ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ??
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ??
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
mae2
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 19/06/2004
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Tue Jul 06, 2004 12:13 am    ชื่อกระทู้: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ

จาก กระทู้ก๊อดยานีย์ ของ คุณจีจี้

อ่านแล้วก็ยังงง ว่าเว็บอัลวะฏอน...อิควาน....เชคริฎอ อะหมัด สมะดี เกี่ยวข้องกันยังไง?? (ที่คุณจีจี้ พยายามเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างนั้น)

al-watan search

ที่ลิ้งค์นี่เป็นเว็บเพจสำหรับค้นหาข้อมูลในเว็บอัลวะฏอน ที่ท่านว่า ลองค้นคำว่า رضا ดูแล้วก็ไม่ยักเจออะไร

ถ้ายังไงขอความกรุณาคุณจีจี้ ช่วยชี้แนะด้วย ว่าต้องการจะให้เข้าไปดูอะไร? มีอะไรให้ดูในเว็บนั้น? ไม่รู้หรือรู้ไม่จริง ก็กลับไปถามอาจารย์ของท่านแล้วมาตอบก็ได้ ข้าพเจ้ารอได้


ถ้าอยากทราบรายละเอียดหรือการทำงานของ เชคริฎอ ทางอินเตอร์เน็ต รวมทั้งบทความที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ต่างๆ ค้นหาได้ง่ายๆ ที่ www.google.co.th ค้นคำว่า "رضا أحمد صمدي" ได้เลย เพราะใช้ชื่อจริงมาตลอด อย่าเสียเวลานั่งจับแพะชนแกะเลย แค่เห็นคำว่า رضا, إخوان, الوطن, .... ท่านก็จับมาโยงได้เป็นเรื่องเป็นราว(ตามที่คุณจีจี้ พยายามเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างนั้น ถ้าข้าพเจ้าเข้าใจผิดก็ช่วยชี้แจงด้วย)

สำหรับประวัติของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี รวมทั้งหนังสือและบทความที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ดูได้จากเว็บไซต์

http://saaid.net/Doat/rida-samadi/0.htm



ลิ้งค์ข้างล่างนี่เป็นรายชื่ออุละมาอฺในแนวซุนนะฮฺและแนวสะลัฟ ตั้งแต่ เชคบินบาส, อิบนิอุซัยมีน, ฯลฯ ลองนำไปให้อาจารย์ของท่านดู ถ้าอ่านภาษาอาหรับเข้าใจและรู้จักอุละมาอฺมากพอก็น่าจะทราบว่าใครเป็นใคร อะไรเป็นอะไร

http://abdulahrizk.8m.com/ZX3.HTM

http://www.islamsea.8k.com/e-mails.html

ลิ้งค์นี้เป็นของขวัญแด่บรรดาอาจารย์ของคุณจีจี้ ถ้าอ่านแล้วช่วยมาแปลให้พี่น้องท่านอื่นได้ทราบด้วย

http://saaid.net/Doat/rida-samadi/Tazkia.jpg]http://saaid.net/Doat/rida-samadi/Tazkia.jpg]http://saaid.net/Doat/rida-samadi/Tazkia.jpg

-----------------

ปัจฉิมลิขิต...

...บรรดาอาจารย์ทั้งหลายของท่านจีจี้ น่าจะลองใช้เวลาว่างซึ่งถือเป็นริสกีที่พระองค์อัลลอฮฺทรงประทานให้ ไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชาติอิสลามนะ ใช้เวลาสักนิด คิดว่าศัตรูที่แท้จริงของประชาชาติอิสลามคือใคร? จะตั้งรับอย่างไร? จะสู้อย่างไร?.......ถ้าท่านเหล่านั้นทำได้.....ข้าพเจ้า คุณจีจี้ และพี่น้องอีกหลายๆท่าน คงไม่ต้องมาเสียเวลากับกระทู้แบบนี้


ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงประทานเตาฟีกและฮิดายะฮฺแก่ทุกๆท่าน รวมทั้งตัวข้าพเจ้าด้วยเทอญ

วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮฺ วะบะร่อกาตุฮฺ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
areebaba
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Jan 15, 2004
ตอบ: 30


ตอบตอบ: Wed Jul 07, 2004 12:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เข้าไปดูได้แล้วครับ

คุณจีจี่...

วัสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ramzi
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 11/05/2004
ตอบ: 16


ตอบตอบ: Wed Jul 07, 2004 5:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ผมเป็นคนหลายสัญชาติ แต่ไม่เข้าใจภาษาอาหรับ เกิดอะไรขึ้น ข้างในมีอะไรหรือ หรือว่ายะฮูดีกำลังป่วนโลก ใครรู้ช่วยขยายความด้วยครับ เพื่อจะได้เข้าใจ มันก็ยังงงงง..........

วัสสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
mae2
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 19/06/2004
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Wed Jul 07, 2004 10:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

11
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
mae2
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 19/06/2004
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Wed Jul 07, 2004 10:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การไม่เอ่ยชื่อบุคคลที่สามโดยไม่จำเป็นในการโพสต์กระทู้เป็นสิ่งที่ดี แต่การฟิตนะฮฺบุคคลที่สามที่ไม่เอ่ยชื่อ ด้วยข้อมูลลอยๆ ที่หาหลักฐานไม่ได้ ใช้คำพูดที่คลุมเครือ ให้ผู้อ่านตีความกันไปเอง ไม่ใช่สิ่งที่ดี ที่มุสลิมพึงกระทำ !!!

ขอแนะนำให้ คุณจีจี้ กลับไปอ่านข้อความที่โพสต์ไว้อีกรอบ อ่านช้าๆ ทำความเข้าใจทีละคำๆ อ่านหลายๆรอบ แล้วค่อยตอบ อย่าให้มือมันนำสมอง กรุณาใช้สมองก่อนใช้มือ อาจจะคุยกันรู้เรื่องบ้าง อินชาอัลลอฮฺ

คุณจีจี้คงอ่านลิ้งค์ที่ให้ไว้ทั้งหมดแล้ว (เพราะขนาดเว็บอัลวะฏ็อนซึ่งเป็นภาษาอาหรับ ยังสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลมาฟิตนะฮฺ เอ๊ย คุยให้พี่น้องในเว็บบอร์ดนี้ฟังได้) ...........อ่านแล้วสรุปว่ายังไง???
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Tue Jul 20, 2004 2:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam สิ่งที่คุณจีจี่ทำมันบอกถึงตัวตนของ ชมรมอัสซะลาฟียูน ได้ชัดเจนแล้ว สงสารบรรพชนคนรุ่นแรกที่ชื่อของเขาถูกแอบอ้าง เพราะไม่ใช่อะกีดะห์ซะลัฟแบบฉบับผู้ศรัทธา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Mdeen
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/05/2004
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Tue Jul 20, 2004 3:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ไกล้เข้ามาแล้ว คงอีกไม่นานแล้วแหละ สัญญานมันเริ่มมาให้พวกเราเห็นได้ชัดขึ้น
คนรุ่นหลังอย่างผม จะทำยังไงดีละ อืมมม
อยากให้พวกเรา ชาวซุนนะฮฺ รวมตัวกันจัง เพื่อว่าจะได้เข้มแข็งกว่านี้

วัสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
mu
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 09/08/2004
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Tue Aug 10, 2004 3:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam ทุกกลุ่มย่อมมีอุดมการณืที่แตกต่างกัน (หมายถึงผู้ที่ดำเนินตามซลัฟฟุซศอและฮฺ) แต่ผมเชื่อว่าทุกกลุ่มย่อมีจุดหมายเดียวกันนั้นก็คือ ทำให้ศาสนาของอัลลอฮฺนั้นสูงส่ง ทำให้ดำรัสของอัลลอฮนั้นสูงส่ง เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่ากลุ่มไหนมีความบริสุทธิ์ในแค่ไหน ?
แต่เราก็ไม่สามารถที่จะรวามตัวผสมปนแปทุกกลุ่มเข้าด้วยด้วยกันได้ทั้งหมด..
อยากถามผู้ที่มีความรู้ว่า ซูฟีแบบอิควานนั้นเป็นอย่างไรแตกต่างกับพวกซูฟีแถวๆ อินเดียหรือไม่? แล้วอะฮฺลุซซุฟฟะฮฺ ในสมันท่านนบีนั้นจะเหมือนกับซูฟีอิควานหรือเปล่า?
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนที่คุณไม่รู้ว่าใคร
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 29, 2004
ตอบ: 35


ตอบตอบ: Tue Aug 17, 2004 3:25 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กลุ่มอิควานเขาเป็นมุสลิม รึเปล่าครับ
ญะมาลุดดีน อัล อัฟฆอนี,
เชคมุหัมมัด อับดุฮฺ,
ซัยยิดมุหัมมัด รอชีด ริฎอ,
เชคฮาซัน อัล บันนา ,
ซัยยิด กุฏฏุบ
พวกเขาเป็นกาเฟร กันหมดเลยเหรอ อยากรู้จริงๆ ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
mu
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 09/08/2004
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Wed Aug 18, 2004 2:02 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อุดมการณ์อาจจะแตกต่างกัน แต่เป้าหมายก็อันเดียวกันนั้นแหละ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
mahdisaudi
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 03/06/2004
ตอบ: 381


ตอบตอบ: Thu Aug 19, 2004 5:22 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กลุ่มอิควานเขาเป็นมุสลิม รึเปล่าครับ
ญะมาลุดดีน อัล อัฟฆอนี,
เชคมุหัมมัด อับดุฮฺ,
ซัยยิดมุหัมมัด รอชีด ริฎอ,
เชคฮาซัน อัล บันนา ,
ซัยยิด กุฏฏุบ
พวกเขาเป็นกาเฟร กันหมดเลยเหรอ อยากรู้จริงๆ ครับ

ระดับอุละมาอฺนักต่อสู้ท่านเหล่านั้น จะหาใครมาเทียบเท่าในขณะนี้หายากซะแล้ว
บรรดาอุละมาเหล่านั้น เราจะเข้มแข็งได้หนึ่งในร้อยของเขาหรือไม่
แค่แปลหนังสือตัฟสีร ฟีย์ซิลาลิลกุรอานของสัยยิดกุฎฎุบ5 เล่มจบยังไม่ได้เลยคุณ

_________________
อัลฟะละกี
เรื่องดาราศาตร์ก็มีกล่าวในอัลกุรอาน
&ใช้ดาราศาสตร์เพื่อช่วยให้ง่ายสดวกในการดูเดือน
มิใช่เพื่อมาทดแทนการดูเดือน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
ahlussunnah
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/06/2004
ตอบ: 43


ตอบตอบ: Thu Aug 26, 2004 11:37 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

hi Jiji shi-ah

Saijid Sulaiman sent you to post every thing for make something wrong between

" Anurak Moradok Islam and Salafiyoon. "

I'm the one guy from Salafiyoon and no any body do like you.


"Attakiyah Behavior"
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Feb 24, 2005 10:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณ mu ถามว่า

ซูฟีแบบอิควานนั้นเป็นอย่างไรแตกต่างกับพวกซูฟีแถวๆ อินเดียหรือไม่? แล้วอะฮฺลุซซุฟฟะฮฺ ในสมันท่านนบีนั้นจะเหมือนกับซูฟีอิควานหรือเปล่า?

ซูฟีที่อิควานกล่าวถึงไม่ใช่ซูฟีแบบอินเดียครับ
ซูฟีในที่นี้จริงอยู่ว่ามันเกิดมาจากลุ่มหลงผิด กลุ่มปลีกวิเวกจารึกแสวงบุญ
แต่หากเรามองประวัติศาสตร์แล้ว ซูฟีกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มที่พยายามฟื้นฟูโลกมุสลิมให้มีจิตวิญญาณแบบนบีและเศาะหาบะฮฺกลับมาอีกครั้งหลังจากที่มัวยุ่งอยู่แต่เรื่องการเมือง เรื่องฟิกฮฺ จนลืมไปว่าสิ่งที่ขาดหายไปคือจิตวิญญาณในแบบฉบับของมุสลิมตามแนวทางสุนนะฮฺของท่านนบีและบรรดาเศาะหาบะฮฺ

สมมติตัวอย่างเช่นหะดีษที่เล่าว่า มีเศาะหาบะฮฺท่านนึงถูกธนูยิงมาถึงสามดอกแต่ก็ยังละหมาดต่อ
แต่ในเชิงผู้ที่เรียกตัวเองว่าสุนนะฮฺ หรือว่าตามสลัฟอะไรก็แล้วแต่ ก็จะสอนแค่เรื่องฟิกฮฺ(จากหะดีษบทนี้)
ว่าเห็นมั๊ยว่า เลือดไหลไม่เสียน้ำละหมาด คือมองศาสนาแค่มุมเดียว
แต่ถามว่าแล้วทำไมไม่มองว่าเอ๊ ทำไมเศาะหาบะฮฺถึงทนกับความเจ็บปวดได้ ไม่ทำให้เสียสมาธิหรือ?
นี่แหละครับ ที่พวกท่านไม่นำมาสอน ท่านที่เรียกตัวเองว่าสุนนะฮฺ สลาฟียฺอะไรก็แล้วแต่ แต่ทำไมไม่เห็นสอนไม่เห็นพูดถึงว่าจะทำอย่างไรให้สามารถทำได้อย่างนั้น
เรื่องนี้ซูฟีมีคำตอบ มันก็คือการดื่มด่ำกับการทำอิบาดะฮฺ มันคือความสุขความหอมหวนที่จิตวิญญาณได้รับ
ใครที่ปฎิเสธหลักการอย่างนี้อาจถือได้ว่าแกล้งโง่ครับ
ที่ไม่ใช่ฎอรีกัตที่หลงผิด แต่นี่คือจิตวิญญาณของมุสลิมที่ควรมี เพื่อจะได้เรียกว่าตามสุนนะฮฺ ตามแนวทางของนบี และเป็นเหมือนนบีและเศาะหาบะฮฺอย่างแท้จริง
ไม่ใช่ว่ากันแต่ว่าเรื่องฟิกฮฺนะ ไม่ตามมัซหับนะ ไม่เอาหลักอะกีดะฮฺนั้นหลักอะกีดะฮฺนี้นะ ไม่พอครับ
อิสลามมันมีเยอะกว่านั้น ถึงจะได้เรียกว่าอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องครับ
ซึ่งตรงนี้นอกจากอิมามฆอซาลีย์แล้ว ยุคหลังก็มีอุละมาอฺกลุ่มอิควาน อัลมุสลิมูนที่ฟื้นฟูตรงจุดรี้ครับ


ไม่ใช่ว่าละหมาดตะรอเวี้ยฮฺ 8 รอกะอะฮฺ ชั่วโมง 2 ชั่วโมงจบ ไม่ใช่ครับ
ถ้าจะทำแบบนบีแล้วล่ะก้อ ละหมาดไปเลยครับถึงศุบฮฺไปเลย ละหมาดไป ไม่มีง่วงหงาวหาวนอน แถมดื่มด่ำกับการละหมาด ไม่อยากที่จะเลิกละหมาดแต่ก็ต้องเลิก
ทำได้หรือเปล่าครับ?
ตรงนี้ซูฟีมีคำตอบ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Feb 24, 2005 10:58 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ส่วนอะลุสสุฟฟะฮฺ ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อซูฟีแต่อย่างใด
และไม่ได้เป็นจุดกำเนิดของซูฟีดังที่มีกลุ่มฎอรีกัตกล่าวอ้าง
จุดกำเนิดของซูฟีที่หลงผิดคือพวกนักบวชที่ไปนุ่งชุดขสัตว์ครับ
ส่วนซูฟีในส่วนที่กลุ่มฟื้นฟูสุนนะฮฺนำมานี้หมายถึงเฉพาะด้านการใช้จิตวิญญาณในการทำอิบาดะฮฺครับ
ตัวอย่างอิมามคนสำคัญที่มีจิตวิญญาณซูฟี(ในส่วนที่ถูก)ในตัวได้แก่ อิมามฆอซาลีย์ และอิมามอิบนุ ตับมียะฮฺ เป็นต้น



ผมนำบทความมาให้อ่าน จาก http://www.fityah.com/


ทำสะละฟียฺให้เป็นซูฟี

และทำซูฟีให้เป็นสะละฟียฺ




ชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ

อะห์หมัด รุชด์ แปลและเรียบเรียง




ข้าพเจ้าใคร่ขอย้ำในที่นี้ว่า พี่น้องสะละฟียฺบางท่านนั้นแข็งกร้าวในเรื่องจุดยืนต่อตะเซาวุฟ(เนื้อหาในการขัดเกลาจิตใจของแนวคิดซูฟี)เกินไป โดยถือว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมต่ออิสลาม และยังได้กล่าวหาผู้ที่ยึดแนวตะเซาวุฟทั้งหมดว่าเป็นพวกบิดอะฮฺและพวกนอกคอก

ดังที่เรื่องนี้ได้ปรากฏชัดในการอธิบายเพิ่มเติมหนังสือของอิบนุกอยยิมที่ชื่อ “มะอาริจญฺ อัซซาลิกีน” โดยอัลลามะฮฺ อัชชัยคฺ มุฮัมมัด ฮามิด (เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) และยังมีท่านอื่นๆอีกมากในกลุ่มผู้ยึดแนวคิดแบบสะละฟียฺที่มีจุดยืนเช่นนี้ ซึ่งพวกเขาได้วิพากษ์วิจารณ์(ในด้านลบ)ตะเซาวุฟทั้งหมดรวมทั้งผู้ที่ตามแนวทางนี้ทั้งสิ้น ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ความแข็งกร้าวเช่นนี้เป็นการไม่ถูกต้อง ไม่ถูกยอมรับ และไม่ก่อประโยชน์(ดูบทความซูฟีในมุมมองอิสลาม)

อิบนุ ตัยมียะฮฺ และอิบนุล กอยยิม

พวกเขาคือ ร็อบบานียะฮฺ(ผู้เรียนรู้ เข้าใจ และปฏิบัติอิสลามอย่างแท้จริง)

เป็นเรื่องแปลกที่คนเหล่านี้อ้างว่าสังกัดแนวคิดของชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ และศิษย์ของท่านคือ อัลอิมาม อิบนุล กอยยิม ซึ่งทั้งสองท่านนี้เป็นร็อบบานียะฮฺ ที่แท้จริง ทั้งทางทฤษฎี และทางปฏิบัติ

ในทางทฤษฎี ก็ดังที่ได้ปรากฏเป็นหลักฐานโดยหนังสือของท่านทั้งสอง สำหรับอิบนุ ตัยมียะฮฺนั้นท่านมี ข้อเขียนในเรื่องตะเซาวุฟและเรื่องของสุลูก(เรื่องการขัดเกลาภายในที่จะสะท้อนเป็นบุคลิกภายนอก) เป็นจำนวนหลายเล่มในมัจญฺมูอฺ ฟะตะวา แล้วยังรวมถึงหนังสือของท่านที่ชื่อ “ อัลอิสติกอมะฮฺ”

ส่วนอิบนุล กอยยิม ท่านมีงานประพันธ์เป็นจำนวนหลายเล่ม เช่น ญะวาบ กาฟียฺ , เฏาะรีกุล ฮิจญฺเราะตัยนี , อุดดะตุศ ศอบิรีน , เราะเฎาะตุล มุฮิบบีน และที่มีความยิ่งใหญ่และครอบคลุมขอบเขตมากที่สุดโดยไม่ต้องสงสัยนั่นคือหนังสือ มะดาริจญฺ อัซซาลิกีน

ในทางปฏิบัตินั้น หลักฐานก็จากชีวประวัติของท่านทั้งสอง ในด้านความเข้มแข็งในเรื่องสัจธรรม ความอดทนต่อความทุกข์ยาก การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ความรักในอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ การมุ่งสู่อัลลอฮฺ ด้วยการมุ่งสู่พระองค์ชนิดที่ได้รับการเป็นพยานจากคนที่รู้จักและใกล้ชิดท่านทั้งสอง ขออัลลอฮฺทรงพอพระทัยเขาทั้งสองด้วยเถิด

เป็นการเพียงพอแล้วสำหรับท่านในการรู้จักอิบนุ ตัยมียะฮฺ ในเรื่องที่ท่านได้เผชิญกับความลำเค็ญ และการถูกจับเข้าคุกเนื่องจากการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ ด้วยวิญญาณที่ปรีดา และด้วยหัวใจที่สงบนิ่ง โดยท่านได้กล่าวว่า

แท้จริงสวรรค์ของฉันอยู่ในทรวงอกของฉัน ไม่ว่าฉันจะไปที่ใดมันก็จะอยู่กับฉัน

เหล่าศัตรูของฉันจะทำอันใดกับฉันได้ ? หากพวกเขาจับฉันขังคุก

การติดคุกของฉันก็คือการปลีกตัวเพื่อทำอิบาดะฮฺ

หากพวกเขาเนรเทศฉัน การถูกเนรเทศของฉันก็คือการฮิจญราะฮฺ

และหากพวกเขาฆ่าฉัน การถูกฆ่าของฉันก็คือการได้ตายชะฮีด


และเมื่อตอนที่ท่านถูกจับในป้อม และท่านได้มองกำแพงของมัน ท่านก็ได้รำลึกถึงดำรัสของอัลลอฮฺ ที่ว่า

ขณะนั้นก็จะมีกำแพงที่มีประตูบานหนึ่งมาขวางกั้น

ระหว่างพวกเขา(คือระหว่างมุอฺมินและมุนาฟิก)

ด้านในของมัน(สำหรับมุอฺมิน)นั้นมีความเมตตา

และด้านนอกของมัน(สำหรับมุนาฟิก)มีการลงโทษ


อัล กุรอาน 57: 13

นี่คือ ร็อบบานียะฮฺ ผู้ซึ่งสุขใจในการถูกลงทัณฑ์ในหนทางของอัลลอฮฺ และเขามีชีวิตในสวรรค์แห่งความพึงพอใจ แม้ว่าเขาได้รับทุกข์ภัยเพื่ออัลลอฮฺ

หนึ่งในความยุติธรรมของอิบนุ ตัยมียะฮฺ นั่นคือการที่ท่านยกย่องบรรดาชัยคฺหลายท่านของกลุ่มซูฟี ได้แก่ ชัยคฺ อับดุลกอเดร อัลญีลานียฺ

และนี่คือสิ่งที่บกพร่องของเหล่าคนที่อ้างว่าสังกัดแนวคิดอิบนุ ตัยมียะฮฺ แต่กลับเป็นว่าท่านจะไม่พบคนใดของพวกเขาที่มีดวงตาเอ่อล้นด้วยน้ำตา หรือมีหัวใจที่คุชูอฺ หรือมีร่างกายสั่นเทาด้วยความเกรงกลัวอัลลอฮฺ และท่านจะไม่รู้สึกถึงความสงสาร ความเอื้อเฟื้อที่หลั่งไหลออกมาจากพวกเขา เนื่องจากความรักในอัลลอฮฺ และเราะซูลของพระองค์

ทว่าพวกเขาเป็นผู้ตามแนวทางที่เฉื่อยชา แห้งแล้ง และแข็งกร้าว ราวกับว่าเป็นฟันเฟืองหนึ่งในเครื่องจักร ซึ่งจะหันเมื่อถูกจับหัน ไม่มีวิญญาณ ไม่มีชีวิตในตัวของมัน

และในการเปรียบเทียบกับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งดื่มด่ำกับความรู้สึกอันอบอุ่น กับสำนึกต่อสัจธรรม กับวิญญาณอันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเกรงกลัว แต่ทว่าขาดการผูกเข้ากับหลักของชะรีอะฮฺ

กลุ่มนี้ตัดสินชี้ขาดสิ่งใดตามรสนิยมและสามัญสำนึกของพวกเขา หรือตามรสนิยมและสามัญสำนึกของบรรดาชัยคฺของพวกเขา

ทั้งสองกลุ่มทำสิ่งเกินเลยในเรื่องหนึ่งและหย่อนยานในอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดีที่สุดก็คือ ความดีทุกอย่างในทางสายกลางซึ่งได้รับการจำแนกจากปลายสองด้านที่สุดโต่งและหย่อนยาน



ทำสะละฟียฺให้เป็นซูฟี และทำซูฟีให้เป็นสะละฟียฺ

(ตัศวีฟุส สะลาฟียะฮฺ วะ ตัสลีฟุล มุตะเศาวีฟะฮฺ)

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งดีงามที่เราจะตกแต่งแต่ละกลุ่มด้วยความดีเด่นของอีกกลุ่มหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่อัลมุฟักกิร (นักคิดมุสลิม) อัลอุสตาซ มุฮัมมัด อัลมุบารอก (เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) ได้กล่าวว่า เราทำซูฟีให้เป็นแบบสะละฟียฺ และเราทำสะละฟียฺให้เป็นแบบซูฟี !

และด้วยการตกแต่งนี้จะก่อให้เกิดกลุ่มหนึ่งซึ่งรวมเอาลักษณะที่โดดเด่นของทั้งสองกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน และเป็นกลุ่มที่ปลอดจากข้อตำหนิของทั้งสองกลุ่มอีกด้วย

ข้าพเจ้าคิดว่านี่เป็นสิ่งที่อัลอิมาม อัลหะซัน อัลบันนาได้พยายามกระทำมัน ซึ่ง(ตามความคิดของข้าพเจ้า)ท่านได้พยายามรวมเอาปัญญาแบบสะละฟียฺ เข้ากับจิตวิญญาณแบบซูฟี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Feb 24, 2005 11:02 pm    ชื่อกระทู้: Re: อัลวะฏอน...อิควาน...ริฎอ..... จับแพะชนแกะ ?? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อีกบทความหนึ่ง


ซูฟี ในมุมมองอิสลาม


ชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ

อบู ริญาล แปลและเรียบเรียง


คำถาม
อิสลามมีจุดยืนต่อซูฟีอย่างไร ?



คำตอบ

แนวคิดซูฟี คือ รูปแบบหนึ่งของการใช้ชีวิตในการบำเพ็ญเพียร(เพื่อให้บรรลุถึงระดับขั้นบางอย่าง) การทำความเคารพภักดีเช่นนี้ได้รับการยอมรับโดยทุกศาสนา แม้ว่าแนวทางการปฏิบัติของศาสนาต่างๆจะแตกต่างกัน


ดังเช่นในอินเดีย ชนชั้นที่ต่ำกว่าชองชาวฮินดูมีแนวโน้มที่จะสุดโต่ง โดยพวกเขาการสร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองเพียงเพื่อการบรรลุเป้าหมายอันสูงส่งของจิตวิญญาณ ลักษณะเดียวกันนี้ถูกนำไปใช้ศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะการรักษาพรหมจรรย์


เช่นเดียวกัน ในเปอร์เซียมีลัทธิหนึ่งที่เรียกว่า มนี ขณะที่ในกรีซมีอีกกลุ่มเป็นที่รู้จักว่า อัร รูวากิยีน )คนผู้ปฏิเสธชีวิตที่สะดวกสบาย( อันที่จริงจริงในประเทศอื่นอีกจำนวนมาก มีกลุ่มที่คล้ายคลึงกันซึ่งเป็นพวกสุดโต่งในความเชื่อของพวกเขา


อิสลามแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับความเชื่อทั้งหมดนี้ อิสลามนำแนวทางสายกลางมาสู่ชีวิตและวิธีการระลึกถึงพระเจ้าของเขา อิสลามมองมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความรู้สึกนึกคิด จิตวิญาณ และร่างกาย และอิสลามทำให้ประจักษ์ว่าองค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมดต้องการได้รับเอาใจใส่เป็นพิเศษ


นี่คือสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำให้กระจ่างชัดกับศอฮาบะฮฺของท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนฺ อัมรฺ อิบนฺ อัลอาศ ผู้ทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺอย่างเกินเลย เขาจะลดการกินการดื่ม การนอน และการให้สิทธิต่อภรรยาของเขาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ตักเตือนเขาในเรื่องนี้ว่า “ ตาของท่านมีสิทธิเหนือตัวของท่าน และร่างกายของท่านมีสิทธิเหนือตัวของท่าน และครอบครัว(ภรรยา)ของท่านก็มีสิทธิเหนือตัวของท่าน จงให้สิทธิของแต่ละคนตามที่เขามี ”


เช่นเดียวกันศอฮาบะฮฺบางคนมาที่บ้านของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เพื่อถามภรรยาของท่านว่าท่าน นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำอิบาดะฮฺอย่างไร หลังจากที่ได้รับทราบรายละเอียดของการทำอิบาดะฮฺของท่าน พวกเขาพบว่าพวกเขาตามหลัง(ในการทำอิบาดะฮฺของ)ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม


พวกเขาคิดว่าพวกเขายังทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่ผู้ศรัทธาที่แท้จริงต้องทำ นอกจากนี้พวกเขามองไม่เห็นเหตุผลว่า ทำไมพวกควรทำอิบาดะฮฺน้อยกว่าหรือไม่เท่ากับที่ท่านบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำ ในเมื่อท่านได้รับการอภัยโทษจากบาปทั่งหมดของท่านอย่างแน่นอนแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงสาบานว่าจะเริ่มทำกระทำอิบาดะฮฺที่อย่างจริงจังมากขึ้น


คนหนึ่งจากพวกเขาสาบานว่า เขาจะรักษาการถือศีลอดโดยไม่หยุด (ไม่ละศีลอดเลย) อีกคนสาบานว่าเขาจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงจะไม่แต่งงาน ขณะที่คนที่สาม กล่าวว่าเขาจะรักษาการละหมาดในเวลากลางคืนโดยไม่หลับนอน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านก็เรียกพวกเขามารวมกันและได้กล่าวตักเตือนพวกเขาว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฮฺ ฉันเป็นผู้ที่เกรงกลัวอัลลอฮฺที่สุดในหมู่พวกท่าน แต่ฉันก็ถือศีลอดและละศีลอด ฉันละหมาดและฉันก็นอน และฉันก็แต่งงานกับผู้หญิง ใครก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามแบบฉบับของฉัน ก็ไม่ใช่พวกฉัน” นี่แสดงให้เห็นว่าอิสลามรักษาความเป็นสายกลางในทุกเรื่อง


อย่างไรก็ตาม ผู้คนมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติแนวคิดซูฟีย์เพื่อเป็นวิธีการช่วยเหลือพวกเขาจากความวุ่นวายของลัทธิวัตถุนิยม ที่สร้างความเสียหายต่อพวกเขา อันเป็นผลมาจากการที่พวกเขามุ่งสร้างความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้กับตัวพวกเขา


ทั้งหมดนี้นอกจากที่จะทำให้พวกเขาตกเป็นทาสของชีวิตที่ฟุ่มเฟือยแล้ว พวกเขายังถูกควบคุมโดยแนวความคิดที่เลื่อนลอยอีกด้วย เป็นผลให้ความศรัทธาในศาสนา(อะกีดะฮฺ)ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของปรัชญาและเทววิทยา( ซึ่งนำเข้ามาจากภายนอก โดยเฉพาะกรีก - ผู้แปล) และเรื่องนี้ได้นำไปสูข้อโต้แย้งที่บ้าคลั่ง ซึ่งทำผู้คนละเลยในด้านจิตวิญญาณของชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ


ขณะที่บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนิติศาสตร์อิสลาม(ฟิกฮฺ)กลับล้มเหลวที่จะไปให้ลึกกว่านี้ แทนที่จะพยายามในการทำความเข้าใจในด้านจิตวิญญาณของการทำอิบาดะฮฺ(ซึ่งเป็นด้านที่ลึกซึ้ง – ผู้แปล) พวกเขากลับเพียงยึดอยู่กับรูปแบบภายนอกของมัน เรื่องนี้ได้ทำให้กำเนิดกลุ่มศาสนาที่เป็นที่รู้จักกันว่า ซูฟี ซึ่งได้เข้ามาเติมช่องว่างที่ถูกละเลยโดยนักเทววิทยา(นักวิชาการด้านอะกีดะฮฺ)และนักนิติศาสตร์(นักวิชาการด้านฟิกฮฺ) ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปแล้วว่า ในระยะหลังพวกเขาล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงผู้คนในด้านจิตวิญญาณ



ซูฟีให้ความสำคัญอย่างมากในการตรวจสอบมนุษย์ ในแง่ของความรู้สึกภายในของเขา มิใช่สิ่งที่เขาได้ปฏิบัติจริง พวกเขามุ่งสนใจในเรื่องของจิตใจภายในมากกว่าภายนอก จุดมุ่งหมายหลักของพวกเขาคือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ใหม่ เพื่อที่จะช่วยให้พวกเขาบรรลุถึงความงดงามในด้านจิตวิญญาณ ซูฟีคนหนึ่งได้กล่าวว่า “มารยาทที่ดีงาม คือสิ่งที่ทำให้เป็นซูฟีที่ดี”


แท้จริง ซูฟีในยุคแรกได้เป็นตัวอย่างที่ดีโดยยึดมั่นคำสอนอิสลาม ที่ได้นำมา จากอัลกุรอานอันรุ่งโรจน์และแบบอย่างของท่านศาสดา นอกจากนี้ พวกเขาทำการเผยแผ่อิสลามอย่างดีเลิศ แท้จริงแล้วผู้คนจำนวนมากเข้ารับอิสลามโดยบรรดาซูฟีผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ ผู้ที่พยายามอย่างสุดความสามารถในการเข้าร่วมสงครามต่อสู้กับความเชื่อนอกรีต ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า และผู้ตั้งภาคี


ในทางตรงกันข้าม ประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกตัวอย่างอันเลวร้ายที่เริ่มจากซูฟีบางคน ซึ่งได้คิดค้นแนวคิดที่ไม่มีรากฐานในอิสลาม ส่วนหนึ่งของแนวความคิดเหล่านี้ คือการสร้างความแตกต่างระหว่างความแท้จริง(ฮะกีกัต)กับการการรับรู้ภายนอก(อย่างผิดๆ) ในความหมายที่ว่ามนุษย์ไม่ควรถูกตัดสินโดยการกระทำที่เปิดเผยภายนอก(สิ่งที่เราสามารถรับรู้ได้) แต่เขาควรจะถูกตัดสินโดยสภาวะของจิตใจของเขา(สิ่งภายในที่เขารู้สึกอย่างแท้จริง) ด้วยการใช้แนวคิดนี้ ทำให้คนหนึ่งอาจจะพบข้อแก้ตัวบางอย่างสำหรับความผิดของเขา พวกเขายังกล่าวอีกว่า ความรู้สึกภายในของซูฟีคือบ่อกำเนิดแห่งทางนำ และด้วยความรู้สึกนี้เองทำให้เขาว่าสิ่งใดเป็นสิ่งฮะลาล(อนุมัติ)และสิ่งใดเป็นสิ่งฮะรอม(ต้องห้าม)


นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาชี้ถึงความบกพร่องของนักฮะดีษเสมอ คือนักฮะดีษนั้นต้องรายงานตัวบทว่า “คนนั้นรายงานจากคนนี้ คนนั้นได้กล่าวว่าดังนี้”(ซึ่งเป็นวิธีการทางวิชาการฮะดีษ) พวกเขาตัดสินว่าการรายงานเช่นนี้เชื่อถือไม่ได้ ตรงกันข้ามคำกล่าวที่เป็นจริงต้องถูกรับรองโดย ซูฟี โดยควรจะเริ่มกล่าวว่า “ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจ้าของฉัน” พวกเขายังเคยกล่าวเยาะเย้ยนักฮะดีษว่า “ ท่านชื่นชอบการรายงานคำกล่าวจากมนุษย์ที่ต้องตาย แต่พวกเรา – ซูฟี - คำกล่าวของพวกเรามาจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะตะอาลา ผู้มีชีวิตนิรันดร์ ” ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงอ้างว่าพวกเขาได้ติดต่อกับสวรรค์ได้โดยตรง


แนวความคิดที่ไม่มีเหตุผลนำซูฟีไปสู่การทำให้สาวกของพวกเขากลายเป็นคนไร้คุณค่า พวกเขากล่าวว่า “ต่อหน้าอาจารย์ซูฟีสาวกจะเปรียบเสมือนกับซากศพที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งถูกควบคุมโดยผู้ที่อาบน้ำศพ ” ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขาได้ทำแม้กระทั่งยึด สิทธิของสาวกในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากอาจารย์ ซึ่งพวกเขาคิดว่าการกระทำเช่นนี้เป็นจุดเริ่มของความล้มเหลว


แท้จริงกล่าว ความเข้าใจที่ผิดๆของซูฟีกลุ่มนี้ดังกล่าว ทำความเสียหายให้กับคนหนุ่มสาวในทุกวันนี้ ผู้ซึ่งถูกควบคุมโดยความไม่รู้โดยการนำเอาทุกสิ่งที่พวกเขาได้ยินมาปฏิบัติ ผลของบุคลิกภาพที่เปราะบางอย่างเลยเถิดของพวกซูฟี ที่อยู่ภายใต้อำนาจของชัยคฺพวกเขาเช่นนี้ ทำให้พวกซูฟีแทบจะช่วยตัวเองไม่ได้เสมือนกับ คนตายที่อยู่ในมือของสัปเหร่อ หรือ ผู้ที่อาบน้ำศพ ดังนั้นพวกเขาจึงพัฒนาทัศนะคติทั้งที่เป็นลบและเมินเฉยต่อการกดขี่และความอธรรม เนื่องจากสิ่งที่อาจารย์ซูฟีของพวกเขากล่าวแก่พวกเขาว่า “จงมอบส่วนของซีซาร์ให้กับซีซาร์ และให้พระเจ้าเป็นผู้ดูแลมนุษย์”


อย่างไรก็ตาม ดังเช่นแสงสว่างในถ้ำมืด อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะฮฺ บางท่านรวมทั้ง คนยุคแรก(สลัฟ)ได้พยายามอย่างที่สุดในการปฏิรูปแนวคิดซูฟีจำนวนมากด้วยกับคำสอนของอัลกุรอานและแบบอย่างของท่านศาสดา


หนึ่งในอุลามาอฺผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธความพยายามของท่านในงานนี้(คือการปฏิรูปแนวคิดซูฟี) คืออัลลามะฮฺ อิบนฺ กอยยิม ผู้ที่เขียนหนังสือชื่อ มะดาริจ อัซ-ซาลิกีน อิลา มะนาซิล อัซซาอิริน ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเพื่ออธิบายหนังสือที่เขียนโดย ชัยคฺ อิสมาอีล อัลฮัรวียฺ อัลฮัมบาลี ที่ชื่อ มะนาซิล อัซซาอิริน อิลา มะกอมัต อิยากานะอฺบุดู วะ อิยากานัสตะอีน หนังสือนี้มีสามชุด ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการประสานระหว่างแนวความคิดซูฟีและคำสอนของอัลกุรอานและซุนนะฮฺ


เราควรใช้แนวความคิดซูฟีในสิ่งที่สอดคล้องกับคำสอนของอิสลาม ดังเช่นการเรียกร้องไปสู่คุณค่าอันสูงส่งของความรักซึ่งกันและกัน รวมทั้งสอนอีกคนหนึ่งในการขจัดความเจ็บป่วยของจิตใจและการบรรลุถึงความงดงามทางจิตวิญญาณ


แท้จริง มีตัวอย่างซูฟีที่ดีๆอยู่ โดยอาจมีข้อยกเว้นเล็กๆน้อยๆบางประการ ซึ่งพวกเขาทำให้เราเข้าใจถึงรูปแบบการเคารพภักดีได้ดีขึ้น ท่านอิมาม ฆอซาลี คือหนึ่งในลักษณะซูฟีสายกลางเช่นนี้ โดยแนวคิดของท่านไปในแนวทางเดียวกับคำสอนของอิสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.62 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004