ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - หะดิษที่ถูกแอบอ้างเป็นหลักฐานทำเมาลิดนบีฯ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
หะดิษที่ถูกแอบอ้างเป็นหลักฐานทำเมาลิดนบีฯ
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ประวัติศาสตร์อิสลาม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 1:46 am    ชื่อกระทู้: หะดิษที่ถูกแอบอ้างเป็นหลักฐานทำเมาลิดนบีฯ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

--------------------------------------------------------------------------------
อัลหะดิษที่ถูกแอบอ้างเป็นหลักฐานทำเมาลิด

การเฉลิมฉลองวันเกิดของท่านนบี ศอ็ลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น ไม่มีปรากฏในยุคของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ,ไม่ปรากฏในยุคเคาะลิฟะฮทั้งสี่ และไม่ปรากฏในยุคสะลัฟ แต่เป็นที่น่า
ดังคำวิจารณ์ของนักวิชาการต่อไปนี้

1. อัล-ฟากิฮานีย์ อัลมาลิกีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

لا أعلم لهذا المولد أصلاً في كتاب ولا سنة، ولا ينقل عمله عن أحد من علماء الأمة، الذين هم القدوة في الدين، المتمسكون بآثار المتقدمين، بل هو بدعة أحدثها البطالون، وشهوة نفس اعتنى بها الأكالون.. إلخ) [السنن والمبتدعات (ص: 143


ข้าพเจ้าไม่ทราบ ที่มา(หลักฐาน)ในคัมภีร์ และ ในสุนนะฮ และการกระทำมัน(เมาลิด)ไม่ได้ถูกรายงานมาจากคนหนึ่งคนใดจากบรรดาอุลามาอแห่งอุมมะฮ ซึ่งพวกเขาเป็นแบบอย่างในเรื่องศาสนา ยึดมั่นในร่องรอย(แบบอย่าง)ของบรรดาชนรุ่นก่อน แต่ทว่า มันคือ บิดอะฮ ที่บรรดาผู้ที่ไร้สาระ อุตริขึ้นมาใหม่ และเป็นความปรารถนาของอารมณ์ ที่บรรดาผู้ที่เห็นแก่กินปรารถนามัน... ดูอัสสุนันวัลมุบตะดะอาต หน้า 143

2. อิบนุกอ็ยยิม (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) กล่าวว่า

وكما أنك لا تجد مبتدعاً إلا وهو متنقص للرسول صلى الله عليه وسلم، وإن زعم أنه معظم له بتلك البدعة فإن يزعم أنها خير من السنة وأولى بالصواب، أو يزعم أنها هي السنة إن كان جاهلاً مقلداً، وإن كان مستبصراً في بدعته فهو مشاق لله ورسوله

“ และในทำนองเดียวกัน แท้จริงท่านจะไม่พบ ผู้ที่ทำบิดอะฮ นอก เขาคือ ผู้ที่ทำความเสื่อมเสียแก่ ท่านรซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และถ้าหากว่า เขาเข้าใจว่า แท้จริง เขาเป็นผู้ให้ความสำคัญต่อท่านรซูล ด้วยบิดอะฮดังกล่าว แล้วถ้าหากว่า เขาเข้าใจว่า แท้จริงมันเป็นสิ่ง ดีงาม มาจากสุนนะฮ และ เห็นควรว่าถูกต้องกว่า หรือ เขาเข้าใจว่า มันเป็นสุนนะฮ หากเขาเป็นคนญาฮิล มุกอ็ลลิด(คนไม่รู้ ที่เชื่อตามผู้อื่น) และถ้าหากว่า เขาเป็นผู้ที่ตั้งใจในบิดอะฮของเขา(โดยไตร่ตรองไว้ก่อน) ดังนั้น เขาคือ ผู้ที่ปรปักษ์ต่ออัลลอฮและรซูลของพระองค์. – อิฆอษะติลละฮฟาน” เล่ม 1 หน้า 102


3. อัลหาฟิซ อัสสะคอวีย์ (ขออลัลลฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

عمل المولد الشريف لم ينقل عن أحد من السلف الصالح في القرون الثلاثة الفاضلة وإنما حدث بعد".أهـ
“การกระทำเมาลิดนบีผู้ทรงเกียรติ นั้น ไม่มีการรายงานมาจาก คนหนึ่งคนใดจากชาวสะลัฟผู้ทรงคุณธรรม ในศตวรรษที่สามที่ประเสริฐ และความจริง มันถูกประดิษฐขึ้นใหม่ หลังจากนั้น –

سبل الهدى والرشاد للصالحي (1/439) ط. وزارة الأوقاف المصرية

ที่น่าแปลกคือ ทำไม่ท่านนบีไม่สอนไว้ ทั้งๆที่ มีคนอ้างว่า ดีสุดๆ และเป็นหน้าที่ของนบีทุกคนด้วย ที่ต้องแนะนำของดีแก่อุมมะฮ ดังหะดิษที่ว่า

قال صلى الله عليه وسلم: "ما بعث الله من نبي إلا كان حقاً عليه أن يدل أمته على خير ما يعلمه لهم وينهاهم عن شر ما يعلمه لهم" (أخرجه مسلم من حديث عبد الله بن عمرو بن العاص (1844) في كتاب الإمارة

ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ อัลลอฮมิได้ทรงส่งนบีท่านใดมา นอกจาก เป็นหน้าที่เหนือเขา จะต้อง แนะนำ อุมมะฮของเขา ถึงความดีของสิ่งที่มันได้ถูกสอนให้แก่พวกเขา และ ห้ามพวกเขา(อุมมะฮ)จากความชั่วร้ายของสิ่งที่ได้ถูกสอนไว้ให้แก่พวกเขา – รายงานโดยมุสลิม จากหะดิษอับดุลลอฮ บุตร อัมริน บุตร อัลอาศ หะดิษหมายเลข 1844 กิตาบุลอิมาเราะฮ
ที่แปลกไปกว่านั้น ยังมีผู้ที่พยายามเอาอัลหะดิษ มาอ้าง ตบตาบรรดาผ้ไม่รู้ว่า เป็นหลักฐานการทำเมาลิด เช่น

รายงานจากท่านอบีเกาะตาดะฮ์ว่า

سئل رسول الله صلى الله عليه وسلم عن صوم يوم الإثنين فقال ذلك يوم ولدت فيه وأنزل على

"ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามเกี่ยวกับ การถือศีลอดในวันจันทร์ ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์กล่าวตอบว่า "ดังกล่าวนั้น (เพราะเป็น ) วันที่ฉันเกิด และ(วันที่อัลกุรอาน)ถูกประทานลงมายังฉัน" รายงายโดยท่าน มุสลิม
………..

วิจารณ์
หะดิษนี้ จุดโพกัสไม่ได้เน้นว่า เพราะวันเกิดของท่านนบี จึงมีสุนนะฮให้ถือศีลอด เพราะ ข้อความต่อจากนั้น ก็กล่าวอีกว่า “(และวันที่อัลกุรอ่าน)ถูกประทานลงมายังฉัน” จุดโพกัสมันอยู่ที่วันจันทร์ ท่าน รซูล ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ส่งเสริมให้ถือศีลอดตะเฏาะวุอ(ศีลอดอาสา)ในวันนั้น แต่ไม่ ได้หมายถึง สุนนะฮให้ถือศีลอดเนื่องในวันเกิด
มาดูหะดิษที่ อบูฮุรัยเราะฮรายงานว่า

أن النبي صلى الله عليه وسلم قال: "تعرض أعمال العباد كل اثنين وخميس فأحب أن يعرض عملي وأنا صائم

แท้จริง รซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ แท้จริงบรรดาการงานของบรรดาบ่าวนั้น ถูกนำเสนอในทุกๆวันจันทร์และวันพฤหัส ดังนั้น ฉันชอบให้การงานของฉันถูกเสนอ โดยที่ฉันกำลังถือศีลอด

- أحمد(8361)، والترمذي(747)، وابن ماجة (1740
................
หะดิษอบีฮุรัยเราะฮ แสดงให้เห็นชัดเจน ว่า จุดโฟกัสคือ เน้น ความประเสริฐของวันจันทร์ ไม่ได้เน้นวันเกิดของท่านนบี เพราะ หะดิษข้างต้น ส่งเสริมให้ถือศีลอดอาสา ในวันพฤหัสด้วย ดังนั้น การพยายามโยงหะดิษของท่านนบีที่ส่งเสริมให้ถือศีลอดอาสา(ตะเฎาวูอ)ในวันจันทร์ เพื่อมาสนับสนุนการจัดเฉลิมฉลองวันเกิดของท่านนบีนั้น เป็นความคิดเห็นโดยเอาหะดิษมาโยงเพื่อตบตาผู้ที่ไม่รู้

ท่านนบีนั้น คือ แบบอย่างที่ดี ดังที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

لَقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ اللَّهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ لِّمَن كَانَ يَرْجُو اللَّهَ وَالْيَوْمَ الْآخِرَ وَذَكَرَ اللَّهَ كَثِيراً

โดยแน่นอน ในร่อซู้ลของอัลลอฮ์มีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว สำหรับผู้ที่หวัง (จะพบ) อัลลอฮ์และวันปรโลกและรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก.- อัลอะฮซาบ/21
มาดูคำอธิบาย

فالأسوة نوعان أسوة حسنة، وأسوة سيئة.
فالأسوة الحسنة، في الرسول صلى اللّه عليه وسلم، فإن المتأسِّي به، سالك الطريق الموصل إلى كرامة اللّه، وهو الصراط المستقيم.
وأما الأسوة بغيره، إذا خالفه، فهو الأسوة السيئة، كقول الكفار حين دعتهم الرسل للتأسِّي بهم إِنَّا وَجَدْنَا آبَاءَنَا عَلَى أُمَّةٍ وَإِنَّا عَلَى آثَارِهِمْ مُهْتَدُون

แล้วแบบอย่างนั้น มีสองชนิด คือ แบบอย่างที่ดี และแบบอย่างที่เลว แบบอย่างที่ดีนั้น อยู่ในตัวของรซูล ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แท้จริง ผู้ที่ปฏิบัติตามท่านรซูลนั้น เขาดำเนินตามแนวทาง ที่นำไปสู่ ความโปรดปรานของอัลลอฮ และมันคือ หนทางที่เที่ยงตรง
และสำหรับแบบอย่าง ด้วยผู้ที่ไม่ใช่ท่าน(รซูล)นั้น เมื่อเขาขัดแย้งกับท่านรซูล ดังนั้น เขาผู้นั้น คือ แบบอย่างที่เลว ดังเช่น คำพูดของบรรดากาเฟร(มุชริกีน) ในขณะที่บรรดารซูล เชิญชวนพวกเขา ให้ปฏิบัติตามพวกเขา ว่า “ แท้จริงเราได้พบเห็นบรรพบุรุษของเราอยู่ในแนวทางนี้ ดังนั้นเราจึงดำเนินตามแนวทางของพวกเขา” - ตัฟสีรอัสสะอดีย์ อรรถาธิบายอายะฮที่ 21 ซูเราะฮอัลอะฮซาบ

..........................

การเฉลิมฉลองวันเกิดของท่านนบี เป็นการแสดงออกที่เกินเลยขอบเขต เพราะบรรดาเศาะหาบะฮ ซึ่งรักท่านนบีมุหัมหมัดมากกว่าใคร แต่ พวกเขาก็ไม่ได้แสดงความรักนบีด้วยการให้ความสำคัญกับวันเกิดของท่านนบี ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

لاتطروني كما أطرت النصارى ابن مريم إنما أنا عبد فقولوا عبد الله ورسوله

พวกท่านอย่ายกย่องสรรเสริญฉัน ดังเช่น พวกคริสเตียน ยกย่องสรรเสริญ (อีซา)บุตรของมัรยัม ความจริงฉันคือ บ่าว(ของอัลลอฮ)คนหนึ่ง ดังนั้น พวกท่านจงกล่าวว่า “ (ฉันคือ)บ่าวของอัลลอฮ และรซูลของพระองค์ – บันทึกโดยอัลบุคอรี หะดิษหมายเลข 3189 และ อะหมัด หะดิษหมายเลข 149
..........................

الإطراء معناه الغلو في المدح

คำว่า “อิฏรออฺ ความหมายของมันคือ การยกย่องสรรเสริญจนเกินความพอดี
พวกคริสเตียน เฉลิมฉลองวันเกิดของพระเยซู หรือ ท่านนบีอีซา อะลัยฮิสสลาม นอกจากการจัดงานรื่นเริงแล้ว พวกเขาส่วนหนึ่ง ก็ เข้าโบสถ์ ไปร้องเพลงสรรเสริญพระเยซู บ้างก็เป็นซานตาครอส ออกไปแจกของขวัญ ส่วนงานเมาลิดนั้น ก็มีบางส่วนไปมัสญิด ไปอ่านบทกลอนสรรเสริญท่านนบี ชาวบ้านเรียกว่า “อ่านเบอรซันญี” อยากจะถาม ท่านผู้อ่าน ว่า มันคล้ายคลึง กันไหม

ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เตือนเรื่องการปฏิบัติตามแบบอย่างของยะฮูดีและนะศอรอว่า

لتتبعن سنن الذين من قبلكم. شبرا بشبر، وذراعا بذراع. حتى لو دخلوا في جحر ضب لاتبعتموهم" قلنا يا رسول الله! آليهود والنصارى قال "فمن؟

แน่นอน พวกท่านจะปฏิบัติตามแนวทางต่างๆของ บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้า พวกท่าน ทีละคืบ ทีละคืบ และ ทีละศอก ทีละศอก จนกระทั้งหากพวกเขาเข้ารูแย้ แน่นอนพวกท่านก็จะตามพวกเขา(เข้าไปด้วย) พวกเรากล่าวว่า “โอ้รซูลุ้ลลอฮ พวกยิวและ คริสเตียน ใช่ไหม? ท่านนบีกล่าวว่า “แล้วใครอีกล่ะ ?
รายงานโดยบุคอรี (6775) มุสลิม( 4822)

ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

لاتطروني كما أطرت النصارى ابن مريم إنما أنا عبد فقولوا عبد الله ورسوله

พวกท่านอย่ายกย่องสรรเสริญฉัน ดังเช่น พวกคริสเตียน ยกย่องสรรเสริญ (อีซา)บุตรของมัรยัม ความจริงฉันคือ บ่าว(ของอัลลอฮ)คนหนึ่ง ดังนั้น พวกท่านจงกล่าวว่า “ (ฉันคือ)บ่าวของอัลลอฮ และรซูลของพระองค์ – บันทึกโดยอัลบุคอรี หะดิษหมายเลข 3189 และ อะหมัด หะดิษหมายเลข 149
………………..
หะดิษนี้ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ต้องการจะสอนให้อุมมะฮของได้เข้าใจว่า ท่านคือ บ่าวของอัลลอฮคนหนึ่ง และ ท่านอยู่ในฐานะผู้นำสาส์นของอัลลอฮ เผยแผ่แก่มนุษย์ เท่านั้น อย่าได้ยกย่องให้เกินฐานะ ของท่าน หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ อย่ายกย่องสรรเสริญจนเกินเลยขอบเขตที่ศาสนาสอนไว้ เช่น พวกคริสเตียน ยกย่องพระเยซู (นบีอีซา) เป็นพระบุตรของพระเจ้าเป็นต้น
อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็ได้สอนให้ท่านนบีกล่าวว่า

قُلْ إِنَّمَا أَنَا بَشَرٌ مِّثْلُكُمْ يُوحَى إِلَيَّ أَنَّمَا إِلَهُكُمْ إِلَهٌ وَاحِدٌ فَمَن كَانَ يَرْجُو لِقَاء رَبِّهِ فَلْيَعْمَلْ عَمَلاً صَالِحاً وَلَا يُشْرِكْ بِعِبَادَةِ رَبِّهِ أَحَداً

[18.110] จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด แท้จริง ฉันเป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่งเยี่ยงพวกท่าน มีวะฮีย์แก่ฉันว่าแท้จริง พระเจ้าของพวกท่านนั้นคือพระเจ้าองค์เดียว ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่างตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย
- อัลกะฮฟิ/110

قُلْ إِنَّمَا أَنَا بَشَرٌ مِّثْلُكُمْ يُوحَى إِلَيَّ أَنَّمَا إِلَهُكُمْ إِلَهٌ وَاحِدٌ فَاسْتَقِيمُوا إِلَيْهِ وَاسْتَغْفِرُوهُ وَوَيْلٌ لِّلْمُشْرِكِينَ

[41.6] จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ฉันก็คือสามัญชนเยี่ยงพวกท่าน แต่ได้มีวะฮีย์ยฺแก่ฉันว่า พระเจ้าของพวกท่านนั้นคือพระเจ้าองค์เดียว ดังนั้นจงมุ่งตรงสู่พระองค์เถิด และจงขออภัยต่อพระองค์และความวิบัติจงมีแต่บรรดาผู้ตั้งภาคี
.................

สองโองการข้างต้น สอนให้รู้ว่า มุหัมหมัด คือ มนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง เหมือนกับ คนอื่นๆ แต่ ท่านได้รับโองการจากพระเจ้า เพื่อให้สอนแก่มนุษย์ การปฏิบัติตามท่านนบี เป็นการปฏิบัติตามในฐานะที่ท่านเป็นรอซูลของอัลลอฮ และอัลลอฮ ก็ทรงให้ท่านเป็นแบบอย่างแก่อุมมะฮ ดังนั้นมุสลิมทุกคนจึงต้องตามแบบอย่างนบีมุหัมหมัดในเรื่องศาสนา
ดังที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า


لَقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ اللَّهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ لِّمَن كَانَ يَرْجُو اللَّهَ وَالْيَوْمَ الْآخِرَ وَذَكَرَ اللَّهَ كَثِيراً

โดยแน่นอน ในร่อซู้ลของอัลลอฮ์มีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว สำหรับผู้ที่หวัง (จะพบ) อัลลอฮ์และวันปรโลกและรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก.- อัลอะฮซาบ/21
..............................

เพราะฉะนั้น การจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดของท่าน เป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของคำสอนอัลลอฮ ที่ประทานแก่รอซูล เพราะทุกสิ่งที่เป็นศาสนา ที่ผ่านวาจาของนบีมุหัมหมัดนั้น จะต้องเป็นวะหยูจากอัลลอฮ ดังที่ที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

وَمَا يَنطِقُ عَنِ الْهَوَى

[53.3] และเขามิได้พูดตามอารมณ์
إِنْ هُوَ إِلَّا وَحْيٌ يُوحَى

[53.4] มันมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นวะฮีย์ที่ถูกประทานลงมา
عَلَّمَهُ شَدِيدُ الْقُوَى

[53.5] ผู้ทรงพลังอำนาจอันมากมาย (ญิบรีล) ได้สอนเขา
...........................

การเฉลิมฉลองวันเกิดของรซูล หากเป็นศาสนา ก็จะต้องมาจาก คำพูด หรือ การกระทำของท่านรซูล ศอ็ลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เพราะคำสอนศาสนา ต้องผ่านวะหยูจากพระเจ้า

قال الإمام مالك – رحمه الله " من ابتدع في الإسلام بدعة يراها حسنة فقد زعم ان محمدا صلى الله عليه وسلم خان الرسالة لأن الله يقول ( اليوم اكملت لكم دينكم واتممت عليكم نعمتي ورضيت لكم الاسلام دينا) فما لم يكن يومئذ دينا فلا يكون اليوم دينا

อิหม่ามมาลิก (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า “ ผู้ใดอุตริบิดอะฮขึ้นในอิสลาม โดยเห็นว่ามันดี แน่นอน เขาเข้าใจผิดว่า แท้จริงมุหัมหมัด ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ซื่อสัตย์ต่อสาส์นแห่งอัลลอฮ เพราะแท้จริงอัลลอฮ ได้ตรัสว่า (“วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว”)
ดังนั้น สิ่งใดก็ตาม ไม่ได้เป็นศาสนาในวันนั้น มันก็ไม่เป็นศาสนาในวันนี้ – อัลเอียะติศอม 1/49

قال رسول الله صلى الله عليه وسلم ( من أحدث في أمرنا هذا ما ليس منه فهو رد ) رواه البخاري و مسلم ،

ท่านรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า “ผู้ใดอุตริสิ่งใหม่ขึ้นมา ในกิจการ(ศาสนา)ของเรา นี้ สิ่งซึ่งไม่มีมาจากมัน มันถูกปฏิเสธ – รายงานโดย บุคอรีและมุสสลิม

وفي رواية لمسلم ( من عمل عملاً ليس عليه أمرنا فهو رد

และในรายงานของมุสลิม (ผู้ใดประกอบการงานใด ที่ไม่ใช่ กิจการ(ศาสนา)ของเราบนมัน มันถูกปฏิเสธ.
............................

แสดงว่าเ มื่อท่านนบีไม่ได้สอนเอาไว้ มันก็ไม่ใช่ ศาสนา การเอาสิ่งที่ไม่ใช่ศาสนาที่อัลลอฮ และท่านนบีไม่ได้สอนไว้ ทำไปมันก็ไร้ผล และมันเป็นบิดอะฮ ที่เพิ่มเข้ามาในศาสนา ซึ่ง มันเป็นสิ่งต้องห้าม มิใช่หรือ

وقال حذيفة بن اليمان ـ رضي الله عنه كل عبادة لم يتعبد بها أصحاب رسـول الله صلى الله عليه وسلم فلا تتــعـبـدوا بـها؛

และท่านหุซัยฟะฮ บุตร อัลยะมาน (ร.ฎ)กล่าวว่า “ทุกอิบาดะฮ ซึ่ง บรรดาเศาะหาบะฮของท่านรซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ได้ทำอิบาดะฮด้วยมัน ดังนั้น พวกท่านอย่าทำบาดะฮด้วยมัน – อัลเอียะติศอม เล่ม 1 หน้า 386
…………..

แล้วเรื่องทำเมาลิด เศาะหาบะฮไม่ได้ทำมิใช่หรือ เหล่าเศาะหาบะฮ ไม่รักท่านนบีหรือ ?

والله أعلم بالصواب
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 1:47 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


--------------------------------------------------------------------------------
เพิ่มเติม

อบีอับดุลลอฮ มุหัมหมัด อัลหัฟฟารุล อัลมะลิกีย์ กล่าวว่า

ألا ترى أنّ يوم الجمعة خير يومٍ طلعت عليه الشمس ، وأفضل ما يفعل في اليوم الفاضل صومه ، وقد نهى النبي صلى الله عليه وسلم عن صوم يوم الجمعة مع عظيم فضله ، فدلّ هذا على أنه لا تحدث عبادة في زمان ولا في مكان إلا إذا شرعت ، وما لم يشرع لا يفعل ، إذ لا يأتي آخر هذه الأمة بأهدى مما أتى به أولها ... والخير كله في اتّباع السلف الصالح ) المعيار المعرب 7 / 99

ท่านไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงวันศุกร์ เป็นวันที่ดีทีสุดของวันที่มีดวงอาทิตย์ขึ้นบนมัน และที่ประเสริฐยิ่งของสิ่งที่จะทำในวันที่ประเสริฐ คือการถือศีลอดในวันนั้น และแท้จริงท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามถือศีลอดวันศุกร์(เป็นการเฉพาะ) ทั้งๆที่ ความประเสริฐของวันนั้นยิ่งใหญ่มาก ดังนั้น นี้คือสิ่งที แสดงให้เห็นว่า การอิบาดะฮจะไม่ถูกอุตริขึ้นมาใหม่ ในเวลาหนึ่งเวลาใด และจะไม่(ถูกอุตริขึ้นใหม่)ในสถานที่ใด นอกจาก เมื่อได้ถูกบัญญัติไว้เท่านั้น และสิ่งใดก็ตามที่ไม่ถูกบัญญัติไว้ มันจะไม่ถูกนำมาปฏิบัติ เพราะประชาชาติ(อุมมะฮ)รุ่นหลังย่อมจะไม่นำมาซึงทางนำที่ถูกต้องกว่าสิ่งที่ประชาชาติรุ่นก่อนนำมาแน่นอน และความดีงามทั้งหมดนั้น อยู่ในการเจริญรอยตามชาวสะลัฟผู้ทรงธรรม - อัลเมียะยารุลมุอฺรอฟ เล่ม 7 หน้า 99

................
เพราะฉะนั้น แม้วันเกิดของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มีความสำคัญ ก็ตาม แต่เมื่อไม่มีบัญญัติ และไม่มีแบบอย่างจากชาวสะลัฟผู้ทรงธรรม ให้ทำเมาลิดนบี มุสลิมรุ่นหลังผู้เจริญรอยตามชนรุ่นก่อนก็ไม่ควรอุตริบิดอะฮนี้ขึ้นมาล้ำหน้าชนรุ่นก่อน

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 1:47 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


--------------------------------------------------------------------------------
เพิมเติม

อิหม่ามอบูหัฟศิน ตาญุดดีน อัลฟากิฮานีย์ กล่าวว่า

لا أعلم لهذا المولد أصلاً في كتاب ولا سنة ولا يُنقل عملُهُ عن أحد من علماء الأمة الذين هم القدوة في الدين، المتمسكون بآثار المتقدمين: بل هو بدعة أحدثها البطالون... وهو ليس بواجب إجماعاً ولا مندوباً لأن حقيقة المندوب ما طلبه الشرع من غير ذم على تركه، وهذا لم يأذن فيه الشرع، ولا فعله الصحابة ولا التابعون فيما علمت، وهذا جوابي عنه بين يدي الله تعالى إن سُئلتُ عنه

ข้าพเจ้าไม่รู้ที่มา(หลักฐาน)สำหรับการฉลองวันเกิดนี้(เมาลิดนบี) ในกิตาบุ้ลลอฮ และไม่(รู้ว่ามีที่มา)จากสุนนะฮ และไม่มีคนใดจากบรรดาผู้รู้แห่งอุมมะฮ ผู้ซึ่ง พวกเขาคือ แบบอย่างในศาสนา ,เป็นบรรดาผู้ที่ยึดมั่นในบรรดาร่องรอย(แบบอย่าง)บรรดาบรรพชนรุ่นก่อน ในทางกลับกัน มัน(การทำเมาลิด)คือ บิดอะฮ ที่บรรดาพวกไร้สาระ อุตริมันขึ้นมาใหม่ ..ทั้งๆที่มันไม่ได้เป็นวาญิบโดยมติเอกฉันท์ (ของนักวิชาการ)และไม่ได้เป็นสุนัต เพราะว่า แก่นแท้ของสิ่งที่เป็นสุนัต(สิ่งที่ศาสนาส่งเสริมให้กระทำ)นั้น คือ สิ่งที่มีบัญญัติใช้ให้กระทำ โดยไม่ตำหนิผู้ที่ละทิ้งมัน และกรณีนี้ศาสนาไม่ได้อนุญาต ในมัน และบรรดาเศาะหาบะฮและเหล่าตาบิอีน ไม่ได้กระทำมัน ตามที่ข้าพเจ้าได้รู้มา และนี้คือคำตอบของข้าพเจ้าเกี่ยวกับมัน ต่อหน้าอัลลอฮ ตะอาลา หากข้าพเจ้าถูกสอบสวนจากมัน

المورد في عمل المولد 20 – 22 ط: مكتبة المعارف. وانظر الحاوي للفتاوي 1/190 – 192 رسالة: حسن المقصد في عمل المولد
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 1:47 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม

ท่านอะนัส บุตร มาลิก (ร.ฎ) ได้กล่าวว่า

"لم يكن شخص أحب إليهم رؤية من رسول الله صلى الله عليه وسلم، وكانوا إذا رأوه لم يقوموا لما يعلمون من كراهيته لذلك

ไม่มีบุคคลใดที่พวกเขา(เศาะหาบะฮ)อยากเห็นหน้า ยิ่งไปกว่ารซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และปรากฏว่าเมื่อพวกเขาเห็นท่านรซูล พวกเขาก็ไม่เคยยืน เพราะพวกเขารู้ดีว่า ท่านรังเกียจพฤติกรรมดังกล่าวนั้น "
- รายงานโดย อัตติรมิซีย์
...........
แค่การยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติ ปรากฏว่า ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็รังเกียจ พฤติกรรมแบบนี้ จนบรรดาเศาะหาบะฮไม่กล้าปฏิบัติ แล้วนับประสาอะไรกับการทำเมาลิดนบี ที่เลียนแบบพวกนะศอรอ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 1:48 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม

มีรายงานจากท่านหญิงอาอิฉะฮ(ร.ฎ)ว่า

جاء رجل إلى النبي صلى الله عليه وسلم،فقال يا رسول الله: إنّك لأحبَ إلى من نفسي وإنك لأحب إليَ من ولدي وإني لأكون في البيت فأذكرك، فما أصبر حتى آتي فأنظر إليك،وإذا ذكرت موتك عرفت إنَك دخلت الجنة رفعت مع النبيين، وإنّي إذا دخلت خشيت أن لا أراك فأنزل الله تعالى:

{وَمَنْ يُطع الله والرَّسُولَ فأُولَئكَ مع الذين أنْعَمَ اللهُ عَلَيهِمْ مِنَ النَّبِيِّينَ وَالصِّدِّيقِينَ وَالشُّهَدَاء وَالصَّالِحيِنَ وَحَسُنَ أُولَئِكَ رَفيِقاً} [النساء: 69]، مجمع الزوائد وقال الهيثمي: ورواه الطبراني في الصغير والأوسط ورجاله رجال الصحيح غير عبد الله بن عمران الغامدي وهو ثقة

มีชายคนหนึ่งไปหาท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า "โอ้ท่านรซูลุ้ลลอฮ แท้จริงท่านเป็นบุคคลลที่ข้าพเจ้ารักยิ่ง กว่าตัวของข้าพเจ้าและลูกของข้าพเจ้า และแท้จริงเมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่บ้าน ข้าพเจ้าระลึกถึงท่าน จนทนไม่ไหว จนกระทั่งมาให้เห็นท่าน แล้วเมื่อข้าพเจ้านึกถึงความตายของท่าน ข้าพเจ้ารู้ดีว่า ท่านได้เข้าสวรรค์แน่นอน และท่านได้ถูกยกฐานะให้อยู่พร้อมกับบรรดานบี และแท้จริง เมื่อข้าพเจ้าถูกให้เข้า(สวรรค์) ข้าพเจ้าเกรงว่าจะไม่ได้เห็นท่าน แล้วอัลลอฮ ตะอาลาได้ประทานโองการลงมาว่า

وَمَن يُطِعِ اللّهَ وَالرَّسُولَ فَأُوْلَـئِكَ مَعَ الَّذِينَ أَنْعَمَ اللّهُ عَلَيْهِم مِّنَ النَّبِيِّينَ وَالصِّدِّيقِينَ وَالشُّهَدَاء وَالصَّالِحِينَ وَحَسُنَ أُولَـئِكَ رَفِيقاً

[4.69] และผู้ใดที่เชื่อฟังอัลลอฮ์ และร่อซู้ลแล้วชนเหล่านี้จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงกรุณาเมตตาแก่พวกเขา อันได้แก่บรรดานบี บรรดาผู้ที่เชื่อโดยดุษฏี บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในสงคราม และบรรดาผู้ที่ประพฤติดี และชนเหล่านี้แหละเป็นเพื่อนที่ดี

- ดูมัจญอุซซะวาอิด และอัลหัยษะมีย์กล่าวว่า "รายงานโดย อัฏฏอบรอนีย์ ในอัศเศาะฆีรและอัลเอาสัฏ และ บรรดาผู้รายงานมัน เป็นผู้รายงานที่ถูกต้อง (เศาะเฮียะ) อื่นจาก อับดุลลอฮ บุตร อิมรอน อัลฆอมิดีย์ โดยที่เขาเป็นผู้ที่เชื่อถือได้

.................
รักนบี จะอยู่กับนบี ก็ต้องเชื่อฟังอัลลอฮ โดยการปฏิบัติตามอัลกุรอ่านและเชื่อฟังท่านรอซูล โดยการปฏิบัติตามสุนนะฮ ไม่ใช่ ฉลองวันเกิดของท่านนบี ซึ่งเป็นบิดอะฮ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
f1
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/12/2010
ตอบ: 261


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 2:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ที่ยกมาน่ะ เป็นทัศนะที่บอกว่า"ทำไม่ได้" อันนี้ยอมรับครับ Wink
_________________
go die to no grass
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 2:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้าปากพล่อยแล้วไม่มี อะไรมาแย้ง หุบ ปากและเงียบเถิด

ถ้ามีอย่า มั่วแต่พูด ยกมาเลย รออยู่ ยกมาเลยนะ อย่าอ้างอีก

และขอบอก บทความนี้ของบัง อะซัน

แย้งบังเขาเอง
ผมนำมาเสนอ เพราะช่วงนี้ ไกล้ เมาลิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
f1
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/12/2010
ตอบ: 261


ตอบตอบ: Sat Jan 08, 2011 2:15 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้าว เค้าจัดกันเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอครับ Rolling Eyes
_________________
go die to no grass
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
f1
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/12/2010
ตอบ: 261


ตอบตอบ: Mon Jan 10, 2011 5:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไอ้ที่เห็นจัดกันอยู่ ก็โดยผู้รู้ไม่ใช่หรือครับ Rolling Eyes
_________________
go die to no grass
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
gismad
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 21/08/2008
ตอบ: 96


ตอบตอบ: Mon Jan 10, 2011 10:36 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
อ้าว เค้าจัดกันเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอครับ



เชียงใหม่ยัง ไม่เสร็จเลย อีก 3 มัสยิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
gismad
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 21/08/2008
ตอบ: 96


ตอบตอบ: Mon Jan 10, 2011 10:38 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
ไอ้ที่เห็นจัดกันอยู่ ก็โดยผู้รู้ไม่ใช่หรือครับ



ใช่คับ เช่นเชียงใหม่ ผู้รู้ ทำกันทั้งนั้น พอโดน ขัดว่าทำไม่ได้ ก็ เปลียนชื่อ
ว่า งานร่วมน้ำใจ แต่ เนีต ก็ เมาลิดนะคับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
gismad
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 21/08/2008
ตอบ: 96


ตอบตอบ: Mon Jan 10, 2011 10:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
ที่ยกมาน่ะ เป็นทัศนะที่บอกว่า"ทำไม่ได้" อันนี้ยอมรับครับ


อ้าว งี้มีทัศนะที่ทำได้ด้วยเหรอ ชี้แจ้งที ผมยังไม่เคยเจอเลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
f1
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/12/2010
ตอบ: 261


ตอบตอบ: Mon Jan 10, 2011 11:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไอ้ทัศนะที่บอกว่า"ทำได้"น้ะ มีครับ ลองฟังที่เวปอ.อะลี เสือสมิง ดูนะครับ
_________________
go die to no grass
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kolis_mala
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2010
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Tue Jan 11, 2011 2:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยังไง ช่วยส่งลิงค์มาให้หน่อยคับ

ลงในกระทู้นี้เลยก้อได้

เว็บไหนลงไว้ให้ดูหน่อยคับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
f1
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/12/2010
ตอบ: 261


ตอบตอบ: Tue Jan 11, 2011 11:52 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แฮ่ะๆ สอนวิธีทำลิงค์ให้ก่อนสิครับ ผมพิมพ์เป็นอย่างเดียว
_________________
go die to no grass
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ประวัติศาสตร์อิสลาม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 5

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.23 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004