ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า"
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า"
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
maJnoon
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2004
ตอบ: 27
ที่อยู่: ไม่..ที่บ้านก็มัสยิด..

ตอบตอบ: Mon Dec 20, 2004 11:54 pm    ชื่อกระทู้: Re: ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

อ่านกระทู้นี้แล้วมีความรู้สึกดีจังเลย..

เลยขออนุญาตขุดขึ้นมาให้อ่านกันอีกครั้ง..

Wink

wassalam

_________________
"..อัลลอฮฺมิทรงมองดูที่ลักษณะทางร่างกายของท่านหรือที่ทรัพย์สิน
ของท่าน แต่พระองค์จะทรงมองที่หัวใจและการกระทำของท่าน.."
(มุสลิม)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
u
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 114


ตอบตอบ: Thu Dec 23, 2004 3:14 pm    ชื่อกระทู้: Re: ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความจริงที่มุสลิมควรทราบ
--------------------------------------------------------------------------------





เรื่องนี้อาจจะดูเครียดไปบ้างสำหรับพี่น้องมุสลิมบางท่าน แต่ก็คิดว่าข้อเขียนคงจะเป็นประโยชน์บ้าง อยากจะให้ลองพิจารณาดู

ในปัจจุบันเราพบว่า มีความพยายามอย่างมากในการที่คริสตชนจะพยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ หรือที่เรียกกันว่า “ข่าวประเสริฐ” นั้น เข้าสู่กลุ่มมุสลิม มีหลายยุทธวิธีที่มีการนำมาใช้ และยุทธวิธีเหล่านั้น ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะกับการเผยแพร่ในมุสลิมเท่านั้น ยังรวมต่างศาสนิกอื่น ๆ เข้าไปด้วย กลยุทธิที่ว่ามีตัวอย่าง เช่น

٥ กลยุทธแบบ “พี่สอนน้อง” “พี่เลี้ยง” กลยุทธนี้จะพบมากตามสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานที่เข้ามาลงพื้นที่โดยเฉพาะ โดยที่ “พี่” ซึ่งเป็นคริสตชนดั้งเดิม นั้น จะพยายามพา “น้อง” ที่ไม่ใช่คริสต์ เข้าสู่วงการโดยผ่านกิจกรรมบางอย่าง อาทิ คริสต์มาส ค่ายต่าง ๆ ที่มีมากมายช่วงปิดภาค กิจกรรมกลุ่ม บ้างก็มากับการติวหนังสือหนังหา ตำรับ ตำรา หรือมาในรูปการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับครอบครัว ปัญหาการปรับตัวของวัยรุ่น หน้าที่ของ พี่เลี้ยงเหล่านี้ มีเพียงแค่ ชักจูง “จุดไฟ” ให้น้องเกิดความสนใจในศาสนาคริสต์ และพาน้องเข้าสู่คริสตจักรใด คริสตจักร และให้คริสตจักรนั้น ๆ เป็นผู้รับช่วง เลี้ยงดูให้การอภิบาลต่อไป

٥ กลยุทธแบบ direct contact เข้าติดสนิทกับน้องที่มีความสนใจในศาสนาเป็นทุนเดิม และดำเนินการต่อคล้าย ๆ กับข้อแรก



ผู้เขียนมิได้มีเจตนาที่จะโจมตี หรือป้ายสีกับศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่อยากจะให้มุสลิมทั้งหลายได้ตระหนักว่า ปัจจุบันมีการเข้าถึงวัยรุ่นหนุ่มสาวมากมายหลายวิธี ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีผลกระทบกับความศรัทธาของเรามาก ในฐานะที่เรามีศาสนาอิสลามอยู่แล้ว และเป็นศาสนาที่พระผู้เป็นเจ้าให้การรับรองว่าศาสนาถูกต้อง (official) ณ พระองค์คืออิสลาม และไม่ต้องหาอื่นใดนอกจากนั้น

ในปัจจุบันสื่อโฆษณาชวนเชื่อยังมากับ ความเจริญทางเทคโนโลยี นั่นคือ อินเตอร์เน็ต ปัจจุบันมีหลายเว็บที่ทำการโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง “ข่าวประเสริฐ” โดยมีแง่มุมที่กระทบกับอิสลาม เช่น www.aboutisa.com ซึ่งเป็นเว็บที่ทำโดยตะวันตก และมีเนื้อหาที่ก้าวร้าว จาบจ้วง อัลลอฮฺ ซุบฮาฯ เป็นอันมาก มีหลายประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสงสัย ในหมู่มุสลิม หรือในหมู่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังสนใจศาสนาอิสลาม ข้อความที่มีมาในทำนองนี้คือ

٥ Does Allah love me ? (อัลลอฮฺทรงรักฉันหรือ ?)

٥ เรื่องราวเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของอัล-กุรอาน



หลายครั้ง ที่คริสตชนอ้างว่า คริสต์ศาสนา เป็นศาสนาที่มีข้อแตกต่างจากศาสนาทั้งหลาย นั่นคือ การที่พระเจ้าเสด็จลงมาหามนุษย์ หรือ พระเจ้าหยิบยื่นความรอดลงมาจากสวรรค์ (โดยพยายามเปรียบเทียบว่า ศาสนาอื่น ๆ คือการทำความดี “แลก” เพื่อไปสวรรค์ แต่คริสต์ศาสนาเป็นการที่มนุษย์ได้ความรอดหรือสวรรค์ให้เปล่า ๆ ผ่านพระเยซูคริสต์) และทำให้หลายคนที่ฟังข้อความนี้รู้สึกเห็นดีเห็นงาม บางคนอาจจะคิดในใจว่า แล้วที่นมาซ ถือศีลอด กันทุกวันนี้ มิใช่เพื่อไปสวรรค์หรือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ศาสนาอิสลาม มีลักษณะเช่นเดียวกันกับศาสนาคริสต์ในด้านความรอด หรือเราจะเรียกว่า ฮิดายะฮฺ ก็ตามที ตามประวัติศาสตร์ที่เป็นมาในอัล-กุรอาน เราจะพบว่า

٥ อาดัม-เฮาวา ได้รับการสอนให้รู้จักชื่อของสิ่งของต่าง ๆ และชื่อเหล่านั้น “มีชื่อเรียก” ตามที่ถูกเรียกโดยมนุษย์คู่แรก และพบว่า อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงริเริ่มในการที่จะสอนเรา ที่สำคัญไปกว่านั้น ท่านทั้งสองได้รับการอภัยโทษอย่างสิ้นเชิงจากความผิดที่ทั้งสองกระทำ ดังนั้น จึงไม่มี “บาปกำเนิด” สำหรับท่าน และท่านได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าถึง คำตักเตือนของพระองค์ที่จะมีมายังมนุษย์ในยุคต่อ ๆ มา (นั่นเป็นการแสดงว่า อัลลอฮฺทรงริเริ่มแสวงหากับมนุษย์ก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่มนุษย์เป็นผู้ริเริ่มแสวงหาก่อน)

٥ นูฮฺ ได้รับ “คำบัญชา” จากอัลลอฮฺ ให้ต่อเรือเพื่อหนีมหาอุทกภัยใหญ่ หาใช่ นูฮฺ เป็นผู้ริเริ่มสร้างก่อน

٥ อิบรอฮีม ถูกเรียกออกจากถิ่นฐานที่อยู่โดยอัลลอฮฺ มิใช่ความประสงค์ของอิบรอฮีมแต่เดิม และการเชือดพลีที่เราทำกันทุกวันนี้ ก็เกิดจากการจัดเตรียมให้โดยอัลลอฮฺ มิใช่อิบรอฮีมและอีสมาอีล

٥ มูซา ทรงถูกเรียกจากอัลลอฮฺ เพื่อช่วยบนีอิสรออีล อัลลอฮฺทรงหยิบยื่นความเมตตาให้ถึงขนาดว่าทะเลยังต้องแหวกออก

٥ อีซา ทรงถูกยกขึ้นสู่ฟากฟ้า โดยอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงริเริ่มในการกระทำ

٥ รซู้ล ศ้อลฯ เป็นหัวหน้าของประชาชาติสุดท้าย ที่อัลลอฮฺริเริ่มให้ได้รับความเมตตา ตราบจนทุกวันนี้



จะเห็นว่า ศาสนาอิสลามต่างหากที่ได้รับความเมตตา โดยอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงริเริ่มให้ พระองค์เป็นผู้ทรงประทานให้อย่างล้นเหลือ ตั้งแต่มนุษย์คู่แรก จนกระทั่งถึง รซู้ลฯท่านสุดท้ายของดุนยานี้ และนี่เป็นสิ่งที่เราถูกบิดเบือนและไม่มีการกล่าวถึงโดยตะวันตกเลย

อิบาดะฮฺหลัก ๆ ทุกอย่างที่มุสลิมกระทำทุกวันนี้ (ที่บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นการทำความดีเพื่อแลกกับการเข้าสวรรค์) ล้วนมีที่มาอย่างสูงส่ง งามสง่า ซึ่งเราสามารถภาคภูมิใจได้

٥ การนมาซ เป็นอิบาดะฮฺ ที่ได้รับการประทานมอบหมาย โดยตรงจากพระผู้ทรงฤทธิ์แห่งจักรวาล ในตำแหน่งของชั้นฟ้า และเหนืออื่นใด ทุก ๆ รอกอัตของการนมาซ มุสลิมเป็นประชาชาติที่มีภาษาสากลในการแสดงความภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า มุสลิมมีทำนอง มีใจเดียวกันในการนมัสการพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ ขณะที่คริสตชนไม่มี

٥ การทำกุรบาน (การเชือดพลี) เป็นอิบาดะฮฺที่มีที่มาจาก อิบรอฮีมและอิสมาอีล พ่อ-ลูกที่มีความรักต่ออัลลอฮฺเหนืออื่นใด และโปรดสังเกตว่า ประชาชาติอิสลามเท่านั้นที่ยังคงรักษาบรรยากาศ ความหอมหวานแห่งอิบาดะฮฺนี้ไว้ได้

٥ การทำฮัจญ์ แม้ในศาสนาคริสต์ จะมีการพูดถึงพิธีกรรมหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหิน แต่มันก็กลายเป็นตำนานที่เลือนหายไปกับความทรงจำ แต่สำหรับอิสลามแล้ว อิบาดะฮฺนี้ยังคงกระฉับกระเฉงเหมือนวันวาน

٥ การถือศีลอด สำหรับศาสนาคริสต์ มันถูกเลือกให้ปฏิบัติสำหรับบางกาละ บางโอกาส และด้วยการปฏิบัติที่หลากหลาย ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่สำหรับอิสลาม มันยังคงเป็นจิตวิญญาณ ที่เปล่งประกายสะท้อนความยิ่งใหญ่ของพระผู้ทรงประทานมันลงมาสู่มนุษยชาติ

และทั้งหมดนี้นั่นเองคือสิ่งที่ คริสตชนไม่เคยพูดถึง



ท่านทราบหรือไม่ว่า คริสตชนต้องการอยากจะให้ศาสนสถานของเขาเป็นดั่งศูนย์กลางของชุมชน เหมือนกับมัสยิดที่มุสลิมมี ???

ท่านทราบหรือไม่ว่า คริสตชนต้องการจะให้คริสตชน มีสิ่งซึ่งแสดงออกถึงความเป็นคริสตชน เหมือนกับที่มุสลิมมี ???

ทุกวันนี้ ถ้ามุสลิมะฮฺ คลุมฮิญาบ ถ้ามุสลิมีนไว้หนวด เครา ไม่สวมใส่ทอง ไม่สวมใส่ผ้าไหม หรือนุ่งโสร่ง สวมหมวกกะปิเยาะฮฺ เดินมา ทุกคนรู้ทันที นี่คือ มุสลิม แต่.... คนที่เดินหน้าท่านไปสักครู่นี้ อาจจะเป็นคริสตชนก็ได้ แต่เราไม่ทราบ ไม่มีการแสดงออกใด ๆ ที่บอกให้ทราบ และสิ่งนี้แหละที่เขาอยากจะมีแบบเราบ้าง

ภูมิใจกันบ้างหรือไม่ ....เราเป็นประชาชาติที่ได้รับความเมตตากรุณาอย่างล้นเหลือ เหลือเกิน ....

.........................................
ยูซุฟ วะฟีญุดีน
www.mureed.com
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
u
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 114


ตอบตอบ: Wed Jan 05, 2005 7:00 pm    ชื่อกระทู้: Re: ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อเด็กน้อย 10 ขวบพูดถึงพระเจ้า

กาลครั้งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นศรัตรูอิสลาม
เขามีคำถามยอดนิยมอยู่ 3 ข้อ ซึ่งไม่มีใครตอบได้
ดังนั้นเขามักจะเยาะเย้ยอิสลาม และมุสลิมต่อหน้าสาธารณชน


อยู่มาวันหนึ่งเด็กน้อยคนหนึ่งอายุ 10 ขวบ ได้ยินการกล่าวท้าทายให้ตอบคำถาม 3 ข้อของเขา
เด็กน้อยยืนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า "ฉันยอมรับคำท้าของท่าน"
ชายผู้นั้นหัวเราะเยาะเด็กน้อย "เจ้าเด็ก 10 ขวบ นี่หรือ ที่รับคำท้าของฉัน พวกท่านไม่มีใครแล้วหรือไง"
ทว่าเด็กน้อยยังมีทีท่าสงบเยือกเย็น เด็กน้อยรับคำท้าโดยหวังความช่วยเหลือจากอัลลออฺ
เขาต้องการให้เรื่องนี้จบลงโดยชายผู้นั้นยอมรับโดยดุษดี
ผู้คนทั้งเมือง ต่างพากันมุงดูรอบเนินแห่งหนึ่ง ชายคนนั้นขึ้นไปยืนบนเนินแล้วเปล่งเสียงถามคำถามข้อแรก




"ตอนนี้พระเจ้าของเจ้าทำอะไรอยู่?"
เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงขอให้ชายผู้นั้นลงมาจากเนิน เพื่อที่เขาจะได้ขึ้นไปตอบ
ชายผู้นั้นจึงลงมา แล้วเด็กน้อยก็ปีนขึ้นไปด้วยเท้าน้อยๆ ของเขา คำตอบของเด็กน้อยก็คือ
"อัลลอฮุอักบัร! ขอพระองค์ทรงเป็นพยานของฉันต่อหน้าหมู่ชนเหล่านี้ด้วยว่า
พระองค์ทรงประสงค์เพิ่งจะให้กาฟิรผู้นี้ลงมาอยู่ในระดับต่ำ และนำมุสลิมผู้หนึ่งขึ้นระดับที่สูงกว่า"
ผู้คนที่รายล้อมอยู่นั้นก็ตะโกนด้วยเสียงดังว่า "ตักบีร!" "อัลลอฮุอักบัร!!!"



ชายผู้นั้นอับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก แต่ยังทำใจดีสู้เสือ ถามคำถามข้อที่สอง
"มีอะไรอยู่ก่อนหน้าพระเจ้าของเจ้า?"
เด็กน้อยคิดแล้วคิดอีก สักพักหนึ่ก็ขอให้ชายคนนั้นนับถอยหลัง
ชายผู้นั้นก็นับ "10, 9, 8, 7, 6, 5, 4, 3, 2, 1, 0....."
เด็กน้อยก็ถาม มีอะไรก่อนหน้า 0 หรือเปล่าครับ... ชายผู้นั้นตอบว่าไม่มี
เด็กน้อยจึงกล่าวว่า "ถูกต้อง แน่นอนเหลือเกินว่าไม่มีอะไรอยู่หน้าอัลลอฮฺ
เพราะพระองค์คือผู้ที่อยู่ตลอดกาล ผู้ทรงสมบูรณ์ยิ่ง"
ผู้คนที่รายล้อมอยู่นั้นก็ตะโกนด้วยเสียงดังอีกครั้งว่า "ตักบีร!" "อัลลอฮุอักบัร!!!"



มาบัดนี้ชายคนนั้นรู้สึกหมดท่าจริงๆ แต่ก็ยังถามคำถามสุดท้ายอีกว่า
"ทิศใดที่พระเจ้าของเจ้ามองดูอยู่?" เด็กน้อยคิดสักครู่จึงขอเทียนใข 1 เล่ม
และส่งให้ชายผู้นั้นจุด
ชายผู้นั้นจุดเทียน แล้วถามอย่างสงสัยว่า "นี่เจ้าพิสูจน์อะไร?
เด็กน้อยจึงถามว่า "ท่านว่าแสงของเทียนใขมันส่องไปทิศใด?"
ชายผู้นั้นตอบว่ามันส่องไปทุกที่
เด็กน้อยจึงกล่าวว่า "ท่านได้ตอบคำถามของท่านแล้วล่ะครับ รัศมีของอัลลอฮฺส่องไปทุกทิศทุกทาง
พระองค์ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกซอกทุกมุมในจักรวาลในเวลาเดียวกัน
ไม่มีที่แห่งหนใดในจักรวาลที่เล็ดลอดไปจากพระองค์ได้แม้เพียงบพริบตาเดียว"
ผู้คนที่รายล้อมอยู่นั้นก็ตะโกนด้วยเสียงดังอีกครั้งว่า "ตักบีร!" "อัลลอฮุอักบัร!!!"







ชายคนนั้นประทับใจเด็กน้อยอย่างมากในความรู้และความมีคุณธรรม
และเขาก็ยอมรับอิสลามด้วยความยินยอมพร้อมใจ
ไม่เท่านั้น... ต่อมาเขายังกลายเป็นศิษย์ของเด็กน้อยนั้นอีกด้วย
เด็กน้อยผู้นั้นคือใคร?
เด็กน้อยผู้นั้นคือผู้นำคนหนึ่งของเรา เป็นหนึ่งในอิหม่ามผู้ยิ่งใหญ่
ท่านอิหม่ามอบูฮะนีฟะฮฺ (ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญและความเมตตาแก่ท่าน)



ที่มา : วารสารร่มเงาอิสลาม ปีที่ 1 ฉบับที่ 5

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
fura
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 23, 2004
ตอบ: 10


ตอบตอบ: Mon Jan 10, 2005 2:50 pm    ชื่อกระทู้: ขอแจมด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

อันดับแรกที่เราจะ ตอบคำถามเรื่องนี้ได้

เราต้องมีคำตอบสำหรับตัวเองอย่างชัดเจนก่อน

แล้วเราก็จะรู้ว่าเราต้องตอบอย่างไร
wassalam

_________________
Everything depends on Allah
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Apr 24, 2005 8:41 am    ชื่อกระทู้: Re: ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

wassalam
ขออนุญาตร่วมวงสนทนาด้วยคนนะครับ
ลองมาพิจารณาความมหัศจรรย์ข้างล่างนี้
الإعجاز العلمـي في البحار ความมหัศจรรย์แห่งท้องทะเล

﴿وهو الذي مرج البحرين هذا عذب فرات وهذا ملح أجاج وجعل بينهما برزخاً وحجراً محجوراً﴾[سورة الفرقان، الآية:53]

53. และพระองค์คือผู้ทรงทำให้ทะเลทั้งสองบรรจบติดกัน อันนี้จืดสนิทและอันนี้เค็มจัดและทรงทำที่คั่นระหว่างมันทั้งสอง และที่กั้นขวางอันแน่นหนา(*1*)

(1) คือทำให้ทะเลทั้งสองมาบรรจบติดเคียงข้างกัน โดยที่น้ำจืดกับน้ำเค็มจะไม่ปะปนกัน คือมีที่กั้นระหว่างทั้งสองโดยอนุภาพของพระองค์


ความหมายของคำจากรูปภาพ(ข้างล่าง)

1. Estuary = ปากแม่น้ำตอนกว้างที่น้ำเค็มและน้ำจืดมาพบกัน

2. Fresh water = น้ำจืด

3. salt water = น้ำเค็ม

4. vertically mixed = เส้นตั้งตรง ที่บอกระดับน้ำเค็บและน้ำจืดยังคงปนกันอยู่

นี่เป็นความมหัศจรรย์แห่งท้องทะเล ที่อัล-กุรอ่าน ได้บอกไว้เมื่อ 1426 ปีผ่านมาแล้ว ณ.เวลานั้น สิ่งนี้จะมีใครรู้หรือ ไม่มีแน่นอน นอกจากอัลลอฮ ผู้ทรงบันดาล มัน หรือใครว่าไม่จริง.... นี้คือ สิ่งพิสูจน์การมีอยู่จริงของผู้ทรงสร้าง

จาก asan



J2olGT3a.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  7.55 กิโลไบต์
 เข้าชม:  9997 ครั้ง

J2olGT3a.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Sat Apr 30, 2005 6:52 am    ชื่อกระทู้: Re: ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เศาะหาบะฮฺและบรรดาสลัฟไม่รู้วิทยาศาสตร์ และไม่รู้เลยว่ากุรอานพูดถึงโองการวิทยาศาสตร์แฝงไว้
แต่เค้าก็ศรัทธาพระเจ้ามากกว่ายุคเรานี่เสียอีก
ทำไม?? ทั้งๆที่ไม่มีหลักวิทยาศาสตร์จะมาพิสูจน์เลยว่านบีมุฮัมมัดพูดจริงหรือไม่จริง
แต่ด้วยกับยะเกนและความเที่ยงธรรมที่เขาได้รับหิดายะฮฺนั้นแรงกล้า

เขาเพียงมองใบไม้ใบเดียวก็รู้แล้วว่ามันมาจากพระเจ้า!!!
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Sat Apr 30, 2005 7:05 am    ชื่อกระทู้: Re: ถ้าคุณถูกถามเรื่อง "พระเจ้า" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้ามีคนถามว่าพระเจ้าคือใคร?
ก็ตอบไปว่าคือผู้ที่คุณรู้จักเป็นอย่างดี ...(มนุษย์ทุกคนรู้จักพระเจ้า)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
u
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 114


ตอบตอบ: Sat Jun 04, 2005 10:32 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



........................................................................................................

เส้นทางสู่อิสลามของ อับดุรรอฮีม กรีน : มุสลิมใหม่ และนักเผยแผ่แถวหน้าแห่งอังกฤษ

อับดุลเราะฮีม กรีน เป็นคนที่มีรูปร่างสูง มีผมสีบลอนด์ มีดวงตาสีเขียว ท่านเป็นชาวอังกฤษ เกิดในทานซาเนีย เมื่อปี 1964


ท่านได้เรียนที่โรงเรียนโบส์โรมัน คาทอลิก ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งมีชื่อว่า แอมเพิลฟอร์วิทยาลัย และศึกษาต่อสาขาวิชาประวัติศาสตร์ ในมหาวิทยาลัย ลอนดอน อย่างไรก็ตาม ท่านได้ออกจากการศึกษาเสียกลางคัน ท่านรู้สึกไม่พอใจต่อคริสตศาสนา ตั้งแต่ท่านมีอายุ 8 ขวบ ท่านเคยปฏิบัติธรรมศาสนาพุทธได้ประมาณ 3 ปี แม้ว่าท่านจะไม่เคยเข้ารีตเป็นพุทธอย่างเป็นทางการ


ต่อมาท่านได้มีโอกาสศึกษาเกี่ยวกับคัมภีร์อัล กุรอาน จนอัลกุรอานได้ดึงดูดท่านเข้าสู่อิสลามและยอมรับอิสลามในปี 1988 ท่านได้ทำงานดะวะฮฺ (เรียกร้องสู่อิสลาม) ในประเทศอังกฤษนับตั้งแต่นั้นมา

ปัจจุบัน ท่านทำงานบริษัท “อิสลามมิค มีเดีย” ที่อยู่ในอังกฤษและได้เข้าร่วมงานดะวะฮฺด้วย โดยมีกิจกรรมซึ่งประกอบด้วยการบรรยายเกี่ยวกับอิสลาม ในลอนดอน ที่ “hyde park” ซึ่งเป็นที่ที่มีชื่อเสียง ท่านเองพอเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักพูดที่ “hyde park” ในลอนดอน

ท่านได้พูดคุยและบรรยายให้แก่มุสลิม โดยให้มุ่งไปสู่คำสอนของท่านนะบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัย ฮิ วะซัลลัมและมุสลิมยุคแรก

อับดุร เราะฮีม กรีน ไม่เพียงแค่บรรยายเท่านั้น ท่านได้เขียนบทความและหนังสือจำนวนหนึ่งในการอธิบายอิสลามให้แก่โลกตะวันตกอีกด้วย



--------------------------------------------------------------------------------
เส้นทางสู่อิสลาม ของ อับดุร รอฮีม กรีน

ฉันเกิดในครอบครัวชาวอังกฤษที่ดารุสลาม ประเทศแทนซาเนีย ในปี 1964 เกรวิน กรีน ซึ่งเป็นพ่อของฉันเขาเคยเป็นผู้บริหารกิจการอาณานิคมคนหนึ่ง จนกระทั่งสิ้นสุดจักรวรรดิอังกฤษ ต่อมาเขาได้ทำงานในธนาคารบาร์เครย์ ( Bauclays )ในปี 1976 และก็ได้ย้ายไปประเทศอิยิปต์เพื่อจัดตั้งธนาคารบาร์เครย์สาขาอิยิปต์
ฉันก็ได้ศึกษาในโรงเรียนนักบุญของโรมันคาทอลิกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเรียกกันว่าวิทยาลัยแอมฟริฟอร์ด และฉันได้เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยลอนดอน แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็ได้เลิกเรียนกลางคัน

ฉันรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งกับคริสตศาสนาเมื่อตอนฉันอายุได้ 8 ขวบ ซึ่งมุ่งเน้นสอนให้ฉันร้องเพลงสรรเสริญพระเมรี ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฉันรับไม่ได้เลยทีเดียว ในขณะที่ชาวคริสต์นั้นได้พรรณนาเอ่ยถึงความยิ่งใหญ่และความไม่มีที่สิ้นสุดของพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาก็ไม่มีความรู้สึกละอายใจในการให้เหตุผลของการเกิดพระผู้เป็นเจ้าว่ามาจากครรภ์ของพระเมรี สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันคิดว่าพระแมรีนั้นยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าซะอีก

ฉันได้เติบโตขึ้นด้วยระบบการศึกษาอังกฤษ ซึ่งเป็นศูนย์การศึกษาในยุโรปและเป็นศูนย์ประวัติศาสตร์โลกในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอารยธรรมซึ่งได้กล่าวถึงความเจริญในยุโรป การใช้ชีวิตในอิยิปต์และได้เห็นซากปรักหักพังที่เข้าถึงได้เฉพาะนักโบราณคดีเท่านั้น ทำให้ฉันได้พบการตีความทั้งหมดของชาวตะวันตกในประวัติศาสตร์นั้นแถบจะเชื่อถือไม่ได้เลย ฉันได้เริ่มศึกษาเป็นการส่วนตัวในเรื่องของประวัติศาสตร์ ศึกษาชีวประวัติของบุคคลต่างๆ ที่สำคัญของโลก ศึกษาปรัชญาและคัมภีร์ต่างๆที่หลากหลาย ฉันเองถึงกับเคยฝึกในการปฏิบัติของพุทธศาสนาเกือบจะ 3 ปี ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยเข้ารีตศาสนานี้เลยก็ตาม

อย่างไรก็ตาม จากการที่ฉันได้ศึกษาอัล-กรุอาน มันได้ดึงดูดฉันทันทีที่ฉันได้สัมผัส สาส์นของอัล-กุรอานนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจฉันเป็นอย่างมากและฉันก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแน่นอน ฉันเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งไหนที่จะนำทางฉันได้นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น.......... นี่คือเหตุผลที่นำฉันไปสู่การเข้ารับอิสลาม




อุมมุ สลามะฮ์ เรียบเรียง
คัดลอกจากฟิตยะห์ดอทคอม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4
หน้า 4 จากทั้งหมด 4

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.21 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004