ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอยู่
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอยู่
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 10, 11, 12 ... 22, 23, 24  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Sun Jan 02, 2005 6:17 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก่อนย้ายประเด็น ขอเสนอแนะให้จัสมินหรือชาตรีเรียนอะกีดะห์ซะใหม่ จะได้เข้าใจคำว่า เท่ากัน หมายถึงอะไร

คัดมาให้อ่านจากบทนำในหนังสือของ อ.ฟาริด เล่มที่ 1

ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า ศาสนาคริสต์ มีความเกี่ยวพันธ์กับศาสนาอิสลาม จนกระทั่งบางคนกล่าวว่า ทั้งสองเป็นศาสนาลูกพี่ลูกน้องกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ศาสนาคริสต์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม แต่ประการใด เพราะคริสต์ไม่ใช่ศาสนาของอัลลอฮ์ และไม่เคยปรากฏหลักฐานเลยว่า พระองค์อัลลอฮ์ได้แต่งตั้งศาสนทูตของพระองค์มาเรียกร้องเชิญชวนผู้คนสู่ศาสนาอื่น นอกจาก อัลอิสลาม เท่านั้น

อัลอิสลาม เป็นศาสนาแรกของโลก และถูกเรียกว่า ศาสนาจากฟากฟ้า ที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงประทานให้แก่มนุษยชาติทุกยุค ทุกสมัย และเป็นศาสนาเดียวที่พระองค์อัลลอฮ์ให้การยอมรับ ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า “แท้จริงศาสนา (ที่ยอมรับ) ณ.ที่อัลลอฮ์คืออัลอิสลาม” ซูเราะห์ อาลาอิมรอน อายะห์ที่ 19

เมื่อพระองค์อัลลอฮ์ได้ให้อิสลามเป็นศาสนาแก่มนุษยชาติ พระองค์ก็ได้แต่งตั้งศาสนทูตของพระองค์มาเพื่อเรียกร้อง เชิญชวนผู้คนทุกยุค ทุกสมัยเช่นกัน ดังที่พระองค์ได้ทรงกล่าวว่า

“และเราได้แต่งตั้งศาสนทูตแก่ทุกประชาชาติโดยกำชับว่า พวกท่านจงสักการะต่ออัลลอฮ์ และออกห่างจากเจว็ดทั้งหลาย” ซูเราะห์อัลนะฮ อายะห์ที่ 36

ศาสนทูตของอัลลอฮ์ ตั้งแต่ท่านแรกจนกระทั่งท่านสุดท้ายต่างก็เรียกร้อง เชิญชวนผู้คนในยุคนั้นๆ ไปสู่การสักการะต่อพระองค์อัลลอฮ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นท่านนบีอิบรอฮีม นบีนัวฮ์ นบีมูซา นบีอีซา หรือนบีมูฮัมหมัด จนเรากล่าวได้ว่า บรรดานบีหรือรอซูลของอัลลอฮ์ทุกท่านเรียกร้องไปสู่อัลอิสลาม โดยเรียกร้องไปสู่หลักอะกีดะห์เดียวกัน เช่นการเรียกร้องของนบีอีซาต่อกลุ่มชนนะศอรอว่า “แท้จริงอัลลอฮ์คือพระเจ้าของฉัน และพระเจ้าของพวกท่าน ดังนั้นจงพวกเจ้าจงสักการะต่อพระองค์เถิด นี่คือทางที่เที่ยงตรง” ซูเราะห์อาลาอิมรอน อายะห์ที่ 51

แม้หลักอะกีดะห์ (หลักการศรัทธา) ของนบีทุกท่านจะตรงกัน แต่หลักปฏิบัติก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละยุค แต่ละสมัย พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า “ในแต่ละประชาชาติของพวกเจ้า เราได้กำหนดบัญญัติและแนวทางไว้แล้ว” ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ 48
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ยุสรอ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/12/2004
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Mon Jan 03, 2005 5:31 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam ขอเรียนถามเกี่ยวกับการแบ่งอะห์ลุ้ลกิตาบออกเป็นจริงเป็นเท็จ ที่ผู้รู้สลาฟียูนกล่าวไว้ในเอกสารของเขาด้วยเอกลักษณ์ประจำชมรมฯ ว่า :

“การแบ่งอะห์ลุ้ลกิตาบออกเป็นจริงเป็นเท็จนี้ เป็นความเข้าใจของผู้แบ่งเอง หาได้มีตัวบทหลักฐานใดๆจากอัลลอฮ์ ร่อซู้ล และจากบรรดาซะละฟุซซอและห์ไม่ เข้าใจว่าการแบ่งเช่นนี้นั้นเพื่อสร้างความสับสนแก่ผู้ไม่รู้ทั้งหลายที่อาจจะจับผิดตัวเองได้......บางคนก็สร้างความสับสนให้มากยิ่งขี้นอีกว่า คำว่าอะห์ลุ้ลกิตาบที่อัลลอฮ์กล่าวถึงในอัลกุรอ่านนั้นแปลว่าเคยเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบ คำแปลเช่นนี้ช่างเป็นคำแปลที่บิดเบือนอย่างแท้จริง” (เอกสารสลาฟียูน ชุดที่ 1 หน้า 18 .....

“การพูดว่าอะห์ลุ้ลกิตาบแยกได้เป็นจริงเป็นเท็จนี้ ผู้พูดประสงค์จะสื่ออะไร จะสื่อว่าอะห์ลุ้ลกิตาบที่แท้จริงนั้นหมายถึงผู้ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ...หากต้องการสื่อความหมายดังว่านี้ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าท่านกำลังเลอะเลือนอย่างหาที่เปรียบมิได้ เพราะผู้ที่ไม่ผิดเพี้ยนจะมีก็แต่ยุคของท่านนบีมูซาและอีซา หรือหลังจากยุคของท่านทั้งสองเพียงไม่นานเท่านั้น ส่วนหลังจากนั้นไม่มีหลักฐานใดๆ ระบุว่ามียะฮูดกลุ่มใดหรือนะศอรอกลุ่มใดที่ยังรักษาศาสนาไว้ครบถ้วน” (เอกสารสลาฟียูน ชุดที่ 1 หน้า 19)
เรื่องนี้ ทางมูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม ว่าอย่างไรคะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จัสมิน
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/01/2004
ตอบ: 34


ตอบตอบ: Mon Jan 03, 2005 7:41 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อา..ถ้อยความที่อยู่ในซูเราะห์ อาลอิมรอน อายะที่ 64 ซึ่งพระองค์อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้พูดถึงฐานอะกีดะห์ของอะห์ลุ้ลกิตาบว่า
1. อา…ไม่อิบาดะห์สิ่งอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์
2. ไม่ ซิริก ไม่เอา ไม่เอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นภาคีต่ออัลลอฮ์ แล้วก็
3. ไม่ยึดใครเป็นพระเจ้านอกจากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

ทีนี้ถ้ายะฮูดี นัสรอนี ที่อิบาดะห์ ต่อสิ่งอื่นจะยังเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบอยู่ไหม หรือถ้า..เขาทำ..ซิริก ต่ออัลลอฮ์ จะเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบอยู่ไหม นี่ละครับ หัวข้อที่ผมได้บอกกับพี่น้องว่า วันนี้เราจะได้คุยกันถึงเรื่องยะฮูดี นัสรอนี ที่เคยเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบ แต่ต่อมาพวกเขาได้สิ้นสภาพ (วันพุธที่ 1 กันยายน)
ตรงลงว่า ยะฮูด นะศอรอ หรืออะห์ลุ้ลกิตาบ ถ้าทำซิริก หรืออะบาดะห์ สิ่งอื่นแล้ว พวกเขาก็หมดสภาพ แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำซิริก พวกเขาก็ยังเป็นยะฮูด นะศอรอ และอะห์ลุ้ลกิตาบอยู่หรือไร ?

เมื่อถามแล้วไม่มีคำอธิบายก็ไม่เป็นไร เพราะว่า ตรงนี้คืออัลกุรอ่าน

(ตรงตัวหนังสือสีแดง) ถ้ายะฮูด นะศอรอ หรืออะห์ลุ้ลกิตาบ เป็นมุสลิม ก็จะสิ้นสภาพเป็นกาเฟร

แต่ถ้ายะฮูด นะศอรอ หรืออะห์ลุ้ลกิตาบ เป็นการเฟร พวกเขาจะสิ้นสภาพเป็นจากกาเฟร เป็นมุสลิม


ท่านนบีมูฮัมหมัด Solallah ได้บอกไว้แล้วว่า ชาวคัมภีร์ แตกออกไปแล้วเป็น 72 - 73 พวก ทุกพวกก็ยังเรียกว่าชาวคัมภีร์ (อะห์ลุ้ลกิตาบ) ประชาชาติของท่านจะแตกออกเป็น 72 - 73 จำพวก ทุกพวกที่แตกออกไปก็ยังเรียกว่า มุสลิม

คงไม่ต้องอธิบายคำว่า แตกออกไปแล้ว กับคำว่า จะแตกออกเป็น น๊ะ

และก็ยังมีหะดีษที่บอกว่า ยาอับดิลลาห์ ให้มาฆ่าพวกยิวที่แอบอยู่หลังก้อนหิน หลังต้นไม้ และมีต้นไม้อยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า ฆ็อรก็อร (เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดใกล้ๆ วันกิยามะห์) นั่นแสดงว่า ยิวต้องมีอยู่จนใกล้ ๆ วันกิยามะห์

ในซูเราะห์อัลมาอะดะห์ อายะที่ 5 อัลลอฮฺได้บอกไว้แล้วว่า อนุมัติให้แต่งงานกับหญิงที่ดี ๆ มั๊วศอนาซ (อันนี้ก็อัลกุรอ่าน)

และการที่ท่านอิบนิมัสอูด หรือท่านอิบนุ อุมัร ไม่พอใจก็ไม่ได้หมายถึงว่า ท่านทั้งสอง ขัดต่อคำสั่งของอัลลอฮฺแต่ประการใดไม่


ใครที่สร้างความสับสนอลหม่าน ก็เชิญสร้างกันตามสบาย

สุดท้ายของฝากถามเรื่อง ยะฮูด นะศอรอ หรืออะห์ลุ้ลกิตาบ ที่สิ้นสภาพสักหน่อย ว่าเดิมเขาเป็นมุสลิม หรือกาเฟร แล้วเขาสิ้นสภาพจากอะไร เป็นอะไร ?
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Tue Jan 04, 2005 12:36 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

“ถ้าพวกเขาย้ายอะกีดะห์ก็ไม่เรียกว่าอะห์ลุ้ลกิตาบ”

ชาตรีเอ๋ย บอกหน่อยได้ไหม ที่ อ.อิสหากเขียนไว้นี้ พวกเขาย้ายจากไหนไปไหน พวกเขาย้ายจากกาเฟรไปเป็นกาเฟรหรือ

“ผู้ใดก็ตามที่เชื่อถือแบบอะห์ลุ้ลกิตาบพวกเขาก็คืออะห์ลุ้ลกิตาบ ไม่ว่าบรรพชนจะเคยเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบมาก่อนหรือไม่ก็ตาม”

ชาตรีเอ๋ย เคยเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบ ที่ อ.อิสหากเขียนไว้นี้เป็นยังไง ไม่สงสัยเลยหรือ

ลองดูเถอะครับ อาจารย์ของชาตรีเขาว่าไว้อย่างไร

จ้องจะว่าแต่คนอื่น แต่ลืมข้อความที่ตัวเองเขียนไว้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Tue Jan 04, 2005 1:18 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เกี่ยวกับผู้ที่เคยเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบนั้น ทางซะละฟียูนได้แต่พูดผ่าน ไม่ได้เสนอรายละเอียดอะไรมากกว่าที่คุณยุสรอ และคุณ ali นำมาแสดงไว้ข้างต้น ซึ่งผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ข้อเขียนของคนเดียวกัน ในหนังสือเล่มเดียวกัน ค้านกันเองเช่นนี้

แต่ในหนังสือของ อ.ฟาริด ทั้งสองเล่มได้ชี้แจงเรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะมาก โดยแยกเป็นบทๆ เริ่มตั้งแต่ กลุ่มศอบิอูน กลุ่มอะห์ลุ้ลชิรก์ และอะห์ลุ้ลฮัรบ์ ซึ่งผมคงต้องทยอยนำเสนอดังนี้

มูลนิธิอนุรักษ์

ท่านอบูอิสหาก อัซซะญาจญ์ ได้กล่าวว่า ศอบิอีน ก็คือ ผู้ที่ออกจากศาสนาหนึ่งไปสู่อีกศาสนาหนึ่ง (ดูลิซานุลอาหรับ เล่มที่ 4 หน้าที่ 2385)

ที่กล่าวมานี้เป็นการอธิบายความหมายทางภาษาเท่านั้น แต่ใครจะเปลี่ยนจากศาสนาใดไปสู่ศาสนาไหน ก็ต้องดูเรื่องราวและที่มาของคำกล่าวนั้นด้วย พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า

“และบรรดาผู้เป็นยะฮูด บรรดาผู้เป็นนะศอรอ และบรรดาศอบิอีน นั้น ผู้ใดก็ตามที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันอาคิเราะห์ อีกทั้งประกอบความดี พวกเขาก็จะได้รับรางวัลของพวกเขาจากองค์อภิบาลของพวกเขา โดยไม่มีความกลัวใดๆ และความโศกเศร้าใดๆ แก่พวกเขา” ซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 62

ในอัลกุรอานอายะห์ข้างต้นนี้ พระองค์อัลลอฮ์ได้กล่าวถึง ศอบิอูน ซึ่งในที่นี้หมายถึงยะฮูดี หรือนัศรอนี ที่ย้ายออกจากศาสนาของพวกเขา โดยผสมผสานความเชื่อของศาสนาอื่นไว้ด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้มีนักอธิบายอัลกุรอานหลายท่านได้วิจารณ์ไว้มากมาย แต่จะนำมากล่าว ณ.ที่นี้พอสังเขป

“ศอบิอูน คือคนกลุ่มหนึ่ง ระหว่างนะศอรอกับพวกบูชาไฟ พวกเขาไม่มีศาสนา ซึงเป็นคำกล่าวของท่านมุญาฮิด และท่านกล่าวอีกว่า คือกลุ่มชนที่อยู่ระหว่างยะฮูด กับพวกบูชาไฟ
ท่านสอี๊ด อิบนุญุบัยร์ กล่าวว่า พวกเขาอยู่ระหว่างยะฮูดกับนะศอรอ ส่วนท่านฮะซัน กล่าวว่า พวกเขาเหมือนดังพวกบูชาไฟ
แต่ท่านก่อตาดะห์บอกว่า พวกเขาคือกลุ่มชนที่สักการะต่อบรรดามาลาอิกะห์ และหันทางกิบละห์อื่น และพวกเขาอ่านคัมภีร์ซะบูร ส่วนท่านวะฮ์อิบนุมุนับบะห์กล่าวว่า พวกเขาคือกลุ่มชนที่รู้จักอัลลอฮ์เพียงอย่างเดียว พวกเขาไม่มีข้อบัญญัติใดๆที่จะยึดถือปฏิบัติ” ตัฟซีรอิบนิกะษีร เล่มที่ 3 หน้าที่ 147
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Tue Jan 04, 2005 1:21 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รายงานจากท่านซุฟยาน จากลัยซ์ จากท่านมุญาฮิด กล่าวว่า “อัศศอบีอูน ก็คือกลุ่มชนที่ไม่ใช่ทั้งยะฮูดี นัศรอนี พวกเขาไม่มีศาสนา”

อีกสายรายงานหนึ่ง จากอันบะซะห์ จากฮัจญาจญ์ จากท่านมุญาฮิด กล่าวว่า “ศอบิอูนนั้นอยู่ระหว่างยะฮูดกับพวกบูชาไฟ อย่าได้กินสัตว์เชือดของพวกเขา และอย่าได้แต่งงานกับผู้หญิงของพวกเขา”

รายงานจากอบูอาเซ็ม จากอีซา จากอิบนุอบีนะญีฮ์ กล่าวว่า “ศอบินอีนนั้นอยู่ระหว่างยะฮูดและพวกบูชาไฟ พวกเขาไม่มีศาสนา”

รายงานจากท่านฮัจญาญจ์ จากอิบนุญุรอยญ์ จากท่านมุญาฮิด กล่าวว่า “ศอบิอีนนั้นอยู่ระหว่างพวกบูชาไฟ กับยะฮูด พวกเขาไม่มีศาสนา”

ท่านอิบนุญุรอยญ์ กล่าวว่า ฉันได้กล่าวแก่ท่านอะฏออ์ว่า พวกศอบีอีนได้อ้างว่า พวกเขาคือชนเมืองเหมือนอย่างกลุ่มชนอื่นๆ พวกเขาไม่ใช่พวกบูชาไฟ ไม่ใช่ยะฮูด และไม่ใช่นะศอรอ เขากล่าวว่า ฉันก็ได้ยินมาเช่นนั้นเหมือนกัน ที่แน่ๆ ก็คือบรรดามุชรีกีนได้กล่าวแก่ท่านนบีว่า ท่านย้ายศาสนา” ตัฟซีรอัตตอบารีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 319

“มีความเห็นต่างกันในคำว่า ศอบีอีน ท่านซุดดีย์กล่าวว่า พวกเขาคือกลุ่มหนึ่งจากอะห์ลุลกิตาบ และท่านอิสหาก อิบนุรอฮวัยฮ์ก็กล่าวเช่นนั้น โดยท่านอิบุนมุนซิร และท่านอิสหากกล่าวว่า ไม่เป็นไร ที่จะกินสัตว์เชือดของพวกศอบิอูน เพราะพวกเขาก็คือกลุ่มหนึ่งจากอะห์ลุลกิตาบ ท่านอบูฮะนีฟะห์ กล่าวว่า ไม่เป็นไรที่จะกินสัตว์เชือดของพวกเขา และแต่งงานกับผู้หญิงของพวกเขา

ท่านคอลีลกล่าวว่า พวกเขาคือกลุ่มชนที่ศาสนาของพวกเขาคล้ายกับศาสนาของพวกนะศอรอ นอกจากว่า กิบลัตของพวกเขาคือ สถานที่ลมกรรโชกทางทิศใต้ พวกเขาอ้างว่า พวกเขายืนหยัดบนศาสนาของนบีนัวฮ์ อลัยฮิสสลาม

ท่านมุญาฮิด ท่านฮะซัน และท่านอิบนุอบีนะญีฮ์ กล่าวว่า พวกเขาคือกลุ่มชนที่ศาสนาของพวกเขาผสมด้วย ศาสนาของพวกยะฮูด และศาสนาของพวกบูชาไฟ อย่าได้กินสัตว์เชือดของพวกเขา ท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า อย่าได้แต่งงานกับผู้หญิงของพวกเขา” ตัฟซีรอัลกุรตุบีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 434
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nes
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 12, 2004
ตอบ: 80
ที่อยู่: bkk

ตอบตอบ: Tue Jan 04, 2005 4:15 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เคยฟัง อ.ฟาริด พูดหลายครั้งว่าพฤติกรรมของยะฮูดีชอบเลี่ยงฮุก่ม

เมื่ออัลลอฮ์สั่งให้เชือดวัว ก็หลีกเลี่ยงด้วยการถามจนหาวัวเชือดแทบไม่ได้

ถามเพื่อปฏิเสธ ถามจนหาวัวเชือดแทบไม่ได้

ในกระทู้นี้ก็มีนะ ใครเอ่ย.............
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
fareeda
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/09/2004
ตอบ: 12


ตอบตอบ: Tue Jan 04, 2005 4:33 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถึงว่าซินะคะ ทำไมหนอถึงเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ ดูจากคำถามของนายชาตรีแล้ว ก็ไม่สงสัยแล้วละว่า นายชาตรีไม่ได้แกล้งf'j แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนอาจารย์ผู้ให้ความรู้แก่นายชาตรีหน่อยก็จะดีนะ อาจทำให้อาการดีขึ้นก็ได้นะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Wed Jan 05, 2005 12:54 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ต่อ.....

“ส่วนหนึ่งมีทัศนะว่า พวกเขาคือชาวคัมภีร์ที่มีการบิดเบือนและเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่ต่างอะไรกับชาวยะฮูดและชาวนะศอรอ ดังนั้นข้อชี้ขาด ณ.ที่นี้ก็คือ อนุญาตให้แต่งงานกับพวกเขา ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า “วันนี้สิ่งที่ดีๆ ได้ถูกอนุมัติแก่พวกเจ้า และอาหารของบรรดาผู้ซึ่งได้รับคัมภีร์นั้นเป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า และอาหารของพวกเจ้าก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเขา และหญิงที่บริสุทธิ์ทั้งหลายจากบรรดาผู้ศรัทธา และหญิงที่บริสุทธิ์ทั้งหลายจากผู้ซึ่งได้รับคัมภีร์ ก่อนหน้าพวกเจ้าก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าด้วย” และนี่คือมัซฮับของอบีฮะนีฟะห์ และพรรคพวกของเขา

แต่อีกส่วนหนึ่งแบ่งรับแบ่งสู้ เนื่องจากไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องราวของคนกลุ่มนี้อย่างแน่นอน โดยพวกเขามีทัศนะว่า ถ้าหากพื้นฐานทางศาสนาของคนกลุ่มนี้สอดคล้องกับชาวยะฮูดและนะศอรอ ในเรื่องการศรัทธาต่อบรรดารอซูล และศรัทธาต่อคัมภีร์ ชนเหล่านี้ก็เป็นดังพวกเขาด้วย แต่ถ้าพื้นฐานทางศาสนาของกลุ่มนี้แตกต่างออกไปก็ไม่ถือว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกับพวกเขา ฉะนั้นข้อฮุก่มของพวกนี้ก็คือฮุก่มเดียวกับผู้สักการะเจว็ด” และนี่คือมัซฮับของชาฟีอี และฮัมบาลี” ฟิกฮุสซุนนะห์ เล่มที่ 2 หน้าที่ 104

เราจะเห็นได้ว่าทัศนะของนักฟิกฮ์ทั้งสองกลุ่มนี้ต่างกัน ซึ่งมีผลมาจากการวิเคราะห์ถึงธาตุแท้ของกลุ่มศอบีอูนที่มีอยู่หลากหลาย และเมื่อสถานภาพของพวกเขายังคลุมเครืออยู่ เราก็ควรออกห่างมิใช่หรือ “จงทิ้งสิ่งที่สงสัยและไปยึดสิ่งที่ไม่มีข้อสงสัย” อย่างนี้มิใช่หรือที่เป็นคำสอนของศาสนาที่ผู้รู้ของเราใช้อ้างกันเป็นประจำ ( จากหนังสือสถานภาพของยะฮูดี นัศรอนีและอะห์ลุลกิตาบ โดย อ.ฟาริด เล่ม 2 )
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
bbb
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Dec 25, 2004
ตอบ: 1


ตอบตอบ: Wed Jan 05, 2005 8:55 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
เครียดกันจังเยยอ่ะ ตัวเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
natee
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2004
ตอบ: 108


ตอบตอบ: Wed Jan 05, 2005 9:01 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam สืบเนื่องจากที่คุณ addullslam ได้โพสต์ไว้ในหน้า 6 ดิฉันขอแนะนำให้คุณ addullslam หาเทปงานวันอัล-อตีก (1/5/2547) เรื่อง “เมื่อโต๊ะครูตอบไม่ตรงกัน ชาวบ้านจะว่าอย่างไร” โดย ท่านเชคริฎอ อะห์หมัด สมะดี ท่านอาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้ ท่านอาจารย์มูรีด ทิมะเสน และท่านอาจารย์อับดุลวาเฮด หวังประโยชน์ มาฟังนะคะ แล้วคุณจะเข้าใจอะไรดีขึ้นค่ะ

และสำหรับเรื่องอะห์ลุลกิตาบนี้ หลายท่านก็คงได้ข้อสรุปไปแล้ว แต่ก็คิดว่ายังมีอีกหลายท่านยังสับสนอยู่ จึงเป็นเหตุให้ต้องมาเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อหาความชัดเจนในข้อสรุปกันค่ะ ใจเย็นๆ นะคะ ใกล้จะถึงปลายทางแล้วค่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Thu Jan 06, 2005 6:54 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หลายครั้งที่ผมเอาข้อมูลทั้งสองฝ่ายมานำเสนอ แล้วพูดว่า ทางซะละฟี่ยูนพูดผ่านไม่มีรายละเอียด ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่มีหนังสือของทั้งฝ่าย น่าจะนำมาพิจารณาดู อย่างเช่นเรื่องของท่านวะรอเกาะฮ์ ที่ได้เปรียบเทียบให้เห็นมาแล้ว

หรืออีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ ข้อความของทางซะละฟี่ยูนที่คุณยุสรอนำมาโพสให้ดูว่า

ซะละฟี่ยูน :

“การพูดว่าอะห์ลุ้ลกิตาบแยกได้เป็นจริงเป็นเท็จนี้ ผู้พูดประสงค์จะสื่ออะไร จะสื่อว่าอะห์ลุ้ลกิตาบที่แท้จริงนั้นหมายถึงผู้ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ...หากต้องการสื่อความหมายดังว่านี้ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าท่านกำลังเลอะเลือนอย่างหาที่เปรียบมิได้ เพราะผู้ที่ไม่ผิดเพี้ยนจะมีก็แต่ยุคของท่านนบีมูซาและอีซา หรือหลังจากยุคของท่านทั้งสองเพียงไม่นานเท่านั้น ส่วนหลังจากนั้นไม่มีหลักฐานใดๆ ระบุว่ามียะฮูดกลุ่มใดหรือนะศอรอกลุ่มใดที่ยังรักษาศาสนาไว้ครบถ้วน” (เอกสารสลาฟียูน ชุดที่ 1 หน้า 19)

ในขณะทีทางซะละฟี่ยูนยืนยันว่าไม่มีหลักฐานใดๆระบุว่ามียะฮูดกลุ่มใดหรือนะศอรอกลุ่มใดที่ยังรักษาศาสนาไว้ครบถ้วน แต่ทางมูลนิธิอนุรักษ์กลับได้เสนอหลักฐานทั้งจากอัลกุรอานและจากอัลฮะดีษว่ายังมีผู้ที่รักษาศาสนาของพวกเขาไว้ดังนี้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Thu Jan 06, 2005 6:58 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มูลนิธิอนุรักษ์ :

“บรรดาผู้ซึ่งที่เราได้ประทานคัมภีร์ (เตารอตและอินญีล)ให้แก่พวกเขาก่อนหน้ามัน (อัลกุรอาน) พวกเขาได้ศรัทธาต่อมัน (อัลกุรอาน) ด้วย และเมื่อได้ถูกอ่านแก่พวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่าเราศรัทธาต่ออัลกุรอานด้วย แท้จริงมันคือสัจธรรมที่มาจากองค์อภิบาลของเรา และแท้จริงเราได้เป็นผู้น้อมรับมาก่อนหน้านี้แล้ว พวกเหล่านี้แหละจะได้รับรางวัลสองต่อ” ซูเราะห์อัลกอศ็อด อายะห์ที่ 52-54

ท่านอิบนุกะษีรได้อธิบายว่า : พระองค์อัลลอฮ์ได้พูดถึงบรรดาผู้รู้ที่เคร่งครัดจากชาวอะห์ลุลกิตาบว่า พวกเขาได้ศรัทธาต่ออัลกุรอาน ดังที่พระองค์ได้ทรงกล่าวว่า “บรรดาผู้ซึ่งที่เราได้ประทานคัมภีร์ให้แก่พวกเขา โดยพวกเขาได้อ่านมันอย่างจริงๆ พวกเหล่านี้แหละคือผู้ศรัทธาต่อคัมภีร์นั้น” ซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 131

พระองค์ได้กล่าวว่า “และแท้จริงส่วนหนึ่งจากชาวอะห์ลุลกิตาบนั้นมีผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้า (อัลกุรอาน) และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเขา (อัตเตารอตและอินญีล) ในฐานะผู้นอบน้อมต่ออัลลอฮ์” ซูเราะห์อาลาอิมรอน อายะห์ที่ 199

พระองค์อัลลอฮ์ได้กล่าวว่า “แท้จริงบรรดาผู้ได้รับความรู้ก่อนหน้านี้ คราใดก็ตามที่ได้ถูกอ่านให้แก่พวกเขา พวกเขาก็จะหมอบกราบลงหน้าผากจรดพื้นเพื่อสุญูด และพวกเขาจะกล่าวว่า มหาบริสุทธิ์แด่องค์อภิบาลของเรา สัญญาแห่งองค์อภิบาลของเรานั้นย่อมถูกปฏิบัติอย่างครบถ้วนแน่นอน” ซูเราะห์อัลอิสรออ์ อายะห์ที่ 107-108

พระองค์อัลลอฮ์ได้กล่าวว่า “และเจ้าจะพบว่าผู้ที่รักใคร่บรรดาผู้ศรัทธานั้นจะใกล้ชิดยิ่งกว่า พวกเขาคือ ผู้ซึ่งที่กล่าวว่า พวกเราคือนะศอรอ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ในหมู่พวกเขามีนักปราชญ์,บาดหลวงที่เที่ยงธรรม และพวกเขาไม่เย่อหยิ่ง และเมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่รอซูล เจ้าก็เห็นว่าในดวงตาของเขามีน้ำตาคลอ เพราะสัจธรรมที่พวกเขารู้ดี โดยพวกเขาจะกล่าวว่า โอ้องค์อภิบาลของเราได้โปรดบันทึกพวกเราไว้ร่วมกับบรรดาผู้ปฏิญาณตนต่อพระองค์ด้วยเถิด” ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ 82 –83 จากตัฟซีรอิบนิกะษีร เล่มที่ 6 หน้าที่ 253 –254
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นพัฒน์
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 86


ตอบตอบ: Thu Jan 06, 2005 7:00 am    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นอกจากมูลนิธิอนุรักษ์จะได้นำอัลกุรอานหลายอายะห์มาแสดงแล้ว ก็ยังได้นำอัลฮะดีษมาเป็นหลักฐานด้วยว่า ท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

“และผู้ศรัทธาชาวคัมภีร์ ซึ่งเขาคือมุอ์มินต่อมาเขาก็ศรัทธาต่อนบีมูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เขาได้รางวัลสองต่อ” บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรี ฮะดีษเลขที่ 2789

คำพูดของท่านนบีข้างต้นนี้เป็นการอธิบายอย่างชัดเจนว่า ในช่วง ฟัตเราะห์ คือช่วงรอยต่อระหว่างนบีอีซากับนบีมูฮัมหมัดนั้น ยังคงมีผู้ศรัทธามั่นต่อคัมภีร์ (อะห์ลุลกิตาบ) อยู่จริงๆ



จากกรณีที่ผมนำมาเปรียบเทียบให้เห็นนี้ เพื่อนสมาชิกก็พิจารณาเถิดว่าน้ำหนักอยู่ที่ฝ่ายใด แต่ผมก็คงพูดเหมือนเดิมว่า ซะละฟียูนไม่มีรายละเอียด (และไม่มีหลักฐาน) ได้พูดผ่านๆไปเท่านั้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ยุสรอ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/12/2004
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Thu Jan 06, 2005 12:22 pm    ชื่อกระทู้: Re: อะหลุลกิตาบไม่ใช่ยะฮูดี-นัสรอนีที่กำลังไล่ฆ่ามุสลิมเราอย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam คัดมาจากเอกสารสลาฟียูน ชุดที่ 2 หน้า 18
“บางคนก็ตั้งเงื่อนไขว่า อะห์ลุ้ลกิตาบที่ศาสนาอนุญาตให้แต่งงานกับสตรีของพวกเขาได้ ต้องเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบจริงๆ คำว่า จริงๆ นี้หมายถึงอะไร หมายถึงผู้ที่ศรัทธาในคัมภีร์อัตเตารอต และอัลอินญี้ล แม้จะผิดเพี้ยนไปบ้างแล้วก็ตาม หรือหมายถึงผู้ที่ศรัทธาในคัมภีร์ทั้งสองเมื่อครั้งยังไม่ผิดเพี้ยนเท่านั้น”

และ เอกสารสลาฟียูน ชุดที่ 2 หน้า 26

“ ….นักวิชาการบางคนบางท่านในบ้านเราที่กล่าวอ้างกัน เช่น ต้องเป็นอะห์ลุ้ลกิตาบจริงๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า คำว่า “จริงๆ” นี้ ท่านหมายถึงอะไร กระผมอยากทราบว่า พวกท่านเก่งกล้าสามารถเทียบชั้นกับนักวิชาการอาวุโสเหล่านั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน”

คุณนพัฒน์คะ ช่วยหาคำตอบให้ผู้รู้สลาฟียูนด้วยซิคะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 10, 11, 12 ... 22, 23, 24  ถัดไป
หน้า 11 จากทั้งหมด 24

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004