ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอยู่
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอยู่
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 16, 17, 18 ... 22, 23, 24  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Wed Feb 23, 2005 11:58 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำฟัตวาของอุละมาอ์ร่วมสมัย
. คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยปัญหาและการฟัตวา ของประเทศซาอุดิอาราเบีย
تفسير قوله تعالى ولا تنكحوا المشركات حتى يؤمن
الأسئلة الأول والثاني والثالث من الفتوى رقم (2229):
س 1: تفسير قوله تعالى: ولا تنكحوا المشركات حتى يؤمن الآية.
ج 1: تفسير قوله تعالى: ولا تنكحوا المشركات حتى يؤمن نهى الله تعالى عباده المؤمنين أن يتزوجوا المشركات غير الكتابيات: يهوديات، أو نصرانيات، بدليل قوله تعالى: اليوم أحل لكم الطيبات وطعام الذين أوتوا الكتاب حل لكم وطعامكم حل لهم والمحصنات من المؤمنات والمحصنات من الذين أوتوا الكتاب من قبلكم ... الآية، فأحل جل شأنه بآية المائدة للمؤمنين أن يتزوجوا الكتابيات المحصنات: وهن العفيفات الحرائر يهوديات أو نصرانيات، فدل ذلك على أنهن لم يدخلن في عموم المشركات في آية البقرة، كما لم يدخل أهل الكتاب في المشركين في آية: لم يكن الذين كفروا من أهل الكتاب والمشركين منفكين حتى تأتيهم البينة ولا في آية: إن الذين آمنوا والذين هادوا والصابئين والنصارى والمجوس والذين أشركوا ... أو يقال: إنهن دخلن في عموم المشركات في آية البقرة، غير أن آية المائدة دلت على استثناء الكتابيات من عموم آية البقرة.
وعلى كلا الاحتمالين أو القولين لا تعارض بين الآيتين، فإن آية النهي محمولة على نوع من الكفار، وآية الحل محمولة على نوع آخر منهم، وبهذا قال جمهور الصحابة رضي الله عنهم إن لم يكونوا أجمعوا عليه، فقد ذكر ابن جرير في تفسيره إجماعهم على الجواز، وحكم بضعف إنكار عمر رضي الله عنه على طلحة بن عبيد الله تزوجه يهودية، وعلى حذيفة بن اليمان تزوجه نصرانية من جهة سنده ومن معارضة الأقوى منه له. وذكر أن كراهيته وكراهية ابنه عبد الله رضي الله عنهما ذلك قد تكون خشية أن يتمادى المسلمون في نكاح الكتابيات ويتتابعوا في ذلك; اقتداء بمثل حذيفة وطلحة وعثمان رضي الله عنهم، ويعرضوا عن الزواج بالمسلمات، وفي ذلك مخالفة لنصح النبي صلى الله عليه وسلم أمته أن يتخيروا من النساء ذوات الدين ولا شك أن المسلمة خير من الكتابية دينا ...
وبالله التوفيق، وصلى الله على نبينا محمد, وآله وصحبه وسلم.
اللجنة الدائمة للبحوث العلمية والإفتاء
عضو، عضو، نائب رئيس اللجنة، الرئيس
عبد الله بن قعود، عبد الله بن غديان، عبد الرزاق عفيفي، عبد العزيز بن عبد الله بن باز
คำแปล
ตัฟซีรดำรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า "พวกเจ้าอย่าได้แต่งง่านกับหญิงที่ตั้งภาคี จนกว่านางจะศรัทธา"
คำถามที่หนึ่ง (อะไรคือ) คำอธิบายดำรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า"พวกเจ้าอย่าได้แต่งง่านกับหญิงที่ตั้งภาคี จนกว่านางจะศรัทธา"
คำตอบที่หนึ่ง คำอธิบายดำรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า"พวกเจ้าอย่าได้แต่งง่านกับหญิงที่ตั้งภาคี จนกว่านางจะศรัทธา" คือ อัลลอฮ์ทรงห้ามมิไห้ปวงบ่าวผู้ศรัทธาแต่งงานกับหญิงมุชริก (ตั้งภาคี) ที่ไม่ใช่อะห์ลุ้ลกิตาบซึ่งก็คือสตรียะฮูดและสตรีนะศอรอ ด้วยหลักฐานที่ว่า "วันนี้สิ่งดีๆ ทั้งหลายเป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า อาหาร (สัตว์ที่เชือด) ของบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าและอาหารของพวกเจ้าก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเขา บรรดาสตรีที่มั๊วห์ศ่อนาต (เป็นไทหรือรักนวลสงวนตัว) จากบรรดาผู้ศรัทธาและจากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ก่อนหน้าพวกเจ้า (ก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า)" พระองค์ผู้ทรงสูงส่งอนุมัติในซูเราะห์อัลมาอิดะห์ ให้บรรดาชายที่ศรัทธาแต่งงานกับหญิงอะห์ลุ้ลกิตาบที่มั๊วห์ศ่อนาต หมายถึงสตรีที่ไม่สำส่อนทางเพศและเป็นไท ไม่ว่าจะเป็นสตรียะฮูดหรือนะศอรอก็ตาม ดังนั้นจึงเป็นระบุว่าสตรีเหล่านี้มิได้อยู่ในความหมายของคำว่า "บรรดาหญิงที่ตั้งภาคี" ที่ปรากฏในอายะห์หนึ่งในซูเราะห์อัลบะก่อเราะห์ และอะห์ลุ้ลกิตาบก็มิได้เข้าอยู่ในความหมายของมุชริกีน (บรรดาผู้ตั้งภาคี) ในอายะห์ที่ว่า " บรรดาผู้ปฏิเสธจากชาวคัมภีร์และบรรดาผู้ตั้งภาคีมิได้แยกจากกันจนกระทั้งความชัดเจนได้มาถึง" และก็ไม่เข้าอยู่ในความหมายของอายะห์ที่ว่า " แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาแล้ว ผู้ที่กลายเป็นยะฮูด พวกศอบิอีน พวกนะศอรอ พวกมะญูซ และบรรดาผู้ตั้งภาคี " และหากจะเข้าใจว่าหญิงอะห์ลุ้ลกิตาบเข้าอยู่ในความหมายที่กว้างในโองการอัลบะก่อเราะด้วย แต่โองการในอัลมาอิดะห์ก็มาจำกัดและยกเว้นความกว้างของโองการในอัลบะก่อเราะห์
อย่างไรก็ดี ทั้งสองโองการหาได้ขัดแย้งกันแต่อย่างใดไม่เพราะโองการที่ห้ามนั้นหมายถึง(ห้ามแต่งงานกับ) กุฟฟาร (บรรดาผู้ปฏิเสธ) ประเภทหนึ่ง ส่วนโองการที่อนุมัติ ก็เป็นการอนุมัติ(ให้แต่งงานกับกุฟฟาร) อีกประเภทหนึ่ง เหตุนี้ (การอนุมัติให้แต่งงานกับหญิงอะห์ลุ้ลกิตาบ) จึงเป็นทัศนะของศ่อฮาบะห์ส่วนใหญ่ถึงแม้จะเป็นเอกฉันท์ก็ตาม ท่านอิบนุญะรีรกล่าวไว้ในตัฟซีรของท่านว่ามันเป็นมติเอกฉันท์ของเหล่าศ่อฮาบะห์ อีกทั้งท่านได้ชี้ว่าสายรายงานที่ระบุว่าท่านอุมัรแสดงความรังเกียจที่ท่านฏอลฮะห์ อิบนุ อุบัยดิลลาห์ ที่แต่งงานกับหญิงยะฮูด และท่านฮุซัยฟะห์ อิบนุ้ล ยะมาน ที่แต่งงานกับหญิงนะศอรอ ว่าเป็นสายรายงานที่อ่อนหลักฐาน และยังค้านกับสิ่งที่(หลักฐาน) แข็งแรงกว่า (ท่านอิบนุญะรีร) ยังกล่าวอีกว่าเหตุที่ท่านอุมันและอิบนุอุมัรแสดงความรังเกียจสิ่งดังกล่าวก็เพราะว่าเกรงว่ามุสลิมอื่นๆ หันไปแต่งกับหญิงอะห์ลุ้ลกิตาบโดยกระทำตามและเลียนแบบท่านฮุซัยฟะห์และฏอลฮะห์ และจะละเลยไม่แต่งกับหญิงมุสลิม (มุสลิมะห์) ก็จะกลายเป็นว่าไม่นำพาต่อคำสอนของท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ให้เลือกสตรีที่มีศาสนาซึ่งแน่นอนว่ามุสลิมะห์นั้นย่อมมีศาสนาดีกว่าหญิงอะห์ลุ้ลกิตาบ"
คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยทางวิชาการและการฟัตวา
กรรมการ,กรรมการ,รองประธาน,ประธาน
อับดุลลอฮ์ อิบนุ ก่ออู๊ด,อับดุลลอฮ์ อิบนุ ฆุดัยยาน,อับดุรรอซซาก อะฟีฟี่
อับดุลอะซี้ซ อิบนุ บาซ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Feb 24, 2005 12:00 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.fatwa-online.com/fataawa/muslimminorities/0000822_5.htm
ผมจะนำมาแปลให้ผู้อ่านทราบ


It is, therefore, not permitted for a Muslim to ever marry a kaafir woman unless she is from the People of the Book and they are the Jews and Christians only.
ไม่อนุญาตให้มุสลิมแต่งงานกับหญิงกาเฟรฺ นอกจากว่าเขาจะเป็นชาวคัมภีร์ซึ่งคือยิวและคริสต์เท่านั้น

They are considered the People of the Book if they have remained upon the teachings of their Book.
จะพิจารณาชาวคัมภีร์ที่เขายึดถือคัมภีร์ของพวกเขาอยู่

However, if they have become communists or deny the existence of a Creator, they are no longer People of the Book ,but rather they have become atheists.
อย่างไรก็ตาม หากเขากลายเป็นพวกคอมมิวนิสต์หรือเป็นพวกปฏิเสธผู้สร้าง พวกเขาก็ไม่ถือว่าเป็นชาวคัมภีร์ เขาถือว่าเป็นพวกอเทวนิยม(ไม่นับถือพระเจ้า)

If, however, they are from the People of the Book, adhere to the teachings of Christianity or Judaism and believe in Allaah and the Resurrection, then they can be married.
แต่ถ้าเขาเป็นชาวคัมภีร์ ยึดมั่นคำสอนของศาสนาคริสต์ทุกนิกาย(Christianity)หรือยิวและศรัทธาต่ออัลลอฮฺและการฟื้นคืนชีพ เช่นนี้ถือว่าสามารถแต่งงานได้

..(หลังจากนั้นก็อ้างอิงอัลกุรอานอายะฮฺที่ผมอ้างไปแล้ว และสรุปดังนี้ต่อ)

The risk involved in marrying them these days is greater because they have control and power over husbands and might, therefore, lead their husbands or their children to kufr in Allaah. My advice to all my brothers everywhere is, that they should not marry non-Muslim women and that they should be aware of the risks and end result of doing so.
เป็นความเสี่ยงที่จะแต่งงานกับพวกเขา(ชาวคัมภีร์)ในปัจจุบัน เพราะเขาจะปฏิบัติตนมีอำนาจเหนือสามี หรืออาจชักนำสามีและลูกไปสู่ความกุโฟรฺ คำแนะนำสำหรับพี่น้องมุสลิมคือเราไม่ควรที่จะแต่งงานกับสตรีที่ไม่ใช่มุสลิมและเป็นความเสี่ยงที่จะกระทำเช่นนั้น(คือเสี่ยงต่อสถาบันครอบครัวและิือิมาน)

เพราะฉะนั้นเชคฺบินบาซ มีทัศนะตรงกับผมครับคือ "อนุญาตให้แต่งงานกับยิวและคริสต์ได้ แต่ว่าไม่ควร"

<ข้อสงสัย>
เอ๊ะ แล้วลัทธิ com ลัทธิ atheist เค้าคือใคร?
เราเห็นฝรั่งหัวแดงเราอย่านึกว่านั่นเป็นคริสต์ทั้งหมดนะครับ ในหมู่พวกเค้าก็มี
communist มี atheist มี satanist และอื่นๆ
ซึ่งลัทธิเหล่านี้ ไม่นับถือพระเจ้า กล่าวคือบางลัทธิเชื่อว่ามีพระเจ้า แต่ไม่ันับถือ บางลัทธินั้นเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าอยู่เลย
ดังนั้นใครไปยึดถือลัทธิเหล่าี้นี้แหละครับที่เค้าฟัตวาว่าไม่ใช่ยิว ไม่ใช่คริสต์
เพราะชาวยิว และชาวคริสต์ก็ถือว่าพวกลัทธิเหล่านี้คือลัทธิกุโฟรฺ(สำหรับเค้า)เช่นกัน
แต่โดยทั่วไป ชาวยิวและคริสต์นั้นศรัทธาต่อพระเจ้าครับ และศรัทธาต่อโลกหน้า(เงื่อนไขของเชคฺบินบาซ)
ดังนั้นจึงอนุญาตให้แต่งได้ แต่ว่ามันไม่ควร ตราบที่ยังมีมุสลิมให้แต่งก็ควรแต่งกับมุสลิมครับ
เหตุเพราะชาวยิวและคริสต์ในยุคนี้ เค้าถือเรื่องสิทธิสตรี เค้าจะไม่ยอมให้ชายเป็นผู้นำครอบครัว
แล้วถ้าผู้ชายอ่อนแอก็จะถูกฝ่ายหญิงชักนำไปสู่การฝ่าฝืนหรืออาจกุโฟรฺก็ได้ ลูกๆก็เช่นกัน
เช่นนี้แหละครับ ที่เชคฺเค้าแนะนำว่าไม่ควร ควรจะแต่งกับมุสลิมด้วยกัน
ซึ่งเหตุผลเดียวกับผมครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Feb 24, 2005 12:01 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้างต้นคือทัศนะหนึ่งนะครับ ส่วนใครจะถือทัศนะต่างจากนี้ก็ไม่มีปัญหา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Feb 24, 2005 12:25 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

และขอแนะนำทิ้งท้ายอีกนิดว่า เรื่องนี้ต้องใช้จิตใจ ใช้ปัญญาและสติพิจารณา
อย่ายึดติดในตัวอาจารย์ ว่าฉันชอบอาจารย์นี้ฉันจะต้องยึดทัศนะอาจารย์นี้
ตัวอาจารย์เองเขายังไม่ทะเลาะกันเลยครับ
อาจารย์ฟาริดมีทัศนะว่า ยิวคริสต์พวกนี้ไม่ใช่อะหฺลุลกิตาบ ส่วนอาจารย์มุรีดบอกว่านี่แหละใช่
เค้าก็ไม่ได้ทะเลาะกัน เห็นก็ซี้กันดี

นี่แหละครับเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ขอให้เรามาพิจารณาด้วยหลักฐาน หลักการและเหตุผล
นัฟซูตัดทิ้งไปเลย ทีนี้เราคิดแล้วออกมามันอยู่มุมไหน ทัศนะไหน อันนั้นไม่ว่ากัน
ก็ศาสนาไม่เอาโทษกับเรื่องนี้

ส่วนทัศนะผมค่อยข้างรู้ไส้รู้พุงศาสนาต่างๆอยู่พอสมควร
ผมได้เลยว่าพวกยิวพวกคริสต์ที่ไล่เรานี่แหละ! อะหฺลุลกิตาบ!
ซึ่งอัลลอฮฺกล่าวถึงครับ
และแน่นอนเรื่องของพวกเขาในกุรอานและหะดีษนั้น บอกได้เลยว่าเป็นคนชั่ว
แต่ที่อัลลอฮฺอนุญาตให้แต่งงานกับพกเขาได้นั้น มันต้องสอดคล้องกับหลักการแน่นอน
ว่าอันดับแรกเราต้องพิจารณาคู่ครองด้วยศาสนานะ เรื่องอื่นไว้ที่หลังไม่ต้องสนเลยก็ได้
แต่ที่อัลลอฮฺอนุญาตนี่ต้องเข้าใจนะครับว่าอัลลอฮฺทรงประทานสิ่งดีๆให้แกเรา สิ่งที่ง่ายให้แก่เรา
อันนี้หิกมะฮฺ
การแต่งงานกับอะหฺลุลกิตาบมีกรณีเดียวแหละครับคือไม่มีตัวเลือกที่ดีแล้ว
มุสลิมก็ไม่มี ดังนี้อัลลอฮฺจึงปกป้องเราไม่ให้ไปทำซินาด้วยการแต่งงานซะ
เอาง่ายๆก็ได้ กับอะหฺลุลกิตาบนี่แหละ อย่างน้อยๆมันรู้จักพระเจ้า(ถึงมันจะชั่วก็เหอะ)
อันนี้คือหิกมะฮฺของคำสั่งนี้ครับ
ว่าๆง่ายก็คือ มันก็ยังดีกว่าไม่แต่งงาน แล้วก็งุ่นง่านว่าจะซินาหรือไม่ซินาดี
แต่ในภาวะอย่างเราๆนี้ มุสลิมดีๆมีให้เลือกก็แต่ง
หรือมีแต่มุสลิมไม่ดีก็ยังดีกว่าอะหฺลุลกิตาบ
ขอให้พิจารณาเป็นขั้นๆดังนี้แล้วกันครับ
อย่าสับสน อย่าหลงประเด็น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Wed Mar 02, 2005 2:07 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ดิฉันอยากให้คุณ nop ย้อนกลับไปพิจารณากระทู้นี้ใหม่ตั้งแต่หน้าแรกเลยนะคะ บางทีอาจทำให้คุณเข้าใจอะไรได้ดีขึ้น ถ้าคุณยึดหลักเหมือนอย่างที่คุณได้โพสต์ไว้ คือ
"เรื่องนี้ต้องใช้จิตใจ ใช้ปัญญาและสติพิจารณา
อย่ายึดติดในตัวอาจารย์ ว่าฉันชอบอาจารย์นี้ฉันจะต้องยึดทัศนะอาจารย์นี้

นี่แหละครับเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ขอให้เรามาพิจารณาด้วยหลักฐาน หลักการและเหตุผล
นัฟซูตัดทิ้งไปเลย ทีนี้เราคิดแล้วออกมามันอยู่มุมไหน ทัศนะไหน อันนั้นไม่ว่ากันก็ศาสนาไม่เอาโทษกับเรื่องนี้ "
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จัสมิน
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/01/2004
ตอบ: 34


ตอบตอบ: Sat Mar 05, 2005 8:06 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

( طَعَامُ الَّذِيْنَ أُوْتُوْا الْكِتَاب حِلٌّ لَكُمْ وَطَعَامُكُمْ حِلٌّ لَهُمْ ، وَالْمُحْصَنَاتُ مِنَ الْمُؤْمِنَاتِ وَالْمُحْصَنَاتُ مِنَ الَّذِيْنَ أُوْتُوْا الْكِتَابَ مِنْ قَبْلِكُمْ ) المائدة : 5
"อาหาร (สัตว์ที่เชือด) ของบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าและอาหารของพวกเจ้าก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเขา บรรดาสตรีที่มั๊วห์ศ่อนาต (เป็นไทหรือไม่ผิดประเวณี) จากบรรดาผู้ศรัทธาและจากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ก่อนหน้าพวกเจ้า (ก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า)



ไม่ยึดติดตัวบุคคล ไม่ยึดติดอาจารย์

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงไม่ปฏิเสธอัลกุรอ่าน น๊ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Wed Mar 09, 2005 8:48 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้าเราศึกษาอัลกุรอ่านแล้ว ยังไม่สามารถแยกจริงแยกเท็จได้ ก็เท่ากับยังไม่เข้าใจอัลกุรอ่านนั่นเอง จริงมั้ยคุณจัสมินหรือชาตรีแห่งสลาฟียูนน่ะเอง

พระองค์อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้อัลกุรอ่านมาเป็นสิ่งรักษาสิ่งที่มีอยู่ในหัวอก คือ ความดื้อ ความกระด้าง ความโอ้อวด เมื่อสิ่งเหล่านี้ยังไม่หมดไปจากหัวอกคุณ แล้วจะถือว่ายึดอัลกุรอ่านหรือเปล่าหนอ ช่วยตอบหน่อยซิ จีจี้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Wed Mar 09, 2005 9:16 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แถมอีกนิดนะคะ
อยากฝากถึงท่านวิทยากร ปิดกระทู้นี้ไปเลยดีกว่าค่ะ อ้อ จริงๆแล้วฝากผ่านคุณนพัฒน์ก็คงถึงเหมือนกันนะคะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Mar 10, 2005 2:31 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณ natee

กว่าที่ผมจะกล้ายืนยันได้แบบนี้ ผมมั่นใจ 100 % ครับ
และผมได้รับฟังทัศนะที่บอกว่าห้ามแต่งมาค่อนข้างมาก
แต่ละทัศนะก็แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดนั้นให้เหตุผลไม่เคลียร์ครับ
ซึ่งแม้แต่หนังสือ "อะหฺลุลกิตาบ"ของอาจารย์ฟาริดเอง หรือคำชี้แจงของท่านก็ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ซึ่งผมไม่ได้ว่านะครับ ใครจะยึดทัศนะแบบนั้นก็ยึดไป
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Mar 10, 2005 2:40 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แต่ทุกท่านครับผมขอแนะนำตักเตือนเรื่องสำคัญว่า
อย่าให้มีอย่างคุณ นพัฒน์ อีกนะครับ ที่ยกองค์กรนั้นองค์กรนี้ ชมรมนั้นชมรมนี้
เรื่องนี้(และทุกๆเรื่อง) เป็นเรื่องที่ผิดอย่างยิ่งที่เราจะมาพูดเปรียบเทียบกันระหว่างชมรมนั้นชมรมนี้ หรืออาจารย์นั้นอาจารย์นี้ในเชิงแข่งขันกัน
ในเชิงปะทะโต้คารมณ์กัน
อันนี้ไม่ใช่ศาสนาแน่นอน แต่เป็นการเอาความรู้ทางศาสนามาซัดกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่นิสัยของอาจารย์ฟาริด และไม่ใช่นิสัยของอาจารย์ในมรดกอิสลาม

ในชมรมอัซซลาฟิยูนเองก็มีหลายทัศนะครับในเรื่องฟัตวาต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่แต่ละองค์กรจะมาปะทะคารมณ์กันอย่างแน่นอน
แต่หากว่ากันปะทะคารมณ์เช่นนี้คือความต้องการของตลาด คือความชอบของมุสลิมแล้วล่ะก้อ เตรียมล่มจมได้เลยครับสังคมมุสลิม

อย่างที่เค้าว่าตัวอาจารย์น่ะไม่ค่อยมีปัญหาหรอก แต่ไอตัวลูกศิษย์นี่ล่ะสิ พวกชอบยุแยงตะแคงรั่ว
ชอบเห็นคนตีกัน เหมือนเป็นวัฒนะธรรม เป็นประเพณีไป เช่นตีไก่ ชกมวยอะไรแบบเนี้ยครับที่คนไทยชอบกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Mar 10, 2005 2:46 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมล่ะเกลียดจริงๆไอ้การขัดแย้งกัระหว่างอาจารย์ระหว่างองค์กรเนี่ย
ผมกล้าพูดเลยว่า ถ้าระหว่างตัวอาจารย์ต่ออาจารย์นะครับ เรื่องจบไปนานแล้ว
แต่นี้มันมีพวกลูกศิษย์ มีสาขาย่อยคอยกระซิบกระซาบ คอยสร้างเรื่องให้คนเข้าใจผิดกัน
ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตลาดต้องการก็ได้ครับ ถ้าเวทีไหนไม่มีการด่าหรือฝากด่า คนฟังก็ฟังไม่มัน
หรือรายการวิทยุไหนไม่มีการอัดกัน ไม่มีการซัดกัน มันฟังแล้วมันไม่มัน
ผม research มาก็สรุปได้ตามนั้นครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Thu Mar 10, 2005 3:17 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ซึ่งขอทิ้งท้ายไว้ด้วยความเข้าใจในหลักการแบบนี้นะครับ

> อะหฺลุลกิตาบ ที่ศรัทธาต่อท่านนบีมุฮัมมัดเราเรียกว่า "มุสลิม"
ชัดเจนนะครับ
ใครก็ตามที่หันมาศรัทธาต่อท่านนบีมุฮัมมัดเราเรียกว่ามุสลิม ไม่ว่าเดิมทีจะเป็นพุทธ เป็นคริสต์
ดังนั้น ยิว และคริสต์เดิมๆก่อนที่นบีมุฮัมมัดจะประกาศตัว ทันทีที่เขายอมรับศรัทธาต่อนบีมุฮัมมัด เขาคือมุสลิม ไม่เรียกว่าอะหฺลุลกิตาบนะครับ
> อะหฺลุลกิตาบอีกส่วนหนึ่งที่ฝ่าฝืน ไม่ยอมรับศรัทธาท่านนบีมุฮัมมัด พวกนี้แหละครับคืออะหฺลุลกิตาบ
คือพวกยิว-คริสต์
-ยิว >ยิวที่นำอาหารใส่ยาพิษให้ท่านนบี / ยิวที่บางคนขายศาสนา / ยิวที่รู้จักท่านเหมือนกับลูกหลานตัวเอง แต่ไม่ยอมรับศรัทธา / ยิวที่ปกปิดหรือบิดเบือนคัมภีร์ตนเอง / ยิวที่หยามศักดิ์ศรีมุสลิมะฮฺจนถูกเศาะหาบะฮฺประหารแล้วพวกเขาก็รุมทำร้ายเศาะหาบะฮฺจนท่านนบีต้องยกทัพมาจัดการ / ยิวที่ถูกทำนายว่ายุคสุดท้ายจะรบกับมุสลิม
-คริสต์ > คริสต์ที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺหรือไม่ก็ตาม / คริสต์ที่ในกุรอานระบุว่าพวกเขาเชื่อว่านบีอีซาเป็นบุตรของอัลลอฮฺ หรือเป็นพระเจ้า หรือเป็นหนึ่งในสามของพระเจ้าสามภาค / คริสต์ที่ถูกอัลลอฮฺโต้แย้งว่าให้ดูอาดัม อาดัมก็ไม่มีพ่อเช่นกัน / คริสต์ที่ปกปิดหรือบิดเบือนคัมภีร์
ชนเหล่านี้แหละครับคืออะหฺลุลกิตาบที่อัลลอฮฺอนุมัติให้แต่งงาน
ถ้าเราแคลงใจก็โปรดทำความเข้าใจหิกมะฮฺของอายะฮฺนี้ให้ดี อัลลอฮฺไม่ได้ใช้ให้แต่ง ไม่ได้บอกว่าแต่งแล้วดี
แต่นัยยะมันคือ ("วันนี้อัลลอฮฺทรงประทานสิ่งดีๆแก่สูเจ้าแล้ว") อัลลอฮฺได้ให้ความสะดวกง่ายดาย(แต่ไม่ใช่มักง่าย)
กล่าวคือถ้าไม่มีมุสลิมให้แต่งก็แต่งกับพวกยิวพวกคริสต์ไปเนี่ยแหละ ดีกว่าไปทำซินา
แต่กรณีนี้เนี่ยเกิดขึ้นยากครับ เพราะทั่วโลกก็มีมุสลิมเยอะแยะ แต่กรณี(ที่เกิดขึ้นยาก)ว่าหากไม่มีจริงๆก็ให้แต่งๆไปซะ
ต้องเข้าใจนะครับ ศาสนาเราให้รีบแต่งงานนะครับ ไม่รีบแต่งน่ะผิดนะครับ
ไม่มีนะครับรอให้มีตังค์ก่อน รอให้เรียนจบก่อน ศาสนาเราไม่มีสอนครับ
ถ้าเราเข้าใจสวนทางกับศาสนาเช่นนี้ เราจะไม่มีทางเข้าใจสิ่งที่อัลลอฮฺกล่าวว่าอนุมัติให้แต่งกับยิวหรือคริสต์

ในสมัยที่ท่านนบีมุฮัมมัดมาน่ะ ยิวกับคริสต์ไม่ใช่ศาสนาเดิมของนบีมูซาและอีซาแล้วครับ
แล้วกุรอานก็ลงในยุคนั้นน่ะครับ ไม่ใช่กุรอานลงมาแล้วให้มุสลิมนั่งเครื่องย้อนเวลาไปแต่งกับยิวคริสต์ยุคเก่า
ไม่งั้นหุกุมที่อัลลอฮฺให้มาหมดความหมายเลยครับ เอาไว้อ่านให้ครบๆจบเล่มเท่านั้น เอามาใช้จริงไม่ได้

ส่วนยิวหรือคริสต์ที่หันมาศรัทธาต่อนบีมุฮัมมัด เราเรียกว่า "มุสลิม " นะครับ อย่าไปเรียกเค้าว่าอะหฺลุลกิตาบเชียว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Fri Mar 11, 2005 7:27 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณ nop เป็นคนมีความรู้ดี และจะดีกว่านี้ถ้าไม่เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นมาตรฐาน
การนำเสนอเปรียบเทียบข้อมูลวิชาการไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ซึ่งในแวดวงนักวิชาการจะเข้าใจกันเป็นอย่างดี พบได้จากตำราศาสนาทั่วไป เช่นการนำเสนอเปรียบเทียบว่า มัซฮับนี้เข้าใจเช่นนี้มีหลักฐานดังนี้ และมัซฮับนั้นเข้าใจเช่นนั้นเพราะมีหลักฐานดังนั้น หรือเชคท่านนั้นเข้าใจอย่างนี้ และเชคท่านนี้เข้าใจเช่นนั้นเพระมีหลักฐานว่า......เป็นต้น

เกี่ยวกับเรื่องอะฮ์ลุ้ลกิตาบนี้ ถ้าคุณเป็นผู้ค้นคว้า ก็คงได้พบความเข้าใจที่ต่างกันของบรรดานักวิชาการตั้งแต่ในยุคแรก และการนำเสนอต่างกันโดยอ้างอิงตัวบทหลักฐานนี้ ผู้คนทั่วไปจะได้ประโยชน์ และจะได้พิจารณาว่า ความเข้าใจใดที่ใกล้เคียงที่สุด

แต่ก็มีผู้รู้บางท่านที่ถือความเห็นตัวเองเป็นใหญ่ ซึ่งใครจะนำเสนอต่างไม่ได้ เช่นออกมาโวยวายว่า เป็นพวกซุนนะฮฺจ๋า สุนัขจ๋า ที่ร้ายกว่าพวกกอ็ดยานีและชีอะฮฺ.......อีกทั้งต่อสายป่านมาตามเวบไซต์มุสลิม เช่นใน muslimthailand และลุกลามมาถึงที่นี่ คุณคงได้เห็นแล้ว

ผมหวังว่าคุณ nop คงไม่เป็นหนึ่งในผู้ที่กล่าวมาข้างต้น และผมเห็นด้วยกับคุณในเรื่อง การโจมตีทำลายบุคคลและองค์กรที่ได้พบเห็นอยู่ทั่วไป เพราะไม่ใช่จรรยาบรรณของผู้รู้และผู้ทำงานศาสนา

และหากคุณจะเป็นหนึ่งในผู้นำเสนอข้อมูลวิชาการบนพื้นฐานของความต่างที่ว่าแล้ว ผมก็จะเป็นหนึ่งในผู้รับฟังและไตร่ตรอง......เชิญครับ......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จัสมิน
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/01/2004
ตอบ: 34


ตอบตอบ: Sat Mar 12, 2005 8:51 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

( طَعَامُ الَّذِيْنَ أُوْتُوْا الْكِتَاب حِلٌّ لَكُمْ وَطَعَامُكُمْ حِلٌّ لَهُمْ ، وَالْمُحْصَنَاتُ مِنَ الْمُؤْمِنَاتِ وَالْمُحْصَنَاتُ مِنَ الَّذِيْنَ أُوْتُوْا الْكِتَابَ مِنْ قَبْلِكُمْ ) المائدة : 5
"อาหาร (สัตว์ที่เชือด) ของบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าและอาหารของพวกเจ้าก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเขา บรรดาสตรีที่มั๊วห์ศ่อนาต (เป็นไทหรือไม่ผิดประเวณี) จากบรรดาผู้ศรัทธาและจากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ก่อนหน้าพวกเจ้า (ก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า)

ถ้าเราศึกษาอัลกุรอ่านแล้ว ยังไม่สามารถแยกจริงแยกเท็จได้ ก็เท่ากับยังไม่เข้าใจอัลกุรอ่านนั่นเอง จริงมั้ยคุณจัสมินหรือชาตรีแห่งสลาฟียูนน่ะเอง

พระองค์อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้อัลกุรอ่านมาเป็นสิ่งรักษาสิ่งที่มีอยู่ในหัวอก คือ ความดื้อ ความกระด้าง ความโอ้อวด เมื่อสิ่งเหล่านี้ยังไม่หมดไปจากหัวอกคุณ แล้วจะถือว่ายึดอัลกุรอ่านหรือเปล่าหนอ ช่วยตอบหน่อยซิ จีจี้ (คุณ natee)



คุณ natee ค๊ะ ถ้าคุณคิดว่าผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ และคนอื่น ๆ อ่านอัลกุรอ่านที่ยกมานี้ไม่เข้าใจ แล้วใครจะเข้าใจละครับ หรือคุณเข้าใจ ว่าอัลลอฮฺไม่อนุมัติ

แต่อย่างไรเสียก็อย่ากล่าวหาว่าเหล่าบรรดาศอฮาบะห์ อย่างท่านอุมัร อิบนุ คอฏฏอบ ไม่เข้าใจอัลกุรอ่านก็แล้วกัน ผมเสียวแทนนะครับ

ไม่พอใจ ไม่ได้หมายความว่า ห้าม นะคุณ เรื่องฆ่าก็เหมือนกัน ตั้งแต่สมัยท่านนบี (ศล) จนปัจจุบันนี้ก็ยังฆ่ากันอยู่ แม้แต่มุสลิมด้วยกันก็ยังฆ่ากันเลยคูณ แม้แต่มุสลิมด้วยกัน จะแต่งงานยังเลือกเลย นับประสาอะไร กับยะฮูด นะศอรอ

ขอสนับสนุนคุณ nop ที่เห็นว่า ยะฮูด และนะศอรอ เป็นตัวเลือกสุดท้าย

ฝากอัลกุรอ่าน ในซูเราะห์อัลบะเกาะเราะ อายะที่ 6 - 10 ไว้ให้คุณ natee ลองอ่านดูนะครับ

6. แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธการศรัทธานั้นย่อมมีผลเท่ากันแก่พวกเขา เจ้าจะตักเตือนพวกเขาแล้วหรือยังมิได้ตักเตือนพวกเขาก็หาได้ศรัทธาไม่


7. อัลลอฮฺได้ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกเขา และบนหูของพวกเขาแล้ว และบนตาของพวกเขาก็มีสิ่งบดบังอยู่(*1*)และเขาเหล่านั้น จะได้รับการลงโทษอันมหันต์

(1) เป็นการเปรียบเทียบผู้ปฏิเสธศรัทธาว่า พวกเขาประหนึ่งผู้ที่หัวใจและหูของเขาถูกปิดผนึกไว้ เพราะการที่ไม่ยอมเข้าใจ และสดสับฟังความจริงที่มาจากพระเจ้าของเขานั้น ย่อมไม่แตกต่างกับหัวใจและหูที่ถูกปิดผนึกไว้แต่อย่างใด เพราะต่างก็ไม่ได้รับแสงสว่างจากอัลลอฮฺเช่นเดียวกัน และตาของพวกเขาที่ไม่ใช้มองในสิ่งที่อำนวยประโยชน์ ก็ไม่แตกต่างกับตาที่มีสิ่งปกคลุมอยู่แต่อย่างใด


8. และจากหมู่ชนนั้น มีผู้กล่าว่า เราได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และวันปรโลกแล้ว ทั้ง ๆ ที่พวกเขาหาใช่เป็นผู้ศรัทธาไม่(*1*)

(1) หมายถึงพวกมุนาฟิกที่ศรัทธาแต่เพียงคำพูด แต่หัวใจปฏิเสธ


9. เขาเหล่านั้นต่างหลอกลวงอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และพวกเขาหาได้หลอกลวงใครไม่ นอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น(*1*) แต่พวกเขาไม่รู้สึก

(1) คือการหลอกลวงของพวกเขานั้น หาได้เป็นอันตรายแก่ผู้ใดไม่ นอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น เพราะพวกเขาปฏิเสธข้อปฏิบัติที่จะอำนวยประโยชน์แก่ตัวของพวกเขาเองแต่เขาไม่รู้สึก


10. ในหัวใจของพวกเขามีโรคอย่างหนึ่ง(*1*) แล้วอัลลอฮฺได้ทรงเพิ่มโรคอีกอย่างหนึ่ง(*2*) ให้แก่พวกเขา และพวกเขาจะได้รับการนลงโทษอันเจ็บแสบเนื่องจากการที่พวกเขากล่าวเท็จ

(1) โรคแห่งความสงสัย
(2) โรคแห่งความดื้อดัน และปฏิเสธศรัทธา



ฝากความถึงคุณนพัฒน์ สักหน่อยนะครับ ยินดีที่ได้สนทนากับคุณ และผมยินดีกับการติชามของคุณ ผมติดตามผลงานของคุณในกระทู้นี้มาโดยตลอด



ผมอยากถามคุณนพัฒน์ เป็นครั้งสุดท้ายเลยนะครับว่า อะห์ลุ้ลกิตาบในคัมถีร์อัลกุรอ่านทั้งหมดเล่มที่อัลลอฮฺกล่าวไว้นั้น ใช่ ยะฮูดี นัสรอนีหรือเปล่า


ส่วนคุณนพัฒน์ หรือใคร ๆ จะตอบ หรือไม่ตอบไม่ว่ากระไร

ผมเชื่อและศรัทธาว่าอัลกุรอ่านที่อัลลอฮฺประทานลงมานั้นเป็นจริงเสมอ

ก็ขอฝาก อัลบะเกาะเราะห์ 6 - 10 ไว้ให้ตัวผมและทุก ๆ ท่าน ลองอ่านและศึกษาความหมายดูนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nop
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2005
ตอบ: 89


ตอบตอบ: Tue Mar 15, 2005 10:35 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รับฟังคุณ นพัฒน์ ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 16, 17, 18 ... 22, 23, 24  ถัดไป
หน้า 17 จากทั้งหมด 24

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.20 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004