<SCRIPT LANGUAGE="JavaScript"><!-- Idea by: Nic Wolfe --><!-- This script and many more are available free online at --><!-- The JavaScript Source!! http://javascript.internet.com --><!-- Beginfunction popUp(URL) {day = new Date();id = day.getTime();eval("page" + id + " = window.open(URL, '" + id + "', 'toolbar=0,scrollbars=0,location=0,statusbar=0,menubar=0,resizable=1,width=430,height=450,left = 297,top = 159');");}// End --></script><?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>MORADOKISLAM.ORG</title>
<link>http://www.moradokislam.org</link>
<description>MORADOKISLAM.ORG</description>
<language>th_TH</language>

<item>
<title>การร่วมเทศกาลรื่นเริงการเฟรในทัศนะอิสลาม <img src="images/mew.gif" border="0"</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=423</link>
<description>          อิสลาม เป็นศาสนาของอัลลอฮ  ทุกอย่างที่เป็นคำสอนศาสนา ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อ , พิธีกรรมทางศาสนา และรูปแบบในการดำเนินชีวิต ของมุสลิม  สิ่งเหล่านี้จะต้องมาจากโองการของอัลลอฮ และ แบบอย่าง ของศาสนทูตของพระองค์  คำสอนใดๆก็ตามที่ไม่ได้มาจากคำสอนเจ้าของศาสนา คือ อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา  ที่บอกผ่านศาสนาทูต ของพระองค์  คำสอนนั้น จะไม่ได้รับการรับรองจากพระองค์ และสิ่งนั้น ถือเป็นคำสอนนอกอิสลาม  ดังโองการที่ว่า <br /><br />


<center>

&#1608;&#1614;&#1605;&#1614;&#1606;&#1618; &#1610;&#1614;&#1576;&#1618;&#1578;&#1614;&#1594;&#1616; &#1594;&#1614;&#1610;&#1618;&#1585;&#1614; &#1575;&#1604;&#1573;&#1587;&#1604;&#1575;&#1605; &#1583;&#1616;&#1610;&#1606;&#1575;&#1611; &#1601;&#1614;&#1604;&#1614;&#1606;&#1618; &#1610;&#1615;&#1602;&#1618;&#1576;&#1614;&#1604;&#1614; &#1605;&#1616;&#1606;&#1618;&#1607;&#1615; &#1608;&#1614;&#1607;&#1615;&#1608;&#1614; &#1601;&#1616;&#1610; &#1575;&#1604;&#1618;&#1570;&#1582;&#1616;&#1585;&#1614;&#1577;&#1616; &#1605;&#1616;&#1606;&#1614; &#1575;&#1604;&#1618;&#1582;&#1614;&#1575;&#1587;&#1616;&#1585;&#1616;&#1610;&#1606;&#1614;

</center><br /><br />

<b>
และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นไปจากศาสนาอิสลามแล้ว ศาสนานั้นจะไม่ถูกรับจากพระองค์เป็นอันขาด และในปรโลก เขาจะอยู่ในหมู่ผู้ที่ขาดทุน&#8221;</b> (อาลิอิมรอน : 85)<br /><br />

อิบนุอบีลอิซ  อัดดัมชะกีย์  กล่าวว่า<br /><br />



<center>

&#1601;&#1614;&#1583;&#1616;&#1610;&#1606;&#1615; &#1575;&#1604;&#1618;&#1573;&#1616;&#1587;&#1618;&#1604;&#1614;&#1575;&#1605;&#1616; &#1607;&#1615;&#1608;&#1614; &#1605;&#1614;&#1575; &#1588;&#1614;&#1585;&#1614;&#1593;&#1614;&#1607;&#1615; &#1575;&#1604;&#1604;&#1617;&#1614;&#1607;&#1615; &#1587;&#1615;&#1576;&#1618;&#1581;&#1614;&#1575;&#1606;&#1614;&#1607;&#1615; &#1608;&#1614;&#1578;&#1614;&#1593;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614;&#1609; &#1604;&#1616;&#1593;&#1616;&#1576;&#1614;&#1575;&#1583;&#1616;&#1607;&#1616; &#1593;&#1614;&#1604;&#1614;&#1609; &#1571;&#1614;&#1604;&#1618;&#1587;&#1616;&#1606;&#1614;&#1577;&#1616; &#1585;&#1615;&#1587;&#1615;&#1604;&#1616;&#1607;&#1616; &#1548; &#1608;&#1614;&#1571;&#1615;&#1589;&#1615;&#1608;&#1604;&#1615; &#1607;&#1614;&#1584;&#1614;&#1575; &#1575;&#1604;&#1583;&#1617;&#1616;&#1610;&#1606;&#1616; &#1608;&#1614;&#1601;&#1615;&#1585;&#1615;&#1608;&#1593;&#1615;&#1607;&#1615; &#1605;&#1614;&#1608;&#1618;&#1585;&#1615;&#1608;&#1579;&#1614;&#1577;&#1612; &#1593;&#1614;&#1606;&#1616; &#1575;&#1604;&#1585;&#1617;&#1615;&#1587;&#1615;&#1604;&#1616; &#1548;

</center><br /><br />
 
<b>ดังนั้น ศาสนาอิสลาม คือ สิ่งที่อัลลอฮซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้บัญญัติมันให้แก่บรรดาบ่าวของพระองค์ โดยผ่านคำพูดของบรรดารอซูลของพระองค์  และ รากฐาน(หลักการศรัทธา)ของศาสนานี้ และ บรรดาสาขา(หมายถึง หลักการปฏิบัติ)ของมัน  คือ สิ่งที่เป็นมรดกจากบรรดารอซูล</b> - ชัรหุอะกีดะฮ อัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม 2 หน้า 784<br /><br />



    บรรดานักวิชาการมุสลิม ต่างเห็นฟ้องต้องกันว่า การร่วมกิจกรรมวันตรุษของกาเฟรนั้น เป็นสิ่งต้องห้าม ดังหลักฐานต่อไปนี้<br /><br />

1. อัลกุรอ่านได้ระบุไว้ว่า<br /><br />


<center>

   &#1608;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614;&#1617;&#1584;&#1616;&#1610;&#1606;&#1614; &#1604;&#1614;&#1575; &#1610;&#1614;&#1588;&#1618;&#1607;&#1614;&#1583;&#1615;&#1608;&#1606;&#1614; &#1575;&#1604;&#1586;&#1615;&#1617;&#1608;&#1585;&#1614; &#1608;&#1614;&#1573;&#1616;&#1584;&#1614;&#1575; &#1605;&#1614;&#1585;&#1615;&#1617;&#1608;&#1575; &#1576;&#1616;&#1575;&#1604;&#1604;&#1614;&#1617;&#1594;&#1618;&#1608;&#1616; &#1605;&#1614;&#1585;&#1615;&#1617;&#1608;&#1575; &#1603;&#1616;&#1585;&#1614;&#1575;&#1605;&#1611;&#1575; 

</center><br /><br />
	
<b>และบรรดาผู้ไม่เป็นพยานในการเท็จ และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องไร้สาระ พวกเขาผ่านไปอย่างมีเกียรติ</b> - อัลฟุรกอน/72<br /><br />


<center>

&#1608;&#1614;&#1602;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614; &#1571;&#1614;&#1576;&#1615;&#1608; &#1575;&#1604;&#1618;&#1593;&#1614;&#1575;&#1604;&#1616;&#1610;&#1614;&#1577;&#1616; &#1548; &#1608;&#1614;&#1591;&#1614;&#1575;&#1608;&#1615;&#1587;&#1615; &#1548; &#1608;&#1614;&#1605;&#1615;&#1581;&#1614;&#1605;&#1617;&#1614;&#1583;&#1615; &#1576;&#1618;&#1606;&#1615; &#1587;&#1616;&#1610;&#1585;&#1616;&#1610;&#1606;&#1614; &#1548; &#1608;&#1614;&#1575;&#1604;&#1590;&#1617;&#1614;&#1581;&#1617;&#1614;&#1575;&#1603;&#1615; &#1548; &#1608;&#1614;&#1575;&#1604;&#1585;&#1617;&#1614;&#1576;&#1616;&#1610;&#1593;&#1615; &#1576;&#1618;&#1606;&#1615; &#1571;&#1614;&#1606;&#1614;&#1587;&#1613; &#1548; &#1608;&#1614;&#1594;&#1614;&#1610;&#1618;&#1585;&#1615;&#1607;&#1615;&#1605;&#1618; : &#1607;&#1616;&#1610;&#1614; &#1571;&#1614;&#1593;&#1618;&#1610;&#1614;&#1575;&#1583;&#1615; &#1575;&#1604;&#1618;&#1605;&#1615;&#1588;&#1618;&#1585;&#1616;&#1603;&#1616;&#1610;&#1606;&#1614;

</center><br /><br />

 <b>อบูลอาลียะฮ, ฏอวูส ,มุฮัมหมัด บิน สิรีน ,อัฎเฎาะหาก , รอเบียะอิบนุอะนัส และ อื่นจากพวกเขา กล่าวว่า &#8220;มัน คือ บรรดางานรื่นเริงของบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย</b> - ดูตัฟสีรอิบนุกะษีร เล่ม 6 หน้า 130<br /><br />



2. เพราะเทศกาลรื่นเริง และประเพณีต่างของบรรดาผู้ตั้งภาคี เป็น สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายทางศาสนาของพวกเขา <br /><br />


จากอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮาได้กล่าวว่า <br /><br />



&#1583;&#1614;&#1582;&#1614;&#1604;&#1614; &#1571;&#1614;&#1576;&#1615;&#1608; &#1576;&#1614;&#1603;&#1618;&#1585;&#1613; &#1608;&#1614;&#1593;&#1616;&#1606;&#1618;&#1583;&#1616;&#1610; &#1580;&#1614;&#1575;&#1585;&#1616;&#1610;&#1614;&#1578;&#1614;&#1575;&#1606;&#1616; &#1605;&#1616;&#1606;&#1618; &#1580;&#1614;&#1608;&#1614;&#1575;&#1585;&#1616;&#1610; &#1575;&#1604;&#1571;&#1614;&#1606;&#1618;&#1589;&#1614;&#1575;&#1585;&#1616; &#1578;&#1615;&#1594;&#1614;&#1606;&#1617;&#1616;&#1610;&#1614;&#1575;&#1606;&#1616; &#1576;&#1616;&#1605;&#1614;&#1575; &#1578;&#1614;&#1602;&#1614;&#1575;&#1608;&#1614;&#1604;&#1614;&#1578;&#1618; &#1575;&#1604;&#1571;&#1614;&#1606;&#1618;&#1589;&#1614;&#1575;&#1585;&#1615; &#1610;&#1614;&#1608;&#1618;&#1605;&#1614; &#1576;&#1615;&#1593;&#1614;&#1575;&#1579;&#1614; &#1548; &#1602;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614;&#1578;&#1618; : &#1608;&#1614;&#1604;&#1614;&#1610;&#1618;&#1587;&#1614;&#1578;&#1614;&#1575; &#1576;&#1616;&#1605;&#1615;&#1594;&#1614;&#1606;&#1617;&#1616;&#1610;&#1614;&#1578;&#1614;&#1610;&#1618;&#1606;&#1616; &#1548; &#1601;&#1614;&#1602;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614; &#1571;&#1614;&#1576;&#1615;&#1608; : &#1576;&#1614;&#1603;&#1618;&#1585;&#1613; &#1571;&#1614;&#1605;&#1614;&#1586;&#1614;&#1575;&#1605;&#1616;&#1610;&#1585;&#1615; &#1575;&#1604;&#1588;&#1617;&#1614;&#1610;&#1618;&#1591;&#1614;&#1575;&#1606;&#1616; &#1601;&#1616;&#1610; &#1576;&#1614;&#1610;&#1618;&#1578;&#1616; &#1585;&#1614;&#1587;&#1615;&#1608;&#1604;&#1616; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1616; &#1589;&#1614;&#1604;&#1617;&#1614;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1615; &#1593;&#1614;&#1604;&#1614;&#1610;&#1618;&#1607;&#1616; &#1608;&#1614;&#1587;&#1614;&#1604;&#1617;&#1614;&#1605;&#1614; ! &#1608;&#1614;&#1584;&#1614;&#1604;&#1616;&#1603;&#1614; &#1601;&#1616;&#1610; &#1610;&#1614;&#1608;&#1618;&#1605;&#1616; &#1593;&#1616;&#1610;&#1583;&#1613; &#1548; &#1601;&#1614;&#1602;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614; &#1585;&#1614;&#1587;&#1615;&#1608;&#1604;&#1615; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1616; &#1589;&#1614;&#1604;&#1617;&#1614;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1615; &#1593;&#1614;&#1604;&#1614;&#1610;&#1618;&#1607;&#1616; &#1608;&#1614;&#1587;&#1614;&#1604;&#1617;&#1614;&#1605;&#1614;  &#1610;&#1614;&#1575; &#1571;&#1614;&#1576;&#1614;&#1575; &#1576;&#1614;&#1603;&#1618;&#1585;&#1613; &#1573;&#1616;&#1606;&#1617;&#1614; &#1604;&#1616;&#1603;&#1615;&#1604;&#1617;&#1616; &#1602;&#1614;&#1608;&#1618;&#1605;&#1613; &#1593;&#1616;&#1610;&#1583;&#1611;&#1575; &#1608;&#1614;&#1607;&#1614;&#1584;&#1614;&#1575; &#1593;&#1616;&#1610;&#1583;&#1615;&#1606;&#1614;&#1575; 

<br /><br />


<b> อบู บักรฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้เข้ามาในบ้านฉัน ในขณะที่ตอนนั้นมีทาสหญิงของชาวอันศอรฺสองคนกำลังร้องรำทำเพลงเป็นทำนองที่ชาวอันศอรฺร้องกันในวันบุอาษ (วันที่เผ่าเอาซ์และค็อซรอจญ์ทำสงครามในอดีต) อาอิชะฮฺได้บอกว่า ทั้งสองคนมิได้เป็นนักร้องเพลงแต่อย่างใด(คือไม่ได้ร้องประจำเป็นกิจวัตรหรือเป็นการเป็นงาน) ท่านอบู บักรฺ จึงกล่าวขึ้นว่า (พวกเจ้าปล่อยให้)มีเสียงขลุ่ยแห่งชัยฏอนในบ้านของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กระนั้นหรือ? เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันอีดหนึ่ง ท่านรอซูลลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม  กล่าวว่า "โอ้ อบู บักรฺ แท้จริงแล้ว สำหรับทุกกลุ่มชนจะมีวันอีด(วันรื่นเริง)สำหรับพวกเขา และนี่เป็นวันอีด(วันรื่นเริง)ของพวกเรา(ชาวมุสลิมทุกคน)" </b> อัลบุคอรีย์ หมายเลขที่ 952 และอิมามมุสลิม หมายเลขที่ 892<br /><br />




3. การเข้าร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลรื่นเริงของบรรดามุชริกีน  ถือเป็นการเลียนแบบพวกเขา ซึ่ง ท่านนบีมุฮัมหมัด ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า <br /><br />

<center>
 
&#1605;&#1614;&#1606;&#1618; &#1578;&#1614;&#1588;&#1614;&#1576;&#1617;&#1614;&#1607;&#1614; &#1576;&#1616;&#1602;&#1614;&#1608;&#1618;&#1605;&#1613; &#1601;&#1614;&#1607;&#1615;&#1608;&#1614; &#1605;&#1616;&#1606;&#1618;&#1607;&#1615;&#1605;&#1618;

<br /><br />

<b>&#8220;ผู้ใดเลียนแบบกลุ่มชนใด เขาก็เป็นส่วนหนึ่งจากกลุ่มชนนั้น</b> - รายงานโดย อบูดาวูด หะดิษหมายเลข 4031</center><br /><br />





อิบนุนะญีม อัลหะนะฟีย์ กล่าวว่า<br /><br />




&#1608;&#1614;&#1602;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614; &#1571;&#1614;&#1576;&#1615;&#1608; &#1581;&#1614;&#1601;&#1618;&#1589;&#1613; &#1575;&#1604;&#1618;&#1603;&#1614;&#1576;&#1616;&#1610;&#1585;&#1615; &#1585;&#1614;&#1581;&#1616;&#1605;&#1614;&#1607;&#1615; &#1575;&#1604;&#1604;&#1617;&#1614;&#1607;&#1615; &#1604;&#1614;&#1608;&#1618; &#1571;&#1614;&#1606;&#1617;&#1614; &#1585;&#1614;&#1580;&#1615;&#1604;&#1611;&#1575; &#1593;&#1614;&#1576;&#1614;&#1583;&#1614; &#1575;&#1604;&#1604;&#1617;&#1614;&#1607;&#1614; &#1578;&#1614;&#1593;&#1614;&#1575;&#1604;&#1614;&#1609; &#1582;&#1614;&#1605;&#1618;&#1587;&#1616;&#1610;&#1606;&#1614; &#1587;&#1614;&#1606;&#1614;&#1577;&#1611; &#1579;&#1615;&#1605;&#1617;&#1614; &#1580;&#1614;&#1575;&#1569;&#1614; &#1610;&#1614;&#1608;&#1618;&#1605;&#1615; &#1575;&#1604;&#1606;&#1617;&#1614;&#1610;&#1618;&#1585;&#1615;&#1608;&#1586;&#1616; &#1608;&#1614;&#1571;&#1614;&#1607;&#1618;&#1583;&#1614;&#1609; &#1573;&#1604;&#1614;&#1609; &#1576;&#1614;&#1593;&#1618;&#1590;&#1616; &#1575;&#1604;&#1618;&#1605;&#1615;&#1588;&#1618;&#1585;&#1616;&#1603;&#1616;&#1610;&#1606;&#1614; &#1576;&#1614;&#1610;&#1618;&#1590;&#1614;&#1577;&#1611; &#1610;&#1615;&#1585;&#1616;&#1610;&#1583;&#1615; &#1578;&#1614;&#1593;&#1618;&#1592;&#1616;&#1610;&#1605;&#1614; &#1584;&#1614;&#1604;&#1616;&#1603;&#1614; &#1575;&#1604;&#1618;&#1610;&#1614;&#1608;&#1618;&#1605;&#1616; &#1601;&#1614;&#1602;&#1614;&#1583;&#1618; &#1603;&#1614;&#1601;&#1614;&#1585;&#1614; &#1608;&#1614;&#1581;&#1614;&#1576;&#1614;&#1591;&#1614; &#1593;&#1614;&#1605;&#1614;&#1604;&#1615;&#1607;&#1615;


<br /><br />

   <b>อบูหัฟศิน อัลกะบีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่านกล่าวว่า &#8220; หากชายคนหนึ่ง เขาได้ทำการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ ตะอาลา เป็นเวลา 50 ปี ต่อมา เขาได้มาในวันเฉลิมฉลองนัยรูซ (เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย) และมอบไข่ฟองหนึ่งให้เป็นของขวัญแก่บรรดาพวกตั้งภาคี ในวันนั้น แน่นอน เขาตกเป็นกุฟูร และงานของเขาเป็นโมฆะ&#8221;</b> - อัลบะหฺรุลรออิก เล่ม 8 หน้า 555<br /><br />




อิบนุ หะญัร อัลหัยตะมีย์  นักปราชญ์มัซฮับชาฟิอี กล่าวว่า<br /><br />





&#1605;&#1606; &#1571;&#1602;&#1576;&#1581; &#1575;&#1604;&#1576;&#1583;&#1593; &#1605;&#1608;&#1575;&#1601;&#1602;&#1577; &#1575;&#1604;&#1605;&#1587;&#1604;&#1605;&#1610;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1589;&#1575;&#1585;&#1609; &#1601;&#1610; &#1571;&#1593;&#1610;&#1575;&#1583;&#1607;&#1605; &#1576;&#1575;&#1604;&#1578;&#1588;&#1576;&#1607; &#1576;&#1571;&#1603;&#1604;&#1607;&#1605; &#1608;&#1575;&#1604;&#1607;&#1583;&#1610;&#1577; &#1604;&#1607;&#1605; &#1608;&#1602;&#1576;&#1608;&#1604; &#1607;&#1583;&#1610;&#1578;&#1607;&#1605; &#1601;&#1610;&#1607; &#1608;&#1571;&#1603;&#1579;&#1585; &#1575;&#1604;&#1606;&#1575;&#1587; &#1575;&#1593;&#1578;&#1606;&#1575;&#1569; &#1576;&#1584;&#1604;&#1603; &#1575;&#1604;&#1605;&#1589;&#1585;&#1610;&#1608;&#1606; &#1608;&#1602;&#1583; &#1602;&#1575;&#1604; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605;  &#1605;&#1606; &#1578;&#1588;&#1576;&#1607; &#1576;&#1602;&#1608;&#1605; &#1601;&#1607;&#1608; &#1605;&#1606;&#1607;&#1605; 


<br /><br />


<b>ส่วนหนึ่งจากบิดอะฮที่น่าเกลียดที่สุด คือ การที่บรรดามุสลิม เห็นชอบกับบรรดาชาวคริสเตียนในเทศกาลรื่นเริงของพวกเขา ด้วยการเลียนแบบ การกิน การมอบของขวัญ และการรับของขวัญของพวกเขา ในเทศกาลนั้น และผู้คนส่วนมากที่ให้ความสนใจดังกล่าว คือ บรรดาชาวอียิปต์  ทั้งๆที่ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า &#8220; ผู้ใดเลียนแบบกลุ่มชนใด เขาก็เป็นส่วนหนึ่งจากกลุ่มชนนั้น &#8220;</b>  - ดู  ฟะตาวาอัลฟิกฮียะฮอัลกุบรอ เล่ม 4 หน้า 238<br /><br />



                  เราชาวมุสลิม มีเทศกาลรื่นเริงที่ถูกบัญญัติไว้แล้วเป็นการเฉพาะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ และเครื่องหมายแห่งอิสลาม คือ อีดิลฟิตรีและอีดอัลอัฎหา  เรามาภูมิใจกับเทศกาลรื่นเริงของเรา ชาวมุสลิม และอนุรักษ์มันไว้เถอะครับพี่น้องผู้ศรัทธา<br /><br />



-------------------------------------<br /><br />



บทความโดย  อะสัน หมัดอะดั้ม  <br /><br />

</description>
</item>

<item>
<title>ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนฮัจญ์</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=422</link>
<description>&#1576;&#1587;&#1605; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1575;&#1604;&#1585;&#1581;&#1605;&#1606; &#1575;&#1604;&#1585;&#1581;&#1610;&#1605;<br />
<br />


&#1601;&#1590;&#1604; &#1575;&#1610;&#1575;&#1605; &#1593;&#1588;&#1585; &#1583;&#1610; &#1575;&#1604;&#1581;&#1580;&#1577; &#1608;&#1575;&#1604;&#1571;&#1593;&#1605;&#1575;&#1604; &#1575;&#1604;&#1608;&#1575;&#1585;&#1583;&#1577; &#1601;&#1610;&#1607;&#1575; 
<br />
 

ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนฮัจญ์ รวมทั้งข้อปฎิบัติต่างๆ
<br /><br />
 

ความประเสริฐของ 10 วันแรกเดือนฮัจญ์
<br />
 

&#1601;&#1590;&#1604; &#1593;&#1588;&#1585; &#1583;&#1610; &#1575;&#1604;&#1581;&#1580;&#1577;

 <br /><br />

&#1585;&#1608;&#1609; &#1575;&#1604;&#1576;&#1582;&#1575;&#1585;&#1610; &#8211; &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1593;&#1606; &#1575;&#1576;&#1606; &#1593;&#1576;&#1575;&#1587; &#8211; &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607;&#1605;&#1575;- &#1571;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605;

&#1602;&#1575;&#1604; : "&#1605;&#1575; &#1605;&#1606; &#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1575;&#1604;&#1593;&#1605;&#1604; &#1575;&#1604;&#1589;&#1575;&#1604;&#1581; &#1601;&#1610;&#1607;&#1575; &#1571;&#1581;&#1576; &#1573;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1605;&#1606; &#1607;&#1584;&#1607; &#1575;&#1604;&#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1610;&#1593;&#1606;&#1610; &#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1575;&#1604;&#1593;&#1588;&#1585; &#1602;&#1575;&#1604;&#1608;&#1575;: &#1610;&#1575; &#1585;&#1587;&#1608;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1608;&#1604;&#1575; &#1575;&#1604;&#1580;&#1607;&#1575;&#1583; &#1601;&#1610; &#1587;&#1576;&#1610;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1567; &#1602;&#1575;&#1604; &#1608;&#1604;&#1575; &#1575;&#1604;&#1580;&#1607;&#1575;&#1583; &#1601;&#1610; &#1587;&#1576;&#1610;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1573;&#1604;&#1575; &#1585;&#1580;&#1604; &#1582;&#1585;&#1580; &#1576;&#1606;&#1601;&#1587;&#1607; &#1608;&#1605;&#1575;&#1604;&#1607; &#1579;&#1605; &#1604;&#1605; &#1610;&#1585;&#1580;&#1593; &#1605;&#1606; &#1584;&#1604;&#1603; &#1576;&#1588;&#1610;&#1569; "

 <br />

ได้รายงานจากบันทึกหะดีษของอิหม่ามบุคคอรีย์(รอฮิมะฮุ้ลลอฮ) จากท่านอิบนิอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านรซูล กล่าวว่า :
<br />
&#8220; ไม่มีวันใดที่การทำความดี จะเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮ์ มากไปกว่าการทำความดีในสิบวันนี้&#8221; ศอฮาบะห์ก็ถามว่า &#8220; ไม่มีแม้กระทั่งการทำญิฮาดเพื่ออัลลอฮ์กระนั้นหรือ?&#8221; ท่านรซูล กล่าวว่า &#8220; ไม่มีแม้กระทั่งการทำญิฮาดเพื่ออัลลอฮ์ นอกเสียจากชายคนหนึ่งที่ได้พาตัวเองและทรัพย์สินออกไปทำญิฮาดและไม่เหลือ อะไรกลับเลย&#8221; บันทึกโดยอัลบุคอรี , 2/457 (หะดีษ มัรฟูอ์เล่ารงจากท่านนบี)
<br /><br />
นอกจากนี้ อิหม่ามอะห์หมัด(รอฮิมะฮุ้ลลอฮ์)ได้บันทึกหะดีษในมุสนัดของท่าน เล่าจากอิบนุอุมัร (รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) จากท่านนบี กล่าว่า
<br /><br />
 

 

&#1608;&#1585;&#1608;&#1609; &#1575;&#1604;&#1573;&#1605;&#1575;&#1605; &#1571;&#1581;&#1605;&#1583; &#8211; &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1593;&#1606; &#1575;&#1576;&#1606; &#1593;&#1605;&#1585; &#8211; &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607;&#1605;&#1575; &#8211; &#1593;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1602;&#1575;&#1604; : " &#1605;&#1575; &#1605;&#1606; &#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1571;&#1593;&#1592;&#1605; &#1608;&#1604;&#1575; &#1571;&#1581;&#1576; &#1573;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1575;&#1604;&#1593;&#1605;&#1604; &#1601;&#1610;&#1607;&#1606; &#1605;&#1606; &#1607;&#1584;&#1607; &#1575;&#1604;&#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1575;&#1604;&#1593;&#1588;&#1585; &#1601;&#1571;&#1603;&#1579;&#1585;&#1608;&#1575; &#1601;&#1610;&#1607;&#1606; &#1605;&#1606; &#1575;&#1604;&#1578;&#1607;&#1604;&#1610;&#1604; &#1608;&#1575;&#1604;&#1578;&#1603;&#1576;&#1610;&#1585; &#1608;&#1575;&#1604;&#1578;&#1581;&#1605;&#1610;&#1583; "

 <br />

ไม่มีวันไหนที่จะยิ่งใหญ่ สูงสุดและเป็นที่รักชอบ ณ พระองค์ เท่ากับ สิบ วันแรกเดือน ฮัจญ์(ซุ้ลฮิจญะฮ์) ฉะนั้นพวกท่าน ทั้งหลายจงกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ อัลลอฮุอักบัร และอัลฮัมดุลิ้ลลาห์ ให้มากๆในวันวันเหล่านี้อิหม่ามอิบนุฮิบบาน(รอฮิมะฮุลลอฮ) ได้บันทึกไว้ใน ศอเหี๊ยะของท่าน เล่าโดยท่าน ญาบีร(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) จากท่านนบีกล่าวว่า

 <br />

" &#1608;&#1585;&#1608;&#1609; &#1575;&#1576;&#1606; &#1581;&#1576;&#1575;&#1606; &#8211; &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1601;&#1610; &#1589;&#1581;&#1610;&#1581;&#1607; &#1593;&#1606; &#1580;&#1575;&#1576;&#1585;- &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607; - &#1593;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1602;&#1575;&#1604; : " &#1571;&#1601;&#1590;&#1604; &#1575;&#1604;&#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1610;&#1608;&#1605; &#1593;&#1585;&#1601;&#1577;

 
<br />
วันที่ประเสริฐคือ วันอะรอฟะฮ์ (วันที่บรรดาผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์มารวมตัวกันที่ทุ่งอะรอฟะฮ์ ณ นครมักกะฮ์)

 

 <br /><br />

ข้อควร ปฎิบัติ ช่วงสิบวันแรก เดือนฮัจญ์   &#1571;&#1606;&#1608;&#1575;&#1593; &#1575;&#1604;&#1593;&#1605;&#1604; &#1601;&#1610; &#1607;&#1584;&#1607; &#1575;&#1604;&#1593;&#1588;&#1585;
<br />
 

1. การประกอบพิธีฮัจญ์หรือ อุมเราะห์ ท่านนบีกล่าวถึงความประเสริฐของเรื่องนี้ว่า
<br />
 

&#1602;&#1608;&#1604;&#1607; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; - :" &#1575;&#1604;&#1593;&#1605;&#1585;&#1577; &#1573;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1593;&#1605;&#1585;&#1577; &#1603;&#1601;&#1575;&#1585;&#1577; &#1604;&#1605;&#1575; &#1576;&#1610;&#1606;&#1607;&#1605;&#1575; &#1608;&#1575;&#1604;&#1581;&#1580; &#1575;&#1604;&#1605;&#1576;&#1585;&#1608;&#1585; &#1604;&#1610;&#1587; &#1604;&#1607; &#1580;&#1586;&#1575;&#1569; &#1573;&#1604;&#1575; &#1575;&#1604;&#1580;&#1606;&#1577; "

 <br />

จากอุมเราะห์หนึ่งไปอีกอุมเราะห์หนึ่ง เป็นการล้างปาบที่กระทำมา และการทำฮัจญ์ที่สมบูรณ์ ถูกต้อง ผลตอบแทนของมันคือ สววรค์เท่านั้น

 <br />

2. ควรถือศีลอดให้มากๆ หากสะดวกวันไหนก็ได้อยู่ในช่วง สิบวันแรกของเดือนฮัจญ์ ให้เลือกถือศีลอด โดยเฉพราะวัน อะรอฟะฮ์ เพราะการถือ ศีลอดเป็นอิบาดะห์ ชนิดเดี่ยวที่พระองค์อัลลอฮ จะตอบแทนด้วนตัวของพระองค์เอง  จากท่านอบู สะอิ๊ด อัลคุดรีย์(รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ท่านนบีกล่าวว่า

 
<br />
 &#1608;&#1593;&#1606; &#1571;&#1576;&#1610; &#1587;&#1593;&#1610;&#1583; &#1575;&#1604;&#1582;&#1583;&#1585;&#1610;- &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607; &#8211; &#1602;&#1575;&#1604; : &#1602;&#1575;&#1604; &#1585;&#1587;&#1608;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605;- : " &#1605;&#1575; &#1605;&#1606; &#1593;&#1576;&#1583; &#1610;&#1589;&#1608;&#1605; &#1610;&#1608;&#1605;&#1575;&#1611; &#1601;&#1610; &#1587;&#1576;&#1610;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1573;&#1604;&#1575; &#1576;&#1575;&#1593;&#1583; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1576;&#1584;&#1604;&#1603; &#1575;&#1604;&#1610;&#1608;&#1605; &#1608;&#1580;&#1607;&#1607; &#1593;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1575;&#1585; &#1587;&#1576;&#1593;&#1610;&#1606; &#1582;&#1585;&#1610;&#1601;&#1575;&#1611;"

&#1605;&#1578;&#1601;&#1602; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607;
<br />
ไม่มีบ่าวผู้ใดที่ถือศีลอด วันหนึ่งเพื่อหวังในหนทางของอัลลอฮ นอกเสียจากว่าพระองค์อัลลอฮ จะทรงให้ใบหน้าของเขา ออกห่างจากไฟนรก ถึง 70 ปี(โดยบุคคอรี และ มุสลิม)
<br />
 อีกหะดีษหนึ่ง บันทึกโดยอีหม่ามมุสลิม จากท่าน กอตาดะห์ ท่านนบีกล่าวว่า

 <br />

&#1608;&#1585;&#1608;&#1609; &#1605;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1593;&#1606; &#1571;&#1576;&#1610; &#1602;&#1578;&#1575;&#1583;&#1577; &#1593;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1602;&#1575;&#1604; : " &#1589;&#1610;&#1575;&#1605; &#1610;&#1608;&#1605; &#1593;&#1585;&#1601;&#1577; &#1575;&#1581;&#1578;&#1587;&#1576; &#1593;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1571;&#1606; &#1610;&#1603;&#1601;&#1585; &#1575;&#1604;&#1587;&#1606;&#1577; &#1575;&#1604;&#1578;&#1610; &#1602;&#1576;&#1604;&#1607; &#1608;&#1575;&#1604;&#1578;&#1610; &#1576;&#1593;&#1583;&#1607;"

 
<br />
การถือศีลอดในวันอารอฟะห์ ฉันหวังต่ออัลลอฮ์ในการที่พระองค์จะลบล้าางความผิดบาปในปีก่อนหน้านี้และปีหลังจากนี้

 

 <br />

3. ควรตักบีรให้มากๆในช่วง สิบวันแรก ซุ้ลฮิจญะห์ อัลลอฮ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

 
<br />
&#1604;&#1602;&#1608;&#1604;&#1607; &#8211; &#1578;&#1593;&#1575;&#1604;&#1609;- :" &#1608;&#1610;&#1584;&#1603;&#1585;&#1608;&#1575; &#1575;&#1587;&#1605; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1601;&#1610; &#1571;&#1610;&#1575;&#1605; &#1605;&#1593;&#1604;&#1608;&#1605;&#1575;&#1578; "

 
<br />
และให้พวกเขารำลึกถึง พระนามของอัลลอฮไว้ให้มากๆในวันดังกล่าวนักวิชาการให้ความหมายดังกล่าว คือช่วง สิบวันแรก เดือน ซุลฮิจญะห์ โดยนำหลักฐานยืนยันจาก หะดีษ ของท่าน อิบนุ อุมัร บันทึก โดยอิหม่ามอะห์หมัด(รอฮิมะฮุ้ลลอฮ)ในเรื่องดังกล่าวท่านนบีกล่าวว่า

 <br />

&#1604;&#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1575;&#1576;&#1606; &#1593;&#1605;&#1585; &#8211; &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607;&#1605;&#1575;- &#1593;&#1606; &#1571;&#1581;&#1605;&#1583; &#8211; &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1608;&#1601;&#1610;&#1607; " &#1601;&#1571;&#1603;&#1579;&#1585;&#1608;&#1575; &#1601;&#1610;&#1607;&#1606; &#1605;&#1606; &#1575;&#1604;&#1578;&#1607;&#1604;&#1610;&#1604; &#1608;&#1575;&#1604;&#1578;&#1603;&#1576;&#1610;&#1585; &#1608;&#1575;&#1604;&#1578;&#1581;&#1605;&#1610;&#1583;"

 
<br />
จงกล่าวคำตักบีรและ ลาอิลาฮ่า อิลลัลลอฮุ และอัลฮัมดุ ลิลลา ให้มากๆในช่วงแรก สิบวันของเดือนฮัจญ์

 <br />

นอกจากนี้ อิหม่าม บุคอรี ได้บันทึกไว้ใน ศอเฮี้ย ของท่านว่า

 <br />

&#1608;&#1584;&#1603;&#1585; &#1575;&#1604;&#1576;&#1582;&#1575;&#1585;&#1610; &#8211; &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1593;&#1606; &#1575;&#1576;&#1606; &#1593;&#1605;&#1585; &#1608;&#1593;&#1606; &#1571;&#1576;&#1610; &#1607;&#1585;&#1610;&#1585;&#1577; &#8211; &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607;&#1605; &#8211; &#1571;&#1606;&#1607;&#1605;&#1575; &#1603;&#1575;&#1606;&#1575; &#1610;&#1582;&#1585;&#1580;&#1575;&#1606; &#1573;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1587;&#1608;&#1602; &#1601;&#1610; &#1575;&#1604;&#1593;&#1588;&#1585;&#1548; &#1601;&#1610;&#1603;&#1576;&#1585;&#1608;&#1606; &#1608;&#1610;&#1603;&#1576;&#1585; &#1575;&#1604;&#1606;&#1575;&#1587; &#1576;&#1578;&#1603;&#1576;&#1610;&#1585;&#1607;&#1605;&#1575;

 <br />

เมื่ออย่างเช้า สิบวันแรกเดือนฮัจญ์ ท่านอิบนุอุมัร และท่านอบู ฮุร็อยรอฮ ท่านทั้งสองจะออกไปตลาด เพื่อสอนคนกล่าวตักบีร ประชาชาชนในตลาดก็จะกล่าวตักบีร ตามท่านทั้งสองและยังมีรายงานจากท่านอิสฮากบินรอฮะวีย์ จากการปฎิบัติของเหล่านักฟิกฮฺ(นักกฎหมาย) ชาวตาบีอีน (กลุ่มชนที่ทันพบปะ กับศอฮาบะห์) พวกเขาจะพากันตักบีร ในช่วง สิบวันแรกเดือน ฮัจญ์ โดยกล่าวว่า อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุอักบัร วะลิ้ลลา ลิ้ลฮัม และชอบให้เปร่งเสียง(มุสตะฮับ) ตามท้องตลาด บนถนน ในบ้านเรือน ในมัสยิด และที่อื่นๆเป็นต้น

 <br />

อัลลอฮตรัสว่า

 <br />

&#1604;&#1602;&#1608;&#1604;&#1607; &#8211; &#1578;&#1593;&#1575;&#1604;&#1609;-: " &#1608;&#1604;&#1578;&#1603;&#1576;&#1585;&#1608;&#1575; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1609; &#1605;&#1575; &#1607;&#1583;&#1575;&#1603;&#1605; "

 <br />

และสู้เจ้าจงกล่าวคำตักบีรต่อสิ่งที่อัลลอฮได้นำทางสู้เจ้าเถิด
<br />
ไม่อนุญาติให้กล่าวตักบีรในรูปญะมาอะห์(เป็นคณะ)โดยกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ซึ่งรูปแบบดังกล่าวไม่ปรากฎการกระทำ เช่นนี้มาก่อนจากมวลสลัฟ(บรรพชนยุคแรก) แต่ให้กล่าวของใครของมัน แต่ผู้ที่อ่านไม่เป็นก็ให้นำมาสอนอ่านได้

 <br />

4. ให้เตาบะห์(ขอลุกะโทษ) ออกห่างจากความชั่วเยอะๆ เพื่อที่จะได้รับความเมตตาและการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ การประกอบคุณงามความดี เป็นเหตุให้ได้รับความใกล้ชิดระหว่างบ่าวกับพระองค์ และเพิ่มความรักให้กับตัวเอง ณ ที่อัลลอฮ เล่าจาก อบูฮุร็อยลอฮ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านนบีกล่าวว่า

 <br />

&#1575;&#1604;&#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1593;&#1606; &#1571;&#1576;&#1610; &#1607;&#1585;&#1610;&#1585;&#1577; &#8211; &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607; &#8211; &#1571;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1602;&#1575;&#1604; :" &#1573;&#1606; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1610;&#1594;&#1575;&#1585; &#1608;&#1594;&#1610;&#1585;&#1577; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1571;&#1606; &#1610;&#1571;&#1578;&#1610; &#1575;&#1604;&#1605;&#1585;&#1569; &#1605;&#1575; &#1581;&#1585;&#1605; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; " &#1605;&#1578;&#1601;&#1602; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607;

 
<br />
แน่แท้อัลลอฮ์ทรงหึงหวง(การหึงหวงไม่เหมือนการหึงหวงของมนุษย์) และการหึงหวงของพระองค์ คือการที่บ่าวมาทำในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามต่อเขา(โดย บุคคอรี และ มุสลิม)

 <br />

5. ทำคุณงามความดีให้มากๆ นมาซซุนนะห์ให้เยอะๆ จ่ายศอดะกอฮ์ ทำสงคลามเพื่ออัลลอฮ์ (ญิฮาด) กำชับกันในเรื่องความดี ห้ามปรามกันในเรื่องความชั่ว เนื่องจากว่าคุณงามความดีในช่วง 10 วันแรกเดือนฮัจญ์ประเสริฐกว่าการทำสงคลาม หลั่งเลือดเพื่ออัลลอฮ์

 <br />

6. มีข้อบัญญัติให้กล่าวตักบีร ทุกเวลา ในกลางวัน ในกลางคืน จนกระทั่งละหมาดอีดิ้ล อัฎฮา ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปประกอบ พิธี ฮัจญ์ ให้ตักบีรหลังละหมาดฟัรฎู ช่วงเช้าหลังละหมาด ฟัจร์(ซุบฮิ)วันอะรอฟะห์ ส่วนผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ ให้เริ่ม กล่าวหลัง นะมาซ ซุหริ(นมาซบ่าย) ของวันทำ อุฎฮียะห์(เชือดสัตย์ , เชือดกรุบาน) ไปจนถึง นมาซ อัสริ(เย็น) วันสุดท้ายของวันตัชรีก (หลังอีดสามวัน)ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่นครมักกะฮฺด้วย
<br />
 

7. ให้เชือดสัตว์ หลังวันอีดถือเป็นข้อบัญญัติและหลังจากอีด 3 วัน เพราะเป็นแบบฉบับของท่านนบี อิบรอฮีม (อะลัยฮิสซอลาห์ วัสสลาม) ในขณะที่ท่านกำลังจะเชือดลูกตัวเอง พลีให้กับพระเจ้า อัลลอฮ์จึงนำสัตว์มาเปลี่ยนให้ท่าน ในเรื่องนี้มีหลักฐานโดย หะดีษของท่าน อิหม่าม บุคคอรี และ อิหม่าม มุสลิม
<br /><br />
 &#1608;&#1602;&#1583; &#1579;&#1576;&#1578; &#1571;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1590;&#1581;&#1609; &#1576;&#1603;&#1576;&#1588;&#1610;&#1606; &#1571;&#1605;&#1604;&#1581;&#1610;&#1606; &#1571;&#1602;&#1585;&#1606;&#1610;&#1606; &#1584;&#1576;&#1581;&#1607;&#1605;&#1575; &#1576;&#1610;&#1583;&#1607; &#1608;&#1587;&#1605;&#1609; &#1608;&#1603;&#1576;&#1585; &#1608;&#1608;&#1590;&#1593; &#1585;&#1580;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1609; &#1589;&#1601;&#1575;&#1581;&#1607;&#1605;&#1575;" &#1605;&#1578;&#1601;&#1602; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607;

 
<br />
และได้มีหลักฐานยืนยันว่าแท้จริงท่านนบี อิบรอฮีม ได้เชือดแพะที่มีสีขาวปนกับสีดำ และเริ่มจะมีเขางอก สองตัว ท่านจะเชือดด้วยกับมือของท่านเอง พร้อมกับกล่าวพระนามของอัลลอฮ และกล่าวตักบีร โดยจะเอาเท้าของท่านกดตรงที่ขาหน้าทั้งสองของแพะ (โดย บุคคอรี และ มุสลิม)

 
<br />
8. รายงานโดยอีหม่ามมุสลิม รอฮิมะฮุ้ลลอฮ และคนอื่นๆด้วย จากอุมมุสะละมะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านนบี ซ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
<br /><br />
 &#1585;&#1608;&#1609; &#1605;&#1587;&#1604;&#1605;- &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#8211; &#1608;&#1594;&#1610;&#1585;&#1607; &#1593;&#1606; &#1571;&#1605; &#1587;&#1604;&#1605;&#1577;- &#1585;&#1590;&#1610; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1606;&#1607;&#1575;- &#1571;&#1606; &#1575;&#1604;&#1606;&#1576;&#1610; &#8211; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; &#8211; &#1602;&#1575;&#1604; :" &#1573;&#1584;&#1575; &#1585;&#1571;&#1610;&#1578;&#1605; &#1607;&#1604;&#1575;&#1604; &#1584;&#1610; &#1575;&#1604;&#1581;&#1580;&#1577; &#1608;&#1571;&#1585;&#1575;&#1583; &#1571;&#1581;&#1583;&#1603;&#1605; &#1571;&#1606; &#1610;&#1590;&#1581;&#1610; &#1601;&#1604;&#1610;&#1605;&#1587;&#1603; &#1593;&#1606; &#1588;&#1593;&#1585;&#1607; &#1608;&#1571;&#1592;&#1601;&#1575;&#1585;&#1607; " 

 
<br />
เมื่อพวกเขาเห็นจันทร์เสียว ของเดือน ซุ้ลฮิจญะห์ และคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้า ต้องการเชือด สัตว์และจงอย่าตัดเล็บ ตัดผมทุกชนิด
<br />
อนึ่ง เพื่อว่าลักษณะดังกล่าวจะไปตรงกับข้อห้ามของผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ อันนี้มิได้รวมถึงผู้ที่เป็นภรรยาของผู้ที่จะเชือดสัตว์และลูกๆ เว้นแต่ว่าบุคคลดังกล่าวจะร่วมหุ้นเชือดสัตว์ด้วย หากว่าจะสระผม หรืผทร่วงขณะที่สระผม ถือว่าไม่เป็นไร

 <br />

 

9. ให้มุสลิมทุกคนพยายามละหมาดอีด ฟังคุตบะห์ นำไปปฎิบัติในการดำเนิดชีวิต เนื่องจากวันอีดคือวันแห่งการทำความดีขอบคุณอัลลอฮ ห่างจากการกระทำอันชั่วร้าย ห้ามนำเทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่งความชั่ว เปิดประตูต้อนรับสิ่งเลวร้ายเช่น เสียเพลงดนตรี เหล้ายาปลาปิ้ง เพราะอาจจะทำให้การงานที่สะสมไว้ช่วง 10 วันแรกเดือนฮัจญ์ โมฆะได้สุดท้ายนี้ขอขอบคุณต่ออัลลอฮ และทรงช่วยนำทางแก่บ่าว ของพระองค์ด้วยเถิด

 

 

 

 
<br /><br />
รวบรวมมาจาก 

 
<br /><br />
&#1601;&#1590;&#1610;&#1604;&#1577; &#1575;&#1604;&#1588;&#1610;&#1582; / &#1593;&#1576;&#1583; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1576;&#1606; &#1593;&#1576;&#1583; &#1575;&#1604;&#1585;&#1581;&#1605;&#1606; &#1576;&#1606; &#1580;&#1576;&#1585;&#1610;&#1606;

 <br /><br />

เชคอับดุลลอฮ บิน อับดุลลอฮมาน บิน ญิบลีล </description>
</item>

<item>
<title>ข้อตัดสินของเสียงเพลงและดนตรี ตอนที่1</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=421</link>
<description><b>&#1581;&#1603;&#1605; &#1575;&#1604;&#1594;&#1606;&#1575;&#1569; </b><br /><br />
<b>
ข้อตัดสินของเสียงเพลงและดนตรี</b><br /><br /><font> 

&#1571;&#1583;&#1604;&#1577; &#1578;&#1581;&#1585;&#1610;&#1605;&#1607; &#1608;&#1571;&#1602;&#1608;&#1575;&#1604; &#1576;&#1593;&#1590; &#1575;&#1604;&#1593;&#1604;&#1605;&#1575;&#1569; &#1601;&#1610;&#1607; 

<br /><br />หลักฐานประกอบการห้ามพร้อมประมวลคำพูดของนักวิชาการบางท่านในเรื่องดังกล่าว<br /> 

&#1588;&#1610;&#1582; &#1575;&#1604;&#1573;&#1587;&#1604;&#1575;&#1605; &#1573;&#1576;&#1606; &#1578;&#1610;&#1605;&#1610;&#1607;  &#1585;&#1581;&#1605;&#1607;&#1604;&#1607; 

<br />&#1575;&#1604;&#1573;&#1605;&#1575;&#1605; &#1573;&#1576;&#1606; &#1575;&#1604;&#1602;&#1610;&#1605; - &#1585;&#1581;&#1605;&#1607; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; 

<br />&#1575;&#1604;&#1588;&#1610;&#1582; &#1593;&#1576;&#1583; &#1575;&#1604;&#1593;&#1586;&#1610;&#1586; &#1576;&#1606; &#1576;&#1575;&#1586; 

<br />ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์ 

<br />อิหม่าม อิบนุ ก็อยยิม ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์ 

<br />เชคอับดุลอะซีซบินบาซ ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์<font><br />&#1575;&#1604;&#1581;&#1605;&#1583; &#1604;&#1604;&#1607; &#1608;&#1575;&#1604;&#1589;&#1604;&#1575;&#1577; &#1608;&#1575;&#1604;&#1587;&#1604;&#1575;&#1605; &#1593;&#1604;&#1609; &#1585;&#1587;&#1608;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1608;&#1576;&#1593;&#1583; 

<br />มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์อัลลอฮผู้เป็นพระเจ้า และขอความสันติความจำเริญจงประสบแด่ท่านนบี มุฮัมหมัดศาสนาทูต(ขอพระองค์ทรงประทานความสันติสุขแด่ท่านด้วย) 
การฟังเสียงเพลง หรือดนตรี ถือว่าเป็สิ่งหะรอม(ต้องห้าม)เด็ดขาดและนับว่าเป็นความชั่วร้าย และเป็นเหตุให้เกิดโรคร้ายขึ้นในจิตใจและความดื้อดึงกระด้างกระเดื่องต่อพระองค์อัลลอฮ โดยเฉพาะนักวิชาการบางท่านได้กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มวลนักปราชญ์ทั้งมวลมีมติห้ามฟังเสียงเพลงและดนตรีทุกชนิด<br /><br /> 

&#1571;&#1583;&#1604;&#1577; &#1575;&#1604;&#1578;&#1581;&#1585;&#1610;&#1605; 

<br />หลักฐานประกอบการฟังเพลงและเสียงดนตรี จากอัลกรุอ่านและอัลหะดีษ 

<br /><br />หลักฐานที่หนึ่ง อัลลอฮทรงตรัสว่า<br /><br /> 

&#1602;&#1575;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1578;&#1593;&#1575;&#1604;&#1609; - &#1608;&#1614;&#1605;&#1616;&#1606;&#1614; &#1575;&#1604;&#1606;&#1614;&#1617;&#1575;&#1587;&#1616; &#1605;&#1614;&#1606;&#1618; &#1610;&#1614;&#1588;&#1618;&#1578;&#1614;&#1585;&#1616;&#1610; &#1604;&#1614;&#1607;&#1618;&#1608;&#1614; &#1575;&#1604;&#1618;&#1581;&#1614;&#1583;&#1616;&#1610;&#1579;&#1616; &#1604;&#1616;&#1610;&#1615;&#1590;&#1616;&#1604;&#1614;&#1617; &#1593;&#1614;&#1606;&#1618; &#1587;&#1614;&#1576;&#1616;&#1610;&#1604;&#1616; &#1575;&#1604;&#1604;&#1614;&#1617;&#1607;&#1616; &#1576;&#1616;&#1594;&#1614;&#1610;&#1618;&#1585;&#1616; &#1593;&#1616;&#1604;&#1618;&#1605;&#1613; &#1608;&#1614;&#1610;&#1614;&#1578;&#1614;&#1617;&#1582;&#1616;&#1584;&#1614;&#1607;&#1614;&#1575; &#1607;&#1615;&#1586;&#1615;&#1608;&#1611;&#1575; &#1571;&#1615;&#1608;&#1604;&#1614;&#1574;&#1616;&#1603;&#1614; &#1604;&#1614;&#1607;&#1615;&#1605;&#1618; &#1593;&#1614;&#1584;&#1614;&#1575;&#1576;&#1612; &#1605;&#1607;&#1610;&#1606; &#1608;&#1614;&#1573;&#1616;&#1584;&#1614;&#1575; &#1578;&#1615;&#1578;&#1618;&#1604;&#1614;&#1609; &#1593;&#1614;&#1604;&#1614;&#1610;&#1618;&#1607;&#1616; &#1569;&#1614;&#1575;&#1610;&#1614;&#1575;&#1578;&#1615;&#1606;&#1614;&#1575; &#1608;&#1614;&#1604;&#1614;&#1617;&#1609; &#1605;&#1615;&#1587;&#1618;&#1578;&#1614;&#1603;&#1618;&#1576;&#1616;&#1585;&#1611;&#1575; &#1603;&#1614;&#1571;&#1614;&#1606;&#1618; &#1604;&#1614;&#1605;&#1618; &#1610;&#1614;&#1587;&#1618;&#1605;&#1614;&#1593;&#1618;&#1607;&#1614;&#1575; &#1603;&#1614;&#1571;&#1614;&#1606;&#1614;&#1617; &#1601;&#1616;&#1610; &#1571;&#1615;&#1584;&#1615;&#1606;&#1614;&#1610;&#1618;&#1607;&#1616; &#1608;&#1614;&#1602;&#1618;&#1585;&#1611;&#1575; &#1601;&#1614;&#1576;&#1614;&#1588;&#1616;&#1617;&#1585;&#1618;&#1607;&#1615; &#1576;&#1616;&#1593;&#1614;&#1584;&#1614;&#1575;&#1576;&#1613; &#1571;&#1614;&#1604;&#1616;&#1610;&#1605;&#1613; 

<br /><br />(( และในหมู่มนุษย์มีผู้ซื้อเอา เรื่องไร้สาระ เพื่อทำให้เขาหลงไปจากทางของพระองค์อัลลอฮ โดยปราศจากความรู้ และถือเอามันเป็นเรื่องขบขัน ชนเหล่านี้แหละที่พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ))(ซูเราะหฺ ลุกมาน 6-7) 

<br /><br />ท่านอีหม่าม อัลวาฮิดีย์ และท่านอื่นๆกล่าวว่า นักตัฟซีร(ขยายความ)ขออัลกรุอ่าน ส่วนมากกล่าวว่า : คำว่า ละห์วัลหะดีษ ( &#1604;&#1614;&#1607;&#1618;&#1608;&#1614; &#1575;&#1604;&#1618;&#1581;&#1614;&#1583;&#1616;&#1610;&#1579;&#1616;) (เรื่องไร้สาระ)หมายถึง เสียงเพลง และดนตรี นอกจากนี้ 

<br />ท่านอับดุลลอฮ อิบนุ อับบาส และท่าน อิบนิมัอู๊ด ท่านมุญาฮิด และอิกริมะฮ์ ได้มีมติ เห็นพ้องต้องกันทุกคนว่า โองการดังกล่าวถูกประทานมา เกี่ยวกับเรื่องการห้ามฟังเสียงเพลงและดนตรี และ 

<br />ยังมีริวายะห์ (สายสืบ) เล่ามาจากอิบนุมัสอู๊ดว่า ด้วยพระนามของอัลลอฮ ผู้ที่ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใด สมควรแก่การกราบไหว้จากสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด นอกจากพระองค์เท่านั้น คำว่า( &#1604;&#1614;&#1607;&#1618;&#1608;&#1614; &#1575;&#1604;&#1618;&#1581;&#1614;&#1583;&#1616;&#1610;&#1579;&#1616; ) ละห์วัลหะดีษ ในอายะห์ดังกล่าวหมายถึงการร้องรำทำเพลง <br /><br />
<br /><br />หลักฐานที่ 2 จากหะดีษของท่านนบี มุฮัมหมัด 

<br />ท่านนบีกล่าวว่า<br /><br /> 

&#1575;&#1604;&#1583;&#1604;&#1610;&#1604; &#1575;&#1604;&#1579;&#1575;&#1606;&#1610; &#1605;&#1606; &#1575;&#1604;&#1587;&#1606;&#1577;  <br />จะมีชนหลายกลุ่มเกิดขึ้นจากประชาชาติของฉัน พวกเขาจะแสวงหาวิธีที่ทำให้การละเมิดประเวณี(ซินา) การสวมผ้าไหม การดืมสุรา และการร้องรำทำเพลงเป็นที่อนุมัติ(หะล้าล)<br /><br /> 

&#1608;&#1608;&#1580;&#1607; &#1575;&#1604;&#1583;&#1604;&#1575;&#1604;&#1577; &#1605;&#1606;&#1607; &#1571;&#1606; &#1575;&#1604;&#1605;&#1593;&#1575;&#1586;&#1601; &#1607;&#1610; &#1570;&#1604;&#1575;&#1578; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1608; &#1603;&#1604;&#1605;&#1607;&#1575;&#1604;&#1575; &#1582;&#1604;&#1575;&#1601; &#1576;&#1610;&#1606; &#1571;&#1607;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1594;&#1577; &#1601;&#1610; &#1583;&#1575;&#1604;&#1603; 

<br /><br />สิ่งที่จะนำมายืนยัน เป็นหลักฐาน จากอัลหะดีษ ดังกล่าวคือคำว่า "มะอาซีฟ" ที่ถูกกล่าวไว้ในหะดีษดังกล่าวนั้น ซึ่งแปลว่า (เครื่อง ดีดสี ตีเป่า ทุกชนิด) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีนักภาษาศาสตร์ ท่านใดคัดค้านทางด้านความหมายเป็นอันขาด คำที่สอง ถูกกล่าวไว้ ในตัวบทหะดีษคือคำว่า "&#1610;&#1587;&#1578;&#1581;&#1604;&#1608;&#1606;" ยัซตะฮิลลูน(พวกเขาทั้งหลายจะแสวงหา วิธีให้เป็นที่อนุมัติ) หมายถึงเครื่องดีดสี ตีเป่า เป็นที่หะรอม(ต้องห้าม)ตามข้อบัญญัติของอัลลอฮ ภายหลังพวกเขาก็แสวงหาวิธีที่ทำให้ ฮะล้าล (อนุมัติจนได้)<br /><br /> มีต่อ อินชาอัลลอฮ <br /><ul>





_________________________ 
<br />
&#1605;&#1603;&#1578;&#1576;&#1577; &#1571;&#1607;&#1604; &#1575;&#1604;&#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1608;&#1575;&#1604;&#1575;&#1579;&#1575;&#1585; 
<br />
ห้องสมุด อะฮลุ้ลหะดีษ วัลอาษาร </font>
</description>
</item>

<item>
<title>อัลอาม ( &#1575;&#1604;&#1593;&#1575;&#1605; ) </title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=420</link>
<description>&#1575;&#1604;&#1593;&#1575;&#1605;<font><b>     อัลอาม<br /><br /> คำนิยาม ของคำว่า อัลอาม ( &#1575;&#1604;&#1593;&#1575;&#1605; ) ตามภาษาของ นักนิติศาสตร์ อิสลาม คือ 
ทุกๆ คำที่บ่งชี้ถึง สิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยมิได้ เจาะจง หรือจำกัด ซึ่งหมายความว่า จะไม่มีประโยคหนึ่งประโยคใด หรือความหมายอันหนึ่งอันใด<br /><br />ตัวอย่างเช่น &#1575;&#1604;&#1585;&#1580;&#1575;&#1604;   ชายกลุ่มหนึ่ง<br /><br /> นอกจากนี้ความหมายของความว่า อัลอาม ( &#1575;&#1604;&#1593;&#1575;&#1605; ) ตามหลักของนักนิติศาสตร์อิสลาม ได้วางกฎ พื้นฐาน กฎหมายอิสลามไว้ว่า <br /><br />
&#1575;&#1604;&#1571;&#1589;&#1604; &#1601;&#1610; &#1603;&#1604; &#1571;&#1605;&#1585; &#1605;&#1606; &#1575;&#1604;&#1571;&#1605;&#1608;&#1585; &#1610;&#1601;&#1610;&#1583; &#1575;&#1604;&#1608;&#1580;&#1608;&#1576; <br /> เดิมแล้วคำสั่งใช้ อันหนึ่งอันใด ในศาสนา หรือข้อสั่งใช้ใดๆ หมายถึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามนั้น <br /><br /> นั้นหมายถึงการ ไม่อนุญาต ให้กระทำ หรือ ปฏิบัติตาม ตัวบทท่อนหนึ่ง ท่อนใด ที่หมายถึงเป็นคำสั่งใช้ โดย ทั่วๆไป ตราบใดที่เรายังไม่ได้ รับการยืนยัน ว่าชาว สลัฟ ได้ปฏิบัติในสิ่งดังกล่าว เอาไว้ หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงจำเป็นที่เรา จะต้องยึด และ ปฏิบัติตามตัวบท ที่บ่งหรือชี้เอาไว้ โดยมิได้มีการเจาะจง เว้นแต่ กรณีที่จะมี &#1583;&#1604;&#1610;&#1604;  หลักฐาน อันหนึ่ง อันใดมาจำกัด หรือเจาะจงเอาไว้ ซึ่ง &#1583;&#1604;&#1610;&#1604; นั้นๆ อาจมาจากตัวของท่าน รอซูลุ้ลลอฮเอง เช่น จากคำพูด หรือการ ปฏิบัติของท่าน หรือจากคนหนึ่งคนใดจากมวล ศอฮาบะห์ <br /><br />  ยกตัวอย่างเช่น <br /><br /> &#1602;&#1575;&#1604; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1578;&#1593;&#1575;&#1604;&#1609;  &#1608;&#1614;&#1575;&#1604;&#1587;&#1614;&#1617;&#1575;&#1585;&#1616;&#1602;&#1615; &#1608;&#1614;&#1575;&#1604;&#1587;&#1614;&#1617;&#1575;&#1585;&#1616;&#1602;&#1614;&#1577;&#1615; &#1601;&#1614;&#1575;&#1602;&#1618;&#1591;&#1614;&#1593;&#1615;&#1608;&#1575; &#1571;&#1614;&#1610;&#1618;&#1583;&#1616;&#1610;&#1614;&#1607;&#1615;&#1605;&#1614;&#1575;  <br /><br />
อัลลอฮ ทรงตรัสว่า ชายที่ขโมยและหญิงที่ขโมย จงตัดมือของเขาทั้งสอง(คน)<br /><br /> จากอายะห์ ข้างต้นนี้ เรียกว่า อาม เพราะ อัลลอฮ พระองค์ มิได้ทรง เจาะจงว่าเป็นผู้ใด ที่ให้ตัดมือ เช่น จงตัดมือชาย คนนี้ คือ นาย อามีน เป็นต้น<br /><br /> อีกหนึ่งตัวอย่าง<br /><br />อย่างเช่น  หออาซาน ตามที่เราทราบว่าในยุคของท่านนบานั้นถูกกล่าวว่าเอาไว้หรือไม่ หรือการจัดงานเมาลิด  การอุตริดังกล่าวข้างต้นไม่มีปรากฏในหลักฐาน แต่อย่างใด ในศาสนาเมื่อเป็นเช่นนั้นเรานำเอาการกระทำ บิดอะห์ ดังกล่าวมาจากไหน!! <br /><br />จึงสรุปได้ว่า เดิมแล้วตัวบททุกๆตัวบทที่บ่งบอกเอาไว้โดยมิได้เจาะจง เอาไว้ในเรื่องหนึ่งเรื่องใด อันนี้เป็ว วาญิบ ให้ปฏิบัติ ตามตัวบทนั้นทันทีว่า เว้นแต่ เราขออ้างถึงว่า  ในกรณีที่ตัวบทที่ไม่ได้มีการเจาะจง มีการยืนยัน อย่างชัดเจนว่า  มวลบรรดา อัสสะละฟุสศอลิห  ซึ่งพวกเขา เข้าใจ และ ปราศเปรื่อง ในเรื่องศาสนา พวกเขามิได้ เข้าใจไปตามนั้น !!     
อันนี้ให้ถือว่า จำเป็นที่จะต้อง ปฏิบัติ ตามตัวบท ที่บ่งชี้ถึง เรื่องหนึ่งโดยทั่วไป 


<br /><br />
&#1605;&#1603;&#1578;&#1576;&#1577; &#1571;&#1607;&#1604; &#1575;&#1604;&#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1608;&#1575;&#1604;&#1575;&#1579;&#1575;&#1585; <br /><br />
ห้องสมุด อะฮลุ้ลหะดีษ วัลอาษาร<br /><br /></description>
</item>

<item>
<title>ตอนที่ 31 ฮะดีษ ชาซ </title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=419</link>
<description><b><font>คำนิยามของ หะดิษชาซ (&#1575;&#1604;&#1588;&#1575;&#1584;) <br /><br /> หะดิษ (&#1575;&#1604;&#1588;&#1575;&#1584;) อัชชาซคือ<br /><br />
"&#1605;&#1575;&#1585;&#1608;&#1575;&#1607; &#1575;&#1604;&#1579;&#1602;&#1577; &#1605;&#1582;&#1575;&#1604;&#1601;&#1575; &#1604;&#1605;&#1575;&#1585;&#1608;&#1575;&#1607; &#1575;&#1604;&#1579;&#1602;&#1575;&#1578; &#1575;&#1608; &#1575;&#1604;&#1571; &#1608;&#1579;&#1602; &#1605;&#1606;&#1607;"
<br /><br />สิ่งที่ถูกเล่าจากผู้ที่เชื่อถือได้ แต่ก็ไปขัดกับสิ่งที่ถูกรายงานจากบุคคลที่เชื่อถือได้มากกว่านั้นเป็นจำนวนมาก หรือจากบุคคลที่ถูกยอมรับมากกว่า การให้คำจำกัดความอันนี้ดูเหมือนว่า จะเป็นของอิหม่ามอัชชาฟิอียฺ และนักหะดิษบางกลุ่มจากฮิญาซฺ (โปรดดูหนังสือ ตัดรีบุ้ลรอวียฺ โดย อิหม่ามอัสสุยตียฺเสียชีวิตเมื่อ ฮิจเราะฮฺที่ 711 แผ่นที่ 232) <br /><br />ส่วนท่านอิหม่ามฮากิม อัลนัยซาบูรียฺ เสียชีวิตฮิจเราะฮฺที่ 405 ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มะอฺริฟะอฺอุลูมุลหะดิษของท่านเอาไว้ว่า:<br /><br />
&#1602;&#1575;&#1604; &#1575;&#1604;&#1581;&#1575; &#1603;&#1605; &#1601;&#1610; &#1575;&#1604;&#1605;&#1593;&#1585;&#1601;&#1577;  "&#1601;&#1571;&#1605;&#1575; &#1575;&#1604;&#1588;&#1575;&#1584; &#1601;&#1573; &#1606;&#1607; &#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1610;&#1578;&#1601;&#1585;&#1583;&#1576;&#1607; &#1579;&#1602;&#1577; &#1605;&#1606; &#1575;&#1604;&#1579;&#1602;&#1575;&#1578; &#1608;&#1604;&#1610;&#1587; &#1604;&#1604;&#1605;&#1581;&#1583;&#1579; &#1571;&#1589;&#1604; 
&#1605;&#1578;&#1575; &#1576;&#1593; &#1604;&#1583;&#1575; &#1604;&#1603; &#1575;&#1604;&#1579;&#1602;&#1577;"  
<br /><br />ส่วนหะดิษอัชชาซนั้นคือ หะดิษที่มีการบอกเล่าในหะดิษนั้นซึ่งมีนักเล่าเพียงคนเดียวที่เชื่อถือได้จากผู้ที่เชื่อถือได้ทั้งหลาย โดยที่ไม่มีสายสืบอื่นมาเสริม หรือไม่มีการติดตามจากนักเล่าหะดิษท่านอื่นเลยสักคนที่เชื่อถือได้ (จากหนังสือมะอฺริฟะฮฺอุลูมุ้ลหะดิษ โดยท่านฮากิม แผ่นที่ 119) <br /><br /> หากผู้ที่อ่านได้สังเกตดูถึงคำจำกัดความของหะดิษ อัชชาซ ระหว่างอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ และท่านอื่นๆ กับของอิหม่ามฮากิม จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำจำกัดความของอิหม่ามอัชชาฟิอียฺ เอ่ยถึงเฉพาะการเล่าหะดิษของนักเล่าที่ไปขัดกับสายสืบของผู้อื่นที่เขาน่าเชื่อถือมากกว่าเพียงเท่านั้น <br />ส่วนคำจำกัดความของท่านฮากิม อัลนัยซาบูรี ก็กล่าวเช่นเดียวกับอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ แต่เพิ่มคำว่า โดยไม่มีสายสืบ (อิสนาด) อื่นมาเสริมหรือติดตามนักเล่าหะดิษเลยสักคนที่เชื่อถือได้ <br />ตรงนั้นย่อมแสดงให้เราได้ทราบและเข้าใจในบทที่กระผมยกตัวอย่างเรื่องของการติดตามเพิ่มเติม และเสริมสายรายงานอื่นเข้ามาสนับสนุนสายสืบหะดิษดังกล่าวที่มีปัญหาด้านสายสืบและไม่เป็นที่ยอมรับ ณ.ที่นักหะดิษ <br /><br />


 
 


</description>
</item>

<item>
<title>พ่อสอนลูก</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=418</link>
<description>ในค่ำคืนหนึ่ง.... คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบแล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดู ซึ่งสำคัญมาก <br />ว่าแล้วคุณพ่อก้อหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้ <br />พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรอยู่ในมือพ่อ <br />ลูกพยักหน้า <br />ถ้าอยากรู้ให้เอามือเขกพื้น สาม ที<br />ลูกทำตาม... <br />คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง ห้าที <br />และเปลี่ยนเป็น สิบ ที <br />จนถึง สิบห้าที <br />จนลูกโอดครวญ.. <br />ก็หนูอยากรู้นิค๊ะว่าเป็นอะไร <br />เมื่อไหร่คุณพ่อจะแบมือออก <br />คุณพ่อเริ่มแบบมือช้าๆ <br />มันคือ<strong> </strong><strong>เหรียญห้าบาท</strong> ธรรมดานี่เอง <br />คุณพ่อหัวเรา <br />แล้วกำมือกับเหรียญ ห้าบาทเดิม <br />ถามว่าอยากดูอีกใหม๊ <br />ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น <br />สิบที <br />ลูกบอกว่า หนูรู้แล้ว <br />ไม่อยากดูค่ะ <br />คุณพ่อว่า เอ้า...เขกพื้น <br />ทีเดียวก้อได้ <br />ลูกบอกว่า <br />รู้แล้วไม่อยากดูอีกเบื่อ <br />คุณพ่อว่า ให้ดูฟรีๆ <br />ก้อได้ แล้วก้อแบมืออก <br />ลูกก้อดูไปอย่างนั้นเอง <br />คุณพ่อเลยสอนว่า .นี่นะลูก <br />อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่าง <br />ที่จะได้สมปรารถนา อยากดู <br />อยากรู้ อยากเห็น <br />แต่เมื่อสมความปรารถนาแล้ว <br />ดูบ่อยๆแล้วก้อมักจะเบื่อ <br />ให้ดูฟรีๆยังไม่อยากดูเลย <br />แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิง เป็นส่งมีค่า <br />ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรแล้ว <br />ก้อจะไม่มีค่าอะไร <br />ไม่ต่างอะไรกับเหรียญห้าบาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีๆหรอก</description>
</item>

<item>
<title>อิบาดะที่ถูกต้องมาจากไหน อิบาดะที่ถูกใจใครนำมา</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=417</link>
<description><div align="center"><div align="center"><font size="2">&#1576;&#1616;&#1587;&#1618;&#1605;&#1616; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1616; &#1575;&#1604;&#1585;&#1617;&#1614;&#1581;&#1618;&#1605;&#1614;&#1606;&#1616; &#1575;&#1604;&#1585;&#1617;&#1614;&#1581;&#1616;&#1610;&#1618;&#1605; <br /><font style="background-color: #ffffff">&#1575;&#1604;&#1587;&#1604;&#1575;&#1605; &#1593;&#1604;&#1610;&#1603;&#1605; &#1608;&#1585;&#1581;&#1605;&#1577; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1608;&#1576;&#1585;&#1603;&#1575; &#1578;&#1607; </font></font></div><div align="center"><strong><font face="courier new,monospace"><font size="4" style="background-color: #ffffff" color="#cc0000">โอ้บรรดา ผู้ปลื้มปิติกับรอมฏอนที่กำลังมาเยือนทั้งหลายครับ</font></font></strong></div><div align="center"><strong><font face="Courier New" size="4" color="#cc0000">ทนอ่านมันสักนิด....เพื่อตัวท่านเองหล่ะนะ</font></strong></div><div align="center"><strong><font face="Courier New" size="2" color="#663366">นี่ก็อีกไม่ถึงสัปดาห์แล้วใช่ไหมครับ ที่วันของผู้ศรัทธาเขาจะยินดีและตื่นเต้นที่จะลิ้มรสชาติ      </font></strong></div><div align="center"><strong><font face="Courier New" size="2" color="#663366">ถึงการทำอิบาดะห์ที่มากมายด้วยผลบุญและการทดสอบถึงอิบาดะห์ที่ได้กระทำไว้ครับ</font></strong></div><div align="center"><font size="4" style="background-color: #006600">แล้ววันนี้!ท่านเตรียมแล้วหรือยัง และแสวงหาแล้วหรือยัง ซึ่งความรู้ของเดือนรอมฎอนครับ</font></div><div align="center"><font size="2"><strong>ท่านรอซูล(ซ.ล)กล่าวว่า "บางทีผู้ถือศีลอดนั้น<u><em><font color="#33ff33"> </font><font size="4" color="#ff0000">ส่วนได้</font></em> </u>ของเขา</strong> <strong>จากการถือศีลอดของเขา</strong><strong>ก็คือ </strong></font></div><div align="center"><strong><font size="2"><font size="6" style="background-color: #ff9900">"การหิวและการกระหายเท่านั้น"</font> </font></strong></div><div align="center"><font size="2"><strong><font face="arial,sans-serif">(บันทึกโดยอิบนูมาญะฮฺและอะหมัด รายงานจากท่านอะบีฮูรอยเราะฮฺ ด้วยสายสืบที่ศอเหี้ยะ)</font></strong> </font></div><div align="center"><font size="2"><strong>สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า คนเรามักจะไม่ตระหนัก ไม่เรียนรู้ ไม่ใส่ใจ และไม่ศึกษา ถึงข้อเท็จจริงของการถือศีลอดที่อัลลอฮ(ซ.บ)ทรงใช้ให้เราปฏิบัติ ทรงห้ามให้เราปฏิบัติในเดือนดังกล่าว จึงนำมาซึ่งความสูญเปล่า ความบกพร่องด้วยการพูดหรือการกระทำที่ทำให้ผลบุญและการตอบแทนนั้นสูญเสียไป</strong> </font></div><div align="center"><font size="2"><strong>พี่น้องครับ</strong> </font></div><div align="center"><strong><font size="2" color="#990000">ความพร้อมของความรู้ย่อมนำมาซึ่งความสมบูรณ์ของอิบาดะห์ </font></strong></div><div align="center"><strong><font size="2" style="background-color: #6633ff" color="#66cccc">และความสมบูรณ์ของอิบาดะห์ย่อมนำมาซึ่งการตอบรับจากอัลลอฮ(ซ.บ)ที่สมบูรณ์ครับ. </font></strong></div><div align="center"><strong><font size="2" style="background-color: #6633ff" color="#66cccc">...อินชาอัลลอฮ </font></strong></div><div align="center"><font size="2"><strong>ฉะนั้น</strong> </font></div><div align="center"><font size="2">ท่านเตรียมตัวแล้วหรือยัง ท่านแสวงหาแล้วหรือยัง หรือท่านจะบอกว่า เตรียมตัวอะไรกัน? นั่นนะซิ  </font></div><div align="center"><font size="2">เตรียมตัวอะไรครับ ...เตรียมตัวสอบ เตรียมตัวไปทำงาน ไปตลาด ไปสอน ไปเรียน ไปดูหนัง..ไปดูบอลหรือไปเดทกับแฟนหละ อืม... เราทุกคนคงจะเตรียมหลายๆอย่างในแต่ละวันนะครับ</font></div></div><div align="center"><font size="2"><font style="background-color: #33cc00"> แต่ถามว่า</font> ท่านเตรียมทำไมกัน? ก็เพื่อ "ให้สอบได้คะแนนดี ใช่ไหม? "เข้างานได้ตรงเวลา .ใช่ไหม? เพื่อเป็นเสบียงของการอยู่รอดในดุนยา ใช่ไหม? ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่หากจะถามท่านว่า ท่านเตรียมอย่างไรเพื่อรับรอมฎอนครับ บางคนที่ยังไม่ใส่ใจในวันนี้ อาจจะถามกลับว่า เตรียมทำไมหรอ? เดือนรอมฎอน แล้วไง!ไม่เห็นต้องเตรียมเลย ทำไมต้องเตรียมด้วย .....นั่นนะซิ ทำไมต้องเตรียมด้วยครับ </font></div><div align="center"><font size="2" style="background-color: #33cc00">ลองนึกดูซิครับ</font></div><div align="center"><font size="2"> แต่ละวันท่านเตรียมอะไร ..เสบียงดุนยา ดุนยา ดุนยา เท่านั้นนะหรอ แต่ไม่เตรียมอะไรเพื่ออาคีเราะห์เลยหรือ </font></div><div align="center"><font size="2">หลายๆคนมักจะบอกว่า เดือนรอมฎอนดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ บวชแล้วดี อย่างนั้น ได้ผลบุญเท่านั้นเท่านี้ ขอโทษนะครับ ท่านลืมอะไรบางอย่างหรือเปล่าครับ..อะไรน่ะหรือ?<font style="background-color: #ff6600"> ก็ลืมเตรียมตัวไงครับ</font> ก็การงานที่ดีขึ้นอยู่กับความพร้อมของความรู้มิใช่หรือ? ความสมบูรณ์ของอิบาดะห์ที่ทำขึ้นอยู่กับความรู้มิใช่หรือ? การตอบรับของอัลลอฮ(ซ.บ) กับอิบาดะห์ขึ้นอยู่กับความรู้ที่มาจากอัลลอฮว่า รอซูลว่าอย่างแท้จริงมิใช่หรือ?  </font></div><div align="center"><font size="2">หากเราไม่เตรียม เราจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ยังไง.... จริงไหมครับ เช่น จะละหมาด หากไม่เตรียมตัว จะละหมาดได้อย่างมีความคุชัวะ มีความสงบรึ เช่นเดียวกัน การถือศีลอด ก็ต้องอาศัยการเตรียมตัว เตรียมสภาพ ร่างกายและจิตใจเมือนๆกัน ฉะนั้น เพื่อท่านจะได้ปรับตัวเองได้อย่างวรวดเร็ว ได้ผลบุญเต็มเม็ดเต็มหน่วย อยากไหม ชอบไหม ที่เราจะได้คะแนนเต็มร้อย  แน่นอนคงอยากซิ เช่นกันอยากให้ผลบุญเต็มๆไหม ถูกตอบรับไหมก็ต้องเตรียมตัวซิครับ อย่ามองข้ามการเตรียมตัวซิ</font></div><div align="center"><font size="4">นักมวยยังต้องซ้อมเป็นเดือน จะสอบยังต้องเตรียมเป็นเดือน เตรียมจัดงานยังต้องเตรียมเป็นเดือน</font></div><div align="center"><font size="4" color="#ff0000">"ไฉนเลยเตรียมเพื่อรอมฏอน เราจะไม่เตรียมตัวครับ"</font></div><div align="center"><font size="2">นี่ก็ไม่ถึงสัปดาห์แล้ว เตรียมซะเถิด แสวงกันเถิดครับ ซึ่งความรู้ที่สอดคล้องกับหลักการอิสลามครับ</font></div><div align="center"><font size="2">ถามท่านว่า</font></div><div align="center"><font size="2"> เป็นไปได้ไหม หากการทำอามาลของท่านทั้งชีวิต ทั้งเดือนรอมฎอน แต่อามาลของท่านกลับถูกปฏิเสธ ณ อัลลอฮ(ซ.บ)อย่างสิ้นเชิงครับ คงไม่คิดหรอกนะครับว่าเป็นไปได้ไง ฉันก็ละหมาดนะ ซะกาตนะ ถือบวชนะ เป็นไปได้ไงอัลลอฮ(ซ.บ)จะปฏิเสธครับ แต่พี่น้องรู้ไหม อัลลอฮกล่าวไว้ รอซูลกล่าวไว้ครับว่า เป็นไปได้ หากอามาลที่ท่านทำนั้น ปราศจากซึ่งที่มาที่ไปจากอัลลอฮว่า รอซูลว่าปราศจากซึ่งหลักการของอิสลามครับ เพราะอัลลอฮ(ซ.บ)ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อาละอิมรอน อายะฮที่ 85 ว่า</font><font size="4" style="background-color: #993399"><strong> "และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นจากอิสลามแล้ว <font style="background-color: #ffffff" color="#ff0000">ศาสนานั้นจะไม่ถูกตอบรับจากเขาเป็นอันขาด</font> และในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน"</strong></font> </div><div align="center"><strong><font size="4" style="background-color: #ffffff" color="#6633ff">คือ อัลลอฮ(ซ.บ)จะไม่ทรงรับศาสนานั้นจากเขาเป็นอันขาด</font></strong></div><div align="center"></div><div align="center"><font size="2">และมีรายงานจากท่านหญิงอาอีซะห์ (ร.ด) รายงานว่า ท่านรอซูล(ซ.ล)กล่าวว่า<font style="background-color: #009900"><font size="4">...<strong>.."บุคคลใดก็ตามที่ประกอบภารกิจหนึ่ง (ในเรื่องของศาสนา)ที่ไม่มีอยู่ในศาสนา (อิสลาม)ของเรา สิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกปฏิเสธ"</strong></font></font> (บันทึกโดยอิหม่ามมุสลิม) </font></div><div align="center"><font size="2">แล้วอย่างนี้ ท่านกลัวไหม ท่านกังวลไหม แล้วท่านจะใส่ใจอีกไหมครับ เมื่ออัลลอฮว่าอย่างนี้ รอซูลว่าอย่างนี้แล้ว </font></div><div align="center"><font size="2">ดังนั้น</font></div><div align="center"><font size="2">ท่านก็ต้องไปตรวจสอบซิ ไปสอบถามซิ ไปทบทวนซิ ว่าอะไรบ้างท่านปฏิบัติมัน ท่านยึดถือมัน โดยปราศจากหลักฐานที่มาจากอัลกุรอานและหะดิษรองรับครับ ท่านลองทบทวนนะ ว่า อามาลที่ท่านปฏิบัติเป็นประจำทุกวันและต้องถูกสอบสวนเป็นประการแรกในวันกียามัตและเป็นหนึ่งอามาลที่ท่านเองใช้ในการแสวงหาผลบุญในเดือนรอมฏอน นั่นก็คือ การละหมาด </font><font size="4" color="#ff0000">ท่านลองดูซิ ว่าทุกอิริยาบท ทุกคำพูด ทุกคำกล่าวที่ท่านได้เปล่งออกมานั้น มาจากอัลลอฮว่า รอซุลว่าหรือไม่ครับ </font><font size="2">หรือวันนี้ <font style="background-color: #3366ff"><font size="4">ท่านได้แต่ละหมาดเพียงก้มๆเงยๆ ท่านทำอามาลต่างๆเพียงเพราะตามเขากันมา เขาว่ากันว่า หรือตามพ่อแม่ ตามปู่ย่า ตายาย ตามโต๊ะครู ตามใจฉันที่อยากทำ ตามความถูกใจที่อยากทำ สาว่ามันจะถูก สาว่ามันจะดี สาว่ามันจะถูกตอบรับครับ</font> </font>ทำไมผมถึงบอกว่า ท่านตามเขาเหล่านั้นหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้บอกนะครับว่า เขาเหล่านั้นจะทำผิดนะ ทำไม่ถูกนะ แต่หากเขาเหล่านั้นได้กระทำที่มาจากอัลลอฮว่ารอซูลว่าจริงๆก็อัลอัมดุลิลลอฮครับ  ท่านก็รอดปลอดภัยครับ แต่หากเขาเหล่านั้นปฏิบัติกันมาเช่นกัน ท่านเองนั่นแหละที่จะเป็นคนที่ขาดทุนในวันกียามัตครับเพราะการงานใครก็การงานมัน และผมไม่ได้หมายรวมว่า เขาเหล่าจะตกนรกนะ เขาจะมีความผิดนะ หากในสิ่งที่เขาทำนั้น ไม่ถูกต้องตามที่อัลลฺอฮว่า รอซูลว่าครับหากเขาเหล่านั้นเสียชีวิตลงแล้ว..อินชาอัลลอฮ เพราะอะไรนั่นหรอ ก็เพราะอัลลอฮจะสอบสวนเท่าเขาที่ได้ศึกษามา เท่าที่เขาเรียนรู้มา เท่าที่ความสามารถในการแสวงหาของเขานั่นมี เท่าที่การเข้าถึงศาสนานั้นครับ ซึ่งแน่นอน ถามท่านว่า การรับรู้ในสมัยของเขานั้นย่อมไม่ใช่การรับรู้ในสมัยของเราเป็นแน่ ที่มีทั้งหนังสือ มีทั้งการบรรยาย มี่ทั้งทางอินเทอร์เน็ต และอื่นๆอีกมากมายที่สามารถตรวจสอบได้ว่า อะไรคือสิ่งที่อัลลอฮว่า รอซูลว่า อะไรคือสื่งที่ไม่ใช่สิ่งที่อัลลอฮว่า รอซูลว่าครับ  ซึ่งแน่นอนย่อมไม่เป็นข้ออ้ างสำหรับการสอบสวนเลยนะครับ ว่าฉันไม่รู้ ฉันตามเขามา และฉันไม่อยากแสวงหาอะไรครับ เพราะฉันรู้แล้ว ฉัน</font><font size="2">ทำมา 20 ปี 30 ปี 40 ปี จะผิดได้ไง หลายคน อาจจะหลอกตัวเองว่าตัวเองนั่นรู้ว่าผิด แต่ไม่กล้ายอมรับ ไม่กล้ารับความจริง ไม่กล้าเปลี่ยน เพราะขืนยอมรับก็เท่ากับว่า เราทำผิดมาทั้งชีวิตล่ะซิ เราตายตอนนี้เราตกนรกอ่ะซิ ก็อามาลจะพอที่ไหนเล่า นี่แหละครับ ท่านต้องรู้ ท่านต้องเข้าใจว่า ว่าอัลลอฮทรงเมตตา อัลลอฮทรงยินดีและรับการอภัยนะครับ หากท่านสำนึก หากท่านแสวงหา หากท่านจริงจังครับ</font></div><div align="center"><font size="2">ท่านจริงกับอัลลอฮ อัลลอฮก็จะจริงกับท่านนะครับ</font></div><div align="center"><font size="2">ดังนั้น</font></div><div align="center"><font size="2">ลองมาตรวจสอบและทบทวนดูนะครับ ว่าวันนี้? <font size="4" style="background-color: #ff6600">ท่านเตรียมเสบียงความรู้อย่างไรกับการรับเข้าวันรอมฏอนครับ ท่านเตรียมมากน้อยแค่ไหน และท่านรู้ดีมากแค่ไหนครับ กับความรู้ของเดือนอันประเสริฐนั้นครับ</font> หรือท่านจะละหมาด จะถือบวชและทำอิบาดะห์เหมือนๆกับที่ท่านทำในวันนี้ครับ เสียสละเวลาสักนิดเถิดครับ เพื่อตัวของท่านนะ มิใช่เพื่อใครอื่น<font size="6"> ท่านอยากเข้าสวรรค์มิใช่หรือ</font> แล้วท่านจะยังดื้อดึงและตะแบงกับสิ่งที่ตัวเองกระทำอย่างไรเล่าหากท่านยังไม่แน่ใจว่าถูกไหม ไม่เสียหายเลยครับ หากการกลับไปทบทวนจนแน่ใจว่า นั่นถูกต้องแล้ว นั่นมีหลักฐานแล้วที่รองรับจากอัลลอฮว่า รอซูลว่าครับ</font></div><div align="center"><font size="6" style="background-color: #993399">จงทบทวนเถิดนะคร๊าบๆๆๆ</font></div><div align="center"><strong>***หวังเพียงว่า ผู้เขียนเองและท่านทั้งหลายเองจะตระหนัก จะไตร่ตรองและทบทวนว่า สิ่งที่ทำอยู่ สิ่งที่เราปฏิบัติอยู่ มันถูกไหม มันจริงไหมกับสิ่งที่อัลลอฮว่า รอซูลว่า และเราเองกลับไปศึกษา กลับไปหา กลับไปเรียนรู้หรือไม่ซึ่งอัลกุรอานและหะดิษ หากความคลุมเครืออย่างนี้มายังท่านครับ....อินชาอัลลอฮ</strong><br /> </div><div align="center"><font size="4"><strong>โอ้..อัลลอฮ</strong><br /></font></div><div align="center"><strong><font size="4">อัลลอฮเท่านั้นที่ฉันเคารพภักดี อัลลอฮเท่านั้นที่ฉันขอความช่วยเหลือ</font></strong></div><div align="center"><strong><font size="4">ขอพระองค์ทรงทำให้ฉันและท่าน ครอบครัวของฉันและท่านทั้งหลายได้อยู่บนหนทางอันเที่ยงตรงด้วยเถิด......</font></strong><strong><font size="4">อามีน</font></strong></div><p> ***หากการเรียบเรียงซึ่งบทความที่ปรากฏดังกล่าวข้างต้นและรวมถึงทัศนะส่วนตัวเพียงน้อยนิด นำมาซึ่งความผิดพลาดในเรื่องของหลักการอิสลามโดแท้จริงแล้วไซร์.....อินชาอัลลอฮ ท่านสามารถติ ชมและแนะนำมาได้ครับ....</p><div align="center"><strong><font face="Times New Roman" size="2">ติดตามอ่านไฟล์ข้างต้นและอ่านเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับเดือนรอมฏอนรวมไฟล์เสียงได้ทางเว็ปดังนี้ครับ</font></strong> </div><div><div align="center"><font face="Times New Roman" size="2"><a href="http://www.islaminthailand.net/text.php?id=246">http://www.islaminthailand.net/text.php?id=246</a></font></div><div align="center"><font face="Times New Roman" size="2">หากท่านใดมีปัญหาถึงการเข้าไปอ่านและฟัง สามารถแจ้งมายังเมลผมได้ครับ จะได้จัดเป็นไฟล์บทความให้....อินชาอัลลอฮ</font></div><div align="center"><font face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" size="3">&#1608;&#1575;&#1604;&#1587;&#1604;&#1575;&#1605; &#1593;&#1604;&#1610;&#1603;&#1605; &#1608;&#1585;&#1581;&#1605;&#1577; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1608;&#1576;&#1585;&#1603;&#1575;&#1578;&#1607;</font></div><br /></div></description>
</item>

<item>
<title>นบี มูซา กับ มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย </title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=416</link>
<description><b><font>นบี มูซา กับ มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย <br /><br />

	อัลฮัมดุลิ้ลละฮฺ     ดีใจครับที่ได้กลับมารับใช้พี่น้องอีกครั้งหนึ่ง   และหวังว่าพี่น้องทุกท่านจะสบายกันดีทุกท่านนะครับ <br /><br />   เรื่องรางของนบี มูซา กับ มาลาอิกะฮฺ แห่งความตายนั้น  เป็นประวัติศาสตร์ ที่ได้ ถูกบันทึกเอาไว้ ใน อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 24 ลงไป และมีอยู่ในฮาดีษ ของอีหม่าม บุคอรี เลขที่ 1339 / 3407  และยังมีอยู่ในฮาดีษของอีหม่าม มุสลิมด้วยเช่นกัน เลขที่ 1842 <br />
	ถ้าพูดถึงเรื่องความตาย  แน่นอนครับ ทุกคนหนีมันไม่พ้น และทุกคนจะได้ต้องลิ้มรสชาติ ของความตาย อย่างแน่นอน ฟันธง อิอิอิ  นี่คือที่มาของเรื่องต่อไปนี้ครับ <br />
	ท่านร่อซูล ได้บอกเราอยู่เสมอๆว่า ความประเสริฐของบรรดานบี ณ. ที่อัลลอฮฺนั้นมันช่างมีเกียรติ และมีศักดิ์ศรียิ่งนัก  แม้แต่ในเรื่องความตายเช่นเดียวกัน  อัลลอฮฺจะให้บรรดานบีของพระองค์ ได้เลือกว่า  จะอยู่ในดุนยาต่อไปอีกสักนิส หรือว่า เลือกที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์ นี่คือสิทธิ พิเศษ สุดๆ ที่มีต่อ บรรดานบีของพระองค์  ส่วนไอ้โล๊ะ และไอ้ฟัด หมดสิทธิที่จะเลือก ต้องตายอย่างเดียว  แต่ที่น่าแปลกก็คือเรื่องของท่านนบี มูซาครับ <br />
	ครั้งหนึ่งอัลลอฮฺได้ส่งมาลาอิกะฮฺแห่งความตาย ไปหาท่าน นบี มูซา ในรูปร่างของชายคนหนึ่ง เพื่อขอร้องให้ท่าน นบี มูซา ยอมรับความตายที่ใกล้จะมาถึง  และยังได้บอก นบี มูซา อีกว่า ความตายใกล้จะมาถึงทุกทีแล้ว เวลาของท่านจะหมดแล้ว ท่านจงเตีรยมพร้อมกลับไปสู่ความเมตาของอัลลอฮฺเถิด  <br />
	เมื่อ มาลาอิกะฮฺ แห่งความเมตตา ได้พูดจบ ท่าน นบี มูซา ได้ลงมือ ลงไม้ กับ ท่านมาลาอิกะฮฺ โดยการ ต่อยหน้าของมาลาอิกะฮฺ จนทำให้ มาลาอิกะฮฺ ตาฉีก ตาบอด   ผมขอย้ำนะครับว่า ตาฉีก และ ตาบอด จริงๆ  เพราะเป็นตาของมนุษย์ ที่มาลาอิกะฮฺแห่งความตาย ได้จำแรงร่างมา  ท่านครับ  หากว่า มาลาอิกะฮฺแห่งความตาย อยู่ในรูปของท่านเองแล้วล่ะก้อ    นบี มูซา จะไม่มีความสามารถที่จะชกต่อย หรือทำอันตราย มาลาอิกะฮฺได้เลย 
	<br />หลังจากที่ มาลาอิกะฮฺ ได้ถูกชกต่อย จนตาบอด  ท่านจึงรีบกลับไปหาอัลลอฮฺ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พระองค์ได้ทราบ  จากนั้นพระองค์ทรงทำให้ตาของมาลาอิกะฮฺ ที่บอด กลับมามองเห็นได้ใหม่อีกครั้ง  และได้สั่งให้มาลาอิกะฮฺกลับไปหาท่านนบี มูซา อีกครั้งหนึ่ง  มาลาอิกะฮฺจึงกลับไป และได้ขอร้องให้นบี มูซา วางมือของท่านเอาไว้บนหลังวัว  จากนั้นให้ท่าน นบี มูซา ได้นับ จำนวนขนที่อยู่บนหลังวัว<br />   เอ......... แล้วทำไมต้องนับด้วยน๊า............ ท่านทราบใหมครับ  ........... ก็เพราะว่า จำนวนขนของวัว มีท่าไหร่ นั่นคือ จำนวนปี ที่ ท่าน นบี มูซา จะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เท่านั้น  และถ้าหากว่า  นบี มูซา เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในดุนยา  ท่านทั้งหลายจะมีโอกาส ได้เห็น นบี มูซา ยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ <br />
	แต่ท่าน นบี มูซา หลังจากได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ จาก มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย  ท่าน จึงพูดขึ้นว่า  ฉันเลือกที่จะตาย ฉันเลือกที่จะอยู่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ  เพราะ ณ. ที่อัลลอฮฺนั้น มีทั้งบรรดาร่อซูล  บรรดานบี  บรรดาคนซอและฮฺ  และบรรดาบ่าวของพระองค์ ที่ มีเกียรติ และการที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์นั้น มันช่างเป็นความโปรดปรานอย่างสูง ฉันจึงเลือก ความตาย<br /> 
	แน่นอนครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า  บรรดาดวงวิญญาณของผู้ที่ตายชะฮีด นั้น  จะได้โบยบินอยู่ในท้องฟ้า จะได้กินผลไม้ที่อยู่ในสวรรค์  จะได้ดื่มน้ำจากสายธาร ที่อัลลอฮฺได้เตรียมให้กับพวกเขา     และจะได้พักพิงอยู่ใกล้ๆกับ บัลลัง ของพระองค์  นี่แค่ส่วนหนึ่งที่บรรดาผู้ตายชะฮีดจะได้รับนะครับ    แต่ถ้าเป็นบรรดาร่อซูล และบรรดา นบี ความโปรดปรานที่จะได้รับ มากกว่าหลายเท่าครับ<br /> 
	เมื่อเป็นเช่นนั้น นบี มูซา จะเลือกที่จะอยู่ในดุนยา ต่อไปทำไมล่ะครับ  เพราะดุนยาทุกวันนี้มีแต่ความวุ่นวาย  ท่านนบี มูซา จึงเลือกที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ เพราะที่นั่นพระองค์ทรงได้จัดเตรียม ความโปรดปรานไว้ให้กับ นบี มูซา แล้ว <br />
	ท่าน นบี มูซา จึงขอดุอาอฺ ต่ออัลลอฮฺ ให้ท่านได้ตายใกล้ๆ กับเขตแดนของ บัยตุ้ลมักดิส  ท่านครับมันน่าคิดนะครับ  ทำไมไม่ขอให้ตายใน เขตแดน บัยตุ้ลมักดิส จะตายข้างนอกเขตทำไม พี่น้องทราบใหมครับ <br />
	ก็อันเนื่องมาจากว่า  แผ่นดินที่ บัยตุ้ลมักดิส นั้น เป็นที่ต้องห้ามของพวก วงวานอิสรออีล  ท่านสามารถที่จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ซูเราะ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 24 ลงไปครับ  
	<br />อัลลอฮฺได้ทรงทำให้พวกวงวานอิสรออีล ได้ระเห เร่ร่อน ในแผ่นดินที่มีแต่ทะเลทรายเป็นเวลา 40 ปี เพราะเพื่อเป็นการลงโทษผู้ละเมิดเหล่านั้น 
	<br />ดังนั้นอัลลอฮฺจึงรับดุอาอฺของ นบี มูซา   และท่านร่อซูลได้กล่าวว่า สุสานของ นบี มูซา อยู่ใกล้ๆบัยตุ้ลมักดิส  ที่ กะซีบุ้ล อะฮฺมัร   หากว่าฉันอยู่ที่นั้น  ฉันจะชี้ให้พวกท่านดูสุสานของ นบี มูซา 
	<br /><br />ข้อคิดและประโยชน์ที่ได้รับ 
	<br /><br />1. มีฮาดีษที่บ่งชี้ว่า บรรดานบีของอัลลอฮฺ ก่อนที่จะถูกเอาวิญญาณนั้น มีสิทธิ ที่จะเลือกอยู่ต่อไปในดุนยา หรือ เลือกจะกลับไปสู่ความเมตาของอัลลอฮฺ <br />   ดังเช่นฮาดีษ และเรื่องราว ของนบี มูซา นี้เอง    ได้มีรายงานจากท่านหญิง อาอีชะฮฺ  กล่าวว่า<br /> นางได้ยิน ท่านร่อซูลพูดในขณะที่ท่านร่อซูลใกล้จะเสียชีวิตว่า<br /><br />   &#1575;&#1604;&#1604;&#1607;&#1605; &#1575;&#1604;&#1585;&#1601;&#1610;&#1602; &#1575;&#1604;&#1575;&#1593;&#1604;&#1609;      <br /><br />นางจึงรู้ว่าท่านนบี เลือกที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ<br /><br />  
	2. มาลาอิกะฮฺ สามารถ จำแรงร่างเป็นรูปร่างของมนุษย์ ได้   ดังเช่น มาลาอิกะฮฺแห่งความตายที่แปลงร่างมาในรูปมนุษย์ เพื่อไปหา นบี มูซา <br /><br />
	3. ทุกคนจะต้องตาย  ใครคนใดก็ตามที่สามารถผ่านโลกของความตายไปได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะก้อ   แน่นอน บรรดาร่อซูล และ บรรดา นบี ของอัลลอฮฺ  ย่อมจะต้องได้รับความปลอดภัยกว่า มนุษย์ทั่วๆไปยอ่างแน่แท้ <br /><br />
	4. ที่ของ นบี มูซา ณ. อัลลอฮฺ มันช่างมีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี ยิ่งนัก  ถ้าหาก อัลลอฮฺ ไม่ให้เกียรติ นบี มูซา แล้วไซร้ พระองค์ก็จะทรงให้มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย ได้แก้แค้น นบี มูซา  ในขณะที่ท่าน นบี มูซา ได้ ชกต่อย  มาลาอิกะฮฺแห่งความตาย  จนทำให้ตาบอด <br /><br />
	5. สุสานของท่าน นบี มูซา อยู่ใกล้ๆ เขตแดน บัยตุ้ลมักดิส  ร่อซูลของเรารู้ที่ตั้งสุสานนั้นเป็นอย่างดี  คือ ที่ อัล กะซีบุ้ล อะฮฺมัร<br /><br /> 
	6. ความต้องการของ นบี มูซา อยากมีสุสานอยู่ใกล้ๆ ที่ บัยตุ้ลมักดิสนั้น   ไม่เป็นที่ต้องห้ามแต่อย่างใด สำหรับคนที่ต้องการจะตายในแผ่นดินที่มีเกียรติ<br /><br /> 
	7. บัยตุ้ลมักดิสนั้น มีแนวเขตแดนที่ชัดเจน เหตุนี้เอง นบี มูซา จึงขออัลลอฮฺ ให้ตายใกล้ๆเขตแดน บัยตุ้ลมักดิส  <br /><br />
	ท่านครับ สุดท้ายนี้  อยากจะถามพวกเราว่า เราพร้อมที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺหรือยังครับ     หรือ อยากที่จะมีชีวิตอยู่ในดุนยาต่อ เพื่อทำความ บัดสี บัดเถลิง ให้กับศาสนาของอัลลอฮฺ     อย่ามัวแต่หลง ละเริง เพลิดเพลิน อยู่กับของเล่นในดุนยา จนทำให้เราลืมความตายนะครับ<br />  
	แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปนะครับ <br />
	อัลลอฮฺคุ้มครองทุกท่านครับ   
</description>
</item>

<item>
<title>ข้อตัดสินของการดูจันทร์เสี้ยวตามประเทศอื่นๆ ตอนจบ</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=415</link>
<description><b><font><br /><font>
&#1575;&#1604;&#1585;&#1575;&#1580;&#1581;

<br /><br /><b>ทรรศนะที่ถูกต้องที่สุดในเรื่องดังกล่าว<br />
อัลลอฮ์ทรงรู้ คือ ทรรศนะของ(&#1580;&#1605;&#1607;&#1608;&#1585;&#1575;&#1604;&#1593;&#1604;&#1605;&#1575;&#1569;) นักวิชาการส่วนมาก เพื่อเป็นการสมัครสมาน<br />สามัคคีและรวมไว้ซึ่งเอกภาพภราดรภาพเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมวลมุสลิมทั่วโลก <br />ออกห่างจากการทะเลาะวิวาท อันที่จะนำซึ่งมาการระส่ำระส่ายของมวลมุสลิม<br /> และเพื่อเป็นการคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีงาม ระหว่างคณะรัฐบาลมุสลิมแต่ละประเทศในโลกนี้ ซึ่งหากเมืองพี่เห็นก็สามารถแจ้งข่าวการเห็นจันทร์มาทางเมืองน้องได้<br /> นั่นคือวัตถุประสงค์ของการประชุมทางด้านวิชาการของสภานิติบัญญัติอิสลามแห่งนครมักกะฮ์อัลมุกัรรอมะฮ์ โดยมีประธานสูงสุดของสภานิติบัญญัติเชคอับดุลลอฮ์บินหุมัยดฺ <br />พร้อมทั้งประธานสภานักวิชาการอาวุโส      เชคบินบาซ(&#1607;&#1610;&#1574;&#1577; &#1603;&#1576;&#1575;&#1585;&#1575;&#1604;&#1593;&#1604;&#1605;&#1575;&#1569;) รวมทั้งนักวิชาการชั้นสูงทั่วโลกเข้าร่วมการประชุมในครั้งนั้น <br />โดยเฉพาะในที่ประชุมได้เน้นความสำคัญระหว่างศาสนาของมวลมุสลิมเป็นประเด็นหลักและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยให้มีการพึ่งพาอาศัยกันในระหว่างประเทศทางด้านการพิสูจน์เพื่อหาผลปรากฏการณ์ของจันทร์เสี้ยวเพื่อกำหนดเดือนรอมฎอนและวันอีดิ้ลฟิฏรฺ <br />ทั้งนี้ให้ตั้งอยู่บนข้อบัญญัติที่มาจากตัวบทของศาสนา ตามที่ท่านนบีได้กล่าวว่า :<br /><br />
  &#1602;&#1575;&#1604; &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; : &#1589;&#1608;&#1605;&#1608;&#1575;&#1604;&#1585;&#1572;&#1610;&#1578;&#1607;  &#1608;&#1575;&#1601;&#1591;&#1585;&#1608; &#1575;&#1604;&#1585;&#1572;&#1610;&#1578;&#1607; 
&#1593;&#1604;&#1610;&#1603;&#1605; &#1601;&#1575;&#1603;&#1605;&#1604;&#1608;&#1575;  &#1593;&#1583;&#1577; &#1588;&#1593;&#1576;&#1575;&#1606; &#1579;&#1604;&#1575;&#1579;&#1610;&#1606; &#1610;&#1608;&#1605;&#1575;                          
<br /><br />ท่านนบี ซ็อลล็อลลอฮุอะไลฮิวะซัลลัมกล่าวว่าพวกท่านทั้งหลายจงทำการถือศีลอดต่อเมื่อมีการประจักษ์จันทร์เสี้ยว และก็จงออกศีลอด(อีดิ้ลฟิฏริ)ต่อเมื่อมีการประจักษ์จันทร์เสี้ยวหากเมฆหมอกปกคลุมพวกท่านทั้งหลายก็จงนับเดือนชะอฺบานให้ครบ 30 วัน<br /><br />
&#1608;&#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1609; &#1587;&#1610;&#1583;&#1606;&#1575; &#1605;&#1581;&#1605;&#1583; &#1608;&#1593;&#1604;&#1609; &#1570;&#1604;&#1607; &#1608;&#1589;&#1581;&#1576;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605;
<br /><br />&#1605;&#1603;&#1578;&#1576;&#1577; &#1571;&#1607;&#1604; &#1575;&#1604;&#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1608;&#1575;&#1604;&#1575;&#1579;&#1575;&#1585; 
<br />ห้องสมุด อะฮลุ้ลหะดีษ วัลอาษาร 


</description>
</item>

<item>
<title>ข้อตัดสินของการดูจันทร์เสี้ยวตามประเทศอื่นๆ ตอนที่4</title>
<link>http://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=414</link>
<description><b><font><br />
&#1575;&#1604;&#1578;&#1585;&#1580;&#1610;&#1581; &#1576;&#1610;&#1606; &#1575;&#1604;&#1571; &#1583;&#1604;&#1577;
<br /><br />
สรุปผลวิชาการด้านตัวบท(อะดิ้ลละฮ์)<br /><br />
	การประจักษ์จันทร์เสี้ยวเพื่อค้นหาวันแรกของรอมฎอน หรือกำหนดอีดิ้ลฟิฏริมีอยู่สองวิธีคือ<br /><br /> วิธีแรกด้วยกับการประจักษ์เดือนเสี้ยว <br /><br />วิธีที่สองด้วยกับการนับเดือนชะอฺบานให้ครบ 30 วัน โดยอาศัยตามตัวบทจากท่านนบี ซึ่งเป็นหะดิษของอะบูฮูร็อยเราะฮ์<br /><br />
&#1604;&#1602;&#1608;&#1604;&#1607;  &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; : &#1589;&#1608;&#1605;&#1608;&#1575;&#1604;&#1585;&#1572;&#1610;&#1578;&#1607;  &#1608;&#1575;&#1601;&#1591;&#1585;&#1608; &#1575;&#1604;&#1585;&#1572;&#1610;&#1578;&#1607; &#1601;&#1573;&#1606; &#1594;&#1605; &#1593;&#1604;&#1610;&#1603;&#1605; &#1601;&#1575;&#1603;&#1605;&#1604;&#1608;&#1575;  &#1593;&#1583;&#1577; &#1588;&#1593;&#1576;&#1575;&#1606; &#1579;&#1604;&#1575;&#1579;&#1610;&#1606; &#1610;&#1608;&#1605;&#1575;                                                         
<br /><br />ท่านนบี ซ็อลล็อลลอฮุอะไลฮิวะซัลลัมกล่าวว่าพวกท่านทั้งหลายจงทำการถือศีลอดต่อเมื่อมีการประจักษ์จันทร์เสี้ยว และก็จงออกศีลอด(อีดิ้ลฟิฏริ)ต่อเมื่อมีการประจักษ์จันทร์เสี้ยวหากเมฆหมอกปกคลุมพวกท่านทั้งหลายก็จงนับเดือนชะอฺบานให้ครบ 30 วัน<br /><br />
เมื่อไหร่มีการพิสูจน์และค้นหาจันทร์เสี้ยวจากทิศหนึ่งทิศใดในโลกจำเป็นทุกๆที่(วาญิบ)ต้องถือศีลอด โดยไม่ต้องพิจรณาถึงเรื่องของข้อแตกต่างของข้างขึ้นข้างแรมของแต่ละประเทศแต่ละแคว้นที่แตกต่างกัน (&#1575;&#1582;&#1578;&#1604;&#1575;&#1601; &#1575;&#1604;&#1605;&#1591;&#1575; &#1604;&#1593;) <br />นอกจากนี้ไม่มีข้อแตกต่างของระยะทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล อันนี้ถือเป็นการ(&#1575;&#1578;&#1601;&#1575;&#1602;) มติของอิหม่ามเจ้าของมัซฮํบทั้งสาม คือ อบูหะนีฟะฮ์ อิหม่ามมาลิกบินอะนัส อิหม่ามอะห์หมัดบินฮัมบัล ยกเว้นอิหม่ามชาฟีอีย์เพียงท่านเดียวที่ให้ทรรศนะต่างกับ(&#1575;&#1604;&#1580;&#1605;&#1607;&#1608;&#1585;) นักวิชาการส่วนมาก ถึงฉนั้นก็ตามนักวิชาการฝ่ายอิหม่ามชาฟีอีย์เองก็ยังให้ทรรศนะที่แตกต่างกันไป<br /> อิหม่ามนะวะวีย์ได้ยึดเอา(&#1605;&#1591;&#1604;&#1593;) ข้อแตกต่างของข้างขึ้นข้างแรมของแต่ละประเทศเป็นหลัก<br /> ส่วนเจ้าของหนังสือมุฆนีย์อัลมุห์ตาจ   โดย มูฮำมัดอัลคอฏิบ อัชชุรบีนีย์ ได้ให้น้ำหนักหะดิษของท่านกุเรบมากกว่า<br /> ส่วนอิหม่ามอัรรอฟิอีย์กับอิหม่ามอัลบัฆวีย์ทั้งสองได้ใช้(&#1605;&#1587;&#1575;&#1601;&#1577; &#1575;&#1604;&#1602;&#1589;&#1585;) ระยะทางที่ศาสนาอนุมัติให้นมาซย่อ  ใช้พิจรณาในการประจักษ์ในการประจักษ์เดือนเป็นหลัก<br /> ต่อมานักวิชาการส่วนใหญ่ได้ตอบโต้หลัก (&#1602;&#1610;&#1575;&#1587;) การเปรียบเทียบในเรื่องดังกล่าวต่อมัซฮับชาฟีอีย์ว่า การที่จะเอาระยะทางที่ศาสนาอนุมัติให้นมาซย่อได้มาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสิน อันนี้ถือว่าเป็นการไม่ยึดเอาตัวบทของศาสนา<br /><br /> นอกจากนี้นักวิชาการ(อัลญุมฮุร) ได้นำหะดิษของท่านอะบูฮุร็อยเราะฮ์ที่ท่านนบีกล่าว่า<br /><br />
   &#1604;&#1602;&#1608;&#1604;&#1607;  &#1589;&#1604;&#1609; &#1575;&#1604;&#1604;&#1607; &#1593;&#1604;&#1610;&#1607; &#1608;&#1587;&#1604;&#1605; : &#1589;&#1608;&#1605;&#1608;&#1575;&#1604;&#1585;&#1572;&#1610;&#1578;&#1607;  &#1608;&#1575;&#1601;&#1591;&#1585;&#1608; &#1575;&#1604;&#1585;&#1572;&#1610;&#1578;&#1607; &#1601;&#1573;&#1606; &#1594;&#1605; &#1593;&#1604;&#1610;&#1603;&#1605; &#1601;&#1575;&#1603;&#1605;&#1604;&#1608;&#1575;  &#1593;&#1583;&#1577; &#1588;&#1593;&#1576;&#1575;&#1606; &#1579;&#1604;&#1575;&#1579;&#1610;&#1606; &#1610;&#1608;&#1605;&#1575;                                                         
<br /><br />ท่านนบี ซ็อลล็อลลอฮุอะไลฮิวะซัลลัมกล่าวว่าพวกท่านทั้งหลายจงทำการถือศีลอดต่อเมื่อมีการประจักษ์จันทร์เสี้ยว และก็จงออกศีลอด(อีดิ้ลฟิฏริ)ต่อเมื่อมีการประจักษ์จันทร์เสี้ยวหากเมฆหมอกปกคลุมพวกท่านทั้งหลายก็จงนับเดือนชะอฺบานให้ครบ 30 วัน<br /><br />
&#1602;&#1575;&#1604; &#1605;&#1604;&#1575; &#1593;&#1604;&#1609; &#1601;&#1609; &#1575;&#1604;&#1605;&#1585;&#1602;&#1575;&#1577;  : &#1601;&#1575;&#1604;&#1604;&#1575;&#1605; &#1604;&#1604;&#1578;&#1593;&#1604;&#1610;&#1604; &#1608;&#1575;&#1604;&#1590;&#1605;&#1610;&#1585;&#1604;&#1604;&#1607;&#1604;&#1575;&#1604; &#1593;&#1604;&#1609; &#1581;&#1583;                       <br /><br />ท่านมุลาอาลีอัลกอรีย์กล่าวว่า อักษรลาม(&#1604;)ที่ปรากฏในสำนวนของหะดิษ บ่งบอกถึงเหตุที่มีการถือศีลอดก็เนื่องจากการประจักษ์และพิสูจน์หาจันทร์เสี้ยว<br /> ส่วนศัพท์นามที่อยู่ในสำนวนหะดิษคือฮา(&#1607;) กลับไปหาจันทร์เสี้ยวเพียงเท่านั้น<br />จึงสรุปได้ว่าหะดิษดังกล่าวจึงเป็นการบ่งชี้(วาญิบ)สำหรับมุสลิมทุกๆคนให้ถือศีลอดเมื่อได้รับข่าวการประจักษ์เดือนเสี้ยวจากทุกที่ทุกแห่ง เพราะคำสั่งของท่านนบีตรงนี้ตามภาษาพื้นฐานของนักนิติศาสตร์อิสลามนักอุสุลิยูน(&#1575;&#1604;&#1571;&#1589;&#1608;&#1604;&#1610;&#1608;&#1606;) เรียกว่า มุตลัก(&#1605;&#1591;&#1604;&#1602;)  คำที่บ่งถึงหรือเจาะจงสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยไม่มีการจำกัดหรือถ้าจะแปลให้ตรงตัวคือคำที่บ่งถึงการเป็นอิสระในตัวของมัน<br />เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจึงเป็นการเพียงพอสำหรับที่จะยอมรับการประจักษ์เดือนเสี้ยวจากผู้คนส่วนมากหรือเพียงคนเดียวที่เป็นมุสลิมที่เชื่อถือได้<br /> จนกว่าจะมีคำสั่งจากท่านนบีมามุก็อยยัด(&#1605;&#1602;&#1610;&#1583;) จำกัดความหมายของหะดิษ(มิให้รับการประจักษ์จันทร์เสี้ยวจากที่หนึ่งที่ใด)<br /><br />
ส่วนหะดิษของท่านกุเรบที่นักนิติศาสตร์อิสลามได้นำมาอ้างอิงประกอบทรรศนะของพวกเขาก็เกิดการระส่ำระส่าย(&#1575;&#1590;&#1591;&#1585;&#1575;&#1576;)  ก็เนื่องจากว่าตัวของท่านอิบนุอับบาสเองไม่ยอมรับการประจักษ์จันทร์เสี้ยวของประชาชนชาวเมืองชาม ที่เป็นที่รู้กันว่าระยะทางระหว่างนครมะดีนะฮ์อัลมุเนาวาเราะฮ์กับประเทศชามห่างกันประมาณ 1000 กิโลเมตรเศษๆ ซึ่งถ้าจะเปรียบไปกับประเทศไทยของเราก็ยังมีบางจังหวัดห่างกันถึง 1000 กิโลเมตรฉนั้นก็ยังจัดว่ามะดีนะฮ์กับชามก็ยังอยู่ในโซนเดียวกันอยู่ <br /> แต่มันก็มิใช่ประเด็นหลัก เพราะปัญหามันมีอยู่ว่าเหตุไฉน? อิบนุอับ   บาสเองไม่ยอมรับการบอกข่าวของท่านกุเรบเพราะอะไร ?<br /> ก็เพราะว่าเป็นการใช้ดุลย์พินิจของอิบนุอับบาสเอง ซึ่งภาษาของนักอุสุลเรียกว่า อิจติฮาด(&#1575;&#1580;&#1578;&#1607;&#1575;&#1583;) การใช้ดุลพินิจส่วนตัว   ซึ่งจะนำมาเป็นมาตรฐานในการยืนยันทางด้านตัวบทไม่ได้เป็นอันขาด เพราะเป็นที่รู้ในหมู่มวลนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ว่า  <br />                    (&#1604;&#1575;&#1573;&#1580;&#1578;&#1607;&#1575;&#1583; &#1601;&#1609; &#1605;&#1608;&#1585;&#1583;&#1575;&#1604;&#1606;&#1589;) <br />ห้ามใช้ดุลย์พินิจวิเคราะห์หรือพิจรณาในขณะที่มีตัวบทเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว<br />  นอกจากนี้หะดิษของท่านกุเรบที่ท่านอิบนุอับบาสไม่ยอมรับการประจักษ์เดือนเสี้ยว มิได้หมายความว่าเป็นคำสั่งของท่านนบี  ใช้มิให้ท่าน  และมวลมุสลิมติดตามการประจักษ์เห็นเดือนเสี้ยวที่หนึ่งที่ใด เนื่องจากความหมายของหะดิษดังกล่าว ตามที่อิหม่ามซิดดิ๊กหะซันคานได้อธิบายเอาไว้ว่า<br />มันเป็น  การสงสัยจากอิบนุอับบาสเองว่า การที่จะประจักษ์เดือนเสี้ยวเฉพาะในท้องที่หรือในประเทศใครประเทศมันเท่านั้น ฉนั้นแล้วผู้ใดที่มีทรรศนะดังกล่าว นับว่าเป็นการนำตัวบทศาสนามาใช้แบบผิดๆและด้วยกับหะดิษของอิบนุอับบาสนักวิชาการเกิดการแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม 8 ทรรศนะ<br /><br /> ซึ่งอิบนุหะญัร ที่อธิบายศ่อเหี๊ยะ ของอิหม่ามบุคอรีย์ได้กล่าว ไว้เพียงแค่ 6 กลุ่มเพียงเท่านั้นเอง <br />นอกจากนี้สิ่งที่เป็นที่ชัดเจนยิ่งไปอีกเจ้าของหนังสือ อัลมุฆนีย์ ของอิหม่ามมุวัฟฟิกุดดีน อิบนุกุดามะฮ์<br /> และอิบนุมุฟลิห์ เจ้าของหนังสืออัลฟุรัวะอฺ รวมทั้งเจ้าของหนังสืออัลมุหัรรอร สามอิหม่ามที่ยิ่งใหญ่นักนิติศาสตร์อิสลาม  ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการยอมรับการประจักษ์เดือนเสี้ยวจากประเทศอื่นหรือที่หนึ่งที่ใดเอาไว้ว่า<br />  ในเมื่อมุสลิมทุกคนมีสิทธิเสรีภาพทัดเทียมกัน ในการที่จะใช้ข้อบัญญัติต่างๆของอัลลอฮ์ทั่วโลกเช่น การสมรส การอย่าร้าง การอยู่ในอิดดะฮ์ของสตรีที่ถูกอย่า ฉนั้นการถือศีลอดก็เป็นหนึ่งในอะห์กาม(ข้อบัญญัติ)มุสลิมจึงมีสิทธิ์ที่จะรับฟังข่าวจากทุกๆที่ในโลกนี้ได้<br /><br />
ต่อมาเชคอัลบานีย์ ร่อฮิมาฮุ้ลลอฮ์ ยังได้ให้ทรรศนะเกี่ยวกับหะดิษของท่านกุเรบว่า หะดิษดังกล่าวหมายถึง  คนหนึ่งหากถือศีลอดด้วยกับการเห็นเดือนในประเทศของเขา ต่อมามีผู้คนบอกเขาว่าที่อื่นเห็นเดือนก่อนเขาหนึ่งวัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้เขาอยู่ในสภาพถือศีลอดตามประเทศของเขาจนครบ 30 วัน หรือจนกว่าจะมีการแจ้งข่าวการเห็นเดือนเสียก่อนมันจึงจะหมดปัญหาทะเลาะวิวาท<br /> ส่วนหะดิษของท่านอะบูฮูร็อยเราะฮ์ข้างต้นที่ผ่านมา ให้คงตามตัวบทของศาสนาไว้ที่บ่งถึงการประจักษ์เดือนเสี้ยวโดยรวมๆของมุสลิมทั่วๆไป(&#1575;&#1604;&#1593;&#1605;&#1608;&#1605;) ตามหลักการของนักนิติศาสตร์อิสลาม<br /><br />
&#1605;&#1603;&#1578;&#1576;&#1577; &#1571;&#1607;&#1604; &#1575;&#1604;&#1581;&#1583;&#1610;&#1579; &#1608;&#1575;&#1604;&#1575;&#1579;&#1575;&#1585; 
<br />ห้องสมุด อะฮลุ้ลหะดีษ วัลอาษาร <br />
ติดตามตอนต่อไป อินชาอัลลอฮ</description>
</item>

</channel>
</rss>
