ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - การสังกัดมัซฮับ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
การสังกัดมัซฮับ
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Fri Feb 06, 2015 10:45 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


أساس دين الاسلام إنما هو العمل بكتاب الله وسنة رسوله صلى الله عليه وسلم ، هذا هو دين الاسلام ، وأصله وأساسه الكتاب والسنة ، فهما المرجع كل ما تنازع فيه المسلمون ، ومن رد التنازع الى غيرهما فهو غير مؤمن !! كما قال الله تعالى : ( فلا وربك لايؤمنون حتى يحكموك فيما شجر بينهم ثم لايجدوا في أنفسهم حرجا مما قضيت ويسلموا تسليما )
ولم يقل أحد من الأئمة اتبعوني فيما ذهبت اليه ، بل قالوا خذوا من حيث أخذنا

รากฐานของศาสนาอิสลาม คือ การปฏิบัติตามคัมภีร์ของอัลลอฮ และสุนนะฮของรอซูลของพระองค์ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เท่านั้น นี่คือ ศาสนาอิสลาม ที่มาและรากฐานของมันคือ อัลกิตาบและอัสสุนนะฮ แล้วทั้งสองประการนี้คือ ที่บรรดามุสลิมนำทุกประเด็นขัดแย้งกลับไป(ตัดสิน) , และผู้ใดนำปัญหาขัดแย้งไปยังอื่นจากทั้งสองนั้น เขาก็ไม่ใช่ผู้ศรัทธา ดังที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

فَلاَ وَرَبِّكَ لاَ يُؤْمِنُونَ حَتَّىَ يُحَكِّمُوكَ فِيمَا شَجَرَ بَيْنَهُمْ ثُمَّ لاَ يَجِدُواْ فِي أَنفُسِهِمْ حَرَجاً مِّمَّا قَضَيْتَ وَيُسَلِّمُواْ تَسْلِيماً
[4.65] มิใช่เช่นนั้นดอก ข้าขอสาบานด้วยพระเจ้าของเจ้าว่า เขาเหล่านั้นจะยังไม่ศรัทธาจนกว่าพวกเขาจะให้เจ้าตัดสินในสิ่งที่ขัดแย้งกันระหว่างพวกเขาแล้วพวกเขาไม่พบความ คับใจใด ๆ ในจิตใจของพวกเขาจากสิ่งที่เจ้าได้ตัดสินใจ และพวกเขายอมจำนนด้วยดี ,
......
ไม่มีบรรดาอิหม่ามท่านใด กล่าวว่า "จงปฏิบัติตามฉัน ในสิ่งที่ฉันได้แสดงทัศนะเอาไว้ แต่ตรงกันข้าม พวกเขากลับกล่าวว่า "จงเเอา ตามที่เราได้เอามา
จากหนังสือ هل المسلم ملزم بإتباع مذهب معين من المذاهب الأربعة

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Fri Feb 06, 2015 10:52 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

قال شيخ الإسلام ابن تيمية:
وإذا نزلت بالمسلم نازلة فإنه يستفتي من اعتقد أنه يفتيه بشرع الله ورسوله من أي مذهب كان، ولا يجب على أحد من المسلمين تقليد شخص معين من العلماء في كل ما يقول، ولا يجب على أحد من المسلمين التزام مذهب شخص معين من العلماء في كل ما يوجبه ويخبر به، بل كل أحد من الناس يؤخذ من قوله ويترك إلا رسول الله صلى الله عليه وسلم، واتباع شخص لمذهب بعينه لعجزه عن معرفة الشرع من غير جهته إنما هو مسوغ له، ليس هو مما يجب على كل أحد إذا أمكنه معرفة الشرع بغير ذلك الطريق، بل كل أحد عليه أن يتقي الله ما استطاع ، ويطلب علم ما أمر الله به ورسوله ، فيفعل المأمور ويترك المحظور. أ.هـ (مجموع الفتاوى 20/208-209).

และเมื่อมุสลิมประสบกับความยุ่งอยากลำบาก(ในกรณีคนอาวามค้นหาหลักฐานเองไม่ได้) ความจริง ให้เขาขอคำฟัตวา กับผู้ที่เขาเขื่อว่า เขาผู้นั้น ฟัตวา ตามบัญญัติของอัลลอฮและรอซูลของพระองค์ จากมัซฮับใหนก็ได้ที่มีอยู่ และไม่วาญิบแก่มุสลิมคนใด ให้ตักลิด(เชื่อตาม)คนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะจากบรรดาอุลามาอ ในทุกคำพูดที่เขากล่าว และไม่วาญิบแก่มุสลิมคนใด ยึดติดอยู่กับมัซฮับของบุคคลใดโดยเฉพาะ จากบรรดาอุลามาอ ในทุกสิ่งที่เขาว่าจำเป็น และที่เขาไห้เลือกมัน แต่ทว่า มนุษย์ทุกคน คำพูดของเขาถูกนำเอามาปฏิบัติและถูกะทิ้ง ยกเว้น คำพูดของท่านรซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และการที่บุคคลหนึ่ง ปฏิบัติตามมัซฮับ(ทัศนะ)ของบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะเขาไม่มีความสามารถ รู้เรื่องศาสนาได้อื่นจากวิธีนั้น แท้จริง มันคือ ส่วนหนึ่งจากสิ่งที่อนุญาตให้แก่เขาเทานั้น มันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นแก่ทุกคน เมื่อเขาสามารถ รู้ศาสนา ด้วยอื่นจากหนทางดังกล่าวนั้น แต่ทว่า ทุกคน จำเป็นจะต้องยำเกรงต่ออัลลอฮ เท่าที่เขาสามารถ และ เขาจะต้องแสวงหา ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ทรงใช้ แล้วปฏิบัติตามสื่งที่ถูกใช้ และละทิ้งสิ่งที่ถูกห้าม - วัลลอฮุอะลัม - อัลฟะตาวา 20/308-309
..............
นี้คือ แนวทางการตามมัซฮับ ไม่ใช่สังกัดมัซฮับ

ท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ กล่าวว่า

واتفقوا كلهم على أنه ليس أحد معصوماً في كل ما يأمر وينهى عنه إلا رسول الله صلى الله عليه وسلم، ولهذا قال غير واحد من الأئمة كل الناس يؤخذ بكلامه ويترك إلا رسول الله صلى الله عليه وسلم، وهؤلاء الأئمة الأربعة رحمهم الله قد نهوا الناس عن تقليدهم، وذلك هو الواجب عليهم، فقال أبو حنيفة: هذا رأيي فمن جاء برأي خير منه قبلناه، ومالك كان يقول: إنما أنا بشر أصيب وأخطئ، فأعرضوا قولي على الكتاب والسنة.. والشافعي كان يقول: إذا صح الحديث فاضربوا بقولي عرض الحائط.. والإمام أحمد كان يقول: لا تقلدوني ولا تقلدوا مالكاً ولا الشافعي، ولا الثوري وتعلموا كما تعلمنا (مجموع الفتاوى 20/1

และพวกเขา(อุลามาอฺ)ทั้งหมดเห็นฟ้องกันว่า ไม่มีคนใดได้รับการปกป้องจากความผิดพลาด(มะอฺศูม) ในทุกสิ่งที่เขาใช้ และเขาห้าม นอกจากท่านรซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเพราะเหตุนี้ บรรดาอิหม่ามหลายท่านได้กล่าวว่า "มนุษย์ทุกคน คำพูดของเขาถูกนำมา(ปฏิบัติ)และถูกทิ้ง นอกจาก รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ,และบุคคลเหล่านี้คือ บรรดาอิหม่ามทั้งสี่ (ขออัลลอฮเมตตาต่อพวกเขาเหล่านี้) แท้จริง พวกเขาได้ห้ามมนุษย์ไม่ให้ตักลิด(เชื่อตาม)พวกเขา และดังกล่าวนั้น(การห้ามตักลิด)คือ สิ่งที่วายิบแก่พวกเขา โดยที่อบูหะนีฟะฮได้กล่าวว่า"นี้คือ ความเห็นของข้าพเจ้า ดังนั้นผู้ใดนำมาซึ่งความเห็นที่ดีกว่ามัน เราก็รับมัน ,ปรากฏว่าอิหม่ามมาลิกกล่าวว่า"ความจริงข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง มีถูก มีผิด ดังนั้นจงนำคำพูดของข้าพเจ้ามาเสนอ(ตรวจสอบ)กับอัลกิตาบ(อัลกุรอ่าน)และอัสสุนนะฮ" ,อิหม่ามชาฟิอีย์กล่าวว่า"เมื่อหะดิษเศาะเฮียะ ก็จงฟาดคำพูดของข้าพเจ้าไปที่ผนังกำแพง และอิหม่ามอะหมัดกล่าวว่า"อย่าเชื่อตาม(ตักลิด)ข้าพเจ้า,อย่าตักลิดมาลิก,อย่าตักลิดชาฟิอีและอย่าตักลิดอัษเษารีย์ และพวกท่านจงเรียนรู้ ดังที่พวกเราเรียนรู้ - มัจญมัวะฟะตาวา เล่ม 20 หน้า 120
..............
ข้างต้นคือ แนวทางการตามมัซฮับ ไม่ใช่การสังกัดมัซฮับแบบหูหนวกตาบอด แต่ ตามในสิ่งที่มีหลักฐาน ไม่ใช่ยึดติดกับความเห็นของพวกเขา

قال عمر بن الخطاب رضي الله عنه: ثلاث يهدمن الدين: زلة عالم، وجدال منافق، وأئمة مضلون

ท่านอุมัร บุตร อัลคอฏฏอ็บ กล่าวว่า"สามประการที่ทำลายศาสนา คือ ความผิดพลาดของผู้รู้ ,การโต้เถียงของมุนาฟิกและบรรดาผู้นำที่หลงผิด - บันทึกโดยอัดดาเราะมีย์ ด้วยสายสืบที่เศาะเฮียะ 1/71

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Fri Feb 06, 2015 10:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

وقال أبو عبد الله بن خويز منداد البصري المالكي : التقليد معناه في الشرع الرجوع إلى قول لا حجة لقائلة عليه , وذلك ممنوع منه في الشريعة , والاتباع : ما ثبت عليه حجة . وقال في موضع آخر من كتابه : كل من اتبعت قوله من غير أن يجب عليك قبوله بدليل يوجب ذلك فأنت مقلده , والتقليد في دين الله غير صحيح , وكل من أوجب الدليل عليك اتباع قوله فأنت متبعه , والاتباع في الدين مسوغ , والتقليد ممنوع

และอบูอับดุลลอฮ บุตร คุวัยซฺ มันดาด อัลบะเศาะรี อัล-มาลิกีย์ กล่าวว่า " การตักลีด ความหมายในทางศาสนาคือ การกลับไปหาคำพูดใดๆ ที่ไม่หลักฐานสำหรับผู้ที่กล่าวคำพูดนั้น และดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งถูกห้ามในศาสนาบัญญัติ และคำว่า"อิตบาอฺคือ (การตาม)สิ่งที่ปรากฏหลักฐานยืนยัน และเขา(อบูอับดุลลอฮ)ได้กล่าวเอาไว้ในที่อื่นจากหนังสือของเขาว่า
" ทุกๆผู้ที่ท่านได้ตามคำพูดของเขา โดยไม่ได้จำเป็นแก่ท่านจะต้องรับรองเขา ด้วยหลักฐานว่าจำเป็นดังกล่าว ท่านก็คือ มุกอ็ลลิด(ผู้เชื่อตาม)เขา และการตักลีดในศาสนาของอัลลอฮนั้น ไม่ถูกต้อง และทุกผู้ที่ทำถูกต้องตามหลักฐาน ก็จำเป็นแก่ท่านต้องตามคำพูดของเขา ท่านก็คือ ผู้ที่เจริญรอยตามเขา และการอิตติบาอ(เจริญรอยตาม)ในศาสนานั้น เป็นสิ่งอนุญาต และการตักลิด(การเชื่อตาม)นั้น เป็นสิ่งต้องห้าม

- อะลามุลมุวักกิอีน เล่ม 1 หน้า 138 อัตตักลิด วัลอิตติบาอฺ ฟิดดีน

ومن ادعى وجوب تقليد العامي للمفتي فقد ادعى الباطل وقال قولا لم يأت به قط نص قرآن ولا سنة ولا إجماع ولا قياس , وما كان هكذا فهو باطل لأنه قول بلا دليل , بل البرهان قد جاء بإبطاله , قال تعالى ذاما لقوم قالوا : { إنا أطعنا سادتنا وكبراءنا فأضلونا السبيلا

และผู้ใดอ้างว่า คนอาวาม(คนทั่วไป)ต้องตักลิดตามมุฟตี แท้จริง เขาได้อ้างเรื่องเท็จ และเขาได้กล่าวคำพูด ที่ไม่ปรากฏหลักฐานจาก อัลกุรอ่าน อัสสุนนะฮ ,อิจญมาอฺและกิยาส แม้แต่น้อย และสิ่งที่ปรากฏเช่นนี้ มันเป็นเท็จ เพราะว่า แท้จริงมันเป็นคำพูดโดยปราศจากหลักฐาน แต่ตรงกันข้าม มีหลักฐาน ที่มาหักล้างมัน ,อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสไว้เป็นการตำหนิคนพวกหนึ่ง ซึ่งพวกเขากล่าวว่า(แท้จริงพวกเราได้เชื่อฟังหัวหน้าของเราและผู้อวุโสของเรา แล้วพวกเขาทำให้เราหลงทาง) - อัลมะหัลลา บิลอะษัร เล่ม 1 หน้า 85

وقد فرق أحمد بين التقليد والاتباع فقال أبو داود : سمعته يقول : الاتباع أن يتبع الرجل ما جاء عن النبي صلى الله عليه وسلم وعن أصحابه , ثم هو من بعد في التابعين مخير , وقال أيضا : لا تقلدني ولا تقلد مالكا ولا الثوري ولا الأوزاعي , وخذ من حيث أخذوا

และความจริง อิหม่ามอะหมัด ได้แบ่งแยกระหว่าง การตักลิด(การเชื่อตาม)และ การอิตติบาอฺ(การเจริญรอยตาม) โดยที่ท่านอบูดาวูดได้กล่าวว่า "ข้าพเจ้าได้ยินเขา(อะหมัด)กล่าวว่า "อัลอิตติบาอฺ คือ การที่คนนั้น เขาได้ตามสิ่งที่มาจากท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และจากบรรดาสาวกของท่าน หลังจากนั้น คือ ผู้ที่อยู่สมัยหลังจากนั้น ในการตามนั้น ให้มีทางเลือก และเขา(อะหมัด)ได้กล่าวไว้อีกว่า"อย่าตักลีดตามข้าพเจ้า,อย่าตักลิดตามมาลิก,อย่าตักลิดตามอัษเษารีย์และอย่าตักลิดตามอัลเอาซาอีย์ และให้เอา ตามที่พวกเขาเอามา -อะอฺลามุลมุวักกิอีน เล่ม 1 หน้า 139

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Fri Feb 06, 2015 10:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนุตัยมียะฮ(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

" قد ذم الله تعالى في القرآن من عدل عن اتباع الرسل إلى ما نشأ عليه من دين آبائه وهذا هو التقليد الذي حرمه الله ورسوله وهو : أن يتبع غير الرسول فيما خالف فيه الرسول ، وهذا حرام باتفاق المسلمين على كل أحد ; فإنه لا طاعة لمخلوق في معصية الخالق , والرسول طاعته فرض على كل أحد من الخاصة والعامة في كل وقت وكل مكان ; في سره وعلانيته وفي جميع أحواله . . . . وقد أوجب الله طاعة الرسول على جميع الناس في قريب من أربعين موضعا من القرآن .
وتقليد العاجز عن الاستدلال للعالم يجوز عند الجمهور . . . والتقليد المحرم بالنص والإجماع : أن يعارض قول الله ورسوله بما يخالف ذلك كائنا من كان المخالف لذلك " انتهى .

แท้จริงอัลลอฮซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตำหนิผู้ที่หันเหออกจากการปฏิบัติตามบรรดารอซูล ไปสู่สิ่ง เขาได้รับการปลูกฝังบนมัน จากศาสนาของบรรพบุรุษของเขา และนี้คือ การตักลิด(การเชื่อตาม)ที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ได้ห้ามไว้ กล่าวคือ การตามอื่นจากรอซูล ในสิ่งที่ขัดแย้งกับรอซูล และกรณีนี้ เป็นสิ่งต้องห้ามแก่ทุกคน โดยมติเห็นฟ้องของบรรดามุสลิม แท้จริง ไม่มีการเชื่อฟังมัคลูค(มนุษย์) ในการฝ่าฝืนต่อพระผู้สร้าง(อัลลอฮ) และการเชื่อฟังต่อรอซูลนั้น เป็นข้อบังคับแก่ทุกคน ทั้งที่เป็นบุคคลเฉพาะ หรือคนทั่วไป(คนอาวาม) ในทุกเวลาและสถานที่ ,ในที่ลับและที่เปิดเผย และในทุกสภาพการณ์ .......และความจริงอัลลอฮได้ทรงกำหนดให้ การตามรอซูล เป็นหน้าที่ แก่มนุษย์ทุกคน ซึ่งระบุไว้ประมาณ สี่สิบแห่ง จากอัลกุรอ่าน

และการตักลิด ของผู้ที่ไม่สามารถอ้างอิงหลักฐาน ต่อผู้มีความรู้นั้น เป็นที่อนุญาตในทัศนะนักปราชญ์ส่วนใหญ่ .....และการตักลิดที่ต้องห้าม โดยหลักฐาน จากตัวบทและ อัลอิจญมาอฺนั้น คือ การปฏิบัติที่สวนทางกับคำพูดของอัลลอฮและรอซูลของพระองค์ ด้วยสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งนั้น (การตักลิดนั้นต้องห้าม)ตราบใดเที่เขาเป็นผู้ขัดแย้งดังกล่าวนั้น
- มัจญมัวะฟะตาวา เล่ม 19 หน้า 260-266
.....................
เพราะฉะนั้นใครจะตามมัซฮับใหนก็ตาม ต้องตามในสิ่งที่ไม่ขัดแย้งกับคำพูดของอัลลอฮและรอซูล ไม่ใช่เชื่อตามสิ่งที่ปู่ยาตายายนับถือมาโดยอ้างมัซฮับ ที่ไม่ตรงกับคำสอนอัลลอฮและรอซูล

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Fri Feb 06, 2015 10:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอิบนุกอ็ยยิม (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
إن العامي لا يتصور أن يصح له مذهب ، ولو تصور ذلك لم يلزمه ولا لغيره ، ولا يلزم أحد قط أن يتمذهب بمذهب رجل من الأمة بحيث يأخذ أقواله كلها ويدع أقوال غيره ،وهذه بدعةٌ حدثت في الأمة لم يقل بها أحد من أئمة الإسلام ، وهم أعلى رتبة وأجل قدراً وأعلم بالله ورسوله من أن يلزموا الناس بذلك ،وأبعد منه قول من قال يلزمه أن يتمذهب بمذهب عالم من العلماء وأبعد منه قول من قال يلزمه أن يتمذهب بأحد المذاهب الأربعة . أعلام الموقعين 4/ 262

แท้จริง คนทั่วไป(คนอาวาม)นั้น อย่าได้คิดไปว่า มัซฮับของเขาถูกต้อง และถ้าเขาคิดไปอย่างนั้น เขาก็ไม่ยึดติดกับมันและไม่ยึดติดอื่นจากมัน และคนหนึ่งคนใด จะไม่ยึดติด โดยการสังกัดมัซฮับ ของคนใดจากจากอุมมะฮเท่านั้น โดยที่ยึดเอาคำพูดของเขาทั้งหมด และทิ้งบรรดาคำพูดของผู้อื่น และนี้คือ ?บิดอะฮ? ที่เกิดขึ้นในประชาชาตินี้ ,ไม่มีคนใดจากบรรดาผู้นำ(อิหม่าม)แห่งอิสลาม กล่าวอย่างนั้น (หมายถึงสังกัดมัซฮับโดยเฉพาะ) และพวกเขา คือผู้ที่อยู่ในฐานะที่สูงส่งและมีความเป็นเลิศ ในบารมี และมีความรู้ ในอัลลอฮและรอซูลของพระองค์ ยิ่งกว่า การทีพวกเขายึดติดอยู่กับมนุษย์ ด้วยดังกล่าวนั้น และ คำพูดของผู้ที่กล่าวว่า จำเป็นต้องสังกัดมัซฮับอุลามาอฺ ห่างใกลจากเขา(อิหม่ามแห่งอิสลาม) ยิ่งนัก และคำพูดของผู้ที่กล่าวว่า ต้องสังกัดมัซฮับหนึ่งมัซฮับใดจากสี่มัซฮับ ก็ห่างใกลจากเขายิ่งนัก(เช่นกัน) - ดูหนังสือ อะอฺลามุ้ลมุวักกิอีน เล่ม 4 หน้า 262
......................
สรุปจากคำพูดของท่านอิบนุกอ็ยยิม คือ การยึดติดกับมัซฮับใดมัซฮับหนึ่งโดยเฉพาะนั้น เป็น บิดอะอ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
หน้า 2 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.21 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004