ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - การเจาะจงเยี่ยมกุบูรในวันอีด
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
การเจาะจงเยี่ยมกุบูรในวันอีด
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed May 02, 2012 12:00 am    ชื่อกระทู้: การเจาะจงเยี่ยมกุบูรในวันอีด ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Stile Aziz กล่าวว่า
วาฮาบีย์บอกว่าการเยี่ยมกุโบร์ในวันอีด เป็นบิดอะฮ์ พวกเขาเอาอะไรมาพูด ผมไม่ทราบว่าพวกเขาเรียนอูสูลุลฟิกฮ์กันบ้างหรือเปล่า ทำไมชอบเข้าใจฮาดิษกันผิดๆ ถ้าพี่น้องเจอมันที่ไหนช่วยบอกมันให้ไปหาซีดี อ. รอฟิก ชมเผ่ามาศึกษาบ้าง หรือพี่น้องจะว่าอย่างไร
http://www.facebook.com/groups/215151975220125/

……

ไปอ่านเจอมา เลยขอชี้แจง ด้วยฟัตวาต่อไปนี้

س : ما حكم تخصيص العيدين والجمعة لزيارة المقابر ؟ وهل الزيارة للأحياء أم للأموات فيهما ؟

ถาม : การเจาะจงวันอีดทั้งสองและวันศุกร์ เพื่อเยี่ยมกุบูรนั้น มีหุกุมว่าอย่างไร? และ การเยี่ยมในมันทั้งสอง(หมายถึงในวันอีดและศุกร์) เพื่อคนเป็นหรือคนตายหรือ?

ج : ليس له أصل، فتخصيص زيارة المقابر في يوم العيد، واعتقاد أن ذلك مشروع يعتبر من البدع لأن ذلك لم يرد عن النبي صلى الله عليه وسلم ولا أعلم أحداً من أهل العلم قال به، أما يوم الجمعة فقد ذكر بعض العلماء أنه ينبغي أن تكون الزيارة في يوم الجمعة ومع ذلك فلم يذكروا في هذا أثراً عن الرسول صلى الله عليه وسلم

ตอบ : มันไม่มีที่มา ดังนั้นการเจาะจงเยี่ยมกุบูรในวันอีด และเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่ถูกบัญญัติ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบิดอะฮ เพราะดังกล่าวนั้น ไม่ปรากฏรายงานจากนบี ศอลฯ และข้าพเจ้า ไม่รู้ว่านักวิชาการคนใด กล่าวด้วยมัน และสำหรับวันศุกร์ นั้น นักวิชาการบางส่วนระบุว่า สมควรจะเยี่ยมในวันศุกร์ ทั้งที่พร้อมกับดังกล่าวนั้น เขาไม่ได้ระบุหะดิษในเรื่องนี้จากท่านรซูล ศอลฯ – อะหกามอัลญะนาอิซ ของเช็ค อุษัยมีน หน้า 43



และอัลบานีย์ กล่าวว่า

ج : نقول بإيجاز زيارة الأحياء للأموات يوم العيد من محدثات الأمور لأنه يعني تقييد ما أطلقه الشارع الحكيم قال النبي صلى الله عليه وسلم فـي الحديث الصحيح ( كنت نهيتكم عن زيارة القبور ألا فزوروها فإنها تذكركم بالآخرة
فقوله ( ألا فزوروها ) أمر عام لا يجوز تقييده بزمن أو بمكان خاص لأن تقييد النص وإطلاقه ليس من وظيفه الناس إنما وظيفة رب العالمين الذي كلف الرسول الكريم قال له : ( وأنزلنا إليك الذكر لتبين للناس ما نزل إليهم

ตอบ

เราขอกล่าวว่า การอนุญาตให้คนเป็นเยี่ยมคนตาย ในวันอีดนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากกิจการที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ เพราะหมายถึง การจำกัดสิ่งที่ผู้บัญญัติศาสนาบัญญัติผู้ปรีชาญาน ได้กล่าวเอาไว้กว้างๆ ,ท่านนบี ศอ็ลฯ กล่าวไว้ในหะดิษเศาะเฮียะว่า ( ฉันเคยห้ามพวกท่านจากการเยี่ยมกุบูร พึงทราบเถิดว่า พวกท่านจงเยี่ยมมันเถิด เพราะมันจะทำให้พวกท่านระลึกถึงวันอาคีเราะฮ) แล้วคำว่า (พวกท่านจงเยี่ยมมันเถิด) เป็นคำสั่งทั่วไป ไม่ได้จำกัดเวลา หรือ สถานที่ เพราะการจำกัดกความหมายตัวบทและการกล่าวไว้กว้างๆนั้น ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่มนุษย์ แต่ความจริง มันเป็นหน้าที่ของพระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล ผู้ซึ่งมอบภาระแก่รอซูลผู้ทรงเกียรติ โดยตรัสแก่ท่านรซูลว่า “เราได้ประทานอัลกุรอ่านให้แก่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้อธิบายแก่มนุษย์ สิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเขา – ฟะตาวาอัลบานีย์หน้า 61
............

สรุปว่า ใครกันแน่ไม่เข้าใจอุศูลุลฟิกฮ ครับท่าน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Fri Jun 08, 2012 11:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

น่าเสียดายครับที่ ผู้ตอบมักมองแต่มุมตัวเอง จึงไม่คิดจะรับความจริง หรือไม่เห็นมุมที่อีกฝ่ายหนึ่งกล่าว หรือเข้าใจแต่ตั้งใจบิดเบือนเพราะ...
ผมอ่านดู แม้แต่นักวิชาการที่ถูกนำมากล่าวอ้าง ก็มองแต่ต้องการให้จุดที่ตัวเองยืนอยู่ถูกต้องเสมอ โดยไม่คำนึงหรือรับฟังอีกฝ่ายอย่างตั้งใจเพื่อความถูกต้อง แต่เป็นการตั้งใจฟังก็เพื่อหักล้าง
จากนั้นก็ใช้วิธีการกลบเกลื่อน เบี่ยงเบน ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ไม่มีรูปแบบการกระทำ... เป็นการเจาะจงในส่ิงที่ศาสนามิได้เจาะจง...(ซึ่งสองสิ่งนี้คือข้ออ้างที่คิดขึ้นมาเพื่อให้ดูว่าส่ิงนั้นผิด) ทั้งที่ความจริงแล้ว ซุนนะฮ์คือ คำพูด หรือการกระทำ หรือการยอมรับของท่านนบีซ.ล. นั่นหมาความว่า ส่ิงใดมีคำพูดนบีซ.ล.ใช้ให้ทำ แม้ไม่มีรูปแบบการกระทำ ถือว่าส่ิงนั้นเป็นซุนนะฮ์
อย่า อย่าใส่ไคล้ว่า คนเยี่ยมกุโบร์วันอีดทำบิดอะฮ์ เพราะอยู่ภายใต้คำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล. อย่า อย่าอ้างว่าเป็นการเจาะจงส่ิงที่ท่านนบีซ.ล.ไม่ได้เจาะจง เพราะคนทำมิได้เจาะจงแต่เป็นความต้องการที่จะไปวันนั้นโดยมิได้เชื่อว่า วันอื่นทำไม่ได้ นี่แหล่ะครับผลร้ายของนักวิชาการที่ชอบเอาชนะ ไม่ชอบอ่านข้อมูลหลายด้านอย่างเปิดใจ ชอบอยู่ในโลกแคบๆที่เข้าใจโลกภายนอกเพียงน้อยนิด ผลคือ ทำให้เข้าใจศาสนาแบบแคบๆจึงผิดพลาดบ่อย สร้างความเกลียดชังกันขึ้นในสังคมเพราะชอบเรื่องการหักล้างเป็นหลัก
ทำไม??? ไม่มองในมุมอื่นบ้าง เช่น มันมีหลักฐานกว้างๆระบุให้ทำได้ แสดงว่าทำได้ นอกจากมีหลักฐานห้ามทำในบางสถานะอย่างชัดเจน จึงจะถือว่าสถานะนั้นๆทำไม่ได้(มิใช่อ้้างแต่หะดีษเรื่องการประดิษฐ์สิ่งใหม่..)
การใช้วิชาการที่แท้จริง ก็มักจะถูกอ้างในลักษณะที่ว่า ถ้าตรงมุมของตัวเองถือว่าเป็นศาสตร์ที่ดี ถูกต้อง หรือเป็นนักวิชาการที่อยู่ในซุนนะฮ์ แต่ถ้าต่างจากมุมตัวเอง ก็จะบอกว่า เป็นศาสตร์ที่หลงผิด หรือเป็นนักวิชาการที่ไม่อยู่ในซุนนะฮ์(แม้ความเป็นจริงจะเป็นอย่้างไรก็ตาม) หรือถ้าเป็นนักวิชาการที่ชื่นชมอยู่ก็จะหาข้อแก้ตัวให้ ...
เรื่องในกระทู้นี้ ก็เป็นแบบนี้ชัดเจน ลองตรองดูเถิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jun 09, 2012 9:44 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:

จากนั้นก็ใช้วิธีการกลบเกลื่อน เบี่ยงเบน ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ไม่มีรูปแบบการกระทำ... เป็นการเจาะจงในส่ิงที่ศาสนามิได้เจาะจง...(ซึ่งสองสิ่งนี้คือข้ออ้างที่คิดขึ้นมาเพื่อให้ดูว่าส่ิงนั้นผิด) ทั้งที่ความจริงแล้ว ซุนนะฮ์คือ คำพูด หรือการกระทำ หรือการยอมรับของท่านนบีซ.ล. นั่นหมาความว่า ส่ิงใดมีคำพูดนบีซ.ล.ใช้ให้ทำ แม้ไม่มีรูปแบบการกระทำ ถือว่าส่ิงนั้นเป็นซุนนะฮ์
อย่า อย่าใส่ไคล้ว่า คนเยี่ยมกุโบร์วันอีดทำบิดอะฮ์ เพราะอยู่ภายใต้คำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล.




เรื่อง ศาสนาจะเอาอะไรตามใจตัวเอง ตามใจคน ไม่ได้ทุกเรื่องหรอกครับ ถ้าถูกใจคนทุกคน ทุกคลุ่ม คงไม่ต้องมีศาสนาแล้วละครับ
คุณ abdooh กล่าวว่า
ทั้งที่ความจริงแล้ว ซุนนะฮ์คือ คำพูด หรือการกระทำ หรือการยอมรับของท่านนบีซ.ล. นั่นหมาความว่า สิ่งใดมีคำพูดนบีซ.ล.ใช้ให้ทำ แม้ไม่มีรูปแบบการกระทำ ถือว่าสิ่งนั้นเป็นซุนนะฮ์

ผมอยากถามคุณว่า “ การจำกัดเจาะจง เฉพาะวันอีด ในการเยี่ยมกุบูร โดยมีความเชื่อว่ามีความประเสริฐนั้น ท่านนบี ศอ็ลฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เหล่าเศาะหาบะฮ และ บรรดาสะลัฟผู้ทรงธรรมคนใหนเขาทำกันหรือครับ
คุณลองมาดูในคำสอนนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมลัม ดังนี้ครับ
نَهَيْتُكُمْ عَنْ زِيَارَةِ الْقُبُورِ فَزُورُوهَا

"ฉันเคยห้ามพวกท่านจากการเยี่ยมกุบูร ดังนั้นพวกท่านจงเยี่ยมกุบูรเถิด" รายงานโดยมุสลิม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวเช่นกันว่า

فَزُورُوا الْقُبُورَ فَإِنَّهَا تُذَكِّرُ الْمَوْتَ

"ดังนั้นพวกท่านจงเยี่ยมกุบูรเถิดเพราะแท้จริงการเยี่ยมกุบูรนั้นทำให้รำลึกถึงความตาย" รายงานโดย มุสลิม

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวเช่นกันว่า

فَزُورُوهَا فَإِنَّهَا تُذَكِّرُ الآخِرَةَ

" ดังนั้นพวกท่านจงเยี่ยมกุบูรเถิด เพราะแท้จริงการเยี่ยมกุบูรนั้นทำให้รำลึกถึงโลกหน้า" รายงานโดยอัตติรมีซีย์ ท่านอัตติรมีซีย์กล่าวว่าหะดิษนี้หะซันซอฮิหฺ
คำ สั่งใช้ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตรงนี้ ถือว่าอยู่ในรูปแบบมุฏลัก اَلْمُطْلَقُ "รูปแบบกว้างๆ ไม่จำกัดวันและเวลา" เราจะทำการเยี่ยมเยือนกุบูรวันใดก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เปิดกว้างให้แก่ประชาชาติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ ซัลลัม และถือเป็นเป็นที่อนุญาต اَلْجَائِزُ เนื่องจากมีซุนนะฮ์จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มารับรองไว้แล้ว
แต่การมา ตัคศิส (التخصيص )จำกัดเฉพาะทำในวันอีด มีตัวบทหะดิษมาจำกัดหรือเปล่า เมื่อไม่มีแสดงว่า การมาจำกัดอย่างนั้น เป็นบิดอะฮ เพราะไม่ปรากฏในสุนนะฮ และตามหลักการมันคือ บิดอะฮ
อิหม่ามอัชชาฏิบีย์กล่าวว่า

وَمِنَ الْبِدَعِ الْإِضَافِيَّةِ الَّتِي تَقْرُبُ مِنَ الْحَقِيقِيَّةِ : أَنْ يَكُونَ أَصْلُ الْعِبَادَةِ مَشْرُوعًا ؛ إِلَّا أَنَّهَا تُخْرَجُ عَنْ أَصْلِ شَرْعِيَّتِهَا بِغَيْرِ دَلِيلٍ تَوَهُّمًا أَنَّهَا بَاقِيَةٌ عَلَى أَصْلِهَا تَحْتَ مُقْتَضَى الدَّلِيلِ ، وَذَلِكَ بِأَنْ يُقَيَّدَ إِطْلَاقُهَا بِالرَّأْيِ ، أَوْ يُطْلَقَ تَقْيِيدُهَا ، وَبِالْجُمْلَةِ ؛ فَتَخْرُجُ عَنْ حَدِّهَا الَّذِي حُدَّ لَهَا

และส่วนหนึ่งจากบิดอะฮ อัลอิฎอฟียะฮ ที่ ใกล้เคียง กับ บิดอะฮหะกีกียะฮ คือ รากฐานของอิบาดะฮนั้น เป็นสิ่งที่ถูกบัญญัติไว้ เว้นแต่มันออกจาก รากฐาน ของ การบัญญัติใช้ของมัน โดยไม่มีหลักฐาน โดยการเข้าใจผิดว่า มันยังคงอยู่บนรากฐานของการบัญญัติใช้ ภายใต้จุดมุ่งหมายของหลักฐาน และดังกล่าวนั้น โดยการ จำกัด การระบุเอาไว้กว้างๆของบทบัญญัติ ด้วยความเห็น หรือ กำหนดให้ บทบัญญัติที่เฉพาะเจาะจง ให้เป็นหลักการกว้างๆ สรุปคือ มันถูกกำหนดให้มันออกจากขอบเขตของมัน จาก สิ่งซึ่ง มันถูกกำหนดขอบเขตไว้แล้ว – ดู อัลมุวาฟิกอต เล่ม 1 หน้า 486
จากคำพูดของอิหม่ามชาฏิบีย์คือ การจำกัดเฉพาะสิ่งที่ศาสนาได้บัญญัติเอาไว้กว้างๆด้วยความเห็นนั้น เป็นบิดอะฮ
ที่เรียกว่า “บิดอะฮอิฎอฟียะฮ”นั้น เพราะสิ่งนั้นมีบัญญัติไว้ แต่ไปไปปฏิบัตินอกกรอบของศาสนา
..............
เพราะฉะนั้น คุณ abdooh ต้องมีหลักการในการอ้าง ไม่ใช่ตามความเห็น แล้วตำหนิคนอื่น


_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Sat Jun 09, 2012 10:17 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมบอกแล้วว่า มันไม่ใช่การเจาะจง มันเป็นความต้องการที่จะทำ หากเป็นการเจาะจง พวกที่ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีดก็จะต้องถือว่าห้ามไปวันอื่น นี่เคือการปักธงของคุณและบุคคลเยี่ยงคุณที่ต้องการให้มันผิด เป็นการตามนักวิชาการสายซาอุ ไม่ตามคำสั่งของท่านนบีซ.ล. โดยอ้างตามที่พวกคุณกล่าวอ้าง แล้วกล่าวหาว่าพวกอื่นทำบิดอะฮ์ เข้าใจศาสนาแบบผิดๆ พวกแบบคุณนี่เองที่ไม่เปิดรับความถูกต้อง และชอบไส่ไคล้ผู้อื่น ขออัลลอฮ์โปรดชี้ทางนำให้คุณด้วยเทอญ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jun 09, 2012 5:28 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
ผมบอกแล้วว่า มันไม่ใช่การเจาะจง มันเป็นความต้องการที่จะทำ หากเป็นการเจาะจง พวกที่ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีดก็จะต้องถือว่าห้ามไปวันอื่น นี่เคือการปักธงของคุณและบุคคลเยี่ยงคุณที่ต้องการให้มันผิด เป็นการตามนักวิชาการสายซาอุ ไม่ตามคำสั่งของท่านนบีซ.ล. โดยอ้างตามที่พวกคุณกล่าวอ้าง แล้วกล่าวหาว่าพวกอื่นทำบิดอะฮ์ เข้าใจศาสนาแบบผิดๆ พวกแบบคุณนี่เองที่ไม่เปิดรับความถูกต้อง และชอบไส่ไคล้ผู้อื่น ขออัลลอฮ์โปรดชี้ทางนำให้คุณด้วยเทอญ


...................

คุณอับดุอฺครับ ความต้องการที่จะทำของเรานั้น เราต้องดูคำสอนด้วย ความจริงแล้ว เราไม่ควรจะเจาะจงว่าอุลามาอฺซาอุ หรือไม่ซาอุฯ เพราะที่ผมอ้างมา ก็ไม่ใช่อุลามาอฺซาอุฯก็มี

อบูอัลมุซฟัรอัสสัมอานีย์กล่าวว่า

إذا ترك النبي صلى الله عليه وسلم شيئا من الأشياء وجب علينا متابعته فيه
เมื่อนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จากบรรดาสิ่งต่างๆ ก็จำเป็นแก่เรา จะต้องเจริญรอยตามท่านนบีในสิ่งนั้น – เกาะวาเฏียะอัลอะดิลละฮ เล่ม 1 หน้า 311
...........
สิ่งใดท่านนบีไม่ปฏิบัติ เราก็ไม่ปฏิบัติ แบบนี้เขาเรียกปฏิบัติตามสุนนะฮตัรกียะฮ


อิหม่ามอัรซัรกะชีย์กล่าว่า

الْمُتَابَعَةَ كما تَكُونُ في الْأَفْعَالِ تَكُونُ في التُّرُوكِ
การปฏิบัติตามในการละทิ้ง(หมายถึง ในสิ่งที่นบีทิ้ง-ผู้แปล) เช่นเดียวกับการปฏิบัติตามในการกระทำ(หมายถึงในสิ่งที่นบี ศอลฯปฏิบัติ) – ดู อัลบะหรุลมะฮีฏ เล่ม 4 หน้า 191
.......
เพราะฉะนั้น เราจะปฏิบัติอิบาดะฮในเรื่องศาสนา เราต้องดู ที่ท่านนบี เพราะนบีคือผู้ที่รู้ว่า อัลลอฮชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และเป็นไปไม่ได้ที่ท่านนบีจะทิ้งในสิ่งที่อัลลอฮชอบ ถ้าท่านนบี ไม่ปฏิบัติ หรือไม่กล่าวส่งเสริม ก็เท่ากับว่า อัลลอฮไม่ชอบ ดังนั้น เราในฐานะอุมมะฮนบี เราก็จะต้องละทิ้งด้วย ถ้าเราดันทุรังที่จะทำ ก็เท่ากับปฏิบัติในสิ่งที่ศาสนาไม่อนุมัติ

เราพูดตามหลักการ ไม่ได้พูด ว่า ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ความจริง ถ้าเราไม่ว่างทั้งปี แล้วบังเอิญมาว่าวันอีด แล้วไปเยี่ยมกุบูร แบบนี้เขาไม่เรียกเจาะจง แต่ ในเชิงประจักษ์ในปัจจุบัน มันกลายเป็นประเพณีไปแล้ว คือ พอวันอีด ก็ไปเยี่ยมกุบูร อันนี้เราต้องดูคนยุคสะลัฟด้วยว่าเขาปฏิบัติหรือเปล่า ... ผมว่าถ้าเอาศาสนามาอ้างด้วยเหตุผล มันไม่จบและสรุปไม่ได้ เพราะคนเรา สามารถหาข้ออ้างได้ทุกเรื่อง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Sat Jun 09, 2012 9:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านนบีซ.ล.ทำแบบอย่างในการอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดฟัรดูต่างๆ ตามที่ถูกรายงานมาอย่างถูกต้องไม่กี่ซูเระฮ์ ไฉนคุณจึงไม่ตัดสินการอ่านนอกเหนือจากที่ท่านนบีซ.ล.อ่านเป็นบิดอะฮ์ เพราะมันผิดไปจากที่ท่านนบีซ.ล.ทำ แต่ทำไมส่ิงที่ท่านนบีซ.ล.สั่งให้ทำมากๆ เช่น อ่านอัลกุรอาน ซิกรุ้ลลอฮ์ ซอลาหวาต ซึ่งมิได้มีคำสั่งห้ามจากท่านนบีซ.ล.ว่า ห้ามอ่านรวมกัน ห้ามอ่านต้นนั้นต้นนี้ ห้ามอ่านหลังดุอา พวกท่านกลับบอกว่า นบีไม่เคยทำเป็นบิดอะฮ์ นี่หรือแนวปฏิบัติของพวกท่าน ผมว่านี่มิใช่สิ่งใดนอกจากการตามผู้อื่นนอกเหนือจากท่านนบีซ.ล. พวกท่านจะมีเพียงข้ออ้างจากท่านนบีก็เพียงหะดีษเรื่องบิดอะฮ์ ที่มิได้เกี่ยวข้องอันใดเลยกับส่ิงที่มีคำสั่งลักษณะนี้ จงตรองดูเถิด ผมมิได้ต้องการเอาชนะ เพียงแต่หวังว่าคุณจะเห็น...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 7:20 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
ท่านนบีซ.ล.ทำแบบอย่างในการอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดฟัรดูต่างๆ ตามที่ถูกรายงานมาอย่างถูกต้องไม่กี่ซูเระฮ์ ไฉนคุณจึงไม่ตัดสินการอ่านนอกเหนือจากที่ท่านนบีซ.ล.อ่านเป็นบิดอะฮ์ ...


.........

ในกรณีการอ่านซูเราะฮในละหมาด นั้น คุณก็พูดเดาสุ่มไปอีกเช่นกัน คุณอ่านหะดิษนี้หรือเปล่า

ثُمَّ اقْرَأْ مَا تَيَسَّرَ مَعَكَ مِنَ الْقُرْآنِ

หลังจากนั้น ท่านจงอ่านสิ่งที่ท่านสะดวกพร้อมกับท่านจากอัลกุรอ่าน- รายงานโดยบุคอรี
- หมายถึงอ่านซูเราะใหนก็ได้ที่เราจำ

كَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقْرَأُ فِي الرَّكْعَتَيْنِ مِنْ الظُّهْرِ وَالْعَصْرِ بِفَاتِحَةِ الْكِتَابِ وَسُورَةٍ سُورَةٍ
ปรากฏว่า นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านในสองเราะกะอัต จากละหมาดซุฮรี และอัศรี ด้วย ฟาติหะฮตุลกิตามและ ซูเราะฮ ซูเราะฮ – บุคอรี
........
ชี้ให้เห็นว่า คำว่า “ซุเราะฮ” เป็นสามานยนาม ไม่เฉพาะเจาะจง เราจะอ่านซซูเราะฮใหนก็ได้ แต่ถ้าไปผูกขาด เพียงซูเราะฮ เดียวโดยเชื่อว่า ดีกว่า โดยไม่มีหลักฐานระบุ แบบนี้เขาเรียกบิดอะฮ
.........
คุณได้อ้างมากมาย ผมคงไม่มีเวลาที่จะตอบตามสิ่งที่คุณอ้างไปอ้างมาทุกเรื่อง เพราะคุณอ้างตามตรรกของคุณ โดยปราศจากหลักการอันใดเลย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 8:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณอะสัน พูดในสิ่งที่ผมมิได้นำมากล่าว ผมบอกว่า มีหะดีษถูกต้องระบุชัดเจนว่า ท่านนบีอ่านซูเราะฮ์ใด ในละหมาดอะไร คุณเองก็รู้ ส่วนหะดีษที่ให้อ่านส่วนใดก็ได้จากอัลกุรอานในละหมาดก็ได้นั้น คือหะดีษกว้างๆ ลักษณะนี้แหล่ะที่คนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเข้าใจ หมายความว่า หากมีคำสั่งกว้างๆให้ทำ แม้จะมีตัวการกระทำที่มีรูปแบบระบุไว้ หากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องหรือลักษณะที่มิได้มีข้อห้าม ถือว่าเรื่องนั้นๆเป็นซุนนะฮ์ หะดีษที่คุณอ้างรวมกับที่ผมนำมากล่าวโดยรวม ชี้ชัดอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องนี้คุณบอกว่าได้ แต่พอเรื่องอ่านอัลกุรอานรวมกัน การตั้งใจอ่านบางซูเราะฮ์ คุณกลับบอกว่า บิดอะฮ์ นี่คือการเลือกปฏิบัติโดยแท้จริง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 8:22 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
แต่ทำไมส่ิงที่ท่านนบีซ.ล.สั่งให้ทำมากๆ เช่น อ่านอัลกุรอาน ซิกรุ้ลลอฮ์ ซอลาหวาต ซึ่งมิได้มีคำสั่งห้ามจากท่านนบีซ.ล.ว่า ห้ามอ่านรวมกัน ห้ามอ่านต้นนั้นต้นนี้ ห้ามอ่านหลังดุอา พวกท่านกลับบอกว่า นบีไม่เคยทำเป็นบิดอะฮ์ นี่หรือแนวปฏิบัติของพวกท่าน ...


.............

คุณอับดุฮ ครับ ความจริงถ้าคุณจะทำใครก็ห้าม คุณไม่ได้ ผมเองก็ไม่ได้เป็นเจ้าของนรก หรือ สวรรค์ ผมไม่มีอำนาจเอาคุณเข้านรก หรือสวรรค์ได้ คุณจะอ้างอย่างไรก็ได้ ตามที่คุณคิด ร้อยพันแปดข้ออ้าง ไม่จบหรอกครับ

คุณอับดุฮอ้างว่า

abdooh บันทึก:

อ่านอัลกุรอาน ซิกรุ้ลลอฮ์ ซอลาหวาต ซึ่งมิได้มีคำสั่งห้ามจากท่านนบีซ.ล.ว่า ห้ามอ่านรวมกัน ห้ามอ่านต้นนั้นต้นนี้ ห้ามอ่านหลังดุอา พวกท่านกลับบอกว่า นบีไม่เคยทำเป็นบิดอะฮ์ นี่หรือแนวปฏิบัติของพวกท่าน ...


ขอชี้แจงว่า สิ่งเหล่านี้ ถ้านบี Solallah กล่าวไว้กว้างๆ คุณจะจำกัดเฉพาะไม่ได้ ในทำนองเดียวกัน ดุอาอาที่ท่านนบี Solallah จำกัดเวลา และเหตุการณ์เอาไว้ คุณจะไปกำหนดให้กว้างๆแบบไม่จำกัดไม่ได้

ผมอยากถามว่า "ดุอาเข้าห้องน้ำ คุณจะไปอ่านตอนเข้านอนได้ไหม? ดุอารับประทานอาหารคุณจะไปอ่านตอนเข้าส้วมได้ไหม?

ผมยกตัวอย่าง การซิกีร พร้อมๆกันเป็นหมู่คณะ อยากถ้ามคุณว่า ปรากฏในยุคนบี Solallah ไหม?

ดังที่ท่านมุหัมหมัด เราชีดริฏอ กล่าวว่า

إنه ليس من السنة أن يجلس الناس بعد الصلاة بقراءة شيء من الأذكار ، والأدعية المأثورة ، ولا غير المأثورة برفع الصوت وهيئة الاجتماع

ไม่มีจากอัสสุนนะฮ การที่ผู้คนนั่งหลังละหมาด ด้วยการอ่านสิ่งใดจากบรรดาซิกีร และบรรดาดุอามะฮษูเราะฮ และไม่ปรากฏสุนนะฮ(เช่นกัน) อื่นจากดูอามะอฺษูเราะฮ ด้วยเสียงดังพร้อมๆกัน และในลักษณะที่เป็นหมู่คณะ - ฟะตาวา เช็คมุหัมหมัดรอชีด เล่ม 4 หน้า 359

อิบนุอัลหาจญ กล่าวว่า

ينبغي أن ينهى الذاكرون جماعة في المسجد قبل الصلاة، أو بعدها، أو في غيرهما من الأوقات . لأنه مما يشوش بها

สมควรบรรดาผู้ซิกิร เป็นหมู่คณะ จะถูกห้าม ในมัสยิด ก่อนละหมาด หรือหลังจากละหมาด หรือในบรรดาเวลาอื่นจากทั้งสองนั้น เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งจากสิ่งที่สร้างความรบกวนด้วยมัน -อิศลาหุลมัสญิด ของอัลกอซิมีย์ หน้า 111

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 12:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณอย่าเอาทัศนะมาพูดตรงนี้ซิครับ เอาหะดีษที่ท่านนบีซ.ล.ห้ามมากบอกซิ ถ้ามีอย่างชัดเจนและถูกต้อง ผมก็จะตัดสินว่ามันผิด นี่คุณเอาแต่ทัศนะล้วนๆ ไม่มีแม้แต่หะดีษบทเดียวมาอ้าง นี่หรือผู้อ้างว่า ทำตามซุนนะฮ์(เพียงแต่พูด) ไม่มีผู้ใดค้้านคำสั่งลักษณะนี้ เพราะมันคือซุนนะฮ์ชัดเจน มีแต่คุณและพวกเท่านั้นที่ตีความตามทัศนะล้วนๆ ไม่มีแม้แต่ตัวบท แต่อ้างว่านี่คือความถูกต้อง มาซาอั้ลลอฮ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 5:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
คุณอย่าเอาทัศนะมาพูดตรงนี้ซิครับ เอาหะดีษที่ท่านนบีซ.ล.ห้ามมากบอกซิ ถ้ามีอย่างชัดเจนและถูกต้อง ผมก็จะตัดสินว่ามันผิด นี่คุณเอาแต่ทัศนะล้วนๆ ไม่มีแม้แต่หะดีษบทเดียวมาอ้าง นี่หรือผู้อ้างว่า ทำตามซุนนะฮ์(เพียงแต่พูด) ไม่มีผู้ใดค้้านคำสั่งลักษณะนี้ เพราะมันคือซุนนะฮ์ชัดเจน มีแต่คุณและพวกเท่านั้นที่ตีความตามทัศนะล้วนๆ ไม่มีแม้แต่ตัวบท แต่อ้างว่านี่คือความถูกต้อง มาซาอั้ลลอฮ์


สรุปว่า ลอยกระธงทำได้ใช่ไหมครับ เพราะไม่มีตัวบท คุณต้องทำความเข้าใจหลักนิติศาสตร์อิสลาม ในเรืองอิบาดะฮ มันต้องรอคำสั่งใช้ ถ้าไม่มีคำสั่งใช้ หมายถึงการปฏิบัติสิ่งนั้น เป็นการห้าม คุณต้องเข้าใจหลักนิติศาสตร์อิสลามด้วย

อิบนุหะญัร ซึ่งเป็นอุลามาอฺในมัซฮับชาฟิอีเองกล่าวถึงหลักการนี้ว่า

اَلْأَصْلَ فِي اَلْعِبَادَةِ اَلتَّوَقُّف

รากฐานในเรื่องอิบาดะฮนั้น คือ การหยุดอยู่ที่คำสั่ง -ฟัตหุ้ลบารีย์ เล่ม 4 หน้า 174

ผมจึงถามว่า มีนักวิชาการสำคัญในมัซฮับชาฟิอีคนใหนบ้าง สนับสนุน ให้เยี่ยมกุบูรในวันอีดเป็นการเฉพาะ หากถือว่าวันนี้เป็นสำคัญที่ต้องเยี่ยกุบูรด้วย คุณตอบมาและอ้างหลักฐานมาซิครับ คุณอย่ามาด่าผม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 11:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อบูชามะฮ กล่าวว่า

"ولا ينبغي تخصيص العبادات بأوقات لم يخصصها بها الشرع ، بل يكون جميع أفعال البر مرسلة في جميع الأزمان ليس لبعضها على بعض فضل ، إلا ما فضله الشرع وخصه بنوع من العبادة ، فإن كان ذلك ، اختص بتلك الفضيلة تلك العبادة دون غيرها

ไม่สมควรเจาะจงอิบาดะฮ ด้วยบรรดาเวลา ซึ่ง ศาสนบัญญัติไม่ได้เฉพาะเจาะจงด้วยมัน แต่ทว่า บรรดาการกระทำความดีทั้งหมด ถูกปล่อยให้อยู่ในบรรดาเวลา โดยที่ส่วนหนึ่งไม่ได้มีความประเสริฐเหนื่ออีกส่วนหนึ่ง เว้นแต่ สิ่งที่ ศาสนบัญญัติได้ระบุความประเสริฐมันและได้เฉพาะเจาะจงมัน ด้วยชนิดอิบาดะฮ เพราะถ้าหากได้ปรากฏดังกล่าวนั้น อิบาดะฮดังกล่าวนั้นก็ได้ถูกเจาะจง ด้วยความประเสริฐดังกล่าว โดยไม่ได้เจาะจงอิบาดะฮอื่นจากมัน- الباعث لإنكار البدع والحوادث لأبي شامة (ص48)
.......

จากคำพูดของอบูชามะฮ สรุปได้ว่า ไม่สมควรที่ไปเจาะจงทำอิบาดะฮ ในเวลาใดโดยเฉพาะ ยกเว้น ที่ศาสนาได้จำกัดเฉพาะเอาไว้ และการเจาะจงดังกล่าว โดยคิดว่า ดีกว่าเวลาอื่น นี้คือ ประเด็น กล่าวคือ เชื่อว่าดีกว่า วันอื่นหรือเวลาอื่น โดยที่ศาสนาไม่ได้ระบุไว้

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 11:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เช็คบะกัร อบูเซด กล่าวว่า

ومن البدع التخصيص بلا دليل ، بقراءة آية ، أو سورة في زمان أو مكان أو لحاجة من الحاجات ، وهكذا قصد التخصيص بلا دليل

และส่วนหนึ่งจากบรรดาบิดอะฮคือ การจำกัดเฉพาะ โดยไม่มีหลักฐาน ด้วยการอ่านอายะฮใดๆ หรือซูเราะฮใดๆ ในเวลา หรือสถานที่ หรือ เพื่อความจำเป็นใดๆ จากบรรดาความจำเป็น ดังกล่าวนี้คือ การเจตนาจำกัดเฉพาะ โดยไม่มีหลักฐาน- ดู บิดอุลกิรออะฮ หน้า 14
...
ศาสนาสอนให้อ่านอัลกุรอ่าน เป็นการกล่าวกว้าง (มุฏลัก)แต่ถ้าไปจำกัดเฉพาะเวลา (ตัคศิศ)โดยมีความเชื่อว่าดีกว่าเวลาอื่น โดยไม่มีหลักฐาน แบบนี้เป็นบิดอะฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 2:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อะสันลบคำตอบที่ผมตั้งขึ้นที่อะสันตอบไม่ได้ เพราะอะสันจมปรักอยู่กับทัศนะจนไม่ยอมรับคำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล. คำตอบที่ถูกลบคือ
ตามหลักวิชาการที่นักวิชาการทุกท่านยอมรับคือ คำสั่งใช้ใดๆที่ระบุให้ทำแบบกว้างๆ ถือว่าสิ่งถูกใช้นั้นทำได้ทุกรูปแบบ ยกเว้นมีคำสั่งห้ามไม่ให้ทำในบางรูปแบบที่ชัดเจน จึงจะถือว่ารูปแบบนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม
คุณอะสันบอกว่ามันเป็นความคิดส่วนตัวของผม ทั้งที่มันคือหลักวิชาการทางหะดีษและทางหลักวิชาฟิกฮ์ที่นักวิชาการยอมรับ
ผมจึงตั้งคำถาม ถามคุณอะสันว่า ไม่มีคำสั่งใดๆจากท่านนบีซ.ล.และชาวสะลัฟให้อ่านอัลกุรอานตอนดวงอาทิตย์อยู่กลางฟ้า คำถามคือ การอ่านอัลกุรอานในขณะนั้นเป็นบิดอะฮ์หรือ เพราะคุณอะสันอ้างทัศนะที่ตนคลั่งใคล้ว่า เรื่องการเยี่ยมกุโบร์วันอีดนั้น ไม่มีคำสั่งใช้ใดๆให้ทำ จึงคิดไปเองว่านั่นหมายถึงห้ามทำ ผมจึงอยากบอกคุณอะสันว่า นั่นไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากทัศนะล้วนๆ ไม่มีหะดีษบทใดระบุเช่นนั้น ไม่มีนักวิชาการสะลัฟคนใดระบุเช่นนั้น จะมีบ้างก็เพียงพวกรุ่นหลัง(คอลัฟ)บางท่านที่คิดเองเช่นนั้น จากนั้นคุณอะสันก็เฉไฉตามสไตล์เดิมๆว่า "อย่างนี้ก็ลอยกระทงได้ซิ เพราะท่านนบีไม่ได้ห้ามไว้" คุณอะสันชอบเบี่ยงเบนประเด็น เพราะประเด็นคือมีคำสั่งใช้กว้างๆให้ทำ คุณมีหลักฐานไหมล่ะเรื่องลอยกระทง ถ้าไม่มีก็ไมใช่ประเด็นนี้เลย
ขอย้ำว่า ผมต้องการให้มุสลิมที่อ่านเข้าใจสิ่งถูกต้องว่าถูกต้อง เข้าใจสิ่งเหลวไหลว่าเหลวไหล เข้าใจทัศนะว่าเป็นทัศนะ เพื่ออิสลามที่มุสลิมปฏิบัติและเชื่อถือ เป็นสิ่งที่ถูกต้องจากท่านนบีซ.ล.โดยแท้จริง
หากคุณต้องการถกปัญหาเพื่อความถูกต้องจริง ขอให้ตอบ แต่ถ้าคุณต้องการมอมเมาสิ่งเหลวไหลก็จงลบทิ้ง(เช่นเคยเถิด)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 3:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
อะสันลบคำตอบที่ผมตั้งขึ้นที่อะสันตอบไม่ได้ เพราะอะสันจมปรักอยู่กับทัศนะจนไม่ยอมรับคำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล. คำตอบที่ถูกลบคือ
ตามหลักวิชาการที่นักวิชาการทุกท่านยอมรับคือ คำสั่งใช้ใดๆที่ระบุให้ทำแบบกว้างๆ ถือว่าสิ่งถูกใช้นั้นทำได้ทุกรูปแบบ ยกเว้นมีคำสั่งห้ามไม่ให้ทำในบางรูปแบบที่ชัดเจน จึงจะถือว่ารูปแบบนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม )



คุณอับดุฮ มาอ่านฟัตวาข้างล่าง

زيارة القبور يوم العيد غير مشروعة

การเยี่ยมกุบูรในวันอีดไม่มีบัญญัติให้กระทำ

ฟัตวา โดย ดร. حسام الدين بن موسى محمد بن عفانه อุลามาอฺชาวปาเลสไตน์


الإجابة: إن زيارة القبور سنة مشروعة عن الرسول صلى الله عليه وسلم، فقد ثبت في الحديث قوله عليه الصلاة والسلام: "كنت نهيتكم عن زيارة القبور، ألا فزوروها فإنها تذكركم بالآخرة" (رواه مسلم

ตอบ,

แท้จริงการเยี่ยมกุบูรนั้นเป็นสุนนะฮ ที่ถูกบัญญัติ จากรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮิอะลัยฮิวะสัลลัม และคำพูดของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับรองในหะดิษ ที่ว่า “ฉันเคยห้ามพวกท่านไม่ให้เยี่ยมกุบูร ,พึงทราบไว้เถิดว่า พวกท่านจงเยี่ยมมัน เพราะมัน ทำให้พวกท่านระลึกถึงวันอาคิเราะฮ

ولكن الشرع لم يحدد يوماً معيناً لزيارة القبور، لذلك فإن تخصيص يومي العيد بزيارة القبور بدعة مكروهة، وقد تكون حراماً إذا رافقتها الأمور المنكرة التي نشاهدها في أيامنا هذه يوم العيد من خروج النساء المتبرجات إلى القبور، واختلاطهن بالرجال، وكذلك انتهاك حرمات الأموات من الجلوس على القبور ووطئها بالأقدام، وغير ذلك من الأمور المخالفة لهدي المصطفى صلى الله عليه وسلم.

. وينبغي أن يُعلم أنه لا يجوز تخصيص زمان أو مكان بشيء من العبادة إلا بدليل شرعي.
แต่ศาสนบัญญัติไม่ได้จำกัดวันที่เฉพาะ สำหรับการเยี่ยมกุบูร เพราะเหตุดังกล่าว แท้จริงการจำกัดวันอีดสองวันด้วยการเยี่ยมกุบูรนั้นเป็น บิดอะฮที่น่ารังเกี่ยจ และสมควรที่จะรู้ว่า ไม่อนุญาตให้จำกัดเวลาหรือสถานที่ ด้วยสิ่งใดๆจากอิบาดะฮ นอกจากด้วยหลักฐาน……….

وتخصيص يوم العيد بزيارة القبور مما لم يرد عن الرسول صلى الله عليه وسلم، فلم يكن من هدي المصطفى صلى الله عليه وسلم ولا صحابته رضي الله عنهم زيارة القبور يوم العيد، وإن خير الكلام كلام الله وخير الهدي هدي رسول الله صلى الله عليه وسلم، وإن الخير كل الخير بالاتباع، والشر كل الشر بالابتداع

การจำกัดวันอีดด้วยการเยี่ยมกุบูรนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากสิ่งที่ไม่ปรากฏรายงานจากรซูล ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นการเยี่ยมกุบูรในวันอีดไม่ได้มีมาจากทางนำของอัลมุสฏอฟา ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาสาวกของท่าน(ร.ฏ) และแท้จริงถ้อยคำที่ดี คือ ถ้อยคำของอัลลอฮ และทางนำที่ดี คือ ทางนำของรอซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แท้จริงความดีคือ ทุกๆความดี ด้วยการเจริญรอยตามนบี และความชั่วคือ ทุกๆความชั่วด้วยการอุตริบิดอะฮ

http://ar.islamway.com/fatwa/27819

โปรดดู ประวัติและผลงาน ของ ดร.หุสามุดดีน อะฟานะฮ ข้างล่าง

http://www.ahlalhdeeth.com/vb/showthread.php?t=182209

เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว คำพูดของคุณอับดุฮ ไม่มีน้ำหนักเลย แม่เท่าปีกริ้น คุณประท้วงไป คุณเป็นครูบาอาจารย์ คนที่เข้ามาอ่านเขาตัดสินเองว่า คุณมีวุฒิภาวะความเป็นอาจารย์สอนศาสนาแค่ใหน - หยุดเถอะครับ ผมไม่หะล้าลให้คุณมาป่วนในเว็บนี้



ผมก็คงไม่ลบคำพูดของคุณอับดุฮหมดหรอกครับ ผมจะไว้ให้คนที่เข้ามาอ่านด้วย แล้วเขาจะตัดสินเองว่าใครคือ คนหลอกลวง คุณไม่ต้องกลัวคุณกล่าวหาผม คุณตอบกับอัลลอฮในวันอาคีเราะฮก็แล้วกัน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.19 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004