ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Dec 18, 2014 3:47 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำว่า “มือ”เกี่ยวกับอัลลอฮ


มีบรรดาอายะฮอัลกุรอ่านและหะดิษ ที่ระบุคำว่ามือ เกี่ยวกับอัลลอฮ ใครแปลว่า มือ ก็จะถูกกล่าวหาว่า เป็นพวกมุญัสสิมะฮ หรือ พวกที่เชื่อว่าอัลลอฮมีรูปร่าง มีอวัยวะ เหมือนกับมัคลูค ถึงขนาด มีการตักฟีร หรือหุกุม เป็นกาเฟรกันเลยที่เดียว เรื่องนี้เป็นอย่างไร ขอชี้แจงดังต่อไปนี้

อบูอุษมาน อัศเศาะบูนีย์ อัชชะฟีอีย์ (ฮ.ศ 449) นักปราชญ์ ที่เกือบจะทันยุคสลัฟ กล่าวว่า

ولا يعتقدون تشبيها لصفاته بصفات خلقه، فيقولون: إنه خلق آدم بيديه، كما نص سبحانه عليه في قوله –عز من قائل- {قَالَ يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ } [ص : 75].
และพวกเขา(อะฮลุลหะดิษ)ไม่เชื่อว่า เป็นการตัชบีฮ(การเปรียบเทียบว่า)บรรดาสิฟัตของพระองค์ คล้ายคลึงกับมัคลูคของพระองค์ โดยพวกเขากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ทรงสร้าง อาดัม ด้วยสองมือของพระองค์ ดังที่อัลลอฮ(ซ.บ)ได้ตรัสเป็นตัวบทไว้ในคำตรัสของพระองค์ (อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสอง ของข้า ? ศอด/75 – ดู อะกีดะตุสลัฟ อัศหาบุลหะดิษ ของอัศศอบูนีย์ หน้า 37 ตรวจทาน โดย อบุลยะมีน อันมันศูรีย์ และหน้า 161-162 ตรวจทานโดย นาศีร อัลญะเดียะ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

จากคำอธิบายของ อบูอุษมาน อัศศอบูนีย์ข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า การที่กล่าวว่า “อัลลอฮ สร้างอาดัมด้วยสองมือของพระองค์” ตามที่อัลลอฮได้กล่าวเป็นตัวบทไว้ในอัลกุรอ่านนั้น ,บรรดาอะฮลุลหะดิษที่เป็นชาวสะลัฟ ไม่เชื่อว่า เป็นการนำอัลลอฮไปเปรียบกับมัคลูฮ
อิหม่ามอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ ปราชญ์ ชาวสะลัฟ ซึ่งมีชีวิตในช่วง ฮ.ศ. 224-310 อธิบายว่า

يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ ) يَقُولُ : أَيُّ شَيْءٍ مَنَعَكَ مِنَ السُّجُودِ ( لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ ) يَقُولُ : لِخَلْقِ يَدَيَّ ، يُخْبِرُ - تَعَالَى ذِكْرُهُ - بِذَلِكَ أَنَّهُ خَلَقَ آدَمَ بِيَدَيْهِ .

كَمَا حَدَّثَنَا ابْنُ الْمُثَنَّى قَالَ : ثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ جَعْفَرٍ قَالَ : ثَنَا شُعْبَةُ قَالَ : أَخْبَرَنِي عُبَيْدٌ الْمُكْتِبُ قَالَ : سَمِعْتُ مُجَاهِدًا يُحَدِّثُ عَنِ ابْنِ عُمَرَ قَالَ : خَلَقَ اللَّهُ أَرْبَعَةً بِيَدِهِ : الْعَرْشَ ، وَعَدْنَ ، وَالْقَلَمَ ، وَآدَمَ ، ثُمَّ قَالَ لِكُلِّ شَيْءٍ كُنْ فَكَانَ .



(อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูด) กล่าวคือ สิ่งใด ที่ยั้บยั้งไม่ให้สูญูด (ต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสอง ของข้า) กล่าวคือ ต่อการสร้างของสองมือของข้า อัลลอฮ ตะอาลา ผู้ซึ่ง การสดุดีพระองค์นั้นสูงส่งยิ่ง ได้ทรงบอกดังกล่าวว่า พระองค์ทรงสร้างอาดัม ด้วยสองมือของพระองค์ ดังหะดิษ(หมายเลข 23102) อิบนุมุษันนา ได้เล่าเรา โดยกล่าวว่า มุหัมหมัด บิน ยะอฺฟัรได้เล่าเรา

โดยกล่าวว่า ชุอฺบะฮได้เล่าเรา โดยกล่าวว่า " อุบัยดิน อัลมักตับ ได้บอกข้าพเจ้า โดยกล่าวว่า " ข้าพเจ้าได้ยิน มุญาฮิด รายงานจากอิบนุอุมัร ว่า เขาได้กล่าวว่า " อัลลอฮได้ทรงสร้างสี่อย่าง ด้วยมือของพระองค์คือ
หนึ่ง. อะรัช

สอง. สวรรค์อัดนิน

สาม. อัลกอลัม

สี่. อาดัม

หลังจากนั้น ทรงตรัสแก่ทุกๆสิ่งว่า "จงเป็น" แล้วมันก็เป็นขึ้นมา"- ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายซูเราะฮศอด อายะฮ 75
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
อิบนุญะรีร ปราชญ์สะลัฟ ได้ยืนยัน ว่า อัลลอฮ ทรงสร้างอาดัมด้วยสองมือของพระองค์ และท่านได้ยืนยันหะดิษอิบนุอุมัน เป็นการเน้นย้ำ ทัศนะของท่านอีกด้วย

อิหม่ามอิบนุคุซัยมะฮ(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

وَزَعَمَتِ الْجَهْمِيَّةُ الْمُعَطِّلَةُ: أَنَّ مَعْنَى قَوْلِهِ: {بَلْ يَدَاهُ مَبْسُوطَتَانِ} [المائدة: 64] أَيْ نِعْمَتَاهُ، وَهَذَا تَبْدِيلٌ , لَا تَأْوِيلٌ , وَالدَّلِيلُ عَلَى نَقْصِ دَعْوَاهُمْ هَذِهِ أَنَّ نِعَمَ اللَّهِ كَثِيرَةٌ , لَا يُحْصِيهَا إِلَّا الْخَالِقُ الْبَارِئُ، وَلِلَّهِ يَدَانِ لَا أَكْثَرَ مِنْهُمَا , كَمَا قَالَ لِإِبْلِيسَ عَلَيْهِ لَعْنَةُ اللَّهِ: {مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدِي} [ص: 75] ، فَأَعْلَمَنَا جَلَّ وَعَلَا أَنَّهُ خَلَقَ آدَمَ بِيَدَيْهِ، فَمَنْ زَعَمَ أَنَّهُ خَلَقَ آدَمَ بِنِعْمَتِهِ كَانَ مُبَدِّلًا لِكَلَامِ اللَّهِ،

พวกญะฮมียะฮ ที่ปฏิเสธพระเจ้า อ้างว่า ความหมายของคำตรัสของพระองค์ที่ว่า(หามิได้ พระหัตถ์ทั้งสองของพระองค์ถูกแบออกต่างหาก) –อัลมาอิดะฮ/๖๔) หมายถึง สองเนียะมัตของพระองค์ และนี้คือ การเปลี่ยนแปลงความหมาย ไม่ใช่การตะวีล และหลักฐานที่แสดงถึงจุดบกพร่องของการอ้างของพวกเขานี้ คือ แท้จริง เนียะมะฮ(ความโปรดปราน)ของอัลลอฮมีมากมาย ไม่มีใครคำนวณมันได้นอกจากผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงเนรมิต และอัลลอฮทรงมีสองมือ ไม่ได้มากไปกว่ามันทั้งสอง ดังสิ่งที่ทรงตรัสแก่อิบลิส อะลัยฮิละนะตุลลอฮ ว่า (สิ่งใดหรือที่มายับยั้งไม่ให้เจ้าสุญูดแก่สิ่งที่ข้า สร้างมาด้วย สองพระหัตถ์ ของข้าgreat ศอด/๗๕ ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง จึงบอกให้เรารู้ว่า พระองค์ทรงสร้างอาดัมด้วยสองมือของพระองค์ ดังนั้นผู้ใด อ้างว่า พระองค์สร้างอาดัมด้วยเนียะมัตของพระองค์ เขาก็เป็นผู้เปลี่ยนความหมายคำพูดของอัลลอฮ
- ดูอัตเตาฮีด เล่ม 1 หน้า 99 ของอิบนุคุซัยยมะฮ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
จากคำอธิบายของอิบนุคุซัยมะฮท่านยืนยันจัดเจน โดยไม่ต้องส่งสัยคือ

فَأَعْلَمَنَا جَلَّ وَعَلَا أَنَّهُ خَلَقَ آدَمَ بِيَدَيْهِ
ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง จึงบอกให้เรารู้ว่า พระองค์ทรงสร้างอาดัมด้วยสองมือของพระองค์
ส่วนการตีความ คำว่า “สองมือคือ พลังอำนาจนั้น มีข้อโต้แย้งดังนี้


อัลบัยฮะกีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) กล่าวว่า

{ مَا مَنَعَكَ أَن تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ} يُبطل التأويل بالنعمة والقدرة لأن نعم الله أكثر من أن تحصى

อายะฮที่ว่า (อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสองของข้า ?)การตีความ ด้วยคำว่า "เนียะมัต"(ความโปรดปราน)และ กุดเราะฮ(พลังอำนาจ)นั้น เป็นโมฆะ เพราะ เนียะมัตของอัลลอฮนั้น มากมายเกินที่จะประเมินได้ - อัลเอียะติกอด หน้า 88
...........

การยืนยัน ความหมายของ คำว่า มือ ตามตัวบท โดยไม่เปรียบกับมัคลูคและไม่อธิบายหรือถามถึงรูปแบบว่าเป็นอย่างไรนั้น คือ แนวทางของสะลัฟ

قال ابن عبد البر رحمه الله
" أهل السنة مجمعون على الإقرار بالصفات الواردة في الكتاب والسنة وحملها على الحقيقة لا على المجاز ، إلا أنهم لم يكيفوا شيئا من ذلك " .
"العلو للعلي الغفار" (ص 250)

อิบนุอับดุลบัร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า “ ชาวสุนนะฮ พวกเขาทั้งหลายมีมติร่วมกันบนการรับรองบรรดาคุณลักษณะ(สิฟาต) ที่มีมาในอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ และถือมันตามความหมายจริง ไม่ใช่การอุปมา นอกจากว่า พวกเขาไม่อธิบายรูปแบบวิธีการสิ่งใดๆจากมันเท่านั้น – ดู อัลอะลู ลิลอะลียุลฆอฟฟาร หน้า 250

อบูหะซันาอิเราะฮกล่าวว่า อัลอัชอารีย อิหม่ามมัซฮับ อาช
อิหม่าม

أجمعوا على أنه عز وجل يسمع ويرى ، وأن له تعالى يدين مبسوطتين ، وأن الأرض جميعا قبضته يوم القيامة والسماوات مطويات بيمينه

และพวกเขา(ปราชญ์สะลัฟ)มีมติ ว่า อัลลอฮผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ทรงได้ยิน ,ทรงเห็น และแท้จริง พระองค์ผู้ทรงสูงส่ง ทรงมีสองมือ ที่ถูกแบออก และแท้จริงแผ่นดินนี้ทั้งหมดเป็นเพียงกำพระหัตถ์หนึ่งของพระองค์ในวันกิยามะฮ์ และชั้นฟ้าทั้งหลายจะม้วนกลิ้งด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ – ริสละฮ อะฮลิษษะอรี หน้า ๗๒

อัลฟาฟิซ อบูบักร อัลอิสมาอีลีย์ (ฮ.ศ ๓๗๑) กล่าวว่า

وخلق آدم عليه السلام بيده، ويداه مبسوطتان ينفق كيف يشاء، بلا اعتقاد كيف يداه، إذ لم ينطق كتاب الله تعالى فيه بكيف

และพระองค์ทรงสร้างอาดัม อะลัยฮิสสลาม ด้วยมือของพระองค์ และสองมือของพระองค์ ถูกแบออก ทรงประทาน(ความโปรดปรานแก่มัคลูค) ตามที่ทรงประสงค์ โดยไม่เอียะติกอด(เชื่อ)ว่า มือของพระองค์เป็นอย่างไร เพราะ ไม่ได้ถูกกล่าวเอาไว้ในคัมภีรของอัลลอฮ ตะอาลา ด้วยการอธิบายรูปแบบว่าเป็นอย่างไรในมัน – เอียะติกอด อะอิมมะติลหะดิษ หน้า ๕๑
>>>>>>>>>>>>

จากที่ได้ชี้แจงทั้งหมดนี้ สรุปได้ว่า การยืนยันความหมายคำว่า “ยัด”มือ เกี่ยวกับอัลลอฮ ที่ระบุไว้ในอัลกุรอ่านและหะดิษ โดยไม่เปรียบกับมัคลูค และไม่อธิบายรูปแบบว่าเป็นอย่างไรนั้น คือ อะกีดะฮสะลัฟ ไม่ใช่ของวะฮบีย์ คิดขึ้นมาเอง และการเชื่อแบบดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ออกจากความเป็นอิสลาม ตามที่คนบางกลุ่มได้อ้าง

والله أعلم بالصواب
อะสัน หมัดอะดั้ม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jan 05, 2015 8:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อโต๊ะครูอะชาอิเราะคนหนึ่งกล่าวหาอิบนุอุซัยมีนสับสนกับทฤษฎี

เขากล่าวหาว่า
อิบนุอุซัยมีนโต๊ะครูของวะฮาบีย์เกิดความสับสนกับทฤษฎีของตนเองซะเเล้ว โดยเขาเขียนไว้ในหนังสืออธิบายอะกีดะห์อัลวาสิตียะห์ของอิบนุตัยมียะห์ว่า
"....ดังนั้นในหะดีสนี้เป็นการยืนยันการหัวเราะให้กับอัลลอฮ์ อัซซะ วะญัล คือการหัวเราะจริงๆนะ.....และไม่อนุญาตให้เราพูดว่า แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์ทรงมีปาก หรือมีฟัน หรืออะไรประมาณนั้นนะ.....
……….
ผมจำเป็นต้องกอ็ปมาชี้แจง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับปราชญ์ผู้ถูกกล่าวหา และ เพื่อชี้แจงให้รู้ว่า ข้างต้นคือการใส่ร้ายที่เกิดจากการอคติโดยที่ตนเองไม่เข้าใจอะกีดะฮสะลัฟ
การยืนยันคุณลักษณะคำว่า หัวเราะ(الضحك )ระบุในหะดิษเศาะเฮียะ คือ

وعن أبي هريرة ت أنَّ رسولَ الله ص قَالَ ;يَضْحَكُ اللهُ ـ إِلَى رَجُلَيْنِ يقْتلُ أَحَدهُمَا الآخَرَ يَدْخُلانِ الجَنَّةَ ، يُقَاتِلُ هَذَا في سَبيلِ اللهِ فَيُقْتَلُ ، ثُمَّ يتُوبُ اللهُ عَلَى القَاتلِ فَيُسْلِم فَيُسْتَشْهَدُ; مُتَّفَقٌ عليه.
ความว่า: และจากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ ت เล่าว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ص กล่าวว่า: “อัลลอฮฺ ـ ทรงหัวเราะกับชายสองคน ที่คนหนึ่งฆ่าอีกคน แล้วทั้งสองก็เข้าสวรรค์ กล่าวคือ ชายคนที่หนึ่งได้ออกต่อสู้เพื่อหนทางของอัลลอฮฺแล้วเขาก็ถูกฆ่า(โดยชายคนที่สอง) หลังจากนั้นอัลลอฮฺก็รับการกลับตัวของผู้ที่ฆ่า(ชายคนที่สอง)ด้วยการที่เขาได้เข้ารับอิสลาม แล้วต่อมาเขา(ชายคนที่เพิ่งรับอิสลาม)ก็ตายในหนทางของอัลลอฮฺ(ตายชะฮีด)” (มุตตะฟะกุนอะลัยฮฺ)
อัล-บุคอรียฺ, อัล-ญามิอฺ อัล-มุสนัด, บท: ประวัติของชาวอันศอรฺ, บรรพ: เรื่องราวของกะอับ อิบนุ มาลิก, เลขที่: 4418. มุสลิม, อัล-มุสนัด อัศ-เศาะฮีหฺ, บท: การเตาบะฮฺ, บรรพ: เรื่องการเตาบะฮฺของกะอับ อิบนุ มาลิกและสหายทั้งสองของเขา, เลขที่: 2769
อิบนุคุซัยมะฮ (ฮ.ศ 311) อธิบายว่า
باب : ذكر إثبات ضحك ربنا عَزَّ وجلَّ : بلا صفةٍ تصفُ ضحكه جلَّ ثناؤه ، لا ولا يشبَّه ضَحِكُه بضحك المخلوقين ، وضحكهم كذلك ، بل نؤمن بأنه يضحك ؛ كما أعلم النبي صلى الله عليه وسلم ، ونسكت عن صفة ضحكه جلَّ وعلا ، إذ الله عَزَّ وجلَّ استأثر بصفة ضحكه ، لم يطلعنا على ذلك ؛ فنحن قائلون بما قال النبي صلى الله عليه وسلم ، مصَدِّقون بذلك ، بقلوبنا منصتون عمَّا لم يبين لنا مما استأثر الله بعلمه
บทว่าด้วยการระบุการยืนยัน การหัวเราะ ของพระผู้อภิบาลของเรา ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง โดยไม่มีคุณลักษณะใดๆ ที่พรรณนาคุณลักษณะการหัวเราะของพระองค์ ผู้ซึ่งการสรรเสริญพระองค์สูงส่งยิ่ง ก็ไม่ (หมายถึงไม่อธิบายรูปแบบคุณลักษณะการหัวเราะฮของพระองค์) และไม่เปรียปเทียบการหัวเราะของพระองค์ กับการการหัวเราะของบรรดามัคลูค และการหัวเราะของพวกเขาก็เช่นเดียวกันนั้น (คือไม่เปรียบกับการหัวเราะฮของพระองค์) แต่ทว่า เราศรัทธา ว่าแท้จริง พระองค์ทรงหัวเราะ ดังที่ นบี ศอ็ลฯ บอกให้รู้ และเรานิ่งเงียบจากการ พรรณนาคุณลักษณะการหัวเราะของพระองค์ ผู้ทรงเกรียงไกรและทรงสูงส่ง เพระอัลลอฮ ผู้ทรง สูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ได้ทรงเลือก ด้วยคุณลักษณะการหัวเราะของพระองค์ โดยที่ทรงไม่ชี้แจง(อธิบาย)ให้เรารู้ บนดังกล่าว(ว่าเป็นอย่างไร) เราก็คือ บรรดาผู้ที่กล่าว ด้วยสิ่งที่ นบี ศอ็ลฯ ได้กล่าวไว้ (รา)คือบรรดาผู้ที่เชื่อด้วยดังกล่าวด้วยหัวใจของเรา อีกทั้งหยุดนิ่งจากสิ่งที่ ท่านนบีไม่ได้อธิบายให้แก่เรา จากสิ่ง (คุณลักษณะ)ที่อัลลอฮทรงเลือกด้วยความรอบรู้ของพระองค์ – ดู อัตเตาฮีด ของ อิบนุคุซัยมะฮ เล่ม 2 หน้า 563
อิบนคุซัยมะฮ(ร.ฮ) ซึ่งเป็นปราชญ์สะลัฟ ได้ตั้งหัวข้อเรื่องว่า บทว่าด้วยเรื่อง การระบุการยืนยัน(อิษบาตร)การหัวเราะของพระผู้อภิบาลของเรา และท่านอธิบายสรุปดังนี้ว่า
1. การหัวเราะของอัลลอฮ จะไม่มีการพรรณนารูปแบบคุณลักษณะและไม่ไปเปรียบว่าคล้ายคลึงมัคลูค
2. เราเชื่อเพราะนบี สอ็ลฯได้บอกไว้ และเราไม่อธิบายคุณลักษณะของการหัวเราะ ว่าเป็นเป็นอย่างไร เพราะอัลลอฮเลือกคุณลักษณะนี้และไม่ได้ชี้แจงให้เรารู้ว่าเป็นอย่างไร
การยืนยันคุณลักษณะการหัวเราะของอัลลอฮ โดยไม่ตีความข้างต้น จึงอยากฝากถามท่านครู ว่า “ อิบนุคุซัยมะฮ สับสนกับกฤษฎี ของตนด้วยอย่างนั้นหรือ
ในเฎาะบากอตอัลหะนาบะฮ อบูยะอลา ได้รายงานคำพูดของอิหม่ามชาฟิอี ตอนหนึ่งว่า อิหม่ามชาฟิอี (ร.ฮ) กล่าวว่า
وأنه يضحك من عبده المؤمن، بقول النَّبِيّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ للذي قتل فِي سبيل اللَّه: " إنه لقي اللَّه وهو يضحك إليه
และแท้จริง พระองค์ทรงหัวเราะบ่าวของพระองค์ผู้ศรัทธา ด้วยหลักฐานคำพูดของนบี ศอ็ลฯ กล่าวเกี่ยวกับผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของอัลลอฮว่า แท้จริงเขาได้พบกับอัลลอฮ โดยที่พระองค์ ทรงหัวเราะแก่เขา – ดู เฏาะบะกอต อัลหะนาบะฮละฮ ของ อิบนุอบี ยะอลา เล่ม 1 หน้า 284
.........
จากที่อธิบายข้างต้น และยังมีหลักฐานอีกมากมาย แสดงให้เห็นว่า อาชาอิเราะฮผู้นี้ ไม่มีความเข้าใจในอะกีดะฮสะลัฟ และ ใช้ความอคติใส่ร้ายปราชญ์ที่เห็นต่างกับตนแบบหลับหูหลับตา วัลอิยาซุบิลละฮ
والله أعلم بالصواب
อะสัน หมัดอะดั้ม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Jan 20, 2015 3:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อาชาอิเราะฮ บางกลุ่ม เอาคำว่า “สถานที่ของอัลลอฮ”มาโจมตี วะฮบีย์
เพราะเข้าใจว่า อัลลอฮ อาศัยมัคลูค เป็นสถานที่ นี่คือ ความไม่เข้าใจ แล้วพาลเข้าใจว่าคนอื่นผิด
มาดู อิบนุตัยมียะฮอธิบาย
وَالسَّلَفُ وَالْأَئِمَّةُ وَسَائِرُ عُلَمَاءِ السُّنَّةِ إذَا قَالُوا " إنَّهُ فَوْقَ الْعَرْشِ وَإِنَّهُ فِي السَّمَاءِ فَوْقَ كُلِّ شَيْءٍ " لَا يَقُولُونَ إنَّ هُنَاكَ شَيْئًا يَحْوِيهِ أَوْ يَحْصُرُهُ أَوْ يَكُونُ مَحَلًّا لَهُ أَوْ ظَرْفًا وَوِعَاءً سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى عَنْ ذَلِكَ بَلْ هُوَ فَوْقَ كُلِّ شَيْءٍ وَهُوَ مُسْتَغْنٍ عَنْ كُلِّ شَيْءٍ وَكُلُّ شَيْءٍ مُفْتَقِرٌ إلَيْهِ . وَهُوَ عَالٍ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ .
และชาวสะลัฟ ,บรรดาอิหม่าม และ บรรดาปราชญสุนนะฮอื่นๆ เมื่อพวกเขากล่าวว่า แท้จริง พระองค์ อยู่เหนืออะรัช และแท้จริง พระองค์ อยู่บนฟ้า เหนือทุกสิ่ง พวกเขาจะไม่กล่าวว่า แท้จริงสิ่งใดๆ ณ ที่นี้ บรรจุ พระองค์ เอาไว้หรือ จำกัดขอบเขตพระองค์ หรือเป็นสถานที่ของพระองค์ หรือ เป็นสถานที หรือเป็นภาชนะบรรจุ (พระองค์) พระองค์ทรงบริสุทธิ์ และสูงส่งจาก ดังกล่าว แต่ทว่า ทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง โดยที่พระองค์ ไม่พึ่งพา อาศัยทุกๆสิ่ง และทุกสิ่งพึงพาอาศัยต่อพระองค์ และพระองค์ทรงสูง เหนือทุกสิ่ง.... มัจญมัวะฟะตาวา เล่ม 11 หน้า 101
.........
เพราะฉะนั้นหยุดพล่ามกล่าวหาวะฮบีย์ได้แล้ว ไม่มีคนที่พวกท่านเรียกวะฮบีย์คนใหนเชื่อว่า อัลลอฮอาศัยมัคลูคเป็นสถานที่อยู่อาศัยหรอก อย่าไปบิดเบือน ให้ชาวบ้านเข้าใจผิด เกลียดชัง พี่น้องที่ท่านเรียกวะฮบีย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Jan 22, 2015 4:31 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มุลลา อะลีย์ อัลกอรีย์
11 ชม.
“ พึงทราบกันเถิดครับพี่น้องมุสลิม แท้จริงพวกวะฮาบี(คณะใหม่โกมมุดอ)ที่ให้รูปพรรณแก่อัลลอฮ์นั้นพวกเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอิสลาม
>>>>>>>>>>>>>>
ท่านวะฮับ บิน มุนับบิฮ ได้กล่าวแก่ชายคนหนึ่ง ชื่อว่า อัลญะอดุ บิน ดิรฮัม ผู้ลุ่มหลง เมื่อเขาถามเกี่ยวกับประอัลอัสมาอฺวาสสิฟาตว่า
وَيْلَكَ يَا جَعْدُ بَعْضُ الْمَسْأَلَةِ إِنِّي َلأَظُنًّكَ مِنَ الْهَالِكِيْنَ. يَا جَعْدُ لُوْ لَمْ يُخْبِرْنَا اللهُ فِي كِتَابِهِ أَنَّ لَهُ يَدًّا وَعَيْنًا وَوَجْهًا لمََا قُلْنَا ذَلِكَ فَاتَّقِ اللهَ
ความวิบัติจงมีแด่ท่าน โอ้ ญะดุ บางประเด็นคำถาม ฉันนี้ คาดว่าท่านจะเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้วิบัต โอ้..ญะอฺดฺ หากอัลลอฮไม่ทรงบอกเรา ในคัมภีร์ของพระองค์ ว่าพระองค์ทรงมีมือ ,มีตาและใบหน้า เราก็จะไม่กล่าวดังกล่าวหรอก ท่านจงยำเกรงต่ออัลลอฮเถิด – อะกิดะฮสะลัฟ วะอัศหาบุลหะดิษ ของ อัศศอบูนีย หน้า ๑๙๐
อิบนุกะษีร รายงานว่า
وكان يسأل وهباً عن صفات الله عز وجل.
فقال له وهب يوماً: ويلك يا جعد، اقصر المسألة عن ذلك، إني لأظنك من الهالكين، لو لم يخبرنا الله في كتابه أن له يداً ما قلنا ذلك، وأن له عيناً ما قلنا ذلك، وأن له نفساً ما قلنا ذلك، وأن له سمعاً ما قلنا ذلك، وذكر الصفات من العلم والكلام وغير ذلك، ثم لم يلبث الجعد أن صلب ثم قتل.
และปรากฏว่าเขา(อัลญะอดุ บิน ดีรฮัม) ได้ถามวะฮฮับ (บิน มุนับบิฮ) เกี่ยวกับสิฟาตอัลลอฮ แล้ววันหนึ่ง ท่านวะฮับได้กล่าวแก่เขาว่า “ความวิบัติจงประสบแด่ท่าน โอ้วะฮับ จงหยุดถามปัญหาจากดังกล่าว แท้จริงคาดว่า ท่านจะเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ได้รับความวิบัติ , หากอัลลอฮไม่ทรงบอกเรา ในคัมภีร์ของพระองค์ ว่าพระองค์ทรงมีมือ ,มีตาและใบหน้า เราก็จะไม่กล่าวดังกล่าวหรอก และแท้จริง(, หากอัลลอฮไม่ทรงบอกเรา ในคัมภีร์ของพระองค์ )ว่าพระองค์ทรงมีตัวตน เราก็จะไม่กล่าวดังกล่าวหรอก และแท้จริง (, หากอัลลอฮไม่ทรงบอกเรา ในคัมภีร์ของพระองค์ )ว่าทรงมีการได้ยิน เราก็จะไม่กล่าวดังกล่าวหรอก และเขา(วะฮับ) ได้ระบุบรรดาสิฟาต เช่น ทรงรู้ ,ทรงพูด และอื่นจากดังกล่าว หลังจากนั้น อัลญะอดุ ก็ถูกตรึงและถูกประหาร
البداية والنهاية( 9/154)
อัลญะอดุ บิน ดีรฮัม เป็นพวกซินดีก ปฏิเสธ การที่อัลลอฮถือเอาอิบรอฮีมเป็น เคาะลีล (เป็นมิตรสนิท)และปฏิเสธว่าอัลลอฮไม่ได้พูดกับมูซา เขาถูกประหาโดย خالد بن عبد الله القسري ในวันอัลอัฎหา -
العقيدة الاصفهانية (23)
บรรดาสิฟาตทั้งหลาย เช่น มือ ใบหน้า ตัวตน อัลลอฮได้บอกเอาไว้ ท่านวะฮับ บิน มุนับบิฮ บอกว่า ถ้าอัลลอฮ ไม่บอก เราจะไม่กล่าวหรอก แต่วันนี้ มีอาชาอิเราะบางคน กล่าวหาคนที่ ยืนยันสิฟัตเหล่านี้ ตามที่อัลลอฮบอกไว้ ว่าเป็นพวกนอกอิสลาม วัลอิยซุบิลละฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Jan 22, 2015 8:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


หลักฐานแสดงถึงการอยู่เบื้องสูของอัลลอฮ
ท่านอิมามอัลบุคอรีย์ ได้รายงานจากท่านอบูฮุร๊อยเราะฮ์ ความว่า ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ فِي الْجَنَّةِ مِائَةَ دَرَجَةٍ أَعَدَّهَا اللَّهُ لِلْمُجَاهِدِينَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ، مَا بَيْنَ الدَّرَجَتَيْنِ كَمَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالأَرْضِ، فَإِذَا سَأَلْتُمُ اللَّهَ فَاسْأَلُوهُ الْفِرْدَوْسَ، فَإِنَّهُ أَوْسَطُ الْجَنَّةِ وَأَعْلَى الْجَنَّةِ، أُرَاهُ فَوْقَهُ عَرْشُ الرَّحْمَنِ، وَمِنْهُ تَفَجَّرُ أَنْهَارُ الْجَنَّةِ

"แท้จริงในสวรรค์นั้นมี 100 ระดับชั้น ที่อัลเลาะฮ์ทรงตระเตรียมมันไว้สำหรับบรรดานักรบในหนวิถีทางของอัลเลาะฮ์ ซึ่งระหว่างสองชั้นนั้นห่างกันระหว่างฟ้าและแผ่นดิน ดังนั้นเมื่อพวกท่านได้วอนขอต่ออัลเลาะฮ์ ก็จะขอพระองค์กับสวรรค์ฟิรเดาซ์เถิด เพราะมันเป็นสวรรค์ที่ดีเลิสที่สุดและชั้นสูงที่สุด ฉันได้เคยเห็นมันอยู่ใต้บัลลังก์ของอัลเลาะฮ์ และมีบรรดาแม่น้ำในสวรรค์ไหลพุ่งออกมาจากมัน" ซอฮิห์บุคอรีย์ บทเรื่อง อัลญะฮาด หะดิษที่ 2581
อิหม่ามอิบนุคุซัยมะฮ (ฮ.ศ 311) ปราชญ์มัซฮับชาฟิอี ในยุคสะลัฟ กล่าวว่า

فالخبر يصرح أن عرش ربنا –جل وعلا- فوق جنته، وقد أعلمنا – جل وعلا- أنه مستو على عرشه، فخالقنا عال فوق عرشه الذي هو فوق جنته

แล้ว หะดิษ ได้ทำให้ชัดเจน ว่า แท้จริง อะรัช(บัลลังค์)ของพระเจ้าของเรา ผู้ทรงเกรียงไกรและสูงส่ง อยู่ เหนือสวรรค์ของพระองค์ และ พระองค์ทรงบอกให้เรารู้ว่า แท้จริงพระองค์ อยู่บนอะรัชของพระองค์ ดังนั้น พระผู้ทรงสร้างพวกเรา ทรงอยู่สูงเหนือ อะรัชของพระองค์ ซึ่งมันอยู่เหนือสวรรค์ของพระองค์
التوحيد وإثبات صفات الرب عز وجل (ج1 ص241)
...........
จากหลักฐานความเข้าใจของปราชญ์ยุคสะลัฟข้างต้น เป็นสิ่งที่หักล้างความเชื่ออะชาอิเราะฮยุคหลังที่ยึดแนวคิดตรรกวิทยา มาตีความเพื่อปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮอย่างสิ้นเชิง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Jan 22, 2015 10:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รักนบี อัลลอฮสอนให้ทำอะไร


มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา กล่าวว่า

جَاءَ رَجُلٌ إِلَى النَّبِيِّ صَلَّى الله عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ: يَا رَسُولَ الله، إِنَّكَ لأَحَبّ إِلَيَّ مِنْ نَفْسِي، وَإِنَّكَ لأَحَبّ إِلَيَّ مِنْ أَهْلِي، وَأَحَبّ إِلَيَّ مِنْ ولَدِي، وَإِنِّي لأَكُون فِي البَيْتِ فَأَذْكُرَكَ، فَمَا أَصْبِر حَتَّى آتِيكَ فَأَنْظُرُ إِلَيْكَ، وَإِذَا ذَكَرْتُ مَوْتِي وَمَوْتكَ عَرَفْتُ أَنَّكَ إِذَا دَخَلْتَ الجَنَّةَ رُفِعْتَ مَعَ النَّبِيِّينَ، وَإِنِّي إِذَا دَخَلْتُ الجَنَّةَ خَشِيتُ أَنْ لا أَرَاكَ ، فَلَمْ يَرُدّ عَلَيْهِ النَّبِيُّ صَلَّى الله عَلَيْهِ وَسَلَّمَ شَيْئًا حَتَّى نَزَلَ جِبْرِيلُ عَلَيْهِ السَّلام بِهَذِهِ الآيَةِ: ﴿ وَمَن يُطِعِ ٱللَّهَ وَٱلرَّسُولَ فَأُوْلَٰٓئِكَ مَعَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِم مِّنَ ٱلنَّبِيِّ‍ۧنَ وَٱلصِّدِّيقِينَ وَٱلشُّهَدَآءِ وَٱلصَّٰلِحِينَۚ وَحَسُنَ أُوْلَٰٓئِكَ رَفِيقٗا ٦٩ ﴾ [النساء: ٦٩]

ความว่า “มีชายคนหนึ่งมาพบกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วกล่าวว่า โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ แท้จริง ท่านนั้นเป็นผู้ที่ฉันรักมากกว่าตัวของฉันเสียอีก ท่านคือผู้ที่ฉันรักมากกว่าครอบครัวและทรัพย์สินของฉันเสียอีก และท่านเป็นบุคคลที่ฉันรักมากกว่าบุตรของฉันเสียอีก และแท้จริง เมื่อฉันอยู่ที่บ้านของฉันจะคิดถึงท่านอยู่ตลอด จนฉันอดทนไม่ไหวอยากพบเจอกับท่านเหลือเกิน จนฉันได้มาเห็นหน้าท่าน แต่เมื่อฉันคิดถึงความตายของฉันและความตายของท่านแล้ว ฉันรู้ว่าเมื่อท่านเข้าสวรรค์ท่านก็จะถูกยกให้ไปพำนักอยู่กับบรรดาศาสนทูต และเมื่อฉันเข้าสวรรค์แล้วฉันเกรงว่าจะไม่สามารถพบเจอกับท่านอีก ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม (นิ่งสักครู่) ไม่ได้กล่าวตอบใดๆ กับชายคนดังกล่าว จนกระทั่งญิบรีลได้นำวะหฺยูมาประทาน อายะฮฺนี้”
...........
ดู อัล-มุอฺญัม อัศ-เศาะฆีรฺ ของ อัฏ-ฏ็อบบะรอนีย์ (1/26) อัล-ฮัยษะมีย์ได้กล่าวในหนังสือ มัจญ์มะอฺ อัซ-ซะวาอิด (7/7) ว่า สายรายงานของหะดีษนี้ทั้งหมดเป็นสายรายงานที่เศาะฮีหฺ ยกเว้นอับดุลลอฮฺ บิน อิมรอน และมีหะดีษที่เป็นชาฮิด (มาสนับสนุน) จากอิบนุอับบาส ในหนังสือมัจญ์มะอฺ อัซ-ซะวาอิด (7/7) แต่ในสายรายงานนี้มีผู้รายงานที่ชื่อ อะฏออ์ บิน อัส-สาอิบ เป็นบุคคลที่ความจำเลอะเลือน ท่านชัยคฺ มุกบิล อัล-วาดะอีย์ กล่าวในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัล-มุสนัด มิน อัสบาบ อัน-นุซูล (70-71) ได้กล่าวว่า หะดีษนี้อบูนุอัยมฺได้บันทึกไว้ในหนังสือ อัล-หิลยะฮฺ (4/240) , (8/125) และอัล-วาหิดีย์ได้บันทึกด้วยสายรางานนี้ในหนังสือ อัสบาบ อัน-นุซูล อิหม่ามอัช-เชากานีย์ กล่าวว่า อัล-มักดิสีย์ได้ระบุว่าหะดีษนี้เป็นหะดีษหะสัน และมีชะวาฮิด (มาสนับสนุน) ดังปรากฏในหนังสือตัฟสีรฺ อิบนุ
อัล-มักดิสีย์ได้ระบุว่าหะดีษนี้เป็นหะดีษหะสัน และมีชะวาฮิด (มาสนับสนุน) ดังปรากฏในหนังสือตัฟสีรฺ อิบนุ กะษีรฺ (1/523) จึงทำให้สายรายงานนี้มีน้ำหนักมากขึ้น

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jan 24, 2015 9:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เขาอ้างว่า อุลามาอ์ของวะฮ์ฮาบี พูดกล่าวชัดเจนว่า ยะดุนหะกีกีย์ ตามความหมายในเชิงลุเฆาะฮ์ ก็คือ มือที่เป็นสัดส่วน มีนิ้ว
>>>>>>>
ดูซิครับ บาบอเราตอบ ทั้งๆที่อัลลอฮบอกว่า ไม่มีสิ่งใดเหมือนพระองค์ แกยังจะจินตนาการว่า ต้องมีนิ้ว นะอูซุบิลละฮ คำว่า (يد ) ภาษาอาหรับ แปลว่ามือ นั้นคือ การยืนยันความหมายจริงๆ ของคำว่ามือ แกไปเข้าใจว่า หมายถึงมือจริงๆ ที่เหมือนมัคลูค บาบอเองยังไม่เข้าใจ อะกีดะฮสะลัฟเลย
อิหม่ามติรมิซีย์ กล่าวว่า
وقد ذكر الله عز وجل في غير موضع من كتابه اليد والسمع والبصر فتأولت الجهمية هذه الآيات ففسروها على غير ما فسر أهل العلم وقالوا إن الله لم يخلق آدم بيده وقالوا إن معنى اليد هاهنا القوة
อัลลอฮฺตะอาลาได้กล่าวไว้ในหลายจุดจากคัมภีร์ของพระองค์ไม่ว่าจะเป็น ศิฟัต อัลยัด(พระหัตถ์) อัซซะมาอ์(ได้ยิน) อัลบัศรฺ(ทรงเห็น) แต่ทว่าพวกญะฮฺมียะฮฺได้ทำการตีความบรรดาโองการเหล่านี้ และได้ทำการอธิบายเลยเถิดไปกว่าที่บรรดาอุลามาอ์ได้ทำการตัฟซีรไว้ พวกเขากล่าวว่าแท้จริงอัลลอฮฺตะอาลามิได้สร้างอาดัมมาจากพระหัตถ์ของพระองค์ แต่พวกเขากล่าวว่า พระหัตถ์นั้นหมายถึงอำนาจ - หนังสือ สุนันอัตติรมิซีย์ เล่ม 3 หน้าที่ 50-51)
การปฏิเสธ ความหมายตามตัวบทว่า “ มือ โดยตีความ ว่า อำนาจ นั้น เป็นแนวคิดพวกญะมียะฮ ไม่ใช่อะกีดะฮสะลัฟ
อิสหาก บิน อิบรอฮี( ฮ.ศ ๑๙๘ – ๒๘๕) ซี่งเป็นปราชญ์ยุคสะลัฟ กล่าวว่า
وأما إذا قال كما قال الله تعالى يد وسمع وبصر ولا يقول كيف ولا يقول مثل سمع ولا كسمع فهذا لا يكون تشبيها وهو كما قال الله تعالى في كتابه ليس كمثله شيء وهو السميع البصير
แต่หากเป็นการกล่าวในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงตรัสไว้แล้ว เช่น พระหัตถ์, ทรงสดับฟัง, ทรงทอดพระเนตร พร้อมกับไม่ถามว่ามันเป็นอย่างไรแบบไหน ตลอดจนไม่กล่าวว่าอัลลอฮฺได้ยินเหมือนกับฉันได้ยิน ดังนั้นแบบนี้ไม่เป็นการตัชบีฮฺ(เปรียบเทียบ)ต่ออัลลอฮฺตะอาลา พระองค์กล่าวไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ว่า ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนหรือคล้ายคลึงกับพระองค์แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยินและทรงเห็น” (หนังสือ สุนันอัตติรมิซีย์ เล่ม 3 หน้าที่ 50-51)
คำว่า อัลยัด หรือ อื่นๆนั้นจะต้อง มีความหมายว่า “มือ” อย่างแน่นอนจะมาอ้างเล่นลิ้นว่าในทางภาษาแล้วคำว่า อัลยัด นั้นมีหลายความหมายดังนั้นจึงไม่อาจทราบได้ว่ามันหมายถึงอะไรไม่ได้ เพราะการที่ท่าน อิสหากบินอิบรอฮีมได้ กล่าวว่า إنما يكون التشبيه إذا قال يد كيد “การตัชบีฮฺ(เปรียบกับมัคลูก)นั้นคือการที่เรากล่าวว่า พระหัตถ์ของอัลลอฮฺก็เหมือนกับมือของฉัน” นั้นคือการยืนยันว่าคำว่า อัลยัด หมายถึง มือ เพราะถ้าไม่ใช่ความหมายว่ามือ ท่านอิสหาก ก็จะไม่ยกตัวอย่างว่า
إنما يكون التشبيه إذا قال يد كيد
“การตัชบีฮฺ(เปรียบกับมัคลูก)นั้นคือการที่เรากล่าวว่า พระหัตถ์ของอัลลอฮฺก็เหมือนกับมือของฉัน

อัลมุบาเราะกะฟูรีย์ อธิบายคำพูด ของ อิสหาก บิน อิบรอฮีม หรือ บินรอฮะวียะฮว่า
وَقَالُوا : إِنَّ اللَّهَ لَمْ يَخْلُقْ آدَمَ بِيَدِهِ ، وَقَالُوا : إِنَّمَا مَعْنَى الْيَدِ الْقُوَّةُ ) فَغَرَضُهُمْ مِنْ هَذَا التَّأْوِيلِ هُوَ نَفْيُ الْيَدِ لِلَّهِ تَعَالَى ظَنًّا مِنْهُمْ أَنَّهُ لَوْ كَانَ لَهُ تَعَالَى يَدٌ لَكَانَ تَشْبِيهًا ، وَلَمْ يَفْهَمُوا أَنَّ مُجَرَّدَ ثُبُوتِ الْيَدِ لَهُ تَعَالَى لَيْسَ بِتَشْبِيهٍ
(พวกเขา(พวกญะฮมียะฮ)กล่าวว่าแท้จริงอัลลอฮฺตะอาลามิได้สร้างอาดัมมาจากพระหัตถ์ของพระองค์ แต่พวกเขากล่าวว่า พระหัตถ์นั้นหมายถึงอำนาจ ) แล้วการที่พวกเขาแสดงออกมาจากการตีความแบบนี้ คือ การปฏิเสธมือของอัลลอฮ (يد الله ) โดยเข้าใจว่า ถ้าอัลลอฮ ตะอาลามี มือ ก็เป็นตัชบีอ(การการเปรียบเทียบว่าคล้ายคลึงกับมัคลูค )และพวกเขาไม่เข้าใจว่า การยืนยัน มือให้แก่อัลลอฮ เพียงอย่างเดียว(โดยไม่ไปเปรียบเทียบ)นั้น ไม่ใช่การตัชบีฮ (การเปรียบอัลลอฮกับมัคลู) - ดู ตุหฟะตุลอะฮวซีย กิตาบุซซะกาต อธิบายหะดิษ หมายเลข ๖๖๒
...........
คือ พวกญะฮมียะฮ ตีความ คำว่า “ยัด (มือ) ไปเป็นคำว่า กูวะฮ (พลังอำนาจ) เพราะเข้าใจว่าถ้าไม่ตีความและยืนยันว่าอัลลอฮมีมือ ก็เป็นการเปรียบอัลลอฮ กับมัคลูค ทั้งนี้เพราะพวกเขาไม่เข้าใจ ว่า การยืนยันมือ ให้แก่อัลลลอฮ เพียงอย่างเดียวโดยไม่ไปเปรียบเทียบนั้น ไม่ใช่การตัชบีฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jan 24, 2015 10:38 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอัซซะฮะบีย์รายงานว่า
أخبرنا أبو علي بن الخلال ، أخبرنا أبو الفضل الهمداني ، أخبرنا أبو طاهر السلفي ، أخبرنا محمد بن مرزوق الزعفراني ، حدثنا الحافظ أبو بكر الخطيب ، قال : أما الكلام في الصفات ، فإن ما روي منها في السنن الصحاح ، مذهب السلف إثباتها وإجراؤها على ظواهرها ، ونفي الكيفية والتشبيه عنها
อบูอาลี บินเตาะลาล ได้บอกเรา ,อบูลฟัฎลี อัลฮัมดานีย์ได้บอกเรา ,อบูฏอฮีร อัสสะละฟีย ได้บอกเรา มุหัมหมัด บิน มัรซูก อัซซะฟะรอนีย ว่า อัลหาฟิซ อบูบักรฺ อัลเคาะฏีบ กล่าวว่า สำหรับ คำพูด ในบรรดาสิฟาต นั้น แท้จริง สิ่งที่ถูกรายงานเกี่ยวกับมัน ในบรรดาสุนัน ที่เศาะเฮียะ คือ มัซฮับสะลัฟ นั้น ยืนยัน(อิษบาต)มัน และปล่อยมัน บนความหมายที่ปรากฏของมัน และปฏิเสธ การอธิบายรูปแบบวิธีการและการเปรียบเทียบ จากมัน
ذم التأويل - موفق الدين ابن قدامة (ص15) بسند صحيح، وسير أعلام النبلاء للذهبي (ج18 ص283) بسند آخر صحيح.
>>
แนวทางของสะละลัฟเกี่ยวกับสิฟาตอัลลอฮ คือ พวกเขายืนยันและปล่อยมันบนความหมายที่ปรากฏตามตัวบท โดยปฏิเสธการอธิบายรูปแบบว่าเป็นอย่างไรและ ปฏิเสธ การนำไปเปรียบกับมัคลูค เพราะฉะนั้น การตีความ ไม่ใช่แนวทางสะลัฟ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Feb 20, 2015 11:19 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ชัยคอัลบานีย์ ดูหมิ่นสุสานนบีมุหัมหมัดจริงหรือ


ครูอาชาอิเราะฮท่านหนึ่ง อ้างใส่ร้ายชัยค์อัลบานีย์ว่า
เกร็ดความรู้ ส่วนหนึ่งจากสาเหตุที่กลุ่มอะลุสซุนนะฮ์ของเราต้องออกมาต่อต้านกลุ่มวะฮ์ฮาบีคณะใหม่
หัวข้อ ... วะฮ์ฮาบีคณะใหม่ ดูหมิ่นกุโบร์ของท่านนะบีย์ศ็อลฯขอเราว่าเป็นเสมือนรูปปั้น !!
เป็นปกติธรรมดาของกลุ่มวะฮาบีย์ที่มักจะชอบดูถูกดูหมิ่นท่านนะบีย์มุฮัมหมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมของเราตั้งแต่หัวแถวยันปลายแถว มาหลักฐานตรงนี้ นักวิชาระดับแนวหน้าของวะฮาบีย์ รู้จักกันในนาม ชัยค์อัล
บานีย์ (กลุ่มวะฮาบีย์ยกย่องเขาว่าเป็นนักหะดีษ) ก็ได้เขียนข้อความความดูหมิ่นสุสานของท่านนะบีย์ว่าเป็นเหมือนกับรูปปั้นในหนังสือของเขาเองที่ชื่อ ตะห์ซฺรุ้สซายิด มิน อิตติคอซฺลกุบูริ มะซายิดด์ ในหน้าที่ 91 ว่า

بل قد رأيت حين زرت المسجد النبوي الكريم وتشرفت بالسلام على رسول الله صلى الله عليه وسلم سنة 1368 هـ رأيت في أسفل حائط القبر الشمالي محرابا صغيرا ووراءه سدة مرتفعة عن أرض المسجد قليلا إشارة إلى أن هذا المكان خاص للصلاة وراء القبر فعجبت حينئذ كيف ضلت هذه الظاهرة الوثنية قائمة في عهد دولة التوحيد

“ ยิ่งไปกว่านั้นข้าพเจ้าได้เห็นในขณะที่ข้าพเจ้าได้เยี่ยมมัสยิดอันนะบ่าวีย์(นครมะดีนะฮ์)และได้รู้สึกเป็นเกียรติด้วยการให้สะลามต่อท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในปีฮิจเราะฮ์ที่ 1368
ข้าพเจ้าได้เห็นผนังใต้สุสาน(ของท่านนะบีย์)ทางด้านทิศเหนือ มีเมี๊ยะห์ร็อบเล็กๆ และด้านหลังของเมี๊ยะห์ร็อบนี้ ก็มีเนิน(คือสุสานของท่านนะบีย์)ที่สูงกว่าพื้นมัสยิดเล็กน้อย เพื่อบ่งชี้ว่า สถานที่แห่งนี้ จัดไว้เฉพาะสำหรับการละหมาดเบื้องหลังสุสาน และข้าพเจ้าก็ฉงนในขณะนั้นว่า ปรากฏกาลแห่ง(การสักการะ)รูปปั้นนี้ ยังคงดำรงอยู่ในยุคของ(ซาอุฯ)อาณาจักรแห่งเตาฮีดปัจจุบันนี้ได้อย่างไร ... ” (อาณาจักรเตาฮีดตามทัศนะของวะฮาบีย์)
ลาเฮาล่าวะลากูวะต้าอิ้ลลาฮฺบิ้ลลาฮฺ
.................
ชี้แจง
ความจริง ที่บอกว่า พื้นที่ใคร พื้นที่มันนั้น คงไม่ได้อีกแล้ว เพราะข้างต้นคือ การบิดเบือน ละเมิดและกล่าวร้ายอุลามาอฺ ดดยกล่าวหาว่า ชัยค์อัลบานีย์ ดูหมิ่น เกียรตินบี ศอ็ลฯ
มาดูทุกประโยคที่อัลบานีย์ พูดต่อไปนี้
ประโยคที่อยู่ก่อนที่ถูกตัดออกคือ

قلت: ومما يؤسف له أن هذا البناء قد بني عليه منذ قرون إن لم يكن قد أزيل تلك القبة الخضراء العالية وأحيط القبر الشريف بالنوافذ النحاسية والزخارف والسجف وغير ذلك مما لا يرضاه صاحب القبر نفسه صلى الله عليه وسلم

ข้าพเจ้ากล่าวว่า และส่วนหนึ่งจากสิ่งที่น่าเศร้าใจ สำหรับมันคือ แท้จริงปลูกสร้างนี้ มันได้ถูกก่อสร้างบนมัน (บนหลุมศพนบี) มาหลายศตวรรษ หากมันยังไม่เคยถูกรื้อถอนมาก่อน มีนคือโดมสีเขียวที่สูง ปกคลุมหลุมศพอันทรงเกียรติ ด้วยหน้าต่างทองเหลือง ,บรรดาลวดต่างๆและม่าน จากสิ่งที่ เจ้าของหลุมศพเอง(หมายถึงนบี) สอลฯ ไม่ยินยอม
>>>>>

ชัยค์อัลบานีย์ บอกว่า การปลูกสร้างและการประดับประดาบนหลุมศพท่านนบีเองนั้นท่านนบีไม่ยินยอม ซึ่งก็จรงดังที่ชัยค์อัลบานีย์กล่าว เพราะนบี ศอ็ล ฯได้ห้ามการปลูกสร้างบนหลุมศพ ดังหะดิษ
ท่านญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่

نَهَى رَسُولُ اللهﷺ أَنْ يُجَصَّصُ القَبْر وَأَنْ يُقْعَد عَليهِ وَأَنْ يُبْنَى عَلَيْه [أخرجه مسلم[

“ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามตกแต่งหลุมศพให้สวยงามด้วยหินปูน (ห้าม)นั่งบนมัน และ(ห้าม)ปลูกสิ่งก่อสร้างบนมัน” (บันทึกโดยมุสลิม)
ขอให้ศิษย์อะหมัด รอซิดี ที่ได้อ่านหะดิษนี้ บอกเขาด้วยว่า ชัยค์อัลบานีย์ ทำหน้าที่ปกป้องสุนนะฮนบี ศอ็ลฯ ไม่ใช่ดูหมิ่นเกียรติของท่านนบี ฯอย่างที่เวาะอะหมัด รอซิดีโกหก ใสร้าย
มาดูต่อ
ประโยคที่ ๑


بل قد رأيت حين زرت المسجد النبوي الكريم وتشرفت بالسلام على رسول الله صلى الله عليه وسلم سنة 1368
ยิ่งไปกว่านั้นข้าพเจ้าได้เห็นในขณะที่ข้าพเจ้าได้เยี่ยมมัสยิดอันนะบ่าวีย์(นครมะดีนะฮ์)และได้รู้สึกเป็นเกียรติด้วยการให้สะลามต่อท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในปีฮิจเราะฮ์ที่ 1368
ประโยคที่ ๒
هـ رأيت في أسفل حائط القبر الشمالي محرابا صغيرا ووراءه سدة مرتفعة عن أرض المسجد قليلا إشارة إلى أن هذا المكان خاص للصلاة وراء القبر
ข้าพเจ้าได้เห็นผนังใต้สุสาน(ของท่านนะบีย์)ทางด้านทิศเหนือ มีเมี๊ยะห์ร็อบเล็กๆ และด้านหลังของเมี๊ยะห์ร็อบนี้ ก็มีเนิน(คือสุสานของท่านนะบีย์)ที่สูงกว่าพื้นมัสยิดเล็กน้อย เพื่อบ่งชี้ว่า สถานที่แห่งนี้ จัดไว้เฉพาะสำหรับการละหมาดเบื้องหลังสุสาน
ประโยคที่ ๓
فعجبت حينئذ كيف ضلت هذه الظاهرة الوثنية قائمة في عهد دولة التوحيد
ข้าพเจ้า(อัลบานีย์)รู้สึกแปลใจ ในขณะนั้นว่า ปรากฏการณ์แห่งรูปเจว็ดนี้ ดำรงอยู่ในยุคของอาณาจักรแห่งเตาฮีดได้อย่างไร
>>>>
ชัยค์อัลบานีย์ แปลกใจ ที่ด้านหลังของเมี๊ยะห์ร็อบนี้ ก็มีเนิน(คือสุสานของท่านนะบีย์)ที่สูงกว่าพื้นมัสยิดเล็กน้อย เหมือนกับว่าไว้สำหรับละหมาด หันไปทางศพ ก็เท่ากับละหมาดหันไปทีหลุมศพ ซึ่งเป็นลักษณะกราบศพ ที่จึงกล่าวว่า
ปรากฏการณ์แบบนี้ ปรากฏในยุคแห่งอนาจักรเตาฮีด ได้อย่างไร ใหนหรือ ที่ชัยค์อัลบานีย์เปรียบหลุมศพนบีกับรูปปั้น
ประโยค์ที่ ๔ (ประโยคนี้อะหมัดรอซิดี ไม่ยอมนำมาลงกลัวจะโกหกไม่ได้)

أقول هذا مع الاعتراف بأنني لم أر أحدا يأتي ذلك المكان للصلاة فيه لشدة المراقبة من قبل الحرس الموكلين على منع الناس من يأتوا بما يخالف الشرع عند القبر الشريف

ข้าพเจ้า กล่าวอย่างนี้ พร้อมกับ ยอมรับว่า ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นคนใด มาที่สถานที่ดังกล่าวนั้น เพื่อละหมาด ในนั้น เพราะมีมีการเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวด จากฝ่ายที่ดูแลที่ได้รับมอบหมาย ให้ห้าบรรดาผู้คน ผู้ซึ่ง จะปฏิบัติ ด้วยสิ่งที่ขัดแย้งกับศาสนบัญญัติ ณ ที่หลุมศพอันทรงเกียรตินี้
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ท่านบาบอครับ การละหมาดหันไปทางหลุมศพ ท่านนบี ศอ็ลฯห้ามไว้ไม่ใช่หรือ

ท่านอบู มิรษัด อัล-เฆาะนะวียฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
«لَا تَجْلِسُوا عَلَى القُبُورِ وَلَا تُصَلّوا إِلَيْها» [أخرجه مسلم
[
“พวกท่านจงอย่านั่งบนหลุมศพ และอย่าได้ละหมาดหันไปทางมัน” (บันทึกโดยมุสลิม)

ก่อสร้างบนหลุมศพและละหมาดหันไปทางมันจนกระทั้งไปถึงให้สักการะหลุมศพ ด้วยเหตุนี้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม จึงห้ามยกหลุมศพให้สูง หรือให้มีสิ่งก่อสร้าง หรือละหมาดไปทางหลุมศพ การที่ชัยค์อัลบานีย์ให้ปฏิบัติตามสุนนะฮ เป็นการดูหมิ่นนบี ศอ็ลฯหรือครับ มาดูชัยค์อัลบานีย์ กล่าวเสนอแนะไว้ในหนังสือที่ท่านอ้างแต่ท่านไม่ยอมอ่านให้จบว่า
فالواجب الرجوع بالمسجد النبوي إلى عهده السابق وذلك بالفصل بينه وبين القبر النبوي بحائط
ดังนั้นเป็นสิ่งที่วาญิบที่จะต้องทำให้มัสยิดนบีกลับไปสู่สมัยก่อนอย่างดั้งเดิม โดยการแยกระหว่างมัสยิดกับกูโบรของท่านนบีออกจากกัน ด้วย(กับการกั้นมันด้วย)กำแพง...จบ
แบบนี้เป็นการดูหมิ่นนบีหรือครับบาบอ
>>>>>>>>>>>>>
หยุดโกหก บิดเบือน ใส่ร้ายอุลามาอฺที่เห็นต่างกับท่านด้วยการอ้างเท็จได้แล้วครับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Mar 02, 2015 11:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำถาม เรื่อง การอยู่เบื้องสูง ของอัลลอฮ

อาจารย์ครับขอยกคำพูดของคุณญะฟัร อิบนุอาลี ท่านกล่าวว่า.... "เมื่อครั้งที่บังหะสันคุยกับผม..เขามั่นใจเต็มร้อยเลยว่า.พระเจ้าของเขานั้น.อยู่ที่สูงคือบนชั้นฟ้า.ซึ่งเป็นที่อาศัยของพระองค์..นะฮูซุบิ้ลลาฮ์..
>>>>>>>
คนพูด ก็พูดไป แต่ไม่ศึกษาตำรา พูดด้วยอคติ แบบหน้ามืดตามัว ไม่ศึกษาเลยว่า "การที่ยืนยันการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ เป็นการยืนยันตามความเข้าใจของสะลัฟ และไม่ได้หมายถึง อัลลอฮอาศัยฟากฟ้าที่เป็นมัคลูคเป็นที่อยู่อาศัย

قال عبد الرحمن بن أبي حاتم حدثنا أبي قال حدثت عن سعيد ابن عامر الضبعي أنه ذكر الجهمية فقال هم شر قولا من اليهود والنصارى قد إجتمع اليهود والنصارى وأهل الأديان مع المسلمين على أن الله عزوجل على العرش وقالوا هم ليس على شيء

อับดุรเราะหฺมาน บิน อบีหาติม กล่าวว่า บิดาของฉันเล่าให้แก่เรา เขากล่าวว่า ฉันได้รับการเล่าจากสะอีด บิน อะมีร อัฎ-ฎุบะอีย์ว่า เขาได้พูดถึงพวกญะฮฺมียะฮฺ โดยกล่าวว่า “พวกญะฮฺมียะฮฺนั้นเลวยิ่งกว่าพวกยิวและคริศต์ เป็นที่ทราบกันดีว่า ยิวและคริศต์และศาสนาอื่นๆนั้นอยู่ร่วมกับมุสลิมในมติเอกฉันท์ว่า อัลลอฮทรงอยู่เหนือรัชฺ แต่พวกญะฮฺมียะฮฺกลับกล่าวว่า อัลลอฮมิได้อยู่เหนือสิ่งใดๆ
ดู อัล-อุลูว ลิล อะลิยยิล ฆ็อฟฟาร หน้า 157 และมุคตะศ็อร อัล-อุลูวฺ หน้า 168
อบูบักร์ อะหมัด อัศศอ็บฆี (ฮ.ศ 342) กล่าวว่า

قد تضع العرب ;في بموضع ;على; قال الله عز وجل: {فسيحوا في الأرض}، وقال {لأصلبنكم في جذوع النخل} ومعناه: على الأرض وعلى النخل ، فكذلك قوله: {في السماء} أي على العرش فوق السماء، كما صحت الأخبار عن النبي صلى الله عليه وسلم

แท้จริง อาหรับได้วาง คำว่า “ฟี”(แปลว่าใน) ด้วยที่ของคำว่า “อะลา” (แปลว่าบน) ,อัลลอฮตะอาลาผู้ทรงอำนาจ
ผู้ทรงเลิศยิ่ง ตรัสว่า (ดังนั้นพวกท่าน จงท่องเที่ยวไปในแผ่นดิน) และตรัสว่า(แน่นอนฉันจะเอาพวกท่านไปตรึงไว้ในต้นอินทผาลัม) และความหมายของมันคือ บน แผ่นดินและบนต้นอินทผลัม ในทำนองเดียวกัน คำตรัสของพระองค์ที่ว่า (ในฟากฟ้า )หมายถึง บน อะรัช เหนื่อฟากฟ้า ดังเช่นที่บรรดาหะดิษที่เศาะเฮียะจากนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม(ได้ระบุไว้) – ดูที่มาข้างล่าง

الأسماء والصفات للبيهقي (ص324)، قال: (قال أبو عبد الله الحافظ: قال الشيخ أبو بكر أحمد بن إسحاق بن أيوب الفقيه: ...) وذكره. والسند صحيح، فأبو عبد الله الحافظ هو الحاكم وكان من تلاميذ الصبغي، وكان الحاكم من شيوخ البيهقي رحمهم الله جميعا.

อิบนุตัยมียะฮอธิบายชัดเจนว่า

السلف والأئمة وسائر علماء السنة إذا قالوا " إنه فوق العرش ، وإنه في السماء فوق كل شيء " لا يقولون إن هناك شيئا يحويه ، أو يحصره ، أو يكون محلا له ، أو ظرفا ووعاء ، سبحانه وتعالى عن ذلك ، بل هو فوق كل شيء ، وهو مستغن عن كل شيء ، وكل شيء مفتقر إليه ، وهو عالٍ على كل شيء

สะลัฟ ,บรรดาอิหม่ามและ อุลามาอฺสุนนะฮอื่นๆ เมื่อพวกเขากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ อยู่เหนืออะรัช และแท้จริงพระองค์ อยู่บนฟ้าเหนือทุกๆสิ่ง แท้จริง ณที่นี้ พวกเขา ไม่ได้กล่าว(ไม่ได้หมายถึง) สิ่งใดๆ บรรจุพระองค์เอาไว้ หรือ จำกัดพระองค์ หรือ มันเป็นสถานที่ของพระองค์ หรือ เป็นภาชนะบรรจุ ,พระองค์ทรงมหาบริสุทธิ์ และสูงส่งจากดังกล่าว แต่ทว่า พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง และ พระองค์ทรงไม่พึงพาอาศัยทุกๆสิ่ง และทุกๆสิ่งพึงพาอาศัยพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่สูงเหนือทุกๆสิ่ง – มัจญมัวะฟาตาวา 16/111-101
>>>
เวลาให้คุยกันทางวิชาการการก็ตีรวน แล้วไปนั่งหุกุมว่า คนอื่นหลงอย่างนั้นอย่างนี้ แถมแกนนำประกาศให้ลูกศิษย์เอาภาพผมมาฟิตนะเพื่อดิสเครดิต วัลอิยาซุบิลละฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Mar 21, 2015 9:12 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอะหมัดส่งเสริมให้ลูบและจูบหลุมศพนบี ศอ็ลฯ เพื่อตะบัรรุกจริงหรือ
มีการอ้างว่าอิหม่ามอะหมัดอนุญาตให้ทำการตะบัรรุก ด้วยการลูบหลุมศพ นบี ศอ็ลฯ ขอเท็จจริงเป็นอย่างไร มาดูปราชญ์มัซฮับ หัมบะลีย์ ตัวจริงอธิบายข้างล่าง
อิบนุกุดามะฮ (ฮ.ศ 541 – 620) ปราชญ์อวุโส แห่งมัซฮับหัมบะลีย์กล่าวว่า
وَلَا يُسْتَحَبُّ التَّمَسُّحُ بِحَائِطِ قَبْرِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَلَا تَقْبِيلُهُ ، قَالَ أَحْمَدُ : مَا أَعْرِفُ هَذَا . قَالَ الْأَثْرَمُ : رَأَيْت أَهْلَ الْعِلْمِ مِنْ أَهْلِ الْمَدِينَةِ لَا يَمَسُّونَ قَبْرَ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُومُونَ مِنْ نَاحِيَةٍ فَيُسَلِّمُونَ . قَالَ أَبُو عَبْدِ اللَّهِ : وَهَكَذَا كَانَ ابْنُ عُمَرَ يَفْعَلُ
และไม่ชอบ(ไม่ส่งเสริม)ให้ลูบกำแพงหลุมศพนบี ศอ็ลฯ และไม่ส่งเสริมให้จูบมัน ,อะหมัดกล่าวว่า “ฉันไม่รู้จักสิ่งนี้ ,อิบนุ อัลอัษรอม กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเห็น นักวิชาการชาวมะฮดีนะฮ พวกเขาไม่ได้สัมผัส หลุมศพนบี ศอ็ลฯ พวกเขายืนข้างๆ แล้วกล่าวสล่าม อบูอับดุลลอฮ กล่าวว่า เช่นนั้นแหละ อิบนุอุมัร ได้ปฏิบัติ – อัลมุฆนีย 3/559
หาฟิซอิบนุหะญัร (ร.ฮ) กล่าวเกี่ยวกับรายงานของอิหม่ามอะหมัดว่า
فَنُقِلَ عَنِ الْإِمَامِ أَحْمَدَ أَنَّهُ سُئِلَ عَنْ تَقْبِيلِ مِنْبَرِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَتَقْبِيلِ قَبْرِهِ فَلَمْ يَرَ بِهِ بَأْسًا ، وَاسْتَبْعَدَ بَعْضُ أَتْبَاعِهِ صِحَّةَ ذَلِكَ ، وَنُقِلَ عَنِ ابْنِ أَبِي الصَّيْفِ الْيَمَانِيِّ أَحَدِ عُلَمَاءِ مَكَّةَ مِنَ الشَّافِعِيَّةِ جَوَازَ تَقْبِيلِ الْمُصْحَفِ وَأَجْزَاءِ الْحَدِيثِ وَقُبُورِ الصَّالِحِينَ الْأَحْكَامُ الَّتِي تُنْسَبُ إِلَى الدِّينِ لَا بُدَّ مِنْ ثُبُوتِهَا فِي نُصُوصِ الدِّينِ وَكُلُّ مَا لَمْ يَكُنْ عَلَيْهِ الْأَمْرُ فِي زَمَنِ التَّشْرِيعِ وَفِي نُصُوصِ التَّشْرِيعِ فَهُوَ مَرْدُودٌ عَلَى مَنْ يَزْعُمُهُ . وَتَقَدَّمَ قَوْلُ الْإِمَامِ الشَّافِعِيِّ " وَلَكِنَّا نَتَّبِعُ السُّنَّةَ فِعْلًا أَوْ تَرْكًا
ได้ถูกรายงานจาก อิหม่ามอะหมัด ว่าเขาถูกถามเกี่ยวกับ การจูบมินบัร นบี ศอ็ลฯ และการจูบหลุมศพของท่าน แล้วเขาเห็นว่า “ไม่เป็นไร” (อิบนุหะญัรกล่าวว่า) ส่วนหนึ่งของผู้ที่เจริญรอยตามเขา (หมายถึงบรรดาปราชญ์มัซฮับอิหม่ามอะหมัด) เห็นว่า รายงานดังกล่าวห่างใกลความถูกต้อง(เศาะเฮียะ) และรายงานจาก อิบนุอบี ศัยยิฟ อัลญะมานีย์ คนหนึ่งจากบรรดาปราชญ์ มัซฮับชาฟิอีย์ อนุญาตให้จูบเล่มคัมภีร์ อัลกุรอ่าน ,ชิ้นส่วนต่างๆของหะดิษ และบรรดาหลุมศพบรรดาคนดีๆ (หาฟิซอิบนุหะญัรกล่าวว่า) บรรดาหุกุม(กฏข้อบังคับ) ที่อ้างอิงศาสนานั้น จำเป็นจะต้องมีบรรดาตัวบท(หลักฐาน)ทางศาสนามายืนยันมัน และทุกสิ่งที่ไม่มีคำสั่งในสมัยแห่งการบัญญัติศาสนาบัญญัติ และไม่มีในบรรดาตัวบทแห่งศาสนาบัญญัติ มันก็จะถูกตีกลับ ไปยังผู้ที่อ้างมัน (หมายถึงไม่ถูกตอบรับจากอัลลอฮ) และ คำพูดของอิหม่ามชาฟิอี ได้ผ่านมาก่อนหน้านี้แล้วว่า (เขากล่าวว่า ) แต่พวกเราตาม สุนนะฮ ที่ปฏิบัติ และที่ละทิ้ง – ฟัตหุลบารีย 3/475
จากคำอธิบายของหาฟิซอิบนุหะญัรสรุปว่า
1. การที่รายงานว่า อิหม่ามอะหมัด อนุญาตให้ลูบและจูบหลุมศพนบี ศอ็ลฯเพื่อตะบัรรุกได้นั้น บรรดาปราชญ์ที่ตามอิหม่ามอะหมัด เห็นว่า รายงานนั้นห่างใกลจากความถูกต้อง
2. การที่มีปราชญ์มัซฮับชาฟิอีคนหนึ่ง อนุญาตให้จูบ มุศหับ ,ชิ้นส่วนต่างๆของหะดิษ และบรรดาหลุมศพบรรดาคนดีๆนั้น อิบนุหะญัร วิจารณ์ว่า การอ้าง หุกุมต่างๆของ ศาสนานั้นต้องมีหลักฐาน ทุกสิ่งที่ไม่มีคำสั่ง ไม่มีตัวบท ในศาสนบัญญัตินั้น ไม่ถูกรับรอง
3. อิหม่ามชาฟิอี กล่าวว่า เราจะตามสุนนะฮ ที่นบีทำ และสุนนะฮที่นบีละทิ้ง ซึ่งหมายถึง ปฏิบัติในสิ่งที่นบี ศอ็ลฯปฏิบัติและละทิ้งในสิ่งที่นบีไม่ปฏิบัติ
>>>>>>>>>
จากคำอธิบายข้างต้น จะเห็นได้ว่า รายงานที่อิหม่ามอะหมัดอนุญาตให้จูบหลุมศพนบี ศอ็ลฯนั้น เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง
والله أعلم بالصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Mar 23, 2015 4:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีคนอ้างว่า "
ท่านอิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีย์ กล่าวเกี่ยวกับท่านอิมามอะห์มัด อิบนุ หัมบัล ว่า
" وما اشتهر بين جهلة المنسوبين إلى هذا الإمام الأعظم المجتهد من أنه قائل بشىء من الجهة أو نحوها فكذب وبهتان وافتراء عليه "
และสิ่งที่เลื่องลือท่ามกลางคนโง่เขลาที่พาดพิงตัวเองไปยังอิมามมุจญฺฮิดผู้ยิ่งใหญ่(คืออิมามอะห์มัด)ว่า ท่านเป็นส่วนหนึ่งจากผู้ที่กล่าว สิ่งหนึ่งจากเรื่อง มีทิศ(ให้กับอัลเลาะฮ)หรืออื่นๆ ถือเป็นการโกหก มุสา กุความโกหกให้กับท่านอิมามอะหฺมัด อัลฟาตาวา อัลหะดีษะฮ์ หน้า 144
>>>>>>>>
ชี้แจง
อิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) มีชีวิตในช่วง ฮ.ศ 909-973 เป็นปราชญ์มัซฮับชาฟิอี มีอะกีดะฮตามแนวอะชาอิเราะฮ อะฮลุลกาลาม เขาต่อต้าน และโจมตี อิบนุตัยมียะฮ และอิบนุกอ็ยยิมอย่างรุนแรง เช่น เขาได้กล่าวในตำราเล่มเดียวกับข้างต้นว่า
وإياك أن تصغي إلى ما في كتب ابن تيمية وتلميذه ابن قيم الجوزية وغيرهما ممن اتخذ إلهه هواه وأضله الله على علم ، وختم على سمعه وقلبه وجعل على بصره غشاوة
ท่านจงระวัง การเอนเอียง ไปยังสิ่งที่อยู่ในตำราของ อิบนุตัยมียะฮ และศิษย์ของเขาอิบนุกอ็ยยิม อัลเญาซียะฮ และอื่นจากเขาทั้งสอง จากผู้ที่เอาอารมณ์ของตนเองเป็นพระเจ้า และอัลลอฮให้เขาลุ่มหลงบนความรู้ ,พระองค์ทรง ประทับตราบน การได้ยินและหัวใจของเขา และบนดวงตาของเขา มีฝ้า... ดู ฟะตาวาอัลหะดีษียะฮ 1/144
>>>
ดูซิครับ เขาโจมตี อิบนุตัยมียะฮและอิบนุกอ็ยยิมว่า เป็นคนเอาอารมณ์เป็นพระเจ้า เป็นคนที่อัลลอฮให้หลุ่มหลง ....ซึ่งการโจมตีให้ร้ายผู้ที่มีทัศนะที่เห็นต่าง ไม่พบในปราชญยุคสะลัฟผู้ทรงธรรม อย่างไรก็ตาม อิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีย์ ก็มีคุณูประการต่อโลกอิสลามอยู่ไม่น้อย ขออัลลอฮ อภัยเขาด้วย
ไม่มีปราชญ์ที่ถูกเรียกว่า “วะฮบีย์คนใด บอกว่า อัลลอฮทรงอยู่ทางทิศที่เป็นมัคลูค แต่เขาหมายถึง ทิศเบื้องสูง เหนื่อมัคลูคทั้งหลาย
อิบนุตัยมียะฮอธิบายชัดเจนว่า
السلف والأئمة وسائر علماء السنة إذا قالوا " إنه فوق العرش ، وإنه في السماء فوق كل شيء " لا يقولون إن هناك شيئا يحويه ، أو يحصره ، أو يكون محلا له ، أو ظرفا ووعاء ، سبحانه وتعالى عن ذلك ، بل هو فوق كل شيء ، وهو مستغن عن كل شيء ، وكل شيء مفتقر إليه ، وهو عالٍ على كل شيء
สะลัฟ ,บรรดาอิหม่ามและ อุลามาอฺสุนนะฮอื่นๆ เมื่อพวกเขากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ อยู่เหนืออะรัช และแท้จริงพระองค์ อยู่บนฟ้าเหนือทุกๆสิ่ง แท้จริง ณที่นี้ พวกเขา ไม่ได้กล่าว(ไม่ได้หมายถึง) สิ่งใดๆ บรรจุพระองค์เอาไว้ หรือ จำกัดพระองค์ หรือ มันเป็นสถานที่ของพระองค์ หรือ เป็นภาชนะบรรจุ ,พระองค์ทรงมหาบริสุทธิ์ และสูงส่งจากดังกล่าว แต่ทว่า พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกสิ่ง และ พระองค์ทรงไม่พึงพาอาศัยทุกๆสิ่ง และทุกๆสิ่งพึงพาอาศัยพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่สูงเหนือทุกๆสิ่ง – มัจญมัวะฟาตาวา 16/111-101

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Mar 23, 2015 9:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เขากล่าวหาว่า
โต๊ะครูวะห์บีโกหกใส่ร้าย บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย จึงพากันโกหกใส่พวกเราอะชาอิเราะห์ เขาโกหกว่า พวกเราเชื่อว่า " อัลลอฮ์ อยู่ในทุกๆที่" ซึ่งมันไม่จริงเลย เพราะอะกิดะห์ ของเราคือ " อัลลอฮ์มีโดยไม่มีสถานที่ เพราะพระองค์ไม่ใช่สสาร จึงไม่ต้องการที่ว่าง " ถ้าพี่น้องได้ยิน พวกที่พูดใส่ร้ายเราผ่านทีวีจานดำ ขอให้รู้ว่าพวกนั้นคือ พวกที่โกหก ตามโต๊ะครูของพวกเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับอะกิดะห์อะชาอิเราะห์เลย นี่คือตัวอย่างหนึ่งจากบรรดา สิ่งที่พวกนี้หลอกชาวบ้านผ่านทีวีจานดำ
>>>>>>>
มีอายะฮและหะดิษบทใดหรือ ที่บอกว่า “อัลลอฮ เป็นสสารหรือ ไม่ใช่สาร เอาหลักฐานมาจากใหน
อิบนุตัยมียะฮ (ร.ฮ) กล่าวว่า
وَأَمَّا " الشَّرْعُ " فَمَعْلُومٌ أَنَّهُ لَمْ يُنْقَلْ عَنْ أَحَدٍ مِنْ الْأَنْبِيَاءِ : وَلَا الصَّحَابَةِ وَلَا التَّابِعِينَ وَلَا سَلَفِ الْأُمَّةِ أَنَّ اللَّهَ جِسْمٌ أَوْ أَنَّ اللَّهَ لَيْسَ بِجِسْمِ ; بَلْ النَّفْيُ وَالْإِثْبَاتُ بِدْعَةٌ فِي الشَّرْعِ
และ (คำว่า ญะซิม)ในทางศาสนบัญญัตินั้น เป็นที่รู้กันว่า มันไม่ได้ถูกรายงานจากคนหนึ่งคนใดจาก บรรดานบี ,บรรดาเศาะหาบะฮ ,บรรดาตาบิอีน และอุมมะฮยุคสะลัฟ ว่า “อัลลอฮ เป็นรูปร่าง หรือ ไม่เป็นรูปร่าง ยิ่งไปกว่านั้น การปฏิเสธ (ว่าไม่ใช่รูปร่าง)และการยืนยัน (ว่า เป็นรูปร่าง)นั้น เป็นบิดอะฮ ในทางศาสน - ดูมัจญมัวะอัลฟะตาวา 5/434
ไม่มีหลักฐานใดๆ ระบุยืนยันว่า อัลลอฮ เป็นรูปร่าง หรือ ไม่ใช่รูปร่าง แล้วอาชาอิเราะเอาความเชื่อว่า อัลลอฮ ไม่ใช่รูปร่างจากหลักฐานใด
อนึ่ง การยืนยันบรรดาคุณลักษณะของอัลลอฮตามตัวบท ที่ระบุไว้ในอัลกุรอ่าน และอัสสุนนะฮ ไม่ได้หมายถึง เชื่อว่า อัลลอฮเป็นรูปร่างเหมือนมัคลูค
อิหม่ามอัซซะฮะบีย์กล่าวว่า
ليس يلزم من إثبات صفاته شيء من إثبات التشبيه والتجسيم، فإن التشبيه إنما يقال: يدٌ كيدنا ...
ส่วนหนึ่งจากการรับรองบรรดาคุณลักษณะของพระองค์ นั้น ไม่จำเป็นว่าเป็นส่วนหนึ่งจากการรับรองการตัชบิฮ(การคล้ายคลึง)และตัจญซีม(การมีรูปร่าง) เสมอไป ความจริงการตัชบิฮ(การเปรียบเทียบสิฟัตอัลลอฮกับมัคลูต)นั้น เช่น มือ เหมือนกับมือของเรา.....- อัลอัรบะอีน ฟี สิฟาติรอ็บบิลอาละมีน เล่ม 1 หน้า 104
............
การเชื่อตามความหมายตามที่ปรากฏในอัลกุรอ่านและหะดิษ โดยเชื่อว่าไม่เหมือนกับมัคลูค ไม่ถือว่า เป็นพวกมุชับบะฮฮะฮและมุญัสสิมะฮ ดังการกล่าวหาของอะชาอิเราะฮบางกลุ่ม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Apr 16, 2015 1:18 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความหมายของคำที่ปรากฏตามตัวบทเรื่องคุณลักษณะของอัลลอฮ ไม่ใช่ความหมายที่ต้องการ จริงหรือ

มีบางคนอ้างแนวคิด ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอะฮลุลกาลามว่า ความเหมายของคำพูด ที่ปรากฏตามตัวบทในอัลกุรอ่านและหะดิษ ไม่ใช่ความหมายที่ต้องการ ต้องตีความ หรือมอบหมายความหมายแก่อัลลอฮ ข้ออ้างนี้ ถูกต้องหรือไม่ มาดูคำตอบจากคำพูดท่านอิหม่ามชาฟิอี (ร.ฮ)
فَقُلْت الْقُرْآنُ عَرَبِيٌّ كَمَا وَصَفْت وَالْأَحْكَامُ فِيهِ عَلَى ظَاهِرِهَا وَعُمُومِهَا وَلَيْسَ لِأَحَدٍ أَنْ يُحِيلَ مِنْهَا ظَاهِرًا إلَى بَاطِنٍ وَلَا عَامًّا إلَى خَاصٍّ إلَّا بِدَلَالَةٍ مِنْ كِتَابِ اللَّهِ فَإِنْ لَمْ تَكُنْ فَسُنَّةُ رَسُولِ اللَّهِ تَدُلُّ عَلَى أَنَّهُ خَاصٌّ دُونَ عَامٍّ أَوْ بَاطِنٌ دُونَ ظَاهِرٍ أَوْ إجْمَاعٌ مِنْ عَامَّةِ الْعُلَمَاءِ الَّذِينَ لَا يَجْهَلُونَ كُلُّهُمْ كِتَابًا وَلَا سُنَّةً وَهَكَذَا السُّنَّةُ ُ .
ข้าพเจ้า กล่าวว่า “อัลกุรอ่านนั้น เป็นภาษาอาหรับ เช่น สิ่งที่มันได้ถูกพรรณนาคุณลักษณะไว้ และบรรดาหุกุม (กฎข้อบังคับต่างๆ)ที่อยู่ใน อัลกุรอ่าน นั้น อยู่บนความหมายที่ปรากฏตามตัวบทของมัน และบนความหมายกว้างๆของมัน ไม่อนุญาตให้คนหนึ่งคนใด เปลี่ยนความหมายที่ปรากฏตามตัวบท(ซอฮีร)จากมัน ไปสู่ความหมายที่แขวงเร้น/มีนัยยะ(บาฏิน) และไม่ให้เปลี่ยน ความหมายกว้างๆ (อาม) ไปเป็นความหมายเจาะจง นอกจาก ด้วยหลักฐานจาก คัมภีร์ของอัลลอฮเท่านั้น แล้วหากไม่ปรากฏ(ในคัมภีร์อัลลอฮ) สุนนะฮเราะซูลุลลอฮ ก็จะแสดงบอกว่า มันคือ ความหมายเจาะจง ไม่ใช่ ความหมายกว้างๆ หรือความหมายที่แขวงเร้น(ความหมายที่มีนัยะ) ไม่ใช่ความหมายตามที่ปรากฏ (ของคำในตัวบท) หรือ เป็นมติ(อิจญมาอฺ)ของบรรดานักวิชาการโดยรวม ที่พวกเขาทั้งหมด เข้าใจ คัมภีร และสุนนะฮ และในทำนองเดียวกันนี้(ทำนองเดียวกับอัลกุรอ่าน) คือ อัสสุนนะฮ ..... ดู อัลอุม 8/592 เรื่อง كتاب اختلاف الحديث
>>>>>>>>
สรุปจาก คำพูดอิหม่ามชาฟิอี (ร.ฮ)คือ
1. อัลกุรอ่านเป็นภาษาอาหรับ ให้ถือถือตามลักษณะที่มันได้ถูกถ่ายทอดไว้ บนความหมายของคำพูดที่ปรากฏ(ซอฮิร) และความหมายที่กล่าวเอาไว้กว้างๆ(อาม)
2. ไม่อนุญาตให้คนหนึ่งคนใด เปลี่ยนความหมายที่ปรากฏตามตัวบท(ซอฮีร)จากมัน ไปสู่ความหมายที่แขวงเร้น/มีนัยยะ(บาฏิน) และไม่อนุญาตให้เปลี่ยน ความหมายกว้างๆ (อาม) ไปเป็นความหมายเจาะจง นอกจาก ด้วยหลักฐานจากอัลกุรอ่าน
3. ในทำนองเดียวกันอัสสุนนะฮ ให้ถือตามความหมายของคำพูดที่ปรากฏตามตัวบท และการกล่าวเอาไว้กว้างๆของมัน จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้นอกจากต้องมีหลักฐานจากอัสสุนนะฮ
อิหม่ามอัซซัรกะชีย์(ร.ฮ) ได้ถ่ายทอด คำพูดของอิหม่ามอัสสะฟารีนีย์(ร.ฮ) ที่กล่าวถึงคำพูดอิหม่ามชาฟิอี(ร.ฮ) ดังนี้
وَقَالَ فِي كِتَابِ " اخْتِلَافِ الْحَدِيثِ " : الْقُرْآنُ عَرَبِيٌّ كَمَا وَصَفْت ، وَالْأَحْكَامُ فِيهِ عَلَى ظَاهِرِهَا وَعُمُومِهَا ، وَلَيْسَ لِأَحَدٍ أَنْ يُحِيلَ مِنْهَا ظَاهِرًا إلَى بَاطِنٍ ، وَلَا عَامًّا إلَى خَاصٍّ إلَّا بِدَلَالَةٍ .
และเขา(ชาฟิอี)กล่าวใน เรื่อง อิคติลาฟิลหะดิษว่า “อัลกุรอ่านนั้น เป็นภาษาอาหรับ เช่น สิ่งที่มันได้ถูกพรรณนาคุณลักษณะไว้ และบรรดาหุกุม (กฎข้อบังคับต่างๆ)ที่อยู่ใน อัลกุรอ่าน นั้น อยู่บนความหมายที่ปรากฏตามตัวบทของมัน และบนความหมายกว้างๆของมัน ไม่อนุญาตให้คนหนึ่งคนใด เปลี่ยนความหมายที่ปรากฏตามตัวบท(ซอฮีร)จากมัน ไปสู่ความหมายที่แขวงเร้น/มีนัยยะ(บาฏิน) และไม่ให้เปลี่ยน ความหมายกว้างๆ (อาม) ไปเป็นความหมายเจาะจง นอกจาก ด้วยหลักฐาน เท่านั้น
อัล-บะหรุลมะฮีฏ ของ อัซซัรกะชีย์ 4/27 เรื่อง الْقَائِلُونَ لَيْسَ لِلْعُمُومِ صِيغَةٌ تَخُصُّهُ
>>>>>>>>
เพราะฉะนั้น การทีที่มีผู้อ้างว่า ความหมายคำพูดที่ปรากฏในอัลกุรอ่าน และอัสสุนนะฮ เกี่ยวกับสิฟาตอัลลอฮนั้น เป็นความหมายที่ไม่ต้องการ ต้องตีความ หรือต้องมอบหมายกลับไปยังอัลลอฮ ห้ามยุ่งเกี่ยว ห้ามแปลความหมาย เป็นการอ้างที่ไม่มีหลักฐานจากอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ และไม่ได้เป็นแนวทางของอิหม่ามชาฟิอี (ร.ฮ)
والله أعلم بالصواب
ปล. สัจธรรมย่อมชนะความเท็จเสมอ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Apr 17, 2015 5:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Abu Naseem Huwairee ห้ามใช้ปัญญาวิภาษ นี้ หมายถึง ห้ามยุ่งเกี่ยวตั่งแต ่การไม่เอาความหมายใดๆพาดพิงไปอัลลอหฺตาอาลาเลย หรือเปล่าครับ เพราะสติปัญญาของมนุษย์บกพร่อง พระองค์เท่านั้นที่รู้ถึงแก่นแท้ของซีฟัตของพระองค์
إمرارها كما جاءت تلاوتها تفسيرها
@@@@@@
คุณยกมา เป็นหลักฐาน โดยที่คุณเองไม่เข้าใจว่าสิ่งที่คุณยกมา หมายความว่าอย่างไร มาดูอิหม่ามอัซซะฮะบีย์อาธิบายครับ

وكما قال سفيان وغيره "قراءتها تفسيرها"، يعني أنها بينة واضحة في اللغة، لا يبتغى بها مضائق التأويل والتحريف. وهذا هو مذهب السلف مع إتفاقهم أيضا أنها لا تُشْبِه صفات البشر بوجه إذ الباري لا مثل له لا في ذاته ولا في صفاته
และดังที่ ซูฟยานและอื่นจากเขา กล่าวว่า “การอ่านมัน คือ การตัฟสีรมัน หมายถึง แท้จริงมันมีความหมายชัดเจน และแจ่มแจ้งในทางภาษา และไม่สมควร ทำให้ยุ่งยากด้วยการตีความและเปลี่ยนแปลงความหมาย และนี้คือ แนวทางของสะลัฟ พร้อมทั้งการเห็นฟ้องของพวกเขา อีกว่า ไม่คล้ายคลึงกับ บรรดาลักษณะของมนุษย์ จะด้วยทางใดๆ (ก็ตาม) เพราะ พระผู้ทรงสร้าง ไม่มีตัวอย่างเปรียบเทียบใดๆสำหรับพระองค์ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับซาตของพระองค์ และ ไม่ว่าเกี่ยวกับบรรดาคุณลักษณะของพระองค์ก็ตาม –ดู อัลอุลูวีย ลิอะลียิลฆอฟฟาร หน้า 251
>>>>>>>>>
คุณ Abu Naseem Huwairee ครับ ถ้าคุณไม่เปิดใจยอมรับความจริง ผมว่า ผมคงต้องหาหลักฐานอีกหลายพันหลายหมื่นมาตอบคุณ คุณและอีกหลายคนที่อ้างว่าอาชาอิเราะฮอะกีดะฮ ยังไม่เข้าใจอะกีดะฮสะลัฟเลย เพียงแต่ตักลิด ไปลอกข้อความ คุณยังหาจุดยืนไม่ได้ เพราะคุณไม่ได้ยืนอยู่บนหลักฐาน แต่ยืนบนการตักลิด

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 8 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.17 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004