ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - นบีใช้ให้ทำบิดอะฮ์หาสานะฮ์...จริงหรือ???
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
นบีใช้ให้ทำบิดอะฮ์หาสานะฮ์...จริงหรือ???
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 12:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านไม่เคยกล่าวว่า จงไปเยี่ยมหลังละหมาดอีด หรือหลังละหมาดใดๆ แต่ท่านให้ไปเยี่ยมกุโบร์แน่ๆ และที่สำคัญท่านไม่เคยห้ามไปเยี่ยมในวันอีด แม้คุณมักจะอ้างว่ามันเป็นวันรื่นเริง แต่ท่านนบีผู้ได้รับศาสนาที่สมบูรณ์แล้ว ย่อมไม่พลาดที่จะกล่าวถึงบางสถานะที่ต้องห้าม แต่มีผู้ที่ไม่ใช่นบีซ.ล.ห้าม ผมเชื่อนบีซ.ล.ครับ เชื่อว่า ท่านนบีซ.ล.ถูกต้องแน่นอน
ผมบอกคุณแล้วว่าผมเลือกซุนนะฮ์เหนือส่ิงอื่นแน่ หากถูกต้องและชัดเจน ผมจึงแนะนำให้คุณถือตามท่านนบีซ.ล.โดยเคร่งครัด มิใช่จะเอาชนะ หรือคลั่งไคล้นักวิชาการ อะไรอะไรก็อ้างนักวิชาการที่ตนคลั่งไคล้ แล้วอ้างว่ามันมีรากฐานจากศาสนา ทั้งที่ส่ิงที่คุณตัดสินมันมีซุนนะฮ์รับรองชัดเจน ใครกันครับที่ตามซุนนะฮ์ ใครกันครับที่ตามและคลั่งไคล้นักวิชาการ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 10, 2012 5:24 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
ท่านไม่เคยกล่าวว่า จงไปเยี่ยมหลังละหมาดอีด หรือหลังละหมาดใดๆ แต่ท่านให้ไปเยี่ยมกุโบร์แน่ๆ และที่สำคัญท่านไม่เคยห้ามไปเยี่ยมในวันอีด แม้คุณมักจะอ้างว่ามันเป็นวันรื่นเริง แต่ท่านนบีผู้ได้รับศาสนาที่สมบูรณ์แล้ว ย่อมไม่พลาดที่จะกล่าวถึงบางสถานะที่ต้องห้าม แต่มีผู้ที่ไม่ใช่นบีซ.ล.ห้าม ผมเชื่อนบีซ.ล.ครับ เชื่อว่า ท่านนบีซ.ล.ถูกต้องแน่นอน
ผมบอกคุณแล้วว่าผมเลือกซุนนะฮ์เหนือส่ิงอื่นแน่ หากถูกต้องและชัดเจน ผมจึงแนะนำให้คุณถือตามท่านนบีซ.ล.โดยเคร่งครัด มิใช่จะเอาชนะ หรือคลั่งไคล้นักวิชาการ อะไรอะไรก็อ้างนักวิชาการที่ตนคลั่งไคล้ แล้วอ้างว่ามันมีรากฐานจากศาสนา ทั้งที่ส่ิงที่คุณตัดสินมันมีซุนนะฮ์รับรองชัดเจน ใครกันครับที่ตามซุนนะฮ์ ใครกันครับที่ตามและคลั่งไคล้นักวิชาการ


ผมถามว่า มีอุลามาอฺมุจญตะฮิดคนใหนส่งเสริมให้เยี่ยมกุบูรในวันอีดเป็นการเฉพาะจนกลายเป็นธรรมเนียม มีรายงานในเรื่องนี้บ้างใหม?
ถ้าคุณคิดว่าคุณถูก แน่นอนสิ่งที่คุณคิด ในประวัติศาสตร์อิสลามต้องมีนักวิชาการรายงานไว้ ตุณตอบมาซิครับ อย่าเอาแต่กล่าวหาว่าผมคลั่งใคล้ ..มันเปลืองเนื้อที่

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 10:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อะสันลบคำตอบที่ผมตั้งขึ้นที่อะสันตอบไม่ได้ เพราะอะสันจมปรักอยู่กับทัศนะจนไม่ยอมรับคำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล. คำตอบที่ถูกลบคือ
ตามหลักวิชาการที่นักวิชาการทุกท่านยอมรับคือ คำสั่งใช้ใดๆที่ระบุให้ทำแบบกว้างๆ ถือว่าส่ิงถูกใช้นั้นทำได้ทุกรูปแบบ ยกเว้นมีคำสั่งห้ามไม่ให้ทำในบางรูปแบบที่ชัดเจน จึงจะถือว่ารูปแบบนั้นเป็นส่ิงต้องห้าม
คุณอะสันบอกว่ามันเป็นความคิดส่วนตัวของผม ทั้งที่มันคือหลักวิชาการทางหะดีษและทางหลักวิชาฟิกฮ์ที่นักวิชาการยอมรับ
ผมจึงตั้งคำถาม ถามคุณอะสันว่า ไม่มีคำสั่งใดๆจากท่านนบีซ.ล.และชาวสะลัฟให้อ่านอัลกุรอานตอนดวงอาทิตย์อยู่กลางฟ้า คำถามคือ การอ่านอัลกุรอานในขณะนั้นเป็นบิดอะฮ์หรือ เพราะคุณอะสันอ้างทัศนะที่ตนคลั่งใคล้ว่า เรื่องการเยี่ยมกุโบร์วันอีดนั้น ไม่มีคำสั่งใช้ใดๆให้ทำ จึงคิดไปเองว่านั่นหมายถึงห้ามทำ ผมจึงอยากบอกคุณอะสันว่า นั่นไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากทัศนะล้วนๆ ไม่มีหะดีษบทใดระบุเช่นนั้น ไม่มีนักวิชาการสะลัฟคนใดระบุเช่นนั้น จะมีบ้างก็เพียงพวกรุ่นหลัง(คอลัฟ)บางท่านที่คิดเองเช่นนั้น จากนั้นคุณอะสันก็เฉไฉตามสไตล์เดิมๆว่า "อย่างนี้ก็ลอยกระทงได้ซิ เพราะท่านนบีไม่ได้ห้ามไว้" คุณอะสันชอบเบี่ยงเบนประเด็น เพราะประเด็นคือมีคำสั่งใช้กว้างๆให้ทำ คุณมีหลักฐานไหมล่ะเรื่องลอยกระทง ถ้าไม่มีก็ไมใช่ประเด็นนี้เลย
ขอย้ำว่า ผมต้องการให้มุสลิมที่อ่านเข้าใจสิ่งถูกต้องว่าถูกต้อง เข้าใจสิ่งเหลวไหลว่าเหลวไหล เข้าใจทัศนะว่าเป็นทัศนะ เพื่ออิสลามที่มุสลิมปฏิบัติและเชื่อถือ เป็นส่ิงที่ถูกต้องจากท่านนบีซ.ล.โดยแท้จริง
หากคุณต้องการถกปัญหาเพื่อความถูกต้องจริง ขอให้ตอบ แต่ถ้าคุณต้องการมอมเมาส่ิงเหลวไหลก็จงลบทิ้ง(เช่นเคยเถิด)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 12:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:

ขอย้ำว่า ผมต้องการให้มุสลิมที่อ่านเข้าใจสิ่งถูกต้องว่าถูกต้อง เข้าใจสิ่งเหลวไหลว่าเหลวไหล เข้าใจทัศนะว่าเป็นทัศนะ เพื่ออิสลามที่มุสลิมปฏิบัติและเชื่อถือ เป็นส่ิงที่ถูกต้องจากท่านนบีซ.ล.โดยแท้จริง
หากคุณต้องการถกปัญหาเพื่อความถูกต้องจริง ขอให้ตอบ แต่ถ้าคุณต้องการมอมเมาส่ิงเหลวไหลก็จงลบทิ้ง(เช่นเคยเถิด)


ผมได้ชี้แจงหลายครัง คุณไม่ตอบตามผมถาม คุณกล่าวหาผม ว่าคลั่งใคล้ สร้างภาพ หลอกลวง ผมจะไม่ลบ หากคุณส่งข้อความให้ผม เป็นชื่อจริง นามสกุลจริง และเลขบัตรประชาชน หลังจากนั้นคุณเต็บที่เลยตรับ

มีหลายเว็บในโลกอาหรับ ที่พูดเหมือนผม คุณ น่าจะเข้าไปเขียนด้วยเช่น

http://quran.maktoob.com/vb/quran20395/

http://almenhaj.net/makal.php?linkid=1327

http://www.islamweb.net/fatwa/index.php?page=showfatwa&Option=FatwaId&Id=150335


และอีกเว็บหนึ่ง มีหลายภาษา เขาได้พูด แบบที่คุณกล่าวหาด้วย เข้าไปโต้ได้เลยครับ


http://www.islamhouse.com/pr/177990



และอื่นๆอีกมากมาย
คุณกล่าวว่าลวงโลก คุณต้องแสดงตัวตนที่ชัดเจน แล้วคนเขาจะเชื่อคุณ อย่าลืมนะครับ เมื่อคุณกล้าที่จะ กล่าวหา คุณต้องกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จรง ไม่อบ่างนั้น ผมไม่หะลาลให้คุณมาเขียนในเว็บบี้

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Mon Jun 11, 2012 1:22 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 1:18 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณกลัวอะไรหรือ ผมไม่เห็นต้องเครียดเลยทั้งที่ผมไม่รู้จักคุณแม้แต่น้อย เราเสวนากันเพื่อความถูกต้อง เพื่อให้สังคมมุสลิมได้รับสิ่งบริสุทธิ์
ผมอาจจะยังไม่เคยตอบคุณที่คุณคาดว่าผมเป็นซีอะฮ์ ตรงข้ามเลย ผมคือผู้สอนนักเรียนให้ระวังพวกซีอะฮ์ ไม่ให้ชื่นชมพวกนั้น
คุณอย่ากังวลกับตัวตนของผมเลย คุณตอบส่ิงที่ผมเขียนเพื่อความกระจ่างชัดดีกว่า ผมว่าหากเรามีความบริสุทธิ๋ใจต่ออัลลอฮ์ ไฉนเราต้องใส่ใจเรื่องอื่นๆ นอกจากเราต้องนำเอาวิชาการที่ตรงกับซุนนะฮ์มาเผยแผ่อย่างไม่มีอคติและปักธง ให้มันเป็นไปตามตัวบทโดยไม่เลือกเอาเฉพาะนักวิชาการที่ตนคลั่งไคล้ กี่ทีก็อ้างแต่แนวนี้ไม่เปิดหานักวิชาการอีกมากมายที่เชี่ยวชาญที่มองต่างมุมบ้าง แล้วเมื่อไหร่เล่าจะถึงสัจธรรม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 1:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
คุณกลัวอะไรหรือ ผมไม่เห็นต้องเครียดเลยทั้งที่ผมไม่รู้จักคุณแม้แต่น้อย เราเสวนากันเพื่อความถูกต้อง เพื่อให้สังคมมุสลิมได้รับสิ่งบริสุทธิ์
ผมอาจจะยังไม่เคยตอบคุณที่คุณคาดว่าผมเป็นซีอะฮ์ ตรงข้ามเลย ผมคือผู้สอนนักเรียนให้ระวังพวกซีอะฮ์ ไม่ให้ชื่นชมพวกนั้น
คุณอย่ากังวลกับตัวตนของผมเลย คุณตอบส่ิงที่ผมเขียนเพื่อความกระจ่างชัดดีกว่า ผมว่าหากเรามีความบริสุทธิ๋ใจต่ออัลลอฮ์ ไฉนเราต้องใส่ใจเรื่องอื่นๆ นอกจากเราต้องนำเอาวิชาการที่ตรงกับซุนนะฮ์มาเผยแผ่อย่างไม่มีอคติและปักธง ให้มันเป็นไปตามตัวบทโดยไม่เลือกเอาเฉพาะนักวิชาการที่ตนคลั่งไคล้ กี่ทีก็อ้างแต่แนวนี้ไม่เปิดหานักวิชาการอีกมากมายที่เชี่ยวชาญที่มองต่างมุมบ้าง แล้วเมื่อไหร่เล่าจะถึงสัจธรรม


ผมถามคุณว่า มีการรายงานบ้างไหมว่า ในสมัยนบี สมัยเคาะลิฟะฮทั้งสี่ สมัยอิหม่ามทั้งสื ที่ส่งเสริมให้เยี่ยมกุบูรในวันอีด และใครบ้างได้ทำเป็นแบบอย่าง คุณลองอ้างมาสักคนก็ได้ คุณไม่ตอบอะไรเลย คุณกล่าวหาว่าเว็บนี้หลอกลวง ความจริงมีหลายเว็บในโลกอาหรับ ในเมื่องไทย ได้นำเสนอทัศนะนี้ ทำไมคุณไม่ไปด่าเขาด้วย คุณแค้นเคียงอะไรผม อีกอย่าง ตอนนี้ก็มีทีวีมุสลิม คุณลองไปถามเขาว่าทัศนะที่ผมตอบลวงโลกหรือเปล่า ผมไม่ติดใจที่คุณเข้ามาเสวนาแต่ติดใจว่าทำไมต้องมากล่าวหาก่อให้เกิดฟิตนะ ผมไม่เห็นพี่น้องมุสลิมคนอื่นออกมาทักท้วงอย่างเกรี้ยวกราดเหมือนคุณ คุณมีอะไรอยู่ในใจ เพราะเหตุอะไรจึงมากล่าวหาผม ทั้งที่มี คนอื่นอีกมากมาย ทำไม่คุณไม่ไปถามเขา ถามทางทีวีก็ได้ คุณบอกว่าเป็นครู คนเป็นครูเขาเล่นกันอย่างนี้หรือ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 2:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมตอบคุณได้อย่างไม่ปิดบังความจริงว่า ไม่มีคำสั่งใช้ให้ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีด และคุณก็จะต้องตอบผมว่า มันผิดไหมที่จะไปวันนั้น และการอ่านอัลกุรอานตอนตะวันอยู่กลางฟ้ามันบาปไหมเพราะไม่มีใครใช้ให้อ่านตอนนั้น แต่มีคำสั่งชัดเจนให้เยี่ยมกุโบร์ และให้อ่านอัลกุรอาน
ที่จริงผมมิใช่คนเกรี้ยวกราด แต่ผมแสดงตัวตนของพวกคุณให้พวกคุณรับรู้ เวลาตัดสินแบบเกรี้ยวกราด ซึ่งมันเป็นวิถีของพวกคุณที่พบเห็นเสมอ ทั้งทางเว๊ป ทีวี วิทยุและตามงาน คุณคงเห็นภาพตัวเองแล้วและหวังว่า จะแก้ไข และตอบส่ิงที่ผมถามด้วยนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 3:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
ผมตอบคุณได้อย่างไม่ปิดบังความจริงว่า ไม่มีคำสั่งใช้ให้ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีด และคุณก็จะต้องตอบผมว่า มันผิดไหมที่จะไปวันนั้น


ผมก็ตอบอย่างไม่ปิดบังว่า การไปเจาะเจาะจงเยี่ยมกุบูรในวันอีด จนกลายเป็นธรรมเนียมในปัจจุบัน มันไม่มีบัญญัติใช้และเป็นบิดอะฮอย่างหนึ่งดังที่ ดร.หุสามุดีน อะฟานะฮตอบคือ


زيارة القبور يوم العيد غير مشروعة
การเยี่ยมกุบูรในวันอีดไม่มีบัญญัติให้กระทำ

ฟัตวา โดย ดร. حسام الدين بن موسى محمد بن عفانه อุลามาอฺชาวปาเลสไตน์

الإجابة: إن زيارة القبور سنة مشروعة عن الرسول صلى الله عليه وسلم، فقد ثبت في الحديث قوله عليه الصلاة والسلام: "كنت نهيتكم عن زيارة القبور، ألا فزوروها فإنها تذكركم بالآخرة" (رواه مسلم
ตอบ,

แท้จริงการเยี่ยมกุบูรนั้นเป็นสุนนะอ ที่ถูกบัญญัติ จากรซูลุลลออ ศอ็ลลัลลอฮิอะลัยฮิวะสัลลัม และคำพูดของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับรองในหะดิษ ที่ว่า “ฉันเคยห้ามพวกท่านไม่ให้เยี่ยมกุบูร ,พึงทราบไว้เถิดว่า พวกท่านจงเยี่ยมมัน เพราะมัน ทำให้พวกท่านระลึกถึงวันอาคิเราะฮ
ولكن الشرع لم يحدد يوماً معيناً لزيارة القبور، لذلك فإن تخصيص يومي العيد بزيارة القبور بدعة مكروهة، وقد تكون حراماً إذا رافقتها الأمور المنكرة التي نشاهدها في أيامنا هذه يوم العيد من خروج النساء المتبرجات إلى القبور، واختلاطهن بالرجال، وكذلك انتهاك حرمات الأموات من الجلوس على القبور ووطئها بالأقدام، وغير ذلك من الأمور المخالفة لهدي المصطفى صلى الله عليه وسلم.

. وينبغي أن يُعلم أنه لا يجوز تخصيص زمان أو مكان بشيء من العبادة إلا بدليل شرعي.

แต่ศาสนบัญญัติไม่ได้จำกัดวันที่เฉพาะ สำหรับการเยี่ยมกุบูร เพราะเหตุดังกล่าว แท้จริงการจำกัดวันอีดสองวันด้วยการเยี่ยมกุบูรนั้นเป็น บิดอะฮที่น่ารังเกี่ยจ และสมควรที่จะรู้ว่า ไม่อนุญาตให้จำกัดเวลาหรือสถานที่ ด้วยสิ่งใดๆจากอิบาดะฮ นอกจากด้วยหลักฐาน………
.
وتخصيص يوم العيد بزيارة القبور مما لم يرد عن الرسول صلى الله عليه وسلم، فلم يكن من هدي المصطفى صلى الله عليه وسلم ولا صحابته رضي الله عنهم زيارة القبور يوم العيد، وإن خير الكلام كلام الله وخير الهدي هدي رسول الله صلى الله عليه وسلم، وإن الخير كل الخير بالاتباع، والشر كل الشر بالابتداع

การจำกัดวันอีดด้วยการเยี่ยมกุบูรนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากสิ่งที่ไม่ปรากฏรายงานจากรซูล ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นการเยี่ยมกุบูรในวันอีดไม่ได้มีมาจากทางนำของอัลมุสฏอฟา ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาสาวกของท่าน(ร.ฏ) และแท้จริงถ้อยคำที่ดี คือ ถ้อยคำของอัลลอฮ และทางนำที่ดี คือ ทางนำของรอซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แท้จริงความดีนั้นคือ ทุกๆความดี ด้วยการเจริญรอยตามนบี และความชั่วคือ ทุกๆความชั่วด้วยการอุตริบิดอะฮ
http://ar.islamway.com/fatwa/27819

คุณคงอาฆาตบรรดาผู้รู้ในเมืองไทยหลายคนที่ตอบในทัศนะนี้ แล้วมาลงทีผม คุณไม่สามารถที่จะเพิ่มเครดิตในสิ่งที่คุณโพสต์ได้ หากคุณใช้ตอบโต้ลักษณะนี้ เพราะคนอ่านในโลกออนไลน์ส่วนมากเขามีการศึกษามีพิจารณาญารณ์ ว่าอะไรควรเชื่อและอะไรไม่ควรเชื่อ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 3:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมรอคอยอย่างตั้งใจว่า คุณอะสันจะนำหลักฐานที่เป็นซุนนะฮ์ท่านนบีซ.ล. มิใช่เอาแต่ทัศนะล้วนๆมากล่าว ทัศนะแบบนี้ ผมมีเยอะแยะ ที่ระบุว่าการเยี่ยมกุโปร์วันอีดเป็นซุนนะฮ์ พอผมนำมาคุณก็จะบอกว่า นั่นคือทัศนะที่ไม่ถูกต้อง ผมบอกแล้วไงครับว่า การตัดสินว่าถูกต้องนั้น จะเป็นจริงเสมอเมื่อเป็นซุนนะฮ์ของท่านนบีซ.ล. ซึ่งการเยี่ยมกุโบร์วันไหนๆก็เป็นซุนนะฮ์ จะมาเอาทัศนะแล้วอ้างว่าไม่มีใครใช้ หรือเป็นการเจาะจง มันก็เป็นเพียงทัศนะจริงๆ(ล้วนๆร้อยเปอร์เซ็นต์) ขอโปรดตอบคำถามที่ถูกลบรอบที่เท่านไหร่แล้วก็ไม่รู้ สักที ทำไมคุณถึงหมกเม็ด และลุ่มหลงกับทัศนะที่ชอบยกมามากขนาดนี้ ผมบอกแล้วว่า ถ้าผมจะใช้แบบที่คุณใช้นั้น มีมากมายและน่าเชื่อถือมากกว่าเสียอีก เพราะมาจากนักวิชาการที่ถูกยอมรับจากโลกมุสลิม แต่อย่างที่บอก ผมต้องการสิ่งถูกต้อง ซึ่งไม่มีใครให้ได้เสมอให้ได้ทุกครั้ง นอกจากท่านนบีซ.ล. คราวหน้าขออย่านำเอาทัศนะมาใช้ตรงนี้อีกนะครับ และขอฝากคำถามเดิมที่ถูกลบไปเกินกว่าสิบรอบแล้ว นั่นคือ
"ผมพูดเป็นหลักการ คุณรวนผมยกเรื่องลอยกระทงซึ่งไม่มีคำสั่งใดๆจากท่านนบีซ.ล. ผมขอถามคุณว่าใครที่ยึดวันอีดเป็นวันเยี่ยมกุโบร์โดยห้ามวันอื่นบ้าง พวกเขามิได้ห้ามวันอื่น แต่เพราะนั่่นคือวันที่พวกเขาพร้อมหน้าที่สุดที่จะไปกัน ผมจึงถามคุณว่า คุณมีหลักฐานไหมที่มาจากซุนนะฮ์ว่าท่านนบีห้ามเยี่ยมกุโบร์วันอีด อย่าใช้ทัศนะมาหักล้าง หรือข้ออ้างว่าอย่างนั้นอย่างนี้ คุณพยายามให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่า มันเป็นส่ิงผิดเพราะไม่มีชาวสะลัฟคนใดสั่งให้ไปเยี่ยมกุโบร์วันอีด แล้วคุณก็คิดไปเองว่านั่นหมายถึงพวกเขาห้าม คุณเคยได้ยินชาวสะลัฟคนใดใช้ให้อ่านอัลกุรอานช่วงตะวันอยู่กลางฟ้าไหม แล้วการอ่านตอนนั้นมันเป็นส่ิงต้องห้ามใช่ไหม ผมมิได้ใช้ความคิดใดๆในส่ิงที่ผมเขียน ทั้งหมดคือหลักการที่มิใช่หลักแผลงๆนอกระบบวิชาการ
ขอย้ำอีกครั้งว่า ผมมิได้สังกัดมัซฮับใดตายตัว ผมเองคือผู้ใฝ่หาส่ิงถูกต้องที่สุดโดยผ่านกระบวนการทางวิชาการศาสนา ที่ผมเขียนกระทู้กับคุณมิได้เพื่อเอาชนะเลย แต่เพื่อให้มุสลิมเห็นส่ิงถูกต้องที่สุด โดยไม่อคติ ไม่ฟันธงก่อน แต่ด้วยเพราะหลักการ เพื่ออิสลามอันบริสุทธิ์ที่แท้จริง"
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 5:28 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
ผมรอคอยอย่างตั้งใจว่า คุณอะสันจะนำหลักฐานที่เป็นซุนนะฮ์ท่านนบีซ.ล. มิใช่เอาแต่ทัศนะล้วนๆมากล่าว ทัศนะแบบนี้ ผมมีเยอะแยะ ที่ระบุว่าการเยี่ยมกุโปร์วันอีดเป็นซุนนะฮ์ พอผมนำมาคุณก็จะบอกว่า นั่นคือทัศนะที่ไม่ถูกต้อง จริง"


ก็นำมาสิครับท่าน ทัศนะที่คุณมีเยอะ นำมาแสดงซิครับ อีกอย่างกระบวนการวิชาการที่คุณว่าผ่านมาเยอะ มีอะไรบ้าล่ท่าน ผมจะได้ดู ขื่นคุณไม่นำเสนอมาใครเขาจะเชื่อล่ะครับ คุณทำเพื่อ เพื่อพี่น้องมุสลิม หรือเพื่องสนองความโทสะโมหะของคุณ คุณทำอย่างนี้คุณคิดว่าได้ผลหรือครับ ตอบไปหลายครั้งแล้ว คุณไม่รู้ว่าอ่านภาษาอาหรับได้ไหม ไม่เห็นนำเสนอนักวิชาการที่คุณว่ามีเยอะมาแสดง จะให้ผมเชื่อคุณอย่างไรในเมื่อคุณแค่เขียน แล้วกอ็ปมาป่วน เพราะเหตุนี้กระมังที่ไม่กล้าอแสดงตัวตน ผมเปลืองกระดานไปหลายหน้า ถ้าคุณไม่มีหลักวิชาการที่คุณว่ามานำเสนอผมลบ และจะถอนชื่อคุณ แต่ถ้าคุณบอกชื่อจริง นนามสกุลจริง ผมให้คุณโพสต์เต็มที่ เพราะสิ่งที่คุณทำมันจะส่งผลเสียแก่คุณเอง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 6:21 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทัสนะที่หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ตามเว๊ปที่ปรากฎ
http://www.arab-eng.org/vb/showthread.php/68803-%D9%87%D9%84-%D8%AA%D8%AC%D9%88%D8%B2-%D8%B2%D9%8A%D8%A7%D8%B1%D8%A9-%D8%A7%D9%84%D9%82%D8%A8%D9%88%D8%B1-%D9%81%D9%8A-%D9%8A%D9%88%D9%85-%D8%A7%D9%84%D8%B9%D9%8A%D8%AF-%D8%9F
هل تجوز زيارة القبور في يوم العيد ؟
الجواب:
إن زيارة القبور سنة قوليه وفعليه أمر بها النبي صلى الله عليه وسلم وفعلها, فالويل لمن يقول أن زيارة القبور شرك أو بدعة انه يحادد الله ورسوله ، وأما تخصيصها يوم العيد فليس فيه ما يمنع و إنما لأننا شعرنا بأننا في فرحة العيد و سعادته ينبغي أن لا ننسى موتانا فنهدي الزيارة والدعاء لهم ، وإهداء الثواب لهم لما يقرأ حتى ندخل عليهم السرور ولا يوجد مانع شرعي ولا عقلي يمنع تخصيص ذلك سوى مجرد التجري على الله بما لم يقل بل افتراءاً على الله بما لم يأذن به لأن كل العبادات مطلقة كالأذكار والتلاوة والصلاة على النبي صلى الله عليه وسلم وزيارة القبور وغيرها الإذن فيها عام والطلب فيها مستمر لا يمنعه تخصيص بزمن ولا مكان ومن قال غير ذلك فإنما قال برأيه وهواه وخالف غرض الشارع ونصه فان النبي صلى الله عليه وسلم كان إذا عمل عملاً داوم عليه وكان يحب الديمة سواء في اليوم أو الشهر أو في السنة ، وهذا الترتيب يحي هذه السنن ويذكر العاقل ويدفع الى الديمه
ولو مرة في السنة فيعتبر كل ذلك من الديمة التي يحبها الله ورسوله صلى الله عليه وسلم
ความหมาย การเยี่ยมกุโบร์ในวันอีด เป็นสิ่งอนุญาตหรือไม่ ?
คำตอบ แท้จริงการเยี่ยมกุโบร์เป็นซุนนะฮ์ทั้งด้านคำพูดและกรปฏิบัติ ท่านนบีซ.ล.ใช้ให้ทำและทรงทำมัน ความวิบัติจะประสบกับผู้ที่กล่าวว่า การเยี่ยมกุโบร์เป็นการตั้งภาคีหรือเป็นบิดอะฮ์ ผู้นั้นคือผู้ขัดขวางแนวทางของอัลลอฮ์และรอซู้ลของพระองค์ สำหรับการเจาะจงเยี่ยมในวันอีดนั้น ไม่มีข้อห้้ามใดๆ เพราะเรากำลังรู้สึกยินดีในวันอีด ควรอย่างยิ่งที่เราต้องไม่ลืมผู้ตายของเรา เราจึงเข้าสู่การเยี่ยมและดุอาให้พวกเขา และมอบผลให้พวกเขาจากการอ่าน เพื่อมอบความสุขแก่พวกเขา ไม่พบว่ามีข้อห้ามใดๆทั้งทางศาสนาและทางสติปัญญาที่ห้ามกรเจาะจงเช่นนั้น นอกจากเป็นการอาจหาญต่ออัลลอฮ์ด้วยส่ิงที่พระองค์ไม่เคยตรัสไว้ ย่ิงกว่านั้นยังเป็นการโกหกต่ออัลลอฮ์ด้วยสิ่งที่พระองค์ไม่อนุมัติ เพราะอิบาดะฮ์กล่าวไว้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เช่น ซิกรุ้ลลอฮ์ การอ่านอัลกุรอาน การซอลาหวาต การเยี่ยมกุโบร์และอื่นๆ เป็นส่ิงได้รับความเห็นชอบแบบกว้างๆ การเรียกร้องให้ปฏิบัติมันยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง การเจาะจงเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่งไม่อาจอ้างเป็นข้อห้ามได้ ดังนั้นผู้ใดกล่าวนอกเหนือจากที่ว่ามา ถือว่าผู้นั้นใช้ทัศนะและอารมณ์ของตนเอง และฝ่่าฝืนเป้าหมายของผู้บัญญัติศาสนาและถ้อยคำอันชัดเจนของพระองค์ ท่านนบีซ.ล.นั้นเมื่อทรงทำส่ิงใด ท่านจะทำเป็นเนืองนิจย์ ไม่ว่าการทำประจำนั้น จะอยู่ในรูป ประจำวัน ประจำเดือน หรือประจำปี การเรียบเรียงตรงนี้คือการฟื้นฟู้ซุนนะฮ์เหล่านั้น และเตือนสติผู้มีปัญญาและผลักดันเขาสู่การปฏิบัติมันอย่างเนืองนิจ แม้จะเพียงแค่ครั้งหนึ่งในหนึ่งปีก็ตาม และทุกส่ิงที่กล่าวมานี้นั้นคือส่ิงที่ถูกพิจารณาว่าเป็นการทำเป็นเนืองนิจย์ที่อัลลอฮ์และร่อซู้ลของพระองค์ทรงรัก
เอาไปแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะมาแปลให้อีก และผมมิได้คาดหวังอะไร เพราะส่ิงลักษณะนี้จะถูกมองว่า เป็นทัศนะไม่ใช่ศาสนา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 10:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฟัตวาที่คุณ อับดุฮ นำเสนอ ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อผู้ฟัตวาเอาไว้ว่านักวิชาการท่านใด แต่ในขณะเดียวกันนั้น ปรากฏว่าในหน้าเดียวกันด้านล่าง คล้ายกับเป็นข้อโต้แย้ง ตอนท้ายดังนี้


أما فيما يخص التخصيص في يوم العيد فلم يرد عن الرسول صلى الله عليه وسلم ولا عن الصحابة رضوان الله عليهم ولا عن التابعين أنهم فعلوا ذلك ... فلا يحق لنا أن نبتدع في ديننا شيئاً ونقول لا يوجد نهي عن ذلك .
أما مسألة إهداء الثواب ... فأسلك بالله عليك هل تعلمين أن الله سوف يأجرك ويعطيك ثواب القراءة أو الدعاء ؟؟ بالتأكيد لا يعلم أحد أنه تقبل الله منه عمله أم لا ..
فالذي لا يملك أن يتقبل الله منه عمله فكيف له أن يهديه لغيره .
والله تعالى أعلم .

สำหรับในสิ่ง ที่การเจาะจงได้มาจำกัดเฉพาะในวันอีดนั้น ไม่ปรากฏรายงานจากรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และไม่ปรากฏจากบรรดาเศาะหาบะฮ (ร.ฎ) และไม่ปรากฏจากบรรดาตาบิอีน ..ดังนั้น จะไม่มีสิทธ์แก่เรา จะอุตริสิ่งใด ในศาสนาของเรา และเราจะไม่กล่าวว่า “ไม่พบการห้ามจากดังกล่าว”
สำหรับประเด็น อุทิศผลบุญนั้น ..ฉันขอถามท่าน ด้วนนามของอัลลอฮ บนท่านว่า “ท่านรู้อย่างไรว่าอัลลอฮ จะตอบแทนท่านและมอบผลบุญการอ่านและดุอาให้แก่ท่าน ?
ขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีคนใดหรอก รู้ว่าอัลลอฮทรงรับการงาน(อะมั้ล)จากเขา หรือไม่ ดังนั้น ผู้ที่ไม่มีอำนาจที่จะให้อัลลอฮ รับการงานของเขาจากเขาได้ ดังนั้นสำหรับเขาจะอุทิศมัน(ผลบุญ) แก่ผู้อื่นได้อย่างไร?

วัลลอฮุอะลัม
http://www.arab-eng.org/vb/showthread.php/68803-هل-تجوز-زيارة-القبور-في-يوم-العيد-؟
ผมได้นำเสนอและแปลข้อความตอบโต้ที่คุณนำลิ้งมาให้เองหวังว่าคุณคงไม่โกรธนะครับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Mon Jun 11, 2012 11:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมไม่โกรธหรอกครับ เพียงแต่อาจจะคิดไปเล่นๆว่า ส่ิงที่ผมนำเสนอมาจากนักวิชาการของเว๊ปนั้น แต่สิ่งที่คุณนำมาเป็นเพียงการเขียนกระทู้ของคนเข้าชม
แต่ทั้งหมดนี้คือวิธีคิด ที่ต่างกััน ดังนั้นจะสรุปเรื่องนี้ได้ ต้องใช้หลักฐาน หรือหลักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับเท่านั้น จึงน่าจะเป็นที่เด็ดขาด
ผมจึงร้องหาหลักฐานที่ระบุถึงสถานะที่จะมาเป็นตัวห้ามไม่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ท่านนบีใช้เรื่องการเยี่ยมกุโบร์ ให้อ่านอัลกุรอาน อ่านซิกรุ้ลลอฮ์ และซอละหวาต แบบกว้างๆ ผมขอย้ำนะว่า หลักฐานเท่านั้น มิใช่คำพูดของนักวิชาการ เพราะคำสั่งที่ใช้ให้ทำนี้คือหลักฐาน มิใช่ทัศนะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
abdooh
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012
ตอบ: 188


ตอบตอบ: Wed Jun 13, 2012 10:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณอะสันแปลหะดีษไว้ว่า
سن
من سن في الإسلام سنة حسنة فله أجرها وأجر من عمل بها بعده من غير أن ينقص من أجورهم شيء ، ومن سن في الإسلام سنة سيئة كان عليه وزرها ووزر من عمل بها من بعده من غير أن ينقص من أوزارهم شيء .

"ผู้ใดทำแบบอย่างที่ดีในอิสลาม เขาจะได้รับการตอบแทนของเขา และการตอบแทนของผู้ที่ปฏิบัติตามนั้น หลังจากเขา โดยไม่ถูกลดหย่อน
ไปจากการตอบแทนของพวกเขาแม้แต่น้อย และผู้ผู้ใดทำแบบอย่างที่ชั่วในอิสลาม เขาจะแบกภาระความผิดของเขา และความผิดของผู้ที่ปฏิบัติตามนั้น
หลังจากเขา โดยไม่ถูกลดย่อนไปจากความผิดของพวกเขาแม้แต่น้อย
- รายงานโดยมุสลิม จากญะรีร บุตร อับดุลลอฮ
............ การแปลอย่างนี้ มีจุดด้อย ดังนี้
........ เป็นการอธิบายคำที่กว้างให้แคบลง โดยอธิบายว่า หะดีษนั้นมีสาเหตุที่มา และสาเหตุที่มานั้น บ่งบอกเช่นที่คุณอะสันแปล และเอาทัศนะนักวิชาการที่เห็นตรงกับคุณอะสันมาประกอบการแปล ผมขอชี้แจงว่า การแปลอัลกุรอาน อัลหะดีษ จำเป็นต้องแปลตามหลักภาษาศาสตร์ รูปคำใดกินความกว้าง ต้องปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ห้ามทำให้มันมีความแคบลง แม้ว่าจะมีสาเหตุที่มาของคำกล่าวนั้นๆก็ตาม นี่คือหลักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับของชาวสะลัฟ ที่ว่า العبرة بعموم اللفظ لا بخصوص السبب "ส่ิงที่ใช้พิจารณาคือ การกินความกว้างๆของรูปคำ โดยไม่พิจารณาที่การเจาะจงของสาเหตุที่มา" ดังนั้นการแปลข้างต้น เป็นการตามนักวิชาการยุคหลังๆ ไม่ใช่แปลแบบชาวสะลัฟ และนักวิชาการยุคหลังๆที่แปลต่างจากคุณอะสันก็มีมากมาย จึงไม่เกิดประโยชน์ที่จะนำเอาทัศนะของนักวิชาการยุคหลังๆมานำเสนอ เอาหลักวิชาการที่ถูกยอมรับโดยชาวสะลัฟมาเป็นบรรทัดฐานในการแปลจะถูกต้องกว่า เพราะพวกเขาใกล้ชิดท่านนบีซ.ล.มากกว่า เข้าใจมากกว่า และได้รับการรับรองจากท่านนบีซ.ล. การแปลหะดีษนี้จึงจำเป็นต้องปล่อยไปตามความหมายเดิมของคำ นั่นคือคำว่า سن และคำว่า سنة حسنة และคำว่า سنة سيئة คำแรก แปลว่า วางรูปแบบ คำที่สอง แปลว่า รูปแบบที่ดี คำที่สาม แปลว่า รูปแบบที่ชั่ว และเมื่อรวมกับหะดีษที่ระบุถึงข้อห้ามการทำบิดอะฮ์ที่ว่า
ٌّمَنْ أَحْدَثَ فِيْ أَمْرِنَا هَذَا مَا لَيْسَ مِنْهُ فَهُوَ رَد
"ผู้ใดประดิษฐ์สิ่งหนึ่งซึ่งไม่มีในศาสนาขึ้นในศาสนาของเรา ถือว่าสิ่งนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ"
จากคำกล่าวของท่านนบีซ.ล.นี้ ชี้ว่า หากสิ่งนั้นมีซุนนะฮ์รองรับถือว่า ไม่เป็นบิดอะฮ์
ซุนนะฮ์ คือ คำพูด หรือ การกระทำ หรือ การยอมรับ ของท่านนบีซ.ล. นิยามของซุนนะฮ์นี้คือนิยามที่ชาวสะลัฟยอมรับ ไม่มีการตัดทอนหรือเติมแต่งว่า "ต้องมีแบบอย่างการกระทำจากท่านนบีซ.ล. หรือชาวสะลัฟ จึงจะถือว่าเป็นซุนนะฮ์" ทั้งที่ความจริงคือ หากมีคำพูด หรือการกระทำ หรือการยอมรับ จากท่านนบีซ.ล. สิ่งนั้นก็คือซุนนะฮ์แล้ว ไม่ต้องรอพิจารณาก่อนว่า มีตัวการกระทำหรือไม่
ดังนั้นการกระทำใดๆอยู่ภายใต้คำสั่งใช้ของท่านนบีซ.ล. ถือว่าเป็นซุนนะฮ์ หากมิได้มีข้อห้ามตรงๆและแข็งแรงระบุชัดว่า ห้ามทำ หากมีก็ต้องถือว่า การทำสิ่งถูกใช้ในลักษณะนั้นๆ เป็นที่ต้องห้าม เช่น การอ่านอัลกุรอาน เป็นสิ่งถูกใช้ให้ทำได้เสมอ จะทำแบบไหน อย่างไรก็ทำได้ หากไม่ไปตรงกับลักษณะที่ท่านนบีซ.ล.ระบุห้ามไว้อย่างชัดเจน เช่น ห้ามอ่านขณะอยู่ในส้วม เป็นต้น
............. ความอาจหาญของนักวิชาการยุคหลังๆจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ใช่สิ่งดีงาม นั่นคือความอาจหาญตัดสินสิ่งที่มีตัวบทกว้างๆระบุให้ทำได้ว่า บางลักษณะของการกระทำนั้นๆเป็นบิดอะฮ์ ทั้งที่มิได้มีการตัดสินของท่านนบีซ.ล.กล่าวไว้เช่นนั้น
............ ขอสรุปตรงนี้ก่อน เดี๋ยวมีเวลาจะมาเขียนต่อ ว่า การตัดสินสิ่งลักษณะนี้ว่าเป็นบิดอะฮ์ จำเป็นต้องเอาคำพูดของท่านนบีซ.ล.ที่ระบุถึงส่ิงนั้นๆชัดๆมาโต้แย้ง จงอย่าเอาทัศนะใดๆ มากล่าว เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมาหักล้างคำพูดของท่านนบีซ.ล.ได้ และทัศนะในโลกอิสลาม มีหลากหลาย แล้วทำไมเราจึงไม่ยึดคำพูดของท่านนบีซ.ล.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jun 13, 2012 5:31 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

abdooh บันทึก:
คุณอะสันแปลหะดีษไว้ว่า
سن
من سن في الإسلام سنة حسنة فله أجرها وأجر من عمل بها بعده من غير أن ينقص من أجورهم شيء ، ومن سن في الإسلام سنة سيئة كان عليه وزرها ووزر من عمل بها من بعده من غير أن ينقص من أوزارهم شيء .

"ผู้ใดทำแบบอย่างที่ดีในอิสลาม เขาจะได้รับการตอบแทนของเขา และการตอบแทนของผู้ที่ปฏิบัติตามนั้น หลังจากเขา โดยไม่ถูกลดหย่อน
ไปจากการตอบแทนของพวกเขาแม้แต่น้อย และผู้ผู้ใดทำแบบอย่างที่ชั่วในอิสลาม เขาจะแบกภาระความผิดของเขา และความผิดของผู้ที่ปฏิบัติตามนั้น
หลังจากเขา โดยไม่ถูกลดย่อนไปจากความผิดของพวกเขาแม้แต่น้อย
- รายงานโดยมุสลิม จากญะรีร บุตร อับดุลลอฮ
............ การแปลอย่างนี้ มีจุดด้อย ดังนี้
........ เป็นการอธิบายคำที่กว้างให้แคบลง โดยอธิบายว่า หะดีษนั้นมีสาเหตุที่มา และสาเหตุที่มานั้น บ่งบอกเช่นที่คุณอะสันแปล และเอาทัศนะนักวิชาการที่เห็นตรงกับคุณอะสันมาประกอบการแปล ผมขอชี้แจงว่า การแปลอัลกุรอาน อัลหะดีษ จำเป็นต้องแปลตามหลักภาษาศาสตร์ รูปคำใดกินความกว้าง ต้องปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ห้ามทำให้มันมีความแคบลง แม้ว่าจะมีสาเหตุที่มาของคำกล่าวนั้นๆก็ตาม นี่คือหลักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับของชาวสะลัฟ ที่ว่า العبرة بعموم اللفظ لا بخصوص السبب "ส่ิงที่ใช้พิจารณาคือ การกินความกว้างๆของรูปคำ โดยไม่พิจารณาที่การเจาะจงของสาเหตุที่มา" ดังนั้นการแปลข้างต้น เป็นการตามนักวิชาการยุคหลังๆ ไม่ใช่แปลแบบชาวสะลัฟ.


คุณอ้างสะลัฟบ่อย แต่คุณไม่เคยอ้างคำพูดสะลัฟ สะลัฟเขาแปลอย่างไรล่ะครับ ผมแปลหะดิษข้างต้น เพื่อชี้ให้เห็นว่า หะดิษนี้ ไม่เปิดช่องโหว่ ให้คนคิด ประดิษฐบิดอะฮ แล้วอ้างว่า เป็นสิ่งที่ดีให้คนอื่นเขาตาม เพราะที่มาแห่งหะดิษนี้ คือ การเป็นแบบอย่างในสิ่งที่มีสุนนะฮหรือมีบทบัญญัติอยู่แล้ว ไม่ใช่คิดหรือใช้ความเห็นว่าดี แต่เป้าหมายหะดิษ คือ การฟื้นฟูสุนนะฮ แล้วคนอื่นปฏิบัติตาม ไม่ใช่อุตริบิดอะฮ แล้วคนอื่นปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้น แปลหะดิษนี้ต้องดูต้นเรื่อง ไม่ใช่ใช้สำนวนเพื่อให้เป็นนัย

เช็คอุษัยมีน จึงอธิบายว่า

(من سن في الإسلام سنة حسنة) بمعنى: أن السنة اندثرت ونسيها الناس فقام رجل فعمل بها فسنها للناس، هذا أيضاً سن سنة حسنة،

ผู้ใดทำแบบอย่างที่ดีในอิสลาม) ด้วยความที่ว่า สุนนะฮ ได้ถูกทำลายและบรรดาผู้คนได้ลืม แล้วมีคนหนึ่ง ลุกขึ้นนำมันมาปฏิบัติ แล้วทำแบบอย่างแก่บรรดาผู้คน นี้ก็เป็นความหมายคำว่า "ผู้ใดทำแบบอย่างทีดี) อีกเช่นกัน

.....
ทั้งนี้ เพราะที่มาของหะดิษ หรือต้นเรื่องหะดิษเป็นอย่างนั้น และไม่ใช่คิดบิดอะฮ แล้วบอกว่าดีให้คนตาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 4

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004