ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - Pls talk about this problem before romdon
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
Pls talk about this problem before romdon
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ahlussunnah
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/06/2004
ตอบ: 43


ตอบตอบ: Mon Sep 06, 2004 5:46 pm    ชื่อกระทู้: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

I have read from www.muslimthailand.com ( Shi-ah's website).

Someone talk about this and pls our lecturer talk about the evidence before Romdon is coming.

********************************************************************************************************
ตัวบทฮะดีษ ซูมู ฯ
นักฮะดีษเกือบทั้งหมดต่างได้บันทึกฮะดีษดังกล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นอิหม่ามบุคอรี มุสลิม อะบูดาวูด อัต-ติรมีซี และอิบนุมาญะห์ ด้วยสำนวนฮะดีษที่แตกต่างกันบ้างแต่เนื้อหามิได้แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นจึงขอนำสำนวนที่ปรากฏในบันทึกของอิหม่าม มุสลมิมาทำการวิเคราะห์ ดังนี้
عن أبي هريرة رضي الله عنه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال " صوموا لرؤيته وافطروا لرؤيته فإن غمي عليكم فاكملوا العدد "
มีรายงานจากอะบูฮุรอยเราะห์ว่าท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าว่า "พวกท่านทั้งหลายจงถือศีลอดเมื่อมีการเห็นมัน และจงออกจากการถือศีลอดเมื่อมีการเห็นมัน หากมีเมฆหมอกบดบังก็จงให้ครบจำนวน" ที่เลือกฮะดีษดังกล่าวมาวิเคราะห์ทั้งๆ ที่มีอีกหลายรายงานที่มีข้อความชัดเจนกว่านี้ ก็เพราะว่าผู้ที่อ้างว่าตามซุนนะห์หรือตามตัวบทฮะดีษของนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มักจะอ้างถึงฮะดีษนี้เสียเป็นส่วนใหญ่


แต่ในเบื่องต้น ผมขอถามท่านหน่อยว่า ในหะดีษ ซูมู มีบอกหรือว่า คำว่า " มัน " หมายถึง " จันทร์เสี้ยว


1. สถานะของฮะดีษ ฮะดีษข้างต้นมีสถานะที่เชื่อถือได้เพราะมีการบันทึกไว้ในศ่อเฮี๊ยะห์มุสลิม และมีข้อความที่ใกล้เคียงกันได้รับการบันทึกไว้ในศ่อเฮี๊ยะห์บุคอรีด้วย

2. ความหมายโดยรวม ฮะดีษนี้ระบุว่าการถือศีลอดหรือออกจากการถือศีลอดนั้น ต้องใช้หลักการเห็น หรือไม่ก็ด้วยการนับ แต่ต้องใช้หลักการเห็นก่อนเสมอ เมื่อไม่เห็นแล้วถึงให้นับ และที่ใช้คำว่า มัน ในที่นี้ก็เพราะในตัวบทฮะดีษมิได้ระบุชัดเจนว่าคืออะไร ดังนั้นการชี้ชัดลงไปว่า มัน ในที่นี้แปลว่าอะไร ก็จะต้องอาศัยตัวบทอื่นมาอธิบาย จะตีความเอาเองว่าเป็นนั่นเป็นนี่คงไม่ได้ การตีความต้องอาศัยตัวบทอื่นมาอธิบายซึ่งอาจเป็นฮะดีษอื่นๆ หรือแนวปฏิบัติของศ่อฮาบะห์ก็ได้ และการที่เราทราบว่า มัน ในที่นี้หมายถึงเดือนเสี้ยวของรอบเดือนใหม่ในวันต้นเดือน นั้นก็เพราะอาศัยตัวบทอื่นๆ จากรายงานต่างๆ ที่มีการบันทึกไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้

3. ฮะดีษข้างต้นมิได้รุบุเวลาที่เห็น ว่าต้องเป็นการเห็นในช่วงใด หากถือตามเนื้อความของฮะดีษนี้โดยไม่นำตัวบทอื่นๆ มาประกอบ ก็อาจกล่าวได้ว่าหากมีการเห็นในเวลาใดก็ย่อมสามารถจะถือปฏิบัติตามได้ การจำกัดเวลาที่เห็นว่าต้องเป็นเวลาโน้นเวลานี้ โดยไม่อ้างอิงหลักฐานหรือตัวบทใดๆ จึงเป็นเพียงทัศนะเท่านั้น การเอาทัศนะไปจำกัดหลักการเป็นสิ่งไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง ดังนั้นถ้ายึดถือเพียงฮะดีษนี้ฮะดีษเดียวจึงยังไม่พอเพียงในการเข้าออกรอมฎอนเพราะยังขาดรายละเอียดในทางปฏิบัติอีกมากมาย ถ้าหากไม่ยอมรับตามที่กล่าวมานี้ นั่นก็หมายความว่าหากมีผู้เห็นแจ้งข่าวมา แม้จะเป็นการเห็นในตอนเช้า กลางวัน หรือในช่วงเย็น ก็สามารถือปฏิบัติตามได้ทันที และถ้าจะจำกัดว่าต้องเป็นการเห็นในช่วงเย็นของวันที่ 29 ของเดือนชะอ์บานเท่านั้น ก็ต้องแย้งว่าในฮะดีษดังกล่าวไม่มีข้อความใดๆ ระบุเช่นนั้นเลย แล้วท่านไปเอาหลักการดังกล่าวมาจากไหน คำตอบที่ได้ก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก ซึ่งก็คือการอาศัยฮะดีษอื่นๆ และรวมถึงแนวปฏิบัติของศ่อฮาบะห์ด้วย นั่นก็แสดงว่าลำพังฮะดีษนี้ฮะดีษเดียวยังไม่พอเพียงที่จะนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้ ยังต้องอาศัยหลักฐานและตัวบทอื่นมาประกอบ

ฮะดีษนี้ก็มิได้ระบุชัดเจนว่าผู้ที่เห็นต้องเป็นมุสลิมหรือไม่ เพราะตัวบท ฮะดีษระบุแต่เพียงว่าเมื่อมีการเห็นมัน ซึ่งผู้เห็นอาจเป็นหญิงหรือชายก็ได้ เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้ อาจเป็นมุสลิมหรือกาเฟรก็ได้ และการที่จะไปจำกัดว่าต้องเป็นมุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะแล้วและต้องเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้ ก็มิได้มีข้อความใดๆ ระบุอย่างชัดเจนในฮะดีษดังกล่าว แล้วการจำกัดว่าผู้เห็นต้องเป็นมุสลิมที่น่าเชื่อถือได้ เอามาจากไหนกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Tue Sep 07, 2004 8:00 am    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ขอผมพูดเรื่องข้อเขียนที่คุณเขียนมาเป็นวรรคสุดท้ายที่ว่า
##
ฮะดีษนี้ก็มิได้ระบุชัดเจนว่าผู้ที่เห็นต้องเป็นมุสลิมหรือไม่ เพราะตัวบท ฮะดีษระบุแต่เพียงว่าเมื่อมีการเห็นมัน ซึ่งผู้เห็นอาจเป็นหญิงหรือชายก็ได้ เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้ อาจเป็นมุสลิมหรือกาเฟรก็ได้ และการที่จะไปจำกัดว่าต้องเป็นมุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะแล้วและต้องเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้ ก็มิได้มีข้อความใดๆ ระบุอย่างชัดเจนในฮะดีษดังกล่าว แล้วการจำกัดว่าผู้เห็นต้องเป็นมุสลิมที่น่าเชื่อถือได้ เอามาจากไหนกัน##
กล่าวคือ การละเว้น(ศิลอด) ในศาสนาอิสลามใช้ให้มุสลิมปฎิบัติ ไม่ใช้ให้กาเฟรปฎิบัติ
ฉนั้นในทุกสิ่งที่มาจากกาเฟรในเรื่องของศาสนานั้นรับไม่ได้ ผมมีหะดีษอยู่หนึ่งหะดีษ คุณจะนำมาวิเคราะห์ไหมซึ่งมีใจความว่า#
ถ้าให้ดำรัสของอัลลอฮฺ ในศาสนาของพระองค์ ครบถ้วนทุกสิ่งทุกอย่างแล้วละก็
ต่อให้ใช้น้ำในมหาสมุทรมาแทนน้ำหมึกก็เขียนไม่หมด แม้จะนำมาอีกเท่าหนึ่งก็ตาม#
ผมเป็นมุอัลลัฟคนหนึ่งที่มารับอิสลาม ไม่นึกเลยว่า ความคิดเช่นนี้จะมีในผู้ซึ่งอยู่ใน
อิสลามแต่ดั้งเดิม
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
ahlussunnah
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/06/2004
ตอบ: 43


ตอบตอบ: Wed Sep 08, 2004 1:28 am    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

You don't worry about this. I didn't write it, Someone wrote in some website.

I try to answer but right now i don't have reference teacher and reference book.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Wed Sep 08, 2004 9:24 am    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสร้างขึ้น
แต่มนุษย์นั้นมีอยู่สองจำพวก
1 มนุษย์ที่รู้คุณ ต่อ อัลลอฮฺ เรียกว่า มุอฺมิน
2 มนุษย์ที่ไม่รู้คุณต่อ อัลลอฮฺ เรียกว่า กาเฟร
แต่ อัลลอฮฺ ทรงเรียกทั้งสองจำพวกนี้ว่า บ่าวของพระองค์
จะมีบ่าวที่กตัญญู และบ่าวที่เนรคุณ
ก็จะมีหะดีษหนึ่งที่ใครจะได้รับ
รายงานจากเขา(หมายถึงอะบีมูซา อัลอัชอะรี) กล่าวว่า
ท่านร่อซูล Solallah กล่าวว่า เมื่อบ่าวป่วยหรือเดินทางไกล
ก็จะถูกบันทึกให้แก่เขาเหมือนกับสิ่งที่เขาได้กระทำอยู่
ในขณะไม่ได้เดินทาง ไม่ได้ป่วย
บันทึกโดย บุคอรีย์ ดูในบุคอรีย์ เล่ม6 หน้า95
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Mon Sep 13, 2004 4:42 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถูกต้องนะคร้าบ คนเรามีหลายจำพวก ที่หลงแล้วแถมจะเนรคุณอัลลอฮฺอีกด้วย

เรามุสลิมในปัจจุบันเป็นหนี้บุญคุณของบรรดาศอหาบะฮฺของท่านนบีฯ Solallah

กันอยู่แต่มีกลุ่มที่ต่อต้านจะให้เราคอยใส่ร้ายศอหาบะฮฺอยู่เรื่อย ขอให้รอดพ้น

การหลงอย่างนี้นด้วยเถิด

ส่วนการดูเดือนนั้นไม่ยากเลยออกไปที่โล่งชายทะเลด้านตะวันตกยิ่งดี

อย่าดูเดือนในจอคอมพิวเตอร์ ของง่ายๆพอถึงค่ำ 29 ก็ออกไปดูกัน แล้ววันนั้น

ก็ปิดสายโทรทางไกล ปิดทีวีข่าวของอรับด้วย แล้วช่วยกันออกไปดูเสียเอง

อย่างสมัยพันปีก่อนนะ ดูเดือนกันเองในบ้านเรานี่แหละง่ายที่สุด

ถ้ายะลากับเชียงรายจะออกคนละวันก็อัลหัมดุลิลลาฮฺ จว.ใดเห็นหิลาลก็นับเข้า

เดือนใหม่ ที่จว. ไหนไม่เห็นก็นับวันของบ้านตนให้ครบ 30 วัน

ในปากิสตาน ในอินเดีย หรือจีน รัซเซียประเทศเขากว้างมากเข้าออกเราะมะฎอน

ไม่พร้อมกัน ส่วนไทยเราหน้าร้อนหน้าหนาว อาจมีปัญหาได้เช่นกันเช่นภูเก็ตกับเชียงราย

ดวงอาทิตย์ตกต่างกัน 10-14 นาทีได้ ฉะนั้นพยายามใช้ดูเดือนกันในบ้าน

เรานี่นะครับจะได้ไม่ต้องวุ่นวาย

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
areebaba
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Jan 15, 2004
ตอบ: 30


ตอบตอบ: Tue Sep 14, 2004 12:14 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ศึกษาให้ดีครับ

จะได้ทำให้ถูกต้องตามแบบฉบับ

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Sun Sep 19, 2004 3:34 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
สำหรับสมาชิกบางท่าน ท่านต้องการเอกภาพเรื่องเข้าเราะมะฎอน และออกอีด

ให้พร้อมกันทั่วโลก แต่ลืมนะครับว่าอัลลอฮฺตะอาลา ให้ปลายเดือน

มี 29 วันและ 30 วันบ้าง สลับกันบ้างติดต่อกันบ้าง

และสะอูดีของเราที่สมาชิกบางท่านบอกว่าเห็นเดือนทุกๆปีนะ เขาละทิ้ง

การดูเดือนโดยสิ้นเชิงมาหลายปีแล้วครับ ในปฏิทินอุมมุลกุรอ

เขาใช้ดาราศาสตร์การคำนวณมา4-5 ปีก่อนแล้ว ว่าใช้คำนวณจันทร์ดับ

ถ้าเกิดก่อนเวลามัฆริบ 12 ชม. ถึงจะมีจันทร์เสี้ยวให้เห็นได้

แล้วก่อน 5-20 ปีก่อนนั้นใข้จันทร์ดับนิวมูนเกิดเป็นหลักเลยครับ

ถ้าจันทร์ดับก่อนมัฆริบแล้วเอาทันทีเลย ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาหน่อยที่ยังเผื่อไปอีก12ชม.

ดูเดือนบ้านเราปลอดภัยมากที่สุด แต่ใช้คนให้ถูกหน่อยนะครับ

ไปดูเดือนกันแต่ดันเอานาฬิกาตายไปดู ควรรู้เวลามัฆริบของตำบลที่ยืนดู

มีเข็มทิศและกล้องสองตาไปด้วยก็ดีจะได้ช่วยให้ง่ายขึ้น แต่เห็นจากกล้องสองตาเอามา

หลักฐานไม่ได้ ต้องหลักฐานจากตาดำๆของเราเท่านั้นครับ

แล้วระวังอย่าเอาประเทศที่ค่ำหลังประเทศไทยมาใช้เป็นวันประกาศเอกภาพ

ในเรื่องเราะมะฎอนออกอีด ไหนว่าจะใม่ยอมหลงกล ยะฮูดี นัศรอนีละครับ

กาฟิร ยะฮูด ดีใจที่มุสลิมเข้าวันผิดเช่นเข้าเราะมะฎอนตอนปลายชะอฺบาน

แล้วยังไปออกอีดตอนท้ายของเดือนเราะมะฎอน

ขอเชิญพี่น้องสุนนะฮฺเรา ร่วมประชุมกันประชุมเรื่องนี้ให้จริงจังสักที

ที่มูลนิธิมรดกอิสลามผมเห็นด้วยครับว่าควรมาร่วมเสวนาด้วยกัน

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Mon Sep 20, 2004 9:23 am    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ในการ ดูฟะลักกิ เพื่อดูเดือน ในการกำหนดการสิ้นสุดของเดือน
ยังคงเป็นปัญหาที่ยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป ผมเชื่อว่าตลอดกาล
ในทัศนะของผมคิดว่า ทุกประเทศ ทุกมัซฮับ ทุกกลุ่ม
ยังคงยืด ตัวบทอิสลาม ในทัศนะของตนอย่างเหนียวแน่น
ผมขอย้ำว่าอย่างเหนียวแน่น อัลลอฮฺใด้ทรงปลอยให้เรื่องนี้
มีช่องว่างให้บ่าวของพระองค์ได้ใช้สติ ปัญญาได้อย่างอิสระ
ไม่เหมือน อิดิลอัซฮา หรือ วันวุกูฟ ซึ่งไม่มีใครที่ใหนจะมีความ
เห็นเป็นอย่างอื่นนอกจากจะต้องฟังว่า วันใหนเป็นวันวุกูฟ
ส่วนในเรื่องของคนยุคก่อน ถอยหลังไปสักประมาณ10หรือ20ปี
เขาจะรับฟังข่าวการเห็นเดือนได้ในวงแคบๆ แต่สมัยเราจะเอาใหม
คำว่า เมื่อข่าวการเห็นดวงจันทร์ได้มาถึงแล้ว จะรับหรือไม่
โดย รับหรือไม่รับ เอาหลักฐานมาพูดทั้งสองฝ่าย เห็นว่ามีหลักฐานกันทั้งนั้น
นับว่าเป็นความโปรดปราณ ของอัลลอฮฺ ที่ให้มุสลิมได้มีความตื่นตัว
ที่จะค้นคว้าในเรื่องดังกล่าว ในสภาพอย่างเราๆ ท่านๆ จะพูดได้ไหมว่า
ถ้าตามถูกได้ผลบุญ 2 เท่า ถ้าตามไม่ถูกได้ผลบุญ 1เท่า
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Tue Sep 21, 2004 1:03 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
การเข้าวันใหม่ของอิสลาม

เวลานับวันใหม่เป็นที่รู้กันแล้วว่าถ้าเห็นจันทร์เสี้ยวหลังอะซานมัฆริบแล้ว

ถือเป็นเข้าข้างขึ้นเดือนใหม่ ไม่ใช่เห็นก่อนเวลามัฆริบ ซึ้งไม่ใช่ลักษณะคว่ำดั่งคิ้วคน

เพราะนั่นเป็นเดือนเก่าอยู่คือดวงอาทิตย์อยู่สูงกว่า ดวงจันทร์อย่างที่เกิดขึ้น

ที่อำเภอหนองทะเล จ.ว.กระบี่เมื่อ วันที่ 5 พ.ค. 2532 เพราะหลังจากนั้นเมื่อสอบสวน

แล้วรู้ว่าเด็กสองคนที่เห็น อายุ 7 ขวบ และ 9 ขวบ และใด้เห็นก่อนอะซานมัฆริบ

ส่วนผู้ใหญ่บ้านที่รับแจ้งข่าวก็ใส่นาฬิกาตายเสียอีก ส่วนแม่เด็กบอกว่าเมื่อเห็นสักพักหนึ่ง

ก็ได้ยินเสียงอะซฺานมัฆริบจากมัสญิด

การที่นักรุอ.ยะบอกว่าการคำนวณใช้ไม่ได้หรือเป็นวิธีของพวกนอกอิสลาม

ถ้าการคำนวณไม่มีในอิสลาม แล้วเป็นเรื่องเบาปัญญา เพราะการกล่าวถึงดาราศาสตร์หรือองศา

จักรราศี ดวงดาวใช้ในการนำทาง การโคจร หมุนเวียนของโลก ดวงจันทร์ การสับเปลี่ยนของวัน

เวลาเป็นเรื่องที่พระองค์อัลลอฮ. กล่าวไว้หลายอายะฮ ในอัลกุรอาน สูเราะฮ. อัล อันอาม 6:97

ผู้ทรงเบิกอรุณ และทรงทำกลางคืนเป็นยามพักผ่อน และทรงทำ ดวงตะวันและดวงเดือน(ให้

โคจร)ตามการคำนวณ นั้นคือพระกำหนด ของพระผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้.

สูเราะฮ.ยูนุส 10:5 พระองค์คือผู้ทรงทำให้ดวงตะวันมีแสงกล้า(มีแสงส่องออกจากตัวเอง)

และดวงเดือนมีแสง นวล(ได้รับแสงจากตะวัน)และทรงกำหนดมัน(ให้โคจร)

ตามจักรราศี
เพื่อสูเจ้าจะได้รู้จักจำนวนของปีทั้งหลาย

และ(จะได้รู้จัก)การคำนวณ อัลลอฮ.มิได้ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้เพื่ออื่นใด(โดยไร้ประโยชน์)

เว้นแต่ด้วยความจริง.

สูเราะฮ.อัลบะเกาะเราะฮ.2:189 เขาเหล่านั้นจะถามเจ้า เกี่ยวกับเดือนข้างขึ้นทั้งหลาย

จงกล่าวเถิด นี่เป็นเวลาอันกำหนดไว้ สำหรับมนุษย์และการหัจญ์.

สำหรับผู้ที่เรียนคำนวณทางดาราศาสตร์เขาจะออกไปสังเกตุดูดาวดูเดือน

มากกว่าผู้ที่อ้างว่าเป็นนักรุอฺยะ นักพูดที่บอกว่าเราต้องออกไปดูจันทร์เสี้ยว

แต่ท่านเหล่านั้นกลับนั่งฟังเสียงโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ นั่งฟัง

ข่าวอย่างเดียว ส่วนนักคำนวณทางดาราศาสตร์เขาต้องออกไปดูดาวดูเดือน

เพื่อจะให้มั่นใจว่าที่คำนวณไว้นั้น ถูกต้องอย่างไร แถมต้องมีเครื่องมือมีกล้อง

ราคาเป็นพันเป็นหมื่นๆเพื่อศึกษาเปรียบเทียบวิชาดาราศาสตร์

และการคำนวณในการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ในวันต่างๆ

ศึกษาเพื่อจะใช้ในการสังเกตวัน เวลา องศาที่ตกของดวงจันทร์ได้ใกล้เคียงถูกต้อง

และเขาไม่ไช้เอาการคำนวณมากำหนดการเข้าออกเราะมะฎอน

แต่ทำให้ง่ายแก่นักดูเดือนด้วยตาทั้งหลายต่างหากและสามารถเป็นพื้นฐาน

จับโกหกนักดูเดือนปลอมได้ดังที่มีเรื่องให้ผิดพลาดกันเกือบทุกปี

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Wed Sep 22, 2004 4:54 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
สิ่งที่น่าสังเกต

ในเวลาค่ำลง ถ้าประเทศไทยเห็นดวงจันทร์ 10 นาที ก็ตกลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตก

ค่ำวันต่อมาประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์นานไม่น้อยกว่า 50 นาที ความเป็นจริงในเรื่องนี้ก็คือ

ดวงจันทร์โคจรจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกตลอดเวลา แต่ประเทศต่างๆ

บนโลกหมุนหนีด้วยความเร็วเกือบ 30 เท่าของดวงจันทร์

วันแรกโลกหรือประเทศไทยใช้เวลา 10 นาที ก็หนีพ้นดวงจันทร์ แต่วันที่ 2 ต่อมา

โลก หรือประเทศไทย ต้องใช้เวลาถึง 50 นาทีจึงจะหมุนหนีพ้นดวงจันทร์

และวันต่อๆมาก็ต้องใช้เวลาเพิ่ม ประมาณ 50 นาทีทุกวัน

ดวงจันทร์ถึงจะลับไป ก็เพราะตลอดเวลา 24 ช.ม.ดวงจันทร์เดินได้ระยะทาง

ในท้องฟ้าสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อประเทศไทยหมุนมารอบที่สอง เห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้า

สูงกว่าเมื่อวาน จึงต้องใช้เวลามากกว่าเดิมจึงจะหมุน

หนีพ้น ดังนั้นการที่เราเข้าใจว่า ถ้าประเทศ สอูดีเห็นดวงจันทร์ตอนค่ำ ประเทศไทย

ค่ำวันนั้นก็มีดวงจันทร์ค้างฟ้า ด้วยแต่มองไม่เห็นเอง นับเป็นความเข้าใจไม่ถูกนัก

ที่ถูกนั้นประเทศที่ค่ำทีหลัง จะเห็นดวงจันทร์นานกว่าประเทศ

ที่ค่ำก่อน และเมื่อท่านเข้าใจสิ่งที่ถูกต้องเป็นดั่งนี้แล้ว ถอยหลังไปทางประเทศ

ที่ค่ำก่อนประเทศไทยเขาจะเห็น ดวงจันทร์ด้วยเวลาที่สั้นลงไปเรื่อยไปทุกประเทศ

จนกระทั่งถึงประเทศที่มองไม่เห็นดวงจันทร์เลย

นั้นคือดวงจันทร์ยังไม่อยู่ในเขตที่จะมีประเทศใดบนพื้นโลกสามารถมองเห็นได้

เรียกทางวิชาดาราศาสตร์ว่ายังไม่ถึงเวลานิวมูน มีความหมายสำหรับการนับเดือน

ทางจันทรคติว่ายังไม่ขึ้นเดือนใหม่.

ต่อไปนี้เรามาแก้ความเข้าใจผิดเรื่องการเห็นดวงจันทร์ จากเดิมที่เข้าใจว่า

ถ้าประเทศสอูดีเห็นดวงจันทร์ วันต้นเดือน ประเทศไทยก็มีดวงจันทร์ด้วยในวันนั้น

แต่มองไม่เห็น ให้เป็นความเข้าใจที่ถูกเสียใหม่ว่า ประเทศที่ค่ำทีหลังจะเห็น

ดวงจันทร์นานกว่าประเทศที่ค่ำก่อนได้แล้ว ก็จะมีข้อสรุปดังนี้คือ

ถ้าประเทศที่ค่ำก่อนเราเขาเห็นดวงจันทร์ด้วยสายตาในวันที่ 29 ตอนค่ำประเทศเรา

ที่ค่ำภายหลังเขาก็ต้องมีดวงจันทร์แน่ๆและมีจันทร์ค้างนานกว่าเสียด้วยแต่จะสามารถ

มองเห็นได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง.

ฉนั้นตามหลักภูมิศาสตร์ (จากการสร้างโลกกลมไม่แบนราบของพระองค์อัลลอฮ)แล้ว

เมื่อมีข่าวการเห็นดวงจันทร์ จากประเทศตะวันออกของเรา

ซึ่งเป็นการเห็นด้วยตาคนจริงๆแล้ว ประเทศเราทั้งๆที่ไม่สามารถเห็นดวงจันทร์ในค่ำวันนั้น

ก็ย่อมสามารถกำหนดวันต้นเดือนตามประเทศนั้นได้ แต่ถ้าประเทศซึ่งค่ำหลังเรา

เขาประกาศว่าเห็นดวงจันทร์ ในวันที่ 29 ตอนค่ำ ประเทศเราจะมีดวงจันทร์

ให้เห็นหรือไม่ยังไม่แน่ ต้องใช้ความรู้ทางภูมิศาสตร์มาคำนวณดู

ว่าเวลาของประเทศเราก่อนเขากี่ชั่วโมง ถ้าประเทศที่ค่ำหลังเราเขาเห็น

ดวงจันทร์นาน 10 นาที ประเทศเรา ที่ค่ำก่อนเห็นได้กี่นาทีถ้าประเทศ

ที่อยู่ห่างกันมากๆ คำนวณแล้วปรากฏว่าประเทศไทยเรามีดวงจันทร์ให้เห็น

ศูนย์นาที คือดวงจันทร์ตกลับดวงไปก่อนแล้ว ก็ไม่มีสิทธิจะขึ้นวันใหม่ร่วมกับเขา

จึงต้องนับของไทยให้ครบ 30 วัน แล้วหลังจากนั้นอีกหนึ่งวันจึงเริ่มต้นนับวันใหม่.

ผู้อ่านคงเข้าใจแล้วว่าเราใช้การเห็นดวงจันทร์ด้วยสายตาเป็นหลัก

เมื่อจับเวลาเอาไว้ว่าเห็นดวงจันทร์นานกี่นาที จึงนำมาคำนวณจากระยะห่าง

ระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่การขึ้นเดือนใหม่ด้วยวิธีคำนวณร้อยเปอร์เซ็นต์

ถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์จะไม่ใช้การดูดวงจันทร์ หรือรับฟังข่าวจากที่ไหนทั้งสิ้น

ดูปฏิทินที่คำนวณทางดาราศาสตร์แล้วว่ามี จันทร์ค้างฟ้าตกหลังดวงอาทิตย์

แล้วขึ้นเดือนใหม่ได้เลย. เรานำเอาวิธีทั้งสองอย่างมาร่วมกันตามความเห็นนี้

ก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการมีดวงจันทร์แต่มองไม่เห็นหรือตกก่อนมัฆริบหรือตกพร้อมกัน

หรือตกหลังไล่หลังดวงอาทิตย์ เพราะเป็นปัญหาที่เราประสบกันอยู่ แต่หาทางแก้ไม่ถูกวิธี

หรือถ้าท่านอ่านหะดีษนี้แล้วท่านอาจหาวิธีแก้ได้ โดยศอหาบะฮฺที่มีชื่อเสียง

ได้แก้มาแล้วเป็นตัวอย่างให้เราโดยไม่รับเมืองที่อยู่ไกลกันมากๆ

จากหนังสือหะดีษเศาะหี้ย์มุสลิม บทที่ 13 ว่าด้วยการถือศีลอด

จากกุร็อยบ.เล่าว่า อุมมุฟัฎล์บุตรสาวของอัลหาริษได้ส่งเขาไปหามุอาวิยะฮ.

ที่เมืองชามซีเรีย เขาเล่าว่า เมื่อฉันถึงประเทศชามแล้วได้ปฏิบัตภารกิจของนางเสร็จสิ้นแล้ว

ก็พอดีเกิดจันทร์เสี้ยวเข้าเดือนเราะมะฎอนกับฉัน ขณะนั้นฉันยังอยู่ในประเทศชาม

โดยที่ฉันเห็นจันทร์เสี้ยวในคืนวันศุกร์ ครั้นเมื่อฉันเดินทางกลับมาถึงมะดีนะฮ.

ในช่วงสุดท้ายของเดินเราะมะฎอน อับดุลลอฮ.อิบนุอับบาส ได้ถามฉัน(ในเรื่องต่างๆ)

และเขาก็ได้พูดถึงเรื่อง จันทร์เสี้ยว โดยท่านถามว่า พวกท่าน(ที่ชาม)เห็นจันทร์เสี้ยว

(เข้าเราะมะฎอน )เมื่อไร ฉันตอบว่าพวกเรา (และชาวเมืองชาม)เห็นมัน(จันทร์เสี้ยว)

ในคืนวันศุกร์ อับดุลลอฮ.จึงกล่าวว่าท่านเห็นจันทร์เสี้ยว(ด้วยตัวของ ท่านเอง)จริงหรือ

ฉันตอบว่าใช่แล้ว และผู้อื่น(ชาวเมืองชาม)ก็เห็น พวกเขา(ชาวชาม)ก็ถือศีลอดกันตั้งแต่วันศุกร์)

นั้นรวมทั้งมุอาวิยะฮ.ด้วย อับดุลลอฮ.จึงกล่าวว่า แต่พวกเรา(ในเมืองมะดีนะฮฺ)

เห็นมันในคืนวันเสาร์ ดังนั้นพวกเราจึงยังคงถือศีลอดจนกว่า จะครบสามสิบวัน(ที่มะดีนะฮ.)

หรือจนกว่าพวกเราจะเห็นมัน(จันทร์เสี้ยวเดือนเชาวาลขึ้นมาเพื่อครบเพียง29วัน)

ฉันจึงถามว่าก็ยังไม่พออีกหรือกับด้วยการเห็นของมุอาวียะฮ. และการถือศีลอดของเขา

(เพื่อให้ชาวมะดีนะฮ.นับตาม) อับดุลลอฮ.กล่าวว่า

ไม่หรอกวิธีนี้แหละที่ท่านรสูลฯ สั่งใช้พวกเราให้ถือปฏิบัติตาม(แต่ละท้องถิ่น). ..

และผมยังไม่พบหะดีษเลยว่า ท่านนบี Solallah ถือศีลอดในมะดีนะฮฺแล้วท่านได้สั่งให้ชาวมักกะฮฺ

ออกอีดตามท่านที่มะดีนะฮฺ หรือใด้มีรายงานว่าเคาะลีฟะฮฺผู้นำเราทั้งสี่ท่านใด้สั่งให้มักกะฮฺ

เข้าออกเดือนเราะมะฎอนตาม มะดีนะฮฺ
wassalam

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Thu Sep 23, 2004 1:59 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Almanac (อัล-มา-นัค) เป็นหนังสือที่บรรจุข้อมูลตำแหน่งของวัตถุบนท้องฟ้า

ที่สำคัญๆไว้ สำหรับนักดาราศาสตร์และนักเดินเรือ

Altazimuth (อัล-ตา-ซิ-มุธ) เป็นขาตั้งกล้องดูดาวแบบหนึ่งที่สามารถหมุน

ไปได้ 2 ทิศทางพร้อมกันคือ

แนวราบ (azimuth motion) และแนวดิ่ง (altitude motion)

Altitude (อัล-ติ-จูด) เป็นการวัดมุมสูงของวัตถุบนท้องฟ้า เริ่มจากระดับสายตา

ของผู้สังเกต (Horizontal) 0 องศา สูงขึ้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ (Zenith)

ค่า 90 องศา ถ้าวัตถุอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาจะมีค่าเป็นลบ มุมสุงสุดจึงมีค่า 90 องศา

เท่านั้น ดูคำว่า Azimuth

Analemma (แอนนาเลมม่า) เป็นปรากฏการณ์รูปเลข 8 ของตำแหน่งดวงอาทิตย์

บนท้องฟ้า ของแต่ละวัน ในเวลาเดียวกัน ในรอบ 1 ปี

เนื่องจากในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน ดวงอาทิตย์จะมีการเปลี่ยนตำแหน่งไม่คงที่บนท้องฟ้า เมื่อเรานำตำแหน่ง ของดวงอาทิตย์แต่ละวันมา plot ต่อๆ กัน จะพบว่ามีลูปที่มาบรรจบกันและเป็นรูปเลข 8 โดยที่ความสูงของเลข 8 เกิดจากแกนเอียงของโลก 23.5 องศา จุดสูงสุดตรงกับ summer solstice และจุดต่ำสุดตรงกับ winter solstice ส่วนความกว้างของเลข 8 เกิดจากค่า eccentricity ของวงโคจรโลกรอบดวงอาทิตย์ นั่นเอง

Angular Diameter (แอง-กู-ล่า-ได-มิ-เตอร์) เป็นการวัดระยะของวัตถุท้องฟ้าในรูปแบบความกว้างเชิงมุม มีหน่วยเป็นองศา หน่วยย่อยคือ arc minute , arc second ถ้าเราทราบระยะห่างระหว่างผู้สังเกตกับวัตถุท้องฟ้า ก็สามารถคำนวนหาความกว้างจริงของวัตถุท้องฟ้านั้นได้ด้วยหลักตรีโกณมิติ

Anomaly (อะ-โน-มา-รี่) เป็นการวัดเชิงมุมในการบอกตำแหน่งของวัตถุบนวงโคจรที่เป็นวงรี

Apparent magnitude (แอบ-พา-เรนท์- แมค-นิ-จูด) เป็นค่าความสว่างของวัตถุบนท้องฟ้าที่เห็นได้จากโลก เรียกว่า ความสว่างปรากฏ ใช้สัญญาลักษณ์ m (ตัวเล็ก) ซึ่งแตกต่างจาก ความสว่างสัมบูรณ์ เพราะวัตถุท้องฟ้าแต่ละชนิดจะมีระยะห่างจากโลกไม่เท่ากัน

Aperture(แอบ-เพอ-เจอร์) คือขนาดช่องรับแสงของกล้องโทรทรรศน์ ที่บอกด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเลนซ์วัตถุ หรือ กระจก primary


Apsides (แอบ-ไซด์) คือจุดสองจุดบนวงโคจรที่แทนด้วยตำแหน่งใกล้สุด เรียกว่า periapis ตำแหน่งไกลสุดเรียกว่า apapsis ของวัตถุพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น apsides ของโลกคือตำแหน่ง perihelion และ aphelion เส้นที่เชื่อมระหว่างจุดสองจุดนี้เรียกว่า Line of Apsides

Apex (เอ-แพท) เป็นจุดบนทรงกลมท้องฟ้าทิศทางที่ดวงอาทิตย์และระบบสุริยะเคลื่อนที่เข้าไปหาด้วยความเร็วประมาณ 19-20 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งเราเรียกว่า solar apex อยู่ในกลุ่มดาวเฮอร์คิวลิสตำแหน่ง RA18h Dec+30d ส่วนจุดตรงข้ามเรียกว่า antapex อยู่ในกลุ่มดาวนกพิราบ (Columba)

Aphelion (แอะ-เฟล-เยน) ตำแหน่งไกลสุดบนวงโคจรของวัตถุที่โคจรรอบดวงอาทิยต์เช่น ดาวหาง หรือ ดาวเคราะห์ ตรงข้ามกับคำว่า perihelion

Apogee (อะ-โพ-จี่) ตำแหน่งไกลที่สุดบนวงโคจรของวัตถุ เช่น ดวงจันทร์ หรือดาวเทียม ที่โคจรเป็นวงรีรอบโลก ส่วนคำคู่กันคือ perigee คือตำแหน่งใกล้โลกที่สุด

Arc Minutes (อาค-มิ-นิด) เป็นการวัดระยะเชิงมุมของวัตถุท้องฟ้า มักจะใช้ในการบอกขนาดของวัตถุนั้นๆ โดยที่ 1 arc minute มีค่าเท่ากับ 1/60 องศา ซึ่งก็คือหน่วยย่อยขององศา ที่เรียกว่า “ลิปดา”

Arc Seconds (อาค-เซค-คอน) เช่นเดียวกับ arc minutes โดยที่ 1 arc second มีค่าเท่ากับ 1/60 arc minute หรือ 1/3600 องศา ซึ่งก็คือหน่วยย่อยขององศา ที่เรียกว่า “ฟิลิปดา”

Artificial Satellite (อา-ติ-ฟิ-เชียน-แซท-เทอะ-ไลท์) หรือ ดาวเทียม เป็นวัตถุที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นนำไปโคจรรอบโลก เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านวิทยาศาสตร์ คมนาคม และทางทหาร ดาวเทียมดวงแรกชื่อ สปุคนิค 1 ของรัสเซียส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 4 ตุลาคม 1957

Ascending Node (แอส-เซน-ดิ้ง-โหนด) จุดตัดของวงโคจร 2 วง ตำแหน่งที่วัตถุเคลื่อนที่จากใต้ขึ้นเหนือ ดูคำว่า Node

Aspect (เอส-เพค) ตำแหน่งของดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ที่สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ เมื่อมองเห็นจากโลก ดูคำว่า Conjunction Elongation Opposition Quandrature

Atmosheric refraction (แอท-มอส-เฟอ-ริค- ีรี-แฟ็ลค-ชั่น) ปรากฏการณ์ที่เห็นวัตถุท้องฟ้าอยู่สูงกว่าความเป็นเจริง เกิดขึ้นจากความหนาของชั้นบรรกากาศจะทำให้แสงเกิดการหักเหเมื่อผ่านตัวกลางต่างชนิดกัน (สูญญากาศกับชั้นบรรยากาศ) ทำให้เราเห็นดวงอาทิตย์ ด้านทิศตะวันออกก่อนอาทิตย์ขึ้นจริง และยังเห็นดวงอาทิตย์อยู่หลังจากตกลับขอบฟ้าไปแล้ว นอกจากนี้จะทำให้ขนาดของดวงอาทิตย์ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยด้วย

Astrolabe (แอส-โตร-เลป) เป็นเครื่องดาราศาสตร์ในยุคแรกๆ ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณจนถึงศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ในการเดินเรือ วัดเวลา และการคำนวนการเคลื่อนที่ของวัตถุท้องฟ้า

astrolabe เป็นเครื่องมือง่ายๆที่ใช้บอกมุมสูง และมุมราบของวัตถุท้องฟ้า

Astrophysics (แอส-โตร-ฟิ-สิกส์) เป็นวิชาว่าด้วยการศึกษาคุณสมบัติทางฟิสิกส์ของวัตถุท้องฟ้า เช่น การแผ่รังสี สนามแม่เหล็ก และความร้อน

Astronomical unit (AU) (แอส-โตร-โน-มิ-คอล-ยู-นิด) หรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์ เป็นค่าเฉลี่ยของระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์ มีค่าเท่ากับ 149,597,870 กิโลเมตร มักใช้บอกระยะของวัตถุท้องฟ้าในระบบสุริยะของเรา เช่น ดาวเคราะห์ หรือ ดาวหาง ว่าอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เท่าไหร่ หากเป็นวัตถุที่อยู่นอกระบบสุริยะจะใช้หน่วยเป็น ปีแสง (Light year) หรือ พาเสค (Parsec) แทน

Azimuth (อะ-ซิ-มุธ) เป็นการวัดมุมในแนวราบของวัตถุท้องฟ้า เริ่มที่ทิศเหนือ 0 องศาไปทางทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และกลับมาที่ทิศเหนืออีกครั้ง 1 รอบมีค่าเท่ากับ 360 องศา

CCD (charge-coupled device) เป็นสารกึ่งตัวนำ (solid-state) ทางอิเลคทรอนิคที่ทำให้เกิดภาพได้ CCD จะประกอบด้วยขั้วไฟฟ้าขนาดสี่เหลี่ยมเล็กเรียงต่อกันเป็นแผงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เมื่อแสงตกกระทบขั้วไฟฟ้าแต่ละขั้วก็จะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นไฟฟ้า ผ่านขบวนการเพื่อทำให้เกิดเป็นภาพได้ ความละเอียดของภาพขึ้นอยู่กับจำนวนขั้วไฟฟ้านั้นมีหน่วยเป็น พิกเซล กล้องวีดิโอทั่วไปจะมี CCD เป็นส่วนประกอบ แต่ปัจจุบันวงการดาราศาสตร์ใช้ CCD เพื่อการถ่ายภาพแทนฟิล์มซึ่งจะทำให้ช่วงเวลาการถ่ายภาพนั้นลดลง

Celestial Equator (ซี-เลส-เชียน- อิ-เคว-เตอร์) เป็นแนวของเส้นศูนย์สูตรโลก ที่ขยายไปปรากฏบนทรงกลมท้องฟ้า เรียกว่า เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า ดังนั้นแนวของเส้นศูนย์สูตรโลก กับ แนวเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า จะเป็นแนวเดียวกัน

Celestial Object (ซี-เลส-เชียน ออปเจ็คท์) ใช้เรียกวัตถุที่อยู่บนทรงกลมท้องฟ้า เช่น ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดาวหาง และอื่นๆ รวมทั้งดวงอาทิตย์

Celestial sphere (ซี-เลส-เชียน-สเฟียร) ทรงกลมสมมุติของท้องฟ้าที่ล้อมรอบโลกเราไว้ โดยมีโลกอยู่ที่จุดศูนย์กลางและมีรัศมีเป็นอนัตต์ หมุนรอบโลกด้วยแกนที่จุดขั้วฟ้าที่เรียกว่า Celestial Pole โดยมีเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า (celestial equator) ขนานไปกับเส้นศูนย์สูตรโลกด้วย

Celestial mechanics (ซี-เลส-เชียน-แมค-คา-นิค) สาขาหนึ่งของวิชาดาราศาสตร์ ที่อธิบายถึงการเคลื่อนที่ของวัตถุบนท้องฟ้า โดยใช้กฏ ทางฟิสิกส์ อธิบายแนวการโคจรของดาวเคราะห์ ดาวเทียม และอื่นๆ

Coordinates (โค-ออ-ดิ-เนท) หรือระบบพิกัด เป็นระบบที่ใช้สำหรับอ้างอิงตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า ในทางดาราศาสตร์นิยมใช้กันอยู่สองแบบคือ

1.ระบบขอบฟ้า (The Horizontal system) หรือ บางทีเรียกว่าระบบอัลติจูดและอะซิมุท (Altitude and Azimuth system)

อัลติจูด (Altitude) หรือ มุมเงย เป็นมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้า คือ 0 องศา ขี้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ Zenith คือ 90 องศา

อะซิมุท (Azimuth) เป็นทิศทางตามแนวเส้นขอบฟ้า Horizontal Line เริ่มต้นจากทิศเหนือ 0 องศา ไปตามแนวทิศ ตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก กลับมาที่ทิศเหนือ ครบรอบ 360 องศา
การบอกตำแหน่งด้วยวิธีนี้ จะบอกเป็นค่ามุมเงย และ มุมอะซิมุท พร้อมกัน มีหน่วยเป็นองศา และการบอกตำแหน่งระบบนี้ จะใช้ได้กับผู้สังเกตุที่อยู่บนเส้นละติจูดเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ( ลองจิจูดเดียวกัน) เท่านั้น เช่นขณะนี้ดาวหางอยู่ที่ตำแหน่ง มุมอัลติจูด 45 องศา มุมอะซิมุท 270 องศา เป็นต้น

2. ระบบศูนย์สูตร (Equatorial System) เป็นระบบที่จำลองมาจากการบอกตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยเส้น ละติจูด และ ลองจิจูด โดยที่บนท้องฟ้าเราจะบอกตำแหน่งเป็นค่า เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) และ ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A)

เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) เปรียบได้กับละติจูด มีหน่วยเป็นองศา ใช้บอกระยะเชิงมุมของดาวว่าอยู่ห่างจาก เส้นศูนย์สูตรฟ้า ( 0 องศา) ไปทางทิศเหนือ ระหว่าง 0 ถึง +90 องศา หรือ ไปทางทิศใต้ ระหว่าง 0 ถึง –90 องศา เป็นมุมเท่าใด

ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A) เปรียบได้กับ ลองจิจูด ที่บอกหน่วยเป็น เวลา ชั่วโมง:นาที:วินาที โดยที่ 360 องศามีค่าเท่ากับ 24 ชั่วโมง หรือ 15 องศา มีค่าเท่ากับ 1 ชั่วโมง ในทำนองเดียวกันกับเส้นลองจิจูด จุดเริ่มต้น 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมง อยู่ที่เมืองกรีนิช ในประเทศอังกฤษ สำหรับ R.A ค่า 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมงจะเริ่มที่จุดอ้างอิง

Vernal Equinox (เวอร์นัล อิควินอค) คือจุดที่แนวเส้นEcliptic ตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า พอดี ในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน ตรงตำแหน่งกลุ่มดาวปลา

(PISCES) แล้วนับไปทางขวามือ (Right) เป็นชั่วโมง นาที วินาที หรือถ้าเราหันหน้า เข้าหาทิศเหนือให้นับไปทางทิศตะวันออก แต่เนื่องจากกลุ่มดาวปลา ไม่ค่อยสว่างบนท้องฟ้าจึงสังเกตลำบาก เราอาจจะให้กลุ่มดาวค้างคาวหาตำแหน่งที่ RA เท่ากับศูนย์ได้เช่นกัน

corona (โคโรน่า) คือบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ มีความหนาแน่นต่ำแต่มีอุณหภูมิสูงมาก ราว 1 ล้านเคลวิน (Kelvin) และแผ่ขยายกว้างไป ในอวกาศได้ไกลเป็นล้านๆ กิโลเมตร เราสามารถเห็นบรรยากาศชั้นโคโรน่าได้ ตอนเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Sun Sep 26, 2004 3:01 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

วิธีการกำหนดวันต้นเดือน

การเข้าเราะมะฎอน ออกอีด ของพี่น้องไทยมุสลิมเรามักเข้าออกแตกต่างกันสองวัน

นานครั่งจะมีตรงกันเพราะเรามี วิธีการกำหนดวันต้นเดือนต่างกัน 3-4 วิธี

กลุ่มที่ 1 ดูดวงจันทร์ตอนแรม 14-15 ค่ำ หรือขึ้น 1 ค่ำเดือนไทย วิธีนี้เป็นการปฏิบัติ

ตามคำสั่งของ ท่านนบีฯ (ศ็อลฯ) โดยท่านให้ดูตอนค่ำของวันที่ 29 ถ้าเห็นจันทร์เสี้ยว

ก็ให้เริ่มนับเดือนใหม่ได้ทันทีแต่ถ้าไม่เห็น ในคืนนั้นก็คำนวณนับให้ครบ 30 วัน

เดือนตามแบบอิสลามจึงมี 29 หรือ 30 วัน จะมีมากกว่า 30 วันไม่ได้

การกำหนดวันต้นเดือนวิธีนี้ใช้กันมาตั้งแต่สมัยท่านนบีฯจนถึงปัจจุบัน ความสะดวกง่ายดาย

ของวิธีนี้ก็คือใช้คน สายตาดีไปเฝ้าดูดวงจันทร์ตอนค่ำมัฆริบ แล้มาบอกว่าเห็นหรือไม่เห็น

จึงกำหนดวันต้นเดือนได้ ความไม่สะดวกคือประเทศที่อยู่เหนือหรือใต้เส้นศูนย์สูตร

ไปมากหน่อยเช่น นอรเวย์ สวีเดน ออสเตรเลีย

จะไม่เห็นดวงจันทร์ในค่ำวันแรกๆ ของเดือน หรือบางประเทศที่มีเมฆหมอกในท้องฟ้า

มากหรือฤดูฝน แม้จะมีดวงจันทร์ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ทำให้ต้องนับครบ 30 วัน

ตามคำสั่งของท่านนบีฯ ของอับดุลลอฮฺ บินอับบาส ที่ให้ยึดถือการเห็นจันทร์เสี้ยวในพื้นที่

ของตนเอง ตามทัศนะของอิมามชาฟิอีก็ให้ดูและตามเมืองของตนเท่านั้น และฟัตวาขององค์

การอัรรอบิเฏาะที่ให้ใช้สายตาของคนเราเท่านั้นห้ามใช้กล้องสองตาหรือ

เห็นด้วยกล้องโทรทรรศ์มาเป็นหลักฐาน และไม่ให้ตามการเห็นเดือนของสะอูดี

กลุ่มที่ 2 ใช้วิธีคำนวณจากการโคจรของโลก และดวงจันทร์ทำให้สามารถทราบ

ได้ว่าค่ำวันใดมีจันทร์เสี้ยว มีตรงทิศทางใดองศาที่เท่าไหร่ มีจันทร์ค้างฟ้ากี่นาที

นักคำนวณทางดาราศาสตร์ กลุ่มนี้จะช่วยความสะดวก

ให้กลุ่มแรก คือบอกตำแหน่งและเวลาที่จะดูดวงจันทร์ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลา

กวาดสายตามองหากันทั่วขอบฟ้า ไม่รู้ทางขวาหรือทางซ้ายของทิศตะวันตก

บางครั้งดวงจันทร์จะปรากฏให้เห็นในช่วงเวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้นักคำนวณ

นักดาราศาสตร์ ยังบอกเวลาละหมาดให้ได้ตลอดปี

เวลา ฟะญัร ซุฮ.ริ อัศริ มัฆริบ และอิชาอ. เหล่านี้นับเป็นความสะดวกสำหรับมุสลิมทั้งหลาย

ที่เชื่อถือการคำนวณเวลาต่างๆได้ถูกต้องตรงกับจุดตำแหน่ง

ที่แท้จริงของดวงอาทิตย์ในท้องฟ้า และได้ทำปฏิทินลว่งหน้าได้เป็นปี

กลุ่มที่ 3 ใช้หลักฐานจากคำสั่งของท่านนบีฯ ที่ว่า ท่านทั้งหลายจงถือศีลอด

เมื่อเห็นจันทร์เสี้ยว แต่ท่านนบีฯไม่ได้อธิบายไว้ว่าเห็นดวงจันทร์ใกล้ไกลแค่ไหน

(ตามหลักฐานที่มีไกลสุด1คืนเดินทางโดยขี่อูฐประมาณ 200 ก.ม.)

กลุ่มนี้จึงรับฟังข่าวการเห็นดวงจันทร์จากทุกมุมโลกทำให้เกิดปัญหาถือศีลอดได้ 28 วัน

(เพราะไปฟังว่ามีเดือนที่เมืองจีนหรือจากอิรัค แถมเห็นเดือนที่ตกก่อนเวลามัฆริบเสียอีกด้วย)

รวมทั้งเอาวันกำหนดดูดวงจันทร์ของประเทศอื่นมาเป็นวันดูดวงจันทร์ของตนเองด้วย.

ฉะนั้นถ้ากลุ่มที่ 1 และ 2 ได้ร่วมมือกันจริงจังจะทำให้มุสลิมในประเทศไทยได้เข้า

ออกเราะมะฎอนได้ถูกต้องตามจันทร์เสี้ยวที่มีปรากฏในเมืองไทยได้เสียที

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Sun Sep 26, 2004 10:03 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ท่านพี่น้องคะ ช่วงนี้ท่านวิทยากรไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะเข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ต่างๆ นะคะ บางข้อความที่มีผู้โพสต์เข้ามา อาจไม่เป็นที่ยอมรับก็ได้นะคะ ต้องรอให้ท่านมาตรวจสอบดูอีกทีนะคะ


wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Mon Sep 27, 2004 1:15 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฟัตวาของชัยค์อุษัยมินที่ว่าไม่จำเป็นที่ประเทศอื่นๆจะต้องตามวันอาเราะฟะฮฺ
และวันอีดของสอุดีและจำเป็นจะต้องดูเดือนของและประเทศหรือเดือนที่ปรากฏ
ในท้องถิ่นของตนเองแม้จะเป็นเดือน
ซุลฮิจยะฮฺก็ตามเขาจะต้องดูเดือนอย่างปกติเหมือนเดือนอื่นๆในท้องถิ่นของตน

กรุณาดูเว็บตามที่นำมาให้

http://www.jas.org.jo/salman/

http://moonsighting.com


การกำหนดการเริ่มต้นเดือนอิสลามทางดาราศาสตร์

ดวงจันทร์หมุนรอบโลกทุก 29.53 วัน ต่อหนึ่งรอบ โดยเฉลี่ย 29 วัน 12 ช.ม. 44 นาที

( ที่ต้องเฉลี่ยเพราะการโคจรของดวงจันทร์แต่ละรอบใช้เวลาไม่เท่ากัน

รอบที่เร็วใช้เวลา 29 วัน 6 ชั่วโมง รอบช้าใช้เวลา 29 วัน 20 ชั่วโมง เมื่อเคลื่อนที่

ช้าสุดก็ค่อยๆเร็วขึ้น และเมื่อเร็วขึ้นจนถึงที่สุดก็ค่อยๆช้าลง สลับกันอยู่เช่นนี้เรื่อยไป )

เนื่องจากการโคจรรอบโลกนี้ ดวงจันทร์จะเปลี่ยนตำแหน่งของมันไปตาม

ความสัมพันธ์กับโลกและดวงอาทิตย์ด้วย ในระหว่างการโคจรนั้นหากวงโคจร

ของดวงจันทร์ โลก ดวงอาทิตย์มาอยู่ในแนวเดียวกันจริงๆ โดยดวงจันทร์อยู่

ตรงกลาง ดวงอาทิตย์ก็จะส่องแสงไปที่ดวงจันทร์ด้านที่หันหน้าสู่ดวงอาทิตย์

เพียงครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งที่หันมาทางโลก ก็จะมืดเพราะไม่ได้รับแสงของดวงอาทิตย์

แต่เนื่องจากแกนของดวงจันทร์เอียงซึ่งอาจถึง 6 องศา อาจสะท้อนของดวงอาทิตย์ได้ใน

เปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากดวงจันทร์จะถูกเรียก(เท่าที่ทราบยังไม่มีผู้สังเกตุการณ์คนใด

เคยรายงานว่า ได้เห็นดวงจันทร์ในสภาพเช่นนี้ที่จุดนี้แหละ)ว่าจันทร์ดับอิจญติมาอ.

หรือนิวมูนจันทร์ดับ คือจันทร์เสี้ยวกำลังจะเกิดใหม่ . หลังจากนั้นดวงจันทร์จะหมุน

รอบโลกต่อไป และจะเริ่มสะท้อนแสงอาทิตย์จำนวนเล็กน้อย

เราจึงเริ่มมองเห็นดวงจันทร์ที่เป็นเสี้ยวเล็กมากได้ จากนั้นจะกลายเป็น

จันทร์เสี้ยวหนาขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นจันทร์เสี้ยวครึ่งดวง ครึ่งแรกเรียกทางดาราศาสตร์ว่า

กึ่งปักษ์แรก รุบบุอูลา แล้วไปเป็นจันทร์เพ็ญเต็มดวง เรียกว่า

เดือนเพ็ญ แล้วไปเป็นจันทร์เสี้ยวครึ่งดวงหลัง เรียกกึ่งปักษ์หลัง รุบบุอาคิร

จากนี้ไปสู่ช่วงดวงจันทร์กำลังจะดับ แล้วก็เป็นจันทร์ดับอิจญติมาอ.อีกครั้ง

ในสูเราะฮ.ยาสีน 36:39 วัลเกาะมะเราะก็อดดัรนาฮุ มะนาซิ.ละ หัตตาอฺาดะกัลอุรญูนิลเกาะดีม.

และดวงจันทร์นั้นเราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง(28 จุด หรือ 28 คืน ที่มองเห็นได้

ซึ่งจะหมุนวนย้ายจุดขึ้นและตกเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยในแต่ละวันตามการเคลื่อนที่

ของแกนโลก ถ้าจันทร์ซ่อนตัวมองไม่เห็น 2 คืน เดือนนั้นจะมี 30 วัน

และถ้าซ่อนตัวมองไม่เห็น 1 คืน เดือนนั้นจะมี 29 วัน.)

จนกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง (ในคืนข้างแรม).

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
ahlussunnah
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/06/2004
ตอบ: 43


ตอบตอบ: Mon Sep 27, 2004 1:50 pm    ชื่อกระทู้: Re: Pls talk about this problem before romdon ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

I do agree with K. Natee
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004