ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - โต๊ะตะเกี่ย " ซุบเปอร์ซาบาราแฮบบบ "
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
โต๊ะตะเกี่ย " ซุบเปอร์ซาบาราแฮบบบ "
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เรื่องทั่วไป
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
อับดุลลอฮฺ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Jan 29, 2004
ตอบ: 29


ตอบตอบ: Fri Sep 22, 2006 9:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
เมื่อนานมาแล้วก็เคยไปครับ ไปเพราะได้ยินชื่อเสียงมานาน ไม่ได้จะไปขออะไรกับเค้าหรอกนะครับ

ไปเห็นแล้วหดหู่มากกว่าอ่ะครับ เพราะไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะครับ อิสลามเราไม่ได้เป็นแบบนี้ซักหน่อย แต่เท่าที่ดูนี่คล้ายๆ กับศาสนาอื่นเลยนะครับ เศร้าใจจริงๆ
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อิลยาส
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 20/04/2005
ตอบ: 279


ตอบตอบ: Sun Oct 22, 2006 2:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสลามุอลัยกุม
เหนภาพแร้วอนาถใจ..

มัสยิดมีภัย..แบบนี้ต้องรีบทุบ
กุโบรอภิสิทธ์ ...ต้องรีบย้าย
ชาวบ้าน..งมงายต้องรีบเรียน
ครูบาอาจารย์..อยู่หนาย..รีบมาด่วน

วะอิยะซุบิลลาฮฺ
ป.ล. บังอะซันสบายดีนะครับ..แบบนี้อย่าปล่อยเชียวนะครับ
วัสลาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3157


ตอบตอบ: Sun Oct 22, 2006 5:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิลยาส บันทึก:
อัสลามุอลัยกุม
เหนภาพแร้วอนาถใจ..

มัสยิดมีภัย..แบบนี้ต้องรีบทุบ
กุโบรอภิสิทธ์ ...ต้องรีบย้าย
ชาวบ้าน..งมงายต้องรีบเรียน
ครูบาอาจารย์..อยู่หนาย..รีบมาด่วน

วะอิยะซุบิลลาฮฺ
ป.ล. บังอะซันสบายดีนะครับ..แบบนี้อย่าปล่อยเชียวนะครับ
วัสลาม


salam

ผมสบายดีครับ ไม่เห็นคุณ อิลยาสโพสต์เสียนาน คิดถึงครับ และในโอกาสวันอีดิลฟิฏรี นี้ ขออัลลฮประทานความสุข ความเจริญแก่คุณอิลยาสและครอบครัวด้วย อามีน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ชาริค
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/04/2007
ตอบ: 276


ตอบตอบ: Thu May 03, 2007 11:47 am    ชื่อกระทู้: มองอีกมุม ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาไหม เห็นถึงความสำคัญของการใช้ปัญญาไหม เห็นถึง
ความพินาศสันตโรของการตามโต๊ะครูอย่างคลังไคล้ไหมหรือไม่เห็นอะไรเลยพูดได้สองคำ
น่าสงสาร สะใจ อัดมันเลยอาจารย์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Fri May 18, 2007 9:51 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam


การเชื่อเรื่องเล่านิทานยายกะตา

การเชื่อเรื่องเล่านิทานยายกะตา ใน เรื่อง อภินิหาร ต่าง ที่เกี่ยวโยง กับศาสนาอิสลาม ไม่ว่า จะเป็นเรื่อง ของผู้ใดก็ตาม จะเป็นเรื่อง เล่าของท่าน รอซูล หรือ ท่าน นบีอีซาก็ ตาม (จากอะหะดีษ) ย่อม นำ ผู้ที่หลงทางจากทาง ของอัลลอฮ์ไปสู่การทำชิริกได้ โดยไม่รู้ตัว และในที่สุด ความรู้เท่าไม่ถึงกาล ของผู้ขาดความเข้าใจ ในหลักการ ของการเชื่อพระเจ้าองค์เดียว ผู้ที่เคยเป็นมุสลิม หรือ คิดว่า ตัวเองยัง เป็นมุสลิมอยู่ ก็จะตกอยู่ในสภาพของ ชุมชนที่บูชา “โต๊ะตะเกี่ย” คือทำชิริกโดยไม่รู้ตัว

เรื่องของ “โต๊ะตะเกี่ย” นี้ มีอยู่หลาย Versions บ้างก็เล่าว่า มีโต๊ะฮะยี คนหนึ่งนั่งอยู่ที่ท่าน้ำ ดูเรือสินค้าที่ผ่านไปมา บังเอิญ มีเรือ ของพ่อค้าจีน บรรทุกสินค้า “น้ำตาล” มาเต็มลำเรือ มาพักจอดเหื่อหลับนอน ตรงท่าน้ำ ที่โต๊ะครู(ฮัจจี) ท่านนั้นนั่งอยู่ ท่านถามพ่อค้าจีนเจ้าของสินค้า ว่า บรรทุกอะไรมาเต็มลำเรือ ดูเรือ เพียบ ทีเดียว? พ่อค้ากลัวว่า จะถูกคนขะโมยน้ำตาล ก็โกหก โต๊ะครูท่านนั้นว่า “บรรทุกเกลือ” มาจะนำไปขาย …..แล้วพ่อค้าจีนผู้นั้นก็เข้านอน พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ไปสำรวจสินค้าก็พบ ว่า “น้ำตาล” กลาย เป็น “เกลือเม็ด” ไปหมด ก็ต๊กใจมาก เลยบนบานศาลกล่าว ต่อชายแก่ผู้นั้น ซึ่ง หาตัวไม่พบ ว่าถ้า ทำเกลือให้เป็น น้ำตาลอย่างเดิมได้ ก็จะตั้งศาสเจ้าให้ ……

เรื่องนี้ฟังดูแล้วเป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีหลักฐาน สนับสนุน และไม่ทราบว่า ชายแก่โต๊ะ ฮัจจี ผู้นั้น เป็นใครและ ชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร? มีลักษณะเช่นเดียวกับ “หะดีษฏออีฟ” คือได้แต่เขาเล่าว่า หรือ หะดีษซอเฮี๊ยะ บางบท ที่เล่าถึงอภนิหารต่างๆของท่นรอซูล ซึ่งขัดกับอัลกุรอาน

เรื่องของ “โต๊ะตะเกี่ย” นี้ ผมว่าในเวลาอีกเป็นร้อยๆปี จะกลายเป็นศาสนาใหม่ ซึ่งจะเป็น ลัทธิใหม่ อีกลัทธิหนึ่ง ของศาสนาอิสลาม ของท่าน นบีอิรอฮีม และไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ ทั้งนี้เพราะว่า ไม่มีใครกล้าหักด้ามพร้าด้วย เข่า ในสมัยประชาธิปไตยเช่นนี้

เราลองถอยหลังศึกษาดูว่า ในสมัยท่าน นบีอิรอฮีม ซึ่งประกาศศาสนาของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ ที่พระองค์อัลลอฮ์ประทานให้ คือ ศาสนาที่สอนให้มนุษย์ รู้จักพระเจ้าองค์เดียวที่สมควร แก่การเคารพบูชา ที่เรียกว่า “อิสลาม” คือการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น และท่านนบีอิบรอฮีม ได้วางหลัก อัลกานุลอิสลาม ไว้อย่างครบครัน คือการปฎิญาณตัวว่ามีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ที่สมควรต่อการ กราบไหว้เคารพบูชา (ซึ่งเป็นชะฮะดะห์ ที่ถูกต้อง ), ดำรงค์ไว้ด้วยการละหมาด, การบริจากซากาฮ์, การถือบวชในเดือนรมดอน, การประกอบพิธีฮัจจ

ต่อมาอีกหลายร้อยปีก็มีศาสนาและลัทธิใหม่ๆเกิดขึ้น โดยอาศัย พื้นฐาน ในการ นับถือ พระเจ้าองค์ เดียว ของท่านนบีอิบรอฮีม รวมทั้ง จูดาย,คริสต์, ซุนนีย์,ชีอะต์
เรื่องของ “โต๊ะตะเกี่ย” นี้ ก็จะกลายเป็นศาสนาหนึ่ง ที่นับถือ “อัลลอฮ์” และ ในขณะเดียว กัน ก็ นับถือ “โต๊ะตะเกี่ย” ว่า เป็นศาสดาอีกท่านหนึ่ง และ ชะฮะดะห์ ก็คงมี คำว่า “โต๊ะตะเกี่ย” ต่อท้าย ซึ่ง การต่อท้าย “ชะหะดะห์เช่นนี้ ถือว่าเป็นชิริก ทั้งนี้เพราะว่า เอามนุษย์ไปเทียบเสมอกับพระเจ้า

เรื่องราวของโต๊ะตะเกี่ย นั้ เป็น บทเรียนและหลักฐานที่ดีของ การผันแปรของการศรัทธา ต่อ พระเจ้า ไปสู่ตัวบุคคล ทั้งนี้เพราะว่าเรื่องนี้ เกิดขึ้น ผมว่าประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว และ เจริญเติบโตมาถึงขนาดนี้ จากหลุมฝังศพเล็กๆ(ใช่หรือไม่ก็ไม่ทราบ) กลายมาเป็น ฮวงซุ้ย แล้วกลายมาเป็น “พระวิหารเช่นนี้” และอยู่ ในสังกัด ของศาสนาอิสลาม

เรื่องนี้ จะไปด่าท่าน จุฬา ว่าทำไมถึงปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ก็ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เพราะ มุสลิมที่รู้ผิดรู้ถูก อย่างเช่นพวกท่าน ทั้งหลาย ในที่นี้ ยังไม่สามารถจะ ทำลายล้าง ความศรัทธา ที่เป็นชิรีกเช่นนี้ได้ ทั้งในสังคม มุสลิม อย่างท่านทั้ง หลาย ที่ปฏิบัติผิดจากท่าน นบีอิรอฮีม ในการ เชื่อพระเจ้าองค์เดียว อยู่ในขณะนี้ เรื่องของ “โต๊ะตะเกี่ย” นี้ เกิดขึ้น มาก่อนที่ท่าน จุฬาราชมณตรีจะเกิดเสียอีก มีมาตั้งแต่ ท่านอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสตร์แล้ว ผมว่า พวกคุณทั้งหลายไปเรียน รู้ในต่าง ประเทศ(มุสลิม) ท่านคงเห็นการกระทำที่เป็น ชิริกในประเทศต่างๆในภาคตะ วันออกกลาง มามากแล้ว และแต่ละท่านที่เรียนรู้หลักการ จาก ประเทศเหล่านั้น ก็ยังตกลงกันไม่ได้เลย ว่า จะถืออิสลาม อย่าง ไรจึงจะถูกต้อง ถ้าคุณไม่เชื่อที่ผมเขียน ลองอ่านดูกระทู้ต่างๆ ในเวบ มุสลิม คุณจะพบความจริงข้อนี้

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือสอนเยาวชนมุสลิมว่าไม่ควร ที่จะ ยุ่งเกี่ยวในพิธีการต่างเกี่ยวกับ เรื่องของ “โต๊ะตะเกี่ย” และอธิบายให้ทราบว่าไม่ถูกต้องตามหลักการในการเชื่อพระเจ้าองค์เดียวอย่างไร? ไม่มีประโยชน์ที่จะไปด่าว่าท่านจุฬาทั้งนี้

ผมทราบดีว่าท่านมีความรู้ทางศาสนาไม่ทันสมัยและละเอียดอ่อนอย่างพวกคุณๆ ทั้งหลาย ท่านเป็นนักการเมือง และมีประสพการณ์ ในการอยู่รอดในสังคมการเมือง มากกว่าพวกคุณ และท่าน ถูกอุปโลคขึ้นมา จาก ภรรคการเมื่องในสมัย ก่อน (ประชาธิปัตย์) ท่านอายุมากแล้ว ปล่อยท่านไปเถิด ระวังพวกคุณเองเถิด อย่าไปทำอะไรที่เป็นชิริก แต่ยังคิดว่าถูกต้องอยู่

إِنَّ اللّهَ لاَ يَغْفِرُ أَن يُشْرَكَ بِهِ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَلِكَ لِمَن يَشَاءُ وَمَن يُشْرِكْ بِاللّهِ فَقَدِ افْتَرَى إِثْماً عَظِيماً
[4.48] แท้จริงอัลลอฮ์ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์และพระองค์ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮ์แล้วแน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น


การเป็นชาววะฮบีย์หรือเรียนรู้ปรัชญาของชาววะฮบีย์ ผมว่าไม่ได้ทำให้ความเป็นมุสลิมน้อยไป กว่ามัสหับอื่นๆเลย ทั้งนี้ถ้าเข้าใจว่าเราควรถือพระเจ้าเพียงองค์เดียวอย่างไร?

ผมว่าแม้แต่ชาววะฮบีย์เองก็ต้องจำอายะนีให้เข้าใจและขึ้นใจอยู่เสมอ เช่นกัน


wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sat May 19, 2007 1:54 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

สลามพี่น้องมุสลิมครับ

ผมไม่ทราบว่าคุณ matt เป็นมุสลิมหรือเปล่า
ถ้าคุณเป็นมุสลิมผมเรียกร้องให้คุณเตาบัตตัวเถิด
คุณเอาเรื่องเล่านิทานโต๊ะตะเกี่ยไปเปรียบกับฮาดีสของท่านนบีได้อย่างไร
หรือคุณเอาความเชื่อเรื่องโต๊ะตะเกี่ยไปเปรียบการศรัทธาต่อท่านนบีได้อย่างไร
คำปฏิญาณว่า อัชฮ้าดุอันน่ามูฮำมะดัรร่อซูลุ้ลลอฮฺ นั้นไม่ใช่เพื่อเทิดนบีเป็นพระเจ้า
แต่มีความหมายว่า ข้าขอปฏิญาณว่ามูฮำมัดคือร่อซูลศาสนทูตของอัลลอฮ์ ถ้าคุณปฏิญาณถ้อยคำประโยคนี้ คุณศรัทธาต่อนบีอย่างไร ถ้าคุณไม่ได้เป็นมุสลิมก็ควรเรียนรู้ศาสนาอิสลามจากผู้ทีเขารู้จริง แต่ถ้าคุณเป็นมุสลิม ผมขอเรียกร้องให้คุณเตาบัตตัวเถิด

ห่วงใย
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Sat May 19, 2007 10:40 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ขอขอบคุณ คุณอาลี ไว้ในที่นี้ด้วยครับที่มีความห่วงใยผม ผมเชื่อว่าตัวผมเอง เป็นมุสลิม ถึงแม้ว่า บางท่านในที่นี้จะไม่นับผมเป็นมุสลิมก็ตาม แต่ไม่ใช่สิทธิของ ใครนอกจากสิทธิ ของ พระองค์อัลลอฮ์เท่านั้น

คุณคงจำได้เมื่อก่อนที่ลุงของท่านรอซูล จะสิ้นชีวิต ท่านรอซูลพยายามที่จะสอนชะหะดะห์ ให้แก่ลุงของท่าน ท่านสอนว่าอย่างไร? ท่านสอนว่า “อัชชะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลออ์” เท่านั้น ท่านไม่ได้ พ่วงท้ายชะหะดะห์ ด้วยนามของท่านนบีผู้ใดเลย ในจำนวน 24 ท่าน ที่มีมาก่อนหน้าท่าน หรือนามของท่านเองเลย

ซึ่งศาสนทูตทุกท่าน ที่มาก่อนหน้า ท่านรอซูลมูฮัมมัด ก็สอนที่ เหมือนกันอยู่อย่างเดียว ว่า “อัชชะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์” ในอัลกุรอานก็ไม่มี ให้เรา กล่าวชะหะดะห์อย่าง ที่เราทำกันอยู่ทุกๆวันนี้ ผมว่าไม่ทราบว่าผู้ใดอุตริ พ่วงนามท่าน รอซูล ไปหลัง “อัชชะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์”

ถ้าเราไม่เชื่อว่าท่านรอซูล เป็นศาสนฑูตของพระเจ้าแล้ว เราจะเชื่อ ท่าน ศาสนฑูตอีก 24 ท่าน ที่มาก่อน ท่านรอซูล มูฮัมมัด ว่า เป็นศาสนฑูตของพระเจ้าหรือไม่? ทั้งนี้เพราะ เราแทบจะไม่รู้จักชื่อท่านศาสนฑูต กันเลย และในอัลกุรอานก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ท่านรอซูล ไม่มีความสำคัญแตกต่าง ไปจาก ศาสนฑูต อีก 24 ท่านที่ถูกส่งมาก่อน เพียงแต่หน้าที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง

آدم ادريس نوح هود صالح إبراهيم لوط اسماعيل اسحاق يعقوب يوسف أيوب
شعيب موسى هارون داود يونس اليسع إلياس يحيى ذو الكفل زكريا سليمان
عيسى محمد


ในศาสนาอิสลามไม่มีสิ่งศักสิทธิที่คุณจะต้องเกรงกลัว นอกจาก เกรงกลัวพระองค์อัลลอฮ์ เท่านั้น หะดีษเป็นเรื่องเล่าที่มีผู้เล่าว่า เคยเห็นหรือเคยได้ยิน ท่านรอซูล, กล่าวหรือ ปฏิบัติเช่นนั้นเช่นนี้ อัลกุรอานสอนให้เราเชื่อข่าวสารที่ท่าน รอซูล นำมาบอกแก่เรา นั้นก็คือบัญญัติต่างๆในอัลกุรอาน

แต่ว่าถ้าท่าน รอซูล จะนั่งหรือยืน ถ่ายปัสสวะ อย่างไรที่ใด เราไม่จำเป็นจะต้อง ทำตามอย่างท่าน (มีอยู่ในอะหะดีษ) การกระทำส่วนตัวของท่านรอซูล ส่วนที่ดีเท่านั้นที่เป็นแบบฉบับแก่มุสลิม เรื่องเล่าที่ ว่าท่านรอซูล กระทำสิ่งใดที่ผิดศีลธรรม ย่อมไม่ ตรงกับ ลักษณะอุปนิสัยของท่าน รอซูล ที่บรรยายไว้ในอัลกุรอาน หะดีษเช่นนั้น เราไม่ควรเชื่อ ซึ่งมีอยู่มากใน “ซอเฮี๊ยะหะดีษ” ถ้าผู้ใดตั้งคำถามเกี่ยวกัยเรื่องนี้ จะถูก ขู่ว่า จะตกจากการเป็นมุสลิม “ถ้าไม่เชื่อ “ซอเฮี๊ยะหะดีษ”


คุณอาลีเชื่อหรือไม่ว่า ท่านรอซูล เหาะเหิร ขึ้นไปต่อรองการทำละหมาดกับอัลลอฮ์บนสวรรค์ ถ้าคุณไม่เชื่อคุณจะเป็น “มุสลิมหรือไม่?”

คุณอาลีเขื่อหรือไม่ว่า ท่านรอซูล สามารถที่จะมองเห็น ผู้คนใน นรก ว่ามี ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในเมื่อ ยังไม่มีวันตัดสิน ในวัยอาคีเราะห์ เลย จะมีชาวนรกได้อย่างไร ? มันขัดกับอัลกุรอานใช่ไหม? ที่ว่า ท่านรอซูลเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถที่จะล่วงรู้อนาคตได้

ผมสนทนากับท่านผุ้รู้มามากแล้วในที่นี้ คำตอบมีแต่การ ด่าทอ แต่ หาคำอธิบายที่มีเหตุผลไม่ได้ ทังนี้เพราะว่า หะดีษบางบทก็ขัดกันเอง

เรื่องของโต๊ะตะเกี่ย ก็เหมือนเรื่องที่เกิดกับท่านนบีอีซา แต่สมัยนั้น สามารถที่จะ ใช้กำลังล้มล้างกันได้ แต่เรื่องโต๊ะตะเกี่ยนี้ มีทั้งมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมสนับสนุนอยู่ การเลิกล้มย่อมทำไม่ได้

ถ้ามุสลิมเราพยายาม ปฏิบัติเรื่องส่วนตัวตาม ท่านรอซูลแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่าท่านทำเช่นที่หะดีษกล่าวไว้ “เช่นเล่าว่าท่าน รอซูล ร่วมรสกับภรรยาในคืนเดียวถึง 9 คน” เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับศาสนาหรือ ข่าวสารของพระเจ้า เราควรจะปฏิบัติตามหรือ? และเป็นความจริงหรือ?

ถ้าผมจะเตาบัต ตัวผมตามที่คุณแนะนำดังนี้:


“อัชชะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์” และผมขอปฎิญาณว่า นามต่อไนี้เป็น ศาสฑูตที่แท้จริงของพระเจ้า เขาเหล้านั้นคือ
آدم ادريس نوح هود صالح إبراهيم لوط اسماعيل اسحاق يعقوب يوسف أيوب
شعيب موسى هارون داود يونس اليسع إلياس يحيى ذو الكفل زكريا سليمان
عيسى محمد

เมื่อผมเตาบัตเช่นนี้ ผมจะเป็นมุสลิม ที่ดีกว่าคุณไหม? ทั้งนี้เพราะว่าคุณปฏิญาณ รับรองแต่ ท่านรอซูลเพียงผู้เดียวแต่ไม่ได้ รับรองนบีคนก่อนๆท่านรอซูลมูฮัมมัด

ถ้าคุณจะกรุณา (ผู้ใดก็ได้) โปรดหาหลักฐานว่า เราต้องเติมชื่อท่านรอซูลมูฮัมมัด ไปท้ายชะหะดะห์ของอัลลอฮ์ โปรดนำมาแสดงด้วย

wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ชาริค
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/04/2007
ตอบ: 276


ตอบตอบ: Tue May 22, 2007 1:00 pm    ชื่อกระทู้: ใช่นะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมว่าคุณแมทเป็นมุสลิมนะและมีความรู้ทางโลกด้วยแต่ขาดจิตสำนึกของการเป็นมุสลิมใช้ความคิดนำหน้าหล้กการเป็นสัญลักษณ์ของพวกไฮโซในสังคมแต่ขี้ๆณอัลลอฮ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Fri Jun 01, 2007 9:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า คำท้าทายต่อไปนี้สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่อิสลาม ดังนั้นจึงต้องนำมาชี้แจงก่อนเป็นอันดับแรก (แล้วคำชี้แจงต่อคดีอื่นๆจะตามมา...อินชาอัลลอฮฺ)

ถ้าผมจะเตาบัต ตัวผมตามที่คุณแนะนำดังนี้:
“อัชชะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์” และผมขอปฎิญาณว่า นามต่อไนี้เป็น ศาสฑูตที่แท้จริงของพระเจ้า เขาเหล้านั้นคือ
آدم ادريس نوح هود صالح إبراهيم لوط اسماعيل اسحاق يعقوب يوسف أيوب
شعيب موسى هارون داود يونس اليسع إلياس يحيى ذو الكفل زكريا سليمان
عيسى محمد

เมื่อผมเตาบัตเช่นนี้ ผมจะเป็นมุสลิม ที่ดีกว่าคุณไหม? ทั้งนี้เพราะว่าคุณปฏิญาณ รับรองแต่ ท่านรอซูลเพียงผู้เดียวแต่ไม่ได้ รับรองนบีคนก่อนๆท่านรอซูลมูฮัมมัด
ถ้าคุณจะกรุณา (ผู้ใดก็ได้) โปรดหาหลักฐานว่า เราต้องเติมชื่อท่านรอซูลมูฮัมมัด ไปท้ายชะหะดะห์ของอัลลอฮ์ โปรดนำมาแสดงด้วย

( matt : โต๊ะตะเกี่ย - Sat May 19, 2007 10:40 am )
============================
การเป็นมุสลิมที่ดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่ข้อความ คำพูด การหรือโอ้อวดภูมิ สารพัดสารพัน แต่อยู่ที่การเคารพเชื่อฟังอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ และปฏิบัติตามบัญชาคำสั่งต่างโดยไม่มีข้อคลางแคลงสงสัย

ถ้าถามถึง การเป็นคนดีของสังคม อาจจะตอบง่ายๆว่า คือคนที่ก่อประโยชน์แก่สังคม และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ใครก่อประโยชน์มาก ก็ดีมาก ใครสร้างประโยชน์น้อย ก็ดีน้อย ทั้งนี้มิได้จำกัดว่าจะนับถือศาสนาอะไร แต่ที่เขาเป็นคนดีก็ยังดีกว่าเป็นคนร้าย และอัลลอฮฺก็ทรงยุติธรรมเสมอ ใครประกอบสิ่งใดแม้เพียงเล็กน้อย เขาก็ต้องได้เห็นมัน แต่ผลจะได้ตอนไหนมันตัดตอนกันที่อีมาน-ศรัทธา ถ้าเขาดี มีอีมาน ผลตอบแทนสำหรับเขาที่แน่ๆคือในอาคิเราะฮฺ ส่วนในดุนยาแล้วแต่อัลลอฮฺจะทรงเมตตา แต่ถ้าเขาดีแต่ไม่มีอีมานที่ถูกต้อง ก็จงอยู่จงกินกับความดีที่สร้างไว้เพียงในชีวิตนี้ก็แล้วกัน ในอาคิเราะฮฺไม่ต้องไปหวัง... เพราะเขาไม่เคยหวัง

แต่ถ้าคำถามนั้นจะหมายความว่าคำปฏิญาณแบบนั้นกับแบบนี้ อันไหนใครถูกต้อง สมบูรณ์กว่ากัน?..... อันนี้ต้องขอติงว่า ผู้ถามช่างไร้มารยาทในการสนทนาเสียจริง...อ้าวเรื่องไรกันล่ะ?

ก็เพราะเรื่องนี้พูดกันมาตั้งหลายครั้ง หลายเวที และก็ตอบไปอย่างชัดเจนแล้ว แต่กลับหลบหน้าหลบตา หนีหายเข้ากลีบเมฆ รอให้เรื่องมันสร่างซาลงแล้วก็กลับมาป่วนเรื่องใหม่เดิมๆอีก เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง นับเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง ที่แสร้งทำเป็นไม่สนใจว่าใครเขาตอบ เขาหักล้างไว้อย่างไรบ้าง เอาละ เมื่อไม่ละอายที่จะย้ำความคิดเดิมๆ เราก็จะไม่ย่อท้อที่จะนำคำชี้แจงอย่างละเอียดกลับมาให้อ่านกันอีก

และนี่คือหนึ่งในนั้น...กาลครั้งหนึ่งในกระทู้ "มรดกอิสลาม" ของเขา... แมทท์ เจ้าเก่า ที่ผมหยิบยกข้อความการตอบข้อใส่ใคล้ที่ไปละเลงอยู่ในเวป พันทิป มาให้อ่านกัน โดยอ้างจากคำกล่าวของเขาว่า...


[AlGhuraba ตอบ: Fri Nov 05, 2004 9:12 pm]


คำพูด:
“ในการกล่าวคำปฎิญาณ หรือ การเชิญชวน ก่อนการทำการ กราบเคารพบูชาพระเจ้า(อัลลอฮ์) ประจำวัน (การละหมาด) ของ “ผู้ที่ มีศรัทธา และยอมสวามิภักดิ์ ต่อ พระองค์ ทั้ง กาย วาจา ใจ” (มุสลิม), จึงไม่สมควร จะกล่าวนามผู้ใด ต่อท้าย คำปฎิญาณ (ชะฮาดะหฺ) ต่อ พระผู้เป็นเจ้า ได้ การทำเช่นนั้น เป็นการ ยก “มนุษย์เทียบเท่าพระเจ้า” แม้แต่ท่าน ศาสนทูตมูฮัมมัด ก็ไม่กระทำเช่นนั้น, ท่านกล่าว คำปฏิญาณก่อนการทำละหมาดว่า, “อัชชะฮ์ดุอันลาอิลา ฮาอิลลัลลอฮุ” เท่านั้น”
1. หลานว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง ตรงไหน?

---------------------------

จะสมควรหรือไม่สมควรกล่าว…. ไม่ใช่หน้าที่ที่บ่าวของอัลลอฮอย่างเราๆจะไปกำหนดกฏเกณฑ์ สิ่งที่เราต้องทำคือ ท่านนบีมุฮัมมัด สอนเราอย่างไร ก็ทำไปตามนั้น ขอย้ำว่า มนุษย์ไม่มีสิทธิ์ต่อเติม ตัดตอน ระเบียบวิธีการประกอบอิบาดะฮ อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ สั่งให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านนบีนำมาบอก มาสอน มาชี้แจง ก็จงทำตามโดยดุษฏี

และเรามิได้ส่งร่อซูลคนใดมานอกจากเพื่อให้เขาได้รับการเชื่อฟังด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺเท่านั้น (4:64)

การเชื่อฟัง การปฏิบัติตามในสิ่งต่างๆเหล่านั้น อัลลอฮทรงอนุมัติแล้ว ไม่ใช่มายกกันเอง ไม่ได้เป็นการตั้งภาคีต่อพระองค์ เพราะฉะนั้นอย่าได้ตะขิดตะขวงใจ ยึกยัก เช่นตัวอย่างในกรณีนี้ ลุงแมทท์มีปัญหาว่า จะชะฮาดะฮยอมรับมุฮัมมัดเป็นรอซูลของอัลลอฮด้วยมั้ย ย้อนกลับดูสิว่านบีตัดสินปัญหานี้อย่างไร ท่านทำให้ดูเลย ว่าชะฮาดะฮสำหรับผู้ศรัทธาในยุคของท่านคือ

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ มุฮัมมะดุรรอซูลลุลลอฮ
หรือว่ากันให้เต็มยศ ก็ …อัชฮะดุอัน ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัรรอซูลลุลลอฮ

ทั้งในละหมาด-นอกละหมาด กล่าวเหมือนกันอย่างนี้…นบีสอน…คนศอและห์ถ่ายทอดมาถึงเรา..จะเชื่อ-ไม่เชื่อ?….ดูตรงนี้ครับ

มิใช่เช่นนั้นดอก ข้าขอสาบานด้วยพระเจ้าของเจ้าว่า เขาเหล่านั้นจะยังไม่ศรัทธาจนกว่าพวกเขาจะให้เจ้าตัดสินในสิ่งที่ขัดแย้งกันระหว่างพวกเขาแล้วพวกเขาไม่พบความ คับใจใด ๆ ในจิตใจของพวกเขาจากสิ่งที่เจ้าได้ตัดสินใจ และพวกเขายอมจำนนด้วยดี (4:65)

นบีชี้ขาดมาแล้วว่าต้อง 2 กะลิมะฮ ลุงแมทท์ ยืนกรานชะฮาดะฮด้วนเหลือแค่ประโยคเดียว โดนไปเต็มๆ 2 กระทงครับ
กระทงที่ 1 ไม่ยอมรับการตัดสินของนบี ผิดด้วยมาตรา 4:65
กระทงที่ 2 เถียงว่าเป็นการตั้งภาคี แปลว่าไม่ยอมรับการอนุมัติของอัลลอฮ ผิดด้วยมาตรา 4:64

ดังนั้น ข้อความที่ว่า “(มุสลิม), จึงไม่สมควร จะกล่าวนามผู้ใด ต่อท้าย คำปฎิญาณ (ชะฮาดะหฺ) ต่อ พระผู้เป็นเจ้า ได้ การทำเช่นนั้น เป็นการ ยก “มนุษย์เทียบเท่าพระเจ้า” จึงเป็นการเอาวัสดุเหลือใช้ข้นๆ(หรือว่าใสแจ๋ว?)ในศีรษะมาใช้ผิดเจตนารมณ์ที่อัลลอฮทรงสร้างมาให้ คิดได้งัยว่าเป็นการยกมนุษย์ขึ้นเทียบเท่าพระเจ้า? ทั้งๆที่ ข้อความก็บ่งชัดอยู่แล้วว่า…อัลลอฮเป็นพระเจ้า – มุฮัมมัดเป็นรอซูล … เอาแค่ภาษาไทยที่เค้าแปลกันไว้ชัดๆแล้วเนี่ย น่าจะลองอ่านซ้ำทวนดูหลายๆเที่ยวนะครับ ลุง?

อัลลอฮฺบอกว่า.... แท้จริงบรรดาผู้ที่ให้สัตยาบันกับเจ้า(มุฮัมมัด)นั้นเสมือนกับว่าพวกเขาได้ให้สัตยาบันกับอัลลอฮ.พระหัตถ์ของอัลลอฮ.ทรงอยู่เหนือมือของพวกเขาฉะนั้นผู้ใดทำลาย(สัตยาบัน)เสมือนกับว่าเขาทำลายตัวของเขาเองส่วนผู้ใดปฏิบัติตามสัญญาที่เขาได้มีไว้กับอัลลอฮ.โดยครบถ้วนพระองค์ก็จะทรงตอบแทนรางวัลอันใหญ่หลวงแก่เขา (48:10)

ไม่ได้แปลว่า นบีอยู่ในฐานะเท่ากับอัลลอฮฺ แต่แปลว่า อัลลอฮฺอนุมัติครับ อนุมัติให้ท่านนบีอยู่ในฐานะเหนือกว่าใคร เสมือนเป็นตัวแทนของพระองค์ เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงสั่งให้บรรดามลาอิกะฮฺและญิน สุญุดต่ออาดัม ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เทิดทูนอาดัมขึ้นเป็นพระเจ้าเทียบเคียงอัลลอฮฺ แต่ให้ “ยอม” แก่อาดัมโดยไม่ต้องคำนึงว่าเขาจะถูกสร้างมาอย่างไร มีอยู่ตัวนึงที่ชื่อ อิบลีส ที่วันนั้นมันไม่ยอม เช่นเดียวกับวันนี้ที่มีใครบางคนไม่ยอมเหมือนกันที่จะให้เกียรติท่านนบีมุฮัมมัด และเทิดทูนท่านเหนือมัคลูกทั้งปวง

นี่ก็อีก “แม้แต่ท่าน ศาสนทูตมูฮัมมัด ก็ไม่กระทำเช่นนั้น, ท่านกล่าว คำปฏิญาณก่อนการทำละหมาดว่า, “อัชชะฮ์ดุอันลาอิลา ฮาอิลลัลลอฮุ” เท่านั้น” อย่ามั่วน่า…ลุงแมทท์….นบีน่ะ ท่านไม่สอนอย่างนึง ทำอีกอย่างนึงหรอกครับ... บอกหน่อยดิ เอามาจากไหนว่านบีทำแค่นั้น???

---------------------------

2. ท่านศาสนทูตมูฮัมมัด และ ท่านศาสนทูต ท่านอื่นๆ ก่อนหน้าท่านศานทูตมูฮัมมัด กล่าวคำปฏิญาณ ต่อพระองค์อัลลอฮ์ ที่ถูกต้อง ว่าอย่างไร?
---------------------------

ถามว่า กล่าวปฏิญาณต่ออัลลอฮ…ก็คงต้องตอบว่า “อัชฮะดุอัน ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ” แล้วอัลลอฮก็ทรงสั่งว่า

จงประกาศเถิด(มุฮัมมัด) ว่า “โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงฉันคือรอซูลของอัลลอฮมายังพวกท่านทั้งมวล ซึ่งพระองค์นั้นอำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินเป็นของพระองค์ ไม่มีผู้ใดควรได้รับการเคารพสักการะ นอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย ดังนั้นพวกท่านจงศรัทธาต่ออัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ ผู้เป็นนบีที่เขียนอ่านไม่เป็น ซึ่งเขาศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และดำรัสทั้งหลายของพระองค์ และพวกเจ้าจงปฏิบัติตามเขาเถิด เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับคำแนะนำ ” (7:158)

อัลลอฮสั่งให้ท่านนบีประกาศว่า ท่านเป็นรอซูล เราก็ต้องยืนยันตามท่าน ว่า ท่านน่ะเป็นรอซูล ด้วยประโยคว่า “วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัรรอซูลลุลลอฮ” ลุงยังจะมีทางเลือกอื่นอีกหรือที่จะดื้อด้านไม่ยอมยืนยันตามที่อัลลอฮสั่งให้ท่านนบีมาประกาศ?

ในเมื่อท่านนบีมุฮัมมัดได้รับคำสั่งให้มาประกาศอย่างนี้ …เรา….ในฐานะอุมมะฮของท่าน … ในฐานะผู้ที่ยอมน้อมรับคำบัญชาจากอัลลอฮ ก็ต้องกล่าวเช่นนั้นด้วย

ถามถึงยุคก่อนจากนบีมุฮัมมัด… บรรดานบีเหล่านั้นก็ได้รับคำสั่งเช่นเดียวกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนบีนูห์ ฮูด ศอและห์ ลูฏ ชุอัยบ์ ฯลฯ ท่านเหล่านั้นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “แท้จริง ฉันเป็นรอซูลผู้ซื่อสัตย์มายังพวกท่าน” แล้วท่านก็กำชับเหมือนกันหมดอีกเหมือนกันว่า “จงยำเกรงอัลลอฮและจงปฏิบัติตามฉัน” ไปดูได้เลยครับในซูเราะฮ อัชชุอะรออ์(26) มีตั้งหลายอายะฮ และด้วยมาตรฐานเดียวกันนี่แหละ ย่อมสรุปได้ว่า ศาสนทูตทุกท่านที่อัลลอฮทรงคัดเลือกให้มาทำหน้าที่ ต่างก็สอนคำปฏิญาณแก่ประชาชาติของท่านว่า

“ฉันปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และฉันปฏิญาณด้วยว่า [นบีท่านนั้นๆ] เป็นรอซูลของอัลลอฮ”

---------------------------

3. หลานทราบไหมว่า ผู้ใด ต่อ เติม คำปฏิญาณ ต่อพระเจ้า องค์เดียว ด้วยการเติม ประโยค ที่ว่า “และศาสนทูตมูฮัมมัดเป็น ศาสนทูตที่แท้จริง” ลงไป, และต่อเติมเมื่อสมัยไหน? และ มีเรื่องเป็นมาอย่างไร? เมื่อเราเชื่อว่า ศาสนทูตทุกๆท่าน ที่อัลลอฮ์ ส่งมา มีความแท้จริง แล้ว ทำไมเราจึงไม่กล่าวชื่อของทุกๆท่าน จำนวน 25 ท่าน ทุกๆครั้งทุกๆวัน ว่าท่านเหล่านั้น เป็น ศาสนทูตที่แท้จริง?
---------------------------

บังอาจเหลือเกินนะ..ลุงแมทท์เนี่ย
บังอาจใช้คำว่า “ต่อเติม” เชียวหรือ?
จำได้มั้ยครับ อัลลอฮทรงถามท่านนบีอีซาว่าอย่างไร?

และจงรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮ์ ตรัสว่า อีซาบุตรของมัรยัม เอ๋ย! เจ้าพูดแก่ผู้คนกระนั้นหรือว่า จงยึดถือฉันและมารดาของฉันเป็นที่เคารพสักการะทั้งสองอื่นจากอัลลอฮ์ เขากล่าวว่า มหาบริสุทธิ์พระองค์ท่าน! ไม่เคยแก่ข้าพระองค์ที่จะกล่าวสิ่งที่มิใช่สิทธิของข้าพระองค์ หากข้าพระองค์เคยกล่าวสิ่งนั้น แน่นอนพระองค์ย่อมรู้ดี โดยที่พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่ในใจของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ไม่รู้สิ่งที่อยู่ในใจของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นคือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย (5:116)

ขนาดนบีอีซายังไม่กล้าต่อเติม ตัดตอน เปลี่ยนแปลงคำสั่งที่อัลลอฮประทานมา สั่งมาแค่ไหนท่านสอนแค่นั้น บัญญัติมาอย่างไร ท่านปฏิบัติให้ดูอย่างนั้น ท่านนบีมุฮัมมัดก็เช่นเดียวกันครับ ลุงไม่น่าจะคลางแคลงในความซื่อสัตย์ของท่านนบีขนาดนี้เลย…อนิจจา

จะกล่าวให้ถูกต้องก็คือ “ใครเป็นผู้สอนให้ปฏิญาณตนเช่นนี้” …. ซึ่งคงไม่จำเป็นจะต้องบอกคำตอบกันแล้วละ กล่าวมายืดยาวขนาดนี้แล้วยัง …บื้อ…ก็ช่วยไม่ได้แล้วละครับ

ลุงเอาสมองส่วนไหนมาถามครับ ว่า “เมื่อเราเชื่อว่า ศาสนทูตทุกๆท่าน ที่อัลลอฮ์ ส่งมา มีความแท้จริง แล้ว ทำไมเราจึงไม่กล่าวชื่อของทุกๆท่าน จำนวน 25 ท่าน ทุกๆครั้งทุกๆวัน ว่าท่านเหล่านั้น เป็น ศาสนทูตที่แท้จริง?”
ประการที่ 1 นบีสอนมาแค่นี้ครับ…เพราะฉะนั้นไม่ต้องดัดจริตไปเติม
ประการที่ 2 “ศาสนทูต” มีแค่ 25 เท่านั้นหรือลุง? …. มีอื้อเลยครับ อัลลอฮบอก

“และมีบรรดารอซูล ซึ่งเราได้เล่าถึงพวกเขาแก่เจ้ามาก่อนแล้ว(25 ท่าน) และมีบรรดาร่อซูลซึ่งเรามิได้เล่าแก่เจ้าเกี่ยวกับพวกเขา” (4:164)

ถ้าจะเอามาตรฐานของลุงมาวัด…ตายเลยครับ…ท่านอื่นๆที่เหลือจะเอาชื่อมาจากไหน เพราะอัลลอฮสั่งไม่ให้แบ่งแยกบรรดารอซูลของพระองค์ เอาคนนี้ ไม่เอาคนนั้น…ไม่ได้

ดังนั้นขออภัยนะครับที่จำเป็นจะต้องสรุปว่า มาตรฐานของลุงน่ะ ห่วย!


---------------------------


พักไว้แค่นี้ก่อน ยังไม่จุใจ...อินชาอัลลอฮฺ
I'll be back!
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ชาริค
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/04/2007
ตอบ: 276


ตอบตอบ: Mon Jun 04, 2007 1:27 pm    ชื่อกระทู้: คำพูดที่ดีที่สุด ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สุภาษิตว่า คำพูดที่ดีคือพูดน้อยแต่มีความหมาย นี่ร่ายซะยาวเลยไม่รู้จะเอาอะไรพูดใหม่ซิผมอยากรู้ว่าคุณจะเอาอะไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
AlGhuraba
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 226


ตอบตอบ: Thu Jun 07, 2007 10:01 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
สลามคุณ ชาริค

ก็ไม่ทราบว่าคุณหมายถึงใครนะครับ
ถ้าหมายถึงสิ่งที่ผมยกมาข้างต้น ก็ขอเรียนว่า ยอมรับครับว่า ยาวจริงและ "ขออภัย" ถ้าอ่านไม่รู้เรื่อง เจตนาของผมเพียงต้องการเขียนให้ "ผู้สนใจ" อ่านเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า ต้องอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์ อ่านแล้วคิดตาม แล้วจึงค่อยสรุปว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตรงไหนถูก ตรงไหนผิด ที่ถูกก็สนับสนุนและยอมรับปฏิบัติ ที่ผิดก็ต้องช่วยกันแก้ไขชี้แจงสิ่งที่ถูก ซึ่งผมยินดีรับฟังทุกคำชี้แนะ ส่วนที่เข้ามาอ่านผ่านๆ หรือ snap shot สายตาเพียงแวบเดียวแล้วบอกว่าไม่รู้เรื่อง ผมก็เชื่อว่าควรต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะคงไม่มีใครมีคุณสมบัติเหมือน ซุปเปอร์แมน ที่เพียง กรีดขอบหนังสือพรืดเดียวก็สามารถเก็บข้อความในหนังสือเล่มนั้นได้หมดทุกตัวอักษร แต่ถ้าอ่านอย่างพิเคราะห์แล้วยังไม่รู้เรื่อง ตรงไหน เรื่องใด ก็ขอให้หยิบยกมาเป็นเรื่องๆ เพื่อจะได้ชี้แจงได้ถูก เพราะในข้อความข้างบนมีหลายประเด็นรวมกันอยู่ เก็บมาจากข้อกล่าวหาต่างๆที่ "ผู้ไม่ประสงค์ดี" คนหนึ่งได้ป้ายสีไว้

ถ้าจะให้ผมสรุปความทั้งหมดก็คือ ชะฮาดะฮฺของมุสลิม ที่ท่านนบีสอนไว้ตามบัญชาของอัลลอฮฺ มีสองประโยค คือ
อัชฮะดุอัน ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัรรอซูลลุลลอฮ
“ฉันปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และฉันปฏิญาณว่า มุฮัมมัด เป็นรอซูลของอัลลอฮ”

ถ้ากระชับรวบรัดเหลือแค่นี้ พอจะเข้าใจมั้ยเนี่ย ?


สมมุติว่า เข้าใจ ละกันนะครับ ผมจะได้ต่อไปถึงคำถามว่า "เมื่อผมเตาบัตเช่นนี้ ผมจะเป็นมุสลิม ที่ดีกว่าคุณไหม? "...

จะดีกว่า หรือไม่ดีกว่า มันไม่ได้อยู่ที่ว่าของใคร ยาวเบื้อยกว่ากัน แต่มันอยู่ที่ใครจริงใจที่จะยอมจำนนต่ออัลลอฮฺมากกว่ากัน จริงใจที่จะเชื่อฟังรอซูล"ท่านนี้"มากกว่ากัน แต่ถ้าถามว่าอันไหน "สมบูรณ์กว่ากัน" ...เขาคนนั้นเสนออะไรมาแต่ละอย่างล้วนแต่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่อยู่ใต้ก้อนเมฆทั้งนั้น ดังนั้นถ้าผมจะลองตอบด้วยความเห็นส่วนตัวดูบ้าง...ดีมั้ย!

ผมว่า... ห่างกันไกลเลยครับ นบีที่เรารู้จักชื่อมีเพียง 25 ท่าน ยังมีอีกตั้งเท่าไหร่ที่เราไม่ทราบว่าท่านเหล่านั้นเป็นใครอยู่ที่ไหนยุคใดบ้าง กล่าวกันว่ารอซูลนั้นมีถึง 300 กว่าท่าน ถ้าเป็นนบีมีอีกเป็นแสน ต่อให้เอาชื่อนบีทั้ง 25 ท่านมาอัดรวมไว้ในชะฮาดะฮฺเดียวกัน ให้คะแนนแบบปล่อยสุดๆแล้วก็ได้แค่ 8.3% (บนฐาน 300) ยังอีกไกลครับกว่าจะสอบผ่าน แต่ชะฮาดะฮฺของ "มุสลิม" นั้นเขากล่าวว่า "أشهد أن محمدا رسول الله - ฉันปฏิญาณว่ามุฮัมมัดเป็นรอซูลของอัลลอฮฺ" อันเนี้ยะ นบีมีกี่แสน รอซูลมีกี่ร้อย ก็ครอบคลุมได้หมดทั้ง 100% ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อัลลอฮฺทรงส่งมาที่เมโสโปเตเมีย อาระเบีย อัฟริกา เอเชีย เหนือ-ใต้-ออก-ตก ในจีน มองโกล ยุโรป ขั้วโลก อเมริกา อะเมซอน หรือแม้แต่ในกลุ่มหมู่เกาะ และอะบอริจิน..ฯลฯ ถ้ามี..วัลลอฮุอะอฺลัม ครบทุกนบีทุกรอซูลไม่มีตกหล่นแม้แต่ท่านเดียวไม่ว่าเราจะทราบชื่อท่านเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม .... งงละสิ

เอ้า เฉลย...อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

آمَنَ الرَّسُولُ بِمَا أُنزِلَ إِلَيْهِ مِن رَّبِّهِ وَالْمُؤْمِنُونَ كُلٌّ آمَنَ بِاللّهِ وَمَلآئِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ لاَ نُفَرِّقُ بَيْنَ أَحَدٍ مِّن رُّسُلِهِ
รอซูลท่านนั้นศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมายังเขาจากพระผู้เป็นเจ้าของเขา และบรรดาผู้ศรัทธา(ก็ศรัทธาเช่นเดียวกัน) ทั้งหมดต่างก็ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ต่อบรรดามลาอิกะฮฺของพระองค์ ต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และต่อบรรดารอซูลของพระองค์ (พวกเขาต่างยืนยันว่า) เราไม่แบ่งแยกคนใดคนหนึ่งจากบรรดารอซูลของพระองค์
( 2:285 )

เมื่ออัลลอฮฺทรงยืนยันว่า "รอซูลท่านนั้น" ใครครับ? .... มุฮัมมัด งัย... ศรัทธาต่อบรรดารอซูล ผู้ที่อัลลอฮฺทรงแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่สั่งสอน ตอกย้ำและยืนยันบัญญัติของพระองค์แก่ประชาชาติต่างๆของแต่ละท่านในยุคนั้นๆ มุฮัมมัด..และบรรดามุสลิมที่ศรัทธาต่อท่าน..ไม่ได้เลือกเฉพาะรอซูลคนนั้น ไม่เอานบีคนนี้ ดังนั้นที่ท่านนบีให้เราปฏิญาณ..จากใจ..ว่า มุฮัมมัดเป็นรอซูล มันย่อมหมายความว่า เราเชื่ออย่างที่มุฮัมมัดบอกให้เชื่อ ศรัทธาอย่างที่มุฮัมมัดบอกให้ศรัทธา และยอมรับยืนยันเช่นเดียวกับที่มุฮัมมัดศรัทธายืนยันบรรดานบี บรรดารอซูลทั้งหมด...จะกี่พัน กี่แสนคนก็ตาม..จากอัลลอฮฺ และพระองค์ยังทรงบอกอีกว่า

وَلَكِن رَّسُولَ اللَّهِ وَخَاتَمَ النَّبِيِّينَ
เขา(มุฮัมมัด)เป็นรอซูลของอัลลอฮฺ และเป็น "คอตะมัน นะบียีน"
( 33:40 )

"คอตะมัน นะบียีน" ก็คือ เป็นตราประทับของบรรดานบีทั้งหลาย ความหมายหนึ่งคือเป็นการประกาศถึงการสิ้นสุดการแต่งตั้งศาสนทูต prophethood ได้จบสิ้นลงเพียงเท่านี้แล้ว อัลลอฮฺจะไม่ทรงแต่งตั้งนบีใดๆขึ้นมาใหม่อีกหลังจากท่านนบีมุฮัมมัดอย่างแน่นอน และอีกความหมายหนึ่งคือ การมาของมุฮัมมัดเป็นการประทับรับรองภารกิจของบรรดานบี บรรดารอซูลทั้งหมดที่อัลลอฮฺทรงแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่ หมดมั้ยครับ ร้อยทั้งร้อยนบี ร้อยทั้งร้อยรอซูล จะมีเท่าไหร่ จะอยู่ที่ไหน คำปฏิญาณของมุสลิมว่า มุฮัมมัดเป็นรอซูล ย่อมครอบคลุมถึงการยอมรับฐานะและภารกิจของท่านเหล่านั้นได้ทั้งหมด ไม่ตกหล่น

แต่การที่ใครอุตส่าห์เอาชื่อ 25 นบีมาอัดไว้ในคำปฏิญาณรวมกับชื่อท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอฺะลัยฮิวะสัลลัม มันหมายความว่า ....
1 เขาได้ทำให้แต่ละชื่อนั้นเป็นอิสระต่อกัน ไม่ได้เป็นตัวแทนของบุคคลอื่น ระบุชื่อใครขึ้นมาก็หมายถึงนบีท่านนั้นเท่านั้น อาดัมก็คือ อาดัม มูซาก็มูซา มุฮัมมัดก็เฉพาะมุฮัมมัด ไม่มีผลอ้างอิงถึงบุคคลอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวนามไว้
2 หาชื่อมากล่าวปฏิญาณได้กี่คน ก็คือยอมรับได้เพียงเท่านั้น แล้วอีกกี่ร้อยกี่พันท่านที่ไม่รู้จะหาชื่อมาจากไหนล่ะ เท่ากับว่าท่านเหล่านั้นถูกปฏิเสธการเป็นศาสนทูตจากอัลลอฮฺไปโดยปริยาย

อย่างนี้แล้วจะเอาคะแนนที่ไหนมาให้ได้ล่ะขอรับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ชาริค
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/04/2007
ตอบ: 276


ตอบตอบ: Thu Jun 07, 2007 10:59 am    ชื่อกระทู้: ต้องแยกแยะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในการเรียนต้องแยกชั้นเรียนเพราะเด็กความรู้ไม่เท่ากันถ้าเอาหนังสือมหาลัยไปสอนประถมไม่ว่าคุณจะพยายามสอนอย่างไรก็ไม่ได้ผลหรอก คนที่ไม่ศรัทธาว่ามูฮัมมัดเป็นศาสนทูตเป็นมุสลิมไหม คนที่ตามแต่อัลกุรอานไม่ตามฮะดิสเป็นมุสลิมไหม ถ้าแยกออกก็จะทราบว่าควรพูดอะไรกับใคร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เรื่องทั่วไป ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
หน้า 2 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.22 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004