ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - “มรดกอิสลาม”.............โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
“มรดกอิสลาม”.............โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com)
ไปที่หน้า 1, 2, 3 ... 21, 22, 23  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Fri Jun 04, 2004 7:07 pm    ชื่อกระทู้: “มรดกอิสลาม”.............โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามมุอะลัยกุม สมาชิกมรดกอิสลามทุกๆท่าน:


ก่อนอื่นขอให้ลืมเรื่อง ความเข้าใจผิด ระหว่าง คุณ Nes กับผม และหวังว่า คุณ Nes กับ ผม คง มอัฟ ซึ่งกันและกันได้, และผมขอขอบคุณNes ที่ เชิญชวนผมเข้ามาสนทนา ในที่นี้ นี่คือ จดหมายที่ผมเขียนถึง ผู้จัดทำ.....

อัสลามมุอะลัยกุม..

คุณNES สมาชิกของ เวบไซ้ต์ นี้ เชิญให้ผมเข้ามา เสวนา ใน เวบไซ้ต์ นี ก่อนที่ผมจะ ตั้งกระทู้ ผมอยากทราบว่า ทัศนของผม อาจจะต่าง จาก มุสลิม ส่วนใหญ่ ถ้าคุณเห็นว่าผมไม่สมควรจะเข้ามาเสวนา ที่นี่ โปรด บอกผมเสีย แต่แรก ก่อนที่จะเปิดกระดานเสวนา กรุณาตอบทาง อีเมลล์ จะขอบคุณมาก

วัสลาม

แมทท์
Matt_tn90@hotmail.com
muslimthaiUSA.com


**********************


“มรดกอิสลาม” ..........โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com)


ถ้าเรามีวัตถุประสงค์ ที่จะให้อิสลาม เป็น "มรดก" ตกทอด ไป ถึงลูกหลานมุสลิม และมวลหมู่ มนุษย์ชาติรุ่นหลัง ไปจนถึงวัน สุดท้ายของโลกดุนยาแล้ว เราจำเป็นจะต้องรักษา "อิสลาม" ซึ่งเป็นศาสนา ของ พระองค์อัลลอฮ์ ให้บริสุทธิ์ ใสสะอาด ปราศจาก สิ่งปลอมแปลง ที่มนุษย์ ประดิษฐ์ ขึ้น มา สอดแทรก เข้า ไป ใน เนื้อ หา ของ "อิสลาม"

ปัญหาที่สำคัญที่สุด มีอยู่ว่า เราจะทำอย่างไรจึงจะ สามารถรักษา "อิสลาม" ให้ บริสุทธิ์ และ ใสสะอาด ปราศจาก สิ่งปลอมแปลง ที่มนุษย์ ประดิษฐ์ ขึ้น มา สอดแทรก เข้า ไป ใน เนื้อ หา ของ "อิสลาม" ได้, สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็ คือ เราต้องหาวิธีที่จะ ทำให้ มุสลิม มีศรัทธา และปฏิบัติศาสนกิจ ตามแบบฉบับของ อิสลาม เช่น เดียวกัน ทั้งโลก ซึ่ง เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย , อินชาอัลลออ์, นอกเสียจากว่า มุสลิมทั้ง โลก หันกลับมาพิจารณา “อิสลาม” จากพื้นฐานการสอนและความมุ่งหมาย ที่ ศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้รับคำบัญชา จาก อัลลอฮ์ ที่มีบัญญัติ ไว้ ใน อัลกุรอาน


สิ่งสำคัญประการที่หนึ่ง เราจะต้องเข้าใจความหมายของคำว่า “อิสลาม” ว่า หมายความว่าอะไร? และความหมายนั้น มี ความสำคัญต่อ ผู้ศรัทธาอย่างไร และมาก เท่าใด?


สิ่งสำคัญประการที่สองก็คือ เราจะต้อง เข้าใจถึง หน้าที่และความ รับผิดชอบ ของ ท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ต่อคำบัญชาของอัลลอฮ์ และ ต่อ บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ว่าวางอยู่บนรากฐานอะไร?


สิ่งสำคัญอีกประการที่สามก็คือ, หลังจากที่ท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เสียชีวิติ ไปแล้ว, มุสลิมแตกแยกออก เป็น กลุ่ม และนิกายต่างๆ เป็นจำนวนมาก ถึง กว่า 73 นิกาย และใน นิกายต่างๆ เหล่านี้ ยังแตกแยก เป็น กลุ่ม ย่อยๆ อีก เป็น จำ นวนมาก, อะไรคือสาเหตุของการแตกแยกนี้?


สิ่งสำคัญประการที่สี่คือ มุสลิมจะต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะเป็นผู้ที่มีความศรัทธาอย่าง แท้จริง ต่อ “อัลลอฮ์” และ “อิสลาม” ซึ่งเป็น ศาสนาของพระองค์?



วันนี้ ผมขอเริ่มต้นไว้เพียงเท่านี้ก่อน ผมอยาก จะให้ บรรดาสมาชิก ช่วย นำคำถาม เหล่านี้ ไปหาคำตอบ หรือ เก็บไว้ เป็น ข้อ คิด, การเสวนาใน เรื่องนี้ ผมอยากจะให้ทุกๆท่าน ใช้ เหตุผลให้มากที่สุด, เหตุผลและคำตอบ ที่ท่านพี่น้องมุสลิม นำมา จะเป็นประโยชน์ สำหรับ ทุกๆท่าน รวมทั้ง ตัวผมเอง ซึ่งอาจจะได้ ความรู้จาก ท่านทั้ง หลาย ที่มี มุมมองต่อ หลักการของอิสลามที่ ต่าง จาก มุมมองของผม, โปรดกรุณาอย่าใช้อารมณ์ หรือ ถือเป็นเรื่อง ส่วนตัว ในการเสวนาปัญหาเหล่านี้, เพราะเราจะดำเนินการเสวนาอย่าง ผู้ที่มีความรู้และใช้ตรรกวิทยา เป็นหลัก , เราควรจะเคารพในความคิดเห็น ของกันและกัน และยอมรับฟังและ แลกเปลี่ยนความคิด ซึ่งกันและกัน, สิ่งสำคัญที่สุด การออกความเห็นต่างๆ ไม่สมควรจะ ออกนอกขอบเขตของความศรัทธาต่อ อัลลอฮ์ หรือ ลบหลู่ท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม, และแสดงความขาดการศรัทธาต่อ “อัลกุรอาน”, และควรจะใช้วาจาที่สุภาพต่อกัน

เนื่องจากภารกิจส่วนตัวของผมยุ่งมากในขณะนี้, ผมอาจ จะล่าช้า ในการตอบหรือ ร่วมการเสวนา ด้วย, ส่วนมากผมจะมีเวลา ในวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ เท่านั้น .....ขอขอบคุณในความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

วัสลาม

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Sat Jun 05, 2004 10:26 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสะลามมุอะลัยกุม ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มีความปรารถนาที่จะเผยแผ่ ศาสนาอิสลาม
ในทิศทางที่ ผู้มีความรู้ทั้งหมด [ยุมฮูด] ได้ตัดสินแล้วว่า นี่คือข้อตัดสินที่อยู่ในหนทางอัน
เที่ยงตรง ตามกิตะบุลลอฮฺและซุนนะฮฺ และไม่นำเรื่องที่มีการขัดแย้งซึ่งเขาเหล่านั้น ได้หาข้อยุติไปแล้ว
นำมากล่าวอีก ซึ่งเป็นการ ไม่สมควร เป็นการฝื้นฝอยหาตะเข็บ
และขอถามในฐานะ มุอัลลัฟ ว่า คำว่า ศาสดา กับ ศาสนทูต
ต่างกันอย่งไร เหมือนกันอย่างไร ในภาษาไทยให้ความจำกัดใว้อย่างไร
ท่านเจ้าของกระทู้จะตอบ หรือผู้อื่นก็ได้ แต่ขอให้ตอบทุกข้อ
ผมอ่านพบในกระทู้ของคุณข้างบน
ลืมอะไรก็ลืมได้แต่อย่าลืมตอบ ให้ครบทุกคำถามด้วยครับ
วัสสะลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
วิทยากร
อนุรักษ์มรดกอิสลาม
อนุรักษ์มรดกอิสลาม


เข้าร่วมเมื่อ: 13/01/2004
ตอบ: 158


ตอบตอบ: Sat Jun 05, 2004 3:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสลามมุอะลัยกุ้ม



ยินดีที่จะสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้

กรอบกติกาที่คุณ matt เสนอข้างต้นนี้ ต้องขอทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อน มิเช่นนั้นแล้วอาจเป็นความโกลาหลในภายหลัง

ตามที่คุณ matt ได้เสนอว่า "เราจะดำเนินการเสวนาอย่าง ผู้ที่มีความรู้และใช้ตรรกวิทยา เป็นหลัก"นั้น

ผมขอทักท้วงหน่อยครับ

ถ้าเราจะสนทนาเรื่องศาสนาคงต้องใช้มาตรฐานเดียวกันคือ อัลกุรอาน และฮะดีษ (ศอเฮียะห์ ) เป็นหลัก เราจะเอาตรรกวิทยา หรือเหตุผลอื่นใดมานำไม่ได้ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
nes
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 12, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: bkk

ตอบตอบ: Sun Jun 06, 2004 1:48 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามุอลัยกุม

matt คุณมาผิดกระทู้หรือปล่าว ?
กระทู้ผู้ปฏิเสธฮาดีสไม่ใช่มุสลิม ยังรอคุณอยู่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Sun Jun 06, 2004 9:11 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสะลามมุอะลัยกุม อาจารย์ หรือ นักการศาสนาบางท่าน ผู้มีความรู้
แค่เห็นชื่อก็รู้ทิศทางแล้วครับ
จึงไม่แปลก ที่คุณnes กล่าว
แต่อย่างไรผมก็ยินดีต้อนรับ
ด้วยมาตรฐานเดียวกันกับ ท่านวิทยากร
วัสสะลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
Mhd_Yaseen
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 21/01/2004
ตอบ: 27
ที่อยู่: ทุ่งครุ กทม.

ตอบตอบ: Mon Jun 07, 2004 9:43 am    ชื่อกระทู้: re: “มรดกอิสลาม”.............โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมมีความรู้ไม่มากนัก พอจะตอบให้ได้ว่า
"ศาสดา" กับ "ศาสนฑูต" ต่างกันครับ
ศาสดา หมายถึงผู้ที่ตรัสรู้ด้วยตัวเอง รู้เอง คิดเอง แล้วเอาเผยแผ่ สั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตาม
ศาสฑูต หมายถึงผู้ที่นำคำสั่งสอนของผู้หนึ่งมาเผยแผ่สั่งสอนให้ผู้อื่นปฏิบัติตามอีกทีหนึ่ง
กรณีย์เช่นที่ว่านี้ รอซูลุ้ลลอฮฺ ศ๊อลล้อลลอฮุอะลัยฮิวะซั้ลลัม จึงสมควรที่จะเรียกว่าศาสนฑูตมากกว่า แทนที่จะเรียกว่าศาสดา เพราะรอซู้ล ไม่ได้ตรัสรู้ด้วยตัวท่านเอง ได้รับวาฮีย์มาจากพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูว่ะตะอาลา แล้วนำมาเผยแผ่สั่งสอนเราให้ปฏิบัติตามอีกทีหนึ่ง
ผมมีความรู้เพียงเท่านี้ครับ หวังว่าคงจะใช้คำว่า "ศาสนฑูต" แทนคำว่า "ศาสดา" ให้ถูกต้องกันบ้าง

_________________
Mhd_Yaseen
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Mon Jun 07, 2004 2:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสะลามมุอะลัยกุมทุกๆท่านครับ

ต้องขออภัยด้วยที่เข้ามาสนทนาช้าไปหน่อย เพราะต้อง การ ให้บางท่าน มีเวลา เสนอ ความคิดเห็น จากข้อความเบื้องต้นของผม เพื่อที่จะได้ หาทิศทาง ให้ถูกต้อง ว่าควรจะ สนทนากันอย่างไร,ผมชอบคำจำกัดความของคุณMhd_Yaseen เป็นอย่างมากที่ว่า

"รอซูลุ้ลลอฮฺ ศ๊อลล้อลลอฮุอะลัยฮิวะซั้ลลัม จึงสมควรที่จะเรียกว่าศาสนฑูตมากกว่า แทนที่จะเรียกว่าศาสดา เพราะรอซู้ล ไม่ได้ตรัสรู้ด้วยตัวท่านเอง ได้รับวาฮีย์มาจากพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูว่ะตะอาลา แล้วนำมาเผยแผ่สั่งสอนเราให้ปฏิบัติตามอีกทีหนึ่ง"

เพราะคำจำกัดความอันนี้ ตามความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมเห็นว่าถูกต้อง เป็นอย่างมากทีเดียว แต่เนื่องจากว่ามุสลิม ส่วนใหญ่ เข้าใจว่า ท่านรอซูลมูฮัมมัด เป็นทั้งศาสดาและศาสนทูตด้วย ซึ่งผมไม่เห็นด้วย, การที่ใช้คำว่าศาสดา และคำว่า "ตรรกวิทยา" ในตอนขึ้นต้น นั้นผมตั้งใจไว่ว่า จะเก็บไว้อธิบายในตอนหลัง การใช้คำว่า "ศาสนทูต" นั้น จะทำให้ การอธิบายเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับศาสนาอิสลามง่ายมากขึ้น......

(ต่อ)..........
ตามที่ผมกล่าวว่าเราจะดำเนินการเสวนาอย่าง ผู้ที่มีความรู้และใช้ “ตรรกวิทยา” เป็นหลัก , ในการ เสวนา, ในที่นี้ “ตรรกวิทยา” ผมหมายถึงขบวนการของการเสวนา, “ตรรกวิทยา” เป็นศาสตร์ อย่างหนึ่งซึ่งมีวิธีการทางปรัชญาว่า ด้วย การ คิดหา คำอธิบาย และ หลักฐานมาประกอบคำอธิบาย เพื่อคิดหาสาเหตุว่า คำอธิบายนั้นๆสมเหตุผล หรือไม่, ขบวนการนี้ ไม่เกี่ยวกับ ความศรัทธา, ในภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า Logic หรือ Logical approach หมายความว่า การประยุกต์เอาขบวนการความคิดที่สมเหตุสมผลมาใช้ ในการอธิบายในเรื่องราว ใดๆเพื่อหาข้อสรุป

ผมกล่าวต่อไปว่า เราควรจะเคารพในความคิดเห็น ของกันและกัน และยอมรับฟังและ แลก เปลี่ยนความคิด ซึ่งกันและกัน, สิ่งสำคัญที่สุด การออกความเห็นต่างๆ ไม่สมควรจะ ออกนอกขอบเขตของความศรัทธาต่อ อัลลอฮ์ หรือ ลบหลู่ท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม, และแสดงความขาดการศรัทธาต่อ “อัลกุรอาน”, และควรจะใช้วาจาที่สุภาพต่อกัน, ข้อความตอนนี้เป็นเนื้อหาของหลักการ ในความ ศรัทธา ที่เราจะใช้เป็นหลักการ ในการเสวนา

การใช้ ฮะดีษ "ศอเฮียะห์" หรือ "ฎออีฟ" มีผลเท่ากันในคุณภาพ ผมจึงจะเลือกใช้แต่เพียง "อัลกุรอาน" เป็น "แหล่งวิชา" แต่เพียง อย่างเดียวเท่านั้น ส่วนท่านผู้ใดจะใช้ "ฮะดีษ" มาตรฐานใดมาเป็นแหล่งวิชานั้น ผมไม่ขัดข้อง

แน่นอนทีเดียว มันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่่งที่มุสลิมจะต้องใช้ “อัลกุรอาน” เป็นหลักการ ใน การ ตัดสิน ปัญหาต่างๆ ในเรื่อง เกี่ยว กับ ความศรัทธาต่ออิสลาม เมื่อมีปัญหาทางศาสนาเกิดขึ้น เพราะบัญญัติขององค์อัลลอฮ์เท่านั้น ควรที่จะใช้เป็นหลักการ ในการตัดสินเพียงอย่างเดียว, ซึ่งจะเห็นได้จาก “คำกล่าว” (ฮะดีษ) ของท่านรอซูล ในซูเราะฮฺ อัล-อันอาม ในอายัต 114,115, และ 116


أَفَغَيْرَ اللّهِ أَبْتَغِي حَكَمًا وَهُوَ الَّذِي أَنَزَلَ إِلَيْكُمُ الْكِتَابَ مُفَصَّلاً وَالَّذِينَ آتَيْنَاهُمُ الْكِتَابَ يَعْلَمُونَ أَنَّهُ مُنَزَّلٌ مِّن رَّبِّكَ بِالْحَقِّ فَلاَ تَكُونَنَّ مِنَ الْمُمْتَرِينَ

ฉันยังจะต้องแสวงหาผู้ตัดสินอื่นๆ นอกจากพระองค์อัลลออ์อีกหรือ? และพระองค์ผู้ซึ่งประทานคัมภีร์ซึ่งง่าย(ต่อความเข้าใจ); และพวกเขาผู้ซึ่งเราให้คัมภีร์แก่เขามาแล้ว, รู้ดีว่า มันเป็นโองการของอัลลอฮ์อย่างแท้จริง, ดังนั้นเจ้าไม่ควรจะอยู่ในบรรดาผู้คัดค้าน (6:114)

وَتَمَّتْ كَلِمَتُ رَبِّكَ صِدْقًا وَعَدْلاً لاَّ مُبَدِّلِ لِكَلِمَاتِهِ وَهُوَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ

และถ้อยคำแห่งพระเจ้าของฉันนั้นครบถ้วนแล้ว ซึ่งความสัจจะและความยุติธรรม, ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงบรรดาถ้อยคำของพระองค์ได้, และพระองค์นั้นคือผู้ทรงได้ยิน, ผู้ทรงรอบรู้ (6:115)

وَإِن تُطِعْ أَكْثَرَ مَن فِي الأَرْضِ يُضِلُّوكَ عَن سَبِيلِ اللّهِ إِن يَتَّبِعُونَ إِلاَّ الظَّنَّ وَإِنْ هُمْ إِلاَّ يَخْرُصُونَ

และหากเจ้าเชื่อฟังผู้คนส่วนใหญ่ในแผ่นดินแล้ว, พวกเขาก็จะทำให้เจ้าหลงทางจากทางของอัลลอฮ์ไป พวกเขาจะไม่ปฏิบัติตาม(อัลกุรอาน) แต่จะปฏิบัติตามการคาดคะเนและการเดาสุ่ม(สิ่งที่คิดเอาเองหรือสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความจริงจากการบอกเล่าของผู้อื่น นอกจากโองการของอัลลอฮ์) (6:116)

จากประโยคในอายะ 6:114 “ฉันยังจะต้องแสวงหาผู้ตัดสินอื่นๆ นอกจากพระองค์อัลลออ์อีกหรือ?” รวมทั้ง อายะห์ 6:115 และอายะห์ 6:116, ทั้งหมดนี้นี้เป็น คำกล่าว(ฮะดีษที่แท้จริง) ของท่านนะบีที่กล่าวกับพวกมุชริก

“อัลกุรอาน” นอกจากจะบรรจุรายละเอียดสำหรับการเรียน, การสอน และการปฏิบัติ ศาสนกิจ ไว้อย่างละเอียดและสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ยังบรรจุไว้ด้วย, “ตรรกวิทยา” ที่ทำให้ผู้ศึกษาที่มีความศรัทธาต่ออัลลอ์ และ กีตาบุลลอฮ์ (อัลกุรอาน) อย่างแท้จริง, เกิดสติปัญญาความรู้, ความเฉลียวฉลาด. และรู้จักการใช้ความรู้และปัญญาตัดสินอย่างเฉียบแหลม ด้วย การคิดหาเหตุผลว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ ประการใด ภาษา อรับ เรียกว่า “ฮิกมะห์” (الحكمة), อัลลอ์ได้ทรงกำหนดให้เราใช้ สติปัญญาไว้ดังนี้, จาก ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ อายะห์ 36


وَلاَ تَقْفُ مَا لَيْسَ لَكَ بِهِ عِلْمٌ إِنَّ السَّمْعَ وَالْبَصَرَ وَالْفُؤَادَ كُلُّ أُولـئِكَ
كَانَ عَنْهُ مَسْؤُولاً (17:36)


จาก ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ อายะห์ 36 นี้ อัลกุรอานสอนเราว่า “มุสลิมผู้มีศรัทธา จะต้องไม่ยอมรับ เรื่องราวใดๆ, นอกเสียว่า เราจะยืนยันค้วยตัวเราเอง, ด้วยการได้ยิน, การมองเห็น, สติปัญญา และตัวเราจะต้องรับผิดชอบเอง ในการใช้สิ่งเหล่านั้นต่อหน้าอัลลอฮ์ ในวันตัดสิน”

การกล่าวอ้างและการเดาหรือ คาดการเอาเอง ว่า สิ่งนั้นเป็นความจริง เป็น หนทางที่นำเราไปสู่ ความชั่วร้าย, เราต้องได้ยินได้ฟังแต่สิ่ง ที่ดีและมีเหตุผลที่แข็งแรง ในการที่จะ เชื่อว่าสิ่งนั้น เป็น เรื่องจริง, เราจะต้องเห็นหรือ มอง แต่ สิ่ง ที่ดี และ มีประโยชน์, และรับเอาแต่ความรู้สึกและความนึกคิดที่ก่อให้เกิด คุณธรรม กับเราเท่านั้น, อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น เนื่อง จาก การกระทำและการตัดสินใจ เชื่อในสิ่งที่ ขาดการ วินิจฉัย โดย สติปัญญา และ ความรู้ที่พระองค์อัลลอฮ์ ให้เรามาแล้ว เราจะต้องเป็นผู้ รับผิดชอบในวันตัดสิน.......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Mon Jun 07, 2004 9:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสะลามมุอะลัยกุม อัลฮัมดุลิลลาฮฺ
สำหรับคำตอบของคุณmhd_yaseen
ชื่อของคุณทำให้ผมคิดถึง
พี่น้องของผมคนหนึ่งที่ถูกยะฮูดี รอบกัด
ใน ปาเลสไตน วีระบุรุษ ของปราชาชาติอิสลาม
ยาซีน ลอฮิมะฮุลลอฮฺ
วัสสะลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
วิทยากร
อนุรักษ์มรดกอิสลาม
อนุรักษ์มรดกอิสลาม


เข้าร่วมเมื่อ: 13/01/2004
ตอบ: 158


ตอบตอบ: Tue Jun 08, 2004 2:27 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)




بسم الله الرحمن الرحيم

อัสสลามมุอะลัยกุม พี่น้องมุสลิมทุกท่าน
สวัสดีครับ คุณ matt ที่นับถือ


ผมได้แจ้งไว้ข้างต้นแล้วว่า การจะสนทนาร่วมกันนั้น เราต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความโกลาหลในภายหลัง

มาตรฐานที่ผมกล่าวไว้คือ อัลกุรอาน และฮะดีษ (ศอเฮียะห์) ซึ่งไม่ใช่เป็นมาตรฐานส่วนตัวของผมเอง หากแต่เป็นมาตรฐานที่มุสลิมโลกให้การยอมรับ
หากแต่มาตรฐานของคุณ matt คืออัลกุรอานเพียงอย่างเดียว โดยคุณกล่าวว่า

“การใช้ ฮะดีษ "ศอเฮียะห์" หรือ "ฎออีฟ" มีผลเท่ากันในคุณภาพ ผมจึงจะเลือกใช้แต่เพียง "อัลกุรอาน" เป็น "แหล่งวิชา" แต่เพียง อย่างเดียวเท่านั้น

คำกล่าวของคุณข้างต้นนี้ เป็นความเข้าใจผิด เพราะฮะดีษ “ศอเฮียะห์” และ “ฏออีฟ” มีผลต่างกัน ไม่ใช่เท่ากัน เพราะขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นในด้านสายรายงาน ตัวผู้รายงาน หรือเนื้อหา จนทำให้มั่นใจว่า ฮะดีษศอเฮียะห์ คือคำพูด,การกระทำ,การยอมรับ ของท่านนบีจริงๆ

การที่คุณไม่ยอมรับฮะดีษฏออีฟ นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้ามุสลิมไม่ยอมรับฮะดีษศอเฮียะห์ นี่แปลกมาก เพราะจะเหลือสภาพการเป็นมุสลิมได้อย่างไร ?

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
วิทยากร
อนุรักษ์มรดกอิสลาม
อนุรักษ์มรดกอิสลาม


เข้าร่วมเมื่อ: 13/01/2004
ตอบ: 158


ตอบตอบ: Tue Jun 08, 2004 2:37 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



การยึดถืออัลกุรอานนั้นมิใช่ยึดเป็นบางส่วนแล้วปฏิเสธอีกบางส่วน ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ดืทรงกล่าวว่า

أفتؤمنون ببعض الكتاب وتكفرون ببعض

“พวกเจ้าจะศรัทธาในบางส่วนของคัมภีร์ และปฏิเสธอีกบางส่วนกระนั้นหรือ” ซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 85

อัลกุรอานที่คุณนำมาแสดงเพื่อยืนยันว่า การใช้อัลกุรอานอย่างเดียวก็เป็นที่พอเพียงนั้นคือ

1 - ฉันยังจะต้องแสวงหาผู้ตัดสินอื่นๆ นอกจากพระองค์อัลลออ์อีกหรือ ? และพระองค์ผู้ซึ่งประทานคัมภีร์ซึ่งง่าย(ต่อความเข้าใจ); และพวกเขาผู้ซึ่งเราให้คัมภีร์แก่เขามาแล้ว, รู้ดีว่า มันเป็นโองการของอัลลอฮ์อย่างแท้จริง, ดังนั้นเจ้าไม่ควรจะอยู่ในบรรดาผู้คัดค้าน (6:114)

ในขณะที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงยืนยันในอีกอายะห์หนึ่งว่า ผู้ศรัทธานั้นยอมให้ท่านนบีตัดสินคือ

[size=12]فلا وربك لا يؤمنون حتى يحكموك فيما شجر بينهم ثم لا يجدوا فى أنفسهم حرجا [/size]

[size=12]مما قضيت ويسلموا تسليما [/size]


[color=black]“หาได้เป็นเช่นนั้น ขอสาบานด้วยองค์อภิบาลของเจ้าว่า พวกเขายังไม่ศรัทธาจนกว่า พวกเขาจะให้เจ้า (มูฮัมหมัด) ตัดสินกรณีพิพาทระหว่างพวกเขา โดยที่จะไม่พบความคับแค้นในหัวใจของพวกเขาในสิ่งที่เจ้าตัดสิน และพวกเขาน้อมรับแต่โดยดี” [/color]ซูเราะห์อัลนิซาอ์ อายะห์ที่ 65

ทั้งสองอายะห์นี้จะค้านกันไหม ผมหวังว่า คุณคงไม่ยอมรับอายะห์หนึ่ง แล้วก็ปฏิเสธอีกอายะห์หนึ่ง

ผมไม่รีบร้อนครับ แต่ขอแจงทีละอายะห์ตามที่คุณได้นำมาแสดงไว้ให้เป็นที่เข้าใจก่อน ขอเคลียร์ทีละประเด็นครับ







กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Tue Jun 08, 2004 7:21 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลสลามุอะลัยกุมท่านวิทยกรและสมาชิกทุกท่าน:

ผมต้องขอขอบคุณท่านวิทยากรเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านมีความกรุณาล ในการที่เปิดโอกาส ให้ผมแสดงความคิดเห็น ในทัศนของผมในเรื่อง ความศรัทธาต่ออิสลาม, ผมมีความมั่นใจ ในความศรัทธา ของสมาชิกทุกๆท่านที่มีต่ออิสลาม ที่สามารถ ที่จะฟัง เรื่องราวใดๆ โดยไม่ไข้วเขวออกจากแนวทางที่ถูกต้อง

ความ มหัศจรรย์ ของ “อัลกุรอาน” อยู่ที่ไม่มีคัมภีร์, หนังสือ หรือ ข้อเขียนของมนุษย์ ใดๆที่จะ เทียบได้, เป็นคัมภีร์ซึ่งสร้างเสริม ความศรัทธา ให้ผู้ที่เข้าใจความหมาย มีความ เชื่อ มันในความสถิตอยู่ ของ “อัลลอฮ์” มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จาก การเปรียบเทียบ ซูเราะห์อัลนิซาอ์ อายะห์ที่ 65 และ ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม อายะ114 ซึ่งจะ อธิบายไว้ในตอนท้าย


ท่านวิทยากรและสมาชิกทั้งหลาย กรุณาอย่าเข้าใจผิด ว่าผมไม่ยอมรับ คำสั่งสอนของ และ วิธีการปฏิบัติตนของท่านรอซูลล์, ซึ่งเป็นบัญญัติและเป็นหน้าที่ของมุสลิมที่จะต้อง เชื่อฟังและปฏิบัติ ตาม แบบฉบับที่ถูกต้อง ของท่านรอซูลล, มิใช่แต่ ท่านรอซูลมูฮัมมัดเท่านั้น รวมทั้ง ท่านรอซูลล์ทุกๆท่านที่ถูกแต่งตั้งโดยพระกรุณาธิคุณของพระองค์อัลลออ์ ต่อมวลมนุษยชาติ ซึ่งมีบัญญัติไว้อยู่หลายครั้ง ใน “อัลกุรอาน” (3:31-32), (24:56), (72:23) ฯลฯ


อัลกุรอานไม่ได้รับรอง หนังสือ “ฮะดีษ หรือ อะฮะดีษ” ของท่านอีหม่ามต่างๆ ไม่ว่าทางฝ่าย ชีอะต์ และ ฝ่ายซุนนีย์ เนื่องจากว่า หนังสือ “ฮะดีษ หรือ อะฮะดีษ” ไม่ได้เป็น “วะฮี” ที่แท้จริง แต่เป็น การรวบรวม การบันทึกข้อมูลที่อ้างอิงว่าเป็น “คำกล่าว (ฮะดีษ) และ การ ปฏิบัติ (ซุนนะห์) ของท่านรอซูลล์มูฮัมมัดนั้น


ผมทราบและมีความรู้พอสมควรถึงการจัดบรรทัดฐานของความ ไม่แท้จริง และอ่อนด้วยหลักฐาน (ฏออีฟ) ไปจนถึง “ฮะดีษ” ที่มีสายสืบติดต่อไปถึงต้นตอ ของ ผู้ที่อ้างว่า ได้ยินสิ่งซึ่งท่านรอซูลล์ มูฮัมมมัด กล่าว(ศอเฮียะห์), คำว่า “ศอเฮียะห์” ไม่ได้หมายความว่า “ความแท้จริง หรือ สัจธรรม หรือ ข้อความที่แท้จริงที่ออกมาจากปากท่านรอซูลล์ โดยตรง


คำว่า “ศอเฮียะห์” เป็น “นิยาม” ที่บอกถึงขบวนการในการสืบสาวเรื่องราวที่ได้ยินสิ่งที่ท่านรอซูลล์กล่าว ไปถึงต้นตอของผู้ที่ได้ยินมาพร้อมด้วยพยานหลักฐาน, โดยไม่ขาด สายการถ่ายทอด และขบวนการนี้ เริ่มขึ้น และสิ้นสุดลงในระหว่าง โดยประมาณ 150ปีถึง200ปี หลังจากที่ท่านรอซูลล์ สิ้น ชีวิตไปแล้ว

เรื่อง “ฮะดีษ” นี้ ผมไม่อยากนำมากล่าวในที่นี้, แต่ถ้าท่านวิทยากร จะให้ผมอธิบายทัศนะของผม ในที่นี้ แล้ว ผมก็ไม่ขัดข้อง, การตัดสินว่าผู้ที่มีความสงสัย หรือ ไม่ศร้ทธาใน หนังสือ “ฮะดีษ หรือ อะฮะดีษ” ว่า “ตกมุรตัด” หรือสิ้น สภาพความเป็นมุสลิมนั้น เป็นการตัดสินที่เกินอำนาจของ มุสลิม ผู้มีความศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ที่แท้จริงจะทำได้, เพราะมุสลิมที่จะอยู่ในสภาพเช่นว่านี้ จะต้องเป็นผู้ที่ไม่มี ศรัทธาในอัลลอฮ์, กีตาบุลลอฮ์ (อัลกุรอาน) และ ปฏิเสธศาสนทูตทุกๆท่าน ที่ถูกแต่งตั้งโดยพระกรุณาธิคุณของพระองค์อัลลออ์ ต่อมวลมนุษยชาติ

ถ้าเราจะยกเอา หนังสือ “ฮะดีษ หรือ อะฮะดีษ” นี้ มีความสำคัญเทียบเท่า หรือถือว่าเป็นส่วน หนึ่ง ของ “อัลกุรอาน” แล้ว มุสลิมทุกๆท่านลองคิดดู ตามหลักศรัทธาเบื้องต้น ของ อิสลาม ว่า เป็นการกระทำที่สมควร หรือ ถูกต้องหรือไม่ และ เราจะตกอยู่ในสภาพเช่นไร?

อีกเรื่องหนึ่งคือผมต้องการที่จะพูดถึง คำจำกัดความ ของ คำว่า “ศาสดา(นะบี) และ รอซูล (ศาสนทูต) ตามที่ บัญญัติไว้ใน “อัลกุรอาน” ให้มากกว่าที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะบางครั้งเรา ใช้สับเปลี่ยนกันไปด้วยความเคยชิน แต่วันนี้ผมจะ แสดงความเห็น ตอบท่านวิทยากร ในเรื่องของอะยะที่ท่านวิทยากรใช้อ้างอิง


فَلاَ وَرَبِّكَ لاَ يُؤْمِنُونَ حَتَّىَ يُحَكِّمُوكَ فِيمَا شَجَرَ بَيْنَهُمْ ثُمَّ لا َ
يَجِدُواْ فِي أَنفُسِهِمْ حَرَجًا مِّمَّا قَضَيْتَ وَيُسَلِّمُواْ تَسْلِيمًا


“เว้นไว้เสียแต่ (ด้วยอำนาจและพลานุภาพ ของ) พระองค์อัลลออฮ์ เท่านั้น, ผู้คนเหล่านั้น จะไม่มีความศรัทธาที่แท้จริง(ต่อพระองค์อัลลอฮ์), “จนกว่า” ที่ผู้คนเหล่านั้นจะยอมรับ ให้เจ้า(มูฮัมมัด) เป็นผู้ตัดสิน ในข้อพิพาท ต่างๆระหว่าง พวกเขา, และถ้าพวกเขามีความโปร่งใสภายใต้จิตสำนึก ของ พวกเขา ในการยอมรับคำตัดสินของเจ้า(มูฮัมมัด) จะไม่มีเหตุผลอื่นใดเลยนอกเสียว่าผู้คนเหล่านั้นมีความเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาที่แท้จริง” (4:65)


เราจะเห็นได้ว่า ข้อความขึ้นต้นของ ซูเราะห์อัลนิซาอ์ อายะห์ที่ 65 นี่ขึ้นต้น ด้วย คำว่า “فَلاَ وَرَبِّكَ ” “เว้นไว้เสียแต่ (ด้วยอำนาจและพลานุภาพ ของ) พระองค์อัลลอฮ์ ” เป็นการ ยืนยันว่า การตัดสินของ อัลลอฮ์ นั้นเป็นการตัดสินที่เด็ดขาด และ ไม่สามารถที่จะ เปลี่ยนแปลงได้, แต่พระองค์อัลลอฮ์ได้ พิจารณาให้อำนาจแก่ท่าน รอซูลโดยไว้ใจใน ความไตร่ตรองและการตัดสินใจและคำแนะนำ ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ เรื่องราว และข้อพิพาทต่างๆ ทั้งทาง โลกและทางธรรม, ทั้งเรื่องส่วนตัวและสาธารณะ ของผู้คนทั้งหลาย ในสังคมมนุษย์ , นี่แสดงให้เห็นว่า อำนาจในการตัดสินข้อพิพาททั้งหลาย ของท่นรอซูลนั้น ต้องอยู่ใน ขอบเขตของข้อ บัญญัติ ของพระองค์ภายใต้ กฎเกณฑ์ ของพระองค์ที่บัญญัติไว้ในอัลกุรอานเท่านั้น จะใช้ความคิดส่วนตัว ในความเป็น “มนุษย์"”ไม่ได้


ถ้าคุณอ่าน ซูเราะฮฺ อะบะซะ (๘๐) ตั้งแตอายะห์ ๑ ถึง อายะห์ ๑๒ ทั้งซุเราะห์ อะบะซะนี้ จะชี้ให้คุณและมุสลิมทั้งหลาย ทราบว่า หน้าที่ของท่านรอซูลล์ที่มีต่อพระองค์และต่อมวลมนุษยชาติคือการ นำอัลกุรอานและสอนอิสลามภายในขอบเขต ของ”อัลกุรอาน เท่านั้น แต่ไม่ได้รับอณุญาติให้เอาความเห็นหรือการกระทำส่วนตัวของท่านมาสอน ด้วยคำสั่งข้อนี้ จึงทำให้ “หนังสิอ ฮาดิษและซุนนะห์” ไม่ได้รับการรับรองจาก พระองอัลลอฮ์ ให้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติการในศาสนาอิสลาม

ซุเราะห์ “อะบะซะ” หมายถึง “ความไม่พอใจ, ทมึงตึง. โกรธ ในซูเราะห์นี้ อธิบายถึงเหตุการที่ครั้งหนึ่ง ท่านรอซูลล์แกล้งทำเมินเฉย ต่อ คนตาบอดผู้ยากจนที่น่าสงสาร, แต่กลับไปให้ความสนใจต่อ คนร่ำรวย ดังอายะห์ ข้างล่างนี้

“เขา (มูฮัมมัด) ทำสีหน้าไม่พอใจและหันหลัง ให้ เมื่อชายตาบอด ผู้ยากจนมาหาเขา(มูฮัมมัด),เพื่อจะรับคำสอน. เจ้าจะรู้ได้อย่างไร ว่าเขาจะปลอดภัย(จากสิ่งชั่ว) หรือจะศรัทธาต่อข่าวสาร(อัลกุรอาน)และได้รับประโยชน์จากความศรัทธานั้น, ส่วนผู้ที่รำรวยนั้นเจ้า (มูฮัมมัด)ให้ความสนใจแก่เขา ถึงแม้ว่าเจ้าไม่สามารถแน่ใจในความศรัทธาของเขา.. แต่ผุ้ซึ่งมาหาเจ้าด้วยความศรัทธาและด้วยความเลื่อมใสอย่างจริงใจ, เจ้ากลับไม่ให้ความสนใจแก่เขา นี่เพียงแต่เป็นการตักเตือน, สำหรับผู้ที่ต้องการจะจดจำ.” (๘๐..๑-๑๒)

นี่แสดงให้เห็นว่าภายใต้สายตาของพระองค์อัลลอฮ์ ถ้าท่านศาสดามูฮัมมัดทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามความประพฤติส่วนตัวแล้ว จะถูกตักเตือนเยี่ยงสามัญชนธรรมดาทั่วๆไป โดยเหตุนี้พระองคือัลลอฮ์จึงสอนให้เชื่อฟังท่านรอซูลล์แต่เฉพาะแต่สิ่งที่มีอยู่ในอัลกุรอานเท่านั้น

أَفَغَيْرَ اللّهِ أَبْتَغِي حَكَمًا وَهُوَ الَّذِي أَنَزَلَ إِلَيْكُمُ الْكِتَابَ مُفَصَّلاً وَالَّذِينَ آتَيْنَاهُمُ الْكِتَابَ يَعْلَمُونَ أَنَّهُ مُنَزَّلٌ مِّن رَّبِّكَ بِالْحَقِّ فَلاَ تَكُونَنَّ مِنَ الْمُمْتَرِينَ

"ฉันยังจะต้องแสวงหาผู้ตัดสินอื่นๆ นอกจากพระองค์อัลลออ์อีกหรือ? และพระองค์ผู้ซึ่งประทานคัมภีร์ซึ่งง่าย(ต่อความเข้าใจ); และพวกเขาผู้ซึ่งเราให้คัมภีร์แก่เขามาแล้ว, รู้ดีว่า มันเป็นโองการของอัลลอฮ์อย่างแท้จริง, ดังนั้นเจ้าไม่ควรจะอยู่ในบรรดาผู้คัดค้าน" (6:114)

ในอายะห์ 6:114 เป็น การแสดงออก ของท่านรอซูลให้เ็ห็นว่า ท่านรอซูล ไม่ได้ไปหา มาตฐาน ในการตัดสินจากที่อื่นใดนอกจาก อัลกุรอาน, ทั้งนี้ เพื่อรักษาความตั้งใจ ของอัลลอฮ์, ท่านรอซูล ทราบว่า ด้วยความกรุณาของพระองค์, ซึ่งพระองค์ ได้อธิบายความประสงค์ ของพระองค์ ไว้ในอัลกุรอาน, เราทุกๆคนถูกเตือนโดยพระองค์อัลลออ์ ว่าอย่า อยู่ในบรรดาผู้สงสัยในความสมบูรณ์ ของอัลกุรอาน, และเมื่อมีปัญหาใดๆ ในศาสนาหรือ สังคม, ให้หันเข้าหาอัลลอฮ์(อัลกุรอาน) เป็นผู้ตัดสินเพียงเท่านั้น............................


ยังมีต่อ....อินชาอัลลอฮ์


วัสลาม


แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nes
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 12, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: bkk

ตอบตอบ: Tue Jun 08, 2004 7:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

matt

คุณไม่ปฏิเสธนะบี แต่ไม่เอาคำสอนของนะบี หมายความว่ายังไง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Wed Jun 09, 2004 12:22 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามุอะลัยกุม คุณ NES,

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ชวนผมเข้าสนทนา ใน เวบนี้ ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง, เหตุที่ผมไม่ได้เข้า ไปใน ห้อง “ผู้ปฏิเสธฮาดีสไม่ใช่มุสลิม” นั้น เพราะ ว่าไม่ต้องการ ให้ มีความรุนแรง ในการสนทนามากขึ้นกว่าที่เขากำลังคุยกันอยู่, และในขณะนี้ ผมกับ ท่านวิทยากร ก็กำลัง วางเงื่อนไขในการเสวนาอยู่ ซึ่งคุณอ่าน ก็คง เข้าใจ, ในการสนนา ผมพยายามที่จะไม่พูด เรื่องการเมือง ถึงแม้ว่าจะถูก กล่าวหา โดยเหตุใด ก็ตาม

ตามที่คุณถามผมว่า, “คุณไม่ปฏิเสธนะบี แต่ไม่เอาคำสอนของนะบี หมายความว่ายังไง?

ผมทำตามคำสอน ของท่านรอซูล มาตั้งแต่ เด็ก และปัจจุบันก็ทำอยู่ เป็นต้นว่า......

1. ให้สลามพี่น้องมุสลิมด้วยกันทุกครั้งที่เริ่มสนทนาหรือพบปะกัน และให้กล่าวลากัน
ตามมรรยาท เมื่อสิ้นสุด การเยี่ยม เยือน

2. ใช้วาจาที่สุภาพ ต่อบิดามารดา ผู้อาวุโส และต่อพี่น้องมุสลิมด้วยกัน


3. ในเรื่องความศรัทธา... ท่านรอซูลกล่าว ว่า “ลาอีลาฮะอีลลัลลอฮ์” เท่านั้น ซึ่งเราจะ
เห็นได้ จาก ซูเราะฮฺ อาละอิมรอน อายะห์ 18
ผมก็อ่าน, “ชะฮาดะห์” ตามท่านว่า “ลาอีลาฮะอีลลัลลอฮ์” และท่านรอซูลล์ทุกๆ
ท่านก่อนหน้าท่านรอซูลล์มูฮัมมัด, ก็กล่าวปฏิญาณ ว่า, “ลาอีลาฮะอีลลัลลอฮ์”


4. ท่านรอซูลล์สั่งสอนว่า “มุสลิมต้องยึดมั่นใน “อัลกุรอาน” เิพียงอย่างเดียวเท่านั้น ใช้
เป็นหลักการ ใน การ ศึกษาศาสนาอิสลาม และประกอบศาสนกิจ, ผมก็เชื่อฟัง

5. ท่านรอซูลล์ สั่งไม่ให้ผม นำสิ่งอื่นมาเทียบเคียง อัลลอฮ์ และ อัลกุรออาน ผมก็เชื่อ
ฟังท่าน


6. ท่านรอซูลล์ ไม่เคยใช้ “ฮาดีษ” ของผู้ใด ในการดำเนินชีวิตของท่าน, ท่านมีศรัทธา
ในอัลลอฮ์ และ กีตาบุลลอฮ์ อย่างจริงใจ ท่าน ยึดแต่เพียง “อัลกุรอานเท่านั้น” เป็น
สายเชือกที่ยึดถือ และท่านรอซูลล์ สอนให้เรายึดสายเชือกเส้นเดียว กับท่าน, ผม
กำลังยึดสายเชือกเส้นเดียวกับท่านรอซูลล์. แล้วคุณละกำลังยึดถือเชือกเส้นใด
และเป็นสายเชือกเส้น เดียว กับ ท่าน รอซูลล์ หรือไม่?


ยังมีอีกมากมายที่ผมทำตาม “ฮาดีษ” และ “ซุนนะห์” ของท่านรอซูลล” ซึ่งไม่สามารถที่ จะบรรยายในที่นี้ ได้หมด เพราะว่า ท่าน รอซูลล์ ไม่หลงอยู่กับสิ่งอื่นนอกจาก, "อัลกุรอาน" ท่าน จึง ประสพความสำเร็จ และมีชัยชนะ อยู่ตลอด เวลา


ผมอยากจะอธิบายคำกล่าว ของท่าน อีหม่าม “มาลิก” มากล่าวไว้ ในที่นี้ว่า

“ถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้ท่วมหัวในเรื่อง “ฮะดีษ” (เรื่องเล่าเกี่ยวกับ คำกล่าว หรือ การ
ปฏิบัติของท่านรอซูลล์) แต่ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามที่แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เกิดขึ้น แก่
ตัวเราและสังคม”

เท่าที่ผมกล่าวมานี้คุณจะเห็นว่า ผมไม่ได้ ปฏิเสธคำสอนของท่านรอซูลล์อย่างที่บางท่านเข้าใจเลย


วัสลาม


แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ramzi
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 11/05/2004
ตอบ: 16


ตอบตอบ: Wed Jun 09, 2004 12:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณแมทท์

ผมได้อ่านแล้วมีความเข้าใจว่า คุณเข้าใจอัล-กุรอานเอาเองโดยไม่ผ่านท่านนบี มูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอ้าลัยฮิว่าซัลลัม กระนั้นหรือ

การที่เราจะรู้และเข้าใจอัล-กุรอานเราก็จะต้องศึกษารูปแบบจากท่านนบี มูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอ้าลัยฮิว่าซซัลลัมเช่น เราจะละหมาด ถ้าเราศึกษาจากอัล-กุรอานเราก็ไม่รู้ว่าจะละหมาดอย่างไร เราก็ต้องกลับมาดูการกระทำจากท่านนบีมูฮำหมัด ศ้อลลัลลอฮุอ้าลัยฮิว่าซัลลัม ดังฮะดีษที่กล่าวว่า" ศ็อลลูกะมา ร่ออัยตุมูนีอุศ็อลลี "

"พวกท่านทั้งหลายจงละหมาด เหมือนที่เห็นฉันละหมาด "

หรือว่าท่านจะละหมาดอย่างที่ท่านพอใจและกระทำอะไรก็ได้ นึกจะบวชตอนไหนก็ได้ แล้วท่านจะว่าอย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nes
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 12, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: bkk

ตอบตอบ: Wed Jun 09, 2004 1:18 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



matt

คุณยืนยันว่าตามรอซูล เช่นให้สลาม ทำดีต่อบิดามารดา วาจาสุภาพ และอื่นๆ นั้น

คุณเอาแบบฉบับมาจากใหน ถ้าไม่เอาจากรายงานที่มีบันทึกไว้ หรือรอซูลมาเข้าฝันคุณ

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3 ... 21, 22, 23  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 23

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004