ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 23, 2012 4:20 pm    ชื่อกระทู้: อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่องที่ 1 มีผู้อ้างว่า อิบนุอับบาส ตีความ คำว่า كرسيه ว่า หมายถึง علمه

ขอตอบว่า

มาดุอายะฮที่ว่า

( وَسِعَ كُرْسِيُّهُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ

เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวางทั่วชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน – อัลบะเกาะเราะฮ/255
คำว่า “ กุรสีย์”ในอายะฮนี้ นักวิชาการตัฟสีร ได้ให้ความหมายแตกต่างกันไปเช่น

عَنْ سَعِيدِ بْنِ جُبَيْرٍ ، عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ : " وَسِعَ كُرْسِيُّهُ " قَالَ : كُرْسِيُّهُ عِلْمُهُ .

รายงานจากสะอีด บิน ญุบีร จากอิบนุอับบาส ว่า อายะฮที่ว่า “เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวาง” เขา(อิบนุอับบาส) กล่าวว่า “กุสีย์ของพระองค์ หมายถึง ความรอบรู้ของพระองค์”

عَنِ السُّدِّيِّ : " وَسِعَ كُرْسِيُّهُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ " فَإِنَّ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضَ فِي جَوْفِ الْكُرْسِيِّ ، وَالْكُرْسِيُّ بَيْنَ يَدَيِ الْعَرْشِ ، وَهُوَ مَوْضِعُ قَدَمَيْهِ
.
รายงานจากอัสสุดดีย์ เกียวกับอายะฮที่ว่า “เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวางทั่วชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน” เพราะแท้จริงชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน อยู่ภายในกุรซีย์ และ กุรซีย์ อยู่ ข้างหน้าอะรัช และมันคือ ทีวาง สองเท้าของพระองค์
ท่านอิบนุญะรีร เห็นด้วยด้วยกับทัศนะอิบนุอับบาส เพราะสอดคล้องกับอายะฮที่กล่าวถึงการดุอาของมลาอิกะฮที่แบกอะรัชว่า

رَبَّنَا وَسِعْتَ كُلَّ شَيْءٍ رَحْمَةً وَعِلْمًا

ข้าแต่พระเจ้าของเรา พระองค์ท่านทรงแผ่ความเมตตาและความรอบรู้ไปทั่วทุกสิ่ง – ตัฟสีรอัฏฏอบรีย์
แต่ก็มีรายงานจากอิบนุอับบาสเช่นกันว่า

عن سعيد بن جبير عن ابن عباس في قوله تعالى: وَسِعَ كُرْسِيُّهُ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضَ [البقرة:255] أنه قال: [الكرسي موضع القدمين، والعرش لا يقدر قدره إلا الله تعالى

รายงานจากสะอีด บิน ญุบีร จากอิบนุอับบาส ในคำตรัสของอัลลอฮตะอาลาที่ว่า
เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวางทั่วชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน – อัลบะเกาะเราะฮ/255 เขา(อิบนุอับบาสกล่าวว่า “ กุรซีย์(เก้าอี้) เป็นที่ว่าสองเท้า และอะรัช ไม่มีใครสามารถคำนวณขนาดของมันได้นอกจากอัลลอฮ – อัสสุนนะฮของอับดุลลอฮ บิน อะหมัด เล่ม 1 หน้า 301 ,อิบนุอบีชัยบะฮ กิตาบุลอัรชิ เล่ม 1 หน้า 79 และ อัฏฏอบรอนีย์ ในอัลกะบีร เล่ม 12 หน้า 39

อิบนุมันดะฮ الإمام الحافظ أبو عبد الله محمد بن إسحاق بن منده ( ฮ.ศ.395 ) กล่าวว่า

وسئل –أي أبو زرعة الرازي- عن حديث ابن عباس (الكرسي موضع القدمين)؟
فقال: صحيح، ولا نفسر، نقول كما جاء وكما هو في الحديث.

อบูซะรออะฮ อัรรอซีย์ ถูกถามเกี่ยวกับหะดิษอิบนุอับบาสที่ว่า “ เก้าอี้(กุรสีย์) เป็นที่วางสองเท้าว่าเป็นอย่างไร ? เขาตอบว่า “เศาะเฮียะ และเราไม่อรรถาธิบายมัน เรากล่าว ตามที่มันมีมา และ ดังที่มันปรากฏในหะดิษ - อัตเตาฮีด เล่ม 3 หน้า 7

ยังมีผู้ที่ให้ความหมายว่า “ กุรซีย์ คือ อะรัช อีกด้วย ทั้งนี้ เพราะรอซูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ได้อธิบายเอาไว้ ถ้าทุกคนจบอยู่ที่ อัลกุรอ่าน และ ท่านรอซูลุลลอฮ ความขัดแย้งก็จบแค่นั้น นี้แค่คำเดียว ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร นี้คือ การทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แล้วมาโต้แย้งกันให้เกิดฟิตนะฮ จนต้องมีการดีเบทกัน และคงไม่จบ หากยังไม่ จบอยู่อยู่ที่นบีมุหัมหมัด ผู้ซึ่งถูกส่งมาอธิบายอัลกุรอ่าน

والله أعلم

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 23, 2012 4:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำถามที่สอง

เขาบอก มีผู้อ้างว่า อิบนุอับบาส
- ตีความคำว่า ساق คือ شدة

ขอตอบดังต่อไปนี้

يَوْمَ يُكْشَفُ عَنْ سَاقٍ وَيُدْعَوْنَ إِلَى السُّجُودِ فَلَا يَسْتَطِيعُونَ ( 42 ) )

วันที่หน้าแข้งจะถูกเลิกขึ้น และพวกเขาจะถูกเรียกให้มาสุญูด แต่พวกเขาไม่สามารถจะสุญูดได้

عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ : ( يَوْمَ يُكْشَفُ عَنْ سَاقٍ قَالَ : هُوَ يَوْمُ كَرْبٍ وَشِدَّةٍ

รายงานจากอิบนุอับบาส เกี่ยวกับอายะฮที่ว่า (วันที่หน้าแข้งจะถูกเลิกขึ้น) เขากล่าวว่า “คือ วันที่แห่งความโศกเศร้าและมีความรุนแรง – ดูตัฟสีรอิบนุกะษีร

ท่านอิบนุอับบาส ไม่ได้ตีความคำว่า หรือเปลี่ยนความหมาย คำว่า ساق แต่ท่านอธิบายถึงเหตุการณ์ในวันกิยามะฮ เพราะอัลลอฮได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันกิยามะฮ ถ้าคำว่า” สาก” แปลว่าความรุนแรง ก็จะแปลว่า “วันแห่งความรุนแรงจะถูกเลิกขึ้น แบบนี้ ไปกันใหญ่ ยิ่งใกลความจริงเข้าไปอีก

มาดูหะดิษเศาะเฮียะ ที่กล่าวถึง “ หน้าแข้ง”(ساق )

عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ قَالَ : سَمِعْتُ النَّبِيَّ - صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - يَقُولُ : " يَكْشِفُ رَبُّنَا عَنْ سَاقِهِ ، فَيَسْجُدُ لَهُ كُلُّ مُؤْمِنٍ وَمُؤْمِنَةٍ ، وَيَبْقَى مَنْ كَانَ يَسْجُدُ فِي الدُّنْيَا رِيَاءً وَسُمْعَةً ، فَيَذْهَبُ لِيَسْجُدَ فَيَعُودُ ظَهْرُهُ طَبَقًا وَاحِدًا "


รายงานจากสะอีดอัลคุดรีย์ กล่าวว่า เขากล่าวว่า “ ฉันได้ยินท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พระผู้อภิบาลของเรา เลิกหน้าแข้งของพระองค์ขึ้น แล้วบรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิงทุกคนได้สุญูดต่อพระองค์ และยังคงเหลือผู้ที่สุญุดในโลกนี้ ด้วยการโอ้อวดและต้องการชื่อเสียง แล้วเขาไปเพื่อที่จะสุญูด แล้วหลังของเขาแข็งทื่อ(ไม่สามารถที่จะสุญูดได้) - รายงานโดยอิหม่ามบุคอรี

อิหม่ามสะยูฏีย์ กล่าวว่า

أخرج ابن مندة في الرد على الجهمية عن أبي هريرة قال : قال الرسول صلى الله عليه و آله و سلم يوم يكشف عن ساق قال يكشف الله عز وجل عن ساقه

อิบนุมันดัต ได้บันทึกไว้ในหนังสือ รอดอะลัลญะมียะฮ จากอบีฮุรัยเราะฮว่า เขากล่าวว่า “ รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า “ (วันที่หน้าแข้งถูกเลิกขึ้น) ท่านกล่าวว่า อัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง ได้เลิกหน้าแข้งของพระองค์ขึ้น – ดูตัฟสีรดัรรุลมันษูร

...............

หน้าที่ของเราเชื่อตามที่อัลลอฮและนบีบอก โดยไม่ตีความ ไม่บิดเบื่อน และไม่ไปเปรียบเทียบกับมัคลูค เพราะพระองค์ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน แค่นี้ก็จบ

والله أعلم بالصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 23, 2012 4:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำถามที่สาม

มีผู้บอกว่า อิหม่ามบุคคอรี - ตีความคำว่า وجه คือ ملك

ขอตอบว่า

คำว่า وجه ที่แปลว่า ใบหน้า มีความหมายถึง ตัวตน(ซาต) ก็ได้ เพราะเวลาเราบอกผู้อื่น ว่า “ไม่เคยเห็นหน้า” ความหมายรวมถึงตัวตนด้วย และ ใบหน้าก็เป็นสิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน(ซาต)
ในกรณีของอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวาตะอาลานั้น ทรงระบุคำว่า “وجه “ แปลว่าใบหน้า ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮวะสัลลัม ก็ยอมรับโดยท่านไม่ได้อธิบายเป็นอย่างอื่น แต่แน่นอน รูปแบบจะเป็นอย่างไรนั้น มันเกินที่เราจะจินตนาการ เพราะพระองค์ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน
อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงยืนยันเรื่อง وجه (ใบหน้า) ว่า

كُلُّ شَيْءٍ هَالِكٌ إِلَّا وَجْهَه

ทุกสิ่งย่อมพินาศนอกจากพระพักตร์ของพระองค์ – อัลเกาศอศ/88
อับดุลวาหิดอัตตัยมี ( ฮ.ศ.410 ) กล่าวว่า

ومذهب أبي عبد الله أحمد بن حنبل رضي الله عنه: أن لله عز وجل وجهاً لا كالصور المصورة، والأعيان المخططة، بل وجه وصفة له بقوله "كل شيء هالك إلا وجهه" ومن غير معناه فقد ألحد عنه، وذلك عنده وجه في الحقيقة دون المجاز ، ووجه الله باق لا يبلى، وصفة له لا تفنى. ومن أدعى أن وجهه نفسه فقد ألحد، ومن غير معناه فقد كفر، وليس معنى وجه معنى جسم عنده ولا صورة ولا تخطيط، ومن قال ذلك فقد ابتدع

มัซฮับอบีอับดิลละฮ,อะหมัด บินหัมบัล (ร.ฎ) ว่าแท้จริง อัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง และทรงเลิศยิ่ง ทรงมี พระพักต์(وجه ) ไม่ใช่ดังเช่น รูป ที่ถูกจินตนาการ และไม่ใช่ดังเช่น รูปร่างที่ถูกวาดขึ้นมา แต่ทว่า เป็นพระพักต์ และคุณลักษณะของพระองค์ ด้วยการตรัสของพระองค์ที่ว่า “ทุกสิ่งย่อมพินาศนอกจากพระพักตร์ของพระองค์” และผู้ใดเปลี่ยนแปลง ความหมายของมัน แน่นอน เขา หันเหออกจากศาสนาของพระองค์ และดังกล่าวนั้น ณ พระองค์นั้นทรงมีพระพักต์จริงๆ ไม่ใช่การอุปมา และพระพักต์ของอัลลอฮนั้น คงอยู่ ไม่ เสียหาย และ เป็นสิฟัต(คุณลักษณะ)ของพระองค์ ที่ไม่ สูญสลาย และผู้ใดอ้างว่า พระพักต์ของพระองค์ คือ ตัวตนของพระองค์ แน่นอนเขาได้ออกนอกลู่นอกทาง และผู้ใดเปลี่ยนความหมายของมัน แน่นอนเขาได้ปฏิเสธศรัทธา (กุฟุร) และ ความหมายของพระพักต์ ไม่ใช่ความหมาย ร่างกายของพระองค์ และไม่ใช่รูปร่าง ของพระองค์ และไม่ใช่ แบบรูปร่างที่วาดขึ้นมา และผู้ใด กล่าวเช่นนั้น แน่นอนเขาได้อุตริบิดอะฮ - ดู
" มุตะคิดอิหม่ามอะหมัด หน่า 33
จะเห็นได้ว่า อิหม่ามอะหมัด ยอมรับ คำว่า “وجه คือ ประพักต์จริงๆของอัลลอฮ แต่ จะไปเปรียบเทียบหรือจินตนาการว่าเหมือนอย่างมัคลูคไม่ได้ เพราะพระองค์ ทรงอยู่นอกเหนื่อจินตนาการ เพราะไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์

ที่บอกว่า อิหม่ามบุคอรี ตีความคำว่า “ وجه เป็น คำว่า ملك นั้นมาดูของจริงต่อไปนี้

อิหม่ามอิบนุกะษีร ขออัลลอฮเมตตาต่อท่านกล่าวว่า

وقال مجاهد والثوري في قوله {كل شيء هالك إلا وجهه} أي إلا ما أريد به وجهه, وحكاه البخاري في صحيحه كالمقرر له

และมุญาฮิด และอัษเษารีย์ กล่าวในคำตรัสของอัลลอฮที่ว่า (“ทุกสิ่งย่อมพินาศนอกจากพระพักตร์ของพระองค์) หมายถึงนอกจากสิ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อพระพักต์ของพระองค์ ด้วยมัน และ อัลบุคอรี ได้รายงานมันใน เศาะเฮียะของเขา เหมือนกับเป็นผู้ยอมรับมัน - ดูตัฟสีรอิบนุกะษีร

ในเศาะเฮียะบุคอรี ระบุว่า

كُلُّ شَيْءٍ هَالِكٌ إِلَّا وَجْهَهُ إِلَّا مُلْكَهُ وَيُقَالُ إِلَّا مَا أُرِيدَ بِهِ وَجْهُ اللَّهِ

ทุกสิ่งย่อมพินาศนอกจากพระพักตร์ของพระองค์ หมายถึง นอกจากอำนาจของพระองค์ และมีผู้กล่าวว่า หมายถึง นอกจากสิ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อพระพักต์ของพระองค์ ด้วยมัน – เศาะเฮียะบุคอรี อธิบายซูเราะฮอัลเกาะศอศ

ในฟัตหุลบารี อธิบายเศาะเฮียะบุคอรี กิตาบุตเตาฮีด บทว่าด้วย قَوْلِ اللَّهِ تَعَالَى كُلُّ شَيْءٍ هَالِكٌ إِلَّا وَجْهَهُ

ท่านหาฟิซอิบนุหะญัร กล่าวว่า

قَالَ ابْنُ بَطَّالٍ : فِي هَذِهِ الْآيَةِ وَالْحَدِيثِ دَلَالَةٌ عَلَى أَنَّ لِلَّهِ وَجْهًا وَهُوَ مِنْ صِفَةِ ذَاتِهِ ، وَلَيْسَ بِجَارِحَةٍ وَلَا كَالْوُجُوهِ الَّتِي نُشَاهِدُهَا مِنَ الْمَخْلُوقِينَ

อิบนุบัฏฏอ็ล กล่าวว่า ในอายะฮนี้และในหะดิษ (ที่นบีกล่าวว่า أَعُوذُ بِوَجْهِكَ) แสดงบอกว่า แท้จริงอัลลอฮทรงมีพระพักต์ และมันคือ คุณลักษณะของตัวตน(ซาต)ของพระองค์ และ ไม่ใช่อวัยวะ และไม่ใช่เหมือนกับบรรดาใบหน้าที่เรามองเห็นมันจากบรรดามัคลูค – ดูฟัตหุลบารี อธิบายหะดิษ หมายเลข 6971 กิตาบุคเตาฮีด

อิหม่ามอัลบัฆวีย์กล่าวว่า

والإصبع المذكورة في الحديث صفة من صفات الله عز وجل وكذلك كل ما جاء به الكتاب أو السنة من هذا القبيل من صفات الله تعالى؛ كالنفس، والوجه، والعين، واليد، والرجل، والإتيان، والمجيء، والنزول إلى السماء الدنيا, والاستواء على العرش، والضحك، والفرح"

และบรรดานิ้วมือ ที่ถูกกล่าวไว้ในหะดิษ เป็นคุณลักษณะหนึ่ง จากบรรดาคุณลักษณะของอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงเลิศยิ่ง และในทำนองเดียวกันนั้น ทุกๆสิ่งที่อัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ นำมา เกี่ยวกับการนี้ จากบรรดาคุณลักษณะของอัลลอฮ ตะอาลาเช่น ตัวตน(النفس ) มือ (والوجه ) ตา (العين ) มือ (اليد) เท้า (الرجل ) การนำมา ( الإتيان ) การมา (المجيء ) การเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา (والنزول إلى السماء الدنيا ) การประทับเหนือ บัลลังค์) (, والاستواء على العرش) การหัวเราะ(الضحك) และ การยินดี หรือดีใจ(والفرح) - ดูชัรหุอัสสุนนะฮ เล่ม 1 หน้า 168
.....................

การเอาหลักฐานมาอ้าง ไม่ใช่เอาแค่ คำพูดบางตอนของอุลามอฺ หรือ บางคน แต่เราต้องนำหะดิษ มาพิจารณาด้วย และต้องดูด้วยว่า ท่านนบีอธิบายไว้หรือไม่ หากไม่มี สิ่งใดก็ตามที่อัลกุรอ่านและหะดิษระบุว่า เราก็เชื่อตามนั้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงความหมาย ให้ออกจากเจตนารมณ์ของคำนั้น บางคนเข้าใจว่า การตะวีล หมายถึง การเปลี่ยนแปลงคำและความหมาย เท่านั้น จริงๆแล้ว บางครั้ง ความหมายคำว่า ตะวีล คือ ตัฟสีร หมายถึง อรรถาธิบาย และ อะกีดะฮของอิหม่ามบุคคอรี ก็ไม่เหมือนกับอะกีดะฮอะชาอีเราะฮยุคหลังแต่ประการใด

والله اعلم بيصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Mar 23, 2012 11:36 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


คำถามที่สี่
มีคนบอกว่า อิบนุญรีร - ตีความคำว่า استوى เป็น علو ملك وسلطان

ขอตอบต่อไปนี้

อิหม่ามอัฏฏอ็บรีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) อรรถาธิบายว่า

وَقَوْله : { الرَّحْمَن عَلَى الْعَرْش
اسْتَوَى } يَقُول تَعَالَى ذكْره : الرَّحْمَن عَلَى عَرْشه ارْتَفَعَ وَعَلَا

และอัลลอฮ ตรัสว่า ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ ) พระองค์ผู้ซึ่งการสรรเสริญพระองค์สูงส่งยิ่ง ตรัสว่า
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ หมายถึง อยู่สูง อยู่เหนือขึ้นไป - ดูตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย อายะฮที่ 5 ซูเราะฮ ฏอฮา

โต๊ะครู สุนนะฮตะติวเด้น ตอบโต้แถมดูถูกผม โดยเขากล่าวว่า

แต่พอเรากลับไปดูตัฟซีรอัฏเฏาะบะรีย์ วะฮาบีย์ผู้ไร้เดียงสาเชิงวิชาการคนนี้กลับตัดทอนคำพูดของท่านอัฏเฏาะบะรีย์ ซึ่งข้อเต็มๆมีดังต่อไปนี้

وقوله ( الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى ) يقول تعالى ذكره: الرحمن على عرشه ارتفع وعلا وقد بيَّنا معنى الاستواء بشواهده فيما مضى وذكرنا اختلاف المختلفين فيه فأغنى ذلك عن إعادته في هذا الموضع

"คำตรัสของพระองค์ที่ว่า "อัรเราะห์มาน อิสติวาอฺ อยู่บนอารัช" คือพระองค์ทรงตรัสว่า อัรเราะห์มาน ได้ขึ้น(โดยคำบัญชา)และสูง(สูง)เหนืออารัช และแท้จริงเราได้อธิบายความหมายของอิสติวาอฺมาด้วยบรรดาหลักฐานต่างๆมาสนับสนุนความหมาย(ในเชิงภาษา)มาแล้วก่อนหน้านี้ และเราได้กล่าวการขัดแย้งของนักตัฟซีรเกี่ยวกับอิสติวาอฺ ดังนั้นดังกล่าวจึงไม่จำเป็นที่จะกลับไปทบทวนอีกในสถานที่ดังกล่าว"

http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=1140.0


จริงๆคำที่ตัดไปมันไม่ได้เกี่ยวกับ ความหมายของคำว่า “อิสติวา” ผมจึงตัดออกไป เพื่อสั้นลง และจะเห็นได้ว่า โต๊ะครูสุนนะฮสะติวเด้นแอบลักไก่ใส่วงเล็บเพื่อบิดเบือนความหมายเดิมคำว่าอิสติวาอฺว่า ว่า อัรเราะห์มาน ได้ขึ้น(โดยคำบัญชา)และสูง(สูง)เหนืออารัช .... โดยการเพิ่มคำว่า (โดยคำบัญชา) เข้าไป เพื่ออย่าให้มีความหมายที่ไม่ตรงกับแนวคิดของตน

มาดูว่าในซูเราะฮอัลบะเกาะเราะฮ อายะฮที่ 29 อิหมามอัฏฏอบรีย์กล่าวว่าอย่างไร

عن الربيع بن أنس: " ثم استوى إلى السماء ". يقول: ارتفع إلى السماء .

รายงานจากรอเบียะ บิน อะนัส ว่า (ภายหลังได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า ) เขากล่าวว่า หมายถึง ขึ้นไปยังฟากฟ้า – ดูตัฟสีรอัฏฏอบรีย์ อรรถาธิบายอายะฮที่ 29 ซูเราะฮอัลบะเกาะฮเราะฮ
อิหม่ามฏอ็บรีย์ได้กล่าวว่า

وأوْلى المعاني بقول الله جل ثناؤه: " ثم استوى إلى السماء فسوَّاهن "، علا عليهن وارتفع، فدبرهنّ بقدرته، وخلقهنّ سبع سموات.

และบรรดาความหมายที่ดีที่สุด ด้วยคำตรัสของอัลลฮผู้ซึ่ง การสรรเสริญ พระองค์สูงส่งยิ่ง ที่ว่า ภายหลังได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า และได้ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้น ) หมายถึง ทรงอยู่สูงเหนือมันและทรงขึ้น แล้วบริหารจัดการมันด้วยพลานุภาพของพระองค์ และทรงสร้างมัน เป็นเจ็ดชั้นฟ้า – ดู ดูตัฟสีรอัฏฏอบรีย์ อรรถาธิบายอายะฮที่ 29 ซูเราะฮอัลบะเกาะฮเราะฮ

อิบนุกะษีรกล่าวว่า

هُوَ الَّذِي خَلَقَ لَكُمْ مَا فِي الْأَرْضِ جَمِيعًا ثُمَّ اسْتَوَى إِلَى السَّمَاءِ ) أَيْ : قَصَدَ إِلَى السَّمَاءِ ، وَالِاسْتِوَاءُ هَاهُنَا تَضَمَّنَ مَعْنَى الْقَصْدِ وَالْإِقْبَالِ ؛ لِأَنَّهُ عُدِّيَ بِإِلَى ( فَسَوَّاهُنَّ ) أَيْ : فَخَلَقَ السَّمَاءَ سَبْعًا ،

(พระองค์คือผู้ได้ทรงสร้างสิ่งทั้งมวลในโลกไว้สำหรับพวกเจ้า ภายหลังได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า) หมายถึง มุ่งสู่ฟากฟ้าและ คำว่า “อัลอิสติวาฮ” ในที่นี้ ประกอบด้วยความหมายของคำว่า الْقَصْد (เจตนา)และคำว่า َالْإِقْبَال ( ไปข้างหน้า) เพราะ ว่ามัน(คำว่า อิสตะวา )ถูกให้เป็นกริยาสกรรมกริยา ด้วยคำว่า الى (อิลา) และได้ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้น ) หมายถึง ทรงสร้างฟากฟ้าเป็นเจ็ดชั้น ( - ดู ตัฟสีรอิบนุกะษีร อรรถาธิบาย อายะฮที่ 29 ซูเราะฮอัลบะเกาะเราะฮ

หาฟิซอิบนุหะญัร กล่าวว่า

وَأَمَّا تَفْسِيرُ اسْتَوَى : عَلَا فَهُوَ صَحِيحٌ وَهُوَ الْمَذْهَبُ الْحَقُّ وَقَوْلُ أَهْلِ السُّنَّةِ ؛ لِأَنَّ اللَّهَ سُبْحَانَهُ وَصَفَ نَفْسَهُ بِالْعُلَى
และสำหรับการตัฟสีร (อรรถาธิบาย)คำ “อิสตะวา “ หมายถึง อยู่สูงขึ้นไป มันเป็นความหมายที่ถูกต้อง และมันเป็นทัศนะที่ถูกต้อง และเป็นคำพูดของชาวสุนนะฮ เพราะอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงพรรณนาคุณลักษณะตัวตนของพระองค์ด้วย คำว่า “อะลา” - ดูฟัตหุลบารีย์
.....................

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Mar 24, 2012 12:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำกล่าวที่ 5
เขาบอกว่า อิหม่ามฏอ็บรีย - ตีความคำว่า يد الله เป็น คำว่า قوة

ขอตอบว่า อายะฮที่ว่า

وَالسَّمَاءَ بَنَيْنَاهَا بِأَيْدٍ

และชั้นฟ้า เราได้สร้างมันด้วยพลังอำนาจ – อัซซาริยาต/17

อัฏฏอ็บรีย์ ได้กล่าวว่า

وَمَعْنَى بِأَيْدٍ أَيْ بِقُوَّةٍ وَقُدْرَةٍ . عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ وَغَيْرِهِ

ความหมาย บิอัยดิน หมายถึง ด้วยพลังอำนาจ และ ความสามารถ

ขอบอกว่า คำว่า “ อัยดิน” คำนี้ ไม่ใช่แปลมือ มาดูคำอธิบาย

وقال اللهُ تعالى (والسَّمَاء بَنَيْنَاهَا بَأَيْد). قلتُ: قوله تعالى: (بأَيْد) أي بقُوَّةٍ وهو مَصْدَر آدَ يئِيدُ أَيْداً إذا قَوِيَ وليس جَمْعاً لِيدٍ

และอัลลอฮตะอาลา ตรัสว่า (และชั้นฟ้า เราได้สร้างมันด้วยพลังอำนาจ) ข้าพเจ้า ขอกล่าวว่า “คำตรัสของอัลลอฮที่ว่า (บิอัยดิน) หมายถึง ด้วยพลังอำนาจ และมันเป็นคำที่มาจาก รากศัพท์ คำว่า อาดา- ยะอีดู – อัยดัน เมื่อ เขามีพลังอำนาจ และมันไม่ใช่ เป็นคำพหุพจน์ของคำว่า “ยะดิน” (ที่แปลว่ามือ) – ดู มุคตาจญเศาะฮาหฺ บทว่าด้วยอักษร ยา

แต่ที่แปลว่า มือ มาดูอายะฮนี้

قَالَ يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ أَسْتَكْبَرْتَ أَمْ كُنْتَ مِنَ الْعَالِينَ

พระองค์ตรัสว่า “อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสองของข้า ? เจ้าเย่อหยิ่งจองหองนักหรือ หรือว่าเจ้าอยู่ในหมู่ผู้สูงส่ง – ศอด/47

ท่านอัฏฏอ็บรีย์ อธิบายว่า

( لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ ) يَقُولُ : لِخَلْقِ يَدَيَّ ، يُخْبِرُ - تَعَالَى ذِكْرُهُ - بِذَلِكَ أَنَّهُ خَلَقَ آدَمَ بِيَدَيْهِ .

ต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสองของข้า) เขากล่าวว่า ต่อการสร้างของสองมือของข้า ,ผู้ทรงการสดุดีพระองค์ สูงส่งยิ่ง ได้บอกด้วยดังกล่าว ว่า แท้จริงพระองค์ทรงสร้างอาดัม ด้วยสองมือของพระองค์

عَنِ ابْنِ عُمَرَ قَالَ : خَلَقَ اللَّهُ أَرْبَعَةً بِيَدِهِ : الْعَرْشَ ، وَعَدْنَ ، وَالْقَلَمَ ، وَآدَمَ ، ثُمَّ قَالَ لِكُلِّ شَيْءٍ كُنْ فَكَانَ .

จากอิบนุอุมัร กล่าวว่า “อัลลอฮทรงสร้าง สี่ประการด้วยมือของพระองค์ คือ อะรัช ,สวรรค์ ,ปากกา และอาดัม หลังจากนั้น พระองค์ได้กล่าวแก่ทุกๆสิ่งว่า “จงเป็น” แล้วมันก็เป็นขึ้นมา” – ดูตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะศอด อายะฮ ที่ 47

.........................

สรุปว่า การอ้างว่า ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรี ตีความคำว่า يد ว่า หมายถึง قوة (พลังอำนาจ) จึงไม่มีน้ำหนักแต่ประการใด

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Mar 24, 2012 8:23 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation
อยากเรียนพี่น้องทุกท่านที่คัดลอกข้อมูล หรือบทความ ของข้าพเจ้าในกระดานนี้และกระดานอื่น ได้โปรดกรุณาอ้างอิงที่มาด้วยจักขอบคุณยิ่ง

Idea
อะสัน หมัดอะดั้ม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Mar 24, 2012 9:52 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำที่หก
มีคนอ้างว่า อิหม่ามอะหมัด ตีความ คำว่า جاء ربك เป็น تأتي قدرته
ขอชี้แจงดังต่อไปนี้
อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

وَجَاءَ رَبُّكَ وَالْمَلَكُ صَفًّا صَفًّا

และพระเจ้าของเจ้าเสด็จมาพร้อมทั้งมะลาอิกะฮฺด้วยเป็นแถว ๆ

………….

อิหม่ามอะหมัด บิน หัมบัล เป็นอุลามาอฺ ที่คัดค้านการตีความ จึงเป็นไปไม่ได้ว่าท่านจะตีความอายะฮข้างต้นดังหลักฐานต่อไปนี้
1. อัลลาลุกาอีย์ (ฮ.ศ . 418) กล่าวว่า


قال حنبل رحمه الله : سألت أبا عبد الله أحمد بن حنبل عن الأحاديث التي تروى عن النبي صلى الله عليه وسلم إن الله ينزل إلى السماء الدنيا ، فقال أبو عبد الله : نؤمن بها ونصدق بها ولا نرد شيئا منها إذا كانت أسانيد صحاح ، ولا نرد على رسول الله قوله ، ونعلم أن ما جاء به الرسول حق ، حتى قلت لأبي عبد الله : ينزل الله إلى سماء الدنيا قال قلت نزوله بعلمه أم بماذا ؟ ، فقال لي : اسكت عن هذا ، مالك ولهذا امض الحديث على ما روي " انتهى

หัมบัล (บิน อิสหาก) ขออัลลอฮเมตตาต่อท่านกล่าวว่า “ ข้าพเจ้าได้ถามอบูอับดุลลอฮ ,อะหมัด บิน หัมบัล เกี่ยวกับบรรดาหะดิษที่รายงานจากนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮวะสัลลัม ว่า แท้จริงอัลลอฮ เสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา แล้วอบูอับดุลลอฮ (หมายถึงอิหม่ามอะหมัด) กล่าวว่า เราศรัทธา ,เราเชื่อมัน และเราจะไม่ปฏิเสธสิ่งใดจากมัน ในเมื่อปรากฏบรรดาสายรายงาที่เศาะเฮียะ และเราจะไม่ปฏิเสธรซูลุลลอฮ ซึ่งคำพูดของท่าน และเรารู้ว่า แท้จริง สิ่งที่ท่านรอซูลนำมา เป็นความจริง จนกระทั้งข้าพเจ้า(หมายถึง หัมบัล บิน อิสหาก) กล่าวแก่อบีอับดุลลอฮว่า “อัลลอฮทรงเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา ,เขา (หัมบัล)กล่าวว่า ข้าพเจ้ากล่าวว่า การเสด็จลงมาของพระองค์ ด้วยความรู้ของพระองค์ หรือด้วยอะไร ? และเขา(อิหม่ามอะหมัด)กล่าวตอบว่า “ ท่านจงเงียบจากสิ่งนี้เสีย , ไม่มีสิทธิสำหรับท่านและสิ่งนี้ ท่านจงปล่อยหะดิษให้เป็นไปตามสิ่งที่ได้มีการรายงาน – ชัรหุอุศูลเอียะติกอด อะฮลิสสุนนะฮ เล่มที่ 3 หน้า 453

2.อบูหะซัน อัลอัชอารีย์ (ฮ.ศ. 324) ซึ่งได้ยืนยันว่า ท่านยึดตามแนวของอิหม่ามอะหมัด บิน หัมบัล กล่าวในประเด็น การเสด็จลงมาของอัลลอฮว่า

: ونقول: إن الله عز وجل يجيء يوم القيامة كما قال سبحانه: وَجَاء رَبُّكَ وَالْمَلَكُ صَفًّا صَفًّا


เราขอกล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮผู้ทรงสูงส่ง และทรงเลิศยิ่ง เสด็จมาในวันกิบามะฮ ดังที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า
และพระเจ้าของเจ้าเสด็จมาพร้อมทั้งมะลาอิกะฮฺด้วยเป็นแถว ๆ – อัลอิบานะฮ อันอุศูลิดดิยานะฮ
3.อบูยะฮลา ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน กล่าวว่า

" وقد قال أحمد في رواية حنبل في قوله ( وجاء ربك ) قال : قدرته " ، قال أبو إسحاق بن شاقلا : هذا غلط من حنبل لا شك فيه ، وأراد أبو إسحاق بذلك أن مذهبه حمل الآية على ظاهرها في مجيء الذات ، هذا ظاهر كلامه ، والله أعلم

และแท้จริง อะหมัด ได้กล่าวไว้ในการรายงานของหัมบัล (บินอิสหาก) ในคำตรัสของอัลลอฮที่ว่า “(พระเจ้าของเจ้าเสด็จมา) เขากล่าวว่า “หมายถึงเดชานุภาพของพระองค์” อบูอิสหาก บิน ชากิล กล่าวว่า “ นี้คือ การ(รายงาน)ผิดพลาดจากหัมบัล โดยไม่ต้องสงสัย และอบูอิสหาก มีจุดประสงค์ ด้วยดังกล่าวนั้น ว่า แนวทางของเขา ยึดถือ อายะฮตามตัวบทของมันที่ปรากฏ ในการเสด็จมาของซาต(ของอัลลอฮ) นี้คือ คำพูดของเขาที่ปรากฏ – วัลลอฮุอะลัม – ดู อิบฏอลุอัตตะวีลาต เล่ม 1 หน้า 132

4. อิหม่ามกุรฏุบีย์ ซึ่ง อยู่ในสายอัชอะรีย์ กล่าวว่า

والذي عليه جمهور أئمة أهل السنة أنهم يقولون: يجيء وينزل ويأتي. ولا يكيفون لأنه "ليس كمثله شيء وهو السميع البصير

และ(ทัศนะ)ที่บรรดาอิหม่ามอะลิสสุนนะฮส่วนใหญ่ อยู่บนมัน แท้จริงพวกเขากล่าวว่า “ พระองค์เสด็จมา, เสด็จลงมา และ เสด็จมา โดยที่พวกเขาไม่ได้อธิบายรูปแบบวิธีการ เพราะแท้จริง ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์ ทรงได้ยิน ทรงเห็นยิ่ง – ตัฟสีรอัลกุฏุบีย์ เล่ม 7 หน้า 145


คัดมาดังนี้ (วันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2555 เวลา 22.04 น.)
ท่านอัลฮฟาซฺ อิบนุ กะษีร กล่าวการตีความของอิหม่ามอะห์หมัดเชิงยอมรับโดยไม่วิจารณ์สายรายงานว่า


رَوَى البَيْهَقِيُّ عَنِ الحَاكِمِ عَنْ عَمْروٍ بْنِ السَّمَّاكِ عَنْ حَنْبَل أَنَّ أَحْمَدَ بْنَ حَنْبَل تَأَوَّلَ قَوْلَ اللهِ تَعَالىَ ( وَجَاءَ رَبُّك) أَنَّهُ جَاءَ ثَوَابُهُ. ثَمَّ قَالَ الْبَيْهَقِيُّ: وَهَذَا إِسْنَادٌ لاَ غُبَارَ عَلَيْهِ

รายงานโดยอัลบัยฮะกีย์ จาก อัลฮากิม จากอัมร์ บิน อัซซัมมาก จากฮัมบัล ว่า "แท้จริงท่านอะห์มัด บิน ฮัมบัล ได้ทำการตีความ(ตะวีล) คำตรัสของอัลเลาะฮ์ตะอาลาที่ว่า "และผู้อภิบาลของเจ้าได้มา" คือ การตอบแทนผลบุญของพระองค์ได้มา หลังจากนั้นท่านอัลบัยฮะกีย์กล่าวว่า สายรายงานนี้เป็นสายรายงานที่(สะอาด)ไม่มีฝุ่นเลย" หนังสืออัลบิดายะฮ์ วันนิฮายะฮ์ : 10/361

http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php/topic,10385.0.html

วิจารณ์

1. การอ้างว่าท่านอิหม่ามอะหมัดติความนั้น เป็นการอ้างที่ม่ถูกต้อง เพราะ

1. 1 เป็นการรายงานที่ผิดพลาด

ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮกล่าวว่า

وقال قوم غلط حنبل في نقل هذه الرواية

และนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง กล่าวว่า หัมบัล(ผู้รายงาน) มีความผิดพลาดในการรายงานรายงานนี้ – อัลอิติกอมะฮ เล่ม 1 หน้า 75
อิบนุเราะญับ กล่าวว่า

وهو ثقة إلا أنه يهم أحيانا ، وقد اختلف متقدمو الأصحاب فيما تفرد به حنبل عن أحمد : هل تثبت به رواية عنه أم لا ؟

และเขาเชื่อถือได้ ยกเว้น บางเวลา เขา ผิดพลาด และบรรดาสหายก่อนๆ (หมายถึงบรรดาอุลามะฮมัซฮับหะนาบะละฮคนก่อนๆ)มีความเห็นขัดแย้งกัน ในสิ่งที่หัมบัลรายงานเพียงคนเดียวจาก อะหมัด ว่ารายงานจากเขา(จากอิหม่ามอะหมัด)แน่นอนหรือไม่ ? – ดูฟัตหุลบารี ของอิบนุเราญับ เล่ม 2 หน้า 156


_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sat Apr 07, 2012 10:42 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Mar 25, 2012 8:20 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำที่ 7
เขาบอกว่าอิหม่ามอัตติรมิซีย์ - ตีความคำว่า لهبط على الله เป็น على علم الله وقدرته وسلطانه

ขอตอบว่า

ท่านอิมามอัตติรมีซีย์ กล่าวรายงานไว้ในหะดิษหนึ่ง ความว่า

لو أنكم دليتم بحبل إلى الأرض السفلى لهبط على الله ، ثم قرأ ( هو الأول والآخر والظاهر والباطن وهو بكل شيء عليم

"หากแมันพวกท่านได้หย่อนเชือกหนึ่งลงมายังแผ่นดินชั้นล่างสุด แน่นอนมันก็จะตกบนอัลเลาะฮ์ หลังจากนั้น ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ได้อ่านอายะฮ์ที่ว่า "พระองค์ทรงเป็นองค์แรก พระองค์ทรงเป็นองค์สุดท้าย พระองค์ทรงเป็นภายนอก และพระองค์ทรงเป็นภายใน" (อัล-หะดีด 3)


วิจารณ์หะดิษข้างต้น

อัสสะคอวีย์กล่าวว่า

وقال : إنه غريب ، قال : ولم يسمع الحسن من أبي هريرة قال : وفسر بعض أهل العلم هذا الحديث فقالوا : إنما هبط على علم اللَّه وقدرته وسلطانه ، وعلم اللَّه وقدرته وسلطانه في كل مكان ، وهو على العرش كما وصف في كتابه



เขา(อิหม่ามติรมิซีย์) กล่าวว่า “มันเป็นหะดิษเฆาะรีบ เขากล่าวว่า อัลหะซัน ไม่ได้ยินจาก อบีฮุรัยเราะฮ และ เขา(อิหม่ามติรมิซีย์) กล่าวว่า “ นักวิชาการบางส่วน อธิบายหะดิษนี้ โดยพวกเขากล่าวว่า “ แท้จริงเชือกจะตกลงมาบนความรู้ , อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์ และความรู้ ,อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์นั้นอยู่ในทุกสถานที่ พระองค์สูงส่งเหนืออะรัชตามที่พระองค์ทรงพรรณนาไว้ในคำภีร์ของพระองค์ – ดู อัลมะกอศิดอัลหะสะนะฮ หะดิษหมายเลข 846 ของท่านอัสสะคอวีย์


قَالَ أَبُو عِيسَى هَذَا حَدِيثٌ غَرِيبٌ مِنْ هَذَا الْوَجْهِ قَالَ وَيُرْوَى عَنْ أَيُّوبَ وَيُونُسَ بْنِ عُبَيْدٍ وَعَلِيِّ بْنِ زَيْدٍ قَالُوا لَمْ يَسْمَعْ الْحَسَنُ مِنْ أَبِي هُرَيْرَةَ وَفَسَّرَ بَعْضُ أَهْلِ الْعِلْمِ هَذَا الْحَدِيثَ فَقَالُوا إِنَّمَا هَبَطَ عَلَى عِلْمِ اللَّهِ وَقُدْرَتِهِ وَسُلْطَانِهِ وَعِلْمُ اللَّهِ وَقُدْرَتُهُ وَسُلْطَانُهُ فِي كُلِّ مَكَانٍ وَهُوَ عَلَى الْعَرْشِ كَمَا وَصَفَ فِي كِتَابهِ


อบูมูซา (หมายถึงอิหม่ามติรมิซีย์) กล่าวว่า หะดิษนี้เป็นหะดิษฆอรีบ (หะดิษที่มีสายรายงานคนเดียวทั้งสายรายงาน) จากหนทางสายรายงานนี้ และนักวิชาการ บางส่วน ได้อธิบายหะดิษนี้ โดยพวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเชือกจะตกลงมาบนความรู้ , อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์ และความรู้ ,อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์นั้นอยู่ในทุกสถานที่ พระองค์สูงส่งเหนืออะรัชตามที่พระองค์ทรงพรรณนาไว้ในคำภีร์ของพระองค์"
- ดูหนังสือ ตั๊วะฟะตุลอัลอะห์วะซีย์ อธิบายสุนันอัตติรมีซีย์ 9/187 ตีพิมพ์ กุรตุบะฮ์

......................

จะเห็นได้ได้ว่า อิหม่ามติรมิซีย เองระบุว่า หะดิษนี้เป็นหะดิษเฎาะอีฟ เพราะหะดิษที่อิหม่ามติรมิซีย์ กล่าวว่า “เฆาะรีบ” หมายถึงหะดิษนั้น เฏาะอีฟ ดังเช็คหาติม อัลเอานีย์ กล่าวว่า


المعروف أن الترمذي إذا قال غريب ولم يقرنه بصحة أو حسن فإنه يعني به تضعيف ذلك الحديث


เป็นที่รู้กัน ว่า อัตติรมิซีย์ เมื่อเขากล่าวว่า “ เฆาะรีบ” โดยไม่ได้ กล่าวมันพร้อมกับคำว่า “เศาะเฮียะ “หรือ “หะซัน” แท้จริงหมายถึง หะดิษดังกล่าวนั้น เฎาะอีฟ – ดู -(المرسل الخفي/ج1/ص:312/)


โต๊ะครูแห่งซุนนะฮสะติวเด้น พยายามจะบอกว่า อิหม่ามติรมิซีย์ ตีความว่า “หมายถึง ตกลงบนความรู้ นี่คือการบิดเบือน เพราะอิหม่ามติมิซีย์ เพียงบอกว่า “มีนักวิชาการบางส่วน กล่าวว่า แท้จริงเชือกจะตกลงมาบนความรู้ , อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์ - ดูข้อความคำพูดอืหม่ามติรมิซีย์ข้างต้น

.........................................

มาดูการบิดเบือนของครูแห่งซุนนะฮสะติวเด้น ข้างล่าง (ซึ่งเป็นคำแปลและสรุปโดยครูแห่งเว็บซุนนะฮสะติวเด้น)


هذا حديث غريب من هذا الوجه .. وفسر بعض أهل العلم هذا الحديث فقالوا : إنما هبط على علم الله وقدرته وسلطانه ، وعلم الله وقدرته وسلطانه في كل
مكان وهو على العرش كما وصف في كتابه

"หะดิษนี้เป็นหะดิษฆอรีบ (หะดิษที่มีสายรายงานคนเดียวทั้งสายรายงาน) จากหนทางสายรายงานนี้ และนักปราชญ์(สะลัฟ)ส่วนหนึ่งได้อธิบายหะดิษนี้ โดยพวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเชือกจะตกลงมาบนความรู้ , อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์ และความรู้ ,อานุภาพ , และอำนาจของอัลเลาะฮ์นั้นอยู่ในทุกสถานที่ พระองค์สูงส่งเหนืออะรัชตามที่พระองค์ทรงพรรณนาไว้ในคำภีร์ของพระองค์" ดูหนังสือ ตั๊วะฟะตุลอัลอะห์วะซีย์ อธิบายสุนันอัตติรมีซีย์ 9/187 ตีพิมพ์ กุรตุบะฮ์
ท่านอิมามอัตติรมีซีย์ เป็นอิมามท่านหนึ่งจากสะละฟุศศอลิห์ เป็นหนึ่งจากเจ้าของหนังสือสุนันทั้งหก ซึ่งท่านได้ทำการตีความ ตะวีล ดังที่ท่านได้เห็นข้างต้น ยิ่งกว่านั้นท่านอัตติรมีซ๊ย์เองยังถ่ายทอดการตีความนี้จากบรรดานักปราชญ์สะลัฟบางส่วนอีกด้วย

http://www.sunnahstudent.com/forum/archive.php?topic=5384.0

……..

ขอวิจารณ์ดังนี้

1. ไม่มีข้อความใดๆที่บอกว่าอิหม่ามติรมีซีย์เองตีความ
2. มีการเพิ่มเติมวงเล็บคำว่า “ สะลัฟ” ทั้งๆที่ข้อความคือ ( .. وفسر بعض أهل العلم) ไม่มีคำว่าสะลัฟบอกไว้เลย
3. เขาสรุปว่า อิหมามตีรมิซีทำการตีความ ซึ่งเป็นการกล่าวเท็จ เพราะท่านแค่บอกว่า”มีนักวิชาการบางส่วน...เท่านั้น ไม่ใช่ท่านอิหม่ามติรมิซีเองตีความ

............

والله أعلم بالصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Mar 26, 2012 9:18 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำที่แปด

เขาบอกว่า [อิหม่ามมาลิก และอัลเอาซาอียฺ]- ตีความคำว่า نزول เป็น تنزل رحمته وقضاؤه بالعفو أو نزل أمره

ขอชี้แจงดังนี้


عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ الله عَنْهُ، أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: "يَنْزِلُ رَبُّنَا تَبَارَكَ وَتَعَالَى كُلَّ لَيْلَةٍ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا حِينَ يَبْقَى ثُلُثُ اللَّيْلِ الْآخِرُ فَيَقُولُ مَنْ يَدْعُونِي فَأَسْتَجِيبَ لَهُ مَنْ يَسْأَلُنِي فَأُعْطِيَهُ مَنْ يَسْتَغْفِرُنِي فَأَغْفِرَ لَهُ


รายงานจากอบีฮุรัยเราะฮ (ร.ฎ)ว่ารซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ "พระผู้อภิบาลของเรา ผู้ทรงบริสุทธิ์และสูงส่งยิ่ง จะลงมายังฟากฟ้าของดุนยาในทุกๆ คืนในช่วงหนึ่งส่วนสามสุดท้ายของกลางคืน และจะมีดำรัสว่า ผู้ใดที่วิงวอนข้า ข้าจะตอบรับเขา ผู้ใดที่ขอข้า ข้าจะให้เขา ผู้ใดที่ขออภัยโทษต่อข้า ข้าจะอภัยให้เขา" – รายงานโดย บุคอรี ,มุสลิม และคนอื่นๆ


...................

มีคนอ้างรายงานต่อไปนี้ว่า อิหม่ามมาลิกตีความ “คำว่า “เสด็จลงมา ว่า หมายถึงคำบัญชาของพระองค์ลงมา คือ


وقال ابن عدي حدثنا محمد بن هارون بن حسان حدثنا صالح بن أيوب حدثنا حبيب بن أبي حبيب حدثني مالك قال : يتنزل ربنا تبارك وتعالى أمره فأما هو فدائم لا يزول .

รายงานจากมาลิก บิน อะนัส ว่า เขาถูกถามเกี่ยวกับหะดิษ เกี่ยวกับอัลลอฮ จะเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยาในตอนกลางคืน แล้ว มาลิกกล่าวว่า “ คำบัญชาของพระองค์ลงมา

วิจารณ์หะดิษที่อ้างว่าอิหม่ามมาลิกตีความข้างต้น


أن الرواية عن مالك لم تصح، فيها حبيب بن أبي حبيب قال أحمد "كان يكذب" وقال أبو داود "كان من أكذب الناس" وقال ابن حبان "أحاديثه كلها ‏موضوعة

แท้จริงรายงาน จากมาลิก นั้นไม่เศาะเฮียะ ในรายงาน มี หะบีบ บิน อบีหะบีบ อิหม่ามอะหมัด กล่าวว่า “เขากล่าวเท็จ” ,อบูดาวูด กล่าวว่า เขาเป็นมนุษย์จอมโกหก และอิบนุหิบบาน กล่าวว่า “บรรดาหะดิษของเขา ทั้งหมด เป็นหะดิษปลอม

– ดู تهذيب التهذيب 2/181 التقريب (1087).‏

ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) กล่าวว่า

رُويت من طريق كاتبه حبيب بن أبي حبيب ، لكن هذا كذاب باتفاق أهل العلم بالنقل ، لا يقبل أحدٌ منهم نقله عن مالك


มันได้ถูกรายงานจากสายรายงานของผู้บันทึกมัน ,หะบีบ บิน อบีหะบีบ แต่ทว่า คนนี้ เป็นจอมโกหก โดยมติของนักวิชาการ เกี่ยวกับการ
รายงาน ,ไม่มีคนใด จากพวกเขา(บรรดานักวิชาการ) รับรองการรายงานของเขา (ที่รายงาน)จากมาลิก – อัลฟะตาวา เล่ม 5 หน้า 401

มาดูอุลามาอฺตัวจริงเขาอธิบาย

อิหม่ามอิบนุคุซัยมะฮ กล่าวว่า


نشهد شهادة مقر بلسانه مصدق بقلبه مستيقن بما في هذه الأخبار من ذكر نزول الرب من غير أن نصف الكيفية ، لأن نبينا المصطفى لم يصف لنا كيفية نزول خالقنا إلى سماء الدنيا وأعلمنا أنه ينزل والله جل وعلا لم يترك ولا نبيه عليه السلام بيان ما بالمسلمين الحاجة إليه من أمر دينهم فنحن قائلون مصدقون بما في هذه الاخبار من ذكر النزول غير متلكفين القول بصفته أو ((بصفة الكيفية)) إذ النبي لم يصف لنا كيفية النزول


เราขอปฏิญาน เป็นการปฏิญานของผู้ที่ยอมรับด้วย วาจาของเขา,เชื่อด้วยหัวใจของเขาและเชื่อมั่นด้วยสิ่งที่อยู่ในบรรดาหะดิษเหล่านี้ จากการระบุการเสด็จลงมาของพระผู้อภิบาล โดยเราไม่พรรณารูปแบบวิธีการว่าเป็นอย่างไร เพราะ นบีของเรา,อัลมุสเฏาะฟา(ผู้ทรงได้รับการคัดเลือก) ไม่ได้พรรณารูปแบบให้แก่เรา ว่าพระผู้ทรงสร้างเรา ทรงเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยาอย่างไร และ ท่านได้บอกให้เรารู้ว่าทรงเสด็จลงมา และอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง และนบีของพระองค์ อะลัยฮิสสลาม จะไม่ละทิ้งการอธิบายสิ่งที่บรรดามุสลิมมีความจำเป็นต่อมัน จากกิจการศาสนาของพวกเขา (อย่างแน่นอน) ดังนั้น เราคือ ผู้กล่าว อีกทั้งเชื่อ ในสิ่งที่อยู่ในบรรดาหะดิษ ที่ระบุเกี่ยวกับการเสด็จลงมา(ของอัลลอฮ) โดยไม่กล่าวว่าลักษณะของมันเป็นอย่างไร หรือ(รูปแบบของมันว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร) เพราะท่านนบีไม่ได้ พรรณาลักณะรูปแบบวิธีการเสด็จลงมาให้เรารู้ - อัตเตาฮิด ของ อิบนุคุซัยมะฮ เล่ม 1 หน้า 289-290

……………

والله أعلم بلصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Mar 27, 2012 8:30 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำที่เก้า

เขาบอกว่า [ท่านบัยฮะกียฺ] กล่าวว่า - คำว่า والسموات مطويات بيمينه เกาะตาดะฮไม่อรรถาธิบายมัน لم يفسرها قتادة

ขอชี้แจงดังต่อไปนี้


มาดูที่มาของประเด็นนี้ อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา


وَمَا قَدَرُوا اللَّهَ حَقَّ قَدْرِهِ وَالْأَرْضُ جَمِيعًا قَبْضَتُهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَالسَّماوَاتُ مَطْوِيَّاتٌ بِيَمِينِهِ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى عَمَّا يُشْرِكُونَ


ความว่า “และพวกเขามิได้ให้ความยิ่งใหญ่แด่อัลลอฮ์อันพึงมีต่อพระองค์อย่างแท้จริง และแผ่นดินนี้ทั้งหมดเป็นเพียงกำพระหัตถ์หนึ่งของพระองค์ในวันกิยามะฮ์ และชั้นฟ้าทั้งหลายจะม้วนกลิ้งด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ และพระองค์ทรงสูงส่งเหนือจากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี ” (อัซซุมัร : 67)

อายะฮข้างต้นสอดคล้องกับหะดิษที่รายงานโดยบุคอรี โดยที่อิบนุกะษีร กล่าวไว้ในตัฟสีรอายะฮข้างต้นว่า


ثُمَّ قَالَ الْبُخَارِيُّ : حَدَّثَنَا سَعِيدُ بْنُ عُفَيْرٍ ، حَدَّثَنَا اللَّيْثُ ، حَدَّثَنَا عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ خَالِدِ بْنِ مُسَافِرٍ ، عَنِ ابْنِ شِهَابٍ ، عَنْ أَبِي سَلَمَةَ بْنِ عَبْدِ الرَّحْمَنِ : أَنْ أَبَا هُرَيْرَةَ - رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ - قَالَ : سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ - صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - يَقُولُ : يَقْبِضُ اللَّهُ الْأَرْضَ ، وَيَطْوِي السَّمَاءَ بِيَمِينِهِ ، ثُمَّ يَقُولُ : أَنَا الْمَلِكُ ، أَيْنَ مُلُوكُ الْأَرْضِ "


ต่อมา อัลบุคอรี ได้กล่าวว่า “ สะอีด บิน อุกัยรฺ ได้เล่าแก่เรา ,อัลลัยษุได้เล่าแก่เรา ,อับดุรเราะหมาน บิน คอลิด บิน มุซาฟีร ได้เล่าแก่เราว่า รายงานจากอิบนุชิฮาบ จากอบีสะละมะฮ บิน อับดุรเราะหมาน ว่า “แท้จริงอบูฮุรัยเราะฮ (ร.ฎ) กล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ยินรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า “อัลลอฮจะทรงกำแผ่นดิน และจะทรงม้วนแผ่นฟ้าด้วยพระหัคถ์ขวาของพระองค์ หลังจากนั้นทรงกล่าวว่า “ เราคือ ราชา ใหนล่ะบรรดาราชาของแผ่นดิน – ดูตัฟสีรอิบนุกะษีร อรรถาธิบายอายะฮ 67 อายะฮอัซซุมัร


ที่อ้างว่า อัลบัยฮะกีบอกว่า “ เกาะตาดะฮบอกว่า “ไม่มีการอรรถาธิบายมัน น่าจะหมายถึงการอรรถาธิบายรูปแบบวิธีการว่าพระองค์ทรงกำอย่างไรมากกว่า ซึ่งประเด็นนี้ อุลามาอฺสะลัฟเขามีทัศนะตรงกันอยู่แล้ว ยกเว้นอะชาอีเราะฮยุคหลังที่พยายามตีความ เนื่องจากวิตกกจริตว่า ถ้าไม่ตีความ ก็จะเหมือนกับมัคลูค .... มาชาอัลลอฮ

มาดู อิบนุอัฟบาส อธิบาย

ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรี กล่าวว่า


عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ . قَوْلُهُ : ( وَالْأَرْضُ جَمِيعًا قَبْضَتُهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ) يَقُولُ : قَدْ قَبَضَ الْأَرْضِينَ وَالسَّمَوَاتِ جَمِيعًا بِيَمِينِهِ . أَلَمْ تَسْمَعْ أَنَّهُ قَالَ : ( مَطْوِيَّاتٌ بِيَمِينِهِ ) يَعْنِى : الْأَرْضَ وَالسَّمَوَاتُ بِيَمِينِهِ جَمِيعًا

รายงานจากอิบนุอับบาส เกี่ยวกับคำตรัสของอัลลอฮที่ว่า (และแผ่นดินนี้ทั้งหมดเป็นเพียงกำพระหัตถ์หนึ่งของพระองค์ในวันกิยามะฮ์ ) เขากล่าวว่า “ ทรงกำบรรดาแผ่นและและแผ่นฟ้า ทั้งหมด ด้วยพระหัถต์ขวาของพระองค์ พวกท่านไม่ได้ยินหรือว่า “ พระองค์ตรัสว่า (ทรงม้วนแผ่นฟ้าด้วยพระหัคถ์ขวาของพระองค์) หมายถึง (ทรงม้วน) แผ่นดินและแผ่นฟ้าทั้งหมดด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ - ดูตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายอายะฮ 67 อายะฮอัซซุมัร

.....................

หะดิษและคำอธิบายของอิบนุอับบาส สว่างชัดเจนยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ แม้คนตาบอดจะมองไม่เห็น ก็ตาม

والله أعلم بالصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu May 03, 2012 9:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำที่ 10

เขาบอกว่า "ใครก็ตามที่ขยับมือเมื่อเขาอ่านโองการของอัลลอฮฺที่ว่า
: ” لما خلقت بيدي”
วายิบจะต้องตัดมือของเขา

...............

Anat Chuchuen
ท่านอิหม่าม
الشهرستاني
ได้กล่าวไว้ในหนังสือ
الملل و النحل ว่า
"ส่วนอะห์มัด บินฮันบัลและญะมาอะห์ จากอะอิมมะห์ชาวสะลัฟ พวกเขาเจริญรอยตามสะลัฟจากอะห์ลุ้ลหะดีส ซึ่งพวกเขาเดินตามเส้นทางที่ปลอดภัย .......................................................ไปจนถึงคำกล่าวที่พวกเขากล่าวว่า
"ใครก็ตามที่ขยับมือเมื่อเขาอ่านโองการของอัลลอฮฺที่ว่า
: ” لما خلقت بيدي”
วายิบจะต้องตัดมือของเขา

http://www.facebook.com/groups/215151975220125/


นายอานัส บอกว่า “ใครก็ตามขยับมือเมื่ออ่านอายะฮข้างล่างนี้ให้ตัดมือ คืออายะฮที่ว่า


قَالَ يَا إِبْلِيسٌ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ
พระองค์ตรัสว่า “อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสองของข้า ?


มาดูเศาะหาบะฮและอุลามาอฺสะลัฟ เขายอมรับ คำว่ามือ โดยไม่ตีความ เช่น

ท่านอิหมามอิบนุญะรีร (ฮ.ศ. 224-310) อธิบายว่า

قَالَ ) اللَّهُ لِإِبْلِيسَ ، إِذْ لَمْ يَسْجُدْ لِآدَمَ ، وَخَالَفَ أَمْرَهُ : ( يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ ) يَقُولُ : أَيُّ شَيْءٍ مَنَعَكَ مِنَ السُّجُودِ ( لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ ) يَقُولُ : لِخَلْقِ يَدَيَّ ، يُخْبِرُ - تَعَالَى ذِكْرُهُ - بِذَلِكَ أَنَّهُ خَلَقَ آدَمَ بِيَدَيْهِ

อัลลอฮตรัสแก่อิบลิส เมื่อมันไม่สุญูดแก่อาดัมและขัดคำสั่งของพระองค์ว่า “ (อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูด) หมายถึง สิ่งใดเล่าที่ขัดขวางเจ้า จากการสุญูด (ต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสองของข้า ?) หมายถึง เพราะการสร้างของสองมือของข้า ,อัลลอฮผู้ซึ่งการสดุดีพระองค์สูงส่งยิ่ง ทรงบอกด้วยดังกล่าวว่า “ แท้จริงพระองค์ทรงสร้างอาดัมด้วยสองมือของพระองค์

عُبَيْدٌ الْمُكْتِبُ قَالَ : سَمِعْتُ مُجَاهِدًا يُحَدِّثُ عَنِ ابْنِ عُمَرَ قَالَ : خَلَقَ اللَّهُ أَرْبَعَةً بِيَدِهِ : الْعَرْشَ ، وَعَدْنَ ، وَالْقَلَمَ ، وَآدَمَ ، ثُمَّ قَالَ لِكُلِّ شَيْءٍ كُنْ فَكَان

อุบัยดฺ อัลมุกติบ กล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ยินมุญาฮิด เล่าจากอิบนุอุมัรว่า เขากล่าวว่า “ อัลลอฮทรงสร้างสี่ประการด้วยมือของพระองค์ คือ อะรัช , สวรรค์, ปากกา และอาดัม หลังจากนั้น พระองค์ทรงกล่าวแก่ทุกสิ่งว่า “จงเป็น” แล้วมันก็เป็นขึ้นมา – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายอายะฮที่ 72 ซูเราะฮ ศอด
............

อิหม่ามอิบนุญะรีร และท่านอิบนุอุมัร ต่างก็ยอมรับ สิฟัตคำว่ามือ เพราะฉะนั้น คนที่ถูกตัดมือในวันกียามะฮ คือ คนที่ตั้งศาลเตี้ยโดยไม่ได้รับอนุมัตของอัลลอฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jun 02, 2012 8:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทัศนะของอิบนุกะษีร เกียวกับหะดิษสิฟาต ที่เกี่ยวกับ คำว่า "กำแผ่นดินด้วยมือ"แล้วม้วนแผ่นฟ้าด้วยมือขวา

وَعِنْدَ الشَّيْخَيْنِ مِنْ حَدِيثِ أَبِي هُرَيْرَةَ وَاللَّفْظُ لِلْبُخَارِيِّ قَالَ : سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ : يَقْبِضُ اللَّهُ تَعَالَى الْأَرْضَ وَيَطْوِي السَّمَاءَ بِيَمِينِهِ ثُمَّ يَقُولُ أَنَا الْمَلِكُ أَيْنَ مُلُوكُ الْأَرْضِ .

และ หะดิษที่รายงานโคยบุคอรีและมุสลิม จากหะดิษอบีฮุรัยเราะฮ และสำนวนของบุคอรี เขา(อบูฮรัยเราะฮ) กล่าวว่า "ข้าพเจ้าได้ยินรซูลุลลอฮ Solallah กล่าวว่า "อัลลอฮ ตะอาลา ทรงกำแผ่นดิน และทรงม้วนแผ่นฟ้า ด้วยมือขวาของพระองค์ หลังจากนั้น พระองค์ตรัสว่า " ข้าคือ ราชา ใหนล่ะ บรรดาราชาแห่งแผ่นดิน ?

มุหัมหมัด ชัมสุนหัก อะซีม อะบะดีย์(محمد شمس الحق العظيم آبادي )กล่าวว่า

قَالَ الْحَافِظُ ابْنُ كَثِيرٍ : وَقَدْ وَرَدَ أَحَادِيثُ كَثِيرَةٌ مُتَعَلِّقَةٌ بِهَذِهِ الْآيَةِ الْكَرِيمَةِ ، وَالطَّرِيقُ فِيهَا وَفِي أَمْثَالِهَا مَذْهَبُ السَّلَفِ ، وَهُوَ إِمْرَارُهَا كَمَا جَاءَتْ مِنْ غَيْرِ تَكْيِيفٍ وَلَا تَحْرِيفٍ

หาฟีซ อิบนุกะษีร กล่าวว่า ได้มีหะดิษมากมาย เกี่ยวอายะฮอันทรงเกียรตินี้ (หมายอะยะฮ ที่กล่าวถึงการกำแผ่นดินและม้วนแผ่นฟ้า) และแนวทางในมัน และตัวอย่างของมันคือ แนวทางสะลัฟ มันคือ ปล่อยมัน ดังที่มันได้มีมา โดยไม่มีการอธิบายรูปแบบ และไม่มีการเปลี่ยนแปลง - ดูเอานุลมะอฺบูด หะดิษหมายเลข 4732 เรื่อง بَاب فِي الرَّدِّ عَلَى الْجَهْمِيَّةِ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 03, 2012 1:27 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูดที่อาจารย์อารีฟีนว่าตลกขบขัน


อิบนุอับดุลบิรรี กล่าวว่า

أَهْلُ الأَهْوَاءِ عِنْدَ مَالِكٍ وَسَائِرِ أَصْحَابِنَا هُمْ أَهْلُ الْكَلامِ ، فَكُلُّ مُتَكَلِّمٍ فَهُوَ مِنْ أَهْلِ الأَهْوَاءِ وَالْبِدَعِ ، أَشْعَرِيًّا كَانَ أَوْ غَيْرَ أَشْعَرِيٍّ ، وَلا تُقْبَلُ لَهُ شَهَادَةٌ فِي الإِسْلامِ أَبَدًا ،
อะฮลุลอัลอะฮวาอฺ(หมายถึงชาวบิดอะฮ หรือผู้ที่ยึดเอาความเห็นเป็นหลัก) ตามทัศนะมาลิกและบรรดาสหายของเราคน อื่นๆ คือ อะฮลุลกะลาม(นักวิภาษวิทยา) และทุกคนที่เป็นนักกะลาม เขาก็เป็นส่วนหนึ่งจาก อะฮลุลอัลอะฮวาอฺ และบิดอะฮ ไม่ว่าชะเป็นอัชอะรี หรือไม่ใช่อัชอะรีก็ตาม และการเป็นพยานของเขาจะไม่ถูกรับรองในอิสลามตลอดไป” – ดู ญามิอุลบะยานอัลอิลมี เล่ม ๒ หน้า ๑๑๗

อ. อารีฟีนวิจารย์ว่า

หากศึกษาการอ้างอิงของคุณอะสัน ที่อ้างอิงคำพูดของท่าน อิบนุอับดิลบัรร์ จากหนังสือ ปรากฏว่าคุณอะสันสับสนและงง เนื่องจากไม่เคยไปเปิดจากตำราโดยตรงของท่าน อิบนุอับดิลบัรร์ เพราะภาษาอาหรับที่คุณอะสันอ้างอิงมานั้น มิใช่เป็นคำพูดของท่านอิบนุอับดิลบัรร์ แต่เป็นคำพูดที่อ้างไปถึง ابن خويزمنداد อิบนุคุวัยซ์ มันดาด ที่อยู่มัซฮับมาลิกีย์ ซึ่งเป็นคำพูดที่วะฮ์ฮาบีนำมาฮุกุ่มปราชญ์มากมายของอัลอะชาอิเราะฮ์อัลมุตูรีดียะฮ์ที่อยู่ในมัซฮับชาฟิอี ปราชญ์หะนะฟี ปราชญ์มะลีกียะฮ์ และฮัมบาลีย์บางส่วน ซึ่งเป็นการอ้างที่อ่อนและฟังไม่ขึ้นโดยทั้งปวง ดังต่อไปนี้
ด้านของสายรายงานที่ได้รายงานถึง อิบนุคุวัยซ์ มันดาด นั้นมีคนที่ไม่รู้ถึงสถานะภาพของเขาว่าเชื่อถือได้หรือไม่?

และ อ.อารีฟีนสรุปตอนท้ายว่า

สิ่งที่ได้รับจากคำพูดของท่านอิบนุหะญัร อัลอัสก่อลานีย์ คือ
1 อิบนุคุวัยซ์ มันดาดนั้น มีการแปลกๆ ที่รายงานจากอิม่ามมาลิกมากมาย
2 อิบนุคุวัยซ์ มันดาด นั้น ท่านอิบนุ วะลีด อัลบาญีย์ ได้ให้การวิพากษ์วิจารณ์
3 อิบนุคุวัยซ์ ไม่ชำนาญในด้านของฟิกห์
4 อิบนุคุวัยซ์ มันดาด นั้น เหล่าปราชญ์แห่งมัซฮับมาลิกีย์ไม่ให้การสนใจและเหลียวแล
5 ท่านอิบนุอับดิลบัรร์เอง ก็ให้การตำหนิกับ อิบนุคุวัยซฺ มันดาด

ดังนั้นการที่วะฮ์ฮาบีพยายามเอาคำพูดของอิบนุคุวัยซฺ มันดาด โดยมีสายรายงานที่อ่อนมาฮุกุ่มปราชญ์อัลอะชาอิเราะฮ์ที่มากมายทั่วแผ่นดินนั้น จึงเป็นเรื่องที่ตลกขบขันและฟังไม่ขึ้นโดยทั้งปวง
http://www.sunnahstudent.com/forum/archive.php?topic=10369.45

ชี้แจง

ข้างต้น อารีฟีน แสงวิมานชงเอง กินเอง เป็นธรรมดา ของอุลามาอฺ ที่คัดค้านบิดอะฮ คัดค้านการตีความ และคัดค้านการใช้วิชา กะลาม มาอธิบายสิฟัตอัลลอฮ ย่อมถูกโจมตี

ที่นี้มาดู ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ท่าน ابن خويز منداد

1. คำว่ารายงานแปลกๆจากอิหม่ามมาลิก ไม่ได้หมายความว่า เขาขาดคุณธรรมในฐานะผู้รายงาน(عدالة الراوي) ซึ่งความจริงแล้ว ท่านเป็นนักปราชญ์สายมาลิกีที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ท่านถูกตำหนิเนื่องจากคัดค้านอะฮลุลกะลาม

อิบนุอัลเฆาะซีย์ได้กล่าวชมเชย ابن خويز منداد ว่า

الإمام العلامة شيخ المالكية أبو بكر البغدادي، له مصنفات في الفقه والأصول

อิหม่ามผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้อวุโส ของนักวิชาการมัซฮับมาลีกี ,อบูบักร อัลบัฆดาดีย์(เป็นนามแฝงหนึ่งของท่านอิบนุควัยซฺ) เขามีบรรดางานเขียน ในวิชาฟิกฮและอัลอุศูล – ดู ดิวานอิสลาม เล่ม 1 หน้า 4

2. จะอย่างก็ตาม อิบนุอับดุลบีร ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันว่า

ليس في الاعتقاد كله في صفات الله وأسمائه إلا ما جاء منصوصا في كتاب الله أو صح عن رسول الله صلى الله عليه وسلم أو أجمعت عليه الأمة، وما جاء من أخبار الآحاد في ذلك كله أو نحوه يسلم له ولا يناظر فيه

ไม่มีในทุกๆประเด็นการศรัทธา(เอียะติกอด)เกี่ยวกับบรรดาคุณลักษณะของอัลลอฮ และบรรดาพระนามของพระองค์ นอกจาก สิ่งที่มีมาเป็นตัวบทชัดเจน ในคัมภีร์ของอัลลอฮ หรือรายงานเศาะเฮียะจากรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หรือ อุมมะฮนี้ได้ลงมติ(อิจญมาอฺ)บนมัน และ สิ่ง(หะดิษ)ที่มาจากบรรดาหะดิษอะหาด ในเรื่องดังกล่าว ทั้งหมด หรือในทำนองนั้น ก็ให้เขารับมัน และเขาจะต้องไม่โต้แย้งในมัน - -– ดู ญามิอุลบะยานอัลอิลมี เล่ม ๒ หน้า ๑๙๕
..........

หมายถึง สิ่งที่เป็นหลักอะกีดะฮทั้งหลายนั้น ได้ถูกบันทึกเป็นตัวบทชัดเจนแล้ว ในอัลกุรอ่าน,ในหะดิษ .หรือ สิ่งที่เป็นอิจญมาอฺอุมมะฮนี้ รวมถึงหะดิษอะหาด(หะดิษที่ไม่ถึงระดับมุตะวาตีร)


การต่อต้านวิชากะลาม ไม่เฉพาะแต่ อิบนุคุวัยซฺ ยังมีนักวิชาการอื่นๆอีกเช่น อิหม่ามชาฟิอีย์ ดังที่เขาได้กล่าวว่า


حُكْمِي فِي أَهْلِ الكَلاَمِ أَنْ يُضْرَبُوا بِالجَرِيْدِ، وَيُحْمَلُوا عَلَى الإِبِلِ، وَيُطَافُ بِهِم فِي العَشَائِرِ، يُنَادَى عَلَيْهِم: هَذَا جَزَاءُ مَنْ تَرَكَ الكِتَابَ وَالسُّنَّةَ، وَأَقْبَلَ عَلَى الكَلاَمِ

หุกุมของข้าพเจ้า เกี่ยวกับ อะฮลุลกะลาม คือ การตีด้วยก้านอินทผลัม และพวกเขาจะถูกให้ขึ้นหลังอูฐ และนำพวกเขาแห่ไปรอบๆ ชนเผ่าต่างๆ โดยประกาศบนพวกเขาว่า “นี้คือการตอบแทนผู้ที่ทิ้งคัมภีร์ของอัลลอฮ และสุนนะฮ และมุ่งไปเอาวิชากะลาม – ดูที่มาจากข้างล่างนี้

...................................................

أخرجه البيهقي في مناقب الشافعي 1/462، والخطيب والغدادي في شرف أصحاب الحديث رقم: 163، وابن عبد البر في الانتقاء في مناقب الأئمة الثلاثة الفقهاء ص 123-124، وأبو نعيم في حلية الأولياء 9/116، والبغوي في شرح السنة 1/218، وابن حجر في توالي التأسيس ص 111، وذكره الذهبي في سير أعلام النبلاء 10/29، وعلي القاري في شرح الفقه الأكبر ص 2-3، والسيوطي في الأمر بالإتباع والنهي عن الابتداع ص 72، وفي صون المنطق والكلام ص 31 و65، وابن مفلح الحنبلي في الآداب الشرعية 1/225،


3. และอุลามาอฺอีกท่านหนึ่งคือ อิบนุกุดามะฮ กล่าวว่า

ولا نعرف في أهل البدع طائفة يكتمون مقالتهم ولا يتجاسرون على إظهارها إلا الزنادقة والأشعرية

และเราไม่รู้จัก หมู่ชนใด เกี่ยวกับชาวบิดอะฮ ที่ปิดบังบรรดาสิ่งที่เป็นคำพูดของพวกเขา และ ไม่กล้าที่จะเปิดเผยมัน นอกจาก พวกซะนาดิเกาะฮและอัลอัชอะรียะฮ – ดู มะนาเซาะเราะฮอัลกุรอ่าน หน้า 35
.............
เพราะฉะนั้น คำพูดของอิบนุคุวัยซฺ มันดาด ไม่ใช่เรื่องที่ใกลเกินจริงและไม่ใช่เรื่องขบขันดังที่อาจารย์อารีฟีน แสงวิมานอ้าง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 03, 2012 2:56 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่องของ ตัชบีฮ

อารีฟีน แสงวิมาน กล่าวว่า
และเป็นที่ทราบกันดีตามแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ว่า การตัชบีฮ์(สร้างความคล้ายคลึง)กับซีฟาตของอัลลอฮ์นั้น เป็นกุฟุร
ท่านอัลลาลิกาอีย์ ได้รายงานว่า

سمعت أبا محمد الحسن بن عثمان بن جابر يقول سمعت أبا نصر أحمد بن يعقوب بن زاذان قال بلغني أن أحمد بن حنبل قرأ عليه رجل: "وما قدروا الله حق قدره والأرض جميعا قبضته يوم القيامة والسموات مطويات بيمينه" قال ثم أومأ بيده فقال له أحمد: قطعها الله قطعها الله قطعها الله. ثم حرد وقام:

“ฉันได้ยิน อะบามุฮัมมัด อัลหะซัน บิน อุษมาน บิน ญาบิร ได้กล่าวว่า ฉันได้ยิน อะบา นัสร์ อะห์มัด บิน ยะอฺกูบ บิน ซาดาน ได้กล่าวว่า ได้ทราบยังฉันว่า แท้จริงได้มีชายคนหนึ่งได้อ่านแก่ท่านอะห์มัด บิน ฮัมบัล(อายะฮ์ที่ 67 ซูเราะฮ์อัซซุมัร)ว่า “และพวกเขาไม่รู้จักอัลลอฮ์อย่างแท้จริงได้หรอก และแผ่นดินทั้งหมดถูกกำไว้(ในอำนาจของพระองค์)ในวันกิยามะฮ์และบรรดาฟากฟ้านั้นจะรวบด้วย(พระหัตถ์ขวา)เดชานุภาพของพระองค์” หลังจากนั้นเขาได้ทำท่าทางด้วยมือของเขา ดังนั้นท่านอะห์มัด จึงกล่าวแก่เขาว่า ขออัลลอฮ์ทรงตัดมือของเขา ขออัลลอฮ์ทรงตัดมือของเขา ขออัลลอฮ์ทรงตัดมือของเขา หลังจากนั้นท่านอะห์มัดก็โกรธและลุกขึ้นยืน” อุศูลุซซุนนะฮ์ 3/432
ดังนั้นการยกมือกำแบในขณะอ่านอายะฮ์ดังกล่าวนั้น เป็นการยกตัวอย่างตัชบีฮ์(แม้ปากจะบอกว่าไม่ได้ตัชบีฮ์ก็ตาม) ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดอะฮ์ลุ่มหลง

เพราะอัลลอฮ์ตาอาลาทรงตรัสว่า

فَلَا تَضْرِبُوا لِلَّهِ الْأَمْثَالَ

“ดังนั้นพวกเจ้าอย่ายก(เปรีบเทียบ)ตัวอย่างทั้งหลาย(คล้าย)กับอัลลอฮ์เลย”

http://www.sunnahstudent.com/forum/archive.php?topic=10369.45


คำชี้แจง

ความจริง คุณอารีฟีน ไม่เข้าใจความหมายคำว่า “ตัชบีฮ” ความหมายตัชบีฮ ที่ว่าคือ การเชื่อหรือกล่าวว่า อัลลอฮ หรือ บรรดาคุณลักษระของพระองค์ เหมือนหรือคล้ายคลึกกับมัคลูค ซึ่งพี่น้องที่ท่านฉายาว่า "วาฮาบีย์" ไม่เคยแต่จะคิดว่า ทรงเหมือนมัคลูค และไม่เคยพูดแม้แต่ประโยคเดียวว่าทรงมีมือเหมือนมัคลูค

มาดูรายละเอียดข้างล่าง

กอซิม บิน มุหัมหมัด กล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ยินอบูฮุรัยเราะฮ กล่าวว่า

قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِنَّ اللَّهَ يَقْبَلُ الصَّدَقَةَ وَيَأْخُذُهَا بِيَمِينِهِ فَيُرَبِّيهَا لِأَحَدِكُمْ كَمَا يُرَبِّي أَحَدُكُمْ مُهْرَهُحَتَّى إِنَّ اللُّقْمَةَ لَتَصِيرُ مِثْلَ أُحُدٍ وَتَصْدِيقُ ذَلِكَ فِي كِتَابِ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ{ أَلَمْ يَعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ هُوَ يَقْبَلُ التَّوْبَةَ عَنْ عِبَادِهِ وَيَأْخُذُ الصَّدَقَاتِ

รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริง อัลลอฮ ทรงรับเศาะดะเกาะฮ และเอารับมันด้วย มือขวาของพระองค์ แล้วทรง รักษามันให้แก่คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่าน ดังที่คนหนึ่งในหมู่พวกท่านรับษาลูกม้าของเขา แม้กระทั้ง อาหารคำหนึ่ง จะเป็นเหมือนกับภูเขาอุหุด และการยืนยันดังกล่าว ในคัมภีร์ของอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง ระบุว่า(พวกเขาไม่รู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรับการสำนึกผิดจากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงรับบรรดาสิ่งที่เป็นทาน(ศ่อดะเกาะฮ์)

เรื่องนี้นั้นท่านอิมามอัตติรมิซีย์ รอฮิมาฮุลลอฮฺ หนึ่งในนักปราชญ์ยุคสลัฟได้ตอบไว้แล้วว่า


وقد قال غير واحد من أهل العلم في هذا الحديث وما يشبه هذا من الروايات من الصفات ونزول الرب تبارك وتعالى كل ليلة إلى السماء الدنيا قالوا قد تثبت الروايات في هذا ويؤمن بها ولا يتوهم ولا يقال كيف هكذا روي عن مالك وسفيان بن عيينة وعبد الله بن المبارك أنهم قالوا في هذه الأحاديث أمروها بلا كيف وهكذا قول أهل العلم من أهل السنة والجماعة وأما الجهمية فأنكرت هذه الروايات وقالوا هذا تشبيه وقد ذكر الله عز وجل في غير موضع من كتابه اليد والسمع والبصر فتأولت الجهمية هذه الآيات ففسروها على غير ما فسر أهل العلم وقالوا إن الله لم يخلق آدم بيده وقالوا إن معنى اليد هاهنا القوة وقال إسحق بن إبراهيم إنما يكون التشبيه إذا قال يد كيد أو مثل يد أو سمع كسمع أو مثل سمع فإذا قال سمع كسمع أو مثل سمع فهذا التشبيه وأما إذا قال كما قال الله تعالى يد وسمع وبصر ولا يقول كيف ولا يقول مثل سمع ولا كسمع فهذا لا يكون تشبيها وهو كما قال الله تعالى في كتابه ليس كمثله شيء وهو السميع البصير


“มันได้ถูกกล่าวไว้โดยมากกว่าหนึ่งคนจากในหมู่นักปราชญ์ผู้ทรงความรู้เกี่ยวกับหะดีษนี้และหะดีษต่างๆที่คล้ายคลึงกัน อย่างเช่น(หะดีษเกี่ยวกับ) คุณลักษณ์ต่างๆและการลงมาของพระผู้อภิบาลผู้ทรงสูงส่งในทุกค่ำคืนสู่ฟากฟ้าชั้นต่ำสุด โดยที่บรรดาปราชญ์เหล่านั้นได้กล่าวว่า การยืนยันในบรรดาหะดีษเหล่านี้คือการที่เรามีศรัทธาต่อมันและจงอย่าปฏิเสธหรือถามถึงวิธีการของมัน(อัลลอฮฺทรงลงมาแบบไหนอย่างไร-ผู้แปล) เรื่องราวทำนองนี้ได้ถูกรายงานมาจากท่านอิมามมาลิกบินอะนัส,ท่านซุฟยานอัษเษารีย์,ท่านอิบนุอุยัยนะฮฺ, และท่านอับดุลลอฮฺอิบนุอัลมุบาร็อค พวกเขากล่าวเกี่ยวกับบรรดาหะดีษเหล่านี้ว่า “ปล่อยมันให้ผ่านไปโดยไม่ต้องพรรณนาว่ามีรูปแบบเป็นอย่างไร และ ในทำนองนี้ คือ คำพูดของนักวิชาการ จากอะฮลุสสุนนะฮ วัลญะมาอะฮ และสำหรับพวกญะฮมียะฮนั้น พวกเขาคัดค้านหะดีษเหล่านี้ โดยพวกเขากล่าวว่า “ นี้คือ ตัชบีฮ(การเปรียบเทียบอัลลอฮว่าคล้ายคลึงกับมัคลูค) อย่างไรก็ตามอัลลอฮฺตะอาลาได้กล่าวไว้ในหลายจุดจากคัมภีร์ของพระองค์ไม่ว่าจะเป็น ศิฟัต อัลยัด(พระหัตถ์) อัซซะมาอ์(ได้ยิน) อัลบัศรฺ(ทรงเห็น) แต่ทว่าพวกญะฮฺมียะฮฺได้ทำการตีความบรรดาโองการเหล่านี้ และได้ทำการอธิบายเลยเถิดไปกว่าที่บรรดาอุลามาอ์ได้ทำการตัฟซีรไว้ พวกเขากล่าวว่าแท้จริงอัลลอฮฺตะอาลามิได้สร้างอาดัมมาจากพระหัตถ์ของพระองค์ แต่พวกเขากล่าวว่า พระหัตถ์นั้นหมายถึงอำนาจ ท่านอิสหาก อิบนุอิบรอฮีม บินรอฮาวัยฮฺ ได้กล่าวอธิบายว่า การตัชบีฮฺ(เปรียบกับมัคลูก)นั้นคือการที่เรากล่าวว่า พระหัตถ์ของอัลลอฮฺก็เหมือนกับมือของฉันหรือใกล้เคียงกับมือของฉัน หรือการที่เขากล่าวว่า พระองค์อัลลอฮฺได้ยินเหมือนกับที่ฉันได้ยินหรือคล้ายกับที่ฉันได้ยิน แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าตัชบีฮฺ แต่หากเป็นการกล่าวในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงตรัสไว้แล้ว เช่น พระหัตถ์, ทรงสดับฟัง, ทรงทอดพระเนตร พร้อมกับไม่ถามว่ามันเป็นอย่างไรแบบไหน ตลอดจนไม่กล่าวว่าอัลลอฮฺได้ยินเหมือนกับฉันได้ยิน ดังนั้นแบบนี้ไม่เป็นการตัชบีฮฺต่ออัลลอฮฺตะอาลา พระองค์กล่าวไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ว่า ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนหรือคล้ายคลึงกับพระองค์แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยินและทรงเห็น”
(หนังสือ สุนันอัตติรมิซีย์ เล่ม 3 หน้าที่ 50-51)

อัลมุบาเราะกะฟูรีย์ อธิบายดังนี้

قَوْلُهُ : ( وَأَمِرُّوهَا بِلَا كَيْفٍ ) ‏
‏بِصِيغَةِ الْأَمْرِ مِنْ الْإِمْرَارِ أَيْ أَجْرُوهَا عَلَى ظَاهِرِهَا وَلَا تَعْرِضُوا لَهَا بِتَأْوِيلٍ وَلَا تَحْرِيفٍ بَلْ فَوِّضُوا الْكَيْفَ إِلَى اللَّهِ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى

คำพูดของเขาที่ว่า “ (จงปล่อยมัน ให้ผ่านไปโดยไม่อธิบายรูปแบบวิธีการ)

โดยใช้รูปแบบคำสั่ง จากคำว่า “อิมรอร” หมายถึง จงปล่ายมัน ให้เป็นไปตามที่มันปรากฏ และอย่าได้นำเสนอมันด้วยการตีความ และอย่าเปลี่ยนแปลง แต่ทว่า ให้มอบหมายรูปแบบ(ว่าเป็นอย่างไร) แก่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา –ตุหฟะตุลอะหฺวะซีย์ อธิบายหะดิษ หมายเลข 622 กิตาบุซซะกาต
....................

จากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้า คุณอารีฟีน แสงวิมานเข้าใจคำว่า “ตัชบีฮ”

ตามที่ระบุไว้คือ

إنما يكون التشبيه إذا قال يد كيد أو مثل يد أو سمع كسمع أو مثل سمع فإذا قال سمع كسمع أو مثل سمع فهذا التشبيه

การตัชบีฮฺ(เปรียบกับมัคลูก)นั้นคือการที่เรากล่าวว่า พระหัตถ์ของอัลลอฮฺก็เหมือนกับมือของฉันหรือใกล้เคียงกับมือของฉัน หรือการที่เขากล่าวว่า พระองค์อัลลอฮฺได้ยินเหมือนกับที่ฉันได้ยินหรือคล้ายกับที่ฉันได้ยิน แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าตัชบีฮฺ
………..

เพราะฉะนั้น การกล่าวหาพี่น้องที่ท่านฉายาว่า วะฮาบีย์ ที่ไม่ตีความคำว่ามือ และรับรองคำว่ามือที่คู่ควรแก่อัลลอฮ นั้น คือ พวกตัชบีฮ พวกมุยัสสิมะฮ แต่ เคยถามว่า “พวกเขาเป็นกาเฟรหรือ ก็ไม่กล้าตอบ จึงแสดงให้เห็นถึงการร้อนวิชาและพูดให้สนุกปากไปวันๆเท่านั้น

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 03, 2012 9:10 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เขาอ้างว่า อิบนุอับบาสตีความ(ตะวีล)


โต๊ะครูเว็บสะติวเด้น กล่าวว่า

ท่านอิมาม อัฏ-ฏอบะรีย์ ได้ทำการอธิบายโองการที่ว่า ..

يوم يكشف عن ساق

“วันที่หน้าแข้ง(ของพระองค์)จะถูกเลิกขึ้น” (ซูเราะฮฺ อัล-เกาะลัม : 42)

จากอายะฮฺนี้ ท่านอิมาม อัฎ-เฏาะบะรีย์ ได้ทำการตีความ อายะฮฺนี้เอาไว้ว่า ..

قال جماعة من الصحابة والتابعين من أهل التأويل : يبدو عن أمر شديد،

บรรดาปวงปราชญ์จากเหล่าเศาะหาบะฮฺและตาบิอีนจากบรรดานักตีความ ได้ให้ความหมายว่า “(ในวันกิยามะฮฺนั้น)จะปรากฏขึ้นซึ่งความรุนแรงอันน่าสะพึงกลัว”

ดู ตำรา تفسير الطبري โดย ท่านอิมาม อิบนุ ญะรีร อัฏ-เฏาะบะรีย์ เล่มที่ 29 หน้าที่ 38
http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php/topic,10369.60.html

………………..

ข้าพเจ้า นายอะสัน ขอชี้แจงว่า

ท่านอิบนุอับบาส ไม่ได้ตีความคำว่า ساق หรือเปลี่ยนความหมาย คำว่า ساق แต่ท่านอธิบายถึงเหตุการณ์ในวันกิยามะฮ เพราะอัลลอฮได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันกิยามะฮ ถ้าคำว่า” สาก” แปลว่าความรุนแรง ก็จะแปลว่า “วันแห่งความรุนแรงจะถูกเลิกขึ้น แบบนี้ ไปกันใหญ่ ยิ่งใกลความจริงเข้าไปอีก คำว่า “ساق ในอายะฮ เป็นอิสมุนากิเราะฮ(สามานยนาม)ไม่ได้ประกอบกับคำใดๆเลย ไม่ได้ระบุว่า ساق الله (หน้าแข้งอัลลอฮ) หรือ ساقه (หรือหน้าแข้งพระองค์) เพราะฉะนั้นสำนวนที่ว่า يوم يكشف عن ساق เป็นนวนที่หมายถึงวันที่มีเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งหมายถึงวันกิยามะฮ นั้นเอง

อิบนุกอยยิม กล่าวว่า


"الصحابة متنازعون في تفسير الآية؛ هل المراد الكشف عن الشِّدَّة، أو المراد بها أنَّ الرب تعالى يكشف عن ساقه؟ ولا يحفظ عن الصحابة والتابعين نزاع فيما يذكر أنه من الصفات أم لا في غير هذا الموضع، وليس في ظاهر القرآن ما يدل على أنَّ ذلك صفة الله؛ لأنه سبحانه لم يضف الساق إليه، وإنما ذكره مجرداً عن الإضافة منكراً، والذين أثبتوا ذلك صفة كاليدين والإصبع لم يأخذوا ذلك من ظاهر القرآن، وإنما أثبتوه بحديث أبي سعيد الخدري المتفق على صحته،

เหล่าเศาะหาบะฮ พวกเขามีความเห็นขัดแย้งในการอรรถาธิบายอายะฮนี้ ว่า หมายถึง เปิดเผยความรุนแรง หรือ หมายถึง พระเจ้าผู้ทรงสูงส่ง เลิกหน้าแข้งของพระองค์ หรือไม่?
(คำตอบก็คือ) และไม่ได้มีการบันทึกจาก เหล่าศอหะบะฮ และตาบิอีน ว่ามีการเห็นขัดแย้งในสิ่งที่ถูกระบุว่า มันเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาสิฟัต หรือ ไม่ใช่ ในอื่นจากที่นี้ และในความหมายที่ปรากฏของอัลกุรอ่าน ไม่ใช่เป็นสิ่งแสดงบอกว่า ดังกล่าวนั้น (หมายถึง คำว่า ساق ในอายะฮ- ผู้แปล) เป็นสิฟัตของอัลลอฮ เพราะอัลลอฮ ซุบฮานะฮูว่าตะอาลา ไม่ได้ประกอบคำว่า “ساق (หน้าแข้ง)กับพระองค์ (คือ ไม่ได้กล่าวว่า ساق الله - ผู้แปล) ความจริงมันถูกกล่าว เป็นนามที่ไม่เจาะจง โดยปราศจากการประกอบเป็นคำประสม และความจริง พวกเขา (เหล่าเศาะหาบะฮและตาบิอีน) รับรอง สิฟัตดังกล่าว เช่น สองมือ ,บรรดานิ้ว เป็นต้น พวกเขาไม่ได้เอาจากความหมายที่ปรากฏของอัลกุรอ่าน แต่ความจริง พวกเขารับรองมัน ด้วยหะดิษรายงานโดยอบีสะอีด อัลคุดรีย์ ที่ได้รับการเห็นฟ้องว่าเป็นหะดิษเศาะเฮียะ – ดู الصواعق المرسلة، ابن القيم، 1/252
........
และหะดิษที่อิบนุกอ็ยยิมอ้างถึงคือ

มาดูหะดิษเศาะเฮียะ ที่กล่าวถึง “ หน้าแข้ง”(ساق )
عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ قَالَ : سَمِعْتُ النَّبِيَّ - صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - يَقُولُ : " يَكْشِفُ رَبُّنَا عَنْ سَاقِهِ ، فَيَسْجُدُ لَهُ كُلُّ مُؤْمِنٍ وَمُؤْمِنَةٍ ، وَيَبْقَى مَنْ كَانَ يَسْجُدُ فِي الدُّنْيَا رِيَاءً وَسُمْعَةً ، فَيَذْهَبُ لِيَسْجُدَ فَيَعُودُ ظَهْرُهُ طَبَقًا وَاحِدًا "


รายงานจากสะอีดอัลคุดรีย์ กล่าวว่า เขากล่าวว่า “ ฉันได้ยินท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พระผู้อภิบาลของเรา เลิกหน้าแข้งของพระองค์ขึ้น แล้วบรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิงทุกคนได้สุญูดต่อพระองค์ และยังคงเหลือผู้ที่สุญุดในโลกนี้ ด้วยการโอ้อวดและต้องการชื่อเสียง แล้วเขาไปเพื่อที่จะสุญูด แล้วหลังของเขาแข็งทื่อ(ไม่สามารถที่จะสุญูดได้) – รายงานโดยอิหม่ามบุคอรี
……………..
เพราะฉะนั้น อะชาอิเราะเว็บสะติวเด้น อย่าสับสน ค้านมั่วไปหมด โดยที่ตนเองไม่เข้าใจ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.31 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004