ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - “มรดกอิสลาม”.............โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
“มรดกอิสลาม”.............โดย แมทท์ (muslimThaiUSA.com)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 21, 22, 23
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Mon Jan 02, 2006 8:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam นี่ก็กระทู้ยอดฮิตอีกกระทู้หนึ่ง ที่มีผู้ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ว่าแต่ที่คุณ AlGhurabaได้โพสต์ไว้ว่า

คำพูด:
วันอีดที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานนี้ หวังว่า.... อาจานคงมี"ข่าวดี"มาแจ้งแก่เรานะครับ...

นี่ก็วันอีดอีกอีดหนึ่งกำลังจะมาถึงเหมือนกัน ไม่มี "ข่าวดี" อะไรคืบหน้าเลยนะคะ

ยังไงก็อยากให้คุณAlGhuraba เข้ามานำเสนอความรู้อะไรดีๆ ให้กับพวกเราอีกนะคะ ถ้าไม่รู้จะนำเสนออะไรก็ขอให้ช่วยเข้าไปดูที่เวปhttp://www.apostatesofislam.com แล้วมา comment ให้เรารับทราบบ้างนะคะ- ญะซากัลลอฮ์ค่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AbdurRahman
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 26/07/2005
ตอบ: 185


ตอบตอบ: Tue Jan 03, 2006 12:11 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เป็นเวปที่ทุเรศมากเลยละอิหนูเอ๊ย เลวยิ่งกว่าเว็ปลามกเสียอีก
นี่สิน่าสงสัยว่าวางกับดักหรือปล่าว
ทำไมทีมงานถึงเซ่อกระบืออย่างนี้
ไม่รู้ว่าใครเป็นไคร เฮ้อๆๆๆๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Wed Jan 04, 2006 8:58 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไม่ทราบว่าคุณAbdurRahman เอา 2 สิ่งนี้มาเปรียบกันได้อย่างไร
เวปลามกฮาหร่ามดู แต่เวปนี้เราจะต้องดูไว้ว่า ขณะนี้พวกทำลายล้างอิสลามเขาทำอะไรกันถึงไหนแล้ว จะหลับหูหลับตากันอยู่กระนั้นหรือ

หลายครั้งหลายคราที่ท่านอาจารย์มุรีดจำต้องสละเวลาอันมีค่าของท่านไปอ่านเรื่องที่โจมตีทำลายล้างบิดเบือนอัลอิสลาม แล้วนำมาเขียนหนังสือชี้แจง ดังเช่น โต้หนังสือ “รักต้องห้าม” และหนังสือ "สู่สันติภาพถาวร ผ่านพุทธ คริสต์ อิสลาม ถึงมาร์กซิสม์-เลนินิสม์" ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับเวปนี้ที่ท่านอาจารย์มุรีดเองก็ได้กล่าวไว้ว่า

“หากบุคคลใดที่สามารถเขียนอ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้ จำเป็นจะต้องเข้าไปท้วงติงในเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งผมก็เชื่อว่าเว็บไซต์ที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นมีข้อมูลบิดเบือนอิสลามเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกันชี้แจงข้อมูลที่แท้จริงให้แก่บรรดาเว็บไซต์เหล่านี้”
ซึ่งมันต่างกันนะกับการวางกับดักในกรณีของคุณน่ะ

สำหรับเรื่องนี้ ดิฉันก็ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นหรือการอธิบาย จากคนอย่างคุณหรอกนะคะ เพราะเทียบกันไม่ได้เลยกับคุณ AlGhuraba ซึ่งจะเห็นได้จากกระทู้นี้ที่มีผู้นำข้อมูลที่โจมตีบิดเบือนอัลฮาดีสมาเสนอ และคุณ AlGhuraba ก็ได้ชี้แจงให้ทราบอย่างที่ปัญญาชนพึงกระทำ ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับพวกเรา ต่างกับกรณีของคุณโดยสิ้นเชิง เช่นกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Sun Jan 29, 2006 12:06 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam


หลัง ได้อ่านคำอธิบายของ คุณAlGhuraba จนจบแล้ว ก็เข้าใจได้ว่า คุณไม่ยอมออกจาก ศตวรรษ 14 ตลอดเวลาการอธิบายของคุณจนจบคุณ กล่่าว เสมอ ว่า ผม อยู่ในกะลาครอบ ขาดความรู้ ความเข้าใจเรื่องศาสนา แล้ว ยังดื้อด้าน เอา หัวชน กะลา เหมือน กบอยู่ ในกะลาครอบ, แต่ไม่มีอะไรสะกิดใจคุณสักนิดเดียว ว่า ผมต่างหาที่อยู่ นอก กะลา พยายามจะ เปิดกะลาที่ครอบงำคุณมา พร้อมกับ ความรู้ ของคุณ ในเรื่องศาสนา ตั้งแต่ สมัยที่ ชาวอรับยังเป็นคนที่ไม่รู้จัก อัลลอฮ์ ยังเป็นคนป่าเถื่อน แต่เมื่อท่านรอซูล นำ หลักกการของ อิสลามมาสอน ก็ไม่อาจจะแยกได้ว่า การเชื่อพระเจ้าองค์เดียว นั้น คือ อะไร และ หมายความว่า อย่างไร? สำหรับประวัติเรื่อง การทำละหมาดนั้น ผมไม่สนใจต่อไปแล้ว และไม่มีอะไรที่จะนำเสนอ ในที่นี้อีกต่อไป. แต่ถ้าคุณจะนำมาเสนอเพื่อให้ผู้ที่ต้องการทราบ ก็แล้วแต่ความปรารถนาของคุณ


การที่ผม พยายามที่จะเปิด กะลาที่ครอบหัว(ใจ)คุณ มาเป็น เวลา นาน จนเข้ามาใน ศตวรรษ 21 แล้วคุณก็ยังไม่ยอมเข้าใจเสียทีว่า สิ่งที่คุณเชื่อถืออยู่ในขณะนี้ เป็นเพียงลัทธิ ใหญ่ ที่แตกแยกออกมา จาก หลักการของอิสลามที่ พระองค์อัลลอฮ์ ทรงประทาน มาให้ มนุษชาติ

พระองค์อัลลอฮ์ ทรงย้ำอยู่ในอัลกุรอานหลายตอน ให้เชื่อและรักท่าน รอซูล ถึงกับระบุ โทษอย่างหนักในการ ไม่เขื่อฟัง ท่านรอซูล แต่ ลัทธิของคุณ กลับหันหลัง ให้รอซูล กลับไปเชื่อผู้อื่น (ู้ซึ่งนำเรื่องเล่าต่างๆ เกี่ยวกับตัวท่าน ซึ่ง ไม่มีความ แน่นอน ในความ เป็น จริง ด้วยเหตุนี้ จึง ทำ ให้ ผู้ที่เรียก ตัวเองว่า “มุสลิม” ถกเถียง กันและ แตกแยกกัน ออก เป็น กลุ่มต่างๆ ทั้งนี้ เพราะ ต่างคนต่างก็ ได้ยินการสอน และเรื่องเล่า มาต่างๆกัน


ถ้าคุณอ่านดูกระทู้ต่างๆในเวบนี้ จะเห็นว่า มีแต่เรื่องถกเถียง กัน ว่า ท่านรอซูล สอนและ กล่าวว่า อย่างไร ไม่ผิด กับ ผู้รู้ ในสมัย ศตวรรษ 14 -15-16-17 หลังจากท่านรอซูล เสียชีวิต ไปแล้ว เถียงกัน อ้างคำ บอกเล่าต่าง ซึ่ง ไม่เกี่ยว กับ ความรู้ ในอัลกุรอาน แต่เป็นความ รู้ความเข้าใจ ของชาว อรับ สมัย นั้น ที่ ยังไม่เข้าใจ ว่า “พระเจ้าองค์เดียว” ที่ท่านรอซูล สั่งสอนนั้น หมายความ ว่าอย่าง ไร? พระเจ้าองค์เดียว คือหลักการที่ ท่านรอซูล ทุกๆท่าน ถูกส่งมา ให้บอกข่าวสาร อันนี้ แก่เรา “พระเจ้าองค์เดียว” คือหลักการที่แท้จริง ของอิสลาม และ การ กราบเคารพบูชาพระเจ้าองค์เดียว คือ หลักการของอิสลาม ที่แท้จริง


ส่วนมากมุสลิมจะถกเถียงกันว่า “ใครจะมีความรู้ ในสิ่งที่ไม่รู้จริงมากกว่าใคร” ยังถกเถียงกันเรื่อง หลักเตาฮีด, ยังไม่เข้าใจสิ่งใดที่เป็น “ชริก” หรือไม่เป็น แต่ไปสนใจ ถกเถียงกัน ว่า จะ ทำท่าทางในการละหมาดอย่างไรจึงจะถูกต้องที่สุด? จะแต่งตัวกันอย่างไร? จะใช้มือซ้ายหรือมือขวาทำกิจ เฉพาะตัวอย่างไร? ทำย่างใดจึงจะได้ ผลบุญมากๆ กว่ากัน


แต่มุสลิมลืมไปว่าถ้าเราทำอะไรเพื่อหวังผลบุญก่อนนั้น ไม่ถูกต้องในความคิด ทั้งนี้ เพราะกฎต่างๆที่พระเจ้าตั้งขึ้นนั้น เป็นข้อบังคับ ให้เราปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติจะถูกลงโทษ การจะได้บุญหรือไม่นั้น ไม่มีใครทราบได้ มีแต่เดากันเท่านั้น แต่ถ้าสิ่งใดทำอย่างไรจะเป็นที่ โปรด ของพระเจ้า จะมีบอกไว้ ในอัลกุรอาน

การที่ผมเปิดเวบ muslim Thai USA ไปก็พราะ เหตุผลอย่างเดียว คือ ต้องการ บอก ให้มุสลิม ที่ตั้ง นิกายและเรียกตัวเองเป็นกลุ่มต่างๆ นั้น เป็นการกระทำที่ ไม่ถูกต้องตาม หลักการ ของ อิสลาม แต่เมื่อผมได้มีโอกาศใช้ เวบมรดกแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นจะต้อง มีเวบ ส่วนตัว


ตาม ข้อ เสนอแนะ ของคุณ natee ให้ คุณAlGhuraba เข้าไปดูที่เวป http://www.apostatesofislam.com แล้วมา comment ให้เรารับทราบ กันนั้น ผมเห็น ว่า เป็นความคิดที่ดีที่สุดทีเดียว เพราะการมาถกเถียง กับ มุสลิม ด้วยกันที่ ต่างความคิดกัน ไม่เกิดประโยชน์มากนัก นอกจาก นำเรื่องเก่ามาเล่ากันใหม่เท่านั้น


แต่ผมจะขอฝากความเห็นส่วนตัว ในการที่ให้ คุณ natee ขอ ให้ คุณAlGhuraba ไปวิจารณ์ http://www.apostatesofislam.com นั้น เหมือน ให้เด็ก ไปทำงาน ผู้ใหญ่, ผู้ที่หำงานทางด้านนี้ ควรเป็น อาจารย์ ฟารีด เพนดี มากกว่า


ทั้งนี้ เพราะว่า คุณAlGhuraba ไม่มีความรู้พอทั้ง ทางด้าน ภาษาอรับ และอังกฤษ เบื้องต้น ที่จะไป โต้ตอบกับนักเขียนใน เวบเหล่านั้นได้ ผมไม่ ทราบว่าคุณ natee อ่านเรื่องราวในเวบนั้นแล้วมีความ รู้สึกอย่างไร? คุณไม่ต้อง ตอบผมก็ได้ เก็บไว้ในใจ ของคุณ


ในความรู้สึกส่วนตัวของ ผมแล้ว เมื่อ เรา มีความศรัทธาต่อพระเจ้าองค์เดียว อย่างแท้ จริง เข้าใจและรู้จักการ สักการะต่อ พระเจ้าองค์ เดียวแล้ว และ มุ่งมั่นทำ แต่ความดี มีเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อเพื่อนมนุษย์, ประกอบอาชีพที่สุจจริต, ละเว้นการ กระทำที่ชั่วช้า (ลามก) และมุ่งร้ายต่อผู้อื่น, รักครอบครัว ให้เกียรติต่อ ทุกเพศทุกวัย, กระทำแต่สิ่งที่ดี , เชื่อฟังแต่คำของพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น, ปฏิบัติ “ตามแนวทางและ พระประสงค์ ของพระเจ้าองค์เดียวแล้ว” เขาผู้นั้นคือมุสลิม และ เป็นมุสลิมที่ดี


wassalam


มูฮัมมัด อียูซุบ


ปล. ถึงแม้ว่าผมกับคุณ AbdurRahman จะมีความคิดเห็นในเรื่องศาสนาที่ต่างกันใน บางอย่าง(เป็นส่วนมาก) แต่ขอชมที่คุณ เป็นคนตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในเรื่อง “ชริก” หลังจากกลับมาจากฮัจย์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Mon Mar 03, 2008 6:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

بسم الله الرحمن الرحيم
السلام عيى من اتبع الهدى

พี่น้องครับ... ยังจำกระทู้นี้มั๊ยครับ?

ใครบางคนที่เคยมาเถียงที่นี่แล้วตกม้าตายซะหลายรอบ เลยย้ายเวทีไปปล่อยเชื้อที่ pantip ไว้เกลื่อนไปหมด แต่ก็ยังไม่วายวนๆเวียนๆย่ำอยู่ที่เดิม ไร้พัฒนาการทางความคิดและพฤติกรรม เคยดื้ออย่างไร ลื่นไหลอย่างไร ทิ้งปัญหาแล้วไม่ยอมเคลียร์ยังงัย ก็ยังคงเป็นอยู่อย่างเดิม

เรื่องราวมันเป็นยังงัย ไปถึงไหน มาว่ากันเนื้อๆจาก web pantip ดีกว่านะครับ
******************
TIRMZI, volume two (p 35-40): A houri is a most beautiful young woman with a transparent body. The marrow of her bones is visible like the interior lines of pearls and rubies. She looks like red wine in a white glass. She is of white color, and free from the routine physical disabilities of an ordinary woman such as menstruation, menopause, urinal and offal discharge, child bearing and the related pollution. A houri is a girl of tender age, having large breasts which are round (pointed), and not inclined to dangle. Houris dwell in palaces of splendid surroundings.
ผมมีภาคภาษาไทย แปลไว้คร่าวๆ (ไม่ใช่คำต่อคำ) ให้คุณเข้าใจ ดังนี้

จากหะดีษ ของ ติรมซิ เล่ม 2 หน้า 35-40 :ท่านศาสนทูตมูฮัมมัด ได้บรรยายถึงรูปร่างลักษณะ สาวสวรรค์ที่มี เตรียมไว้รอรับ ชายมุสลิมที่ทำคุณงามความดีต่อ พระเจ้าไว้ดังนี้…

สาวสวรรค์เป็น หญิงสาววัยรุ่นที่สวยงามที่สุด, มีร่างกายที่โปร่งใส สามารถที่จะ แล เห็นไข ภายในโครงกระดูกของเธอเปรียบเสมือน เคลือบ ไปด้วยสีสรรค์ ไข่มุข และ ทับทิม เรือนร่างของเธอเหมือน เหล้าองุ่นแดงในแก้วที่ใสสอาด(สีขาว)

เธอมีผิวขาว และไม่มีสิ่ง สกปรก ใดๆดังเช่น ผู้หญิงธรรมดาในร่างกายของเธอ เช่นการมีประจำเดือน การหมดประจำ เดือน, ไม่มีน้ำปัสสวะและน้ำเมือกต่างๆ ไม่มีการตั้งครรภ์และ เกี่ยวข้องกับ ความสกปรต่างๆ (ไม่ขับถ่ายปัสวะอุจจาระ), สาวสวรรค์เป็นหญิงสาววัยรุ่นที่ มีทรวงอก ที่ใหญ่ ตั้งชี้ตึงเต่ง (และไม่มีการ ห้อยโตงเตง)

เธอจะไม่มองใครนอกจากผู้มีบุญ ที่เป็น สามีของเธอเท่านั้น, และเธอไม่มีความแก่ สาว สวรรค์นี้ อาศัยอยู่ในสถานที่ ที่ตก แต่ง ไว้อย่างสวยงาม ชายที่มีบุญที่ได้รับสาวสวรรค์เหล่านี้ (72 นาง) จะมีอายุประมาณ 30 ปีอยู่ตลอดกาล และจะมีกำลัง ในการ ร่วมรักกับนาง เท่ากับกำลังของชายรวมกัน ถึง100 คน

จากหะดีษบทนี้ เมื่อผมอ่านดูแล้ว เหมือนกับ "ฮาดีษ" บรรยายสาวสวรรค์ มีรูปร่าง เช่นเดียวกับ ตุ๊กตายาง ที่ทำด้วย ปลาสติก โปร่งใส ไม่มีการขับถ่ายอุจจาระ ปัสสวะและการขับถ่าย สิ่งปฏิกูล ต่างๆ ไม่มีน้ำเมือก และประจำเดือน จากช่องคลอด ซึ่งเป็นการใช้ ล้างสมองผู้บ้าตัณหา ให้ ยอมตายเพื่อ สร้างอำนาจให้นักปราชญ์ ผู้สอนศาสนาบางท่าน เพื่อหวังผลในสวรรค์ดังกล่าวแล้ว
................
ผมไม่เชื่อว่า ท่านศาสนฑูตของพระเจ้าจะเอาเรื่องบัดสีบัดเถลิง เช่นนี้มาสั่งสอนมุสลิม ซึ่งไม่สมกับ คุณลักษณะของท่านรอซูลที่บรรยายไว้ ในอัลกุรอาน เสียเลย ท่านผู้รู้ในห้อง นี้ ทั้ง หลาย เชื่อในหะดีษบทนี้หรือไม่? และ คำสอนนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรืออาจมีคำอธิมาที่ไปของ เรื่องนี้ว่าอย่างไร ? ฮาดีษนี้มีความจริงตรงกับต้นฉบั[ภาษาอรับหรือไม่?

ขอความกรุณาท่านผู้เชี่ยวชาญภาษาอรับช่วยตอบและอธิบายให้กระจ่างด้วย เพิ่อป้องกันความมัวหมองของ “อิสลาม”

แต่ผมขอยืนยันอย่างแน่นอนว่า ผมไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ มี สอนในหลักการของศาสนาอิสลาม, ดูราวกับว่า หญิงสาวในโลกนี้ช่างสกปรกเสียจริงๆ สำหรับชายผู้บ้าตัณหา
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 51 00:45:50
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 51 00:44:10
จากคุณ : แมทท์ - 25 ก.พ. 51 02:48:08 ]
Y6363731_ไม่เชื่อว่าอิสลามสอนเช่นนี้
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y6363731/Y6363731.html[/color]******************
กว่าพี่น้องจะเข้ามาอ่านกระทู้นี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะตาม link ใน pantip ทันหรือไม่ เพราะอาจเปลี่ยนหน้าไปแล้ว ยังงัยก็ตามที่หมายเลขกระทู้เอาละกันนะครับ Y6363731 โต๊ะศาสนา

การอ้างอิงหะดีษด้วยการระบุ เล่มที่เท่านั้น หน้าที่เท่านี้ เป็นระบบอ้างอิงที่ไม่ค่อยเข้าท่าซะเท่าไหร่ เพราะตำราแต่ละชุดไม่ได้พิมพ์ที่เดียว ครั้งเดียว แต่ละสำนักพิมพ์อาจจะจัดเล่มไม่ตรงกัน หน้าไม่ตรงกัน แต่ละครั้งของการจัดพิมพ์ก็ย่อมมีข้อแตกต่างปลีกย่อยออกไปอีก เพราะฉะนั้น หะดีษติรมิซีตลอดระยะเวลาพันกว่าปีจากชุดแรกที่ท่านรวบรวมไว้นั้นน่าจะมีการจัดพิมพ์(หรือคัดลอก)กันมาแล้วก่อนยุค Globalized ไม่ต่ำกว่า 50-60 versions เพราะฉะนั้นแค่บอกว่า เล่ม 2 หน้า 35-40 น่ะต้องยอมครับว่า ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถหาตัวบทภาษาอรับมาได้ตรงตามที่อ้างหรือไม่เพราะไม่รู้ว่าที่อ้างน่ะ version ไหน ฉบับที่ผมมีอยู่มันแค่เล่มเดียวเอง และเล่มเดียวนั้นมันรวมหมดทั้ง บุคอรี มุสลิม ติรมิซี อบูดาวูด นะสาอี และอะหฺมัด ดังนั้นเท่าที่พอจะหามาใช้วิเคราะห์กันวันนี้ มีดังนี้ครับ

2456 عَنْ عَبْدِ اللهِ بْنِ مَسْعُودٍ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى الله عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ إِنَّ الْمَرْأَةَ مِنْ نِسَاءِ أَهْلِ الْجَنَّةِ لَيُرَى بَيَاضُ سَاقِهَا مِنْ وَرَاءِ سَبْعِينَ حُلَّةً حَتَّى يُرَى مُخُّهَا وَذَلِكَ بِأَنَّ اللهَ يَقُولُ ( كَأَنَّهُنَّ الْيَاقُوتُ وَالْمَرْجَانُ ) فَأَمَّا الْيَاقُوتُ فَإِنَّهُ حَجَرٌ لَوْ أَدْخَلْتَ فِيهِ سِلْكًا ثُمَّ اسْتَصْفَيْتَهُ لَأُرِيتَهُ مِنْ وَرَائِه
الترمذي : صفة الجنة - 5 بَاب فِي صِفَةِ نِسَاءِ أَهْلِ الْجَنَّةِ

อับดุลลอฮฺ อิบนิมัสอูด รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม ว่า แท้จริงผู้หญิงที่เป็นภรรยาของชาวสวรรค์นั้น สามารถมองเห็นความขาวของหน้าแข้งนางได้ผ่านอาภรณ์ถึงเจ็ดสิบชั้น ถึงขนาดที่เห็นได้ถึงไขกระดูกของนางเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะอัลลอฮฺตรัสว่า ประหนึ่งพวกนางเป็นทับทิมและปะการัง (55:58) ซึ่งทับทิมก็คืออัญมณีชนิดหนึ่งที่แม้ท่านเอาเส้นด้ายไปไว้ในมันแล้วตรวจสอบดูก็จะสามารถมองทะลุไปเห็นด้ายนั้นได้อย่างชัดเจน (อัตติรมิซี : สภาพของสวนสวรรค์ หัวข้อ 5 ว่าด้วยคุณลักษณะของภรรยาชาวสวรรค์ )


( ตรงไหนแปลผิดแปลถูก ก็ฝาก อ.asan ช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ )
ฐานะของหะดีษก็อยู่ในเกณฑ์เศาะเฮียะห์ และในหะดีษต่อมาก็กล่าวในลักษณะเดียวกันว่า

2457 حَدَّثَنَا سُفْيَانُ بْنُ وَكِيعٍ حَدَّثَنَا أَبِي عَنْ فُضَيْلِ بْنِ مَرْزُوقٍ عَنْ عَطِيَّةَ عَنْ أَبِي سَعِيدٍ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى الله عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ إِنَّ أَوَّلَ زُمْرَةٍ يَدْخُلُونَ الْجَنَّةَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ضَوْءُ وُجُوهِهِمْ عَلَى مِثْلِ ضَوْءِ الْقَمَرِ لَيْلَةَ الْبَدْرِ وَالزُّمْرَةُ الثَّانِيَةُ عَلَى مِثْلِ أَحْسَنِ كَوْكَبٍ دُرِّيٍّ فِي السَّمَاءِ لِكُلِّ رَجُلٍ مِنْهُمْ زَوْجَتَانِ عَلَى كُلِّ زَوْجَةٍ سَبْعُونَ حُلَّةً يُرَى مُخُّ سَاقِهَا مِنْ وَرَائِهَا قَالَ أَبو عِيسَى هَذَا حَدِيثٌ حَسَنٌ صَحِيحٌ
الترمذي : صفة الجنة - 5 بَاب فِي صِفَةِ نِسَاءِ أَهْلِ الْجَنَّةِ

อบูสะอีด อัลคุดรีย์ รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม ว่า แท้จริงชนกลุ่มแรกที่เข้าสวรรค์ในวันกิยามะฮฺนั้น ความผ่องใสของใบหน้าพวกเขาจะเหมือนความผ่องใสของดวงจันทร์คืนวันเพ็ญ และชนกลุ่มที่สองก็เหมือนหมู่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับบนฟากฟ้า ผู้ชายแต่ละคนในพวกเขาจะมีภรรยาสองคน และภรรยาแต่ละคนสวมอาภรณ์เจ็ดสิบชั้น สามารถเห็นทะลุไปถึงไขกระดูกของนางเบื้องหลังอาภรณ์นั้นได้


นี่คือหะดีษเศาะเฮียะห์ และนอกจากนั้นเรายังพบในเศาะเฮียะห์บุคอรีในเนื้อหาทำนองเดียวกันสนับสนุนอีกว่า

3007 حَدَّثَنَا أَبُو الْيَمَانِ أَخْبَرَنَا شُعَيْبٌ حَدَّثَنَا أَبُو الزِّنَادِ عَنِ الْأَعْرَجِ عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِي الله عَنْه أَنَّ رَسُولَ اللهِ صَلَّى الله عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ أَوَّلُ زُمْرَةٍ تَدْخُلُ الْجَنَّةَ عَلَى صُورَةِ الْقَمَرِ لَيْلَةَ الْبَدْرِ وَالَّذِينَ عَلَى إِثْرِهِمْ كَأَشَدِّ كَوْكَبٍ إِضَاءَةً قُلُوبُهُمْ عَلَى قَلْبِ رَجُلٍ وَاحِدٍ لَا اخْتِلَافَ بَيْنَهُمْ وَلَا تَبَاغُضَ لِكُلِّ امْرِئٍ مِنْهُمْ زَوْجَتَانِ كُلُّ وَاحِدَةٍ مِنْهُمَا يُرَى مُخُّ سَاقِهَا مِنْ وَرَاءِ لَحْمِهَا مِنَ الْحُسْنِ يُسَبِّحُونَ اللَّهَ بُكْرَةً وَعَشِيًّا لَا يَسْقَمُونَ وَلَا يَمْتَخِطُونَ وَلَا يَبْصُقُونَ آنِيَتُهُمُ الذَّهَبُ وَالْفِضَّةُ وَأَمْشَاطُهُمُ الذَّهَبُ وَوَقُودُ مَجَامِرِهِمُ الْأَلُوَّةُ
البخاري : بدأ الخلق

เป็นรายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮฺว่าท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า ..(ขอแปลข้ามๆไปถึงจุดที่เป็นประเด็นเลยนะครับ ว่า)...แต่ละคนในพวกเขา(ชาวสวรรค์)นั้นจะมีภรรยาสองคน โดยแต่ละนางจากทั้งสองนั้นสามารถมองเห็นไขกระดูกผ่านเนื้อของนางได้ทีเดียวเนื่องจากความงามอย่างที่สุดนั่นเอง ..... (บุคอรี)


จึงสรุปได้ว่า หะดีษเศาะเฮียะห์ระบุถึงลักษณะของภรรยาชาวสวรรค์ไว้อย่างนี้จริงซึ่งสอดคล้องกับคุณลักษณะของนางตามที่ปรากฏในอัลกุรอาน(ที่คุณชอบนำมาอ้างว่ายึดมั่นเชื่อถือนักหนา)ว่า ประหนึ่งทับทิมและปะการัง คนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและมีอีมานที่ถูกต้องสมบูรณ์คงไม่คิดว่าอัลลอฮฺจะทรงเอาทับทิมน้ำขุ่นที่เลวระดับขี้กรวดขี้ทรายมาใช้เปรียบเทียบถึงสิ่งที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้บ่าวผู้ศรัทธาในวันกิยามะฮฺหรอกนะครับ และเมื่ออัลลอฮฺทรงใช้ความใสของทับทิมน้ำงามเกินจินตนาการของมนุษย์อย่างเรามาใช้บรรยายถึงความงามของภรรยาชาวสวรรค์แล้วทำให้นายแมทท์นึกได้แค่ “ตุ๊กตายาง” ที่ใช้แทนหมอนข้างอยู่ทุกวันนั้น ผมไม่รู้สึกแปลกใจหรอกครับ เพราะคนที่ในหัวมีแต่ความ “บัดสีบัดเถลิง” ย่อมคิดอะไรได้ไม่ไกลเกินนั้นอยู่แล้ว คิดอย่างอื่นไม่เป็นหรอก

สิ่งต่างๆที่อัลกุรอานก็ดี หรือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม ก็ดี บรรยายไว้เกี่ยวกับสวรรค์และนรก เป็น อัลฆ็อยบ์ ที่ไกลเกินจินตนาการของมนุษย์ทั้งสิ้น เราสามารถรับทราบได้เพียงโวหารเชิงภาษาเท่านั้น สภาพที่แท้จริงของมันนั้น คิดให้หัวพังก็ยังไปไม่ถึงหรอกครับ เพราะมันคือ สิ่งที่ตาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน และไม่มีหัวใจดวงใดจินตนาการไปถึง ไม่ว่าจะเป็น คฤหาสน์บ้านเรือน อาหาร เครื่องดื่ม ลำธาร ผืนดิน กลิ่นหอม ความสด ความสวย หรือความใส และแม้กระทั่ง ความมืดทึบ เหม็นอับ ความเจ็บปวดและความร้อนแรงของไฟนรก สิ่งที่อัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์แจ้งแก่เราเหล่านี้เป็นการวัดใจว่า มนุษย์เชื่อหรือไม่ว่าอัลลอฮฺเป็นเจ้าผู้ทรงอำนาจ ทรงเดชานุภาพที่จะบันดาลให้เป็นไปได้ แม้มันจะเหลือเชื่อในดุนยา เป็นการวัดใจว่าเราเชื่อหรือไม่ว่ามุฮัมมัดเป็นรอซูลของพระองค์ที่พระองค์ทรงมอบหมายให้มาแจ้งข่าวแก่เราพร้อมด้วยหลักฐานต่างๆจากบางส่วนแห่ง อัลฆ็อยบ์ ที่พระองค์ทรงสำแดงเปิดเผยแก่ท่านโดยอนุมัติของพระองค์ เราได้เห็นเดชานุภาพของพระองค์ที่ทรงทำให้ช้าง ม้า วัว ควาย เดินด้วยสี่เท้า เป็ด ไก่ ใช้แค่สองเท้า ส่วนงูก็แถไถไปด้วยท้องของมัน และนกข้ามฟ้าไปได้ด้วยสองปีก วันนี้อัลลอฮฺทรงอนุมัติให้คุณเดินไปทำฟิตนะฮฺที่โน่นทีที่นี่ทีได้บนสองเท้าของคุณ ถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าพระองค์ทรงสามารถที่จะทำให้คุณใช้หน้าเดินต่างเท้าได้ในวันกิยามะฮฺ?

ความสุข ความสะดวกสบาย ความงามของคู่ครอง ความสมบูรณ์ของร่างกาย การปราศจากของเสียข้อบกพร่องต่างๆ และอื่นๆที่เป็น absolute perfection ที่เราหาไม่ได้ในดุนยาแต่จะได้รับในสวนสวรรค์ คือความเมตตา ความโปรดปรานที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้ผู้ที่ศรัทธามั่นต่อพระองค์และประกอบความดีตามที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม บัญญัติไว้แก่เราว่านั่นคือความดี

มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย จากทุกซอกทุกมุมแห่งดุนยา ไม่ว่าจะเกิดบน planet earth ใบนี้ หรือจะไปเกิดและตายบน planet ดวงอื่น บน skylab ใดก็ตาม หรือใน galaxy ไหนในจักรวาลอันเวิ้งว้างในอนาคต(ถ้าจะมี) ทุกคนตั้งแต่คนแรกจนคนสุดท้ายก่อนจะถึงกิยามะฮฺ ที่อัลลอฮฺจะทรงให้ฟื้นขึ้นเป็นอีกกำเนิดหนึ่งและได้รับพระเมตตาให้ได้เข้าสวรรค์ของพระองค์นั้น ทุกคนไม่มีข้อแตกต่างในฐานันดรแห่งเครือญาติ คำว่า พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า ตา ยาย หลาน เหลน ฯลฯ ในวันนั้นต่างเท่าเทียมกัน และไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้อง “ขยายพันธุ์” เพื่อทดแทนส่วนที่ตายจากไปหรือเพื่อเหตุผลใดๆอีก เพราะวันนั้น “ความตาย” มัน ตายไปแล้ว ดังนั้นสาวสวรรค์จะต้องตั้งครรภ์หรือคลอดลูกทำไมอีก?

การเสพสุขกับคู่ครองในสวรรค์จะเป็นไปในลักษณะไหนอย่างไร เราไม่อาจคาดเดาได้ เช่นเดียวกับ ความดี ความสุข และความประเสริฐเลิศเลออื่นๆ ฯลฯ สิ่งที่อัลกุรอานบรรยายไว้แก่เรา สิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม ถ่ายทอดไว้แก่เศาะหาบะฮฺ คือสิ่งที่สื่อไว้ด้วยโวหารทางภาษาโดยอ้างอิงกับสิ่งที่เราสัมผัสอยู่ในดุนยา ซึ่งสภาพที่แท้จริงของมันนั้น ไกลเกินจินตนาการครับ เมื่อการเสพสุขกับ คู่ครอง ที่หะลาลในดุนยาเป็นที่อนุมัติและได้รับการสนับสนุน ยกย่อง ไม่มีปัญญาส่วนไหนหรอกครับที่จะคิดได้ว่า การเสพสุขกับคู่ครองที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้ให้ในสวนสวรรค์ในสภาพ absolute perfection เป็นเรื่องบัดสี นอกจากส่วนที่“อ่อน”ที่สุดเท่านั้น และใครที่คิดเรื่องแบบนี้ได้มากเท่าไหร่ ก็ย่อมเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า มันคนนั้นมีปัญญาส่วนนี้อยู่มากเท่านั้นนั่นเอง และการที่พระองค์ทรงสร้างให้กำเนิดใหม่ของผู้ที่ได้เข้าสวรรค์ของพระองค์มีคุณลักษณะที่สมบูรณ์แบบสุดๆก็เช่นกัน .... มันกลายเป็นความบัดสีได้อย่างไร?
การที่พระองค์ทรงยืนยันว่า...

كَذَلِكَ وَزَوَّجْنَاهُم بِحُورٍ عِينٍ
เช่นนั้นแหละ เราจะให้พวกเขามีคู่ครองเป็นสาวรุ่นมีดวงตาสวยงาม (44:54)
مُتَّكِئِينَ عَلَى سُرُرٍ مَّصْفُوفَةٍ وَزَوَّجْنَاهُم بِحُورٍ عِينٍ
นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงเรียงชิดติดกัน และเราจะให้พวกเขามีคู่ครองเป็นสาวรุ่นมีดวงตาสวยงาม (52:20)
فِيهِنَّ قَاصِرَاتُ الطَّرْفِ لَمْ يَطْمِثْهُنَّ إِنسٌ قَبْلَهُمْ وَلَا جَانٌّ
كَأَنَّهُنَّ الْيَاقُوتُ وَالْمَرْجَانُ
ในสวนสวรรค์เหล่านั้นมีหญิงสาวผู้ลดสายตาลง(ไม่มองใครนอกจากคู่ครองของนางเท่านั้น) ซึ่งไม่มีมนุษย์และไม่มีญินแตะต้องพวกนางมาก่อน ...
.... ประหนึ่งพวกนางเป็นทับทิมและปะการัง (55:56,58)
حُورٌ مَّقْصُورَاتٌ فِي الْخِيَامِ
หญิงสาวผู้สงวนตัว, อยู่ในกระโจม (55:72)
وَحُورٌ عِينٌ {22} كَأَمْثَالِ اللُّؤْلُؤِ الْمَكْنُونِ {23} جَزَاء بِمَا كَانُوا يَعْمَلُونَ {24}
และ(ในสวรรค์นั้นมี)หญิงสาวที่มีนัยน์ตาคม (พวกนางเป็น)ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี เป็นการตอบแทนเนื่องจาก(ความดี)ที่พวกเขากระทำไว้ (56:22-24)


เหล่านี้คือพระเมตตาที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่บ่าวผู้ศรัทธามั่นต่อพระองค์โดยแท้ เช่นนี้แล้วคุณยังจะกล้าปฏิเสธพระเมตตาอันนั้นของพระองค์อีกหรือ
فَبِأَيِّ آلَاء رَبِّكُمَا تُكَذِّبَانِ
และอันใดแห่งความโปรดปรานของพระเจ้าของเจ้าทั้งสองเล่าที่เจ้าทั้งสองปฏิเสธ? (55:73)


อย่างไรก็ตาม ผมขอเรียนมายังพี่น้องที่ประกาศชะฮาดะฮฺครบสองประโยคว่า หะดีษใดก็ตามที่พวกศัตรูอิสลามหยิบยกมาบิดเบือนคำอธิบายเพื่อสร้างความมัวหมองให้ท่านนบีนั้น อย่าเพิ่งด่วนผลีผลามปฏิเสธว่าเป็นหะดีษเก๊ หะดีษปลอม เพราะในแวดวงวิชาการหะดีษนั้นมีรายงานตั้งเป็นพันเป็นหมื่น เราอ่านไม่ครบหรอกครับ ถึงอ่านได้หมด ก็จำไม่หมด ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นมันขยันค้นคว้าหะดีษกันอย่างเอาจริงเอาจัง ขยันกว่าเราหลายเท่า และมิใช่มันทำคนเดียว มันมีกันเป็นฝูงครับ ทำงานกันเป็นทีม..แน่นปึ้ก! มิใช่เพื่อการศรัทธาและขัดเกลา แต่เพื่อหาจุดอ่อน ข้อบกพร่องมาขยายความให้เลยเถิดไปตามใบสั่ง ให้กลายเป็นจุดด่างพร้อยในอิสลาม เมื่อใดก็ตามที่เราจับได้ ไล่ทัน พวกมันก็ทำเป็นผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไร ต่อเมื่อเราไล่มันไม่ทันเมื่อไหร่ มันก็ได้ใจและโพนทะนาไปทั่ว ว่า “อิสลาม(ของอัลลอฮฺ)ล่มแล้ว .... ที่ถูกต้องคือ ลัทธิ submission ของมัน” เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบครับ และขอความความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ขอความช่วยเหลือและข้อวินิจฉัยจากพระองค์

إِنَّهُ يَرَاكُمْ هُوَ وَقَبِيلُهُ مِنْ حَيْثُ لاَ تَرَوْنَهُمْ إِنَّا جَعَلْنَا الشَّيَاطِينَ أَوْلِيَاء لِلَّذِينَ لاَ يُؤْمِنُونَ
แท้จริงมัน(อิบลีส)และเผ่าพันธุ์ของมันนั้นเห็นเจ้าจากสถานซึ่งเจ้าไม่เห็นพวกมัน แท้จริงเราได้ทำให้ชัยฏอนเป็นสหายของพวกที่ไม่ศรัทธา(จริง) (7:27)


สำหรับผู้ที่หลงผิดไปแล้ว ขอให้รำลึกไว้อย่างนึงว่า ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ยังมีสติอยู่ อัลลอฮฺทรงยินดีที่จะอภัยแก่คุณเสมอ... ถ้าคุณได้สำนึกและกลับเนื้อกลับตัวขออภัยโทษต่อพระองค์... อย่ามัวแต่เกรงใจ นายเหนือหัวอยู่เลย

فَلاَ تَخْشَوُاْ النَّاسَ وَاخْشَوْنِ وَلاَ تَشْتَرُواْ بِآيَاتِي ثَمَناً قَلِيلاً
ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าเกรงกลัวมนุษย์ทั้งหลายแต่จงเกรงกลัวข้า และจงอย่าเอาบัญญัติของข้าไปแลกกับราคาค่างวดเล็กๆน้อยๆ (5:44)


แต่... ถ้าสนิมมันกินใจจนกลับลำไม่ได้แล้วละก็ พึงทราบไว้ด้วยว่า ความพยายามที่จะทับถมความมัวหมองให้อิสลามนั้น ไม่มีวันสำเร็จหรอกครับ ... จะบอกให้
يُرِيدُونَ أَن يُطْفِؤُواْ نُورَ اللّهِ بِأَفْوَاهِهِمْ وَيَأْبَى اللّهُ إِلاَّ أَن يُتِمَّ نُورَهُ وَلَوْ كَرِهَ الْكَافِرُونَ
พวกมันต้องการที่จะดับรัศมีของอัลลอฮฺด้วยลมปากของพวกมัน แต่อัลลอฮฺมิทรงยินยอมหากแต่พระองค์จะทรงทำให้รัศมีของพระองค์นั้นสมบูรณ์ แม้ว่าพวกกาฟิรมันจะไม่ชอบก็ตาม (9:32)


========================
อัลฆุเราะบาอ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Mon Mar 03, 2008 7:11 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

48610
ยังไม่ทันจะลุกไปไหนเลย
เพิ่งจะลงกระทู้ข้างบนนี้เสร็จหมาดๆ ลองแวะเข้าไปดูใน pantip อีกที ก็เจอเข้าให้อีกแล้ว
Y6386310_ข้อสงสัยรื่องSex-Toy Hadith
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y6386310/Y6386310.html

*************************
ฮะดีษเรื่อง “ตุ๊กตายาง” นี้มีจริง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จะเป็นควาวมจริงว่า ท่านรอซูล กล่าวเช่นนั้น หรือไม่? ผมไม่ทราบ
..................
เช่นเดียวกับ “ฮะดีษ” ในเรื่อง “การตัด คลิตอลิสต์ของเก็กหญิง” มีจริงแต่ อาจจะไม่ได้เป็นความจริงที่ รอซูล กล่าวเช่นนั้น
...............................
เช่น เดียว กับ “ฮะดีษ” ในเรื่อง การ อนุญาตให้ฆ่า ผู้หญิงและเด็ก ที่กล่าวไว้ใน Sahih Moslem; ว่า

"Hadiths about attacking the disbelievers.Ibn Abbas said , Al-Saab Ibn Guthama said, we asked the messenger of God about the women and children killed during the attack on the disbelievers, and he said they are from among them (like them) (like their parents)."


(Pantip_Y6386310 คห.1 : แมทท์ - 3 มี.ค. 51 09:32:56 ] )

**************************

เป็นการบิดเบือนหะดีษกันจะจะเลยทีเดียว แต่วันนี้ผมไม่มีเวลาซะแล้ว
ขอรบกวน อ. asan ทีเถอะครับ ผมมีชะเราะห์มาให้แล้ว ... นะ นะ ช่วยหน่อย!

صحيح مسلم : الجهاد
بشرح النووي
3281

‏ ‏و حدثنا ‏ ‏يحيى بن يحيى ‏ ‏وسعيد بن منصور ‏ ‏وعمرو الناقد ‏ ‏جميعا ‏ ‏عن ‏ ‏ابن عيينة ‏ ‏قال ‏ ‏يحيى ‏ ‏أخبرنا ‏ ‏سفيان بن عيينة ‏ ‏عن ‏ ‏الزهري ‏ ‏عن ‏ ‏عبيد الله ‏ ‏عن ‏ ‏ابن عباس ‏ ‏عن ‏ ‏الصعب بن جثامة ‏ ‏قال ‏
‏سئل النبي ‏ ‏صلى الله عليه وسلم ‏ ‏عن ‏ ‏الذراري ‏ ‏من المشركين ‏ ‏يبيتون ‏ ‏فيصيبون من نسائهم ‏ ‏وذراريهم ‏ ‏فقال هم منهم ‏

3282

‏ ‏حدثنا ‏ ‏عبد بن حميد ‏ ‏أخبرنا ‏ ‏عبد الرزاق ‏ ‏أخبرنا ‏ ‏معمر ‏ ‏عن ‏ ‏الزهري ‏ ‏عن ‏ ‏عبيد الله بن عبد الله بن عتبة ‏ ‏عن ‏ ‏ابن عباس ‏ ‏عن ‏ ‏الصعب بن جثامة ‏ ‏قال ‏
‏قلت يا رسول الله ‏ ‏إنا نصيب في ‏ ‏البيات ‏ ‏من ‏ ‏ذراري ‏ ‏المشركين قال هم منهم ‏


3283

‏ ‏و حدثني ‏ ‏محمد بن رافع ‏ ‏حدثنا ‏ ‏عبد الرزاق ‏ ‏أخبرنا ‏ ‏ابن جريج ‏ ‏أخبرني ‏ ‏عمرو بن دينار ‏ ‏أن ‏ ‏ابن شهاب ‏ ‏أخبره عن ‏ ‏عبيد الله بن عبد الله بن عتبة ‏ ‏عن ‏ ‏ابن عباس ‏ ‏عن ‏ ‏الصعب بن جثامة ‏
‏أن النبي ‏ ‏صلى الله عليه وسلم ‏ ‏قيل له ‏ ‏لو أن خيلا ‏ ‏أغارت ‏ ‏من الليل فأصابت من أبناء المشركين قال هم من آبائهم ‏


‏قوله : ( سئل رسول الله صلى الله عليه وسلم عن الذراري من المشركين يبيتون فيصيبون من نسائهم وذراريهم فقال : هم منهم ) ‏
‏هكذا هو في أكثر نسخ بلادنا ( سئل عن الذراري ) وفي رواية : ( عن أهل الدار من المشركين ) ونقل القاضي هذه عن رواية جمهور رواة صحيح مسلم قال : وهي الصواب , فأما الرواية الأولى فقال : ليست بشيء , بل هي تصحيف , قال : وما بعده هو تبيين الغلط فيه , قلت : وليست باطلة كما ادعى القاضي بل لها وجه , وتقديره : سئل عن حكم صبيان المشركين الذين يبيتون فيصاب من نسائهم وصبيانهم بالقتل , فقال : هم من آبائهم أي لا بأس بذلك ; لأن أحكام آبائهم جارية عليهم في الميراث وفي النكاح وفي القصاص والديات وغير ذلك , والمراد إذا لم يتعمدوا من غير ضرورة . ‏
‏وأما الحديث السابق في النهي عن قتل النساء والصبيان , فالمراد به إذا تميزوا , وهذا الحديث الذي ذكرناه من جواز بياتهم وقتل النساء والصبيان في البيات , هو مذهبنا ومذهب مالك وأبي حنيفة والجمهور . ‏

‏ومعنى ( البيات , ويبيتون ) ‏
‏أن يغار عليهم بالليل بحيث لا يعرف الرجل من المرأة والصبي . ‏

‏وأما ( الذراري ) ‏
‏فبتشديد الياء وتخفيفها لغتان , التشديد أفصح وأشهر , والمراد بالذراري هنا النساء الصبيان . ‏
‏وفي هذا الحديث : دليل لجواز البيات , وجواز الإغارة على من بلغتهم الدعوة من غير إعلامهم بذلك . ‏
‏وفيه : أن أولاد الكفار حكمهم في الدنيا حكم آبائهم , وأما في الآخرة ففيهم إذا ماتوا قبل البلوغ ثلاثة مذاهب : ‏
‏الصحيح : أنهم في الجنة . ‏
‏والثاني : في النار . ‏
‏والثالث : لا يجزم فيهم بشيء . والله أعلم . ‏
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Mon Mar 03, 2008 10:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เช่น เดียว กับ “ฮะดีษ” ในเรื่อง การ อนุญาตให้ฆ่า ผู้หญิงและเด็ก ที่กล่าวไว้ใน Sahih Moslem; ว่า

"Hadiths about attacking the disbelievers.Ibn Abbas said , Al-Saab Ibn Guthama said, we asked the messenger of God about the women and children killed during the attack on the disbelievers, and he said they are from among them (like them) (like their parents)."

(Pantip_Y6386310 คห.1 : แมทท์ - 3 มี.ค. 51 09:32:56 ] )
...........
ข้อความข้างต้น ที่ว่า "เช่น เดียว กับ “ฮะดีษ” ในเรื่อง การ อนุญาตให้ฆ่า ผู้หญิงและเด็ก ที่กล่าวไว้ใน Sahih Moslem;
.....

วิจารณ์
ผมไม่ทราบว่า คุณแมทท์ อ้างได้อย่างไรว่า เป็นหะดิษที่อนุญาตให้ฆ่าเด็กและผู้หญิง แสดงว่าคุณแมทท์ ไม่รู้ว่า หะดิษนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร หรือ เพราะจงใจทำลายความเชื่อถือที่มีต่อหะดิษ เพราะคุณแมทท์ไม่เชื่อเรื่องหะดิษและปฏิเสธการยอมรับหะดิษ หะดิษข้างต้นตัวบทภาษาอาหรับคือ
وسئل الرسول صلى الله عليه وسلم عن أهل الدار من المشركين يُبَيِتُون،فيصاب من نسائهم وذراريهم؟فقال:"هم منهم

ท่านนบี Solallah ถูกถามเกี่ยวกับ บรรดาชาวบ้านจากบรรดาพวกมุชริกีน ที่ถูกโจมตีในช่วงเวลากลางคืน แล้วไปโดนบรรดาสตรีและเด็ก ของพวกเขาเข้า ? ท่านนบี Solallah กล่าวว่า " พวกเขาทั้งหมดเป็นพวกเดียวกัน"

อีกสำนวนหนึ่ง
‏سئل النبي ‏ ‏صلى الله عليه وسلم ‏ ‏عن ‏ ‏الذراري ‏ ‏من المشركين ‏ ‏يبيتون ‏ ‏فيصيبون من نسائهم ‏ ‏وذراريهم ‏ ‏فقال هم منهم
ท่านนบี Solallah ถูกถามเกี่ยวกับ บรรดาเด็กๆและสตรี จากบรรดาพวกมุชริกีน ที่ถูกโจมตีในช่วงเวลากลางคืน แล้วไปโดนบรรดาสตรีและเด็ก ของพวกเขาเข้า ? ท่านนบี Solallah กล่าวว่า "พวกเขาทั้งหมดเป็นพวกเดียวกัน"
..........
หะดิษข้างต้นกล่าวถึงการโจมตีข้าศึกในยามค่ำคืน แล้วบังเอิญไปโดนสตรีและเด็กๆของพวกข้าศึกโดยไม่เจตนา มันเป็นเหตุสุดวิสัย ส่วนการจงใจหรือเจตนาฆ่านั้น ท่านนบี Solallah ได้ห้ามไว้ เช่น
عن ابن عمر أن النبي صلى الله عليه وعلى آله وسلم رأى امرأة مقتولة في بعض مغازيه، فأنكر قتل النساء والصبيان. متفق عليه
รายงานจากอิบนิอุมัรว่า แท้จริงท่านนบี Solallah ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตายในบางส่วนของการทำสงครามของท่าน แล้วท่านได้ห้ามไม่ให้ฆ่าบรรดาผู้หญิงและเด็กๆ "- มุตตะฟักอะลัยฮิ

ท่านนบี Solallah กล่าวว่า
اغزوا ولا تغلوا ولا تغدروا ولا تمثلوا ولا تقتلوا وليدا
พวกเจ้าจงทำสงครามเถิด และจงอย่าทำเกินกว่าเหตุ จงอย่าคดโกง จงอย่าซ้ำเติม และจงอย่าสังหารเด็ก (มุสลิม, เลขที่ 1731, อะหมัด, 5/368
......
ก่อนที่จะอ้างอิงใดๆ คุณแมททควรตรวจสอบให้รู้จริงเสียก่อน นะครับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3153


ตอบตอบ: Mon Mar 03, 2008 11:10 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม
‏ومعنى ( البيات , ويبيتون ) ‏
‏أن يغار عليهم بالليل بحيث لا يعرف الرجل من المرأة والصبي
และความหมายคำว่า(อัลบะยาต,และ ยุบัยยิตูน) คือ การโจมตีพวกนั้นในยามค่ำคืน โดยไม่สามารถรู้ได้ว่า ใครเป็นผู้ชาย,ผู้หญิงและเด็ก(คือไม่สามมารถแยกได้ ว่าใครเป็นใครเพราะความมืด)

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
bawon
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 17/08/2008
ตอบ: 6


ตอบตอบ: Tue Sep 02, 2008 2:25 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทำไงจะพิมพ์ได้เยอะๆมั่ง แค่อ่านยังเหนื่อยแระ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลัทธิ-นิกาย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 21, 22, 23
หน้า 23 จากทั้งหมด 23

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004