนั้นก็คือดวงอาทิตย์ อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " และเราได้ทำกลางคืนและกลางวันเป็นสองสัญญาณ แล้วเราได้ดับสัญญาณของกลางคืน
และเราได้ทำให้สัญญาณของกลางวันเป็นที่สว่าง " " " (อัล อิสรอฮฺ ที่12)
นักอธิบายกุรอาน กล่าวว่า "สัญญาณของกลางคืนคือ ดวงจันทร์ และสัญญาณของกลางวัน
คือดวงอาทิตย์ และ อิบนิอับบาส กล่าวว่า ดวงจันทร์นั้นเคยส่องแสงเช่นดวงอาทิตย์
นักอธิบายกุรอานกล่าวว่า "ความหมายของประโยคที่ว่า " และแล้วเราได้ดับสัญญาณของคืน คือ
ดับแสงของมัน " ต่อมา กุรอานได้กล่าวถึง ดวงจันทร์กับตะเกียงของมันคือ ดวงอาทิตย์ พระองค์ตรัสว่า
" " " ทรงจำเริญยิ่ง พระผู้ทรงบันดาลหมู่ดาวในท้องฟ้าและในมันนั้น พระองค์ทรงบันดาลตะเกียง(ดวงอาทิตย์
มีแสงกล้า) และดวงจันทร์มีแสงนวล " " " (อัลฟุรกอน ที่61)
โปรดสังเกต อัลลอฮฺตรัสว่า "ซิรอยัน" แปลว่าตะเกียงหนึ่งดวงซึ่งหมายถึง ดวงอาทิตย์ หากว่าดวงจันทร์
ส่องแสงด้วยตัวมันเองแล้วไซร้พระองค์คงตรัสว่า "ซิรอยัยนิ" แปลว่า ตะเกียงสองดวง คือดวงอาทิตย์และ
ดวงจันทร์ พระองค์จะไม่ตรัสว่า ตะเกียงดวงเดียว
4 . มนุษย์เคยคิดว่า ผู้ที่ขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นคงจะหายใจได้สะดวก ครั้นเมื่อมนุษย์สามารถสร้างยานอวกาศ
ขึ้นสู่ท้องฟ้ามนุษย์นั้นได้พบว่า เขารู้สึกอึดอัดเนื่องจากยิ่งขึ้นสูงมากเท่าไร อากาศก็ยิ่งน้อยลงมาเเท่านั้น
เพราะเบื้องบนนั้นเป็นห้วงอวกาศ(ไม่มีอากาศ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Wed Jun 15, 2005 8:33 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " ดังนั้นผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์จะนำทางเขา(เนื่องจากเขารักดี) พระองค์จะทรงเปิดหัวอกของเขา
เพื่ออิสลาม และผู้ใดที่พระองค์ทรงปรารถนาจะให้เขาหลงทาง(เนื่องจากเขารักชั่ว) พระองค์จะทรง
ทำให้หัวใจของเขาแคบอึดอัด ประหนึ่งเขาขึ้นสู่ท้องฟ้า " " " (อันอาม ที่125)
5 . ไม่มีใครสักคนเคยคิดว่า ขุนเขานั้นจะเจาะรากลึกไปในดินเหมือนเสาหลัก จนกระทั้งมีผู้ค้นพบว่า
ใต้ชั้นของพื้นดินแข็งที่เราอาศัยอยู่นี้มีพื้นดินที่อ่อนเหนียวอยู่ข้างล่าง และใต้ขุนเขานั้นมีรากเง่าอยู่ใน
ดินชั้นนี้ และยึดแผ่นดินนี้ให้พ้นจากการสั่นสะเทือน อันเนื่องจากความอ่อนเหนียวของดินชั้นล่าง
พระองค์อัลลอฮฺตรัสว่า " " " และเราให้ขุนเขานั้นเป็นหลัก " " " (อันนะบะฮฺ ที่7) และพระองค์ตรัสอีกว่า
" " " และเราได้บันดาลให้มีเทือกเขาอันมั่นคงอยู่ในแผ่นดิน เพื่อมันจะได้ไม่ทำให้พวกเขาสั่นสะเทือน " " "
(อัน อัมบิยา ที่31)
6 . นักค้นคว้าพบว่า น้ำฝนเมื่อตกลงมาแล้วจะทำให้พืชงอกเงย และพืชนั้นจะผลิดเยือสีเขียวซึ่งเป็น
จุดก่อตัวของเมล็ดและผล อัลลอฮฺตรัสว่า
" " "และพระองค์ผู้ทรงให้ฝนหลั่งลงมาจากเมฆฟ้า และด้วยมันนั้นเราได้ให้พันธุ์พืชทุกชนิดงอกออกมา
และจากพันธุ์พืชนั้น เราได้ให้เยื่อสีเขียวงอกออกมาจากเยื่อสีเขียวนั้น เราได้ให้เมล็ดที่เรียงซ้อนผลิดออกมา
(อัล อันอาม ที่99)
7 . นักค้นคว้าพบว่า ในบรรดาพืชพันธุ์ทั้งหมดนั้นจะเป็นคู่ๆ(ผู้และเมีย) ซึ่งไม่มีใครเคยทราบเรื่องนี้มาก่อน
อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระผู้ได้ทรงสร้างคู่ทุกๆคู่ ทั้งจากแผ่นดินงอกเงยขึ้นมา จากตัวของพวกเขา
และจากสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ " " " (ยาซีน ที่36)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Wed Jun 15, 2005 8:35 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

8 . วงการแพทย์พบว่า แท้จริงศูนย์รวมความรู้สึกเจ็บนั้นอยู่ที่หนัง ฉนั้นมนุษย์รู้สึกเจ็บเมื่อปัก
เข็มฉีดยาเข้าไปในหนังครั้นเมื่อมันเลยไปถึงเนื้อ ความเจ็บก็จะอันตรธานหายไป และอัล กุรอาน
ได้แจ้งว่า ความรู้สึกเจ็บเกิดขึ้นบริเวณหนัง พระองค์ตรัสว่า
" " " แท้จริง บรรดาผู้ปฎิเสธโองการทั้งหลายของเราต่อไป เราจะให้พวกเขาเข้าไปในไฟนรกคราใด
ที่ผิวหนังของพวกเขาสุกไหม้ เราจะเปลี่ยนผิวหนังอื่นจากนั้นแก่พวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้ชิมการลง
โทษอยู่เนืองๆ แท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ " " " (อันนิสาอฺ ที่56)
9 . นักค้นคว่ายังพบสิ่งที่น่ามหัศจรรย์อีก กล่าวคือ น้ำนมในปศุสัตย์นั้น ถูกกลั่นมาจากระหว่างมูล
ในลำไส้ที่ละเอียด และกากที่เหลือนั้นจะคงอยู่ในลักษณะของอุจจาระและอื่นๆ หลังจากที่มันเป็นมูลที่เหลว
ต่อมาสารอาหารต่างๆจะเข้าไปในเลือด แล้วน้ำนมก็ถูกกลั่นออกมาจากเลือดไปเก็บอยู่ในรังนม
ซึ่งเป็นการกลั่นที่ผ่านสองขั้นตอน คือจากมูลในกระเพาะกลายมาเป็นเลือดและจากเลือดกลายเป็น
น้ำนมบริสุทธิ์ น่ามหัศจรรย์ อิสลามนั้นบอกว่า มูลอุจจาระและเลือดนั้นเป็นนะยิส(สกปรก)
แต่จากทั้งสองนั้นมีสิ่งที่สะอาดถูกหลักอนามัย ถูกกลั่นออกมา นั้นคือน้ำนม
อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " และแน่นอนยิ่ง ในปศุสัตย์นั้นมีเครื่องเตือนใจแก่พวกเจ้า เราให้พวกเจ้าดื่มน้ำนมบริสุทธิ์โอชาแก่ผู้ดื่ม
ซึ่งมาจากระหว่างมูล(ในลำใส้)และเลือดที่อยู่ในท้องของมัน " " " (อันนะฮฺลุ ที่66)
10 . มนุษย์ไม่เคยทราบว่า แท้จริงในทะเลนั้นนอกจากมีคลื่นบนผิวน้ำแล้วยังมีคลื่นใต้น้ำอีกต่างหาก
และพวกเขาไม่ทราบอีกว่า ในก้นมหาสมุทรนั้นมืดมิด และพระเจ้าทรงบันดาลไฟฉายให้แก่หมู่มัจฉา
ส่องในความมืดนั้น
ไม่มีใครทราบว่า ระลอกคลื่นได้กระจายแสงที่ส่องมาจากข้างบน แล้วปฎิสนธิเป็นความมืดทำหน้าที่ประหนึ่ง
ก้อนเมฆกันแสงเลเซ่อร์มิให้เล็ดรอดไปสู่เนื้องล่าง แต่ความเร้นลับทั้งหมดนี้ อัลลอฮฺตรัสรวมไว้ในโองการเดียว
" " " หรือ (การหลงทางของบรรดาผู้ปฎิเสธนั้น) ประหนึ่ง ความมืดทึบทั้งหลายในทะเลน้ำลึกคลื่นซ้อนคลื่น
ปกคลุมเหนือมัน เหนือคลื่นนั้นมีเมฆ นี่มันเป็นความมืดที่ทับถมกัน (จากความมืดของทะเล คลื่นและเมฆ)
เมื่อเขา(ผู้เห็นเหตุการณ์)ชูมือของเขา เขาแทบมองไม่เห็นมัน ผู้ใดที่อัลลอฮฺมิทรงประทานแสงสว่างให้
ผู้นั้นก็ย่อมไร้ซึ่งแสงสว่าง " " " (อัน นูร ที่40)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
jackya
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 01/03/2005
ตอบ: 4


ตอบตอบ: Thu Jun 16, 2005 1:11 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความลี้ลับหลากหลายทั้งในท้องฟ้า ก้นทะเล ใต้ดิน ในท้องสัตว์ ในพืชและในตัวของมนุษย์นั้นมนุษย์ชาติไม่เคยรู้จักมาก่อนนอกจากในยุคนี้ หลังจากที่สามารถผลิตอุปกรณ์อันทันสมัยมีประสิทธิภาพในการค้นคว้าสิ่งลึกลับต่าง ๆ เหล่านี้
ในยุคที่ไม่มีเครื่องบิน เรือดำน้ำ และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เมื่อ 1400 กว่าปีมาแล้วนั้น ใครเล่าเป็นผู้เผยความลับต่าง ๆ เหล่านั้นให้แก่ มุฮัมหมัด บุตร อับดุลลอฮ์ แน่นอนทั้งหมดนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ให้แก่ปัญญาชนในอเมริกา รัสเซีย อินเดีย จีน ยุโรป และออสเตรเลีย ว่าคัมภีร์กุรอานนั้นถูกประทานมาโดยความรอบรู้ของอัลลอฮ์ผู้เป็นเจ้า อัลลอฮ์ตรัสว่า “ จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) ผู้ทรงรอบรู้ความลับในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินได้พระราชทานมันลงมา” (อัล ฟุรกอน 6)
นอกจากนั้นยังเป็นเครื่องพิสูจน์อีกว่า แท้จริง มุฮัมหมัด (ศล) นั้นเป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
jackya
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 01/03/2005
ตอบ: 4


ตอบตอบ: Thu Jun 16, 2005 1:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สัญญาณแห่งวันโลกาวินาศ (วันกิยามะห์)
อัลลอฮ์ได้ตรัสว่า “ อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่ลี้ลับ ฉะนั้นพระองค์จึงมี ทรงเปิดเผยสิ่งลี้ลับของพระองค์แก่ผู้ใดนอกจากร่อซูล (ศาสนทูต) บางคนที่พระองค์ทรงยินดี แล้วพระองค์จะส่งมะลาอิกะห์ ผู้เฝ้าสอดส่องทั้งข้างหน้าและข้างหลังของเขา “ (อัล ญิน 26)
มุฮัมหมัดได้แจ้งถึงสิ่งลี้ลับแห่งสัญญาณต่าง ๆ ของวันสิ้นโลกซึ่งสัญญาณนั้น ๆ ไม่เคยปรากฏนอกจากในยุคของเรานี้ นั้นเป็นการยืนยันว่า มุฮัมหมัดนั้นเป็นศาสนทูตที่แท้จริงของพระองค์อัลลอฮ์และวันสิ้นโลกนั้นมีจริงแน่นอน และวันนั้นมันก็ใกล้จะมาถึงแล้ว
และนี่คือสัญญาณต่าง ๆ ที่ได้ปรากฏแล้ว
ผลงานชิ้นใหญ่ ๆ ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน
ผลงานที่แปลก ๆ และยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ในโลกของระบอบการเมืองการปกครอง ในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรากฏการณ์ทั้งหลายในโลกซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในยุคก่อนนั้น แท้จริง มุฮัมหมัด ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ได้แจ้งไว้แล้วว่า “ วันสิ้นโลกจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าพวกท่านจะเห็นงานอันยิ่งใหญ่ซึ่งพวกท่านไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดมาก่อน “ (อัล ฮาดีซ)

คนเปลือยเท้าเปลือยกาย เลี้ยงแกะกับการแข่งขันกันสร้างตึกระฟ้า
ชนชาติที่ยากจนปราศจากรองเท้า เปลือยกายไม่มีเสื้อผ้าจะสวม ต้องอาศัยอาหารจากผู้อื่นประกอบอาชีพอะไรไม่เป็นอกจากเลี้ยงแกะ ผู้ที่มีสภาพเช่นนั้น ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่า เขาจะสามารถสร้าง แค่บ้านหลังเล็ก ๆได้ แต่มุฮัมหมัดได้บอกไว้เมื่อ 14 ศตวรรษกว่ามาแล้วว่าชนชาติเหล่านั้นจะกลายเป็นมหาเศรษฐีมีตึกระฟ้ากันมากมาย และบัดนี้สิ่งนั้นก็ได้เกิดขึ้นสมจริงดังที่ท่านนบีมุฮัมหมัดได้ประกาศไว้ หลังจากที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงโปรดปรานให้พวกเขาค้นพบทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะ น้ำมันดิบ (ทองคำดำ) จนกลายเป็นมหาเศรษฐีของโลก ปัจจุบันโลกยอมรับว่า สนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือสนามบินริยาด ประเทศซาอุดิอาราเบียดังที่มีบันทึกในหนังสือกันเนสบุ๊คออฟเวิลด์เรคคอร์ด
ท่านนบี ได้บอกว่า นั้นเป็นส่วนหนึ่งจากสัญญาณวันสิ้นโลก ท่านกล่าวว่า “ เมื่อไรท่านเห็นคนเปลือยเท้า เปลือยกายยากจนเลี้ยงแกะ แข่งขันกันในการสร้างตึกระฟ้า เมื่อนั้นท่านจงรอวันสิ้นโลก “ (บันทึกโดยบุคอรี และมุสลิม)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
jackya
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 01/03/2005
ตอบ: 4


ตอบตอบ: Fri Jun 17, 2005 10:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การปรากฏกลุ่มสตรีซึ่งพวกนางนั้นเป็นทั้งผู้ที่สวมและเปลือยในเวลาเดียวกัน

เป็นทั้งผู้โอนเอนและทำให้ผู้อื่นโอนเอน ศรีษะของพวกนางนั้นประหนึ่งตะโหงกอูฐเป็นการยากสำหรับเหล่าสาวกในยุคนั้นที่จะเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มสตรีที่ท่านร่ซูลกล่าวถึงว่า ยุคสุดท้ายนั้น พวกนางจะออกมาโดยที่พวกนางนั้นอยู่ในสภาพทั้งสวมเสื้อผ้าและโป๊เปลือย ผู้คนในสมัยนั้นต่างก็งงว่า มันจะเป็นอย่างไรผู้หญิงที่นุ่งผ้า และแก้ผ้าด้วยในเวลาเดียวกัน พวกเขาจินตนาการไม่ได้เพราะในยุคของพวกเขา ไม่เคยมีกลุ่มสตรีแต่งตัวพิเรน ๆ แบบนี้ แต่พฤติกรรมดังกล่าวนั้นได้เกิดขึ้นมากมายในยุคของเรานี้ กล่าวคือสตรีที่สวมเสื้อผ้าแต่คับรัดรูป บ้างก็ปักฉลุ หรือสวมชุดบางโปร่งแสงมองเห็นทรวดทรงทะลุปรุโปร่ง บ้างก็สวมชุดสั้นปิดบางแห่งและเปิดบางแห่งนอกจากนั้นในเวลาเดียวกันพวกนาง ยังมีอากัปกิริยาที่ยั่วยวน เอียงไปเอียงมา และทำให้ผู้อื่นเอียงตามไปด้วยนอกจากพวกนางจะโอน เอียงออกจากแนวทางอันเที่ยงธรรมแล้วเรือนร่างของพวกนางก็โอนเอียงอีกต่างหาก เนื่องจากพวก หล่อนนิยมสวมรองเท้าส้นสูงเมื่อพวก นางเดินก็จะยักคิ้ว ยักเอว ยักไหล่ เป็นเหตุให้พวกผู้ชายทนพิษเสน่ห์ ยั่วยวนไม่ได้จึงต้องชำเลืองเอียงตามไปด้วย และศรีษะของพวกนางประดุจตะโหงกอูฐที่เดินตะแคง โดยทำผมทรงที่ผู้เขียน เรียกว่าทรงกองฟาง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเรามานานแล้วสมจริงดังที่มูฮัมหมัด ศาสนทูตของพระองค์ได้ประกาศไว้เมื่อ 1400 กว่าปีมาแล้วท่านได้กล่าวว่า “ สองกลุ่มจากประชาชาติของฉัน ซึ่งเป็นชาวนรกฉันไม่เคยเห็นพวกเขา กลุ่มหนึ่งมีแส้เหมือนหางวัวใช้เฆี้ยนตีผู้คน (กลุ่มอิทธิพลที่กดขี่ข่มเหง) และกลุ่มสตรีที่นุ่งและแก้ (ในเวลาเดียวกัน) และเป็นผู้โอนเอนและทำให้ผู้อื่นเอียงศรีษะของพวกนางประหนึ่งตะโหงกอูฐที่เดินตะแคงพวกเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์และจะไม่ได้แม้แต่กลิ่นหอมของมันทั้ง ๆ ที่กลิ่นของมันนั้นพวยพุ่งไปไกลแสนไกล “ (บันทึกโดย อะห์หมัด และมุสลิม)
การแต่งกายของสตรีตามบัญญัติของอัลลอฮ์และสวยงามแบบที่มีสวรรค์เป็นหลักประกันอัลลอฮ์ได้ตรัสว่า “ (มูฮัมหมัดจงกล่าวแก่พวกนางว่า) และจงอย่าเปิดเผยอาภรณ์ของพวกนาง เว้นแต่สิ่งที่มันเปิดเผยเอง (โดยไม่เจตนา) และจงดึงผ้าคลุมศรีษะของพวกนางมาปิดหน้าอกของพวกนางด้าย “ (อัน นูร 31)

คงไม่ว่ากันนะครับคุณ abdulsalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Fri Jun 24, 2005 8:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ยินดีมากครับคุณjackya แต่จะให้ดีต้อง
ช่วยพิมพ์ให้จบ คิดว่าจะเป็นหนังสือเล่มเดียวกัน
ช่วยกันบ้างเช้ เหลืออีกนิดเดียวก็จบแล้ว
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
jackya
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 01/03/2005
ตอบ: 4


ตอบตอบ: Mon Jun 27, 2005 7:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ช่วยท่านสานต่อเจตนารมณ์ และได้ช่วยกันเผยแพร่อัลอิสลาม

เพราะฉะนั้น ผมก็ขอต่อจากคราวที่แล้วเลยก็แล้วกันเพื่อไม่ให้เสียเวลา

วัตถุพูดได้
ท่านร่อซูลุลลอฮ์ กล่าวว่า “ แท้จริงมันคือสัญญาณหนึ่งจากสัญญาณแห่งวันกิยามะห์(วันสิ้นโลก) คนหนึ่งจะออกไปและไม่ต้องกลับจนกว่าแตะทั้งสองและแส้ของเขาจะสนทนากับเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาที่อยู่ข้างหลัง “ (บันทึกโดยอะห์หมัด ติรมิซี และฮากิม)
รองเท้าแตะและแส้นั้นเป็นสสารวัตถุ ไม่เคยมีใครคิดว่าต่อไปมันนั้นจะพูดได้ แต่เดี๋ยวนี้ได้ประจักษ์แล้วว่าสสารนั้นพูดได้จริง ตามที่มูฮัมหมัดบอกไว้ นั้นก็คือ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ติดตั้งหรือมือถือ ทั้งไร้สายหรือไม่ไร้สาย เราสามารถสื่อสารกันได้ทั่วทุกมุมโลก แต่ทำไม ? มูฮัมหมัดจึงใช้คำว่าแตะ และแส้ไม่ใช้คำว่า วิทยุ โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์ คำตอบ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ ยังไม่มีในยุคของท่าน

การอวยพรกันด้วยการแช่งด่า และชายจะเหมือนหญิง และหญิงจะเหมือนชาย

อิสลามนั้นใช้ให้อวยพรที่ดี ๆ และใช้ให้อวยพรตอบที่ดีกว่าปวงมุสลิมได้ถือปฏิบัติแบบนี้กัน มาช้านาน จวบจนถึงยุคสมัยของเราปัจจุบันนี้ ได้มีมานานแล้ว ผู้ที่อวยพรกันด้วยการแช่งด่า แทนการกล่าวสลาม เช่น การอวยพรและทักทายกันด้วยคำว่า ยังอยู่อีกหรือ ? กูนึกว่าตายไปแล้ว ท่านร่อซูล (ศล) ได้กล่าวไว้ว่า
“ อันประชาชาตินั้นจะยังคงอยู่บนบัญญัติที่สง่างาม ตราบใดที่สามประการนี้ยังไม่ปรากฏขึ้นในหมู่พวกเขา “
1 ตราบใดที่ความรู้ (ศาสนา) ยังไม่ถูกเก็บ
2 ตราบใดที่ลูกชู้ ยังไม่มีมากในหมู่พวกเขา
3 ตราบใดที่พวกซะก็อรยังไม่ปรากฏในหมู่พวกเขาเหล่าสาวกทูลถามว่า พวกซะก็อรนั้นเป็นอย่างไร ? ท่านรอซูลตอบว่ากลุ่มเยาวชนที่จะเกิดขึ้นในยุคสุดท้าย ซึ่งการอวยพรระหว่างพวกเขา เป็นการแช่งด่าซึ่งกันและกัน (แทนการกล่าวสลาม)
(บันทึกโดย อะหมัด ฮากิมและ ต็อบรอนี)
และไม่เคยมีใครคิดว่า ต่อไปชายจะเหมือนหญิงและหญิงจะเหมือนชาย จนในที่สุดสิ่งอุบาทว์นี้ได้อุบัติขึ้นในสังคมของเราปัจจุบันจนบรรดาผู้ปกครองแทบตั้งตัวไม่ทัน
อันที่จริงเรื่องนี้ท่านรอซูลได้เรียนไว้ล่วงหน้าไว้แล้ว พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ท่านทราบล่วงหน้า
ท่านรอซูล(ศล) กล่าวว่า “ ส่วนหนึ่งจากสัญญาณใกล้วันสิ้นโลก คือ ชายละม้ายหญิง หญิงละม้ายชาย “ (บันทึกโดยอบูนะอีม ในหนังสืออัลฮิลยะห์และอื่น ๆ )
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Mon Jul 04, 2005 9:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เหล่าสาวกทูลถามว่า พวกซะก็อร นั้นเป็นอย่างไร? ท่านร่อซูลกล่าวตอบว่า กลุ่มเยาวชน
ที่เกิดขึ้นในยุคสุดท้าย ซึ่งการอวยพรระหว่างพวกเขา เป็นการแช่งด่าซึ่งกันและกัน
(แทนการกล่าวสลาม) บันทึกโดย อะฮฺมัด ฮากิม และต็อบรอนี
และไม่มีใครคิดว่า ต่อไปชายจะเหมือนหญิงและหญิงจะเหมือนชาย จนในที่สุดสิ่งอุบาทว์
นี้ได้ปรากฎขึ้นในสังคมของเราปัจจุบัน จนบรรดาผู้ปกครองแทบตั้งตัวไม่ทัน
อันที่จริงเรื่องนี้ท่านรอซูลได้เตื่อนไว้ล่วงหน้าแล้ว พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ท่าน
ทราบล่วงหน้า
ท่านร่อซูล กล่าวว่า
" " ส่วนหนึ่งจากสัญญาณใกล้วันสิ้นโลก คือ ชายละม้ายหญิง และหญิงละม้ายชาย " "
บันทึกโดย อบูนะอีม ในหนังสือ อัล ฮิลยะฮฺและอื่นๆ
6 . การกล่าวสลามเฉพาะบุคคล การค้าดาษดื่นตัดญาติขาดมิตร อ่านมากเขียนมากและพยานเท็จ
ทั้งหมดนี้อยู่ในวัจพจน์ของท่านร่อซูลที่ว่า
" " แท้จริงช่วงใกล้ๆวันกิยามะฮฺนั้นจะมีการกล่าวสลามเฉพาะบุคคล การค้าดาษดื่นจนกระทั้งภรรยา
จะช่วยสามีของนางทำการค้า ตัดญาติขาดมิตร ปากกาดาษดื่น(การอ่านการเขียนมากมาย)
เปิดเผยพยานเท็จและปิดปังพยานแท้ " " บันทึกโดย บุคอรี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Mon Jul 04, 2005 9:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

7 . กลุ่มหนึ่งจากประชาชาติของฉันยังคงอยู่บนสัจจะธรรม
ไม่ว่าความเสื่อมเสีย ความเหลวแหลกในสังคมจะมีมากสักปานใด พระองค์ทรงประสงค์
ที่จะคงไว้ซึ่งกลุ่มที่ยืนหยัดอยู่บนสัจจะธรรม นำหลักฐานอันเฉียบขาดเชิญชวนมนุษย์ชาติ
สู่ศาสนาของพระองค์ ยึดมั่นในคำภีร์ของพระองค์อัลลอฮฺ และแบบฉบับอันดีงามของท่าน
ร่อซูลลุ้ลเลาะฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
และนี่ก็เป็นสิ่งที่ประจักษ์ ไม่ว่าแห่งหนตำบลใด ที่นั้นต้องมีผู้เผยแผ่ศาสนาของอัลลอฮฺตาม
คำสอนของพระองค์ และแบบของท่านร่อซูล ท่านรอซูลกล่าวว่า
" " กลุ่มหนึ่งจากประชาชาติของฉัน จะยังคงตั้งมั่นอยู่บนสัจจะธรรม โดยผู้อคติพวกเขาจะไม่
สามารถทำอันตรายพวกเขาได้ จนกว่าจะมีพระบัญชาจากอัลลอฮฺมา " " (หมายถึงจนกระทั้ง
วันกิยามะฮฺ) บันทึกโดย มุสลิม ติรมิซี และอบูดาวู๊ด
อนึ่ง นี่เป็นเพียงเล็กน้อยที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺผู้เป็นเจ้าได้บอกไว้ มากมายก่อนสิบสี่ศตวรรษ
(1400กว่าปีมาแล้ว) ซึ่งยืนยันว่า มูฮัมมัดนั้นเป็นศาสนทูตที่เที่ยงธรรม มาแจ้งข่าวดีและข่าวร้าย
แก่พวกเขา วันนี้เราได้เห็นสัญญาณต่างๆของวันสิ้นโลก และแน่นอน? ต่อไปเราจะได้เห็นวันสิ้นโลก
เพราะผู้บอกเรื่องนี้เป็นคนเดียวกัน คือ มูฮัมมัดผู้สัจจริงและถูกรับรองความสัตย์จริง
" " ขออัลลอฮฺทรงโปรดปราณท่านและวงศ์วานของท่านด้วย อามีน " "
" " " บรรดาข่าวดีที่อยู่ในคัมภีร์ก่อนๆ " " "
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่จะอ้างว่า มูฮัมมัดเป็นผู้เขียนนามท่านและคุณลักษณะของท่าน
พร้อมทั้งเหตุการณ์ในยุคของท่านและประเทศของท่านไว้ในบรรดาคัมภีร์ที่ศักดิ์สิทธฺ
ของพวก ยะฮูดีย์และนัซซอรอนีย์ ซึ่งดังกล่าวนั้นย่อมเป็นการยืนยันได้ว่า ท่านเป็นศาสนทูต
ที่มาจากพระเจ้า ทั้งนี้เพราะเรื่องดังกล่าวนั้นได้ถูกบันทึกลงในคัมภีร์เหล่านั้น
ก่อนที่ท่าน นบีมูฮัมมัดเกิดหลายศตวรรษ
อัลลอฮฺตรัสว่า
" " " และแท้จริง(อัลกุรอาน)มันมีอยู่ในบรรดาคัมภีร์ของศาสนทูตก่อนๆ " " "(อัซ ซุอารอฮฺ ที่196)
และแน่นอน ข่าวดีเหล่านั้นเป็นเหตุให้หมู่ชนที่ไม่อคติของยะฮูดีย์ นัซซอรอนีย์ ยอมรับอิสลาม
แต่กลุ่มที่มีอคติกับมุฮัมมัดได้ทำการบิดเบือนและเปลี่ยนแปลงข่าวดีเหล่านี้ แต่ถึงกระนั้น
บรรดาข่าวดีนี้ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในคัมภีร์ของพวกเขา ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า
มุฮัมมัดนั้นเป็นศาสนทูตที่แท้จริง จวบจนทุกวันนี้ และข่าวดีดังกล่าวนั้นก็คือ
ยังมีต่อ อินชาอัลลอฮฺ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Thu Jul 14, 2005 10:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

" " " คัมภีร์เตารอต (ไบเบิลเก่า คัมภีร์ฮิบรู) " " "
ในคัมภีร์เตารอตได้ระบุว่า แท้จริง นบีองค์หนึ่งจะปรากฎที่ นครเม็กกะ(หมู่บ้านซึ่งกอยดัร
บุตรชายคนหนึ่งของ นบีอิสมาอีล อาศัยอยู่) กอยดัรนั้นตามคัมภีร์เตารอต เล่าว่าอาศัยอยู่ ณ
นครเม็กกะและนามของเขาจะได้รับการสรรเสริญในนครนี้ และเขาจะขี่อูฐเป็นพาหนะจะรบด้วยดาบ
เขาและสาวกของเขาจะได้รับชัยชนะ และจะได้รับอวยพรจากประชาชาติของเขาทุกวัน วันนั้นคือเวลาขอพร
ในการอ่าน ตะซะฮุตละหมาด และบรรดากษัตริย์แห่งเยเมนจะนำของมาถวาย และสัญลักษณ์แห่ง อำนาจ
ของเขาอยู่ที่ไหล่ของเขาขนาดเท่าไข่นกพิราบ และสัญลักษณ์นี้ก็มีที่ไหล่ของ มุฮัมมัดจริง คุณลักษณ์ต่างๆ
เหล่านี้ตรงกับคุณลักษณ์ของมุฮัมมัดทุกประการ
และในคัมภีร์เตารอตได้ระบุว่า พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงปรากฎแก่มนุษย์ ณ สถานที่ สามแห่ง กล่าวคือ
1. สินาย สถานที่ซึ่งมูซา(โมเซส) ถูกประทานคัมภีร์ เตารอต
2 . ซาอีร(เทือกเขาในแคว้นปาเลสไตน์) สถานที่ซึ่งคัมภีร์ อินยิล(ไบ เบิล) ถูกประทานแก่ อีซา(เจสัซ)
3 . เม็กกะ(ฟารรอน) สถานที่ซึ่งคัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมายัง มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
คัมภีร์เตารอตของยิว ปัจจุบันกล่าวว่า พระเจ้าเสด็จมาที่สินาย และส่องแสงแก่เราทางเทือกเขา ซาอีร
(ณ ดินแดนปาเลสไตน์ และทรงเป็นประกายทางเทือกเขาฟารรอน และฟารรอนนั้นเป็นชื่อเก่าของนคร
มักกะฮฺ ดังที่เตารอตเล่มเดียวกันได้กล่าวไว้ ในคัมภีร์พระธรรมเก่าที่ว่าด้วยกำเนิดของโลกและมนุษย์ 21.22)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Thu Jul 14, 2005 11:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นักวิจัยบางท่านพบว่า คัมภีร์ อัลกุรอานได้ชี้สถานที่ทั้งสามนี้ไว้ในบท อัตตีน พระองค์ตรัสว่า
" " " ขอสาบาลต่อมะเดื่อ มะกอก และภูเขาตูริซีนีน และเมืองที่ปลอดภัยนี้ " " " (บท อัตตีน ที่1ถึง3)
มะเดื่อ และมะกอก ชี้ถึงแหล่งกำเนิดของมันทั้งสองในปาเลสไตน์ ตูริซีนีน คือ สินาย
เมืองที่ปลอดภัยนี้ คือ เมืองมักกะฮฺ
ไบเบิลเบอร์นาบา บทที่ 220 ระบุว่า อีซา(เจสัซ) กล่าวแก่เหล่าสาวกว่า และเรื่องนี้จะคาราคาซัง
จวบจนกระทั้ง มุฮัมมัดศาสนทูต แห่งอัลลอฮฺมาถึง ซึ่งเมื่อเขามาถึงแล้วเขาจะแฉความโป้ปดนี้
แก่บรรดาผู้ศรัทธาต่อบัญญัติของอัลลอฮฺ
และในไบเบิลโยฮัน ระบุว่าอีซาได้บอกแก่เหล่าสาวกเกี่ยวกับ นบี(ศาสนทูต) ที่จะมาหลังจากเขา
อีซากล่าวว่า ฉันยังมีเรื่องอีกมากยังไม่ได้บอกแก่พวกเจ้า แต่บัดนี้พวกเจ้ามิสามารถทนต่อไปได้
เมื่อไร้วิญญาณแห่งสัจธรรมดังกล่าวมาถึง เขาจะนำพวกเจ้าสู่สัจธรรมทั้งหมด เพราะเขาจะไม่พูด
อะไรมาจากใจของเขาเอง หากแต่ทุกสิ่งที่เขาได้ยิน เขาจะพูดและเขาจะบอกพวกเจ้า ซึ่งหลากหลาย
เรื่องที่จะเกิด
และ นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม คือผู้มาหลังจากอีซา และเขาพูดตามพระราชโองการ
และบอกมนุษย์ชาติเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่จะเกิดขึ้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หะลาล-หะรอม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 8 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.08 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004