ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - ผ่านก็ส่งต่อไป“แล้วออกอีดอีดิ้ลฟิตริปีนี้ จะตามใครดีเอ่ย ?”
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
ผ่านก็ส่งต่อไป“แล้วออกอีดอีดิ้ลฟิตริปีนี้ จะตามใครดีเอ่ย ?”
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักปฏิบัติ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 12:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม
ท่านอัลบัยฮะกีย์ ได้บันทึกหะดิษจากสายรายงานของกุรัยบ์เองในอัสสุนันของท่านว่า

أخبرنا علي بن أحمد بن عبدان، أنا أحمد بن عبيد، ثنا عبيد بن شريك : ثنا ابن أبي مريم، أنا محمد بن جعفر، ثني محمد بن حرملة، أخبرني كريب أنه سمع ابن عباس يقول: أمرنا رسول الله صلى الله عليه وسلم أن نصوم لرؤية الهلال ونفطر لرؤيته فإن غم علينا أن نكمل ثلاثين

อะลี บินอะหมัด บิน อับดาน ได้บอกเราว่า " ฉันคือ อะหมัดบิน อุบัยด์ อุบัยด์ บินชะรีก,อิบนุอบีมัรยัม ได้เล่าว่า "ฉันคือ มุหัมหมัด บิน ยะอฺฟัร ,มุหัมหมัด บิน หัรมะละฮ ได้เล่าฉันว่า "กุรัยบ์ ได้บอกฉันว่า เขาได้ยินอิบนุอับบาส กล่าวว่า "รซูลุลลอฮ ได้ใช้เราให้ถือศีลอด สำหรับการเห็นเดือนเสี้ยว และให้เราละศีลอด สำหรับการเห็นมัน ดังนั้นถ้าหากมีเมฆมาบัง ก็ให้เราถือให้ครบ 30 วัน"
.......
อัลหาฟิซ อัลเฆาะมารีย์ กล่าวว่า

"فهذا هو حديث كريب نفسه اختصره بعض الرواة بقوله: "هَكَذَا أَمَرَنَا رَسُولُ اللَّه
หะดิษนี้ คือ หะดิษของกุรัยบ์เอง ผู้รายงานบางส่วนได้สรุปมัน ด้วยการกล่าวว่า "นี้แหละคือ สิ่งที่รซูลุลลอฮ ใช้พวกเรา (1)
-(1) "التوجيه" (ص 83)، وقد فصل في ذلك وذكر طرقاً كثيرة فراجعها من (ص 82 إلى ص 90)
......

และผู้รายงานที่ชื่อ มุหัมหมัด บิน หัรมะละฮ คือ ตัวของผู้รายงานจากกุรัยบ์ ในเศาะเฮียะมุสลิม ก็แสดงว่า น่าจะเป็นหะดิษเดียวกัน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 12:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หลักการดูเดือนมีดังนี้ครับ

1.อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

فَمَن شَهِدَ مِنكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ
ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าประจักษ์ชัดแก่เดือนนั้น เขาจงถือศีลอด
2. อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

يَسْأَلُونَكَ عَنِ الأَهِلَّةِ قُلْ هِيَ مَوَاقِيتُ لِلنَّاسِ وَالْحَجِّ

พวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับเดือนแรกขึ้น(เดือนเสี้ยว) จงกล่าวเถิด มันคือกำหนดเวลาต่างๆสำหรับมนุษย์และสำหรับประกอบพิธีหัจญ - อัลบะเกาะเราะฮ /189

3. ท่านนบี Solallah กล่าวว่า

"صوموا لرؤيته، وأفطروا لرؤيته، فإن غُمَّ عليكم، فأكملوا عدة شعبان ثلاثين يوماً". رواه البخاري، ومسلم

พวกท่านจงถือศีลอดอันเนื่องมาจากเห็นเดือนเสี้ยว (ของเดือนเราะมะฎอน)และพวกท่านจงงดการถือศีลอด เนื่องจากการเห็นเดือนเสี้ยว(ของเดือนเชาวาล) แล้วถ้าหากมีเมฆมาบดบัง ก็จงนับเดือนชะอฺบานให้ครบ 30 วัน" - รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม

4. รายงานจากอิบนุอุมัร(ร.ฎ)กล่าวว่า

تراءى الناس الهلالَ، فأخبرتُ رسول اللّه صلى الله عليه وسلم، أني رأيتُه، فصـام وأمَرَ النـاس بصيامـه -رواه أبـو داود، والحاكـم، وابن حِبّان، وصححاه

บรรดาผู้คนเห็นเดือนเสี้ยว แล้วข้าพเจ้าได้บอกกับท่านรซูลุ้ลลอฮ Solallah ว่า ข้าพเจ้าเห็นมัน แล้วท่านก็ได้ถือศีลอด และใช้ให้ประชาชนถือศีลอด- รายงานโดย อบูดาวูด หากิมและอิบนุหิบบาน และท่านทั้งสองระบุว่าเป็นหะดิษเศาะเฮียะ

5. และดังที่ได้ระบุในฟิกฮอัสสุนนะฮว่า

ذهب الجمهور إلى أنه لا عبرة باختلاف المطالع.
فمتى رأى الهلالَ أهلُ بلد، وجب الصوم على جميع البلاد؛ لقول الرسول صلى الله عليه وسلم: "صوموا لرؤيته، وأفطروا لرؤيته". وهو خطاب عام لجميع الأمة، فمن رآه منهم في أيِّ مكان، كان ذلك رؤية لهم جميعاً

เมื่อช่าวเมืองหนึ่งเมืองใด เห็นเดือนเสี้ยว ก็จำเป็นบรรดาเมืองอื่นทั้งหมด ต้องถือศีลอด เพราะรซูลุ้ลลอฮ Solallah กล่าวว่า พวกท่านจงถือศีลอดอันเนื่องมาจากเห็นเดือนเสี้ยว (ของเดือนเราะมะฎอน)และพวกท่านจงงดการถือศีลอด เนื่องจากการเห็นเดือนเสี้ยว(ของเดือนเชาวาล) และท่านได้กล่าวกับบรรดาอุมมะฮทั้งหมด ดังนั้นผู้ใดจากพวกเขาเห็นเดือนเสี้ยวที่ใดก็ตาม ดังกล่าวนั้น เป็นการเห็นสำหรับพวกเขาทั้งหมด - ดูฟิกอัสสุนนะฮ ของสัยยิดสาบิก

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nadwa
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/09/2009
ตอบ: 9


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 5:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สลาม พี่น้องทั้งหลาย
ขออนุญาตตอบท่าน อะซัน สักนิดตรงนี้ก่อนนะ เพราะช่วงนี้เริ่มงานเข้ามากขึ้น จึงไม่ค่อยมีเวลา มาเสวนาเท่าไร เอาล่ะตรงนี้ขอตอบแบบวิเคระห์เชิงหลักฐานเท่านั้น จะไม่อ้างถึงข้อความอะไรให้ยึดเยื้อมาก

บทสรุปในหนังสือฟิกฮฺของซัยยิด ซาบิก นั้น หากวิเคราะห์กันตามหลักการแล้ว ไม่ถือว่าสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันการไม่เอามัตละอฺได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ปฏิเสธการดูเดือนแบบท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะเป็นเพียงทัศนะหนึ่งเดียวของท่าน มิใช่มติเห็นชอบขงอุลามาอฺ (อิจมาอฺ)
ฉะนั้นตามหลักการฟิกฮฺแล้ว ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานได้

ส่วนมติของอุลามาะที่คุณ บันดุงยกมาให้ทราบ แล้วตามด้วยคำแปลนั้น ถือว่าเป็นมติของอุลามาอฺในยุคนี้ และอ้างเป็นหลักฐานในทางฟิกฮฺได้ด้วย

จริงๆ แล้ว ข้อวินิฉัยทางฟิกฮฺนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และเหตุการณ์ในแต่ละยุค โดยตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของ กุรอาน และหะดีษ ใครเรียนอุซูลลุลฟิกฮฺมา คงทราบ

ฉะนั้น ยุคนี้อุลามาอฺท่านวินิฉัยแล้ว ว่า เอาเดือนแบบท้องถิ่น โดยเห็นก็นับวันใหม่เป็นวันที่ 1 เดือนใหม่ ไม่เห็นก็นับเดือนเก่าให้ครบ 30 วัน

อย่างไรก็ตาม หนังสือฟิกฮฺซุนนะฮฺก็ยังใช้ได้ในหลายบทวินิฉัย แต่หลายๆ เรื่องนั้นต้องวินิฉัยใหม่โดยต้องดูว่าอุลามาอฺที่ได้รับการยอมรับร่วมสมัยท่านว่าอย่างไร เพราะหลายเรื่องที่อุลามาอฺรุ่นก่อนๆๆ ท่านฟัตวา หรือเขียนนั้น เป็นช่วงที่มุสลิมเป็นเจ้าปกครอง มีรัฐ แต่ยุคนี้มุสลิมเป็นผู้ถูกปกครองมันต่างกัน ก็ต้องมาดูกันใหม่ในเรื่องฟิกฮฺ บางเรื่อง ทั้งหมดคงเข้าใจนะว่า ไม่ได้หมายความว่า ให้แก้ กรุอาน หรือหะดีษ

ยังไงก็ฝากค้นคว้าหาคำตอบกันต่อไปล่ะกัน เพราะมุสลิมนั้น ควรเรียนกันยันตายนั้นแหละ อย่ามาหยุดกันแค่ยุคกลาง แล้วบอกว่าไม่คิดแล้ว ใช้แปลหนังสือมาเล่าให้พี่น้องฟังอย่างเดียวก็พอ ง่ายจังเลยนะงานวิชาการอิสลาม

วัสลาม
นัดวา

น้อมรับคำชมแบบสร้างสรรค์คร้าบบบบ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 8:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

nadwa บันทึก:
สลาม พี่น้องทั้งหลาย

บทสรุปในหนังสือฟิกฮฺของซัยยิด ซาบิก นั้น หากวิเคราะห์กันตามหลักการแล้ว ไม่ถือว่าสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันการไม่เอามัตละอฺได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ปฏิเสธการดูเดือนแบบท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะเป็นเพียงทัศนะหนึ่งเดียวของท่าน มิใช่มติเห็นชอบขงอุลามาอฺ (อิจมาอฺ)
ฉะนั้นตามหลักการฟิกฮฺแล้ว ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานได้

ส่วนมติของอุลามาะที่คุณ บันดุงยกมาให้ทราบ แล้วตามด้วยคำแปลนั้น ถือว่าเป็นมติของอุลามาอฺในยุคนี้ และอ้างเป็นหลักฐานในทางฟิกฮฺได้ด้วย

จริงๆ แล้ว ข้อวินิฉัยทางฟิกฮฺนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และเหตุการณ์ในแต่ละยุค โดยตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของ กุรอาน และหะดีษ ใครเรียนอุซูลลุลฟิกฮฺมา คงทราบ

ฉะนั้น ยุคนี้อุลามาอฺท่านวินิฉัยแล้ว ว่า เอาเดือนแบบท้องถิ่น โดยเห็นก็นับวันใหม่เป็นวันที่ 1 เดือนใหม่ ไม่เห็นก็นับเดือนเก่าให้ครบ 30 วัน นัดวา



Question

จริงๆแล้วประเด็นการขัดแย้งเรื่องการเห็นเดือนเสี้ยวในการเข้าเดือนเราะมะฎอนและกำหนดวันอีด นักวิชาการเขามีความเห็นต่างกันมานานเป็นร้อยๆปี เพราะการมองหลักฐานไปคนละมุมกัน ไม่มีนักวิชาการคนใหนเขามาชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดฝ่ายใดถูก ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสในปัญหานี้เลย แต่เท่าที่ดูผู้ตั้งกระทู้ต้องการจะเอาชนะในประเด็นนี้ คุณ nadwa แสดงทัศนะหักล้างคำพูดของท่านสัยยิดสาบิก ว่า ไม่ถูกต้อง โดยใช้ความเห็นของตัวเอง จริงๆผมได้โพสต์รายละเอียดไว้เยอะ คุณนัดวา และแนวร่วมน่าจะวิจารณ์ให้หมด จะมาอ้างว่าไม่ว่างไม่ได้ เพราะเป็นกระทู้ที่พวกท่านพยายามตั้งขึ้นมาเพื่อมาหักล้างทัศนะที่ตรงกันข้ามให้อยู่หมัดมิใช่หรือ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 8:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

nadwa บันทึก:
สลาม พี่น้องทั้งหลาย

บทสรุปในหนังสือฟิกฮฺของซัยยิด ซาบิก นั้น หากวิเคราะห์กันตามหลักการแล้ว ไม่ถือว่าสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันการไม่เอามัตละอฺได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ปฏิเสธการดูเดือนแบบท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะเป็นเพียงทัศนะหนึ่งเดียวของท่าน มิใช่มติเห็นชอบขงอุลามาอฺ (อิจมาอฺ)
ฉะนั้นตามหลักการฟิกฮฺแล้ว ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานได้


คำว่า "ถือว่าเป็นหลักฐานไม่ได้" คุณสรุปเองใช่ไหมครับ แต่ก็มีนักวิชาการที่เขาถือเอามาเป็นหลักฐานนะครับเช่น

เช็คอัลบะฮูตีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) กล่าวว่า

وإذا ثبتت رؤية الهلال بمكان قريباً كان أو بعيداً لزم الناس كلهم الصوم ، وحكم من لم يره حكم من رآه ؛ لقوله - صلى الله عليه وسلم - صوموا لرؤيته . وهو خطاب للأمة كافة ، ولأن الشهر في الحقيقة ما بين الهلالين ، وقد ثبت أن هذا اليوم منه في جميع الأحكام

และเมื่อการเห็นเดือนเสี้ยว ได้เป็นที่แน่นอน โดยสถานที่ใกล้เคียงหรือ ใกลก็ตาม ก็จำเป็นแก่ประชาชน ทั้งหมดจะต้องถือศีลอด และหุกุม(ข้อกำหนด)ของผู้ที่ไม่เห็นมัน เช่น เดียวกับหุกุมของผู้ที่เห็นมัน เพราะท่านนบี Solallah กล่าวว่า "พวกท่านจงถือศีลอด เนื่องจากการเห็นมัน(เห็นเดือนเสี้ยว) และมันคือ การกล่าวกับประชาชาติทั้งหมด และเพราะว่า (คำว่า)เดือนในความเป็นจริงนั้น คือ สิ่งที่อยู่ระหว่างสองเดือนเสี้ยว(หมายถึง เดือนเสี้ยวตอนต้นเดือนและเดือนเสี้ยวของเดือนใหม่) ...(1)
.........

อิหม่ามอัลกุรฎุบีย์ กล่าวถึงทัศนะของอิหม่ามมาลิกว่า

" وأما مذهب مالك – رحمه الله – في هذه المسألة ؛ فروى ابن وهب وابن القاسم عنه في ( المجموعة ) أن أهل البصرة إذا رأوا هلال رمضان ثم بلغ ذلك الكوفة والمدينة واليمن أنه يلزمهم الصيام أو القضاء إن فات الأداء
และสำหรับมัซฮับมาลิก(ขออัลลอฮโปรดเมตตาต่อท่าน) ในประเด็นปัญหานี้ว่า "อิบนุวะฮับ และอิบนุ อัลกอเซ็ม ได้รายงานจากเขา(มาลิก)ใน(อัลมัจญมูอะฮ)ว่า "แท้จริงชาวเมืองบัศเราะฮ เมื่อพวกเขาเห็นเดือนเสี้ยวของเดือนเราะมะฎอน ต่อมา ข่าวดังกล่าวนั้น ได้ไปถึงเมืองกูฟะฮ,เมืองมะดีนะฮและเมืองเยเมน ว่า แท้จริงจำเป็นแก่พวกเขาจะต้องถือศีลอด หรือ ต้องถือชดใช้หากเขาไม่ได้ถือในเวลา (2)

...................

คุณnadwa และ คุณ bundung จะค้านว่าอย่างไรในทัศนะข้างต้น ผมกำลังรอหลักฐานจากท่านอยู่ครับ
--------------------------
(1) كشاف القناع ، دار الفكر ، ج2/ص303

(2) - ( الجامع لأحكام القرآن ،دار الفكر ط 1993 ، ج2 ، ص 276 )

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 9:10 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนุอัลฮุมาม(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

وإذا ثبت في مصر [ أي : في بلد ] لزم سائر الناس فيلزم أهل المشرق في رؤية أهل المغرب في ظاهر المذهب " أي : المذهب الحنفي
เมื่อ มันปรากฏแน่นอน ในเมืองหนึ่งเมื่องใด ก็จำเป็นแก่ประชาชนอื่นๆ ด้วย ชาวตะวันออกก็จำเป็น(จะต้องถือศีลอด) ในการเห็นเดือนเสี้ยวของชาวตะวันตก ตามซอฮีรมัซฮับ หมายถึง มัซฮับอัลหะนะฟีย์ (1)
-----------
ผมได้นำเสนอทัศนะของนักวิชาการที่เขามีทัศนะต่างกับพี่น้องที่ตั้งกระทู้ ก็เพื่อจะบอกว่า "เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะครับ เช่น หาวิธีการลบล้างสิ่งที่ถูกอ้างเป็นศาสนา โดยไม่มีหลักฐาน หรือ บิดอะฮ เพราะตามที่ผมเรียนข้างต้น ว่า สองทัศนะที่ต่างกัน มันมีมานานแล้ว ต่างก็มีหลักฐาน แต่มองคนละมุมกัน เราน่าจะเปิดกว้างกับประเด็นนี้จะดีกว่า
---------
(1) - ( فتح القدير: ج2/ص313 )

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nadwa
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/09/2009
ตอบ: 9


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 10:17 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สลามพี่น้องที่รักการเรียนรู้
ก่อนอื่นต้องขอมะอัฟพี่น้องด้วยที่ทำให้หลายๆๆคนเข้าใจผิด กับสิ่งที่กระผมเขียนขึ้น และตีความหมายกันคนละอย่าง จริงๆ แล้วผม และหลายๆ คนนั้นทราบดีอยู่แล้วว่าปัญาหานี้มีมานานแล้ว และก็มีความเข้าใจต่างกัน ก็ขนาดสิ่งที่กระผมเขียนยังทำให้หลายคนเข้าใจผิดเลย แล้วเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างนั้นย่อมมีความที่เข้าใจต่างกันได้ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ไหนล่ะครับ เอาล่ะผมขอตอบสิ่งที่คุณเขียนก่อนนะ

จริงๆแล้วประเด็นการขัดแย้งเรื่องการเห็นเดือนเสี้ยวในการเข้าเดือนเราะมะฎอนและกำหนดวันอีด นักวิชาการเขามีความเห็นต่างกันมานานเป็นร้อยๆปี เพราะการมองหลักฐานไปคนละมุมกัน ไม่มีนักวิชาการคนใหนเขามาชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดฝ่ายใดถูก ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสในปัญหานี้เลย แต่เท่าที่ดูผู้ตั้งกระทู้ต้องการจะเอาชนะในประเด็นนี้ คุณ nadwa แสดงทัศนะหักล้างคำพูดของท่านสัยยิดสาบิก ว่า ไม่ถูกต้อง โดยใช้ความเห็นของตัวเอง จริงๆผมได้โพสต์รายละเอียดไว้เยอะ คุณนัดวา และแนวร่วมน่าจะวิจารณ์ให้หมด จะมาอ้างว่าไม่ว่างไม่ได้ เพราะเป็นกระทู้ที่พวกท่านพยายามตั้งขึ้นมาเพื่อมาหักล้างทัศนะที่ตรงกันข้ามให้อยู่หมัดมิใช่หรือ

ถ้าคุณอะซันไปอ่านข้อความกระผมใหม่ดีๆ จะเห็นว่าผมไม่ได้กล่าวดังนี้เลย

1. ชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก (เหมือนนักพูดศาสนาบางคนในประเทศไทยเคยทำ หรือทำอยู่)
2. ผมไม่ได้กล่าวว่าท่าน ซัยยิดซาบิกกล่าวผิด แต่กล่าวว่า ทัศนะนี้นำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ เพราะไม่ใช่อิจมาอฺ (คงเข้า
ใจหลักอิจมาอฺนะ)
3. ผมไม่ได้ใช้ความเห็นตัวเองที่กล่าวว่าทัศนะนี้นำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ แต่เป็นหลักการตามอุซูลุลฟิกฮฺ (ดูหนังสือนุ
ฆบะตุลฟิกฮฺ)
4. อิสลามไม่ได้มีแค่เรื่องการดูเดือน เท่านั้น แต่การประกอบอาชีพก็เป็นศาสนาเช่นกัน เพราะทุกคนจะต้องถูกสอบ
สวนในหน้าที่ของตน ฉะนัน้ ผมอาจมีภาระอื่นๆมากกว่า หรืออีกนัยหนึ่งไม่ใช่คนว่างงานมากเหมือนคุณอะซันก็
ได้
5. ทัศนะที่ถูกตั้งขึ้นเท่าที่อ่านดีๆ คนตั้งกระทู้ คุณบันดุง ต้องการจะทราบว่า ที่กล่าวว่า เห็นเดือนที่ไหนในโลกก็ได้
นั้นจริงหรือ? เพราะเท่าที่ผ่านมา (เช่นตอนออกอีดปีนี้) ไม่เห็นพี่น้องชาวไทย (บางส่วน) ฟังการ
ประกาศจากประเทศอื่นก่อนประเทศไทยเลย เช่น มีการเห็นจันทร์เสี้ยวที่ PERTH ออสเตรเลีย เป็นต้น และอีก
หลายๆ ครั้งที่การรอผลสิ้นสุดที่ซาอุฯเท่านั้น กระทู้เลยมีคำถามหลักๆ ว่า จะเริ่มดูที่ไหน และสิ้นสุดที่ไหนล่ะ ถึง
จะเรียกว่าที่ไหนเห็นเอาที่นั้น

6. ส่วนที่คุณอะซันยกทัศนะของอุลามาอฺมานั้น ผมก็ทราบครับว่ามี ผมก็อ่านมาแล้ว และบรรดาอุลามาอฺที่ร่วมลงนาม
ในมติเห็นชอบว่าให้ใช้การดูเดือนตามท้องถิ่นท่านเหล่านั้นก็อ่านมาแล้ว และละเอียดถี่ถ้วนกว่าพวกเราด้วยซ้ำ และมี
อุลามาอฺจากทุกมัซฮับด้วย แต่ผลของมติอุลามาอฺ (อิจมาอฺในยุคนี้) คือ ให้ใช้เดือนท้องถิ่น ซึ่งร่วมทั้งอีดอัฎฮาด้วย
ซ้ำไป


สรุป

1. จะเริ่มดูที่ไหน และสิ้นสุดที่ไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่าที่ไหนเห็นเอาที่นั้น?
2. การตามมติอิจมาอฺมีผลดีกว่าไหม? ถ้าไม่อย่างไร?


วัสลาม
นัดวา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 10:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

nadwa บันทึก:
[size=18]สลามพี่น้องที่รักการเรียนรู้
ถ้าคุณอะซันไปอ่านข้อความกระผมใหม่ดีๆ จะเห็นว่าผมไม่ได้กล่าวดังนี้เลย
[u][color=darkblue]
1. ชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก (เหมือนนักพูดศาสนาบางคนในประเทศไทยเคยทำ หรือทำอยู่)
2. ผมไม่ได้กล่าวว่าท่าน ซัยยิดซาบิกกล่าวผิด แต่กล่าวว่า ทัศนะนี้นำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ เพราะไม่ใช่อิจมาอฺ (คงเข้า
ใจหลักอิจมาอฺนะ)
3. ผมไม่ได้ใช้ความเห็นตัวเองที่กล่าวว่าทัศนะนี้นำมาเป็นหลักฐานไม่ได้ แต่เป็นหลักการตามอุซูลุลฟิกฮฺ (ดูหนังสือนุ
ฆบะตุลฟิกฮฺ)
4. อิสลามไม่ได้มีแค่เรื่องการดูเดือน เท่านั้น แต่การประกอบอาชีพก็เป็นศาสนาเช่นกัน เพราะทุกคนจะต้องถูกสอบ
สวนในหน้าที่ของตน ฉะนัน้ ผมอาจมีภาระอื่นๆมากกว่า หรืออีกนัยหนึ่งไม่ใช่คนว่างงานมากเหมือนคุณอะซันก็
ได้
วัสลาม
นัดวา


1. การอิจญมาอฺที่เอามาเป็นหลักฐานทางหุกุมศาสนาได้เป็นอย่างไรหรือครับ
2. ผมไม่ได้ว่างงานนะครับ ผมเป็นครูสอนนักเรียน และช่วงนี้เป็นช่วงสอบ ต้องคุมสอบนักเรียนทั้งวัน ส่วนตอนกลางคืนตรวจข้อสอบ แต่ที่เข้ามาโพสต์เพราะถูกกล่าวหาว่า ขมขื่นเมื่อเจอหลักฐานของพวกท่าน ดูข้างล่าง
http://www.moradokislam.org/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=12158#12158

.......
ผมไม่อยากยุ่งกับประเด็นนี้ แต่ก็จำเป็นต้องเข้ามาสนทนาด้วยทั้งๆที่เบื่อหน่ายในประเด็นนี้
และขอความคิดเห็นของท่านสักหะดิษคือ

عَنْ أَبِي عُمَيْرِ بْنِ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ قَالَ حَدَّثَنِي عُمُومَتِي مِنْ الْأَنْصَارِ مِنْ أَصْحَابِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالُوا أُغْمِيَ عَلَيْنَا هِلَالُ شَوَّالٍ فَأَصْبَحْنَا صِيَامًا فَجَاءَ رَكْبٌ مِنْ آخِرِ النَّهَارِ فَشَهِدُوا عِنْدَ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنَّهُمْ رَأَوْا الْهِلَالَ بِالْأَمْسِ فَأَمَرَهُمْ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنْ يُفْطِرُوا وَأَنْ يَخْرُجُوا إِلَى عِيدِهِمْ مِنْ الْغَدِ

จากอบีอุมัยริน บิน อะนัส บิน มาลิก กล่าวว่า พี่น้องฝ่ายบิดาของข้าพเจ้า ชาวอันศอร จากสาวกของรซูลุลลอฮ Solallah ได้เล่าข้าพเจ้า โดยพวกเขากล่าวว่า "เดือนเสี้ยวของเดือนเชาวาล ได้ถูกบดบังแก่พวกเรา แล้วพอตอนเช้าพวกเราก็ถือศีลอด แล้วได้มีกลุ่มคนขี่ม้าได้มาถึง ในตอนช่วงท้ายของกลางวัน แล้วพวกเขายืนยัน ณ ที่รซูลลุลลอฮ Solallah ว่า พวกเขาได้เห็นเดือนเสี้ยว เมื่อวานนี้ แล้วรซูลุลลอฮ Solallah ได้ใช้พวกเขาให้ละศีลอดและให้ออกไปยังอีดของพวกเขาในวันพรุ่งนี้(หมายถึงรุ่งขึ้น) - ดู เศาะเฮียะอิบนุมายะฮ หะดิษหมายเลข 1348 และสุนันอัลกุบรอ หะดิษหมายเลข 7998 กิตาบุศศิยาม
...........
อยากทราบว่า ทำไมท่านนบี Solallah ไม่ถือศีลอดให้ครบ เพราะในนครมะดีนะฮ ไม่เห็นเดือนเสี้ยว แต่กลับไปตามการเห็นเดือนเสี้ยวของผู้ที่มาจากสถานที่อันห่างใกล ซึ่งมาถึงนครมะดีนะฮเกือบจะค่ำ และพวกเขาเห็นเดือนเสี้ยวมาจากท้องถิ่นอื่นที่ห่างใกล หวังว่าคงได้รับความกระจ่างนะครับ ท่าน นัดวา

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Ruski
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/09/2009
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 11:51 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation Wink
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Ruski
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/09/2009
ตอบ: 3


ตอบตอบ: Wed Sep 23, 2009 11:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จงแสวงหาดวงจันถึงแม้มันจะไกลถึงเมืองจีนก็ตาม ....ขำขำแก้ง่วง

ไม่ทราบว่าหลักฐานที่อาจารย์อะสันยกมาใช้เป็นหลักฐานการอยู่ดวงจันทั่วโลกได้เหรอคับ???
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nadwa
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/09/2009
ตอบ: 9


ตอบตอบ: Thu Sep 24, 2009 12:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สลาม พี่น้องที่รักการเรียนรู้
กระทู้นี้ดูเหมือนว่าจะยืดเยื้อแน่นอน เพราะคำถาม มักถูกถามต่อ และมักไม่มีคำตอบที่ตรงประเด็นเท่าใดนัก
มีหนักไปทางหลักฐานที่ก็อบมาแทบทั้งนั้น ซึ่งไม่มีใครคัดค้านเลย ถ้าจะมีก็เพียงการอธิบายที่แตกต่างกัน

ต้องขอบคุณ คุณอะซันที่นำหลักฐานมาแสดงทั้งหมด ซึ่งสรุปตรงนี้จากหลักฐานแล้ว จะดีมากเลยสำหรับพี่น้องที่รักการเรียนรู้หากท่านอะซันจะกรุณา แจ้งวิธีการนำหลักฐานทั้งหมดมาใช้จริงๆ เป็นแบบแผนในยุคนี้ แต่ก่อนจะนำเสนอ อยากรบกวนตอบคำถามกระผมก่อน ดังนี้


1. จะเริ่มดูที่ไหน และสิ้นสุดที่ไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่าที่ไหนเห็นเอาที่นั้น?
2. มติอิจมาอฺร่วมสมัย (ที่ท่านบันดุงยกมา) สามารถเป็นหลักฐานนำมาปฏิบัติได้หรือไม่อย่างไร? (เพราะมตินี้
มีเจตนาลดปัญหาความแตกต่างในเรื่องนี้)


เอาแค่นี้ก่อน แล้วเสาร์อาทิตย์นี้ผมจะมาคุยแบบละเอียดบ้าง เพราะเวลามีจำกัดกว่าท่านอะซัน
อย่างไรก็ต้องขอบคุณ ท่านอะซันมากๆ ที่อุตสาห์สละเวลาตรวจข้อสอบน.ร. มาค้นหลักฐานเพื่อชี้แจงอีกครั้ง ด้วยความเคารพครับ (รู้สึกดีมากที่ได้คุยกับท่านอะซันแบบวิชาการ)


วัสลาม
นัดวา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nadwa
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/09/2009
ตอบ: 9


ตอบตอบ: Thu Sep 24, 2009 12:32 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

nadwa บันทึก:
สลาม พี่น้องที่รักการเรียนรู้
กระทู้นี้ดูเหมือนว่าจะยืดเยื้อแน่นอน เพราะคำถาม มักถูกถามต่อ และมักไม่มีคำตอบที่ตรงประเด็นเท่าใดนัก
มีหนักไปทางหลักฐานที่ก็อบมาแทบทั้งนั้น ซึ่งไม่มีใครคัดค้านเลย ถ้าจะมีก็เพียงการอธิบายที่แตกต่างกัน

ต้องขอบคุณ คุณอะซันที่นำหลักฐานมาแสดงทั้งหมด ซึ่งสรุปตรงนี้จากหลักฐานแล้ว จะดีมากเลยสำหรับพี่น้องที่รักการเรียนรู้หากท่านอะซันจะกรุณา แจ้งวิธีการนำหลักฐานทั้งหมดมาใช้จริงๆ เป็นแบบแผนในยุคนี้ แต่ก่อนจะนำเสนอ อยากรบกวนตอบคำถามกระผมก่อน ดังนี้


1. จะเริ่มดูที่ไหน และสิ้นสุดที่ไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่าที่ไหนเห็นเอาที่นั้น?
2. มติอิจมาอฺร่วมสมัย (ที่ท่านบันดุงยกมา) สามารถเป็นหลักฐานนำมาปฏิบัติได้หรือไม่อย่างไร? (เพราะมตินี้
มีเจตนาลดปัญหาความแตกต่างในเรื่องนี้)


เอาแค่นี้ก่อน แล้วเสาร์อาทิตย์นี้ผมจะมาคุยแบบละเอียดบ้าง เพราะเวลามีจำกัดกว่าท่านอะซัน
อย่างไรก็ต้องขอบคุณ ท่านอะซันมากๆ ที่อุตสาห์สละเวลาตรวจข้อสอบน.ร. มาค้นหลักฐานเพื่อชี้แจงอีกครั้ง ด้วยความเคารพครับ (รู้สึกดีมากที่ได้คุยกับท่านอะซันแบบวิชาการ)


วัสลาม
นัดวา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Thu Sep 24, 2009 5:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

nadwa บันทึก:
nadwa บันทึก:
สลาม พี่น้องที่รักการเรียนรู้
กระทู้นี้ดูเหมือนว่าจะยืดเยื้อแน่นอน เพราะคำถาม มักถูกถามต่อ และมักไม่มีคำตอบที่ตรงประเด็นเท่าใดนัก
มีหนักไปทางหลักฐานที่ก็อบมาแทบทั้งนั้น ซึ่งไม่มีใครคัดค้านเลย ถ้าจะมีก็เพียงการอธิบายที่แตกต่างกัน

1. จะเริ่มดูที่ไหน และสิ้นสุดที่ไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่าที่ไหนเห็นเอาที่นั้น?
2. มติอิจมาอฺร่วมสมัย (ที่ท่านบันดุงยกมา) สามารถเป็นหลักฐานนำมาปฏิบัติได้หรือไม่อย่างไร? (เพราะมตินี้
มีเจตนาลดปัญหาความแตกต่างในเรื่องนี้)


i][/b][/size]
วัสลาม
นัดวา



จริงๆ การตั้งกระทู้ ก็เพื่อจะมาหักล้างทัศนะที่ว่า เมื่อประเทศใหนเห็นดวงจันทร์เสี้ยว ก็ให้ประเทศอื่นๆ ที่ราบข่าว ถือศีลอดและออกอีดพร้อมเพรียงกัน ตามที่ อ.ฟารีด ได้ลงบทความเอาไว้ นี้คือเป้าหมายของผู้ตั้งกระทู้ โดยผู้ตั้งกระทู้เอาหลักฐานเด็ดคือหะดิษกุรัยบ์ พยายามจุดประเด็นขึ้นมา เพื่อให้ฝ่ายที่ตนเองว่าไม่ถูกต้องตอบ แต่พออีกฝ่ายถามบ้างก็ไม่ตอบ เที่ยวอ้างว่ากอ็บมาบ้าง และเป็นหลักฐานที่ฉันรู้มาหมดแล้วบ้าง พยายามอ้างอิจญมาอ์ แต่พอถามว่าอิจญมาอฺแบบใหนที่เป็นหลักฐานทางศาสนา ก็ไม่ตอบ ที่จริงผู้ตั้งกระทู้แค่บอกว่า ฉันถือศีลอดและออกอีดตามคำประกาศของสำนักจุฬา เพราะตามหลักฐานหะดิษกุรัยบฺ แค่นี้ก็จบ ส่วนคำถามสองข้อ ท่านมีจุดยืนอย่างไร ก็น่าจะอธิบายมาซิครับ พวกท่านต้องการหักล้างทัศนะที่ตรงกันข้าม พวกท่านต้องหาหลักฐานแบบไม่กอ็ปมาหักล้างซิครับ ว่าผิดอย่างไร แบบตรงไปตรงมาไม่ต้องเล่นสำนวนให้ยาว ส่วนผมไม่ได้สนใจว่า ใครจะตามแบบใหน เพราะเห็นว่า เอกภาพของพี่น้องมุสลิม ไม่ได้อยู่บนหะดิษกุรัยบ์ เพราะหะดิษกุรัยบฺ ก็ไม่มีวันที่คุณจะทำให้นักวิชาการเข้าใจตรงกันได้ แต่เอกภาพ มันอยู่ที่เรามีความแตกต่างแต่ไม่แตกแยกตามอารมณ์ใฝ่ต่ำมากกว่า เพราะนักวิชาการที่แตกแยกกันและทำให้พี่น้องมุสลิมแตกแยกกันในปัจจุบัน มักแตกเพราะเรื่องผลประโยชน์และการแย่งชิงมวลชนเพื่อประโยชน์ของตนและพวกตนเสียมากกว่า เพราะถ้าเรื่องของศาสนา ถ้าเราเห็นว่าถูก เราก็ต้องตาม และถ้าเห็นว่าผิดก็ต้องทิ้งและถ้าเห็นว่า เป็นประเด็นขัดแย้งที่เกิดจากการเข้าใจตัวบทไม่ตรงกันและหาข้อสรุปไม่ได้ ก็เปิดกว้างให้แก่กัน เท่านี้ก็จบ ผู้รู้ที่เลว มักจะใช้ศาสนาเป็นอาวุธทำลายกัน คนญาฮิลที่เลว มักจะใช้ปืนผา หน้าไม้ เป็นอาวุธทำลายกัน ผมพูดแบบนี้ได้เต็มปาก เพราะผมไม่ใช่นักวิชาการ และไม่ได้หากินทางนี้

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
bundung
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 11/09/2009
ตอบ: 22


ตอบตอบ: Thu Sep 24, 2009 7:35 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จริงๆ การตั้งกระทู้ ก็เพื่อจะมาหักล้างทัศนะที่ว่า เมื่อประเทศใหนเห็นดวงจันทร์เสี้ยว ก็ให้ประเทศอื่นๆ ที่ราบข่าว ถือศีลอดและออกอีดพร้อมเพรียงกัน ตามที่ อ.ฟารีด ได้ลงบทความเอาไว้ นี้คือเป้าหมายของผู้ตั้งกระทู้

หาใช่อย่างที่ท่าน assan เข้าใจไม่ สำหรับผม อาจารย์ฟารีด และอาจารย์ทุกท่านที่เรียนศาสนามานั้นผมให้เกียรติเสมอ หากมีความเที่ยงตรงทางศาสนาและมีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ทำเพื่อพวกพ้องหรือพรรคพวกของตน หรือทำเพื่อสร้างอาณาจักรขึ้นใหม่


สาเหตุที่ตั้งกระทู้นี้ก็เพราะว่า คำพูดของคนบางคนที่มีทัศนะเดียวกับท่านนั่นเอง ที่พูดให้เกิดความเสียหายในสังคมมุสลิม ที่ท่านกล่าวว่า “ก็เปิดกว้างให้แก่กัน เท่านี้ก็จบ”

แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้น สิ่งที่เขาเหล่านั้นกระทำก็คือ บางคนเที่ยวไปพูดว่า
1. “เขาละหมาดอีดกันแล้ว จะถือบวชได้อย่างไร ? มันบาป มันฮะราม”
2. “เขาละหมาดอีดกันแล้วเมื่อวาน วันนี้มาละหมาดอีดได้ยังไง ?” (ตะโกนที่ศูนย์กลาง คลองตัน เมื่ออีดปีที่แล้ว – ศูนย์กลางมีละหมาด 2 วัน)
3. ข้อนี้หนักหนาสากันมาก ก็คือ “ใครออกอีดไม่เหมือนกับพวกเขา เป็นมุรตัด”

ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับคนในทัศนะของพวกท่านด้วยในเรื่องนี้ด้วยว่า “ก็เปิดกว้างให้แก่กัน เท่านี้ก็จบ” เป็นอย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Thu Sep 24, 2009 11:37 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

bundung บันทึก:
จริงๆ การตั้งกระทู้ ก็เพื่อจะมาหักล้างทัศนะที่ว่า เมื่อประเทศใหนเห็นดวงจันทร์เสี้ยว ก็ให้ประเทศอื่นๆ ที่ราบข่าว ถือศีลอดและออกอีดพร้อมเพรียงกัน ตามที่ อ.ฟารีด ได้ลงบทความเอาไว้ นี้คือเป้าหมายของผู้ตั้งกระทู้

หาใช่อย่างที่ท่าน assan เข้าใจไม่ สำหรับผม อาจารย์ฟารีด และอาจารย์ทุกท่านที่เรียนศาสนามานั้นผมให้เกียรติเสมอ หากมีความเที่ยงตรงทางศาสนาและมีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ทำเพื่อพวกพ้องหรือพรรคพวกของตน หรือทำเพื่อสร้างอาณาจักรขึ้นใหม่


สาเหตุที่ตั้งกระทู้นี้ก็เพราะว่า คำพูดของคนบางคนที่มีทัศนะเดียวกับท่านนั่นเอง ที่พูดให้เกิดความเสียหายในสังคมมุสลิม ที่ท่านกล่าวว่า “ก็เปิดกว้างให้แก่กัน เท่านี้ก็จบ”

แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้น สิ่งที่เขาเหล่านั้นกระทำก็คือ บางคนเที่ยวไปพูดว่า
1. “เขาละหมาดอีดกันแล้ว จะถือบวชได้อย่างไร ? มันบาป มันฮะราม”
2. “เขาละหมาดอีดกันแล้วเมื่อวาน วันนี้มาละหมาดอีดได้ยังไง ?” (ตะโกนที่ศูนย์กลาง คลองตัน เมื่ออีดปีที่แล้ว – ศูนย์กลางมีละหมาด 2 วัน)
3. ข้อนี้หนักหนาสากันมาก ก็คือ “ใครออกอีดไม่เหมือนกับพวกเขา เป็นมุรตัด”

ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับคนในทัศนะของพวกท่านด้วยในเรื่องนี้ด้วยว่า “ก็เปิดกว้างให้แก่กัน เท่านี้ก็จบ” เป็นอย่างไร


Question
เอาล่ะ ..ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณจึงตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา และผมพอจะเข้าใจว่า กลุ่มมุสลิมชาวซุนนะฮ ทางกรุงเทพฯ แตกกันหลายค่าย จากข้อ 1- 3 ที่คุณกล่าวมานั้น อาจจะมาจากพวกหางเครื่อง คงไม่ใช่จากปากของอาจารย์ โดยเฉพาะข้อ 3 มันไม่น่าจากเกิดจากปากคนมีความรู้ นะครับ
ผมว่า น่าจะขัดแย้งกันในกลุ่มคนที่รู้จักกันดี แล้วทำไมจึงนั่งจับเข่าคุยกันไม่ได้ ผมอยู่ทางใต้ ทางใต้ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ครับ และไม่น่าจะให้คนทางใต้ช่วยนะครับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักปฏิบัติ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4  ถัดไป
หน้า 3 จากทั้งหมด 4

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004