ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ขอเชิญท่านบริจาคสมทบทุน
โครงการก่อสร้างอาคาร
มัสยิดอนุรักษ์



โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

ชื่อบัญชี
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ธนาคาร
กรุงไทย สาขาย่อยประเวศ
ประเภท กระแสรายวัน
เลขที่ 188 – 6 – 00316 – 5

>>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<<

ญะซากุมุ้ลลอฮุคอยร็อน


เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานเสวนา
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือและเอกสาร :
 ถาม-ตอบ
 วารสารประจำเวบ
 บริการอื่นๆ :
 ติดต่อลงโฆษณา
 ติดต่อเรา
 ห้องแสดงภาพ
 ดาวน์โหลด
 Mozaks_News

 เมนูทั่วไป :
เนตคุณแรงแค่ไหน!
ล้อเลียนการเมือง
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
09:31:37
วัน : 22-10-2019
GMT : +0700

สาระวิชาการ
วิชาการ :
ศรัทธาและยึดมั่น
อัลฮะดีษ
จริยธรรมอิสลาม
ประเพณีและความเชื่อ
ประวัติศาสตร์อิสลาม
เหตุแห่งการประทานอัลกุรอาน
อุลูมุ้ลฮะดีษ
ตัฟซีรอัลกุรอาน
คอลัมน์ประจำ :
บทความทั่วไป
ตรรกวิทยา

ดาวน์โหลด

  1: ถาม-ตอบ
ดาวน์โหลด 284 ครั้ง

  2: ขุดโคตรชีอะ
ดาวน์โหลด 178 ครั้ง

  3: การทำแทน
ดาวน์โหลด 102 ครั้ง

  4: ศรัทธาแบบอิสลาม
ดาวน์โหลด 195 ครั้ง

  5: สัญญาณวันสิ้นโลก
ดาวน์โหลด 234 ครั้ง

  6: หลักยึดมั่น
ดาวน์โหลด 142 ครั้ง

..ดูทั้งหมด..

เว็บไซต์อนุรักษ์ซุนนะห์

เผยข้อเท็จจริงลัทธิชีอะห์:





แนวร่วมต่อต้านรอฟิเฏาะ

ภาษาอาหรับ

www.d-sunnah.net
www.fnoor.com
www.albrhan.com
www.wylsh.com
www.khominy.com
http://dhr12.com
www.albainah.net
www.ansar.org
www.almanhaj.com
www.almhdi.com

ภาษาอังกฤษ

www.ahlelbayt.com


หนังสือใหม่
ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์
ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


ข่าวสาร
หนังสือพิมพ์ไทย :
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวสด
ผู้จัดการออนไลน์
มติชน
ประชาไทย
ไทยนิวส์
ศูนย์ข่าวอิศรา
หนังสือพิมพ์อาหรับ :
الاهرام
الجمهورية
الوطن
القبس
البيان
الاتحاد
الرأي العام
الشرق الأوسط
السياسة
دار الخليج
ตำราศาสนาภาษาอาหรับ :
almeshkat
almaktba
kribani
sahab
internet radio
จส.100
คลื่นประชาธิปไตย


บทความเรื่อง ฟิร๊อก กลุ่มแนวคิดบิดเบือน
ตอนชีอะห์อิหม่ามสิบสอง

อย่าให้กะลิมะห์ชะฮาดะห์ของผู้ใดมาล่อลวงเรา
อิสลามไม่มีนิกาย
ข้อแตกต่างด้านโครงสร้างศาสนาของซุนนะห์กับชีอะฮ์
อัลกุรอานและฮะดีษตามความเชื่อของชีอะฮ์
อายะห์อัลกุรอานที่ขาดหาย
"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ครอบครัวและวงศ์วานของท่านนบี
ภรรยาของนบีคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์"
ฮะดีษซะก่อลัยน์ สิ่งหนักทั้งสอง
ใครคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ที่ระบุในซูเราะห์อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 33
ฮะดีษกิซาอ์
ท่านอาลีและครอบครัว จากซูเราะห์อัซชุอะรออ์ อายะห์ที่ 23
"อิมามะห์"การศรัทธาต่ออิหม่าม
คำสั่งแต่งตั้งอิหม่าม
หลักฐานแต่งตั้งอิหม่าม จากซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 55
อายะห์"อัตตับลีฆ" ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 67
มุบาฮะละห์
ฮะดีษ "มันซีละห์" เปรียบท่านนบีกับอาลีดั่งมูซากับฮารูณ
ละครฉากนี้ที่ "ฆ่อดีรคุม"
คำตอบจากท่านอาลี
อาลีช่วยด้วย !!
อาลี หรือ เยซู
นครแห่งความรู้
ฮุเซนมาจากฉันและฉันก็มาจากฮุเซน
ศอฮาบะห์ในมุมมองของชีอะห์
"อัศฮาบีย์" ประชาชาติของฉัน
ชีอะห์ใส่ร้ายศอฮาบะห์ว่าเป็นมุนาฟิก
พฤหัสบดีวิปโยค
จุดยืนของท่านอาลีที่มีต่อท่านอบูบักร์และท่านอุมัร
เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์

รายงานความคืบหน้าการนัดสนทนาระหว่างซุนนะห์กับชีอะฮ์


มุตอะฮ์ สมสู่ชั่วคราว 3







ส่งข้อความโดย : กำลังเสริม

ถึงชีอะฮ
มุตอะฮ ยังไม่จบน่ะครับ
กำลังเสิมรอดูอยู่(คนอื่นๆด้วย)
ท่านบอก9โมงเช้าจะมา
เเล้วตอนนี้อยู่ไหนครับ
เเค่นี้เเหละ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

สลามทุกท่าน
จากชีอะฮ์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณมายังฝ่ายสุนนะทุกท่าน ที่ให้โอกาศชีอะเข้ามาชี้แจงเรื่องมุตอะฮ์
เมื่อวานนี้ชีอะกับสุนนะ ยังคุยค้างเรื่องมุตอะฮ์
คุณเด็กอนุรักษ์ฝ่ายสุนนะ ยืนยันว่า : นบี(ศ)คือผู้ยกเลิกมุตอะฮ์
ฝ่ายชีอะบอกว่า : นบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะ เพราะ
1- หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุลบัยต์(อ)
2-เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกันเช่นฮะดีษบทนี้

واخرج البخاري عن عمران بن حصين قال : نزلت آية المتعة في كتاب الله ، ففعلناها مع رسول الله ، ولم ينزل قرآن يحرمها ، ولم ينه عنها حتى مات ، قال رجل برأيه ما شاء .
บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เพราะฉะนั้นชีอะจึงขอปฏิเสธเรื่องนบี(ศ)ยกเลิกมุตอะฮ์
และชีอะขอจบเรื่องมุตอะไว้เท่านี้ จนกว่าคุณเด็กอนุรักษ์จะเข้ามาสนทนากับชีอะฮ์
ผมจึงจะเริ่มสนทนาเรื่องมุตอะฮ์ต่อ
วัสสลาม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

อ้างอิงจาก หัวข้อที่ 12985 หน้าที่ 1 เด็กอนุรักษ์ : IP : 124.120.64.182
แล้วผมก็ทิ้งเป็นประเด็นไว้ว่า ทำไมซอเฮียะฮ์ทั้งสองบทรายงานไม่ตรงกัน อีกบทหนึ่งบอกว่ายกเลิกในวันพิชิตมักกะห์ อีกบทหนึ่งบอกยกเลิกในวันคอยบัร
ผมบอกไว้ก่อนแล้วว่า ฮะดีษทั้งสองนี้ไม่ได้ขัดกัน ซึ่งผมจะลำดับเหตุการณ์ให้เห็นดังนี้ครับ เริ่มจากฮะดีษที่ท่านอาลีได้รายงานว่า ท่านนบีได้ห้ามมุตอะฮ์ในวันคอยบัร หรือที่เรีกว่าสงครามที่เรียกว่า “สงครามคอยบัร”
พอถึงปีที่เรียกว่า “เอาตอศ” บางครั้งเรียกว่า “วันเอาตอศ” ซึ่งเป็นชื่อหุบเขาอยู่ทีตออิฟ เป็นปีพิชิตมักกะห์ ท่านนบีได้ผ่อนปรนให้ทำมุตอะฮ์ได้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน ก่อนท่านก็ประกาศห้ามอีกครั้งดังนี้
عن اياس بن سلمة عن أبيه قال رخص رسول الله صلى الله عليه وسلم عام أوطاس فى المتعة ثلاثا ثم نهى عنها
“อัยยาซ บินสะละมะฮ์ รายงานจากพ่อของเขาว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ผ่อนปรนให้ทำมุตอะฮ์ได้สามวันในปีเอาตอศ แล้วท่านก็ประกาศห้าม” ซอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 18
ส่วนซับเราะฮ์ อัลญุฮันนีย์ ได้รายงานว่า
فقال يايها الناس اني قد كنت أذنت لكم في الاستمتاع من النساء وان الله قد حرم ذلك الى يوم القيامة
“ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ประกาศว่า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย ฉันเคยอนุญาตให้พวกท่านในเรื่องมุตอะฮ์สตรี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ห้ามเรื่องดังกล่าวนี้ตราบจนกิยามะฮ์” ซอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 21 และ 28
สรุปว่า ท่านนบีประกาศห้ามครั้งแรกที่คอยบัร ต่อมาท่านอนุมัติเป็นการเฉพาะ ในปีพิชิตมักกะฮ์ที่เอาตอศ เป็นเวลา 3 วัน แล้วท่านก็ประกาศห้ามอีกครั้ง และเป็นคำห้ามจนกิยามะฮ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

อัสลามมุอาลัยกุม วาเราะห์มาตุลลอ ฮีวาบารอกาตุ / ขอความสันติสุข จงมีแด่พี่น้องมุสลิมทุกท่านนะครับผม.............
รบกวนสอบถามท่านชีอะห์ IP : 203.144.187.18 หน่อยนะครับ อยากได้ความรู้ครับ
.....................................................................
อ้างจากส่วนหนึ่งของ หน้าที่ 1 หัวข้อที่ No. 13001
บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
.......................................................................
ในข้อความนี้ คำว่า ชายคนหนึ่ง อยากทราบว่า เค้าคือใครหรือครับ และมั่นใจกับคำพูดของเค้าผู้นั้นได้หรือไม่ เพราะอะไรครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

No. : 13000
ข้อความ: ถึงชีอะฮ
มุตอะฮ ยังไม่จบน่ะครับ
กำลังเสิมรอดูอยู่(คนอื่นๆด้วย)
ท่านบอก9โมงเช้าจะมา
เเล้วตอนนี้อยู่ไหนครับ
เเค่นี้เเหละ
ผู้ส่ง: กำลังเสริม : IP : 202.44.14.194
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ครับมารายงานตัวแล้วครับคุรกำลังเสริมมัวไปอ่านเวปอื่นเพลิน
เชิญครับ จากชีอะฮ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

No. : 13003
รบกวนสอบถามท่านชีอะห์ IP : 203.144.187.18 หน่อยนะครับ อยากได้ความรู้ครับ
........................................................................
อ้างจากส่วนหนึ่งของ หน้าที่ 1 หัวข้อที่ No. 13001
บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :
//////////////////////////////////////////////////////////////////////// อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
........................................................................
ในข้อความนี้ คำว่า ชายคนหนึ่ง อยากทราบว่า เค้าคือใครหรือครับ และมั่นใจกับคำพูดของเค้าผู้นั้นได้หรือไม่ เพราะอะไรครับ
ผู้ส่ง: น่าชมเชย : IP : 58.8.234.78
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ตอบ - วะอะลัยกุมุสสลามครับคุณน่าชมเชย
ตอนนี้ เรายังอยู่กันที่ประเด็น ยกเลิกไม่ยกเลิกครับ
เอาไว้ประเด็นนี้จบ ท่านคงได้สดับฟังเรื่องทีท่านสงสัยต่อไปครับ....
ว่าตกลงใครคือ ผู้ที่ยกเลิกมุตอะฮ์ ???

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

ได้ครับผม ขอบคุณมากครบผม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

คุณกำลังเสริมอยู่หน้าคอมหรือป่าวครับ
ผมชีอะฮ์มาแล้วนะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

อัสลามมุอาลัยกุม วาเราะห์มาตุลลอ ฮีวาบารอกาตุ / ขอความสันติสุข จงมีแด่พี่น้องมุสลิมทุกท่านนะครับผม.............
รบกวนสอบถามท่านชีอะห์ IP : 203.144.187.18 อีกสักครั้งนะครับผม จริง ๆ คำว่าชายคนหนึ่งที่ถามนี่ มีผลต่อการเสวนานี้มากเหมือนกันนะครับผม เพราะถ้าเราทราบว่าเค้าคือใคร น่าเชื่อถือหรือไม่ จะทำให้ท่านเองเป็นผู้พูดที่หนักแน่นขึ้นมานะครับ รบกวนหน่อยครับ
ขอมอับที่นอกรอบขึ้นมาถามนะครับทุกท่าน เพื่อความกระจ่างทางความรู้ของผม.....

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

No. : 13001
ข้อความ:
สลามทุกท่าน
จากชีอะฮ์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณมายังฝ่ายสุนนะทุกท่าน ที่ให้โอกาศชีอะเข้ามาชี้แจงเรื่องมุตอะฮ์
เมื่อวานนี้ชีอะกับสุนนะ ยังคุยค้างเรื่องมุตอะฮ์
คุณเด็กอนุรักษ์ฝ่ายสุนนะ ยืนยันว่า : นบี(ศ)คือผู้ยกเลิกมุตอะฮ์
ฝ่ายชีอะบอกว่า : นบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะ เพราะ
1- หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุลบัยต์(อ)
2-เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกันเช่นฮะดีษบทนี้
واخرج البخاري عن عمران بن حصين قال : نزلت آية المتعة في كتاب الله ، ففعلناها مع رسول الله ، ولم ينزل قرآن يحرمها ، ولم ينه عنها حتى مات ، قال رجل برأيه ما شاء .
บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เพราะฉะนั้นชีอะจึงขอปฏิเสธเรื่องนบี(ศ)ยกเลิกมุตอะฮ์
และชีอะขอจบเรื่องมุตอะไว้เท่านี้ จนกว่าคุณเด็กอนุรักษ์จะเข้ามาสนทนากับชีอะฮ์
ผมจึงจะเริ่มสนทนาเรื่องมุตอะฮ์ต่อ
วัสสลาม
ผู้ส่ง: ชีอะฮ์ : IP : 203.144.187.18

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ถึงกระทู้No. : 13008
ผู้ส่ง: น่าชมเชย : IP : 58.8.234.78
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
วะอะลัยกุมุสสลาม ผมเข้าใจความรู้สึกในการใฝ่รู้ของคุณน่าชมเชยครับ
ซึ่งน่าชมเชยจริงๆในการใฝ่รู้เรื่องศาสนาของคุณ แต่ผมขอชี้แจงกับคุณดังนี้ครับ
1- ขอให้คุณพิจารณาประเด็นฮะดีษที่ผมส่งไป กล่าวคือ ตอนนี้ผมเพียงต้องการแย้งสุนนะด้วยฮะดีษที่ว่า :
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เท่านั้น นี่เป็นฮะดีษหนึ่งที่สุนนะต้องชี้แจงว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร
เพราะฮะดีษนี้ปฏิเสธว่านบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะฮ์ จนวะฟาต
2- ส่วนบุคคลที่กล่าวถึงในวรรคนี้ :
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ตรงนี้ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเช่นกัน ถึงแม้ว่าผมมีข้อมูล เพราะสิ่งที่ผมต้องการคือตรงวรรคแรก อัลกุรอานกับนบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะฮ์ ตามมะตั่นฮะดีษบทนี้
ขอโทษนะครับ ในฐานะที่คุณเป็นสุนนะ ทำไมไม่ลองถามผู้รู้สุนนะ ไม่ดีกว่าหรือครับ ?
วัสสลาม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ผมจะอยู่ตรงนี้ถึงเที่ยงสิบนาทีนะครับ
จากชีอะฮ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ผมขอให้คุณชมเชย อดใจรอให้คุณเด็กอนุรักษ์เข้ามาก่อนนะครับ
เพราะเราตกลงกันไว้ว่าจะคุยไปพร้อมๆกัน
หากวันนี้ ท่านไม่ว่างไว้พรุ่งนี้ วันเสาร์
เราคงมีเวลาคุยกันมากกว่าวันนี้ครับ
แต่คุณสามารถถามเรื่องอื่นๆได้นะครับ ที่ไม่ใช่เรื่องมุตอะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

อัสลามมุอาลัยกุม วาเราะห์มาตุลลอ ฮีวาบารอกาตุ / ขอความสันติสุข จงมีแด่พี่น้องมุสลิมทุกท่านนะครับผม.............
........................................................................
อ้างจากส่วนหนึ่งของ หน้าที่ 1 หัวข้อที่ No. 13001
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
.......................................................................
ก่อนอื่นขอบคุณที่กรุณาตอบคำถามนะครับผม ....
ที่ผมยกมาครบนะครับ แต่ที่ผมขัดใจนิดหน่อยคือ
1 " และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย "
2 " มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์ "
- คำในข้อที่สอง หมายถึง มีชายผู้หนึ่ง พูดขึ้นมา ตามความคิดของเค้า
- หรือเค้าพูดขึ้นมา เพราะนบีได้กล่าวไว้ครับผม
รบกวนหน่อยนะครับ ...... ตอนนี้ท่านเด็กอนุรักษ์ยังไม่มา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

อัสลามมุอาลัยกุม วาเราะห์มาตุลลอ ฮีวาบารอกาตุ / ขอความสันติสุข จงมีแด่พี่น้องมุสลิมทุกท่านนะครับผม.............
ถ้าคุณชีอะห์ ยังไม่ตอบ ไม่เป็นไรครับผม ไว้ก่อนก้อได้ ......
.............................................................................
อ่อ ผมมีคำถามจะถามหน่อยนะครับ ผมมีเพื่อนเป็นการ์เฟรน์เยาะมาก ๆ ก็คุยกันเรื่องทั่วไป รวมทั้งศาสนาด้วย
คำถามท้ายที่สุดที่เค้าถามผมคือ ................... แล้วมึง "ขออภัย ศัพท์เพื่อนกัน" รู้ได้ยังไง ว่ามีอัลเลาะห์
ตัวผมเองจะได้เอาไปตอบมันได้ครับผม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : น่าชมเชย

ที่ถามเพราะว่า คำตอบของผมคงยังไม่เป็นที่พอใจของมันเท่าไรครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

เมื่อเช้าผมเข้ามาครั้งหนึ่งแล้ว ยังไม่เห็นมีความเคลื่อนไหว จึงออกไปละหมาดวันศุกร์แต่หัววัน กลับเข้ามาอีกครั้งเจอข้อความของคุณชีอะฮ์ ที่สนทนาต่อ แต่ไม่ทราบว่าเจ้าตัวยังอยู่หรือเปล่า
ย้อนความกันสักนิดก่อนว่า เมื่อวานคุณชีอะฮ์ขอตัวไปธุระแล้วทิ้งท้ายไว้ว่า
"อย่าคุยแบบผมไม่อยู่เลย เพราะผมไม่สามารถอยู่ตอบได้"
และผมก็รับคำ โดยหยุดประเด็นที่กำลังสนทนากับชีอะฮ์ไว้
แต่มาวันนี้คุณชีอะฮ์กลับเข้ามาคุยคนเดียวโดยผมไม่อยู่ ถ้าข้อเสนอของคุณเองคุณยังทำไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไรกันดี ผมว่าถ้าจะรอพร้อมหน้ากัน คงไม่สะดวกทั้งสองฝ่าย
ถ้าเช่นนั้นผมเสนอว่า ถ้าใครสะดวกเวลาใดก็เข้ามาชี้แจงก็แล้วกัน เพราะถ้าจะเอาตามข้อเสนอของคุณชีอะฮ์ละก็ คุณชีอะฮ์เองก็ทำไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

ขอบคุณ..คุณน่าชมเชยอีกครั้งที่นำข้อความของผมมาสำทับว่า
หลักฐานที่ 1
عن الربيع بن سبرة عن أبيه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم نهى يوم الفتح عن متعة النساء
จากร่อเบียะอ์ บุตรของ ซับเราะฮ์ จากพ่อของเขาว่า แท้จริงท่านรอซูลได้ห้ามมุตอะฮ์สตรีในวันพิชิตมักกะฮ์” ซอเฮียะฮ์มุสลิม กิตาบุ้ลนิกะฮ์ ฮะดีษที่ 25
หลักฐานที่ 2
عن علي بن أبي طالب أن رسول الله صلى الله عليه وسلم نهى عن متعة النساء يوم الخيبر
وعن أكل لحموم الحمر الأنسية
“จากท่านอาลี บุตรของ อบีตอเล็บรายงานว่า แท้จริงท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ห้ามมุตอะฮ์สตรีในวันคอยบัร และห้ามกินเนื้อลาบ้าน”
ซอเฮียะฮ์มุสลิม กิตาบุ้ลนิกะฮ์ ฮะดีษที่ 29
……………………………….
แล้วผมก็ทิ้งเป็นประเด็นไว้ว่า ทำไมซอเฮียะฮ์ทั้งสองบทรายงานไม่ตรงกัน อีกบทหนึ่งบอกว่ายกเลิกในวันพิชิตมักกะห์ อีกบทหนึ่งบอกยกเลิกในวันคอยบัร
ผมบอกไว้ก่อนแล้วว่า ฮะดีษทั้งสองนี้ไม่ได้ขัดกัน ซึ่งผมจะลำดับเหตุการณ์ให้เห็นดังนี้ครับ
เริ่มจากฮะดีษที่ท่านอาลีได้รายงานว่า ท่านนบีได้ห้ามมุตอะฮ์ในวันคอยบัร หรือที่เรีกว่าสงครามที่เรียกว่า “สงครามคอยบัร”
พอถึงปีที่เรียกว่า “เอาตอศ” บางครั้งเรียกว่า “วันเอาตอศ” ซึ่งเป็นชื่อหุบเขาอยู่ทีตออิฟ เป็นปีพิชิตมักกะห์ ท่านนบีได้ผ่อนปรนให้ทำมุตอะฮ์ได้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน ก่อนท่านก็ประกาศห้ามอีกครั้งดังนี้
عن اياس بن سلمة عن أبيه قال رخص رسول الله صلى الله عليه وسلم عام أوطاس فى المتعة ثلاثا ثم نهى عنها
“อัยยาซ บินสะละมะฮ์ รายงานจากพ่อของเขาว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ผ่อนปรนให้ทำมุตอะฮ์ได้สามวันในปีเอาตอศ แล้วท่านก็ประกาศห้าม” ซอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 18
ส่วนซับเราะฮ์ อัลญุฮันนีย์ ได้รายงานว่า
فقال يايها الناس اني قد كنت أذنت لكم في الاستمتاع من النساء وان الله قد حرم ذلك الى يوم القيامة
“ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ประกาศว่า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย ฉันเคยอนุญาตให้พวกท่านในเรื่องมุตอะฮ์สตรี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ห้ามเรื่องดังกล่าวนี้ตราบจนกิยามะฮ์” ซอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 21 และ 28

สรุปว่า ท่านนบีประกาศห้ามครั้งแรกที่คอยบัร ต่อมาท่านอนุมัติเป็นการเฉพาะ ในปีพิชิตมักกะฮ์ที่เอาตอศ เป็นเวลา 3 วัน แล้วท่านก็ประกาศห้ามอีกครั้ง และเป็นคำห้ามจนกิยามะฮ์
นี่เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า มุตอะฮ์ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

แต่มาวันนี้ชีอะฮ์ได้ตอบว่า
ฝ่ายชีอะบอกว่า : นบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะ เพราะ
1- หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุลบัยต์(อ)
2-เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกัน

ที่ชีอะฮ์พูดมานี้เป็นคำพูดลอยๆ โดยไม่เสนอหลักฐานคือ
1 – หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุ้ลบัยต์นั้น ชีอะฮ์ไม่ได้นำมาแสดงว่าอะฮ์ลุ้ลบัยต์ได้อนุมัติในเรื่องนี้
แต่ผมนำหลักฐานมายืนยันไว้ก่อนแล้วหลายครั้งว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ คือท่านอาลีเป็นผู้รายงานคำห้ามหรือคำยกเลิกคือ
عن علي بن أبي طالب أن رسول الله صلى الله عليه وسلم نهى عن متعة النساء يوم الخيبر وعن أكل لحموم الحمر الأنسية
“จากท่านอาลี บุตรของ อบีตอเล็บรายงานว่า แท้จริงท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ห้ามมุตอะฮ์สตรีในวันคอยบัร และห้ามกินเนื้อลาบ้าน”
ซอเฮียะฮ์มุสลิม กิตาบุ้ลนิกะฮ์ ฮะดีษที่ 29
ฉะนั้นการที่ชีอะฮ์บอกว่าอะฮ์ลุ้ลบัยต์ไม่ได้ยกเลิก ผมจึงอยากเห็นหลักฐานจากอะฮ์ลุ้ลบัยต์จริงๆ ช่วยนำมาแสดงด้วยครับ
2 – เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกัน ประเด็นนี้ทำให้ผมงงมาก คุณจะให้ผมเข้าใจว่า ชีอะฮ์เอาตำราซุนนะฮ์เป็นหลักฐานในการกระทำ และในตำราซุนนะฮ์ที่คุณนำแสดง ไม่ว่าจากบุคคอรีหรือจากมุสลิม ต่างก็เป็นรายงานจากซอฮาบะฮ์ ไม่ว่าจะเป็นท่านญาบิร,ท่านฮุศอยน์ ซึ่งผมได้ถามไปเมื่อวานว่า
ชีอะฮ์ผินหลังให้กับท่านอาลี และไปยึดถือคำของซอฮาบะห์หรือ
วันนี้ขอถามอีกนิดหนึ่งว่า
ชีอะฮ์เลิกประณามซอฮาบะฮ์แล้วหรือ จึงได้นำเอาพวกเขามาเป็นข้ออ้างในการปฏิบัติ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ชีอะฮ์ขอตอบกระทู้No. : 13019 ข้อความ: เมื่อเช้าผมเข้ามาครั้งหนึ่งแล้ว ยังไม่เห็นมีความเคลื่อนไหว จึงออกไปละหมาดวันศุกร์แต่หัววัน กลับเข้ามาอีกครั้งเจอข้อความของคุณชีอะฮ์ ที่สนทนาต่อ แต่ไม่ทราบว่าเจ้าตัวยังอยู่หรือเปล่า
ย้อนความกันสักนิดก่อนว่า เมื่อวานคุณชีอะฮ์ขอตัวไปธุระแล้วทิ้งท้ายไว้ว่า
"อย่าคุยแบบผมไม่อยู่เลย เพราะผมไม่สามารถอยู่ตอบได้"
และผมก็รับคำ โดยหยุดประเด็นที่กำลังสนทนากับชีอะฮ์ไว้
แต่มาวันนี้คุณชีอะฮ์กลับเข้ามาคุยคนเดียวโดยผมไม่อยู่ ถ้าข้อเสนอของคุณเองคุณยังทำไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไรกันดี ผมว่าถ้าจะรอพร้อมหน้ากัน คงไม่สะดวกทั้งสองฝ่าย
ถ้าเช่นนั้นผมเสนอว่า ถ้าใครสะดวกเวลาใดก็เข้ามาชี้แจงก็แล้วกัน เพราะถ้าจะเอาตามข้อเสนอของคุณชีอะฮ์ละก็ คุณชีอะฮ์เองก็ทำไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ
ผู้ส่ง: เด็กอนุรักษ์ : IP : 124.120.60.94
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ชีอะฮ์ตอบ - เวลาคุณพูดอะไร กรุณาตรวจสอบบ้างครับ นี้กระทู้ของผมเมื่อเช้า
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
No. : 13001
ข้อความ:
สลามทุกท่าน
จากชีอะฮ์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณมายังฝ่ายสุนนะทุกท่าน ที่ให้โอกาศชีอะเข้ามาชี้แจงเรื่องมุตอะฮ์
เมื่อวานนี้ชีอะกับสุนนะ ยังคุยค้างเรื่องมุตอะฮ์
คุณเด็กอนุรักษ์ฝ่ายสุนนะ ยืนยันว่า : นบี(ศ)คือผู้ยกเลิกมุตอะฮ์
ฝ่ายชีอะบอกว่า : นบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะ เพราะ
1- หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุลบัยต์(อ)
2-เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกันเช่นฮะดีษบทนี้
واخرج البخاري عن عمران بن حصين قال : نزلت آية المتعة في كتاب الله ، ففعلناها مع رسول الله ، ولم ينزل قرآن يحرمها ، ولم ينه عنها حتى مات ، قال رجل برأيه ما شاء .
บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เพราะฉะนั้นชีอะจึงขอปฏิเสธเรื่องนบี(ศ)ยกเลิกมุตอะฮ์
และชีอะขอจบเรื่องมุตอะไว้เท่านี้ จนกว่าคุณเด็กอนุรักษ์จะเข้ามาสนทนากับชีอะฮ์ ผมจึงจะเริ่มสนทนาเรื่องมุตอะฮ์ต่อ
วัสสลาม
ผู้ส่ง: ชีอะฮ์ : IP : 203.144.187.18
วันที่ส่ง: 12/15/2006 9:40:42 AM
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ผมขี้เกียจโต้แย้งเรื่องไม่เป้นเรื่อง กรุณาดูเองแล้วกันว่าทำได้ไม่ได้จากเวลาที่ลงไว้

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คำที่ชีอะฮ์พูดว่า เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกัน
นั่นเป็นความไม่เข้าใจของชีอะฮ์เอง แล้วท่านก็เอาความไม่เข้าใจเป็นตัวตั้งในการรับปรือปฏิเสธ แต่ชาวซุนนะฮ์ไม่เข้าใจเช่นนั้น และผมก็บอกเสมอว่า ฮะดีษเหล่านั้นไม่ขัด และได้ทะยอยอธิบายเป็นลำดับ
ตามความเข้าใจของชีอะฮ์ที่ว่า คำรายงานขัดกันนั้น ใครรายงานขัดกับใคร
1 – ท่านอาลี อิบนิอบีตอเล็บ
2 – ท่านญาบิร บินอับดิลลาฮ์
3 – ท่านอิมรอน บินฮุศอยน์
เมื่อคำรายงานขัดกัน (ตามความเข้าใจของชีอะฮ์ ) แต่สิ่งแปลกที่เราได้เห็นก็คือ ชีอะฮ์ไม่เอาคำรายงานของท่านอาลี ที่ชีอะฮ์บอกว่าเป็นหัวหน้าอะฮ์ลุ้ลบัย กลับไปเอาคำรายงานของซอฮาบะฮ์ที่พวกเขาเคยด่าประณาม แปลกมากๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คุณชีอะฮ์ทราบ
ผมไม่ได้ตกลงเรื่องเวลากับคุณ และผมก็ไม่ได้ว่าคุณผิดเวลา แต่คำพูดของคุณที่บอกว่า "อย่าคุยแบบผมไม่อยู่เลย เพราะผมไม่สามารถอยู่ตอบได้" และผมก็ตอบรับคำนี้ และตอนผมไม่อยู่คุณก็มาคุยฝ่ายเดียว ผมจึงเสนอว่า ถ้าเช่นนั้นใครว่างก็เข้ามาคุยก็แล้วกัน คุณอ่านให้เข้าใจก่อน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

สุนนะ(เด็กอนุรักษ์)กล่าวว่า-
No. : 13021 ข้อความ: แต่มาวันนี้ชีอะฮ์ได้ตอบว่า
ฝ่ายชีอะบอกว่า : นบี(ศ)ไม่ได้ยกเลิกมุตอะ เพราะ
1- หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุลบัยต์(อ)
2-เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกัน
ที่ชีอะฮ์พูดมานี้เป็นคำพูดลอยๆ โดยไม่เสนอหลักฐานคือ
1 – หลักฐานจากอัลกุรอาน และฮะดีษที่มาจากอะฮ์ลุ้ลบัยต์นั้น ชีอะฮ์ไม่ได้นำมาแสดงว่าอะฮ์ลุ้ลบัยต์ได้อนุมัติในเรื่องนี้
แต่ผมนำหลักฐานมายืนยันไว้ก่อนแล้วหลายครั้งว่า อะฮ์ลุลบัยต์ คือท่านอาลีเป็นผู้รายงานคำห้ามหรือคำยกเลิกคือ
عن علي بن أبي طالب أن رسول الله صلى الله عليه وسلم نهى عن متعة النساء يوم الخيبر
وعن أكل لحموم الحمر الأنسية
ฉะนั้นการที่ชีอะฮ์บอกว่าอะฮ์ลุ้ลบัยต์ไม่ได้ยกเลิก ผมจึงอยากเห็นหลักฐานจากอะฮ์ลุ้ลบัยต์จริงๆ ช่วยนำมาแสดงด้วยครับ
2 – เนื่องจากพบฮะดีษของตำราสุนนะเองที่รายงานขัดแย้งกัน ประเด็นนี้ทำให้ผมงงมาก คุณจะให้ผมเข้าใจว่า ชีอะฮ์เอาตำราซุนนะฮ์เป็นหลักฐานในการกระทำ และในตำราซุนนะฮ์ที่คุณนำแสดง ไม่ว่าจากบุคคอรีหรือจากมุสลิม ต่างก็เป็นรายงานจากซอฮาบะฮ์ ไม่ว่าจะเป็นท่านญาบิร,ท่านฮุศอยน์ ซึ่งผมได้ถามไปเมื่อวานว่า
ชีอะฮ์ผินหลังให้กับท่านอาลี และไปยึดถือคำของซอฮาบะห์หรือ
วันนี้ขอถามอีกนิดหนึ่งว่า
ชีอะฮ์เลิกประณามซอฮาบะฮ์แล้วหรือ จึงได้นำเอาพวกเขามาเป็นข้ออ้างในการปฏิบัติ
ผู้ส่ง: เด็กอนุรักษ์ : IP : 124.120.60.94
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ชีอะฮ์ตอบ-
ผมนึกแล้วว่า สุนนะต้องมามุขนี้ แล้วเป็นจิงอย่างที่ผมอดใจรอ
ขอให้ผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการสนทนาเรื่องมุตอะฮ์มาโดยตลอด
อนึ่งท่านจะพบว่า - แรกเริ่มเดิมที ในเวปนี้ มีการสนทนาเรื่องมุตอะฮ์ โดยฝ่ายสุนนะได้
ประนามชีอะเรื่องนี้ ผมจึงเข้ามาชี้แจงว่า เรากลับมาคุยกันก่อนว่า
มุตอะฮ์มีที่มาที่ไปอย่างไร จากอัลกุรอานและอัลฮะดีษ
หากสุนนะบอกว่า ถูกยกเลิกไปแล้ว ผมขอดูหลักฐานสุนนะก่อนว่า เอามาจากไหน และถูกต้องแค่ไหน ?
ฝ่ายสุนนะได้นำหลักฐานมาให้ดู สองฮะดีษดังกล่าว
ผมกล่าวว่ารับทราบ และจะวิเคราะห์ตามไปเรื่อยๆ
เมื่อเดินทางมาถึงฮะดีษบุคอรีที่ดันไปค้านกับฮะดีษของมุสลิม
ผมต้องขอคำชี้แจงจากสุนนะว่า ไฉนจึงมีรายงานสองรูปแบบที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง เพราะนั่นหมายความ ต้องมีสักเรื่องถูก และอีกเรื่องผิด หากเราตรวจสอบฮะดีษถึงกึนกันจริงๆ
แล้วหลังจากเราได้ข้อสรุป ผมก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผมขอเสนอหลักฐานชีอะฮ์ ว่า มุตอะฮ์ อนุญาติ(อิญาซะฮ์)ให้ทำได้ ไม่ฮะร่าม
แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ผมคาดเดาเอาไว้แล้วว่า จะไม่ทันได้สรุปผลของคุณเด็กอนุรักษ์ก่อนหรอก ก็จะมามั่วนิ่มถามหาหลักฐานชีอะจากผม
ท่านผู้อ่านทราบไหมว่า ทำไมคุณเด็กอนุรักษ์ถึงมารวนกับผมแบบนี้
1- เราคุยเรื่องมุตอะยังไม่จบไปออกเรื่องชีอะไม่เอาซอฮาบะฮ์
ผมก็บอกแล้วว่า จะตอบทุกเรื่อง อย่างไม่แหนงหน่ายกับคุณIRFและสุนนี่ทุกคน
2- ที่เปลี่ยนเรื่องมุตอะมาทางชีอะให้ส่งหลักฐาน และตามมาติดๆเรื่องเรื่องซอฮาบะ ผมไม่แปลกใจหรอก เพราะจนมุมระหว่างสองฮะดีษที่เข้ากันไม่ได้
คุณทำลายสิ่งที่คุณต้องพิสูจน์เอง ช่วยไม่ได้ ผมไม่ขอกล่าวสิ่งใดมากกว่านี้
แต่ขอฝากไว้ว่า - เรื่องฟิกเกาะฮ์แค่นี้คุณให้ความกระจ่างกับสุนนี่/ชีอะฮ์ไม่ได้
แล้วจะมากล่าวหาว่าชีอะฮ์ ไม่มีเหตุผลไม่ได้นะครับ
เพราะคุณเองก็ไร้เหตุผล
สำหรับเหตุผลเรื่องฮะดีษของท่านอะลีที่คุณเอามาอ้าง ผมขอแย้มเป็นแพร้วทางให้คุณเด็กอนุรักษ์พอถากถางต่อไปได้ก็คือ มันเป็นฮะดีษ อาฮ๊าดครับผมเลยไม่รับ
ถามว่ามันอาฮาดตรงไหน นี่ไงครับตรงนี้
عن الربيع بن سبرة عن أبيه
ลองไปเปิดหนังสือฟัตฮุล บารี ดูประวัตินักรายงานตามนี้นะ แล้วฟังว่า
ท่านอิบนุ ฮะญัร อัลอัสเกาะลานีวิเคราะห์อย่างไร ?
คุณจะได้เข้าใจว่าทำไมผมไม่รับ ฮะดีษมุตอะที่รายงานมาจากสะนัดตามนี้
ไม่เป็นไร หากคุณจะจบเรื่องมุตอะฮ์แบบนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
คุณเป็นคนล้มกระดานเองนี่ วัสสลาม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

ผมนำคำของอะฮ์ลุ้ลบัยในเรื่องห้ามและยกเลิกการมุตอะฮ์มาลงหลายครั้งแล้ว โดยท่านอาลีเป็นผู้รายงานเอง
แต่ชีอะฮ์ยืนยันว่า ไม่ได้ห้ามหลักฐานจากอะฮ์ลุ้ลบัยต์ ผมขอให้ชีอะฮ์นำมาแสดง เพราะผมก็อยากรู้ว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ขัดกันเองหรืออย่างไร

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

สรุปจากเรื่องมุตอะ ย้ายไปเรื่องซอฮ่าบะฮ์
ชีอะไม่เข้าใจอย่างไร ก็แถลงการให้ชาวโลกเขาฟังสิครับ
มันไม่ขัดกันอย่างไร ก็บอกให้สุนนี่/ชีอะเข้าใจ สิครับ
จะมามัวพูดนู่น พล่ามนี่อยู่ทำไมครับ ผมบอกแล้วว่าเสียเวลา
ก็ชีอะไม่เข้าใจ แล้วท่านนั่งทำอะไรอยู่ล่ะ ?

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

เอาเรื่องของคุณให้จบก่อนเถิด
หรือจบไม่ลง เลยอยากเปลี่ยนเรื่องมาทางชีอะฮ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

พึ่งทราบว่าวันนี้ท่านอาลีเป็นอะฮ์ลุลบัยต์ ภาคจำเป็นสำหรับสุนนะไปเสียแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คุณชีอะฮ์กล่าว่า
ฮะดีษที่ห้ามหรือยกเลิกมุตอะอ์ที่รายงานโดย
عن الربيع بن سبرة عن أبيه
เป็นฮะดีษอาฮาต คุณไม่เข้าใจความหมายของคำว่า อาฮาด ในวิชาฮะดีษหรืออย่างไร คุณลองไปศึกษาดูอีกทีเถิดว่า คำว่าอาฮาดไม่ได้เกี่ยวกับฮะดีษนั้นจะซอเฮยะฮ์หรือไม่ แต่เขาหมายถึงจำนวนผู้รายงาน นะคุณนะ..เฮ้อ..

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

เด็กอนุรักษ์
No. : 13025
ข้อความ: คุณชีอะฮ์ทราบ
ผมไม่ได้ตกลงเรื่องเวลากับคุณ และผมก็ไม่ได้ว่าคุณผิดเวลา แต่คำพูดของคุณที่บอกว่า "อย่าคุยแบบผมไม่อยู่เลย เพราะผมไม่สามารถอยู่ตอบได้" และผมก็ตอบรับคำนี้ และตอนผมไม่อยู่คุณก็มาคุยฝ่ายเดียว ผมจึงเสนอว่า ถ้าเช่นนั้นใครว่างก็เข้ามาคุยก็แล้วกัน คุณอ่านให้เข้าใจก่อน
ผู้ส่ง: เด็กอนุรักษ์ : IP : 124.120.60.94
วันที่ส่ง: 12/15/2006 2:55:53 PM
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ชีอะฮ์ นี่แน่ดูเองว่าชีอะสุภาพบุรุษหรือป่าว นี่หลักฐานที่ขอร้องคุณน่าชมเชย
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
No. : 13012
ข้อความ: ผมขอให้คุณชมเชย อดใจรอให้คุณเด็กอนุรักษ์เข้ามาก่อนนะครับ
เพราะเราตกลงกันไว้ว่าจะคุยไปพร้อมๆกัน
หากวันนี้ ท่านไม่ว่างไว้พรุ่งนี้ วันเสาร์
เราคงมีเวลาคุยกันมากกว่าวันนี้ครับ
แต่คุณสามารถถามเรื่องอื่นๆได้นะครับ ที่ไม่ใช่เรื่องมุตอะ
ผู้ส่ง: ชีอะฮ์ : IP : 203.144.187.18
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เป็นไง ชีอะคุยฝ่ายเดียวหรือขอร้องให้สุนนะหยุดถามเพื่อรอคุณก่อน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ก็ไม่เป้นไร แต่ที่แน่ๆ
มันขัดกันก็เพียงพอแล้ว ขอคำตอบก็ไม่ตอบ
ดันพาไปเรื่องชีอะไม่ยอมรับท่านอาลีบ้าง
ไม่เอาซอฮาบะบ้าง
อย่างงี้เขาเรียกว่า ถามไปสามวา ตอบกลับมาสองศอกจ๊ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คุณชีอะฮ์กล่าวว่า
"พึ่งทราบว่าวันนี้ท่านอาลีเป็นอะฮ์ลุลบัยต์ ภาคจำเป็นสำหรับสุนนะไปเสียแล้ว"
ชาวซุนนะฮ์เขาไม่ได้ปฏิเสธท่านอาลีนะครับ
แต่ชาวชีอะฮ์บอกว่า ตามท่านอาลี แต่ก็กำลังปฏิเสธคำรายงานจากท่านอาลีอยู่
ลองเอาคำรายงานจากอะฮ์ลุ้ลบัยต์ที่ว่าไม่ยกเลิกมุตอะฮ์ อย่างที่คุณว่ามาแสดงหน่อยซิ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ชอบอ้างนักว่าเรื่องนู้นชีอะก็ไม่เข้าใจ เรื่องนี้ชีอะก็ไม่เข้าใจ
ถ้าเป็นผม ไม่เสียเวลาพูดแบบนี้ หรอก เหตุผลเท่านั้นที่ทำให้คนเรา อิ่มเอิบทางจิตวิญญาณ
พี่น้องสุนนะนั่งอ่านคุณตอบคำถามอยู่หลายคน แต่คุณดันพาผมไปไหนก็ไม่รู้
อ้าอาฮ๊าด ฝ่ายสุนนะเขาว่าอย่างไร ก็อธิบายให้คนฟังสิ
มานั่งบอกทำไมว่า เราไม่เข้าใจ
หากเราสองคนเข้าใจเหมือนๆกัน เราจะมานั่งถามมาตอบไปกันอยู่อย่างนี้หรือครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

เราจะสนทนาแลกเปลี่ยนกัน
หรือว่าคุณจะเป็นผู้ถามอย่างเดียวโดยไม่รับผิดชอบคำพูดแม้กระทั่งคำของคุณเองอย่างนั้นหรือ
ลองเอาหลักฐานที่คุณบอกว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ไม่ห้ามเรื่องมุตอะฮ์มาแสดงหน่อยซิ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คุณผู้อ่านเขารู้ว่าใครกำลังตีรวน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

เป็นเรื่องแปลกครับที่ชาวซุนนะฮ์ขอร้องให้ชีอะฮ์ตามท่านอาลี แปลกมากด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ผมตอบได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องมุตอะตามหลักฐานสุนนะยังไม่จบเลย
ขนาดคุยแค่เรื่องของคุณ คุณยังพาผมไปเรื่องอื่น
แล้วถ้าผมเสนออะไร มันไม่ยิ่งหนักว่านี้หรือ
หลักการสนทนาตามหลักตรรกะ เขาถึงมีการจำกักความว่า
พูดเรื่องอะไร มีต๊ะอ์รีฟ(นิยาม)มีหัวข้อ ตามาด้วยเหตุผลหลักฐาน
และตามมาด้วยการวิพากษ์วิจารณืหาข้อยุติ
สุดท้ายฝ่ายโต้แย้งต้องนำเสนอให้อีกฝ่ายชมว่า ไปค้านเขาทำไม
นี่ยังอยู่กลางอากาศ ดันพาไปทะเล มันแปลกดีนะๆๆๆๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

อ้าว...รออยู่ครับ
หลักฐานที่ชีอะฮ์อ้างว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ไม่ได้ห้ามเรื่องมุตอะฮ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

พอล่ะ ไปทำงานต่อดีกว่า
ไว้พรุ่งนี้ สิบโมงเช้าจะเข้ามาดูว่า
ท่านชอบว่าชีอะลับหลังอย่างไร
วัสสลาม
แต่ผมเชื่อท่านสุภาพบุรุษอยู่แล้ว
เพราะนบี(ศ)คือมหาบุรุษเอกของโลก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

ผมจะพาคุณไปไหนละคุณชีอะฮ์ ถ้าคุณไม่ยอมไป
ผมก็ไม่ได้ออกนอกเรื่อง แค่ชี้ประเด็นให้ท่านผู้อ่านได้เห็นเท่านั้นว่า ท่านอาลีรายงานว่า ท่านนบีห้ามมุตอะฮ์ แล้วก็ชวนให้คุณชีอะฮ์ไปตามท่านอาลี แต่คุณไม่ยอมไปเอง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คำของชีอะฮ์ที่ว่า
"ผมตอบได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องมุตอะตามหลักฐานสุนนะยังไม่จบเลย"
ตกลงว่าคุณชีอะฮ์ไม่จริงใจที่จะสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน คงเป็นเพียงจะเอาหลักฐานของชาวซุนนะฮ์มายำเล่นๆกระมัง แต่หลักฐานของตัวเองเก็บซ่อนไว้
ถ้าคุณจริงใจจะสนทนาแลกเปลี่ยนจริงๆ กรุณาเสนอหลักฐานว่า อะฮ์ลุ้ลบัยไม่ได้ห้ามมุตอะฮ์ตามที่คุณอ้างด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์

ก่อนผมจะกลับบ้าน ผมกลับมาอ่านข้อความนี้ในออฟฟิซ เจอกระทู้นี้
No. : 13043
ข้อความ: คำของชีอะฮ์ที่ว่า
"ผมจะตอบได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องมุตอะตามหลักฐานสุนนะยังไม่จบเลย"
ชีอะถามอีกครั้งนะ - แล้วความจริงมันจบแล้วหรือยัง บทสรุปของสองฮะดีษที่ขัดกัน
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
สุนนะว่า - ตกลงว่า คุณชีอะฮ์ไม่จริงใจที่จะสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน คงเป็นเพียงจะเอาหลักฐานของชาวซุนนะฮ์มายำเล่นๆกระมัง แต่หลักฐานของตัวเองเก็บซ่อนไว้
ชีอะตอบ - รู้สึกว่า คุณด็กอนุรักษ์ว่องไวต่อการใส่ความชีอะมากนะครับ
หากคุณย้อนกลับไปอ่านเรื่องเก่าในสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายสุนนะเอาฮะดีษที่ชีอะมาถามผมหลายฮะดีษ มาแบบไม่มีตัวบทภ.อาหรับด้วย
ผมตอบให้ไปพอควร ถ้าผมไม่จริงใจที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล ผมคงเข้ามาถามอย่างเดียว แต่ไอ้ที่ผมตอบไปพอควร คุณไม่นับหรือ และแต่ละฮะดีษที่ฝ่ายสุนนะเอามาถาม มาจากอุศุลกาฟี ซึ่งถ้าผมเรียนไม่ถึงเรื่องเหล่านั้น ผมคงจอดไปแล้ว
เพราะยอมรับว่า คำถามฝ่ายสุนนะเป็นคำถามที่ยากพอควร ที่ยากพอควรหมายถึงต้องกลับไปตรวจสอบสายรายงานก่อนและตามมาด้วยการค้นหาความหมายของมะตั่น ผมไม่เห้นต่อว่าฝ่ายสุนนะว่า เอาฮะดีษชีอะมายำเล่นๆเลย
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
สุนนะฮ์-
ถ้าคุณจริงใจจะสนทนาแลกเปลี่ยนจริงๆ กรุณาเสนอหลักฐานว่า อะฮ์ลุ้ลบัยไม่ได้ห้ามมุตอะฮ์ตามที่คุณอ้างด้วย
ชีอะตอบ - ผมนะจริงใจอยู่แล้ว ในการสนทนาถ้าไม่งั้นไม่เข้ามาเสียเวลาอธิบายสิ่งที่สุนนะข้องใจชีอะไปหลายเรื่องหรอก
แต่คุณต่างหากไม่จริงจังในการตอบ เปลี่ยนไปเรื่องอื่นก่อน
หากคุณอยากแสดงความจริงใจดังว่าไว้ ช่วยตอบผมเรื่องสองฮะดีษที่ขัดกันให้ผมเข้าใจก่อน ว่าตกลงเรื่องมันเป้นอย่างไร
แล้วผมจะเข้ามาเสนอหลักฐานของชีอะฮ์เกี่ยวกับมุตอะฮ์
ขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ในสิ่งที่กล่าวไว้ครับ
แต่ที่สำคัญต้องเคลียเรื่องนี้ให้จบก่อน
อย่าข้ามขั้นมาถึงชีอะฮ์
และอย่าเที่ยวดปรยข่าวแบบไม่ใช่นักวิชาการ ผมขอร้องมันไม่สวยงาม
วัสสลามครับ
พรุ่งนี้ผมจะเข้ามาอ่านใหม่
ผู้ส่ง: เด็กอนุรักษ์ : IP : 124.120.60.94
วันที่ส่ง: 12/15/2006 3:32:16 PM
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ชีอะฮ์ขอตอบก่อนขับรถกลับบ้านว่า-
หาก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

คุณชีอะฮ์ คุณคุยอยู่กับผม (เด็กอนุรักษ์) แล้วคุยไปโวยวาย ไปอ้างผู้อื่นทำไม
ผมเข้ามาสนทนากับคุณในประเด็นเรื่องมุตอะฮ์ แต่คุณไปอ้างการสนทนากับผู้อื่นในเรื่องอื่นมาอ้าง มันตลกครับ
คุณจะสนทนาแลกเปลี่ยนกับผม แต่วิธีการของคุณคือถามในตัวบทหลักฐานของชาวซุนนะฮ์อย่างเดียว แต่เมื่อผมถามหลักฐานของคุณตามที่คุณอ้าง ย้ำครับว่า หลักฐานของคุณตามที่คุณอ้าง คุณกลับหาว่าผมเปลี่ยนเรื่อง ถ้าคุณจะอ้างมาเป็นหลักฐานโคมลอยทำไม ในเมื่อคุณก็ยอมนำมาแสดง ตลกอีกแล้วครับ
ผมนำหลักฐานมาแสดงว่าท่านอาลีรายงานว่าท่านนบีห้าม แต่ชีอะฮ์ว่าอะฮ์ลุ้ลบัยต์ไม่ได้ห้าม ท่านก็นำเอามายืนยันซิ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : IRF

No. : 13030
ข้อความ: พึ่งทราบว่าวันนี้ท่านอาลีเป็นอะฮ์ลุลบัยต์ ภาคจำเป็นสำหรับสุนนะไปเสียแล้ว
ผู้ส่ง: ชีอะ : IP : 203.149.60.230
----------------------------------------------------------
ทำไมพึ่งทราบวันนี้ล่ะครับ
ก็นักวิชาการชีอะฮฺต่างรู้กันหมดไม่ใช่หรือ ว่าชาวซุนนะฮฺนับท่านอะลีย์เป็นอะหฺลุลบัยตฺเสมอ แล้วชีอะฮฺก็รู้ด้วยว่า ฝ่ายซุนนะฮฺเนี่ย เรานับท่านหญิงอะอิชะฮฺเป็นอะหฺลุลบัยตฺด้วยครับ
เพราะฉะนั้นไม่ใช่มีภาคจำเป็นครับ
สำหรับชาวซุนนะฮฺแล้ว ท่านอะลีย์คืออะหฺลุลบัยตฺ ลูกนบี หลานนบี ภรรยานบี เราก็นับเป็นอะหฺลุลบัยตฺหมด
เอ..หรือว่าคุณชีอะฮฺพูดไปตอนกำลังง่วงๆเบลอๆอยู่รึเปล่า
เอาเถอะ ถ้าง่วงก็ไม่ถือสา (นั่งหน้าคอมนานไปหน่อยล่ะสิ)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

ชีอะฮ์พูดว่า ถามอีกครั้งนะ - แล้วความจริงมันจบแล้วหรือยัง บทสรุปของสองฮะดีษที่ขัดกัน
ชีอะอ์ถามผมก็ตอบ - แต่ผมถามชีอธฮ์ไม่ยอมตอบ
นี่หรือที่บอกว่าจริงใจสนทนาแลกเปลี่ยน โม้หรือเปล่าท่าน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

เอาละ..ผมจะอธิบายต่อเนื่องจากเมื่อวาน
เริ่มจากฮะดีษที่ท่านอาลีได้รายงานว่า ท่านนบีได้ห้ามมุตอะฮ์ในวันคอยบัร หรือที่เรีกว่าสงครามที่เรียกว่า “สงครามคอยบัร”
عن علي بن أبي طالب أن رسول الله صلى الله عليه وسلم نهى عن متعة النساء يوم الخيبر
وعن أكل لحموم الحمر الأنسية
“จากท่านอาลี บุตรของ อบีตอเล็บรายงานว่า แท้จริงท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ห้ามมุตอะฮ์สตรีในวันคอยบัร และห้ามกินเนื้อลาบ้าน”
ซอเฮียะฮ์มุสลิม กิตาบุ้ลนิกะฮ์ ฮะดีษที่ 29
พอถึงปีที่เรียกว่า “เอาตอศ” บางครั้งเรียกว่า “วันเอาตอศ” ซึ่งเป็นชื่อหุบเขาอยู่ทีตออิฟ เป็นปีพิชิตมักกะห์ ท่านนบีได้ผ่อนปรนให้ทำมุตอะฮ์ได้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน ก่อนท่านก็ประกาศห้ามอีกครั้งดังนี้
عن اياس بن سلمة عن أبيه قال رخص رسول الله صلى الله عليه وسلم عام أوطاس فى المتعة ثلاثا ثم نهى عنها
“อัยยาซ บินสะละมะฮ์ รายงานจากพ่อของเขาว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ผ่อนปรนให้ทำมุตอะฮ์ได้สามวันในปีเอาตอศ แล้วท่านก็ประกาศห้าม” ซอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 18
عن الربيع بن سبرة عن أبيه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم نهى يوم الفتح عن متعة النساء
จากร่อเบียะอ์ บุตรของ ซับเราะฮ์ จากพ่อของเขาว่า แท้จริงท่านรอซูลได้ห้ามมุตอะฮ์สตรีในวันพิชิตมักกะฮ์” ซอเฮียะฮ์มุสลิม กิตาบุ้ลนิกะฮ์ ฮะดีษที่ 25
ส่วนซับเราะฮ์ อัลญุฮันนีย์ ได้รายงานว่า
فقال يايها الناس اني قد كنت أذنت لكم في الاستمتاع من النساء وان الله قد حرم ذلك الى يوم القيامة
“ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ประกาศว่า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย ฉันเคยอนุญาตให้พวกท่านในเรื่องมุตอะฮ์สตรี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ห้ามเรื่องดังกล่าวนี้ตราบจนกิยามะฮ์” ซอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 21 และ 28

สรุปว่า ท่านนบีประกาศห้ามครั้งแรกที่คอยบัร ต่อมาท่านอนุมัติเป็นการเฉพาะ ในปีพิชิตมักกะฮ์ที่เอาตอศ เป็นเวลา 3 วัน แล้วท่านก็ประกาศห้ามอีกครั้ง และเป็นคำห้ามจนกิยามะฮ์
นี่เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า มุตอะฮ์ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

วันนี้เรามาอธิบายกันต่อในสิ่งที่บางท่านสงสับว่า
ทำไมเมื่อท่านนบีได้ห้ามแล้วซอฮาบะฮ์ยังทำกันอีก ตามตัวบทที่ชีอะฮ์นำมาอ้างว่า
عن جابر بن عبد الله قال : كنا نستمتع بالقبضة من التمر والدقيق ، الايام ، على عهد رسول الله ( ص ) وابى بكر حتى نهى عنه عمر ، .
ท่านญาบิร บินอับดิลาฮ์ได้รายงานว่า : เราเคยทำมุตอะฮ์กันหลายวันด้วยอินทผาลัมและแป้ง ในสมัยท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) และ(สมัย)ท่านอบูบักร จนกระทั่งท่านอุมัรได้สั่งห้ามเรื่องนั้น
ขอทำความเข้าใจในคำที่มีผู้กล่าวว่า ซอฮาบะฮ์ยังทำกันอยู่ เพราะคำนี้ต้องมีข้อยกเว้น ไม่ใช่จะเข้าใจว่า ซอฮาบะฮ์ทุกคนได้กระทำ หากไม่มีรายงานเราก็อย่าไปทึกทักเอาเอง ว่าบรรดาซอฮาบะฮ์ทั้งหมดได้กระทำ ฉะนั้นคงมีเฉพาะบางคน และบางคนในที่นี้ก็คือบางคนที่ยังไม่รู้คำสั่งห้าม
ถ้าท่านได้อ่านข้อความของคุณ IRF ก่อนหน้านี้ก็คงจะได้ความเข้าใจเป็นพื้นฐานแล้วว่า ซอฮาบะฮืของท่านรอซูลทุกคนไม่ใช่ว่าจะได้ยินคำพูดของท่านนบีด้วยตัวเองทั้งหมดทุกคน บางคนรู้จากเพื่อนซอฮาบะฮ์ด้วยกัน และบางคนก็รู้ในขณะท่านนบียังมีชีวิตอยู่, บางคนรู้ในยุคของท่านอบูบักร์ และบางคนรู้ในยุคของท่านอุมัรก็มี ตัวอย่างเช่น
ฮะดีษเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดที่เกิดในแคว้นชาม ซึ่งเป็นยุคของท่านอุมัร ขณะท่านอุมัรและซอฮาบะฮ์อีกหลายคนเดินทางไปจะเข้าเขตชาม บางท่านได้เสนอแนะแก่ท่านอุมัรว่า อย่าเข้าไปเลยเพราะมีโรคระบาด อีกส่วนหนึ่งก็บอกว่า เข้าไปเถอะท่านจะหนีกอดัรของอัลลอฮ์ได้อย่างไร ท่านอุมัรได้ถามเหล่าซอฮาบะฮ์ว่า มีใครเคยได้ยินเรื่องนี้จากท่านนบีบ้าง ท่านอับดุลเราะฮ์มาน บิน เอาวฟ์ จึงบอกว่า “ฉันเคยได้ยินท่านนบีกล่าวว่า ที่ใดเกิดโรคระบาดก็อย่าได้เข้าไปที่นั้น และคนในที่นั้นก็อย่าออกนอกพื้นที่” คำพูดของท่านนบีในเรื่องนี้บรรดาซอฮาบะฮืบางท่านเพิ่งจะทราบในยุคของท่านอุมัรนี่เอง
ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ซอฮาบะฮ์จะรายงานเฉพาะข้อมูลที่ตัวเองมีอยู่ในขณะนั้น เหมือนอย่างท่านญาบิรรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์มุตอะฮ์ที่ได้ประสบในยุคนบี แต่ท่านเพิ่งได้ยินคำสั่งตอนสมัยของท่านอุมัร
แล้วคำรายงานของญาบิรนี้บอกว่าท่านอุมัรเป็นผู้สั่งห้ามหรือ แล้วจะค้านกันไหม กับฮะดีษอื่นๆ ที่คุยกันไปแล้วว่า ท่านนบีเป็นผู้ห้าม คำตอบคือ ไม่ค้านกันแน่นอนครับ แต่จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะได้อธิบายกันต่อไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

ส่วนคำรายงานของ อิมรอน บินฮุศอยน์ที่ชีอะฮ์นำมาอ้างก็เช่นเดียวกันคือ
واخرج البخاري في صحيحه عن عمران بن حصين قال : نزلت آية المتعة في كتاب الله ، ففعلناها مع رسول الله ، ولم ينزل قرآن يحرمها ، ولم ينه عنها حتى مات ، قال رجل برأيه ما شاء .
บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :
อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)
ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน
และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย
มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์
ฮะดีษนี้ท่านอิมรอนไม่ได้รายงานผิดพลาดเลยว่า ไม่มีอัลกุรอานลงมาห้าม อันนี้ถูกต้องครับ เพราะคำสั่งห้ามคือฮะดีษหลายบทที่เสนอไว้แล้ว ส่วนคำของท่านอิมรอนที่บอกว่า ท่านรอซูลก็ไม่ได้ห้ามนั้น ก็เป็นกรณีเดียวกันกับท่านญาบิร ท่านซอฮาบะฮ์ท่านนี้ไม่เคยได้ยินคำห้ามจากท่านนบี แต่ซอฮาบะฮ์ท่านอื่นที่ได้ยินก็รายงานว่าท่านนบีห้าม
ชาวซุนนะฮ์ไม่ได้ปฏิเสธการรายงานฮะดีษบทใดในซอเฮียะฮ์บุคคอรีหรือซอเฮียะฮ์มุสลิม และก็เข้าใจว่าฮะดีษเหล่านั้นไม่ได้ขัดกัน ต่างกับชีอะฮ์ที่มองว่าขัดกัน แล้วก็เอาต้นนี้ทิ้งต้นโน้น และต้นนี้ที่เอาอย่างชีอะฮ์ก็คือ เอาการรายงานของท่านญาบิรและท่านอิมรอน และทิ้งต้นโน้น คือต้นโน้นที่ท่านอาลีรายงาน เพราะความไม่เข้าใจใช่ไหม จึงทิ้งท่านอาลีได้ลงคอหรือชีอะฮ์เอ๋ย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : IRF

ตกลงว่าคุณชีอะฮ์ไม่จริงใจที่จะสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน คงเป็นเพียงจะเอาหลักฐานของชาวซุนนะฮ์มายำเล่นๆกระมัง แต่หลักฐานของตัวเองเก็บซ่อนไว้
ถ้าคุณจริงใจจะสนทนาแลกเปลี่ยนจริงๆ กรุณาเสนอหลักฐานว่า อะฮ์ลุ้ลบัยไม่ได้ห้ามมุตอะฮ์ตามที่คุณอ้างด้วย
ผู้ส่ง: เด็กอนุรักษ์ : IP : 124.120.60.94
---------------------------------------------------------------------
อ่า รอครับ รอดูหลักฐานที่ว่าอะหฺลุลบัยตฺไม่ได้ห้ามมุตอะฮฺ
แล้วที่คุณเด็กอนุรักษ์ว่า ชีอะฮฺเอาหลักฐานฝ่ายซุนนะฮฺมายำเล่น ..
ก็แน่นอนครับ นั่นคือเทคนิควิธีการเผยแพร่ของฝ่ายชีอะฮฺ
ไม่มีหรอกครับที่ชีอะฮฺจำมาเผยแพร่แบบว่า
"อ้าว พี่น้องมุสลิมนะ อิสลามมีนิกะฮฺมุตอะฮฺนะ เรามาทำมุตอะฮฺกันนะ"
(เดี๋ยวมุหัรร็อมนี่ชีอะฮฺในกรุงเทพนี่ก็จะมีครับ วันที่จะมีพิธีนิกอะฮฺมุตอะฮฺกัน 1 วัน) หรือ
"อ้าวพี่น้องนะ มาตามซัยยิดของเรานะ เชื่อฟังนะ ซัยยิดของเราเป็นลูกหลานนบีนะ"
(คือลูกหลานนบีอาดัมน่ะนะ ไม่ใช่นบีมุฮัมมัด ^_^)
แบบนั้นคนไม่เข้าหรอกครับชีอะฮฺ
แต่ชีอะฮฺจะใช้เทคนิค!!เขย่าอะกีดะฮฺ!!ของชาวซุนนะฮฺ
ถ้าใครไม่เรียนศาสนา (โดยมาก 80 % เรียนไม่เกินซันนาวี) ก็จะโดนเขย่าได้ง่ายกว่าเพื่อน ชีอะฮฺจะมาแบบนี้ครับ
"เฮ่ยๆ นี่ นี่ นี่ ..อุมัรฺเถียงนบีนะเนี่ย!"
"เอ๊ะๆ ..ไหนหะดีษของซุนนะฮฺบอกซอฮาบะฮฺ 10 คนแรกที่เข้าสวรรค์มี ....
เอ๊ะๆ ..แต่ทำไม 10 คนแรกรบกันเองล่ะ! ทำไมฆ่าฟันกันเองล่ะ!"
ทำนองนี้เป็นค้นครับ ..พอหัวใจโคลงเคลง อะกีดะฮฺโคลงเคลงแล้วปึ๊บ พอไม่มีจุดยึดปึ๊บ ทีนี้ชีอะฮฺจะเริ่มป้อนและ จะเริ่มใส่ อืม...ตกลงน่ะนะ กุรอานมันแปลอย่างนี้ (ไม่ใช่อย่างที่ซอฮาบะฮฺว่า)
นี่ล่ะครับ ที่พี่นองเราหลงไป ถึงแม้บางคนจะมีความรู้บ้างก็ตาม(ส่วนน้อย) แต่อีหม่านไม่แน่นก็โคลงเคลงได้
ดังนั้นแน่นอนครับ หลังเสวนาเรื่องมุตอะฮฺจบ (คิดว่าคงจบแล้วล่ะ) ถ้าขึ้นเรื่องอะหฺบุลบัยตฺเสร็จ
หลังจากนั้นผมจะมาให้เหตุผลล่ะว่า ตกลงซอฮาบะฮฺรบกันแล้วมันผิดตรงไหน??
"ดี vs ชั่ว"
หรือ
"ชั่ว vs ชั่ว"
หรือ
"ดี vs ดี"
(บอกใบ้ตรรกะให้แค่นี้ พี่น้องคงจะคิดได้มั่งแล้วล่ะ)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ผู้ติดตาม

จบลง ที IRF มั่วเช่นเคย พูดไม่ดูประเด็น
เก่งแต่ถาม แล้วลามปามตอนท้าย
ทีแรกบอกว่า มุตอ๊ะไม่มีในอัลกรุอ่าน มั่วยกที่ 1
บอกว่ายกเลิกสมัยนบี แต่ มายกเลิกอีกทีสมัยอุมัร มั่ว ยกที่ 2
พอเจอทางตัน ขอหลักฐาน อะลุลบัยต์ห้ามมุตอ๊ะ อีก มั่วยก 3
ตอนนี้เริ่ม ลามปาม ไม่อยู่ในหลักวิชาการ ดีแต่ถาม แต่ไม่เคยตอบเลย พอหนักเข้าก็เสียดสี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : เด็กอนุรักษ์

อ้าว….จะจบกันแล้วหรือ
ผมยังไม่ได้เห็นหลักฐานที่ชีอะฮ์อ้างว่า อะห์ลุ้ลบัยต์ไม่ได้ห้ามมุตอะฮ์เลย
จะไปกันดื้อๆ ได้อย่างไร อย่าให้เป็นแบบคุณ “ผู้ติดตาม” พูดว่า
“เก่งแต่ถาม แล้วลามปามตอนท้าย” หรือ
“ ดีแต่ถาม แต่ไม่เคยตอบเลย พอหนักเข้าก็เสียดสี”
ชีอะฮ์จะทำอย่างนี้ได้อย่างไร
ถ้าชีอะฮ์เข้ามาก็เอาหลักฐานตามที่อ้างมาแสดงด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ซำเหมา

ขอบคุณเด็กอนุรักษ์ที่ให้ความกระจ่างครับ ขออัลลอฮฺตอบแทนครับ
"และแล้วความจริงก็ปรากฎ"
ผมอ่านโดยไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ คุณผู้ติดตาม, คุณผู้อยากรู้
ถ้าคุณคิดเหมือนที่พูดมาจริงๆ ว่าต้องการความจริงเพื่อเดินตามทางนำที่ถูกต้อง ก็คงจะดูออกว่า ข้อมูลที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไรนะครับ
ลองเอาความรู้สึกออกไปแล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยใจเป็นธรรมนะครับ
แต่ถ้ายังมีข้อข้องใจก็แย้งเข้ามาเลยครับ คุณเด็กอนุรักษ์คงจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ซำเหมา

พิมพ์ไทยไม่คล่องครับ เลยจะขอคุณ IRF ช่วยสรุปข้อมูลของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้พี่น้องมุสลิมทุกคนได้ทราบโดยทั่วกันครับ
จะได้บอกต่อไป ให้คนที่ไม่ได้ดูเวปนี้ เข้าใจด้วยครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ซำเหมา

หรือหากคุณผู้ติดตาม และคุณผู้อยากรู้จะสรุปข้อมูล มาด้วยก็ได้นะครับ จะได้มาดูว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่ อย่างไร
เพื่อประโยชน์ต่อทั้งสุนนะและชีอะฮฺ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : กำลังเสริม

ถึงชีอะฮ
ผมคิดว่า ผม งง มึน คิดไม่ออก หรือว่า ท่านชีอะฮปกติ หรือไม่ปกติ(อันนี้เรื่องของท่าน)
พี่น้องท่านผู้อ่านครับ
ผมว่าหลักฐานทั้งหลายที่เด็กอนุรักษ์ยกมานั้น+คำอธิบายของ
ทุกอย่างชัดเจน ยิ่งกว่าชัด
ไม่รู้ทำไม ชีอะฮเขายังไม่กระจ่าง
ผมอ่านเเล้วรู้สึกว่า เขาไม่... ยังไงดี...
ขอดุอาให้อัลลอชี้ทางนำให้ชีอะฮด้วยเถิด

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ผู้ติดตาม

สรุปที่ฟังมา
ข้อที่หนึ่ง
พวกท่าน ยอมรับแล้วว่า มุตอะมีปรากฏหลักฐานในอัลกรุอ่าน ซึ่งก่อนหน้านี้คุณชมเชยเคยเสนอว่าไม่มีหลักฐานในอัลกรุอ่าน ซึ่งคุณน่าชมเชยเลยถอยไปตั้งหลักก่อน
ข้อที่สอง
พวกท่านลงความเห็นแล้วว่า มุตอ๊ะมีการยกเลิกไปแล้ว โดยบางรายงาน อ้างว่ายกเลิกในสมัยท่านนบี บางรายงานอ้างว่า ยกเลยในสมัยท่านอุมัร ซอเฮียะ ทั้งสองรายงาน ที่ขัดแย้งกัน
ข้อที่สาม
ต่อข้อสังเกตุของฝ่ายชีอ๊ะต่อหลักฐานของพวกคุณที่ว่า ถ้ายกเลิกในสมัยท่านนบีแล้ว ดันมีการยกเลิกในสมัยนบีอีก แสดงว่า หลังจากท่านนบียกเลิกยังมีซอฮาบะฮ์บางส่วนฝ่าฝืนอยู่ จึงต้องประกาศยกเลิก อีกครั้ง ต่อข้อสังเกตุนี้พวกคุณทำทีท่าไม่สนใจ เพราะมันเป็นก้างตำคอ ในประเด็นที่พวกคุณบอกว่าซอฮาบะฮ์ดีทั้งหมด
ข้อที่สี่
เลยขอหลักฐานจากฝ่ายอะลุลบัยต์ ตามที่คุณต้องการ คือหลักฐานที่ว่าอะลุลบัยต์ไม่ได้ห้ามการมุตอะเป็นการแก้เก้อ
สรุป หลักฐานการอนุญาติให้มุตอะมีปรากฏอยู่ในอัลกรุอ่าน และไม่มี อัลกรุอ่านโองการใหนมายกเลิก นอกจากหลักฐานที่ขัดแย้งกันในซอเฮียะของพวกคุณ ซึ่งฝ่ายชีอ๊ะไม่เชื่อถือ
เมื่ออัลกรุอ่านไม่ได้ยกเลิกโองการที่ว่าด้วยมุตอ๊ะ คุณจะถามหาอะไรอีก เพราะใครจะไปยกเลิกอัลกรุอ่านได้ นอกจากพระผู้อภิบาลเท่านั้น หลักฐานที่คุณขอผมว่าแก้เก้อมากกว่า แบบหาทางลงแต่มันปัญญาอ่อนรังแต่จะทำให้ไร้ประโยชน์เหมือนเด็กอมมือ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : ผู้ติดตาม

แก้คำผิด
( ถ้ายกเลิกในสมัยท่านนบีแล้ว ดันมีการยกเลิกในสมัยนบีอีก ) เป็น ดันมีการยกเลิกสมัยอุมัรอีก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : อยากรู้จัง

ถึง.. คุณผู้ติดตาม
ไหนความเชื่อคุณบอกว่าอัลกุรอานไม่ครบ
แล้วอายะฮฺว่าด้วยมุตอะฮฺนี่คุณเชื่อว่าเป็นอายะฮฺอัลกุรอานหรือเปล่า
เป็นกะลามุลลอฮฺ เป็นวะฮีย์หรือเปล่า
แล้วหะดีษนบีล่ะ เป็นวะฮีย์ด้วยหรือเปล่า
ไฉนคุณเลือกหะดีษของเศาะหาบะฮฺที่คุณด่าปาวๆ
แล้วทิ้งอิหม่ามอะลีย์ของคุณเล่าเออ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : อยากรู้จัง

หากคุณไม่เชื่อในอัลกุรอานมุศฮัฟอุสมานที่มุสลิมทั้งโลกยึดถืออ่านท่องกันทุกวี่วัน แล้วคุณไม่เชื่อหะดีษ มุตตะฟะกุลอะลัยฮฺ
แล้วคุณเอามาวิเคราะห์วิจารณ์หาอะไรล่ะ
.....................................
อัลกุรอานคุณก็บอกว่าไม่ครบ
หะดีษคุณก็บอกว่าไม่เชื่อว่าถูกต้อง
แล้วคุณเอามาวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหายทำไม
..................
คนที่ศรัทธาอัลกุรอานและเชื่อถือในหะดีษเขาก็ได้ข้อสรุปว่า..
อัลกุรอานว่าด้วยมุตอะฮฺมีจริงได้บันทึกไว้ในอัลกุรอาน
ท่านนบีได้สั่งห้ามในวันพิชิตมักกะฮฺ
ท่านนบีอนุญาตให้มุตอะฮฺในปีพิชิตเป็นเวลาสามวัน
ท่านนบีสั่งห้ามหลังจากสามวันนั้นจวบจนวันกิยามะฮฺ
.......................
หะดีษจากเศาะหาบะฮฺนั้นไม่ได้ขัดแย้งกันที่บอกว่าสั่งห้ามในสมัยนบีและสมัยอุมัร
เพราะเศาะหาบะฮทุกคนไม่ได้อยู่กับนบีตลอดสี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนคุณไออาร์เอฟว่านั่นแหละ
อย่าจินตนาการให้มากสิคุณ
เอาความจริงที่เป็นอัลฮัก
..............................
เศาะหาบะฮฺบางคนอาจรู้อีกหะดีษหนึ่ง แต่อาจไม่รู้อีกหลายหะดีษก็ได้
ถ้าเรื่องในบ้าน ห้องนอน อย่างเนี้ยะ เศาะหาบะฮฺจะไปรู้หรือ ต้องถามภรรยาท่านนบีสิ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : อยากรู้จัง

ถ้าหากคุณบอกว่าไม่เชื่อหะดีษในเศาะหี้หฺบุคอรีย์ มุสลิม
ก็แปลว่าคุณไม่เชื่อว่าท่านอาลีห้ามมุตอะฮฺว่างั้นเหอะ
ท่านยะฮฺฟัร อัศศอดิก ที่คุณนับว่าเป็นอิหม่ามของคุณก็ห้ามมุตอะฮฺ
แล้วอะฮฺลุลบัยตฺท่านไหนที่บอกว่าให้ทำมุตอะฮฺได้
..................................
เอางี้ดีกว่า
ลด ละ เลิกกิเลสและตัณหาได้ไหมล่ะ
เมื่อมีคำสั่งห้าม และคุณก็บอกว่ามีหลักฐานให้ทำ
เราก็เลือกไม่ทำได้ไหมล่ะ... จะได้สบายใจว่า ... เออ ... ไม่หมิ่นเหม่ในศาสนาน่ะ
เอาแบบว่าชัวร์ๆ เราปลอดภัยกับบาปทั้งมวล
อย่างนี้น่าจะช่วยได้เนาะ
อัลลอฮุยะหฺดีก
اللهم اهدي قومنا فإنهم لا يعلمون اللهم اغفرلي وللمؤمنين يوم يقوم الحساب ، آمين

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่งข้อความโดย : อยากรู้จัง

ขอแก้ ... ท่านนบีสั่งห้ามในวันพิชิตมักกะฮฺ
เป็น... ท่านนบีสั่งห้ามในวันคอยบัร
ขอมอัฟ.. พิมพ์ผิดครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์



จากชีอะฮ์คนเดิม ที่ไม่เคยแหนงหน่ายต่อการถามตอบของท่านสุนนะทั้งหลาย


แค่ข้ามคืนจากวันที่15 ถึง16 พวกท่านก็ส่งคำถาม และคำวิจารณ์มายังผมมากมาย


ผมรู้สึกยกย่องสรรเสริญในความรักพวกพ้องของท่านสุนนะทั้งหลายจังครับ


พวกท่านจะพูดจะใช้คารมณ์ปราศัยอย่างไรก็ตามถนัดเถิด ท่านมีสิทธิ


แต่ผมขอเข้าเรื่องดีกว่า ฮะดีษที่ผมบอกกับคุณIRFและคุณเด็กอนุรักษ์ว่ามันขัดแย้งกัน ไม่ใช่ฮะดีษที่รายงานว่า มุตอะฮ์เคยถูกยกเลิกที่คอยบัร หรือที่เอาตอส และท้ายสุดมายกเลิกที่วันพิชิตมักกะฮ์นะครับท่าน อย่าเข้าใจผิด


ฮะดีษที่ผมเอามาถามว่ามันขัดแย้งกันคือฮะดีษบทนี้ครับท่านทั้งหลาย

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

واخرج البخاري عن عمران بن حصين قال : نزلت آية المتعة في كتاب الله ، ففعلناها مع رسول الله ، ولم ينزل قرآن يحرمها ، ولم ينه عنها حتى مات ، قال رجل برأيه ما شاء .


บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)

ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน

และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย

มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ข้อความฮะดีษบุคอรีตรงคำว่า -

(( และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย))


พวกท่านอ่านมันไม่เข้าใจหรือ ทำไมถึงมาตำหนิผม


ในเมื่อท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ไม่เคยห้ามมุตอะฮ์ หรือไม่เคยยกเลิกมุตอะฮ์จนท่านตาย


พวกท่านอ่านออก แต่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจหรือครับ

นี่ต่างหากคือสาเหตุที่ผมวิงวอนสุนนะให้ช่วยอธิบาย


อย่าพึ่งกล่าวหาผมเลยครับว่าผมหยิบฮะดีษมายำ

หรือท่านสุนนะจะเอาฮะดีษบุคอรีบทนี้ต้มซุป

เก่งจังนะครับเรื่องหาคดีให้ผม เป้นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เคยมีทัศนะคติที่ดีเลย

ขอฝากไว้เท่านี้ครับ อ้อไม่ต้องห่วงนะครับเรื่องหลักฐานที่อนุญาติให้ทำมุตอะฮ์ของชีอะฮ์ เห็นทวงถามกันไม่เลิกลา เดี๋ยวจะจัดให้ หลังได้รับคำอธิบายในฮะดีษบุคอรี

บทนี้ก่อน เท่านี้ล่ะครับ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : ชีอะอ์



ถึงคุณอยากรู้จัง


ขอถาม 2 ข้อสั้นๆนะ

1- อัลกุรอานที่สมบูรณ์มีกี่ยัตครับ

2- ฮะดีษที่คุณบอกว่าท่านอิม่ามญะอ์ฟัร ก็ห้ามทำมุตอะฮ์ ขอดูหน้าตาตัวบทอาหรับด้วยครับ อย่าพูดปากป่าวนะครับ ?


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : อยากรู้จัง



ผมก็แค่ผู้อ่านเท่านั้น

สรุปจากที่คุณชีอะฮฺและคุณเด็กอนุรักษ์อธิบายมาทั้งหมดนั่นแหละ

แล้วผมก็ไม่ใช่พรรคพวกของใครทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่กรุงเทพครับผม

เอาะอ๋อ ไม่ได้อยู่ในภาคกลางด้วยคร้าบ

..............................

ก็สรุปตามความเข้าใจ.... ตามบทหะดีษ.....

................คุณชีอะฮฺก็ช่วยอธิบายหะดีษท่านอลี ที่บอกว่า ท่านนบีห้ามมุตอะฮฺด้วยสิครับ
จะเอาอย่างไรกัน กับหะดีษที่บอกว่าไม่ได้ห้าม
...............

คุณเด็กอนุรักษ์อธิบาย .. ผมว่า ... ผมอ่านเข้าใจนะ

ไม่รู้ว่าคุณเข้าใจหรือเปล่า...

เศาะหาบะฮฺทุกคนไม่ได้อยู่กับท่านรสูลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เศาะหาบะฮฺบางคนรู้บางเรื่อง และอาจไม่รู้อีกหลายเรื่อง

เราไม่ได้โทษเศาะหาบะฮฺว่า ฝ่าฝืนเรื่องมุตอะฮฺ

เขาทำเพราะไม่รู้เรื่องหะดีษที่ยกเลิกนั่นเอง

การกระทำเพราะไม่รู้.... อัลลอฮฺทรงเอาโทษหรืออย่างไร

และไม่ใช่เศาะหาบะฮฺทั้งหมดนะเออ.. ที่กระทำมุตอะฮฺหลังท่านรสูลเสียชีวิตแล้ว

..............................

เอาะอ๋อ รู้สึกว่าชีอะฮฺจะถนัดเรื่องการโทษคนนั่นคนนี่

โทษเศาะหาบะฮฺนั่นเศาะหาบะฮฺนี่เนอะ

เป็นพระเจ้าหรืออย่างไร ถึงมาบอกว่าเศาะหาบะฮฺนั่นถูก เศาะหาบะฮฺนั่นผิด

ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอัลลอฮฺไม่ดีกว่าหรือ ?


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : อยากรู้จัง



ผมย้ำว่าผมแค่ผู้อ่านที่เผอิญเดินทางมาเท่านั้น

เพิ่งรู้จักเวปมุรีดตอนรอมฎอนปีนี้นั่นแหละครับ

หากคุณชีอะฮฺอยากได้คำตอบที่ถูกต้อง

ถามเด็กอนุรักษ์ไม่ดีกว่าหรือ?


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์



ถึงคุณอยากรู้จัง


คุณบอกว่า -เมื่อมีคำสั่งห้าม และชีอะก็บอกว่ามีหลักฐานให้ทำ

เราก็เลือกไม่ทำได้ไหมล่ะ... จะได้สบายใจว่า ... เออ ... ไม่หมิ่นเหม่ในศาสนาน่ะ

เอาแบบว่าชัวร์ๆ เราปลอดภัยกับบาปทั้งมวล

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ชีอะถามกลับนะ

1-ไอ้ที่ว่ามุตอะหมิ่นแหม่กับไอ้ที่ว่า ทำซีนาแบบมุสลิมะหน้าราม ที่เดินควงแขนกับชายอัจญ์นะบี กันทุกวัน อันไหนหมิ่นแหม่กว่ากันครับ

2-ตั้งแต่คุณโตมาเคยทำซีนาไหมครับ?


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์



แล้วคุณอยากรู้จัง อ่านฮะดีษบุคอรีวรรคนี้

(( และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย)) ไม่เข้าใจหรือครับ ?


ส่วนเรื่องฮะดีษของท่านอาลีผมตอบแล้วครับ หากเพิ่งเดินทางเข้ามาก็ดูตาม้าตาเรื่อก่อนไม่ดีกว่าหรือครับ ? กระทู้เก่าๆของผมมีอ่านก่อน พูดนะครับ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์



หากคุณอยากรู้จัง ไม่อยากตอบคำถาม ก็โปรดอย่าแจมเข้ามาถามสิครับ


นั่งอ่านเฉยๆไม่ดีกว่าหรือครับ ผมก็เลยนึกว่า อยากออกมาโชว์ออฟ


มันจะเข้าตำรา สุนัขเห่าใบตองแห้งนะครับ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์



เอานะเด็กดี ว่าง่ายโตไวๆ

จะเชียร์ฝ่ายไหน ผมไม่ว่า แต่อย่าแส่เข้ามาตั้งคำถามกับชีอะฮ์

เพราะนั่นหมายความว่า คุณจะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบต่อคำถามของคุณเองด้วย


แค่คำพูดของคุณก็รู้แล้วว่า ออกตัวไว้ก่อน ถ้าไม่แน่ก็อย่าแสดงทัศนะนะครับ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : ชีอะฮ์



No. : 13069

ข้อความ: จากชีอะฮ์คนเดิม ที่ไม่เคยแหนงหน่ายต่อการถามตอบของท่านสุนนะทั้งหลาย


แค่ข้ามคืนจากวันที่15 ถึง16 พวกท่านก็ส่งคำถาม และคำวิจารณ์มายังผมมากมาย


ผมรู้สึกยกย่องสรรเสริญในความรักพวกพ้องของท่านสุนนะทั้งหลายจังครับ


พวกท่านจะพูดจะใช้คารมณ์ปราศัยอย่างไรก็ตามถนัดเถิด ท่านมีสิทธิ


แต่ผมขอเข้าเรื่องดีกว่า ฮะดีษที่ผมบอกกับคุณIRFและคุณเด็กอนุรักษ์ว่ามันขัดแย้งกัน ไม่ใช่ฮะดีษที่รายงานว่า มุตอะฮ์เคยถูกยกเลิกที่คอยบัร หรือที่เอาตอส และท้ายสุดมายกเลิกที่วันพิชิตมักกะฮ์นะครับท่าน อย่าเข้าใจผิด


ฮะดีษที่ผมเอามาถามว่ามันขัดแย้งกันคือฮะดีษบทนี้ครับท่านทั้งหลาย

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

واخرج البخاري عن عمران بن حصين قال : نزلت آية المتعة في كتاب الله ، ففعلناها مع رسول الله ، ولم ينزل قرآن يحرمها ، ولم ينه عنها حتى مات ، قال رجل برأيه ما شاء .


บุคอรีได้นำออกรายงานจากอิมรอน บินหุศ็อยนฺกล่าวว่า :

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกประทานลงมาในกุตาบุลเลาะฮ์ แล้วพวกเราได้ทำมัน กับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์(ศ)

ไม่เคยมีอัลกุรอานลงมายกเลิกมัน

และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย

มีชายคนหนึ่งพูดตามความคิดของเขาสิ่งที่ประสงค์

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ข้อความฮะดีษบุคอรีตรงคำว่า -

(( และท่านร่อซู้ล(ศ)ก็ไม่เคยห้ามมัน จนท่านตาย))


พวกท่านอ่านมันไม่เข้าใจหรือ ทำไมถึงมาตำหนิผม


ในเมื่อท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ไม่เคยห้ามมุตอะฮ์ หรือไม่เคยยกเลิกมุตอะฮ์จนท่านตาย


พวกท่านอ่านออก แต่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจหรือครับ

นี่ต่างหากคือสาเหตุที่ผมวิงวอนสุนนะให้ช่วยอธิบาย


อย่าพึ่งกล่าวหาผมเลยครับว่าผมหยิบฮะดีษมายำ

หรือท่านสุนนะจะเอาฮะดีษบุคอรีบทนี้ต้มซุป

เก่งจังนะครับเรื่องหาคดีให้ผม เป้นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เคยมีทัศนะคติที่ดีเลย

ขอฝากไว้เท่านี้ครับ อ้อไม่ต้องห่วงนะครับเรื่องหลักฐานที่อนุญาติให้ทำมุตอะฮ์ของชีอะฮ์ เห็นทวงถามกันไม่เลิกลา เดี๋ยวจะจัดให้ หลังได้รับคำอธิบายในฮะดีษบุคอรี

บทนี้ก่อน เท่านี้ล่ะครับ

ผู้ส่ง: ชีอะฮ์ : IP : 203.144.187.18


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ส่งข้อความโดย : กำลังเสริม



ถึงชีอะฮ


เเล้วพวกท่านจะเอายังไง


เขาอธิบายท่านไปหมดเเล้วยังไม่เข้าใจอีก(บางทีเข้าใจเเล้ว เเต่ทำงง)


พวกเราน่ะ อ่านดูก็วิเคราะห์ได้เเล้ว ว่ามุตอะฮถูกยกเลิกในสมัยนบี(ซ.ล.)


เปิดสิครับ หัวใจของท่านน่ะ


เปิดกว้างๆ จะได้เข้าใจ



ขอให้อัลลอฮปิดหัวใจของท่านด้วย



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------










สงวนลิขสิทธิ์โดย © Moradokislam.org All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2006-12-18 (3440 คนอ่าน)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.42 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004