ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - เสวนาเรื่องมัซฮับ ของอะสัน หมัดอะดั้ม(บอร์ดมุสลิมไทยในอดีค)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เสวนาเรื่องมัซฮับ ของอะสัน หมัดอะดั้ม(บอร์ดมุสลิมไทยในอดีค)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 6:31 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมดีใจที่คุณไม่ลบคำตอบของผมอีกแล้ว ขอให้ทำเช่นนี้ทุกครั้ง เพื่อให้ผู้อ่านเป็นผู้ตัดสิน ผมขออย่างเดียวว่าอย่าตัดของผมทิ้งหรือตบแต่ง ซึ่งผมเชื่อคุณว่า คุณจะไม่ทำ
ผมบอกแล้วว่า ตรงนี้ผมพร้อมเสมอ สิ่งที่ผมนำเสนอมิใช่ความคิดของผมแต่อย่างใด แท้ที่จริงมันคือส่ิงที่นักวิชาการยอมรับ ขอฝากผู้อ่านทุกท่านวิจารณ์ได้ตามหลักวิชาการ
และผมขอโทษคุณอะสัน หากส่ิงนี้สร้างความอึดอัดให้คุณหลายวัน และหากมีคำพูดใดๆที่ผิดพลาดไป ผมขอมะอัฟจากคุณด้วย เพี่ยงแต่ส่ิงเหล่านั้นอย่างที่ผมบอกคือวิธีที่ผมได้รับรู้มาจากวิถีของพวกคุณอะสัน ผมจึงอยากให้เกิดภาพสะท้อนกลับไป ขอโทษอีกครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 10:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
ผมดีใจที่คุณไม่ลบคำตอบของผมอีกแล้ว ขอให้ทำเช่นนี้ทุกครั้ง เพื่อให้ผู้อ่านเป็นผู้ตัดสิน ผมขออย่างเดียวว่าอย่าตัดของผมทิ้งหรือตบแต่ง ซึ่งผมเชื่อคุณว่า คุณจะไม่ทำ


มันไม่มีประโยชน์ที่ผมจะทำอย่างนั้นครับ คุณตรวจสอบได้ แต่เวลาตอบผมก็จะตอบบางจุดที่ผมว่าควรตอบ เพราะผมไม่มีเวลามากนักต้องทำงานทั้งวัน เวลาว่างจากชั่วโมงสอนเด็ก จึงเฉียดเวลามาตอบ แต่ งานหลักต้องสำคัญกว่า เพราะเป็นผลได้ผลเสียกับนักเรียน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 10:53 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมว่า การดีเบตทางศาสนาที่เป็นกลาง และจะได้ผลที่เป็นธรรม คือการที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอมุมของตนเองตามหลักวิชาการ และสามารถโต้แย้งอีกฝ่ายได้อย่างตรงประเด็น โดยไม่ปล่อยให้มีข้อสงสัยใดๆแก่ผู่อ่าน ถ่ายทอดอย่างตรงจุดตรงเป้าหมาย ไม่อ้อมค้อม หรือสร้างความเข้าใจอื่นเพื่อเบี่ยงเบน
ที่เสนออย่างนี้ มิใช่ว่าผมกล่าวหา แต่เพราะเท่าที่สัมผัสจากสื่อต่างๆ มักพบเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยมาก จนกลายเป็นว่า แต่ละฝ่ายจะหาทางออกทางรอดเสมอ แม้จะไม่สามารถโต้แย้งอีกฝ่ายได้ ก็จะใช้ประโยคทองคำที่แต่ละฝ่ายคิดไว้เพื่อหาทางเอาตัวรอด นำมาใช้เพื่อให้มวลชนของตัวเองเฮตาม มันเหมือนกับกลุ่มเสื้อเหลือง-แดง ที่มีมวลชนอยู่ในมือ ซึ่งพูดอะไรไปจริงเท็จแค่ไหน ฝ่ายตัวเองก็เชื่อเสมอ และอีกฝ่ายก็ไม่เชื่อเสมอ เรื่องศาสนาทำอย่างนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
ตามหลักวิชาการสองประการที่เราคุยกันในกระทู้ข้างเคียงที่ว่า
1. รูปคำในตัวบทอัลกุรอาน-อัลหะดีษ ที่กล่าวไว้ลอยๆแบบไม่ได้ระบุเงื่อนไขไว้ ให้ปฏิบัติไปตามนั้นจนกว่าจะมีหลักฐานทางศาสนามาระบุหรือบ่งชี้ว่า สิ่งดังกล่าวมีเงื่อนไข จึงจำเป็นต้องนำเงื่อนไขนั้นมาปฏิบัติร่วมด้วย
2. รูปคำในตัวบทอัลกุรอาน-อัลหะดีษ ที่กล่าวไว้แบบครอบคลุมกินความตามนัยยะของมัน ให้ปฏิบัติตามนัยยะของรูปคำนั้นๆแบบครอบคลุม จนกว่าจะมีหลักฐานทางศาสนาระบุหรือบ่งชี้ว่า สิ่งดังกล่าวมีความหมายเฉพาะบางนัยยะ จำเป็นต้องตีความส่ิงนั้นตามนัยยะที่ถูกระบุไว้เท่านั้น
ดังนั้น จึงไม่อนุญาตให้นักวิชาการหรือผู้พิพากษาคนใด ไปวางเงื่อนไขแก่ข้อ 1 หรือ จำกัดความหมายของข้อ 2 นอกจากมีหลักฐานทางศาสนาระบุไว้เช่นนั้น
เรื่องการอ่านอัลกุรอาน การซิกรุ้ลลอฮ์ การซอละหวาต การเยี่ยมกุโบร์ การดุอาที่มิได้มีวาระระบุไว้ หรือเรื่องอื่นๆลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด นอกจากเป็นรูปลักษณะที่มีตัวบทห้ามไว้ เช่น อ่านในห้องส้วม หรือขณะขับถ่าย เป็นต้น ดังนั้นการปฏิบัติส่ิงเหล่านั้นนอกจากที่มีหลักฐานระบุห้ามจึงถือว่าเป็นซุนนะฮ์แน่นอน (ซุนนะฮ์ คือ คำพูด หรือการกระทำ หรือการยอมรับของท่านนบีซ.ล. มิใช่หมายถึงส่ิงที่ท่านนบีปฏิบัติไว้เป็นแบบอย่างเท่านั้น) การอ้างว่า มันเป็นการเจาะจง มันเป็นการสร้างรูปแบบ มันไม่มีแบบอย่างปฏิบัติจากชาวสะลัฟ มันเป็นสิ่่งที่ชาวสะลัฟไม่เคยเข้าใจเช่นนั้น ผมว่าส่ิงเหล่านี้มันคือคำพูดของผู้ที่ไม่ใช่ท่านนบีซ.ล. ซึ่งผิดได้ถูกได้ แต่คำสั่งที่ใช้ให้ทำสิ่่งดังกล่าวมาจากท่านนบีซ.ล.อย่างชัดเจนและถูกต้อง การที่จะหักล้างบางลักษณะของคำสั่ง ที่ลักษณะนั้นๆท่านนบีซ.ล.มิได้กล่าวห้ามไว้เลย เป็นส่ิงไม่ถูกต้อง การนำเอาวิธีคิดของนักวิการบางท่าน(เพียงไม่กี่คนแต่เอามาพูดบ่อยๆหน่อย) ที่ว่า หากมันเป็นศาสนาชาวสะลัฟก็ต้องทำไว้ก่อนหน้าแล้ว เป็นต้น คำกล่าวนี้ก็คือทัศนะ ทัศนะแบบไม่มีอะไรผสมอยู่เลย แล้วเราจะเอาทัศนะประมาณนี้ไปหักล้างคำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล.ได้กระนั้นหรือ
ยิ่งไปกว่านั้น ผมเชื่อและคุณอะสันก็เชื่อลึกๆในใจว่า ผู้ที่ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีดนั้น พวกเขามิได้เจาะจงเลือกเอาเฉพาะวันอีดโดยคิดว่าวันอื่นห้ามไป เพราะพวกเขามิได้เจาะว่า วันนั้นประเสริฐกว่าวันอื่นในเรื่องการเยี่ยมกุโบร์ แต่เป็นเพราะพวกเขาพร้อมที่สุด พร้อมใจกันไป โดยมิได้คิดเลยว่า วันอื่นไปไม่ได้ หรือวันนี้ต้องไปไม่ไปไม่ได้ หรือวันนี้ดีกว่าวันอื่นๆ เพราะหากคนไปกุโบร์วันอีดคิดอย่างนั้น ก็เท่ากับไปสร้างหุก่มศาสนาใหม่ๆขึ้นโดยไม่มีหลัีกฐาน เป็นสิ่งไม่ถูกต้องเช่นกัน
ผมจึงต้องบอกคุณหะสันและผู้ที่ใช้วิชาการทางศาสนาที่แท้จริงว่า เรื่องลักษณะนี้ จำเป็นต้องมีหลักฐานทางศาสนามาลบล้าง โปรดอย่านำเอาทัศนะมาพูด เช่น วันนี้วันรื่นเริงจะไปกุโบร์ให้เศร้าใจทำไม หรือนบีซ.ล.และนักวิชาการสะลัฟท่านใดบ้างบอกให้ไปกันวันนี้ หรือพวกนี้เป็นพวกตามปู่ย่าตายายไม่ตามท่านนบีซ.ล.(คำพูดนี้หนักมาก ลองตรองดูเถิดว่า การตามท่านนบีซ.ล.เป็นลักษณะของใคร) หรือๆๆ
ผมขอฝากด้วยนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 12:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:


เรื่องการอ่านอัลกุรอาน การซิกรุ้ลลอฮ์ การซอละหวาต การเยี่ยมกุโบร์ การดุอาที่มิได้มีวาระระบุไว้ หรือเรื่องอื่นๆลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด นอกจากเป็นรูปลักษณะที่มีตัวบทห้ามไว้ เช่น อ่านในห้องส้วม หรือขณะขับถ่าย เป็นต้น ดังนั้นการปฏิบัติส่ิงเหล่านั้นนอกจากที่มีหลักฐานระบุห้ามจึงถือว่าเป็นซุนนะฮ์แน่นอน (ซุนนะฮ์ คือ คำพูด หรือการกระทำ หรือการยอมรับของท่านนบีซ.ล. มิใช่หมายถึงส่ิงที่ท่านนบีปฏิบัติไว้เป็นแบบอย่างเท่านั้น) การอ้างว่า มันเป็นการเจาะจง มันเป็นการสร้างรูปแบบ มันไม่มีแบบอย่างปฏิบัติจากชาวสะลัฟ มันเป็นสิ่่งที่ชาวสะลัฟไม่เคยเข้าใจเช่นนั้น ผมว่าส่ิงเหล่านี้มันคือคำพูดของผู้ที่ไม่ใช่ท่านนบีซ.ล. ซึ่งผิดได้ถูกได้


อยากจะเรียนคุณ abdooh ว่า เรื่องการอ่านอัลกุรอาน การซิกรุ้ลลอฮ์ การซอละหวาต การเยี่ยมกุโบร์ การดุอาที่มิได้มีวาระระบุไว้ นั้น ในเมื่อมีบัญญัตให้กระทำ โดยไม่เจาะจงสถานที่ เวลา เทศกาล เราก็ปฏิบัติตามปกติ ตามเวลาโอกาสที่เราสะดวก และเวลาที่อำนวยให้อันนี้เราไม่บอกว่าผิด เราบอกตลอดว่า หมายถึงเอาสิ่งเหล่านี้มาปฏิบัติ โดยการเจาะจงเวลา หรือ สถานที่ หรือ เทศกาลได้โดยเฉพาะ จนกลายเป็นธรรมเนียมประเพณี ลักษณะอย่างนี้มัน เป็นการจำกัดในสิ่งที่ศาสนาไม่ได้จำกัดไว้ ในทำนองเดียวกัน ในเมื่องไทยเราส่วนใหญ่จะเป็นทางใต้ ก็เอาหลักฐานหะดิษการเยี่ยมกุโบร มาอ้างในการ ทำบุญกุโบร คือ เมื่อถึง เดือนหกขึ้น สิบค่ำ (บางท้องถิ่น อาจจะกำหนดวันต่างกัน) เขาจะนัดนำข้าวปลาอาหาร ไปกุบูร แล้วเชิญ โตะอิหม่าม โตะละบัย มาอ่านดุอาที่หลุมผู้ตาย โดยจ่ายค่าอ่านดุอาตามฐานะของลูกหลานที่เป็นญาตผู้ตาย หลังจากนั้น ก็มาตะฮลีล และอ่านดุอาอุทิศให้ผู้ตาย ร่วมกัน การกระทำอย่างนี้ ก็อ้างแบบที่คุณอ้างคือ ไม่มีหลักฐานห้าม
เพราะฉะนั้น เมื่อมีหะดิษที่เป็นคำสั่งกว้างๆ เราก็ย้อนดูประวัติศาสตร์ด้วยว่า มีเศาะหาบะฮ มีชาวสะลัฟคนใหน เขาได้ทำตามแบบที่เราทำคือ การเจาะจง วันเวลา จนเป็นธรรมเนียมประเพณีแบบนั้น เราต้องตระหนักว่า แบบอย่างนบี Solallah และบรรพชนผู้ทรงธรรมในยุคสะลัฟเราต้องเอามาพิจารณาด้วย ว่าได้ปรากฏไว้หรือเปล่า

أن العبادة إذا ورد الأمر بها مطلقاً دون تحديد لوقتها،فإن تقصد تخصيص وقت لها بلا دليل يعتبر من البدع

แท้จริงอิบาดะฮ เมื่อปรากฏคำสั่งด้วยมัน อย่างกว้างๆ โดยไม่ได้กำหนดเวลาดังนั้น หากเจตนาเจาะจงเวลาสำหรับมัน โดยไม่มีหลักฐาน มันถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งจากบิดอะฮ (1) ดูรายละเอียดได้จากตำราข้างล่าง

.........

(1) [الفتاوى20/196،إعلام الموقعين 3/157 الاعتصام 1/486،318،أحكام الجنائز صـ242،الشرح الممتع 4/56-57 ،البدع والمحدثات ص40

การนำหะดิษมาใช้ก็ต้องมีหลักเกณฑ์ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ก็กำหนดโดยใช้หลักวิชาการของอุลามาอฺ เพราะฉะนั้น จะอ้างว่า นี้คือทัศนะ นั้นคือทัศนะ มันก็หนี้ไม่พ้นทัศนะ แต่เราต้องดูว่า ทัศนะดังกล่าวเขามีหลักการและหลักฐานอย่างไรด้วย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 12:28 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:

ยิ่งไปกว่านั้น ผมเชื่อและคุณอะสันก็เชื่อลึกๆในใจว่า ผู้ที่ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีดนั้น พวกเขามิได้เจาะจงเลือกเอาเฉพาะวันอีดโดยคิดว่าวันอื่นห้ามไป เพราะพวกเขามิได้เจาะว่า วันนั้นประเสริฐกว่าวันอื่นในเรื่องการเยี่ยมกุโบร์ แต่เป็นเพราะพวกเขาพร้อมที่สุด พร้อมใจกันไป โดยมิได้คิดเลยว่า วันอื่นไปไม่ได้ หรือวันนี้ต้องไปไม่ไปไม่ได้ หรือวันนี้ดีกว่าวันอื่นๆ เพราะหากคนไปกุโบร์วันอีดคิดอย่างนั้น ก็เท่ากับไปสร้างหุก่มศาสนาใหม่ๆขึ้นโดยไม่มีหลัีกฐาน เป็นสิ่งไม่ถูกต้องเช่นกัน
ผมจึงต้องบอกคุณหะสันและผู้ที่ใช้วิชาการทางศาสนาที่แท้จริงว่า เรื่องลักษณะนี้ จำเป็นต้องมีหลักฐานทางศาสนามาลบล้าง โปรดอย่านำเอาทัศนะมาพูด เช่น วันนี้วันรื่นเริงจะไปกุโบร์ให้เศร้าใจทำไม หรือนบีซ.ล.และนักวิชาการสะลัฟท่านใดบ้างบอกให้ไปกันวันนี้ หรือพวกนี้เป็นพวกตามปู่ย่าตายายไม่ตามท่านนบีซ.ล.(คำพูดนี้หนักมาก ลองตรองดูเถิดว่า การตามท่านนบีซ.ล.เป็นลักษณะของใคร) หรือๆๆ



ถ้าเขาไม่เชื่ออย่างที่คุณบอกก็ดีไป แต่โดยหลักฐานเชิงประจักษ์ และการสังเกตุพฤติกรรมที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ คุณ abdooh กล้าการันตีได้หรือว่า เขาไม่มีความเชื่อแฝงอยู่ และคุณเคยอธิบายแก่คนอาวามให้เขาเข้าใจสิ่งนี้หรือเปล่า ผมไม่โทษพี่น้องชาวบ้านเลยสักนิด ไม่เคยเอานรกโยนให้พวกเขา แต่ผมโทษผู้นำมากกว่า เพราะบางที่ภายใต้ธรรมเนียมที่ถูกปฏิบัติขึ้นมา มันมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ ซึ่งผมขอพูดอย่างไม่อาย อัสตัฆฟิรุลลอฮ ผมก็เคยได้ประโยชน์ตรงนี้ในอดีต คือ การดุอาที่หลุมและรับตังค์ ซึ่งก็มากโขในสมัยนั้น ...

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 1:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สิ่งหนึ่งที่เราตรงกันคือ การปฏิบัติตามคำสั่งกว้างๆ หมายถึง ทำเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างไรก็ได้โดยไม่เจาะจง หวังว่าคุณคงไม่ปฏิเสธว่า การเยี่ยมกุโบร์วันอีด เป็นซุนนะฮ์ หากไม่มีการเจาะจง แต่เกิดจากความสดวกในวันนั้น หวังว่าคุณจะบอกจุดยืนของคุณในประเด็นนี้อย่างชัีดเจน ว่าทำได้หรือไม่ ส่วนตัวผมผมเชื่อมั่นว่าทำได้ เพราะวิธีคิดของผมและของคุณตรงนี้เหมือนกัน เพียงแต่คุณจะกล้าตัดสินเรื่องนี้หรือไม่เท่านั้นเอง
............. อย่างที่ผมอธิบายไว้ข้างต้นว่า คำสั่งชนิดนี้ เป็นชนิดกว้างๆ ผมจึงสงสัียว่า 1.คุณเข้าใจคำว่ากว้างๆนี้อย่างไร 2.มีการยกเว้นได้ไหมหากไม่มีหลักฐาน
............. หากสมมุติว่า นาย ก. ไปกุโบร์ โดยตั้งใจเลือกวันจันทร์ เพราะเขาอยากจะไปวันนั้น แล้วเขาก็ทำเช่นนั้นตลอดชีวิตเขา โดยไม่คิดว่า มันเป็นวันพิเศษทางศาสนาแต่อย่างใด หรือคิดว่ามันดีกว่าวันอื่นๆ มันจะเข้าข่ายว่าเป็นการเจาะจงหรือไม่
............. ที่ถามเช่นนี้ เพราะนิยามของคำว่า "เจาะจง" นั้น เป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะมันเป็นทัศนะซึ่งคิดได้หลากหลาย
............. วิธีคิดที่คุณนำเสนอ แม้คุณจะบอกว่ามีหลักวิชาการรองรับ วิธีคิดแบบอื่นก็มีหลักวิชาการรองรับ เช่นเรื่อง มุตลัก-มุกอยยัด อาม-คอศ ที่เรากำลังหยิบยกมาพูด เรื่องดังกล่าวชี้ชัดถึงวิธีคิดที่ว่า "คำสั่งใช้กว้างๆ คือส่ิงที่บ่งชี้ว่าสิ่งถูกใช้เป็นซุนนะฮ์เสมอ นอกจากมีหลักฐานทางศาสนาระบุไว้ว่าห้ามทำในบางลักษณะ เช่นอ่านอัลกุรอานในส้วมเป็นต้น จึงจะถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม" และผมเชื่อมั่นอีกเช่นกันว่า วิธีคิดแบบนี้ถูกต้อง เพราะมันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจากยุคสะลัฟตราบจนถึงปัจจุบัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 9:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
สิ่งหนึ่งที่เราตรงกันคือ การปฏิบัติตามคำสั่งกว้างๆ หมายถึง ทำเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างไรก็ได้โดยไม่เจาะจง หวังว่าคุณคงไม่ปฏิเสธว่า การเยี่ยมกุโบร์วันอีด เป็นซุนนะฮ์ หากไม่มีการเจาะจง แต่เกิดจากความสดวกในวันนั้น หวังว่าคุณจะบอกจุดยืนของคุณในประเด็นนี้อย่างชัีดเจน ว่าทำได้หรือไม่ ส่วนตัวผมผมเชื่อมั่นว่าทำได้ เพราะวิธีคิดของผมและของคุณตรงนี้เหมือนกัน เพียงแต่คุณจะกล้าตัดสินเรื่องนี้หรือไม่เท่านั้นเอง


ความจริงผมได้บอกแต่ต้นๆแล้วว่า คือ การเจาะจง โดยแฝงด้วยความเชื่อ และการกระทำที่กลายเป็นธรรมเนียม แบบนี้ ขัดต่อหลักของตัวบทที่เป็นรูปแบบมุฏลัก การกระทำเช่นนี้เป็นบิดอะฮ ดังที่เช็คอิบนุอุษัยมีน ได้ฟัตวาว่า


ليس له أصل , فتخصيص زيارة المقابر في يوم العيد واعتقاد أن ذلك مشروع يعتبر من البدع لأن ذلك
لم يرد عن النبي ولا أعلم أحدا من أهل العلم قـــــال بــه .

ไม่มีที่มาสำหรับมัน ดังนั้น การเจาะจง(ตัคศิศ)การเยี่ยมกุบูรในวันอีด และเชื่อว่าดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่ถูกบัญญัติไว้ มันถูกพิจารณาว่า เป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาบิดอะฮ เพราะดังกล่าวนั้น ไม่ปรากฏรายงานมาจากนบี และข้าพเจ้าไม่รู้ นักวิชาการคนใด กล่าวด้วยมัน" - ดู อัลบิดอุวัลมุหดะษาต วะมาลาอัศลาละฮู หน้า 297 สำนักพิมพ์ ดารอิบนิคุซัยมะฮ

คือ ไม่มีที่มาจากนบี และไม่มีนักวิชาการคนใดกล่าวสนับสนุนเรื่องนี้ ผมจึง ถามคุณ abdooh หลายครั้ง ว่า พอมีนักวิชาการสักคนไหมในยุคสะลัฟ หรือ นักวิชาการระดับมุจญตะฮิด อนุญาตเรื่องนี้ ซึ่งก็ยังไม่รับคำตอบ


abdooh บันทึก:
............. อย่างที่ผมอธิบายไว้ข้างต้นว่า คำสั่งชนิดนี้ เป็นชนิดกว้างๆ ผมจึงสงสัียว่า 1.คุณเข้าใจคำว่ากว้างๆนี้อย่างไร 2.มีการยกเว้นได้ไหมหากไม่มีหลักฐาน
............. หากสมมุติว่า นาย ก. ไปกุโบร์ โดยตั้งใจเลือกวันจันทร์ เพราะเขาอยากจะไปวันนั้น แล้วเขาก็ทำเช่นนั้นตลอดชีวิตเขา โดยไม่คิดว่า มันเป็นวันพิเศษทางศาสนาแต่อย่างใด หรือคิดว่ามันดีกว่าวันอื่นๆ มันจะเข้าข่ายว่าเป็นการเจาะจงหรือไม่


แค่คุณยกตัวอย่าง ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะถ้าคนหนึ่งจำกัดเจาะจงวันจันร์ เยี่ยมกุบูร จนเป็นธรรมเนียมของเขา โดยทำตลอดชีวิต ถ้าเขาทำอย่างนี้ มันเป็นไปไม่ได้ว่าเขาไม่มีเหตุผลแฝงอยู่ เพราะในตลอดชีวิต เขาย่อมเลือกวันอื่นบ้างก็ได้หากเขาไม่มีเหตุผลด้านความเชื่อแฝงอยู่


abdooh บันทึก:
............. วิธีคิดที่คุณนำเสนอ แม้คุณจะบอกว่ามีหลักวิชาการรองรับ วิธีคิดแบบอื่นก็มีหลักวิชาการรองรับ เช่นเรื่อง มุตลัก-มุกอยยัด อาม-คอศ ที่เรากำลังหยิบยกมาพูด เรื่องดังกล่าวชี้ชัดถึงวิธีคิดที่ว่า "คำสั่งใช้กว้างๆ คือส่ิงที่บ่งชี้ว่าสิ่งถูกใช้เป็นซุนนะฮ์เสมอ นอกจากมีหลักฐานทางศาสนาระบุไว้ว่าห้ามทำในบางลักษณะ เช่นอ่านอัลกุรอานในส้วมเป็นต้น จึงจะถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม" และผมเชื่อมั่นอีกเช่นกันว่า วิธีคิดแบบนี้ถูกต้อง เพราะมันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจากยุคสะลัฟตราบจนถึงปัจจุบัน


ผมจึงอยากถามคุณว่า คุณพอจะอ้างหลักฐานจากชาวสะลัฟได้ไหมว่า เขาสนับสนุนเรื่องนี้ หรือเขามีวิธีคิด แบบที่คุณว่า เพราะคุณบอกว่าเขายอมรับอย่างกว้างขวาง ดังนั้น มันเป็นการง่ายที่จะสืบค้นข้อมูลคำพูดสะลัฟเกี่ยวกับเรื้องนี้ หากเป็นไปตามที่คุณ abdooh ยืนยัน ส่วนผมนั้น คุณจะถามสักกี่ร้อยครั้ง ผมก็มีจุดยืนเหมือนเดิม และอยากขอความกรุณาว่า สำหรับประเด็นนี้อยากให้โพสต์ในกระทู้นี้ เพราะกระทู้อื่นไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากให้คุณไปโพสต์ในเฟสบุค ด้วย เพราะจะได้ข้อมูลจำนวนคนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอยู่

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 10:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จุดที่ผมกล่าว คือ เรื่องของหลักวิชาการที่ถูกนำไปใช้เกี่ยวกับวิธีการนำหลักฐานไปใช้อย่างถูกต้อง การยกตัวอย่างเรื่องการเยี่ยมกุโบร์วันอีดเป็นเพียงเรื่องประกอบที่ตรงกับหลักที่ผมว่า ถึงแท้ว่าผมอาจยังไม่สามารถนำเอาคำพูดของชาวสะลัฟที่มาสนับสนุนเรื่องการเยี่ยมกุโบร์วันอีดได้ ซึ่งคุณเองก็ไม่มีเช่นกัน ที่ยกมาเป็นเพียงนักวิชาการยุคท้ายๆเหมือนพวกเรา ซึ่งถ้าเอาคนยุคนี้นักวิชาการที่เห็นด้วยก็มีคุณเองก็รุ้ดี ผมจึงไม่เห็นความสำคัญของถ้อยคำเหล่านั้น มันจะมีประโยชน์ในจุดที่เราคุยกันก็เพียงแค่ให้มันดูดี มีน้ำหนัก แต่ไม่ใช่หลักการที่เรากำลังพูด คือเอาเฉพาะชาวสะลัฟและหลักวิชาการที่ชาวสะลัฟยอมรับ ผมบอกแล้วว่ากรดีเบตต้องมีระเบียบ มิเช่นนั้นแล้วคงนำเอาคำกล่าวของนาย ก. นาย ข. มาใส่เต็มไปหมด คุณรู้ดีว่า หากมีคำสั่งจากท่านนบีซ.ล. นั่นคือส่ิงที่เราทุกคนต้องปฏิบัติ และหากมีการตัดสินจากชาวสะลัฟตัดสินไว้ หรืออธิบายไว้ ก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น การเยี่ยมกุโบร์วันอีด อยู่ภายใต้คำสั่งให้ไปเยี่ยมกุโบร์แน่นอน ส่วนจะตัดสินว่ามันผิดได้นั้น ต้องด้วยหลักฐานทางศาสนาเท่านั้น นี่คือส่ิงที่คุณไม่เคยหยิบมายืนยันเลยแม้แต่น้อย ที่นำมาเป็นเพียงทัศนะของชนยุคหลังที่ความจริงมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แล้วเราจะเอาอะไรตัดสินหล่ะครับ ถ้าไม่ใช่คำสั่งของท่านนบีซ.ล.
...........................................ผมไม่เคยออกนอกกรอบ ที่คุณและสีเดียวกับคุณอ้างบ่อยๆ นั่นคือ ซุนนะฮ์และสะลัฟซอและห์ ผมมีซุนนะฮ์ ผมมีหลักวิชาการของยุคสะลัฟซอและห์ ผมจึงขอให้คุณหาข้อโต้แย้งเรื่อง การเยี่ยมกุโบร์ การอ่านอัลกุรอานพร้อมกัน หรือเลือกบางซูเราะฮ์ หรือการอ่านซอละหวาตหลังดุอา เฉพาะที่เป็นซุนนะฮ์ หรือคำพูดของชาวสะลัฟ หรือหลักวิชาการของชาวสะลัฟ อื่นๆจากนี้ ขอให้ยุติเถิด เพราะแม้นจะเอามาอีกล้านคน ก็ไม่อาจเทียบได้กับซุนนะฮ์ของท่านนบีซ.ล.
........................................... ผมไม่มีเฟสบุค ผมจึงยังไม่ได้ใช้เส้นทางนั้น สำหรับกระทู้อื่่น ผมจะเขียนส่ิงที่ตรงกับกระทู้นั้น และที่เขียนไปนั้นก็เป็นเพียงการตอบส่ิงเราคุยกัน หากมีการก้าวล่วงสู่ประเด็นอื่นที่อาจไม่เกี่ยวข้องในกระทู้นั้นผมขอมะอัฟไว้ ณ ที่นี้ และที่อาจจะเกิดด้วย
........................................... สำหรับคำถามที่คุณยังไม่ตอบผม ทั้งที่ผมวางกรอบไว้ ผมจะขอถามซ้ำอีกครั้งละกัน คือ
.................... การอ่านอัลกุรอานขณะดวงอาทิตย์อยู่กลางฟ้า เป็นบิดอะฮ์ไหม (มีคำสั่งให้อ่านกว้างๆ แต่ไม่มีรูปแบบใดๆจากชาวสะลัฟ)
.................... การเยี่ยมกุโบร์วันอีด โดยมิได้เจาะจง แค่อยากจะไป และไปแค่ไม่กี่ครั้ง เป็นบิดอะฮืไหม (เพราะมีบางคนบอกว่า ไปได้เลย) วั้ลอิยาซุบิ้ลลาฮ์
.................... คนที่ไปเฉพาะวันจันทร์เสมอ โดยไม่ได้เจาะจง หมายถึงมิได้เชื่อว่าวันจันทร์ดีกว่าวันอื่น และวันอื่นก็ไปได้ แต่เขาสะดวกวันนั้น เป็นบิดอะฮ์ไหม
.......................................ผมเมื่อถามคุณ ผมก็กล้าตอบสิ่่งนั้น ทั้งหมดเป็นซุนนะฮ์แน่นอน เพราะมีคำสั่งกว้างๆที่ชัดเจนและถูกต้องระบุไว้ และไม่มีหลักฐานใดๆจากซุนนะฮ์ห้าม และไม่มีชาวสะลัฟคนใดห้าม และเพราะคนที่ห้ามก็เป็นเพียงยุคหลังๆที่เทียบไม่ได้กับท่านนบี กับชาวสะลัฟ และยังขัดกับหลักวิชาการที่ห้ามตัดทอนคำสั่งกว้้างๆโดยเด็ดขาดนอกจากมีหลักฐานทางศาสนาระบุชัดเช่นนั้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 10:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แก้ไขคำที่พิมพ์ผิด ที่ทำให้เสียความหมาย
............... บรรทัดที่สี่ กรดีเบต เป็น การดีเบต
............... บรรทัดที่ห้า จากด้านล่าง ในวงเล็บ (....... ไปได้เลย) เป็น (...... ไม่ได้เลย)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 10:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำว่า "ไม่เจาะจง" เป็นถ้อยคำที่เข้าใจยาก ดูที่ภายนอก หรือ ดูที่จิตใจ หรือดูที่ทั้งสองอย่าง
............. หากไม่นิยามคำๆนี้ไว้อย่างชัดเจน หรือนิยามไม่รัดกุม (ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก) ผมว่า ศาสนาที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ว่า เจาะจง หรือ ไม่เจาะจง คงเลอะเทอะน่าดู
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Tue Jun 12, 2012 10:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

(ผมต้องขอวงเล็บตรงนี้ก่อนเลยว่า ข้อความข้างล่างไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคุณอะสัน เพระเท่าที่ผมสนทนากับดุณ คุณไม่เกี่ยวกับผู้ที่ผมกล่าวถึง)
ความเลอะเทอะที่เกลี่อนกลาดในขณะนี้ เพราะนักวิชาการบางคน ไม่ปฏิบัติตามหลักวิชาการที่ชาวสะลัฟยอมรับ แต่กลับลุ่มหลงกับหลักการที่ไม่ได้มาจากชาวสะลัฟ แต่อ้างว่า เป็นสะลัฟ
แค่การตัดสินซุนนะฮ์ของท่านนบีซ.ล.บางเรื่อง ว่าเป็น บิดอะฮ์ และใช้ถ้อยคำมอมเมา ไม่ใช้หลักวิชาการของสะลัฟ ศาสนาที่ออกมาจากพวกนี้จึงเลอะเทอะ ของถูกต้องหลายข้อจึงกลายเป็นส่ิงผิดไป
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jun 13, 2012 4:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก่อนอื่นผมขอเรียนคุณ abdooh ว่า ผมก็ไม่คอยมีเวลามาตอบข้อความของคุณมากนัก เพราะเท่าที่ดู มันเหมือนพายเรือในอ่าง คือ วกไปเวียนมา เพราคุณไม่ยอมรับฟังในทัศนะของใครที่มาอธิบาย คุณจะเอาหะดิษ แต่กลับเป็นว่าคุณแสดงทัศนะของคุณเอง โดยไม่มีหะดิษมาสนับสนุนเช่นกัน และไม่มีทัศนะนักวิชาการคนใดมาสนับสนุนทัศนะส่วนตัวของคุณ

คุณกล่าวว่า

abdooh บันทึก:
จุดที่ผมกล่าว คือ เรื่องของหลักวิชาการที่ถูกนำไปใช้เกี่ยวกับวิธีการนำหลักฐานไปใช้อย่างถูกต้อง การยกตัวอย่างเรื่องการเยี่ยมกุโบร์วันอีดเป็นเพียงเรื่องประกอบที่ตรงกับหลักที่ผมว่า ถึงแท้ว่าผมอาจยังไม่สามารถนำเอาคำพูดของชาวสะลัฟที่มาสนับสนุนเรื่องการเยี่ยมกุโบร์วันอีดได้ ซึ่งคุณเองก็ไม่มีเช่นกัน ที่ยกมาเป็นเพียงนักวิชาการยุคท้ายๆเหมือนพวกเรา ซึ่งถ้าเอาคนยุคนี้นักวิชาการที่เห็นด้วยก็มีคุณเองก็รุ้ดี ผมจึงไม่เห็นความสำคัญของถ้อยคำเหล่านั้น


คุณเองยอมรับว่า คำสั่งให้เยี่ยมกุบูรนั้น เป็นคำสั่งมุฏลัก คือ คำสั่งที่ใช้ถ้อยคำไว้กว้างๆไม่จำกัดเจาะจง แต่คุณกลับบอกว่า การเจาะจงเยี่ยมกุบูรในวันอีดไม่ผิด ตามทัศนะส่วนตัวของคุณเอง คุณไม่แยแสกับทัศนะของนักวิชาการที่เขามีความรู้ มีความเชี่ยวชาญมากกว่าคุณไม่ว่าระดับใหนก็ตาม คุณจึงไม่มีคำพูดนักวิชาการคนใดมาอ้างอิง ดังเช่น วิธีผู้รู้อื่นๆที่เขาใช้กัน
นักวิชาการเขาใช้หลักนิติศาสตร์ นิติศาสตร์พิจารณาหลักฐานด้วย และเป็นวิชาหนึ่งที่โลกมุสลิมยอมรับ

อบูชามะฮ กล่าวว่า

"ولا ينبغي تخصيص العبادات بأوقات لم يخصصها بها الشرع ، بل يكون جميع أفعال البر مرسلة في جميع الأزمان ليس لبعضها على بعض فضل ، إلا ما فضله الشرع وخصه بنوع من العبادة ، فإن كان ذلك ، اختص بتلك الفضيلة تلك العبادة دون غيرها

ไม่สมควรเจาะจงอิบาดะฮ ด้วยบรรดาเวลา ซึ่ง ศาสนบัญญัติไม่ได้เฉพาะเจาะจงด้วยมัน แต่ทว่า บรรดาการกระทำความดีทั้งหมด ถูกปล่อยให้อยู่ในบรรดาเวลา โดยที่ส่วนหนึ่งไม่ได้มีความประเสริฐเหนื่ออีกส่วนหนึ่ง เว้นแต่ สิ่งที่ ศาสนบัญญัติได้ระบุความประเสริฐมันและได้เฉพาะเจาะจงมัน ด้วยชนิดอิบาดะฮ เพราะถ้าหากได้ปรากฏดังกล่าวนั้น อิบาดะฮดังกล่าวนั้นก็ได้ถูกเจาะจง ด้วยความประเสริฐดังกล่าว โดยไม่ได้เจาะจงอิบาดะฮอื่นจากมัน- الباعث لإنكارอัลบาอิษ ลิอิงการิลบิดอิ วัลหะวาดิษ หน้า 48).......

และ เรื่องอิบาดะฮนั้น ต้องดูที่คำสั่ง เมื่อมีคำสังจากอัลลอฮหรือรอซูล กล่าวไว้กว้างๆไม่จำกัดเฉพาะเจาะจง หากจะจำกัดเฉพาะเจาะจง ก็ต้องดูที่คำสั่งของอัลลอฮและรอซูล ในเมื่อไม่มีคำสังมาจำกัดเฉพาะ แล้วไปจำกัดเฉพาะ ก็ถื่อว่า ทำผิดบัญญัติ โดยอาศัยหลักนิติศาสตร์อิสลามที่ว่า
وَالأَصْلُ فِي الْعِبَادَاتِ الْمَنْعُ؛ فَلاَ يُشْرَعُ مِنْهَا إِلاَّ مَا شَرَعَ اللَّهُ وَرَسُولُهُ

และรากฐานในเรื่องอิบาดะฮนั้น ห้ามไม่ให้ทำ ดังนั้นจะไม่ถูกบัญญัติจากมัน นอกจากสิ่งที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ได้บัญญัติไว้

อีกประการหนึ่งคือ การเจาะจง การเยี่ยมกุบูรในวันอีด ไม่ปรากฏท่านนบี ปฏิบัติเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อนบี Solallah ไม่ทำ เราในฐานะ ผู้เป็นอุมมะฮที่ต้องปฏิบัติตามท่าน เราก็ไม่ทำเช่นกัน การทิ้งในสิ่งที่ท่านนบี Solallah ทิ้ง คือสุนนะฮ

إذا ترك الرسول شيئا وجب علينا متابعته فيه

เมื่อรอซูลได้ทิ้งสิ่งใด จำเป็นแก่เราจะต่องปฏิบัติตามท่านนบีในมัน
– ดูอัลบะหรุลมุหฮีฏ เล่ม 6 หน้า 70......................


abdooh บันทึก:

มันจะมีประโยชน์ในจุดที่เราคุยกันก็เพียงแค่ให้มันดูดี มีน้ำหนัก แต่ไม่ใช่หลักการที่เรากำลังพูด คือเอาเฉพาะชาวสะลัฟและหลักวิชาการที่ชาวสะลัฟยอมรับ ผมบอกแล้วว่ากรดีเบตต้องมีระเบียบ มิเช่นนั้นแล้วคงนำเอาคำกล่าวของนาย ก. นาย ข. มาใส่เต็มไปหมด คุณรู้ดีว่า หากมีคำสั่งจากท่านนบีซ.ล. นั่นคือส่ิงที่เราทุกคนต้องปฏิบัติ และหากมีการตัดสินจากชาวสะลัฟตัดสินไว้ หรืออธิบายไว้ ก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น การเยี่ยมกุโบร์วันอีด อยู่ภายใต้คำสั่งให้ไปเยี่ยมกุโบร์แน่นอน ส่วนจะตัดสินว่ามันผิดได้นั้น ต้องด้วยหลักฐานทางศาสนาเท่านั้น นี่คือส่ิงที่คุณไม่เคยหยิบมายืนยันเลยแม้แต่น้อย ที่นำมาเป็นเพียงทัศนะของชนยุคหลังที่ความจริงมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แล้วเราจะเอาอะไรตัดสินหล่ะครับ ถ้าไม่ใช่คำสั่งของท่านนบีซ.ล.


คุณบอกว่า การเจาะจงการเยี่ยมกุบูรในวันอีด อยู่ภายใต้คำสั่งแน่นอน คุณเอาอะไรมายืนยัน ในเมื่อคุณไม่สามารถหาหลักฐานจากการกระทำของนบี ,ของเหล่าเศาะหาบะฮ ,เหล่าตาบิอีน และชนในยุคสลัฟอื่นๆ หรือแม้แต่คำพูดของนักวิชาการที่เชื่อถือได้ก็ไม่มี มีแต่ความเห็นคุณเท่านั้น

abdooh บันทึก:

...........................................ผมไม่เคยออกนอกกรอบ ที่คุณและสีเดียวกับคุณอ้างบ่อยๆ นั่นคือ ซุนนะฮ์และสะลัฟซอและห์ ผมมีซุนนะฮ์ ผมมีหลักวิชาการของยุคสะลัฟซอและห์ ผมจึงขอให้คุณหาข้อโต้แย้งเรื่อง การเยี่ยมกุโบร์ การอ่านอัลกุรอานพร้อมกัน หรือเลือกบางซูเราะฮ์ หรือการอ่านซอละหวาตหลังดุอา เฉพาะที่เป็นซุนนะฮ์ หรือคำพูดของชาวสะลัฟ หรือหลักวิชาการของชาวสะลัฟ อื่นๆจากนี้ ขอให้ยุติเถิด เพราะแม้นจะเอามาอีกล้านคน ก็ไม่อาจเทียบได้กับซุนนะฮ์ของท่านนบีซ.ล.


ผมไม่ได้แบ่งสี ผมไม่รู้ว่าผมสีอะไร คำพูด และการอธิบายของคุณแฝงด้วยอคติตลอด จึงไม่แปลกที่ตอนแรก คนจึงใช้อารมณ์ เคียดแค้น กล่าวหา ฝ่ายที่ไม่ตรงกับคุณว่า คลั่งทัศนะ ผมว่าคุณเข้ามาสนทนาคุณต้องมีนัยแอบแฝงอยู่ อย่างที่เห็นได้ชัดคือ คำพูดที่ว่า
abdooh บันทึก:

ผมไม่เคยออกนอกกรอบ ที่คุณและสีเดียวกับคุณอ้างบ่อยๆ


เพราะฉะนั้น คุณก็จะไม่มีวันยอมรับอีกฝ่าย แม้ มีเขาจะมีหลักการและหลักฐาน เพราะคุณแบ่งสีให้เขาแล้ว แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวคุณก็ใช้ทัศนะส่วนตัวของคุณตลอด พออ้างฟัตว่า ก็เป็นฟัตวา โนเนม ไร้น้ำหนัก

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Wed Jun 13, 2012 10:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นี่หรือคือคุณอะสันที่ผมวาดไว้ว่า จะใช้กระบวนการทางวิชาการ คุณกล้าพูดว่า หลักวิชาการที่ผมนำมาเป็นทัศนะของผม คุณกล้าสาบานไหมว่า มันไม่ใช่หลักที่นักวิชาการที่ยุคสะลัฟยอมรับ และคุณกล้้าสาบานไหมว่า ที่คุณหยิบยกภาษาอาหรับมานั้นคือนักวิชาการยุคสะลัฟ ผมไม่ได้เป็นคนกระด้างอย่างที่คุณอ้าง ผมต้องการให้คุณใช้หลักวิชาการของชาวสะลัฟที่มักถูกกล่าวอ้างเสมอ
............... คุณบอกว่า ผมไม่มีหลักฐานจากท่านนบีซ.ล. ซึ่งความจริงแล้วมี แต่คุณไม่ยอมรับหลักฐานกว้างๆ พอผมถามคุณว่า การอ่านอัลกุรอานตอนตะวันอยู่กลางฟ้าเป็นบิดอะฮ์ไหม คุณก็ไม่กล้าตอบ เพราะผมรู้ว่า คำตอบที่ถูกต้องในทัศนะคุณ คือ ไม่เป็นบิดอะฮ์ แล้วหลังจากนั้นมันก็จะไปขัดกับสิ่งที่คุณมักอ้างบ่อย เพราะการอ่านอัลกุรอานตอนตะวันอยู่กลางฟ้า ไม่มีการถ่ายทอดใดๆเลยว่า ท่านนบีซ.ล.และชาวสะลัฟซอและห์สั่งให้ทำ หรือทำเป็นแบบอย่างเอาไว้ และมันก็จะกลายเป็นว่า เป็นการสวนทางกับเรื่องการเยี่ยมกุโบร์ในวันอีดแบบไม่ได้เจาะจง
.............. หลักนิติศาสตร์แห่งการพิจารณาหลักฐานที่คุณกล่าวอ้างว่า ผมไม่มีหรือผมไม่ยอมรับ คำพูดนี้ผมถือว่า เป็นการพูดที่สวนทางกับความเป็นจริงชัดเจน เพราะที่ผมอธิบายวิธีพิจารณาข้างต้น คือหลักที่ถูกต้องจากชาวสะลัฟที่ผมนำมาใช้อ้างเคร่งครัด
.............. ดูจะมีเพียงหลักวิชาการเดียวที่คุณหยิบมาตรงกับหลักวิชาการของยุคสะลัฟ คือ وَالأَصْلُ فِي الْعِبَادَاتِ الْمَنْعُ؛ فَلاَ يُشْرَعُ مِنْهَا إِلاَّ مَا شَرَعَ اللَّهُ وَرَسُولُهُ "หลักการกว้้างๆสำหรับภาคอิบาดะฮ์คือ ห้ามปฏิบัติ ดังนั้นเรื่องอิบาดะฮ์จึงไม่เป็นบัญญัติศาสนานอกจากสิ่งที่อัลลอฮ์และรอซู้ลของพระองค์ทรงบัญญัติไว้" คำพูดท่านนบีซ.ล.ให้ไปเยี่ยมกุโบร์เป็นส่ิงระบุว่า การเยี่ยมกุโบร์ในทุกลักษณะท่ี่ไม่มีหลักฐานระบุห้าม เป็นซุนนะฮ์ แต่คุณก็เอาแต่บอกผมว่า ให้หาหลักฐานมา ผมบอกหลักฐานชัดเจนแล้ว คุณต่างหากที่ต้องหาหลักฐานมาหักล้าง และหาหลักฐานจากชาวสะลัฟว่าพวกเขาห้ามเยี่ยมกุโบร์วันอีด แล้วคุณก็อธิบายความคิดของคุณว่า มาจากหลักวิชาการ ซึ่งคุณกลับไม่เคยอ้างคำพูดนักวิชาการชาวสะลัฟเลย แต่มากล่าวหาผมว่าไม่ใช้หลักวิชาการ ใช้แต่อารมณ์หรือความคิดส่วนตัว ซึ่งผมก็ขอให้คุณสาบานว่าหลักวิชาการที่ผมนำมานั้น ไม่ใช่หลักของชาวสะลัฟ หากคุณเชื่อว่า ที่คุณพูดนั่นคือความจริง หากคุณไม่กล้า ผมขอตัดสินว่า คุณพูดเท็จ
................ إذا ترك الرسول شيئا وجب علينا متابعته فيه คำกล่าวที่คุณหยิบยกมานี้ ซึ่งมีความหมายว่า "เมื่อท่านร่อซู้ลละเว้นสิ่งหนึ่งส่ิงใด เราจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระองค์" คำกล่าวนี้ไม่ใช่หลักวิชาการที่ชาวสะลัฟให้การเชื่อถือ เพราะท่านนบีไม่กิน ไม่ดื่มหลายสิ่งขณะละศีลอด ไม่สวมใส่อาภรณ์หลายชนิด ไม่ละหมาดในบางเวลาที่พระองค์ไม่เคยละหมาดในช่วงนั้น ไม่เคยอ่านอัลกุรอานในบางเวลา ไม่เคยพูดหลายๆคำพูด ไม่เคยถือศีลอดในบางวันของบางเดือน ทั้งที่ส่ิงเหล่านั้นบางข้อเป็นซุนนะฮ์ตามคำสั่งกว้างๆ และไม่มีชาวสะลัฟคนใดกล้าตัดสินสิ่งเหล่านั้นว่า บิดอะฮ์ ตามหลักที่คุณกล่าวอ้างเลย ผมบอกคุณแล้วว่า ผมมีระเบียบ มันจะได้ไม่เลอะเทอะ เมื่อก่อนนี้พวกคุณชอบอ้างกันว่า ให้ตามท่านนบีซ.ล. ไม่ให้ตามนักวิชาการ ให้ดำเนินตามชาวสะลัฟ เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ดีที่สุด ผมรักษาระเบียบนี้ มีคำอธิบายจุดนี้ทุกครั้ง
................ ผมชักเริ่มรู้สึกว่า คุณกำลังเล่่นนอกเกม ผมหวังว่า คุณคงไม่ทำ คุณกำลังบอกผู้อ่านว่า ผมมีอคติ ผมใช้ทัศนะ ผมถือกำเนิดมาในสังคมแบบมัซฮับซาฟีอี พอเรียนมากขึ้นจึงเข้าใจว่า ดีที่สุดคือ เราต้องพยายามแสวงหาส่ิงที่ใกล้เคียงความถูกต้องที่สุด ซึ่งส่ิงดังกล่าวจะเป็นรูปธรรมได้ ก็ต่อเมื่อเราต้องยึดอัลกุรอาน อัลหะดีษ และวิธีวิเคราะห์หลักฐานจากชาวสะลัฟ ผมจึงอยู่ในกรอบนี้อย่างเคร่งครัด และไม่ว่าผลลัพธ์ที่ผ่านกระบวนการข้างต้นจะออกมาอย่างไร ผมปฏิบัติตามเช่นนั้นทุกครั้ง ที่ผมพูดประมาณว่า มิใช่ว่าอ้างเป็นสะลัฟ แต่ไม่ใช้วิธีของชาวสะลัฟนั้น มันเป็นเช่นนั้นจริง สำหรับผู้ที่จมปรักกับคำตอบปัญหาศาสนาจากค่ายหนึ่งๆ และบางที ก็ตามผู้ตอบโดยตัวเองไม่เข้าใจส่ิงที่เขานำมากล่าวอ้างมากนัก หรือบางทีไม่รู้ด้้วยว่า นั่นคือการโกหก อย่างนี้คุณจะกล่าวหาว่าผมมีอคติหรือใช้ทัศนะอยู่ต่อไป ผมก็ไม่ถือสา
............. ผมขอให้คุณเล่นในเกมเช่่นเดิม เอาหลักวิชาการของชาวสะลัฟมานำเสนอ ไม่ใช่ผู้อ้างว่าเป็นสะลัฟ นักวิชาการที่ตามหลักชาวสะลัฟมีมากมายที่มิได้อ้างตนเองเช่นนั้น แต่พวกเขาใช้หลักการของชาวสะลัฟ และมีนักวิชาการที่อ้างเป็นสะลัฟแต่ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ผมชอบและชื่นชม ผู้ที่พูด-สอนอย่างตรงไปตรงมา ไม่กลัวการแก้ไขสิ่งพลาดพลั้งที่อาจเกิดขึ้น
............ ผมขอประกาศตรงนี้เลยว่า หากผู้ใดมีหลักฐานชัดเจนและถูกต้องว่า ท่านนบีซ.ล.ห้ามเยี่ยมกุโบร์วันอีด ผมจะปฏิบัติตามและจะสอนลูกศิษย์เช่นนั้นตราบจนวันตาย
........... คุณบอกว่า คำฟัตวาที่ผมนำมานั้นโนเนมไร้น้ำหนัก คุณเอาหลักการใดตัดสิน ผู้อ่านจะได้เข้าใจ และตอนที่ผมหยิบยกมานัั้น ผมบอกแล้ว่า หากเราจะเอานักวิชาการยุคหลังๆแบบพวกเรา จะเป็นสายอียิปต์ สายซาอุ สายอินเดีย หรือสายไหนๆ มันมากจนนับไม่ครบถ้วน ผมจึงกล่าวต่อไปว่า หากเราจะให้มันมีระเบียบและรัดกุม เราต้องไม่เอานักวิชาการท่านใดๆมานำเสนอนอกจากหลักวิชาการที่ชาวสะลัฟเชื่อถือ ซึ่งตรงนั้นผมมิได้ดูถูกนักวิชาการเลย ตรงกันข้าม พวกเขาคือผู้ได้รับเกียรติ พวกเราต่างหากที่กล่าวหาพวกเขา อัสตัฆฟิรุ้ลลอฮ์
............ ดังนั้นหากคุณนำเอาทัศนะนักวิชาการยุคหลังมาถ่ายทอด ผมก็จะบอกว่า มันหลากหลาย ที่เห็นตรงข้ามกับคุณนั้นก็มากมาย จึงไม่มีประโยชน์ ที่สำคัญและมีค่าที่สุด คือ อัลกุรอาน และซุนนะฮ์ รวมทั้งหลักวิชาการของชาวสะลัฟ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jun 13, 2012 11:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="abdooh"]แต่คุณไม่ยอมรับหลักฐานกว้างๆ พอผมถามคุณว่า การอ่านอัลกุรอานตอนตะวันอยู่กลางฟ้าเป็นบิดอะฮ์ไหม คุณก็ไม่กล้าตอบ เพราะผมรู้ว่า คำตอบที่ถูกต้องในทัศนะคุณ คือ ไม่เป็นบิดอะฮ์ แล้วหลังจากนั้นมันก็จะไปขัดกับสิ่งที่คุณมักอ้างบ่อย เพราะการอ่านอัลกุรอาน/quote]

ผมคงไม่มีเวลาตอบคำถามแปลกๆ ของคุณอับดุฮทุกข้อ ข้างต้น เป็นคำถามแบบชาววบ้านที่ไม่ได้เรียน ผมเลยผ่านไป แต่เพื่ออย่าให้คุณถามซ้ำอีก ขอบอกว่า อัลกุรอ่านเราจะอ่านตอนใหนก็ได้ ไม่ว่าตะวันจะอยู่กลางฟ้า ตะวันจะลับฟ้า หรือตะวันจะโผล่จากฟ้า หรือโผล่มาแล้วกำลังจะขึ้นสูง หรือขึ้นสูงแล้ว แต่ยังไม่ถึงกลางฟ้า มันไม่มีหลักฐานมาจำกัดว่าให้อ่านเวลาใด แต่ ถ้าไปจำกัดเฉพาะว่า ให้ตะวันอยู่กลางฟ้าก่อนแล้วฉันจะอ่าน ทำแบบนี้เป็นธรรมเนียม มานมนาน แบบนี้ คนนี้ต้องมีความเชื่อแอบแฝงแน่นอน ยกเว้นคนสติไม่ดี

อบูชามะฮ กล่าวว่า

"ولا ينبغي تخصيص العبادات بأوقات لم يخصصها بها الشرع ، بل يكون جميع أفعال البر مرسلة في جميع الأزمان ليس لبعضها على بعض فضل ، إلا ما فضله الشرع وخصه بنوع من العبادة ، فإن كان ذلك ، اختص بتلك الفضيلة تلك العبادة دون غيرها

ไม่สมควรเจาะจงอิบาดะฮ ด้วยบรรดาเวลา ซึ่ง ศาสนบัญญัติไม่ได้เฉพาะเจาะจงด้วยมัน แต่ทว่า บรรดาการกระทำความดีทั้งหมด ถูกปล่อยให้อยู่ในบรรดาเวลา โดยที่ส่วนหนึ่งไม่ได้มีความประเสริฐเหนื่ออีกส่วนหนึ่ง เว้นแต่ สิ่งที่ ศาสนบัญญัติได้ระบุความประเสริฐมันและได้เฉพาะเจาะจงมัน ด้วยชนิดอิบาดะฮ เพราะถ้าหากได้ปรากฏดังกล่าวนั้น อิบาดะฮดังกล่าวนั้นก็ได้ถูกเจาะจง ด้วยความประเสริฐดังกล่าว โดยไม่ได้เจาะจงอิบาดะฮอื่นจากมัน- الباعث لإنكار البدع والحوادث لأبي شامة (ص48).......

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Jun 14, 2012 12:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="abdooh"]
................ ผมชักเริ่มรู้สึกว่า คุณกำลังเล่่นนอกเกม ผมหวังว่า คุณคงไม่ทำ คุณกำลังบอกผู้อ่านว่า ผมมีอคติ ผมใช้ทัศนะ ผมถือกำเนิดมาในสังคมแบบมัซฮับซาฟีอี พอเรียนมากขึ้นจึงเข้าใจว่า ดีที่สุดคือ เราต้อง
/quote]

ผมนอกเกมที่ใหนกัน ก็เห็นคุณนั้นแหละนำการเมืองมาด้วย คุณใช้คำว่า "พวกสีเดียวกับคุณ" นี้คือ เล่นนอกเกม เพราะทุกคนเป็นมุสลิม ไม่ได้แบ่งสี แบบสีเหลือง สีแดง และหลากสีในบ้านเมืองเรา เพียงแต่เขามีทัศนะต่างกัน ในบางเรื่อง ซึ่งคนที่มีการศึกษาเขาพิจารณาเอง ไม่มีใครบังคับได้ วันแรกที่คุณเข้ามาผมก็แปลกใจและตกใจ เห็นมุตะลุ ดุดัน เลยถึงบางอ้อแล้วว่า คุณต้องมีความไม่พอใจใครบางคน แล้วมาระบายในเว็บนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ขอให้พูดให้สั้นๆ และรัดคุม มีหลักฐาน ผมเห็นคุณโพสต์ แล้วเวียนหัว แต่ถ้าคนหนุ่มอ่านคงไม่เวียนหัวก็ได้ ...แต่ชาวบ้านเขาเข้าใจหรือเปล่า

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.06 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004