ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - วิเคราะห์หลักฐานเรื่องการยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัต
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
วิเคราะห์หลักฐานเรื่องการยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัต

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ยิว-ปาเลสไตน์
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
sunnahkung
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2008
ตอบ: 116


ตอบตอบ: Thu Jul 09, 2009 4:28 pm    ชื่อกระทู้: วิเคราะห์หลักฐานเรื่องการยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation

มาคุยเรื่องคิลาฟกันมั่งดีกว่าครับ


การยกมือหลังนมาซสุนัต

สำหรับเรื่องการยกมือหลังนมาซฟัรฎูนั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่มีที่มาจากท่านศาสดาและบรรดาศอฮาบะฮ์(ประเด็นนี้จึงตัดไป)

อนึ่งสำหรับการยกมือหลังนมาซสุนัตนั้นมีการอ้างหลักฐานดังนี้


عن ابي موسي الأشعري انه طلب انبي صلى الله عليه سلم ان سيتغفر لأخيه،فقام صلى الله عليه وسلم وصلى ركعتين،ثم بعدالصلاةرفع يديه ودعاصلى الله عليه وسلم لأبي مالك ثم لأبي موسى رضى الله عنهما....

ท่านอะบูมูซาอัลอัซอารีย์ขอให้ท่านรอซูลช่วยขออภัยให้แก่พี่น้องของเขาจากนั้นท่านรอซูลจึงลุกขึ้นนมาซสองริกาอัต หลังจากนมาซเสร็จท่านรอซูลก็ยกมือทั้งสองของท่านและดุอาให้แก่ท่านอะบูมาลิกจากนั้นก็ขอให้แก่ท่านอะบูมูซา(ร.ฎ)


จากหะดีษข้างต้นสรุปว่าท่านร่อซูลเคยยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัต???????


โปรดดูหนังสือฟัยฎุลบารีย์เล่มที่4หน้า417

จากข้อความข้างต้นพอจะสรุปดังนี้

1)การยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัตท่านรอซูลเคยกระทำเพียงครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

2)หะดีษบทนั้นคือหลักฐานการยกมือหลังนมาซสุนัต

ชี้แจง

(1)คำกล่าวที่ว่า"การยกมือทั้งสองเพื่อขอดุอาหลังนมาซซุนนะฮ์พบหลักฐานว่าถูกกระทำเพียงครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น"......หากคำว่า"นมาซซุนนะฮ์"ในที่นี้หมายถึงการนมาซในกรณีเกิดปรากฏการณ์ตามกำหนดสภาวะของอัลลอฮ์(ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ)เช่นการนมาซขอฝนหรือการนมาซกุซุฟก็ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องทั้งนี้เพราะท่านร่อซูลเคยยกมือหลังนมาซขอฝน ดังการรายงานของท่านบุคคอรีย์จาก ท่านอะนัส บิน มาลิก และหลังนมาซสุริยคราส ดังการบันทึกของท่าน มุสลิมจากท่านอับดุรเราะมาน บิน สะมุเราะฮ์ และท่านหญิงอาอิฉ๊ะฮ์(ร.ฎ.)


แต่หากคำว่านมาซซุนนะฮ์ในที่นี้หมายถึงนมาซสุนัตอื่นๆจาการนมาซขอฝนและนมาซสุริยคราสอันเป็นความเข้าใจกันโดยทั่วๆไปของคำว่านมาซสุนัต
เช่นนมาซสุนัตหลังมัคริบหรือก่อนซุบฮิเป็นต้น
ก็ไม่ปรากฏรายงานแม้แต่บทเดียวว่าท่านร่อซูลเคยยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัตเหล่านี้....


(2)สำหรับหะดีษที่ถูกนำมาอ้างเป็นหลักฐานเรื่องการยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัตบทนั้นแม้ว่าจะไม่มีสายรายงานของหะดีษสำนวนดังกล่าว
แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วน่าจะเป็นข้อความที่ผิดเพี้ยน(หรือที่เรียกตามศัพท์วิชาการหะดีษว่าحديث شاذ)หรือมิฉนั้นก็เป็นข้อความที่ถูกคัดค้าน( حديث منكر)
ซึ่งถือเป็นข้อความที่อ่อนมากๆเพราะข้อความบางส่วนของหะดีษนี้ขัดแย้งกับข้อความที่เศาะเหี๊ยะฮ์จากการบันทึกของท่านบุคคอรีย์และท่านมุสลิมอันมีเนื้อหายาวพอประมาณ
สรุปพอสังเขปดังนี้

"หลังจากได้ปราบศัตรูผู้กระด่างเดื้องอันเป็นเผ่าษะกีฟและเผ่าฮะวาซินในสงครามหุนัยน์เกิดขึ้นในวันที่10เดือนเชาวาลฮ.ศ.8เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านรอซูลได้แต่งตั้งให้ท่านอะบูอามิรอัลอัชอะรีย์(ชื่อจริงคืออุบัยด์บินสุลัยม์)เป็นแม่ทัพร่วมคุมกองทหารกองหนึ่งเดินทางไปกับหลานชายคือ.อะบูมูซา.อัลอัชอะรีย์(ชื่อจริงคืออับดุลลอฮ์บินก็อยส์บินสุลัยม์)เพื่อติดตามจับกุมพวกยิวเหล่านั้นที่แตกพ่ายไปจากหุบเขาหุนัยน์และไปพึ่งพาอาศัยอยู่กับยิวเผ่าฮะวาซินที่หุบเขาแห่งหนึ่งคือเอาฏ็อซ( اوطاس)"


ในการต่อสู้กับศัตรูที่เอาฏ็อซท่านอะบูอามิร(ร.ฎ.)ถูกข้าศึกคนหนึ่งจากเผ่าญุชัมใช้ธนูยิงและเสียเลือดมาก..แต่ท่านอะบูมูซา.ผู้เป็นหลานติดตามไปสังหารข้าศึกคนนั้นได้สำเร็จ....

ก่อนสิ้นชีวิตท่านอะบูอามิร(ร.ฎ.)ได้มอบหมายให้ท่านอะบูมูซารับหน้าที่เป็นแม่ทัพแทนท่าน..และได้กล่าวแก่อะบูมูซา(ตามการรายงานของท่านอะบูมูซาเอง)ว่า

يا ابن اخى ،إنطلق إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم ،فاقرئه مني السلام،وقل له يقول لك اببو عامر،إستغفرلي،...ومكث يسيرا ثم إنه مات،فلما رحعت إلى انبي صلى الله عليه وسلم...قلت له،قال قل له،يستغفرلي، فدعارسول الله عليه وسلم بماء فتوضا منه،ثم رفع يديه ،ثم قال،اللهم إغفرلعبيد ابي عامر،حتى رايت بياض إبطيه ثم قال اللهم اجعله يوم القيا مة فوق كثير من خلقك اومنالناس،فقلت،ولي يارسو ل الله فاستغفر فقال النبي صلى الله عليه وسلم ،اللهم اغفر لبعدالله بن قيس ذنبه،وادخله يوم القيامة مدخلا كريما قال ابو بردة،إحدا هما لأبي عامر،والاخرى لأبيموسى


"หลานเอ๋ย!!..จงกลับไปหาท่านรอซูลและบอกท่านว่าฉันฝากสล่ามาด้วย..แล้วจงบอกแก่ท่านว่า..อะบูอามิร.สั่งมาว่า.ให้ท่าน(นบี)ขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ให้ฉันด้วย.....ท่านมีชีวิตอยู่ได้ครู่หนึ่งก็สิ้นใจ..เมื่อฉัน(อะบูมูซา)กลับไปหาท่านร่อซูล....ฉันก็กล่าวแก่ท่านว่าท่านอะบูอามิรสั่งมาว่า........แล้วท่านรอซูลจึงสั่งใหคนนำน้ำมาให้..แล้วท่านก็ทำวุฎุอ์..จากนั้นท่านก็ยกมือทั้งสองขึ้นแล้วกล่าวว่า..โอ้อัลลอฮ์!!โปรดยกโทษใหอุบัยด์..อะบูอามิรด้วยเถิด..จนฉันมองเห็นความขาวของรักแร้ท่าน..แล้วท่านก็กล่าวอีกว่า..โอ้.อัลลอฮ์โปรดให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งในวันกียามะฮ์เหนือปวงบ่าวส่วนมาก..หรือประชาชนจำนวนมาก..ของพระองค์...ฉัน(อะบูมูซา)จึงกล่าวว่า..ขออภัยโทษให้ฉันบ้างซิ!!..โอ้ท่านรอซูล....ท่านจึงกล่าวว่า..โอ้อัลลอฮ์โปรดอภัยโทษแก่อับดุลลอฮ์.บิน..ก็อยส์(ชื่อจริงอะบูมูซา)และโปรดให้เขาได้อยู่ในที่อันทรงเกียรติวันกียามะฮ์ด้วย"

ท่านบุรดะฮ์(เป็นบุตรชายของท่านอะบูมูซาอัลอัชอะรีย์..ร.ฎ....สิ้นชีวิตปี..ฮ.ศ...104)ได้กล่าวว่า..."ครั้งหนึ่งท่านนบีขอดุอาแก่ท่านอะบูอามิรและอีกครั้งหนึ่งแก่ท่านอะบูมูซา")....

โปรดูบันทึก..ท่านบุคคอรีย์..หะดีษที่..4323.ท่านมุสลิม หะดีษที่ 2498..และหนังสือ อัลนิฮายะฮ์-วัลนิฮายะฮ์..ของท่านอิบนุกะษีร เล่มที่ 4..หน้า 736

หะดีษนี้ศอเหี๊ยะฮ์...ชัวร์ๆ...



จะเห็นได้ว่าหะดีษนี้กับหะดีษข้างต้นคือหะดีษเดีวยกัน!!!!...แต่มีข้อความที่ขัดแย้งกัน..2..ตำแหน่งคือ.....

1)หะดีษข้างต้นกล่าวว่า...พอท่านอะบูมูซาขอให้ช่วยขออภัยให้ท่านนบีก็ลุกขึ้นทำนมาซ2รอกาอัต(ไม่ทราบวานมาซอะไร??ทั้งยังแสดงว่าขณะนั้น...ท่านนบียังมีวุฎุพร้อมอยู่แล้ว)...แต่ในหะดีษที่ถูกต้องบทนี้กล่าวว่าพอท่านอะบูมูซาขอร้อง..ท่านนบีกลับสั่งให้คนเอาน้ำมาให้แล้วท่านก็ทำวุฎุ..ต่อจากนั้นท่านก็ยกมือขอดุอา...โดยไม่ได้นมาซ2รอกาอัตดังที่ถูกกล่าวอ้างในหะดีษ

ท่านอัล-ฮาฟิซอิบนุหะญัรอัลอัสกอลานีย์ได้อธิบายข้อความหะดีษตอนนี้ว่า....

يستفاد منه إستحباب التطهير لإ رادة الد عاء،ورفع اليدين في الدعاء....

สิ่งที่ได้รับจากหะดีษตอนนี้คือ..สมควรทำความสะอาด(เช่นทำวุฎู)เมื่อต้องการจะขอดุอา...และชอบให้มีการยกมือในการขอดุอา.....

โปรดดู...หนังสือฟัตหุ้ลบารีย์ เล่มที่ 8 หน้า 43


ดังนั้นหะดีษนี้จึงไม่ใช่เป็นหลักฐานเรื่องการยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัตดังที่กล่าวอ้างกัน....แต่ถ้าจะอ้างว่าหะดีษนี้คือหลักฐานอีกบทหนึ่งเรื่องสุนัตให้ยกมือขอดุอาอิสติคฟารแก่ผู้ตายน่าจะถูกต้องกว่า.....

2)หะดีษข้างต้นอ้างว่าท่านนบียกมือขอดุอาแก่ท่านอะบูมาลิก(อัลอัชอะรีย์)แต่หะดีษที่ถูกต้องบทนี้กล่าวว่าผู้ที่เสียชีวิตและท่านนบีขอดุอาให้คือ...ท่านอะบูอามิร.อัลอัชอะรีย์....ซึ่งเป็นอาของท่านอะบูมูซา..อัลอัลอะรีย์และเป็นคนละคนกับอะบูมาลิก.อัลอัชอะรีย์

ท่านอะบูอามิร.อัลอัชอะรีย์มีชื่อจริงว่า..อุบัยด์.บิน.สุลัยม์.ดังได้กล่าวแล้ว..ส่วนท่านอะบูมาลิก.เป็นศอหาบะฮ์ที่มีนามสกุลเดียวกันกับท่านอะบูอามิร..



..และศอหาบะฮ์ที่มีสมญานามว่าอะบูมาลิกอัลอัชอะรีย์นี้มีอยู่ 2 คนด้วยกัน ท่านแรกคือ ท่านอัลหาริษ บิน อัลหาริษ(จากหนังสือ อัล อิศอบะฮ์ เล่มที่ 1 หน้า 288)

ส่วนอีกท่านมีชื่อจริงว่า กะอฺบ์(กะอับ) บิน อาศิม (จากหนังสือ อัลอิศอบะฮ์ เล่มที่ 7 หน้า 168 )ซึ่งไว่จะเป็นท่านใดจากทั้ง 2 นี้ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขอดุอาอิสติคฟารให้ของท่านนนบีดังหะดีษบทนี้แน่!!!

จุดขัดแย้งทั้ง 2 ประการนี้แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องด้านความทรงจำ ของผู้รายงานบางท่านของหะดีษข้างต้น....ซึ่งขัดแย้งกับผู้รายงานที่เชื่อถือได้จะเรียกหะดีษนั้นตามศัพท์วิชาการว่าحديث منكر ซึ่งเป็นหะดีษที่อ่อนมักมากดังกล่าวมาแล้ว



สรุปแล้ว เรื่องการยกมือขอดุอาหลังนมาซสุนัตไม่ว่าสุนัตใด ก็ไม่มีหลักฐานที่ถูกต้องแม้แต่บทเดียวมายืนยันไว้เลย นอกจากนมาซสุนัตตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่นนมาซขอฝน นมาซสุริยคราส....وا لله اعلم


ผมไปได้บทความนี้มาจากผู้รู้ท่านหนึ่ง.....ไม่ทราบว่าถูกหรือผิดอย่างไรบ้างครับ???

_________________
"และที่เลวยิ่งจากกิจการทั้งหลายคือการอุตริกรรมในศาสนาเพราะทุกสิ่งที่ถูกอุตริขึ้นใหม่เป็นบิดอะฮ์และทุกๆบิดอะฮ์คือความหลงผิดและทุกๆความหลงผิดอยู่ในนรก"(ศอเหี๊ยะสุนันนะซาอีย์:1577)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ยิว-ปาเลสไตน์ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004