ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - การเดินทางของมุสลิมะฮโดยไม่มีมะหรอม
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
การเดินทางของมุสลิมะฮโดยไม่มีมะหรอม

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หะลาล-หะรอม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Sat Jun 23, 2012 7:50 pm    ชื่อกระทู้: การเดินทางของมุสลิมะฮโดยไม่มีมะหรอม ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบว่า สำหรับผู้หญิงนั้น หน้าที่ของนาง คือ การอยู่กับบ้าน หากนางไม่มีสามีหรือผู้อุปการะ สังคมมุสลิมจะต้องรับภาระเลี้ยงดูนาง แล้วเมื่อนางมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางใกล นางก็จะต้องมีมะหรอม เดินทางไปด้วย ดังหะดิษที่เคยกล่าวแล้วคือ
ท่านนบี ศอลฯกล่าวว่า

لايحل لامرأة تؤمن بالله واليوم الآخر أن تسافر ثلاثاً إلا ومعها ذو محرم منها"

ไม่อนุญาตแก่สตรีใด ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮและวันสุดท้าย เดินทางสามวัน นอกจากมีมะหฺรอมของนางเดินทางพร้อมกับนางด้วย
رواه البخاري (2-468) ومسلم (1338).
หมายเหตุ คำว่า สามวัน ของการเดินทาง แต่จะพักกี่วัน กี่เดือน อันนี้ หะดิษไม่ระบุเอาไว้
ในรายงานของมุสลิม ระบุว่า “ไม่อนุญาตให้สตรีมุสลิมะฮ เดินทาง ระยะทางหนึ่งคืน นนอกจากจะต้องมีผู้ชายที่เป็นมะหรอมของนางเดินทางไปพร้อมกับนางด้วย

"لا يحل لامرأة تؤمن بالله واليوم الآخر أن تسافر مسيرة يوم وليلة وليس معها حرمة" رواه البخاري

ไม่อนุญาตแก่สตรี ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮและวันสุดท้าย เดินทางระยะทาง หนึ่งวันและหนึ่งคืน โดยไม่มีมะหรอมเดินทางพร้อมกับนาง – รายงานโดย บุคอรี
......................................................
ประเด็นที่นักวิชาการมีทัศนะไม่ตรงกัน คือ หากการเดินทางนั้นปลอดภัย จะอนุญาตไหม
- มัซฮับหัมบะลี หะนะฟี และ ซอฮิรียะฮ นั้น ไม่อนุญาต แม้ว่าการเดินทางนั้น จะไกล้หรือไกลก็ตาม
فأخذ هؤلاء وهم الحنابلة والأحناف والظاهرية. بالمنع من سفر المرأة دون محرم سواء قرب السفر أم بعد، شابة كانت المرأة أم عجوزاً، معها رفقة من النساء أم لا

- ส่วนมัซฮับชาฟิอี และ มะลีกี นั้น อนุญาต ให้เดินทางโดยไม่มีมะหรอมได้ หากการเดินทางนั้นปลอดภัย และมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย
وذهب الشافعية والمالكية إلى أنه يجوز لها أن تسافر بدون محرم إذا أمنت الطريق بوجود رفقة من نساء أو نحو ذلك.


ก. การเดินทางระยะสั้น
أن يكون السفر قصيراً ، فمذهب الحنفية جوازه من غير اشتراط محرم ـ
การเดินทางระยะสั้น มัซฮับหะนะฟียะฮ ถือว่าอนุญาต โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องมะหรอม
: "بدائع الصنائع" (2/124) ، و"حاشية ابن عابدين" (2/464،465) ـ

ข. การเดินทางใกล

قال ابن الملقن في : "الإعلام" (6/82) : "قال القاضي عياض : واتفق العلماء على أنه ليس لها أن تخرج في غير الحج والعمرة إلا مع ذي محرم إلا الهجرة من دار الحرب"أ.هـ. وكذا حكاه النووي في : "شرح مسلم" (9/148) عن عياض

อิบนุมุลักกิน กล่าวไว้ในหนังสือ อัล-เอียะลาม (6/124) ว่า อัล-กอฎี อิยาฎ กล่าวว่า “ บรรดานักวิชาการมีมติว่า ไม่อนุญาตแก่นางออกไป ในกรณีอื่นจากการทำฮัจญและอุมเราะฮ นอกจาก ต้องพร้อมกับมีมะหรอม(เดินทางไปด้วย) ยกเว้น กรณีอพยพจากเมืองของกาเฟรหัรบี (กาเฟรที่ทำสงครามกับมุสลิม) - และในทำนองเดียวกัน ท่านอิหม่ามนะวาวีย์ได้รายงานเอาไว้ใน ชัรหุมุสลิม (9/148)จากท่านอิยาฎ

أخرج البخاري (رقم 3006) ومسلم (رقم : 1341) عن ابن عباس رضي الله عنه قال : سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يخطب بقول : "لا يَخْلُونَّ رجل بامرأة إلا ومعها ذو محرم ، ولا تُسافِر امرأة إلا مع ذي مَحْرم" فقام رجل فقال : يا رسول الله إن امرأتي خرجتْ حَاجَّة وإني اكتُتبتُ في غزوة كذا وكذا . قال : انطلق فحُجّ مع امرأتك" . قال أبو العباس القرطبي في: "المفهم" (3/453) : " قوله : صلى الله عليه وسلم للرجل : "انطلق فحج مع امرأتك" هو فَسْخ لما كان التزم من المُضِيّ للجهاد . ويدل على تأكُّد أمر صيانة النساء في الأسفار" أ.هـ

บันทึกโดย บุคอรี (หะดิษ หมายเลข 3006)และมุสลิม(หะดิษหมายเลข 1341) จากอิบนิอับบัส (ร.ฏ) กล่าวว่า ข้าพเจ้า ได้ยินท่านรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวสุนทรพจน์ โดย กล่าวว่า “ผู้ชายจะไม่อยู่ตามลำพังกับสตรี นอกจากต้องมีมะหรอมอยู่พร้อมกับนาง และ สตรีจะไม่เดินทาง นอกจาก ต้องพร้อมกับมะหฺรอม แล้วชายคนหนึ่งลุกขึ้นกล่าวว่า โอ้ ท่านรซูลุลลอฮ แท้จริงภรรยาของข้าพเจ้าประสงค์จะออกไปทำฮัจญ โดยที่ตัวข้าพเจ้าถูกบันทึก(ถูกเกณฑ์)ให้ออกไปทำสงคราม อย่างนั้น อย่างนี้ ท่านรอซูลกล่าวว่า”ท่านจงออกไปทำฮัจญกับภรรยาของท่านเถิด
อบูลอับบัส อัลกุฏุบีย์ ได้กล่าวไว้ใน หนังสือ อัลมุฟฮัม (4/453) ว่า “คำพูดของท่านรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า “ท่านจงออกไปทำฮัจญกับภรรยาของท่านเถิด” คือ การยกเลิก หน้าที่จำเป็นจากการออกไปทำการสงคราม(ในทางของอัลลอฮ และแสดงให้เห็นถึง การเน้นหนักเรื่อง การดูแลบรรดาสตรี ในระหว่างเดินทาง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หะลาล-หะรอม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.07 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004